HFlight รีวิวสายการบิน โรงแรม จองโรงแรมทั่วโลก - หน้าแรก
- กลับหน้าแรก -
หน้าแรก | จองโรงแรมที่พัก | ข่าวการบิน | Webboard | สายการบิน | กิน-เที่ยว-เดินทาง | รีวิวโรงแรม | คู่มือเที่ยวเมืองนอก | ลงโฆษณา

  
 

« August 2006 | Main | October 2006 »

September 30, 2006

คาดว่าเครื่องบินบราซิลแบบโบอิ้ง737-800ที่หายจากจอเรดาห์น่าจะประสบอุบัติเหตุตกกลางป่าทึบ

เครื่องบินโดยสารบราซิล พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือ 155 ชีวิต ได้หายไปจากจอเรดาห์ ขณะบินอยู่เหนือป่าอเมซอน คาดว่าน่าจะประสบอุบัติเหตุตกลงกลางป่าทึบแล้ว

เครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 737-800 ของสายการบินโกล ซึ่งเป็นสายการบินต้นทุนต่ำของบราซิล ได้หายไปจากจอเรดาห์ ขณะบินจากเมืองมานาอัส ไปยังกรุงบราซิเลีย ต่อมามีรายงานว่า เครื่องบินลำดังกล่าวได้ตกลงกลางฟาร์มแห่งหนึ่ง หลังจากพุ่งชนเครื่องบินเล็กลำหนึ่งกลางอากาศ จนถึงขณะนี้กองทัพอากาศบราซิล ได้ส่งเครื่องบินเจ็ท 5 ลำ ออกค้นหาซากเครื่องบินที่ประสบเหตุ เครื่องบินมรณะดังกล่าว ถือว่าเป็นเครื่องบินใหม่ที่เพิ่งซื้อมาจากบริษัทโบอิ้งของสหรัฐ และมีชั่วโมงบินเพียง 200 ชั่วโมง

ส่วนที่ท่าอากาศยานในกรุงบราซีเลีย บรรดาญาติมิตรของผู้โดยสารต่างเฝ้ารอข่าวคราว ของบุคคลอันเป็นที่รักกันด้วยความใจจดใจจ่อ ซึ่งล่าสุดพบซากเครื่องบินแล้ว

ที่มา: TNA NEWS (30 ก.ย. 49)

บราซิลเร่งหาเครื่องบินโบอิ้ง737-800ที่หายลึกลับกลางป่าอเมซอน หลังมีรายงานชนกับเครื่องบินเล็ก

บราซิเลีย - บราซิลเร่งหาเครื่องบินหายลึกลับกลางป่าอเมซอน หลังมีรายงานชนกับเครื่องบินเล็ก แต่ยังยืนยันไม่ได้ว่าเป็นสาเหตุการหายหรือไม่ ขณะบรรดาญาติรอฟังชะตากรรม 155 ชีวิตบนเครื่อง


กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : กองทัพอากาศบราซิล เร่งค้นหาเครื่องบินโบอิ้ง 737-800 ของสายการบินโกล เที่ยวบินที่ 1907 พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือ 155 คน ซึ่งสูญหายกลางป่าทึบอเมซอนในกรุงบราซิเลีย เมื่อวันศุกร์ (29 ก.ย.) หลังมีรายงานว่าเครื่องบินชนกับเครื่องบินเล็กส่วนบุคคลลำหนึ่ง แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า การสูญหายเกิดจากอุบัติเหตุดังกล่าวหรือไม่

นายวาลเดีย ปิเรส รัฐมนตรีกลาโหมบราซิลเผยว่า เครื่องบินเล็กดังกล่าวได้ลงจอดฉุกเฉินในเมืองคาชิมโบ ตอนเหนือของบราซิล ใกล้กับจุดที่เครื่องบินโบอิ้งสูญหาย และมีการพบร่องรอยของการชน ซึ่งสันนิษฐานว่าเกิดจากการปะทะกับเครื่องบินของสายการบินโกล แต่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งชาติบราซิล (เอเอ็นเอซี) แย้งว่า ไม่มีหลักฐานสนับสนุนสมมติฐานดังกล่าว

"การลงจอดในพื้นที่ป่าอเมซอนถือว่ามีความเสี่ยงสูง แต่เรื่องมหัศจรรย์ก็อาจเกิดขึ้นได้ในการบิน เราจึงยังหวังต่อไป" นายโฮเซ คาร์ลอส เปเรรา ประธานบริษัทอินฟราเอโร ซึ่งดำเนินการสนามบินในบราซิล กล่าว

ทั้งนี้ นักข่าวของสถานีวิทยุเรดิโอบราส 2 คน เจ้าหน้าที่การบิน 3 คน และเจ้าหน้าที่กระทรวงวิทยาศาสตร์การบินอีกหลายคน อยู่ในกลุ่มผู้โดยสารบนเครื่องบินที่สูญหายด้วย ขณะญาติของผู้โดยสารและลูกเรือ มาชุมนุมกันที่สนามบินกรุงบราซิเลีย เพื่อรอฟังข่าว

เครื่องบินดังกล่าวสูญหายไปหลายชั่วโมง หลังออกจากสนามบินเมืองมานาอุสมุ่งหน้าสู่กรุงบราซิเลีย ก่อนจะเดินทางต่อไปยังเมืองริโอเดอจาเนโร กองทัพอากาศได้ส่งเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์เข้าค้นหาด้วยอุปกรณ์รังสีอินฟราเรด ส่วนการค้นหาด้วยตาเปล่า ต้องรอดำเนินการ ช่วงเช้าวานนี้ (30 ก.ย.) ขณะที่โรงพยาบาลเตรียมพร้อมรับผู้บาดเจ็บด้วย

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ (30 ก.ย. 49)

ปชช.บางส่วนชี้ไม่ปลื้มสุวรรณภูมิ

ประชาชนบางส่วน ยังคงประทับใจ กับการอำนวยความสะดวกและความเป็นระเบียบของสนามบินดอนเมือง มากกว่าสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นสนามบินแห่งชาติ แห่งใหม่

การให้บริการภายในสุวรรณภูมิภายในวันนที่ 3 ยังคงมีประชาชนบางส่วนไม่ได้รับความสะดวกจากการใช้บริการโดยนางภัทรี คมพิมาย ซึ่งเดินทางมารับญาติกล่าวว่าต้องใช้เวลารอญาตินานกว่า 2 ชั่วโมง เนื่องจากกระเป๋าสัมภาระถูกลำเลียงช้า ขณะเดียวกันระบุว่าการอำนวยความสะดวกต่าง ๆ อาทิ ป้ายบอกทางและจุดประชาสัมพันธ์ยังไม่มีความชัดเจนและทั่วถึงส่วนความเป็นระเบียบของอาคารผู้โดยสารนั้นถือว่าท่าอากาศยานกรุงเทพฯ หรือดอนเมืองมีความเป็นระเบียบและเป็นสัดเป็นส่วนมากกว่า


นอกจากนี้ผู้โดยสารบางรายยังไม่พอใจกับจำนวนห้องน้ำรวมถึงร้านค้าและร้านอาหารต่าง ๆ ภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิซึ่งมีไม่เพียงพอด้วย

ที่มา: INN NEWS (30 ก.ย. 49)

"บินไทย" จ้างเอกชนขนกระเป๋าให้ผู้โดยสาร แก้ปัญหาล่าช้า

วันนี้ (30 ก.ย.) ร.อ.ท. สุมณะเศรณี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงปัญหากระเป๋าสัมภาระของผู้โดยสารที่มีความผิดพลาดในการจัดส่ง ว่า บริษัท การบินไทย จะมีการประเมินผลวันต่อวัน เพื่อสรุปภาพรวมและหาวิธีแก้ไขปัญหาให้เร็วที่สุด โดยการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้านั้น ขณะนี้การบินไทยได้ให้รถนำเครื่องเติม แบตเตอร์รี่ของรถขนถ่ายกระเป๋าบรรทุกขึ้นรถกระบะไปประจำจุดที่อยู่ใกล้เครื่องบิน เพื่อความสะดวกมากขึ้น พร้อมทั้งตรียมนำรถแทร็กเตอร์ที่ประจำอยู่ที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่และภูเก็ตที่ไม่ได้ใช้งานเอามาช่วยขนภายในสัปดาห์นี้ เพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า

นายอภินันท์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังได้เซ็นสัญญว่าจ้างกับ บริษัท ไทย แอร์พอร์ต กราว เซอร์วิสเซส จำกัด (แท็กส์) ให้เป็นผู้รับผิดชอบขนกระเป๋าสัมภาระให้กับผู้โดยสารจากเครื่องบินมายังสายพานลำเลียง ให้กับสายการบินภายในท่าอากาศยานที่อยู่ในความรับผิดชอบของการบินไทยไปก่อน ส่วนในระยะยาวการบินไทยจะมีการสั่งซื้อรถเพิ่มเติมอีกจำนวนหนึ่งโดยจะได้ภายใน 2- 3 สัปดาห์

ร.อ.ท.อภินันท์ กล่าวด้วยว่า ยังมีความกังวลเรื่องความคุ้นเคยของผู้โดยสารที่จะเข้ามาใช้บริการ ซึ่งผู้โดยสารต้องเร่งปรับตัวให้คุ้นเคยกับการใช้บริการให้เร็วที่สุด โดยยืนยันว่าในส่วนบริษัทการบินไทยจะพยายามคอยให้บริการผู้โดยสารที่เป็นลูกค้าให้เกิดความสะดวกสบายมากที่สุด

ที่มา: มติชน (30 ก.ย. 49)

สุวรรณภูมิเจอปัญหาขนถ่ายกระเป๋า'ซ้ำซาก'

การบินไทยระบุ มีเที่ยวบินล่าช้ามากกว่า 30 นาทีจำนวน 10 เที่ยว เฉลี่ยแล้วล่าช้า 33 นาที จากปัญหาระบบการขนถ่ายกระเป๋าสัมภาระ จ้าง TAGS ดูแลบริการภาคพื้นให้กับสายการบินต่าง ๆแทน

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : เรืออากาศโทอภินันทน์ สุมนะเศรณี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในเวลา 14.00 น.วันนี้ (30 ก.ย.) จะมีการประชุมคณะกรรมการกำกับดูแลการเปิดให้บริการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิที่มี พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข รองหัวหน้าคณะปฎิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นประธาน โดยการบินไทยจะรายงานภาพรวมการปฏิบัติงานตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน รวมถึงปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้น

สำหรับภาพรวมการบินตลอดช่วงเช้าวันนี้ (30 ก.ย.) พบว่า ยังไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น นอกจากมีเที่ยวบินล่าช้ามากกว่า 30 นาที จำนวน 10 เที่ยวบิน อาทิ ทีจี 950 เส้นทางสุวรรณภูมิ-โคเปนเฮเกน ล่าช้า 1.35 ชั่วโมง ทีจี 644 เส้นทางสุวรรณภูมิ-นาโกย่า ทีจี 676 เส้นทางสุวรรณภูมินาริตะ ทีจี 993 สุวรรณภูมิ-ซิดนีย์ เป็นต้น โดยมีความล่าช้าเฉลี่ย 33 นาที

สำหรับเที่ยวบินที่ล่าช้ามีสาเหตุมาจากปัญหาระบบการขนถ่ายกระเป๋าสัมภาระ ซึ่งทางการบินไทยแก้ไขปัญหาในเบื้องต้นแล้ว โดยได้มีการลงนามสัญญาว่าจ้างกับบริษัท ไทย แอร์พอร์ตส์ กราวด์ เซอร์วิสเซส จำกัด หรือ TAGS ให้เป็นผู้ดูแลบริการภาคพื้นให้กับสายการบินต่าง ๆ แทนการบินไทยที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบันโดยเริ่มมาแล้ว 2 วันที่ผ่านมา เนื่องจาก TAGS มีประสบการณ์จากการดำเนินงานที่ท่าอากาศยานกรุงเทพมากว่า 10 ปี

นอกจากนี้ การบินไทยจะมีการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า โดยนำรถขนส่งกระเป๋าสัมภาระที่ประจำอยู่ที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ และภูเก็ต ที่ยังไม่ได้ใช้งาน มาช่วยในการขนถ่ายกระเป๋าสัมภาระที่สุวรรณภูมิภายในสัปดาห์นี้ ส่วนในระยะยาวการบินไทยได้สั่งซื้อรถอีกจำนวนหนึ่ง โดยจะได้รับการส่งมอบภายใน 2-3 สัปดาห์

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ (30 ก.ย. 49)

คาร์โก้สุวรรณภูมิวุ่น จากปัญหาคอมพิวเตอร์

คาร์โก้ของบีเอฟเอส ในเครือสุวรรณภูมิวุ่น ปล่อยสินค้าไม่ได้ ชิปปิ้งรอปล่อยของเป็นจำนวนมาก กรมศุลกากรโทษอ่อนประสบการณ์ และระบบคอมพิวเตอร์มีปัญหา


กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณเขตปลอดอากรของบริษัท บางกอกไฟลท์ เซอร์วิเซส หรือ บีเอฟเอส เกิดปัญหาบริษัทชิปปิ้งไม่สามารถที่จะดำเนินการชั่งสินค้าเพื่อโหลดขึ้นเครื่องบินเพื่อส่งให้กับลูกค้าได้ เนื่องจากบีเอฟเอสไม่สามารถออกตั๋วเอกสารศุลกากรทั้งขาเข้าและขาออกให้กับชิปปิ้งได้ ขณะเดียวกันก็ได้ปิดคลังสินค้าชั่วคราว โดยมีเจ้าหน้าที่ชิปปิ้งมารอสินค้าเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม คลังสินค้าที่ให้บริการโดยบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ ไม่ได้มีปัญหาดังกล่าว

นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า ได้รับรายงานดังกล่าวเมื่อประมาณ 11.00 น. ปัญหาดังกล่าวเกิดจากระบบคอมพิวเตอร์ของบีเอฟเอสเกิดขัดข้องไม่สามารถเชื่อมต่อกับระบบออนไลน์ของกรมศุลกากรได้ ซึ่งทางกรมศุลกากรได้เข้าไปช่วยแก้ปัญหา โดยส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลและให้ปล่อยสินค้าด้วยระบบแมนนวล หรือใช้ใบอนุญาตด้วยกระดาษแทนการใช้ระบบออนไลน์ไปก่อน โดยกรมศุลกากรพร้อมจะเข้าไปช่วยแก้ปัญหาอย่างเต็มที่

นายสจ๊วต ซินแคร์ ผู้จัดการบริษัท บีเอฟเอส กล่าวว่า ปัญหาเกิดจากระบบคอมพิวเตอร์ไม่สามารถออนไลน์กับกรมศุลกากรได้ ตามที่ได้มีการวางแผนไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งระบบการทำงานนั้นทางบริษัท ไทยแอร์พอร์ต กราวด์ เซอร์วิสเซส หรือแท็กส์ ในฐานะเป็บริหารคลังสินค้าปลอดภาษี เป็นผู้วางระบบให้ แต่ในกรณีนี้บริษัทไม่ได้โทษแท็กส์แต่อย่างใด โดยขณะนี้สินค้ามีการตกค้างประมาณร้อยละ 30 ของความจุคลังสินค้า ส่วนใหญ่เป็นสินค้าทั่วไป ซึ่งทางบริษัทพร้อมรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยจะพิจารณาเป็นกรณีไป และภายในวันนี้สินค้าทั้งหมดจะสามารถปล่อยสินค้าออกจากคลังได้ทั้งหมดตามที่ตกลงไว้ ซึ่งกรณีที่ใบออกสินค้าดำเนินการได้รวดเร็วนี้ก็เนื่องจากเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรมาอำนวยความสะดวกเป็นอย่างดี

นายสุชาติ สุขสันต์ ผู้อำนวยการศุลกากรประจำสุวรรณภูมิ เปิดเผยว่า กรณีคลังสินค้า บริษัทบางกอก ไฟลท์ เซอร์วิส จำกัด หรือ บีเอฟเอส เกิดปัญหาการบริหารการนำเข้าและส่งออกสินค้า ว่า เบื้องต้นเกิดจากปัญหาพนักงานของบีเอฟเอสไม่มีความสามารถในการบริการบริหารจัดการเกี่ยวกับงานด้านคลังสินค้า โดยแม้ว่าปัญหาดังกล่าว ไม่ได้กระทบกับงานระบบศุลกากรอย่างใด แต่ในวันจันทร์นี้ จะเรียกผู้บริหารบีเอฟเอส และผู้บริหารพื้นที่ปลอดภาษี หรือฟรีโซน รายอื่น ๆ เข้าร่วมหารือ เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว

ขณะที่ นายนิติ ศิริสูตร ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายพิธีการศุลกากร บริษัทแบล็กซ์ โกลบอล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทบีเอฟเอสควรมีการลดขั้นตอนในการจัดการนำเข้าและส่งออกสินค้าให้ลดลงมากกว่านี้ พร้อมกันนี้ ก็ควรให้ผู้นำเข้าและส่งออกที่มีความชำนาญเข้ามาร่วมจัดการ หากบีเอฟเอสยังไม่มีความชำนาญด้านนี้ โดยปัจจุบันสินค้าของบริษัทที่ติดค้างไม่สามารถนำสินค้าออกได้ ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์เครื่องกีฬา ซึ่งมีอยู่ประมาณ 300 กล่อง

ผู้สื่อข่าวด้วยว่า ปัญหาความไม่เรียบร้อยของการจัดระบบคลังสินค้าปลอดภาษี ในช่วงที่ผ่านมา สมาคมตัวแทนขนส่งสินค้าทางอากาศไทย (TAFA) ได้มีการประชุมร่วมกัน และได้รายงานปัญหาทั้งหมด พร้อมยื่นข้อเสนอขอให้ระงับการเปิดเขตฟรีโซนไปก่อน ให้ผู้บริหารระดับรองปลัดกระกระทรวงคมนาคมรับทราบ และเมื่อยังมีการเปิดพื้นที่ในวันที่ 28 กันยายน TAFA ได้มีการประชุมหารือร่วมกันอีกครั้ง เมื่อวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา TAFA ยังยืนยันในความเห็น ให้มีการระงับการเปิดพื้นที่ฟรีโซน เนื่องจากการจัดการระบบของพื้นที่ ทั้งคลังสินค้าบีเอฟเอส และการบินไทย ยังจัดระบบไม่เรียบร้อย เชื่อว่าจะทำให้ไม่สามารถออกสินค้าให้ผู้ประกอบการได้แน่นอน

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ (30 ก.ย. 49)

September 29, 2006

ทอท. ขยายเวลางดเก็บค่าจอดรถในอาคารจอดไปอีก 1 เดือน

บริษัทท่าอากาศยานไทย ได้สั่งการขยายเวลาการงดเว้นเก็บค่าจอดรถในอาคารจอดรถทั้งหมด ไปอีก 1 เดือน เพื่ออำนวยความสะดวกแก้ผู้โดยสาร

นายสมชัย สวัสดีผล ผู้อำนวยการ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวว่า สำหรับปัญหาจอแสดงผลตารางการการบินผิดพลาดพลาด ทำให้ผู้โดยสารสับสน สำหรับแถวเช็คอิน CHJ นั้น ทอท ได้ขอให้บริษัทการบินไทย นำป้ายขนาดใหญ่ มาติดตั้งบริเวณด้านหน้าจอแสดงผลตารางการบิน โดยแยกให้ผู้โดยสารสำหรับผู้โดยสารที่ใช้เที่ยวบินในประเทศทราบว่า ให้ใช้เช็คอินแถว C และเส้นทางบินระหว่างประเทศ ให้ไปใช้แถวเช็คอิน H และ J

นอกจากนี้ ได้สั่งการให้มีการเพิ่มเก้าอี้รอผู้โดยสารเพิ่มเติมทั้งผู้ดดยสารขาเข้าและออก รวมถึงสั่งให้มีการติดตั้งเครื่องเอ็กซเรย์หน้าประตูทางเข้าอีก 10 ชุด เพื่อความมั่นใจในระบบรักษาความปลอดภัย ขณะที่ปัญหาระบบสายพานลำเลียงล่าช้า ได้ขอให้ทุกสายการบินจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก ระบบสายพานลำเลียงกระเป๋ามากขึ้นด้วย

นอกจากนี้ ฝ่ายบริหารทอท.ยังได้มีคำสั่ง ให้มีการขยายระยะเวลางดเว้นเก็บค่าใช้บริการอาคารจอดรถ ออกไปอีก 1 เดือน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารเพิ่มขึ้นด้วย

ทางด้าน นายวันชัย ศารทูลทัต ประธานกรรมการ การบินไทย ยังได้ออกแถลงการณ์ ยอมรับผิดในงานบริการลูกค้าที่เกิดขึ้น และทำให้ผู้โดยสารได้รับกระเป๋าสัมภาระล่าช้า และจากการสอบสวนพบว่า เกิดจากการขาดผู้รับผิดชอบอย่างใกล้ชิด ขาดการติดตามงาน การบินไทยจึงได้มีการโยกย้ายผู้บริหารที่รับผิดชอบ รวมทั้งคณะกรรมการยังได้มอบหมาย ให้กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ติดตามปัญหาการให้บริการดังกล่าวอย่างใกล้ชิดด้วย

ที่มา : สำนักข่าวไทย

เปิดสนามบินสุวรรณภูมิวันที่สองปัญหาน้อยลง

เปิดสนามบินสุวรรณภูมิวันที่ 2 พบว่าปัญหาต่าง ๆ น้อยลง หลังวานนี้ปั่นป่วนผู้โดยสารรอกระเป๋านาน 2-5 ชั่วโมง ด้านผู้บริหารการบินไทยยืดอกรับผิดชอบและสั่งย้ายผู้รับผิดชอบทันที ในขณะนี้ ทอท.-การบินไทย ระบุพร้อมประสานงานแก้ปัญหา มอนิเตอร์ 2 สัปดาห์ติดต่อ

นายโชติศักดิ์ อาสภวิริยะ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สำหรับการให้บริการผู้โดยสาร เมื่อคืนที่ผ่านมา ถือว่าได้ปรับตัวดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับเมื่อวานนี้ ซึ่ง ทอท.และ บมจ.การบินไทย ได้เฝ้าระวังตลอดเมื่อคืนนี้ตั้งแต่ 21.00-24.00 น. ที่ผ่านมา เป็นช่วงที่ปริมาณผู้โดยสารบินคับคั่งมากที่สุด ซึ่งการให้บริการผ่านช่วงดังกล่าวไปได้ด้วยดี และในช่วงเช้านี้ระบบเช็กอิน ระบบสายพานลำเลียงก็สามารถกลับมาทำงานได้ตามปกติ อย่างไรก็ตาม ในส่วนของผู้บริหาร ทอท.จะเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 2 สัปดาห์ จนมั่นใจว่า ระบบทั้งหมด ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นกับกระเป๋าสัมภาระ ที่ผ่านมาที่เกิดการล่าช้าขึ้น หลายฝ่ายมองว่า การที่ ทอท. มีข้อโต้แย้งกับ การบินไทยนั้น นายโชติศักดิ์ ยืนยันว่าได้มีการพูดคุยและทำงานร่วมกับเรืออากาศโท อภินันทน์ สุมนะเศรณี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ การบินไทย มาโดยตลอด และถึงขณะนี้ การบินไทยได้ปรับปรุง ในส่วนของงานที่ผิดพลาดไปแล้ว ดังนั้น 2 หน่วยงานจะดูแลการใกล้ชิดในการดูแลผู้โดยสาร จะไม่มีปัญหา

เรืออากาศโท อภินันทน์ กล่าวว่า ขออภัยผู้โดยสารทุกคนที่ได้รับความเดือดร้อน ซึ่งการบินไทยขอรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้น จากระบบลำเลียงกระเป๋าที่ล่าช้า โดยเมื่อวานนี้ ขอยอมรับว่าได้รับรายงานผิด และการบินไทยได้สั่งย้ายผู้รับผิดชอบ เรื่องระบบลำเลียงกระเป๋าแล้ว และมอบหมายให้บุคคลใหม่เข้ามารับผิดชอบ ซึ่งนับจากนี้ จากการประสานเข้าไปดูแลผู้โดยสารก็คาดว่าปัญหาต่าง ๆ จะน้อยลง

นายสนธิ เอมะรุจิ รองประธานกรรมการบริษัทบริษัท ไทยแอร์พอร์ต กราวด์ เซอร์วิสเซส จำกัด (TAGS) กล่าวว่า ปัญหากระเป๋าสัมภาระที่ล่าช้า ถือว่าเป็นปัญหาเล็กน้อยเท่านั้น และถือการเปิดสุวรรณภูมิครั้งนี้ถือว่า ทอท.สอบผ่าน เนื่องจากผลของการให้บริการไม่ได้ทำให้ตารางการบินของโลกยุ่งเหยิง และปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาเล็กน้อยเมื่อเทียบกับการบริการเที่ยวบินวานนี้ที่มีกว่า 800 เที่ยว อย่างไรก็ตาม บทบาทหน้าที่ของแท็กส์จะดูแลการให้บริการในภาคพื้นดิน ตามที่แท็กส์เป็นคู่สัญญากับการบิน ไทย และเชื่อว่างานระบบต่าง ๆ หลังจากนี้จะลงตัวมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ภาพรวมสำหรับการให้บริการของสุวรรณภูมิเมื่อคืนที่ผ่านมา แม้ช่วงกลางคืนจะเป็นช่วงเวลาที่มีผู้โดยสารคับคั่งมากที่สุด แต่ระบบต่าง ๆ ก็ผ่านไปได้ด้วยดี ทั้งระบบเช็กอิน ระบบ กระเป๋าสายพานลำเลียง แม้จะมีการให้บริการล่าช้าบ้างแต่ไม่ส่งผลกระทบตารางการบินจนทำให้การบินล่าช้า และภาพรวมระบบการให้บริการผู้โดยสารของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในวันนี้ปรับตัวดีขึ้นแม้จะมีปัญหาระบบออนไลน์ยังล่าช้า เมื่อเปรียบเทียบกับท่าอากาศยานดอนเมือง ที่ใช้เวลาเฉลี่ยของการเช็กอินเพียง 2-3 นาทีเท่านั้น แต่ระบบเช็กอินที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิยังใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 4-5 นาที

นอกจากนี้สิ่งที่ยังมีปัญหามากที่สุด คือจอแสดงผลตารางการบิน ที่มีความผิดพลาดชัดเจน เช่น ผู้โดยสารที่จะเดินทางภายในประเทศ ซึ่งจะต้องใช้เคานเตอร์แถว C เท่านั้น แต่จอแสดงผลกลับระบบแถวรวม 3 แถว คือ CHJ ซึ่งทำให้ผู้โดยสารหลงทางบ่อย โดยเมื่อเจ้าหน้าที่สายการบิน สอบถามผู้วางระบบ บริษัท ท่าอากาศยานไทย ก็ได้รับคำตอบว่าจะใช้เวลาแก้ไขประมาณ 1 อาทิตย์ ไม่นับรวมปัญหาจอแสดงผลตารางการบินล่าช้า บางครั้งเครื่องบินที่มีการนำเครื่องขึ้นบินไปแล้ว แต่ยังปรากฏเที่ยวบินบนจอซึ่งสร้างความสับสนได้ ในขณะที่ผู้เดินทางส่วนใหญ่ต่างยืนยันว่าจอแสดงผลตารางการบินท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีขนาดตัวหนังสือที่เล็กเกินไปเมื่อเทียบกับสนานบินอื่น ๆ

สำหรับปัญหาวานนี้ (28 ก.ย.) มีปัญหาการลำเลียงกระเป๋าล่าช้า เกิดจากการบินไทยที่เป็นผู้รับจ้างสายการบินต่าง ๆ มีการดำเนินการล่าช้า เริ่มตั้งแต่เที่ยวบินแรกของสวิตแอร์ที่มาจากกรุงเคียฟประเทศยูเครน ที่ล่าช้าประมาณ 11.30 ชั่วโมง ในขณะที่ ส่วนที่ล่าช้าที่สุดคือ ผู้โดยสารของสายการบิน วันทูโก บริษัทโอเรียนท์ไทย ที่มาจากท่าอากาศยาน อินชอน เกาหลีใต้มาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ประมาณ 16.00 น.และรอกระเป๋าถึงเวลา 20.00 น. ก็ยังไม่ได้รับกระเป๋า จนผู้โดยสารเกิดความเครียด และรวมตัวกันประมาณ 400 คน ประท้วง เดินตะโกน ไปรอบ ๆ อาคารผู้โดยสาร และเกิดการชกต่อยเจ้าหน้าที่ของโอเรียนท์ไทย จนกระทั่งนาย อภินัทนท์และ นายโชติศักดิ์ ได้เข้าไปแก้ปัญหาด้วยตนเองด้วยการดูแลเรื่องกระเป๋าผู้โดยสาร และไปพบกระเป๋า ผู้โดยสารที่การบินไทย ลำเลียงไปสายพานผิดไปที่สายพานสำหรับผู้โดยสารในประเทศ สายพานที่ 1 แทนสายพานที่ต้องส่งไปที่สายพานที่ 23 ในที่สุดผู้โดยสารได้รับกระเป๋าในเวลา 21.00 น.

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ (29 ก.ย. 49)

การบินไทยมั่นใจสนามบินสุวรรณภูมิเรียบร้อยใน 1 สัปดาห์

บริหารการบินไทยมั่นใจระบบต่าง ๆ ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะลงตัวภายใน 1 สัปดาห์ หลังจากเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกฝ่ายคุ้นเคยกับสถานที่และอุปกรณ์มากขึ้น ขณะที่การโยกย้ายผู้บริหารบางคน สำหรับเหตุการณ์กระเป๋าสัมภาระล่าช้านั้นระบุเป็นเพียงจัดแบ่งหน้าที่ใช้คนที่เหมาะสมกับงาน และ ทอท.ขยายเวลางดเว้นเก็บค่าจอดรถเป็นเวลา 1 เดือน

พล.อ.อ.ณรงศักดิ์ สังขพงศ์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สำหรับภาพรวมการให้บริการผู้โดยสารในวันนี้ถือว่าดีขึ้น มีเครื่องบินล่าช้าเพียง 1 เที่ยวบินเท่านั้น และเกิดจากเครื่องยนต์ไม่ใช่ระบบบริการของท่าอากาศยาน ทั้งนี้ การบินไทยมั่นใจว่าปัญหาทุกอย่างของงานทุกระบบในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะคลี่คลายภายใน 1 สัปดาห์ หลังจากเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานคุ้นเคยกับสถานที่และอุปกรณ์เครื่องมือมากขึ้น

“ยกตัวอย่างเช่นพนักงานที่ต้องขับรถสัมภาระนำส่งระหว่างตัวอาคารและเครื่องบิน อาจยังมีความไม่มั่นใจเรื่องสถานที่และต้องขับแบบดูแผนที่ไปด้วย ก็ย่อมต้องใช้เวลามากกว่าปกติ” นายณรงค์ศักดิ์ กล่าว

สำหรับการโยกย้ายนายเพทาย บุณยเวช กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายบริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น จากปัญหาการขนส่งกระเป๋าสัมภาระ และแต่งตั้งให้นายโชคชัย ปัญญายงค์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานพัฒนาโครงการ ทำหน้าที่แทนนั้น ขอยืนยันว่าเป็นการปรับเปลี่ยนเพื่อให้เกิดความเหมาะสม นำบุคคลที่เหมาะสมกับงานไปทำหน้าที่นั้น ๆ

สำหรับปัญหาการชดเชยแก่ผู้โดยสารที่พบกับกระเป๋าสูญหายนั้น นอกจากเมื่อวานที่ผ่านมา จะนำอาหารมาบริการแก่ผู้โดยสารที่ต้องรอกระเป๋าเป็นเวลานานแล้ว ในส่วนนี้การบินไทยจะพิจารณาให้แก่ผู้โดยสารเป็นราย ๆ อีกครั้ง เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ผู้โดยสาร และหากมีกระเป๋าของผู้โดยสารรายใดสูญหาย การบินไทยมีระเบียบของบริษัทชัดเจนในการชดเชยให้แก่ลูกค้า ส่วนงานบริการลูกค้าภายในอาคารผู้โดยสารนั้น ในวันนี้การบินไทยได้เพิ่มเจ้าหน้าที่อาวุโสเพื่อให้คำแนะนำผู้โดยสารอีก 8 คน เพื่อทำหน้าที่ในเช้าวันนี้

ในวันเดียวกันวันนี้ นายวันชัย ศารทูลทัต ประธานกรรมการการบินไทย ได้ออกแถลงการณ์ยอมรับผิดในงานบริการลูกค้าที่เกิดขึ้นและทำให้ผู้โดยสารได้รับกระเป๋าสัมภาระล่าช้า และจากการสอบสวนพบว่าเกิดจากการขาดผู้รับผิดชอบอย่างใกล้ชิด ขาดการติดตามงาน การบินไทยจึงได้โยกย้ายผู้บริหารที่รับผิดชอบ รวมทั้งคณะกรรมการยังได้มอบหมายให้กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ติดตามปัญหาการให้บริการดังกล่าวอย่างใกล้ชิดด้วย

ด้านนายสมชัย สวัสดีผล ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวว่า สำหรับปัญหาจอแสดงผลตารางการบินผิดพลาดทำให้ผู้โดยสารสับสน สำหรับแถวเช็กอิน CHJ นั้น ได้ขอให้การบินไทยนำป้ายมาติดตั้งบริเวณด้านหน้าจอแสดงผลตารางบิน โดยแยกผู้โดยสารที่ใช้เที่ยวบินในประเทศให้ใช้เช็กอินแถว C และเส้นทางบินระหว่างประเทศใช้แถวเช็กอินแถว H และ J นอกจากนี้ ได้สั่งการให้เพิ่มเก้าอี้รอผู้โดยสารเพิ่มเติมทั้งผู้โดยสารขาเข้าและขาออก รวมถึงสั่งให้ติดตั้งเครื่องเอกซเรย์หน้าประตูทางเข้าอีก 10 ชุด ขณะที่ปัญหาระบบสายพานลำเลียงล่าช้า ได้ขอให้ทุกสายการบินจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกระบบสายพานลำเลียงกระเป๋ามากขึ้นด้วย

นอกจากนี้ ฝ่ายบริหาร ทอท. ยังได้มีคำสั่งให้ขยายระยะเวลางดเว้นเก็บค่าใช้บริการอาคารจอดรถออกไปอีก 1 เดือน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารเพิ่มขึ้นด้วย

ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ (29 ก.ย. 49)

September 28, 2006

“หลังคารั่ว-ผู้โดยสารติดค้าง” ปัญหาวันแรกเปิดสุวรรณภูมิ

เปิดสุวรรณภูมิวันแรกวุ่น! ปัญหาเดิมรุมเร้า “ฝนตกหลังคารั่ว” ขณะที่ผู้โดยสารสายการบินแอโรว์สวิส ฉลองเปิดใหม่ด้วยการนั่งรอลำเลียงสัมภาระคาสนามบินนานนับชั่วโมง ส่วน ทอท.มึนเจอสายการบินแควนตัสชิงตำแหน่งบินขึ้นลำสุดท้ายลาสนามบินดอนเมือง ตัดหน้าคูเวตแอร์ไลน์ที่ถูกกำหนดไว้ก่อนหน้าแล้ว

บรรยากาศที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (สนามบินหนองงูเห่า) ตลอดค่ำคืนที่ผ่านมา ต้องชุ่มฉ่ำไปด้วยสายฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้การขนย้ายอุปกรณ์ของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ต้องล่าช้ากว่ากำหนดการเดิม ส่วนเที่ยวบินแรกของการเดินทางมาใช้บริการของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้ลงแตะพื้นรันเวย์ของท่าอากาศสุวรรณภูมิแล้ว โดยเป็นของสายการบินไทยเส้นทางกรุงเดลี ประเทศอินเดีย มุ่งหน้าสู่ประเทศไทย ในเวลา 05.05 น.ที่ผ่านมา ซึ่งทันทีที่เครื่องบินมาเทียบท่าอาคารเทียบเครื่องบินโดยสาร ได้มีกลุ่มคณะกลองยาวของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) มาให้การต้อนรับ

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 01.00 น. เครื่องบินของสายการบินยูไนเต็ด แอร์ไลน์ ซึ่งเดินทางมาจากนครวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ได้เดินทางมาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นับเป็นสายการบินเที่ยวแรกที่เดินทางมายังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จากนั้นเวลา 04.30 น.เครื่องบินของสายการบินแอโรว์สวิส จากเมืองเคียฟ ประเทศยูเครน เดินทางมาถึงเช่นเดียวกัน ซึ่งในจำนวนผู้โดยสารจำนวน 230 คน กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่ารู้สึกตื่นเต้นกับการเดินทางมาใช้บริการท่าอากาศสุวรรณภูมิในวันแรกในครั้งนี้ด้วย

นอกจากนี้ ในช่วง 03.00 น.ที่ผ่านมา สายการบินบางกอกไฟส์เซอร์วิสเซส บริษัทอิสระซึ่งเป็นผู้ให้บริการภาคพื้นและคลังสินค้าที่สนามบินสุวรรณภูมิ ที่เป็นผู้ให้บริการของสายการบินลุฟท์ฮันซ่า เที่ยวบินที่แอลเอส 8442 ซึ่งเป็นเที่ยวบินแรกที่ลงถึงสนามบินสุวรรณภูมิแห่งนี้ หลังจากการปิดท่าอากาศยานกรุงเทพ (สนามบินดอนเมือง) ได้เพียง 5 นาที โดย 1 ผู้ที่มารับเที่ยวบินในครั้งนี้ คือ นายสจ๊วต กรุนชา กรรมการผู้จัดการ บริษัม บีเอฟเอส เชื่อมั่นว่าสิ่งก่อสร้างและอุปกรณ์ทั้งหมดภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิครั้งนี้จะทำให้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิกลาย เป็นศูนย์กลางทางการบินในภูมิภาคได้

อย่างไรก็ตาม การเปิดให้บริการของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิตั้งแต่ 03.00 น.เป็นต้นมา ทำให้บรรยากาศที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในวันนี้เป็นไปอย่างคึกคัก และมีผู้โดยสารมาใช้บริการกันอย่างเนืองแน่น และทำให้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิแห่งนี้สามารถประกาศศักยภาพเต็มความพร้อมในการรองรับผู้โดยสาร ที่จะเป็นท่าอากาศยานแห่งใหม่ของประเทศไทยได้

ด้าน นายโชติศักดิ์ อาสภวิริยะ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.กล่าวว่า ยอมรับว่ามีปัญหาและอุปสรรคบ้าง ซึ่งสามารถแก้ไขได้แล้ว โดยปัญหาที่เกิดขึ้นเนื่องจากเที่ยวบินขาเข้าเริ่มหนาแน่นขึ้น รวมทั้งอุปกรณ์บางอย่างของการบินไทยยังขนมาจากท่าอากาศยานกรุงเทพ (ดอนเมือง) ไม่มากพอ เนื่องจากเมื่อคืนที่ผ่านมาเกิดฝนตกหนัก แต่ยืนยันว่าระบบสายพานลำเลียงทำงานได้ดี มีปัญหาล่าช้าจากการลำเลียงกระเป๋าขึ้นเครื่องเท่านั้น และขณะนี้ทุกอย่างก็เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ส่วนเที่ยวบิน 2 เที่ยวบินแรก มีปัญหาล่าช้าเพียงเล็กน้อย สำหรับการตั้งเป้าหมายเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาคเอเชียใต้ ใกล้เคียงความเป็นจริง เชื่อว่าในอีกไม่ช้าจะสามารถเป็นไปตามเป้าหมายได้

นายโชติศักดิ์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของป้ายบอกทางที่ยังเป็นปัญหาบ้างเล็กน้อยนั้นจะต้องทำให้มีความตั้งฉากมากขึ้น ส่วนเที่ยวบินที่จะเข้า-ออกในวันนี้ มีประมาณ 800 เที่ยวบิน โดยยืนยันว่ามีความพร้อมรองรับอย่างเต็มที่แล้ว

ด้าน นายวันชัย ศารทูลทัต ปลัดกระทรวงคมนาคม ซึ่งเดินทางตรวจความเรียบร้อยภายในพื้นรันเวย์ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระบุว่าฝ่ายรันเวย์พร้อมแล้วที่จะเปิดบริการเครื่องบินที่จะทำการบินเชิงพาณิชย์ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในเช้าวันนี้ (28 ก.ย.) สำหรับการขนย้ายอุปกรณ์การบินของการบินไทยในขณะนี้ คืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ 60 พร้อมยอมรับว่าการขนย้ายอุปกรณ์ในวันนี้ เกิดความล่าช้าบ้างเนื่องจากมีฝนตกหนักในช่วงหัวค่ำจนถึงขณะนี้ อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่าทางการบินไทยจะไม่มีการปรับแผนการขนย้ายอย่างแน่นอน และมั่นใจว่าหลัง 03.00 น.วันนี้ การให้บริการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเต็มรูปแบบ

ขณะที่ พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง รองโฆษ ทบ. กล่าวถึงการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ก่อนที่จะเปิดใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 28 ก.ย.2549 ว่า กองทัพบกได้รับการประสานงานกับบริษัท ท่าอากาศยานไทยจำกัด (มหาชน) ขอการสนับสนุนชุดสุนัขทหารตรวจค้นพัสดุภัณฑ์ระเบิด การตรวจค้นวัตถุระเบิด ซึ่งในช่วงวันที่ 29 ส.ค.ที่ผ่านมา กรมการสัตว์ทหารบกจัดชุดสุนัขทหารตรวจค้นพัสดุภัณฑ์ระเบิดจำนวน 20 ชุดพร้อมกำลังพล 28 นาย เดินลาดตระเวนโดยรอบพื้นที่บริเวณส่วนของผู้โดยสารขาเข้า และพื้นที่พักคอยผู้โดยสาร และในวันที่ 12-14 ก.ย.จัดกำลังพล 8 นาย และสุนัขทหาร 5 ตัวและในวันที่ 15 ก.ย.ถึง 31 มี.ค.2550 จัดสุนัขทหารจำนวน10 ชุดและกำลังพล 13 นาย นอกจากนี้ยังประสานของเพิ่มกำลังพลอีก 300 นายเพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดบริการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อีกทั้งเพื่อเตรียมความพร้อมหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินของระบบสายพานลำเลียง กระเป๋าสัมภาระขัดข้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิด้วยว่า ได้เกิดอุปสรรคในการขนย้ายอุปกรณ์ตลอดค่ำคืนที่ผ่านมา ทั้งจากการสัญจรบนถนน และฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ยังมีปัญหาการจัดเที่ยวบินขึ้นเป็นลำสุดท้ายจากท่าอากาศยานกรุงเทพ (สนามบินดอนเมือง) โดยการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ทอท.ได้กำหนดให้สายการบินคูเวตแอร์ไลน์ เป็นเที่ยวเที่ยวบินสุดท้าย แต่ปรากฏว่าสายการบินแควนตัสแอร์เวย์ ที่มีกำหนดการขึ้นบินในเวลา 18.00 น.วานนี้ (27 ก.ย.) เกิดปัญหาล่าช้ากว่า 9 ชั่วโมง ทำให้ไม่มีสามารถทำการบินตามกำหนดเวลาเดิมได้ สายการบินแควนตัสจึงเป็นเที่ยวบินสุดท้ายที่ออกจากท่าอากาศยานกรุงเทพ

ขณะที่บรรยากาศที่ท่าอากาศสุวรรณภูมินั้น กลับพบปัญหาเกี่ยวกับสัมภาระของผู้โดยสารที่เดินทางมากับสายการบินแอโรว์สวิส จากเมืองเคียฟ ประเทศยูเครน ทำให้ผู้โดยสารต้องติดค้างอยู่ภายในสนามบินเกือบ 1 ชั่วโมง ส่วนปัญหาหลังคารั่วซึมจากฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องนั้น ก็ยังเป็นปัญหาที่ยังแก้ไม่ตก เนื่องจากยังพบการรั่วซึมในบางจุด โดยเจ้าหน้าที่ต้องเอากระป๋องไปรองน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ปัญหาดังกล่าวได้เกิดขึ้นก่อนหน้านี้แล้วมาครั้งหนึ่ง แต่ก็ยังไม่มีการแก้ไขแต่อย่างใด ขณะที่การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ก็ยังติดขัด เนื่องจากยังไม่สามารถปฏิบัติงานให้เข้ากับระบบใหม่ของสนามบินได้

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ (28 ก.ย. 49)

สนามบินสุรรณภูมิวุ่น! เจอปัญหาซ้ำซากเคาน์เตอร์เช็กอินล่มทั้งระบบ

สนามบินสุวรรณภูมิเพิ่งเปิดใช้อย่างเป็นทางการวันแรกวุ่นไม่จบเจอสารพัดปัญหา ล่าสุดเคาน์เตอร์เช็กอินล่มทั้งระบบต้องใช้ระบบการเช็กอินแบบ manual แทน ขณะที่กรมการขนส่งทางบกสั่งปรับระบบขนส่งมวลชนสาธารณะภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิหลังพบปัญหาเช่นกัน ส่วนคาเธ่ย์ แปซิฟิกไร้ปัญหา


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ทางสนามบินสุวรรณภูมิต้องพบกับปัญหาหนัก คือ เคาน์เตอร์เช็กอินทั้งระบบในอาคารผู้โดยสารสนามบินสุวรรณภูมินี้ล่มทั้งระบบ โดยเริ่มจากเคาน์เตอร์เช็กอินของการบินไทยภายในประเทศที่ล่มก่อน จากนั้นจึงลามไปถึงสายการบินแอร์เอเชีย และล่าสุดล่มหมดทั้งระบบภายในอาคารผู้โดยสารแห่งนี้ ซึ่งทางท่าอากาศยานกำลังดำเนินการเร่งแก้ไขปัญหา โดยการใช้ระบบการเช็กอินแบบ manual ซึ่งเชื่อว่าการแก้ไขปัญหานี้จะสามารถบรรเทาได้ระยะหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ในช่วงทบสอบสนามบินสุรรณภูมิก่อนการเปิดใช้อย่างเป็นทางการ ก็เคยเกิดปัญหาเรื่องระบบสวิตช์ไฟเคยดับมาแล้วครั้งหนึ่งทำให้ระบบเช็กอินมีปัญหา

นายสมชัย สวัสดีผล ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวว่า ปัญหาดังกล่าวเกิดจากเจ้าหน้าที่ของบริษัทเอกชนเข้าไปดาวน์โหลดโปรแกรม เพื่อให้ระบบฐานข้อมูลดีขึ้น แต่มีการกดสวิตช์ผิดตัว ซึ่งขณะนี้กำลังสอบสวนเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวอยู่ว่าเหตุใดจึงมีการกดผิด แต่อย่างไรก็ตาม หลังได้รับรายงาน 15 นาที ระบบก็มีการแก้ไขและกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว จึงไม่ได้ทำให้เครื่องบินขึ้นล่าช้า

ด้านเรืออากาศโทอภินันทน์ สุมนะเศรณี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เช้านี้ได้เกิดเหตุกระเป๋าผู้โดยสารของการบินไทยขาออกทุกเที่ยวบิน เส้นทางภายในและระหว่างประเทศ เกิดการตกค้าง ในขณะที่ที่เครื่องบินออกไปแล้วรวมกว่า 200 กระเป๋า เรื่องนี้ต้องสอบสวนว่าเกิดจากอะไร แต่มั่นใจระบบของการบินไทยไม่ได้เกิดบกพร่อง แต่อาจเกิดจากระบบสายพานลำเลียงกระเป๋าที่ บมจ.ท่าอากาศยานไทย เป็นผู้โดยแล

“การบินไทย กำลังทำการตรวจสอบเจ้าของกระเป๋า เพื่อจัดส่งไปปลายทาง ถือว่าเป็นสิ่งที่ผิดปกติครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นกับการบินไทย” เรื่ออากาศโทอภินันทน์ กล่าว

นายวันชัย ศารทูลทัต ปลัดกระทรวงคมนาคม และประธานคณะกรรมการการบินไทย กล่าวว่า พอใจกับการย้ายอุปกรณ์การบินไทยเมื่อคืนที่ผ่านมา นับว่าประสบความสำเร็จ พอใจร้อยละ 80 และใน 2 วันจากนี้ไปจะมีการประชุมของทั้งการบินไทย และส่วนที่เกี่ยวข้องกับสุวรรณภูมิและหาทางแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อจะได้สั่งการแก้ปัญหาได้ทันที หากพบปัญหาอะไร เพื่อสร้างความสะดวกของผู้โดยสาร ในขณะเดียวกันมีปัญหาเครื่องบินขึ้นล่าช้าหรือดีเลย์กว่าปกติถึง 17 เที่ยวบิน จาก 19 เที่ยวบิน โดยเรื่องที่ดีเลย์นานสุด 45 นาที

ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวด้วยว่าวันนี้จะประชุมหัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อประมวลภาพรวมทั้งหมด และได้สั่งให้กรมการขนส่งทางบก และบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ทำคู่มือเส้นทางสู่สุวรรณภูมิ และป้ายบอกทางทั้งภายในและเส้นทางเข้าสุวรรณภูมิ รวมทั้งเป็นคู่มือบอกเส้นทาง สถานที่ท่องเที่ยว เช่น พัทยา หัวหิน เพื่อร่วมส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศไทย นอกจากนี้ ให้การรถไฟแห่งประเทศไทย และ ขสมก. ทำระบบตั๋วร่วม เพื่อส่งเสริมการใช้ระบบรถสาธารณะที่ขณะนี้มีผู้นิยมใช้มากขึ้นเรื่อยๆ

นายปิยะพันธ์ จัมปาสุต อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยถึงภาพรวมระบบขนส่งสาธารณะภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเมื่อวานนี้ (27 ก.ย.) จนถึงเช้าวันนี้ พบว่ายังมีปัญหาเรื่องรถแท็กซี่และรถแอร์ พอร์ต เอ็กเพรส ที่รับ-ส่งผู้โดยสารในท่าอากาศยาน ในส่วนของรถแท็กซี่ที่มีเจ้าหน้าที่แจกบัตรคิวให้คนขับรถไม่เพียงพอนั้น วันนี้ได้สั่งให้เพิ่มจำนวนคนแจกบัตรคิวเป็น 4 คน พร้อมให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ทำบัตรคิวแจกให้กับรถแท็กซี่เพิ่มขึ้นจำนวน 50,000 ใบ จากปกติที่มีสำรองเพียง 5,000 ใบเท่านั้น สำหรับรถแอร์ พอร์ต เอ็กเพรส ที่จะวิ่งให้บริการกับผู้โดยสารจำนวน 4 เส้นทางหลักนั้น พบว่าเมื่อวานนี้ได้วิ่งให้บริการภายในท่าอากาศยานเป็นวันแรก พบว่ายังไม่มีการติดป้ายบอกเส้นทางหน้ารถเพื่อแจ้งให้ผู้โดยสารทราบว่าจะไปในเส้นทางใด และยังมีการวิ่งหลงอยู่ในท่าอากาศยาน วันนี้จึงได้สั่งให้ติดป้ายบอกเส้นทางเพิ่มขึ้น และช่วงบ่ายวันนี้จะมีการประชุมร่วมกับ ทอท. เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมดด้วย

พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข ผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะรองหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และประธานคณะกรรมการติดตามการเปิดใช้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในช่วงเช้าก่อนเวลา 07.00 น. ได้ตอบข้อซักถามของผู้สื่อข่าวถึงกรณีปัญหาที่เกิดขึ้นกับระบบสายพานลำเลียง การจัดระบบให้กับผู้โดยสารต่อเครื่อง และการทำงานบริเวณจุดตรวจคนเข้าเมือง ทั้งหมดส่งผลให้เกิดความล่าช้ากับเที่ยวบิน จากรายงานเบื้องต้นพบว่าปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นจริง และขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งแก้ปัญหาเป็นส่วนๆ และขณะนี้ได้ปรับตัวดีขึ้น โดยอุปสรรคปัญหาที่เกิดขึ้นกับชั่วโมงแรกของท่าอากาศยานที่เพิ่งเปิดให้บริการ ก็อาจมีอยู่บ้าง แต่ต้องติดตามผลภายหลังจากที่เที่ยวบินกว่า 900 เที่ยวบินได้เริ่มบริการทั้งหมดในวันนี้

ในวันนี้ สายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิก ได้เปิดให้บริการในวันนี้เป็นวันแรก โดยระบบเคาน์เตอร์เช็กอินของสายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิก จะอยู่ที่อาคารผู้โดยสารขาออกชั้น 4 ประตูทางเข้าที่ 6 แถว M เคาน์เตอร์หมายเลข M 06 ถึง M 20 ซึ่งนายยงยุทธ ลุจินตานนท์ ผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาดประจำประเทศไทย และพม่า กล่าวว่า ระบบเช็กอินในวันนี้ไม่มีปัญหาติดขัดแต่อย่างใด สายพานลำเลียงกระเป๋าสามารถเดินได้ตามปกติ โดยเคาน์เตอร์เช็กอินจะเปิดให้บริการ 3 ชั่วโมงก่อนเวลาเครื่องออก และจะปิดก่อนเวลาออกเดินทาง 40 นาที ทั้งนี้ สายการบินคาเธ่ย์ที่ออกจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในเที่ยวบินแรก เป็นเที่ยวบินกรุงเทพฯ – ฮ่องกง เที่ยวบินที่ CX 2700 เวลา 08.40 น. ถึงฮ่องกง 12.30 น. นอกจากนี้ ในเที่ยวบินดังกล่าวจะมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้โดยสารเพื่อเป็นที่ระลึกด้วย

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ (28 ก.ย. 49)

September 27, 2006

การบินไทยเตือนผู้โดยสารตรวจสอบสนามบินก่อนเดินทาง

บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) แจ้งผู้โดยสารที่จะเดินทางไปในเที่ยวบินของการบินไทย 10 เที่ยวบินสุดท้ายจากดอนเมือง ต้องเช็กอินที่ดอนเมือง ขณะที่การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ตั้งศูนย์ปฏิบัติการอำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ รวมทั้งจับมือบริษัททางด่วนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) แจกแผ่นพับแนะนำเส้นทาง 1 ล้านแผ่น

ฝ่ายประชาสัมพันธ์ บมจ.การบินไทย แจ้งว่าตามที่การบินไทย จะย้ายฐานปฏิบัติการจากท่าอากาศยานกรุงเทพไปยังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในคืนวันที่ 27 กันยายน โดยจะเริ่มทำการบิน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตั้งแต่เวลา 03.00 น. ของวันที่ 28 กันยายน อย่างไรก็ตาม เที่ยวบินของการบินไทยที่ทำการบินในวันที่ 28 กันยายน ระหว่างเวลาหลัง 24.00 น. ของคืน วันที่ 27 กันยายน จนถึงเวลา 01.45 น. ของวันที่ 28 กันยายนนั้น ผู้โดยสารจะต้องเช็กอิน ที่ท่าอากาศยานกรุงเทพ โดยมีเที่ยวบินทั้งสิ้น 13 เที่ยวบิน คือ ทีจี 930 กรุงเทพฯ-ปารีส ทีจี 942 กรุงเทพฯ-โรม-มาดริด ทีจี 644 กรุงเทพฯ-นาโกยา ทีจี 981 กรุงเทพฯ-เมลเบิร์น ทีจี 650 กรุงเทพฯ-ปูซาน ทีจี 970 กรุงเทพฯ-ซูริค ทีจี 946 กรุงเทพฯ-เอเธนส์ ทีจี 790 กรุงเทพฯ-นิวยอร์ก ทีจี 648 กรุงเพทฯ-ฟูกูโอกะ ทีจี 910 กรุงเทพฯ-ลอนดอน ทีจี 960 กรุงเทพฯ-สตอกโฮม ทีจี 950 กรุงเทพฯ-โคเปนเฮเกน ทีจี 662 กรุงเทพฯ-เซี่ยงไฮ้

โดยบริษัทฯ ขอแจ้งให้ผู้โดยสารในเที่ยวบินดังกล่าวเดินทางมาขึ้นเครื่องบิน ณ ท่าอากาศยานกรุงเทพตามปกติและขอความกรุณาเดินทางมายังสนามบินล่วงหน้าประมาณ 3 ชั่วโมง เนื่องจากอาจไม่สะดวกด้านการจราจร

ด้าน กรทางพิเศษแห่งประเทศไทย หรือ กทพ. จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการอำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์จากท่าอากาศยานกรุงเทพไปยัง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ณ อาคารศูนย์ควบคุมทางพิเศษฉลองรัช (รามอินทรา-อาจณรงค์) ระหว่างวันที่ 25 กันยายนถึงวันที่ 4 ตุลาคม เวลา 08.00-22.00 น. โดยทางศูนย์ฯ จะปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง ในวันที่ 27- 28 กันยายน โดยมีนายสมชาย จารุเกษม รัตนะ รองผู้ว่าการฝ่ายปฏิบัติการเป็นผู้อำนวยการศูนย์ และเพื่ออำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ดังกล่าว โดยใช้ทางพิเศษให้เป็นไปด้วยความรวดเร็วและเรียบร้อย และขอความร่วมมือผู้ใช้บริการทางพิเศษโปรดเตรียมเงินให้พอดีกับค่าผ่านทางพิเศษ เพื่อป้องกันปัญหาการจราจรติดขัดบริเวณหน้าด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษ โดยผู้ใช้บริการทางพิเศษสามารถติดต่อสอบถามได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-319-9787 หรือ โทร. 1543 และรถบรรทุกที่ต้องการความสะดวกรวดเร็วในการข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณสุขสวัสดิ์ สามารถใช้ถนนวงแหวนอุตสาหกรรมได้

สำหรับเส้นทางในการขนย้ายอุปกรณ์จากท่าอากาศยานกรุงเทพไปยังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิด้วยทางพิเศษ ประกอบด้วย 1.ท่าอากาศยานกรุงเทพ-ถนนวิภาวดีรังสิต-ดอนเมืองโทลล์เวย์-ด่านฯ ดินแดง 1-ทางพิเศษศรีรัช (ทางด่วนขั้นที่ 2) ลงถนนศรีนครินทร์-มอเตอร์เวย์-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

2.ท่าอากาศยานกรุงเทพ-ถนนวิภาวดีรังสิต-ด่านฯ ดินแดง-ทางพิเศษเฉลิมมหานคร (ทางด่วนขั้นที่ 1)-ทางพิเศษบูรพาวิถี (ทางด่วนสายบางนา-ชลบุรี)-ลงบางพลี-ถนนกิ่งแก้ว-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

3.ท่าอากาศยานกรุงเทพ-ถนนรามอินทรา-ด่านฯรามอินทรา-ทางพิเศษฉลองรัช (ทางด่วนสายรามอินทรา-อาจณรงค์)-ทางพิเศษบางนา-อาจณรงค์ (ทางด่วน S1)-ทางพิเศษบูรพาวิถี (ทางด่วนสายบางนา-ชลบุรี)-ลงบางพลี-ถนนกิ่งแก้ว-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

นอกจากนี้ ยังร่วมกับบริษัท ทางด่วนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) แจกแผ่นพับแนะนำเส้นทางเดินทางด้วยทางพิเศษจำนวน 1 ล้านแผ่น ตั้งแต่วันที่ 28 กันยายนนี้เป็นต้นไป รวมทั้งเพิ่มจำนวนตู้เก็บค่าผ่านทางพิเศษให้เพียงพอกับผู้ใช้บริการ ณ ด่านฯ ศรีนครินทร์ ด่านฯ อโศก 4 ด่านฯ บางนา กม.6 เป็นต้น

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ (17 ก.ย. 49)

ทอท.ผุดศูนย์ปฏิบัติการสุวรรณภูมิรับมือเหตุฉุกเฉิน

กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท.สั่งตั้งศูนย์ปฏิบัติการรับมือเหตุฉุกเฉิน ส่วนการเปิดให้บริการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิวันนี้ (27 ก.ย.) เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ขณะที่พนักงานเคาน์เตอร์เช็กอินสายการบินนกแอร์ที่ให้บริการวันแรกรู้สึกตื่นเต้นกับความใหญ่โตของท่าอากาศยาน ด้านผู้โดยสารยังคงเดินทางมาใช้บริการกันอย่างคึกคัก พร้อมตั้งข้อสังเกตป้ายบอกเส้นทางภายในท่าอากาศยานน้อยและเล็กไป

บรรยากาศทั่วไปจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิก่อนเปิดใช้เชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบ ในวันที่ 28 กันยายนว่า ยังคงมีการให้บริการตามปกติและมีผู้โดยสารเดินทางมาใช้บริการคึกคัก โดยส่วนใหญ่เป็นการเดินทางภายในประเทศและเดินทางประเทศใกล้เคียง เช่น สิงคโปร์ เวียดนาม มาเก๊า โตเกียว และมีผู้โดยสารบางส่วนมาใช้บริการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นครั้งแรก

นายโชติศักดิ์ อาสภวิริยะ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กล่าวว่า ได้สั่งการให้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการพร้อมรับมือกับเหตุฉุกเฉินในทุกระบบทั้งเช็กอิน ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ สื่อสารของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อสามารถแก้ปัญหาหากเกิดเหตุฉุกเฉินได้ทันท่วงที อย่างไรก็ตาม จุดที่เป็นห่วงคือความไม่คุ้นเคยของเจ้าหน้าที่ แต่เชื่อว่าไม่มีปัญหาและจากการที่ฝนไม่ตกทำให้การขนย้ายอุปกรณ์จากท่าอากาศยานกรุงเทพมายังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นไปด้วยดี

นายสมชัย สวัสดีผล ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวว่า การให้บริการที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นไปด้วยความเรียบร้อย วันนี้จะมีสายการบินขาเข้า 73 เที่ยวบิน ออก 60 เที่ยวบิน และตั้งแต่เวลา 03.00 น.จะย้ายทุกอย่างมาไว้ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิทั้งหมด ส่วนการตกแต่งอาคารภายในผู้โดยสาร ทั้งร้านค้า ร้านค้าปลอดอากรและการเก็บความเรียบร้อยในวันนี้และพรุ่งนี้ (28 ก.ย.) จะยังคงทำงานต่อไป แต่ในวันที่ 28 กันยายน จะเปิดให้บริการอย่างแน่นอน ส่วนด้านมาตรการรักษาความปลอดภัย มีการนำสุนัขทหารจากกองพันสุนัขทหารศูนย์การสุนัขทหาร อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา มาประจำการที่ประตูทางเข้าอาคารที่พักผู้โดยสาร เพื่อตรวจวัตถุต้องสงสัย

นายอนันต์ กุลแพทย์ ผู้โดยสารกล่าวว่า รู้สึกตื่นเต้น เพราะมาที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นครั้งแรก เห็นว่า
มีความกว้างขวางใหญ่โตและใหญ่กว่าท่าอากาศยานกรุงเทพ โดยใช้เวลาเดินทางล่วงหน้าประมาณ 2 ชั่วโมง เนื่องจากยังไม่ชินเส้นทาง โดยพอใจที่ไม่มีเสียงประกาศตามสาย เพราะเชื่อว่าผู้โดยสารศึกษาจากตารางการบินได้ แต่มีข้อเสนอแนะทำป้ายบอกเส้นทางให้มากขึ้น โดยเฉพาะจากลานจอดรถที่จะมายังอาคารผู้โดยสารขาออกและขาเข้า อยากให้มีป้ายแนะนำสะพานเชื่อม เพื่อไม่ให้ผู้โดยสารเสียเวลามาก

น.ส.นภาพร แคเมอร์ ผู้โดยสารอีกคนหนึ่ง กล่าวว่า เดินทางมาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นครั้งแรก โดยจะเดินทางไปที่จังหวัดอุดรธานี พอใจเพราะการจราจรไม่ค่อยติดขัด โดยใช้เวลาเดินทางจากถนนข้าวสารมาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเพียง 1 ชั่วโมง และเห็นว่าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไม่หนาแน่นและแออัดเหมือนท่าอากาศยานกรุงเทพ และได้รับการอำนวยความสะดวกดี แต่ป้ายบอกเส้นทางมีจำนวนน้อยและเล็กเกินไป

ส่วนบรรยากาศที่อาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิวันนี้เป็นไปอย่างคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า โดยมีสื่อมวลชนทั้งจากวิทยุ โทรทัศน์ทุกช่อง รอทำข่าวการเปิดใช้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นวันแรก ขณะเดียวกันประชาชนทั่วไปยังคงทยอยมาเยี่ยมชมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในวันนี้มีกลุ่มเด็กเล็ก 1 หมู่คณะ จากศูนย์เด็กเล็กพัวชิวติ่งลิ้มเซาะคิ้ม จากเขตลาดกระบังจำนวน 55 คน แบ่งเป็นคณะครู 5 คน และเด็ก 50 คน

นางชฎาพร วงศ์สระทอง หัวหน้าคณะครูจากศูนย์เด็กเล็กฯ กล่าวว่า การนำเด็กมาเยี่ยมชม เนื่องจากที่ตั้งศูนย์ฯ อยู่ใกล้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อเด็กจะได้เห็นท่าอากาศยานจริงจากที่ดูแต่ในโทรทัศน์ ซึ่งน่าจะได้รับประโยชน์กว่าและเด็ก ๆ เหล่านี้ก็ดูตื่นเต้น ถือเป็นการปลูกฝังสิ่งดี ๆ ให้กับเด็ก

ส่วนสายการบินต่าง ๆ ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พนักงานของแต่ละแห่งในวันนี้จะดูตื่นเต้นเป็นพิเศษ โดยเฉพาะสายการบินนกแอร์ที่เปิดให้บริการวันนี้เป็นวันแรกได้มีการตกแต่งเคาน์เตอร์เช็กอินของสายการบินอย่างสวยงาม โดย น.ส.พรพิมล สิมุนาก พนักงานประจำเคาน์เตอร์เช็กอิน สายการบินนกแอร์ กล่าวว่า รู้สึกตื่นเต้นกับการให้บริการที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เนื่องจากใหญ่โตมากและดูแปลกตา เมื่อเทียบกับท่าอากาศยานกรุงเทพ แต่ในวันแรกการบริการของสายการบินนกแอร์ ก็ยังประสบปัญหาขัดข้อง อาทิ ยังมีผู้โดยสารหลงทางไปขึ้นที่ท่าอากาศยานกรุงเทพ โดยในส่วนนี้ ทอท.ได้จัดรถรับส่งเรียบร้อยแล้ว

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ (27 ก.ย. 49)

บินไทยขนย้ายอุปกรณ์ชุดใหญ่ไปสุวรรณภูมิตลอดวันนี้-พรุ่งนี้

บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ใช้อาคารปฏิบัติการการบินที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เป็นศูนย์บัญชาการการขนย้ายอุปกรณ์จากท่าอากาศยานกรุงเทพมายังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ด้านกรรมการผู้อำนวยการใหญ่การบินไทย ระบุทุกอย่างยังเป็นไปตามแผน ส่วนปัญหาที่ยังเป็นห่วงคือ เรื่องของฝน

บรรยากาศที่ศูนย์อำนวยการปฏิบัติการการบินของการบินไทย ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตลอดวันนี้ คึกคักไปด้วยเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยที่พร้อมปฏิบัติงาน โดยเฉพาะในห้องบังคับการและสั่งการการบินที่อยู่บริเวณชั้น 9 จะมีหน้าที่ปฎิบัติหน้าที่เพื่อดูความเรียบร้อยและปัญหาของแต่ละสายการบินที่มีอยู่ทุกเส้นทางทั่วโลก แต่วันนี้ได้ถูกดัดแปลงพื้นที่ส่วนหนึ่งให้เป็นศูนย์บัญชาการการขนย้ายอุปกรณ์จากท่าอากาศยานกรุงเทพมายังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิชั่วคราว โดยภายในห้องจะมีจอแสดงภาพการขนย้ายอุปกรณ์จากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดที่ติดตั้งตลอดเส้นทางการขนย้ายรวม 14 จุด ขณะที่ห้องปฎิบัติการฉุกเฉิน หรือศูนย์ซีม็อก ที่อยู่บริเวณชั้น 8 ปกติจะเป็นห้องที่ดูแลเกี่ยวกับความผิดปกติที่เกิดขึ้นของการบินไทย แต่วันนี้ก็มีการติดตั้งจอมอนิเตอร์ เพื่อเชื่อมข้อมูลซีซีทีวีเส้นทางการขนย้ายอุปกรณ์จากชั้น 9 เช่นกัน

เรืออากาศโทอภินันทน์ สุมนะเศรณี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.การบินไทย ได้เดินทางมาตรวจความพร้อมของศูนย์แห่งนี้ และยืนยันว่าการย้ายฐานปฏิบัติการของบริษัทการบินไทยมายังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิอย่างเป็นทางการทุกอย่างยังเป็นไปตามแผนที่วางไว้ โดยการขนย้ายอุปกรณ์เริ่มมาตั้งแต่ช่วงเที่ยงที่ผ่านมา และจะมีการขนย้ายต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ส่วนการขนอุปกรณ์ใหญ่อีกครั้งจะเป็นในช่วงเวลา 24.00 น.

“เรื่องการขนย้ายอุปกรณ์ปัจจุบัน ยังไม่มีปัญหาอะไรที่เป็นอุปสรรค นอกจากที่เป็นห่วงเรื่องฝน ส่วนเรื่องการเปิดใช้ท่าอากาศยานในวันพรุ่งนี้ (28 ก.ย.) ก็พร้อมที่จะให้บริการแล้ว สำหรับตัวอาคารผู้โดยสารและระบบต่าง ๆ ภายในท่าอากาศยาน จะต้องวางแผนแก้ไขไปแต่ละจุด หากเกิดปัญหาขึ้น” เรืออากาศโทอภินันทน์ กล่าว

ส่วนในเวลา 17.00 น.วันนี้ พลอากาศเอกชลิต พุกผาสุข ผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะประธานคณะกรรมการกำกับดูแลการเปิดใช้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จะเดินทางมาตรวจความพร้อมที่ศูนย์ปฎิบัติการการบินไทยด้วย

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ (27 ก.ย. 49)

การบินไทยฟื้นเที่ยวบินนครดานังอีกครั้งปีหน้า

บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) กำลังพิจารณากรณีการจะเปิดให้บริการเที่ยวบินระหว่างกรุงเทพฯ และนครดานัง (Danang City) ขึ้นมาอีกครั้งภายในปี 2550 เพื่อสนองความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นสำหรับผู้โดยสารที่ต้องการเดินทางไปยังเมืองท่าที่สำคัญอีกแห่งของเวียดนาม

นายนนด์ กาลินตา (Nond Kalinta) ผู้จัดการใหญ่สายการบินไทยในเวียดนาม กล่าวว่า บริษัทกำลังดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ในการที่จะเริ่มเปิดให้บริการเที่ยวบินกรุงเทพฯ - ด่าหนังอีกครั้ง ซึ่งคาดว่าจะได้ภายในปีหน้านี้

ในขั้นต้นสายการบินไทยจะเปิดให้บริการปลายทางดังกล่าว 3 เที่ยวต่อสัปดาห์ หลังจากที่เมื่อ 2 ปีที่แล้วทางบริษัทได้ยกเลิกเที่ยวบินดังกล่าวไปเนื่องจากมีผู้ใช้บริการไม่มากนัก "เราเพ่งความไปที่นครด่าหนังเพราะเล็งเห็นว่าเป็นปลายทางที่มีศักยภาพ ดังนั้นเราจึงวางแผนนำเครื่องบินโบอิ้ง 737 มาให้บริการเที่ยวบินกรุงเทพฯ - ด่าหนัง" นายนนด์ กล่าว ทั้งนี้เป็นรายงานของนิตยสารข่าวไซ่ง่อนไทมส์

สายการบินไทยยังจะเปิดให้บริการเที่ยวบินระหว่างเวียดนาม และกรุงโจฮันเนสเบิร์ก (Johannesburg) ในแอฟริกาใต้ โดยแวะผ่านกรุงเทพฯ ในวันที่ 29 ต.ค.นี้ ซึ่งจะใช้เครื่องบินแอร์บัส A340-600 ให้บริการในวังอังคาร พฤหัสบดี และเสาร์

เที่ยวบินจากเวียดนามจะมาถึงกรุงเทพฯ ในเวลาราว ๆ 10.30 น. และจะออกเดินทางไปยังกรุงโจฮันเนสเบิร์กในเวลาประมาณ 24.00 น. "มันเป็นเที่ยวบินเชื่อมโยงที่ดีสำหรับผู้โดยสารที่ต้องการเดินทางจากเวียดนามไปยังเมืองใหญ่ที่สุดในแอฟริกาใต้" ผู้จัดการใหญ่บริษัทการบินไทยเวียดนาม กล่าว

ปัจจุบันสายการบินไทยได้เปิดขายตั๋วโดยสารไปกลับในราคาโปรโมชั่นในราคา 715 ดอลลาร์สหรัฐต่อคน และสำหรับผู้โดยสาร 2 คน ที่โดยสารในเที่ยวบินดียวกันถ้าจองภายในเดือน ก.ย.นี้

การเปิดให้บริการเที่ยวบินระหว่างเวียดนาม และกรุงโจฮันเนสเบิร์ก นับเป็นยุทธศาสตร์อย่างหนึ่งของสายการบินไทยที่ต้องการขยายบริการไปครอบคลุมพื้นที่ทั่วโลกในทุก ๆ ปี " สำหรับปีนี้เราพุ่งเป้าไปที่แอฟริกาใต้เพราะเป็นตลาดที่มีศักยภาพในขณะที่ปัจจุบันมีสายการบินเอเชียไม่มากที่ให้บริการ"

นอกจากนี้สายการบินไทยยังจะเพิ่มเที่ยวบินอีก 2 เที่ยวจากนครโฮจิมินห์ในปีนี้ และปีหน้า "ความต้องการเที่ยวบินดังกล่าวมีเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่าในกรุงฮานอย ทำให้นครโฮจิมินห์มีบทบาทสำคัญในการเป็นศูนย์กลางการให้เที่ยวทั้งขาเข้า และออกของสายการบินไทย" นายนนด์ อธิบายเพิ่ม

ปัจจุบันสายการบินให้บริการ 15 เที่ยวบินระหว่างกรุงเทพฯ และนครโฮจิมินห์ และ 14 เที่ยวบินระหว่างกรุงเทพฯและกรุงฮานอย

รายงานของบริษัทการบินไทยระบุว่า ปัจจุบันในส่วนของผู้โดยสารเที่ยวบินนครโฮจิมินห์มีประมาณ 70 - 80% และ 67% สำหรับเที่ยวบินกรุงฮานอย หรือต่ำกว่าช่วงก่อนการเหตุการณ์รัฐประหารในไทยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วประมาณ 5% ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกประมาณ 1 เดือนเพื่อให้ธุรกิจกลับเข้าสู่สภาวะปกติ

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ (27 ก.ย. 49)

September 26, 2006

การบินไทยเตรียมจัดกิจกรรมอำลาดอนเมือง

บริษัทการบินไทย โดยนางปรัชญา ภมรมนตรี กรรมการผู้จัดการฝ่ายบริการลูกค้าภาคพื้น ได้ทำพิธีเปิดนิทรรศการรำลึกดอนเมือง ในโอกาสที่กำลังจะย้ายฐานปฏิบัติการไปยังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในวันที่ 27-28 กันยายนนี้ โดยมีการนำภาพถ่ายเก่า ๆ ตั้งแต่สมัยแรกที่บริษัทการบินไทย ได้เปิดให้บริการการบินเชิงพาณิชย์ เพื่อให้พนักงานผู้โดยสารได้รำลึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาในอดีตของท่าอากาศยานกรุงเทพ ที่เปิดให้บริการกว่า 90 ปี นอกจากนี้ การบินไทยจะมีการจัดงาน ”จุดหมายเดียวแห่งฝัน สุวรรณภูมิ” ในวันที่ 27 กันยายน เวลา 21.00 น. ที่บริเวณทางเชื่อมอาคาร 1 และ 2 ชั้น 3 อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ สนามบินดอนเมือง และในวันที่ 28 กันยายน เวลา 01.45 น.จะมีการจัดพิธีอำลาผู้โดยสารเที่ยวบินสุดท้ายจากสนามบินดอนเมือง เที่ยวบิน ทีจี 662 ไปยังเซี่ยงไฮ้ บริเวณประตูขึ้นเครื่อง 22 ในเวลา 01.00 น.

ที่มา : สำนักข่าวไทย (26 ก.ย. 49)

การบินไทยห่วงฝนเป็นอุปสรรคขนย้ายอุปกรณ์พรุ่งนี้

การบินไทยห่วงฝนเป็นอุปสรรคให้การขนย้ายอุปกรณ์ในวันพรุ่งนี้ล่าช้า ด้าน ผอ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มั่นใจไม่มีปัญหาเปิดใช้ เพราะที่เปิดให้บริการสายการบินมาตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน แม้จะมีปัญหาแต่ก็แก้ไขได้

จากกรณีที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้พยากรณ์สภาพอากาศว่า ในวันที่ 27-28 กันยายนนี้ จะมีฝนตกหนักในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งตรงกับวันที่บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ทำการย้ายฐานปฏิบัติการการบินจากท่าอากาศยานกรุงเทพมาที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยใช้รถเทรลเลอร์ขนอุปกรณ์ขนาดใหญ่จำนวน 1,076 เที่ยว และเป็นวันที่มีการขนย้ายอุปกรณ์มากที่สุดนั้น

เรืออากาศโท อภินันทน์ สุมนะเศรณี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ การบินไทย กล่าวว่า หากฝนตกหนักจริงในวันนั้นอาจส่งผลกระทบต่อการขนย้ายอุปกรณ์การบินที่จะทำให้เกิดความล่าช้าได้ แต่ยืนยันว่าจะไม่กระทบต่อเที่ยวบินช่วงเช้าของวันที่ 28 กันยายนนี้อย่างแน่นอน เนื่องจากการบินไทยได้มีการขนย้ายอุปกรณ์มาแล้วก่อนหน้านี้กว่า 800 เที่ยว แต่หากไม่มีอุปสรรคจากฝนก็ยืนยันว่าขณะนี้การบินไทยมีความพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์เต็ม สำหรับการย้ายฐานและการปฏิบัติงานที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ด้านนายสมชัย สวัสดีผล ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดเผยถึงความพร้อมของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิก่อนที่จะเปิดให้บริการกับสายการบินต่าง ๆ กว่า 100 สายการบินใน 2 วันข้างหน้าว่า ขณะนี้ยืนยันว่ามีความพร้อมเต็มที่ และจากการเปิดให้บริการกับสายการบินบางสายมาล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน พบว่ามีปัญหาเกิดขึ้นบ้างเล็กน้อย แต่ไม่ใช่ปัญหาหลักที่จะทำให้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีปัญหาเกิดขึ้น และปัจจุบันนี้พบว่ามีเที่ยวบินมาใช้บริการที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิกว่า 100 เที่ยวบินต่อวัน และไม่พบปัญหาอะไร ซึ่งสิ่งนี้จะเป็นตัวชี้วัดได้ว่าการเปิดให้บริการในวันที่ 28 กันยายนนี้ จะไม่มีปัญหาเกิดขึ้น

นายสมชัย กล่าวด้วยว่า หากเกิดปัญหาขึ้นในระหว่างที่มีการย้ายฐานปฏิบัติการฯ จะมีการนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการกำกับดูแลการเปิดใช้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ที่มี พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข ผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นประธาน เพื่อหาแนวทางแก้ไขทันที

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ (26 ก.ย. 49)

นกแอร์เล็งเพิ่มเส้นทางบินใน-ต่างประเทศหลังเปิดสุวรรณภูมิ

นกแอร์ระบุคืนนี้จะมีเที่ยวบิน 3 ไฟลท์บินเข้าสู่สุวรรณภูมิ และหลังจากที่เปิดใช้สุวรรณภูมิแล้วก็จะเพิ่มเส้นทางบิน “อุดรธานี-สุวรรณภูมิ, สุวรรณภูมิ-อินเดีย” เพิ่มขึ้นต่อไป แต่วันที่ 28 จะหยุดให้บริการ 1 วัน เพื่อประเมินภาพรวมการให้บริการ

นายพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินนกแอร์ เปิดเผยว่า สายการบินนกแอร์มีความพร้อมในการให้บริการและการย้ายฐานปฏิบัติการจากท่าอากาศยานกรุงเทพไปยังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในวันที่ 28 กันยายน อย่างไรก็ตาม ในเวลา 23.00 น. คืนนี้จะมีไฟลท์บินจาก 3 เส้นทางบินเข้าสู่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นวันแรก ประกอบด้วยเส้นทางเชียงใหม่-สุวรรณภูมิ, นครศรีธรรมราช-สุวรรณภูมิ และหาดใหญ่-สุวรรณภูมิ บินลงเป็นวันแรก และวันที่ 27 กันยายน จะมีการบินเที่ยวบินเต็มไฟลท์ตามที่นกแอร์วางแผนไว้ ก่อนที่จะมีการหยุดให้บริการในวันที่ 28 กันยายน 1 วัน และในวันที่ 29 กันยายน จะเปิดบินตามปกติ อย่างไรก็ตาม คาดว่าจำนวนผู้โดยสารทั้ง 3 เที่ยวบินจะมีเฉลี่ยร้อยละ 75-80

นายพาที กล่าวถึงแผนการเพิ่มเส้นทางบินในเที่ยวบินในเส้นทางภายในประเทศและระหว่างประเทศภายหลังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเปิดให้บริการแล้วว่า สายการบินนกแอร์จะเปิดเส้นทางบินอุดรธานี-สุวรรณภูมิ เพิ่มอีก 1 จุดบิน โดยจะเริ่มให้บริการตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นไป สำหรับเส้นทางบินระหว่างประเทศจะเปิดบินที่ประเทศอินเดียเพิ่มขึ้น

ส่วนสาเหตุที่สายการบินนกแอร์หยุดให้บริการในวันที่ 28 กันยายนนี้ เพราะต้องการดูภาพรวมและประเมินผลภายหลังจากที่สายการบินได้มีการเปิดบินและให้บริการที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในวันนี้ และวันที่ 27 กันยายน ว่ามีอะไรต้องปรับปรุงและเปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สายการบินนกแอร์มีความพร้อมอย่างเต็มที่ที่จะให้บริการผู้โดยสารที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

นายพาที กล่าวว่า ในเดือนตุลาคมบริษัทจะรับมอบเครื่องบินใหม่จำนวน 2 ลำ คือ โบอิ้ง 737-400 ให้บริการเพิ่ม ซึ่งมั่นใจว่าการมีเครื่องบินใหม่เพิ่มจะทำให้จำนวนผู้โดยสารมากขึ้นตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม บริษัทขอยืนยันว่าจะยังไม่มีการปรับเพิ่มค่าธรรมเนียมน้ำมันและค่าโดยสาร

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ (26 ก.ย. 49)

คปค.ตรวจเยี่ยมสนามบินสุรรณภูมิ-ยันพร้อมเปิด 28 ก.ย. 100 เปอร์เซ็นต์

คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ตรวจเยี่ยมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ย้ำมีความพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์ ในการเปิดใช้เชิงพาณิชย์ 28 กันยายนนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา พล.ร.อ.สถิรพันธุ์ เกยานนท์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พร้อมด้วย พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข ผู้บัญชาการทหารอากาศ รองหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) และในฐานะประธานคณะกรรมการกำกับดูแลการเปิดใช้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้เดินทางมาตรวจอาคารผู้โดยสาร อาคารเทคโนโลยีสารสนเทศภายในอาคาร หรือเอมส์ ก่อนที่จะเดินทางไปตรวจหอบังคับการบินของบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด

พล.ร.อ.สถิรพันธุ์ เกยานนท์ ผู้บัญชาการทหารเรือ กล่าวว่า คณะปฏิรูปฯ มาดูความพร้อม ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าทั้งหมดไร้ปัญหา ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เตรียมพร้อมเปิด 100 เปอร์เซ็นต์ โดยความจริงวันนี้ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าคณะปฏิรูปฯ จะเดินทางมาด้วย แต่ติดเรื่องการประชุมเดี่ยวกับการร่างธรรมนูญการปกครองจึงไม่สามารถเข้ามาร่วมตรวจเยี่ยมได้

นายสมชัย สวัสดีผล ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวว่า การที่คณะปฏิรูปฯ เดินทางมาครั้งนี้ จะมีการรายงานความพร้อมผ่านการปฏิบัติงานทั้งหมดที่จะเปิดใช้ในวันที่ 28 กันยายนนี้ โดยในส่วนของการขอความร่วมมือขณะนี้ยังไม่มี แต่หากมีปัญหาใดก็จะมีการประชุมหารือในคณะกรรมการ ที่มี พล.อ.อ.ชลิต เป็นประธานต่อไป

ส่วนปัญหาการลงจอดผิดล็อกของสายการบินไทยแอร์เอเชีย เมื่อวานนี้ (25 ก.ย.) นายสมชัย กล่าวว่า ตรวจสอบแล้วพบว่าไม่ได้มีการประสานกันระหว่างกัปตันและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ในวันเปิดให้บริการจริงคาดว่าจะไม่มีปัญหาแม้ว่าจะมีสายการบินจำนวนมาก เพราะได้มีการชี้แจงกับแต่ละสายการบินเรียบร้อยแล้ว แต่เกิดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้อาจจะเป็นเพราะสายการบินลงจอดไม่มาก ทำให้มีช่องให้เครื่องบินเข้าจอดเหลือจำนวนมาก จึงทำให้กัปตันเกิดความสับสน

นายสมชัย กล่าวว่า สำหรับที่ผ่านมามีการทดลองให้บริการสนามบินและระบบต่าง ๆ ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา พบว่าเกิดปัญหาเล็กน้อยแต่สามารถแก้ไขได้ โดยปัจจุบันมีเที่ยวบินมาบินลงที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเฉลี่ย 100 เที่ยวต่อวัน ถือว่าจำนวนมาก

นายชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ อธิบดีกรมการขนส่งทางอากาศ กล่าวว่า ทาง ขอ. มีมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยตามมาตรฐานที่องค์กรการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือไอซีเอโอ เป็นผู้รับรอง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มี 6 สายการบินที่จะขอเพิ่มที่จะมาบินลงที่สุวรรณภูมิ จากปกติบินอยู่ประมาณกว่า 100 สายการบิน ส่วนการออกใบรับรองการบินให้แต่ละสายการบินนั้น ขณะนี้จะเป็นการออกใบรับรองการบินเฉพาะกาล ซึ่งยังไม่ใช่ฉบับจริง โดยจะให้แต่ละสายการบินใช้ไปประมาณ 3 เดือน ก่อนที่จะออกฉบับจริงให้

พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข ผู้บัญชาการทหารอากาศ กล่าวด้วยว่า จากการตรวจดู “สุวรรณภูมิ” พบว่ามี ความพร้อมเปิดใช้ทั้งหมด ไม่ต้องกำชับอะไร เป็นพิเศษ เพียงแต่ขอร้องให้สื่อโดยเฉพาะทีวีน่าจะทำสกู๊ปข่าวแสดงถึงศักยภาพของสุวรรณภูมิที่ในขณะนี้มีเที่ยวบินขึ้น-ลง กว่า 100 เที่ยวบิน หรือเทียบเท่าร้อยละ 20 ของสายการบินทั้งหมด และในช่วงรอยต่อ 27-28 กันยายน ทาง คณะปฏิรูปฯ พร้อมจะช่วยทุกด้าน และจากรายงานทราบว่าจะมีเที่ยวบินมาลง 800-900 เที่ยวในวันที่ 28 กันยายนนี้ ส่วนเรื่องพื้นที่ปลอดอากรที่บริษัท คิงเพาเวอร์ ดูแลจะตกแต่งเสร็จทันหรือไม่นั้น ในขณะนี้ทราบว่าคิงเพาเวอร์ ได้เร่งให้เสร็จก่อน 28 กันยายน

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ (26 ก.ย. 49)

September 25, 2006

คปค.เตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวกเปิดสุวรรณภูมิ 28 ก.ย.

คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) เตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวกเปิดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 28 ก.ย.นี้ รวมทั้งประสานด้านจราจรสำหรับการขนย้ายอุปกรณ์ทั้งหมด เผยอาจจะมีการปิดจราจรเป็นช่วงๆ

วันนี้ (25 ก.ย.) ที่ศูนย์ปฏิบัติการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข ผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะรองหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ได้เดินทางไปฟังบรรยายสรุปความพร้อมการเปิดใช้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในวันที่ 28 ก.ย.นี้ โดยมีนายวันชัย ศารทูลทัต ปลัดกระทรวงคมนาคม นายโชติศักดิ์ อาสภวิริยะ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) นายสมชัย สวัสดีผล ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บรรยายสรุปแผนความพร้อมการย้ายฐานปฏิบัติการให้ฟัง โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง

พล.อ.อ.ชลิต ได้แถลงกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากฟังบรรยายสรุปแล้ว เห็นว่าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีความพร้อมในการเปิดให้บริการในวันที่ 28 ก.ย.นี้ ซึ่งการเปิดใช้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เป็นเรื่องสำคัญของไทย และจากที่ทุกฝ่ายได้เตรียมการไว้นั้น ในส่วนของ บมจ.การบินไทย, ทอท. และสายการบินอื่นๆ ขณะนี้มีความพร้อมเป็นอย่างมาก และหลังจากได้รับมอบหมายจากคณะปฏิรูปฯ ในการช่วยเป็นผู้ประสานการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพในการทำงานให้เกิดความเรียบร้อย อย่างไรก็ตาม เส้นทางการจราจรนั้น อาจจะมีการปิดเป็นบางช่วง และได้มีการประชาสัมพันธ์ให้ทราบในการกำหนดเส้นทางการขนส่ง รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข่ายการสื่อสารให้มาที่ศูนย์ปฏิบัติการของการบินไทย ในวันที่ 27 ก.ย. ด้วย ซึ่งจะทำหน้าที่ในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน

“ส่วนเรื่องการเตรียมความพร้อมด้านจราจรนั้น ทางด้านตำรวจได้ร่วมเตรียมการกับการบินไทยและ ทอท. มากว่า 1 ปีแล้ว จึงคาดว่าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในวันที่เริ่มปฏิบัติการบินเปลี่ยนจากท่าอากาศยานดอนเมืองมาเป็นท่าอากาศยานสุวรรณภูมินั้นไม่น่ามีปัญหา ส่วนความพร้อมของเจ้าหน้าที่บริษัทวิทยุการบิน และการบริการต่างๆ ที่ ทอท. ดูแล ก็ไม่มีปัญหา ในส่วนสายการบินก็พร้อม คิดว่าไม่มีปัญหาอะไร และระบบคอมพิวเตอร์ รวมถึงระบบไฟต่างๆ ก็คิดว่าไม่มีปัญหาอะไร” พล.อ.อ.ชลิต กล่าว

ส่วนกระแสข่าวที่ว่า คณะปฏิรูปฯ จะมาตรวจสอบเรื่องความไม่โปร่งใสการจัดซื้อจัดจ้างงานประมูลต่างๆ ภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยเฉพาะโครงการจัดซื้อเครื่องตรวจสอบวัตถุระเบิดซีทีเอ็กซ์ 9000 นั้น พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า ไม่ได้มาดูเรื่องนี้ ที่มาดูเพราะต้องการให้ท่าอากาศยานเปิดให้บริการอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.อ.ชลิต ได้พาคณะกรรมการกำกับดูแลท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ไปดูห้องปฏิบัติการของสายการบินไทย ที่จะใช้เป็นห้องปฏิบัติการฉุกเฉิน หรือห้องซีม็อก ที่อยู่บริเวณชั้น 9 ของอาคารศูนย์ปฏิบัติการ ก่อนจะลงมาที่ชั้น 8 เพื่อดูห้องที่เป็นควบคุมการปฏิบัติการขนย้ายของสายการบินไทยทั้งหมดในวันที่ 28 ก.ย. โดยมีเจ้าหน้าที่อธิบายกระบวนการต่างๆ พร้อมแสดงจอมอนิเตอร์ที่ได้มีการตั้งกล้องวงจรปิดไว้ตามเส้นทางจำนวน 12 ตัวด้วย

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ (25 ก.ย. 49)

ขสมก.ใจป้ำ!! ให้บริการรถตู้เอ็นจีวีเส้นทางสุวรรณภูมิ-ดอนเมืองฟรี

องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. จัดรถตู้เอ็นจีวีเตรียมไว้ให้บริการรับส่งผู้โดยสารภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เส้นทางสุวรรณภูมิ-ดอนเมืองฟรี โดยมีเงื่อนไขผู้โดยสารต้องแสดงตั๋วโดยสารเครื่องบิน ขณะที่ผู้โดยสารยังใช้บริการค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับรถแท็กซี่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ ขสมก. ได้จัดเตรียมรถตู้เอ็นจีวีไว้คอยให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสารภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยรถตู้ดังกล่าวเป็นรถตู้ที่ใช้ก๊าซเอ็นจีวีแทนการใช้น้ำมัน มีที่นั่งผู้โดยสารทั้งหมด 13 ที่นั่ง ซึ่งจะจอดรอรับ-ส่งผู้โดยสารบริเวณอาคารผู้โดยสารขาเข้าคิวละ 2 คันเท่านั้น โดยคันอื่นจะจอดแวะพักเพื่อรอเรียกคิวที่บริเวณอาคารขนส่งสาธารณะ หรือ บัสเทอร์มินอล

นายชัยรัตน์ เพ๊ชรคูเวียง นายท่าปล่อยรถ เปิดเผยถึงเส้นทางการเดินรถของรถตู้เอ็นจีวี ว่า เบื้องต้นให้บริการระหว่างเส้นทางสุวรรณภูมิ – ดอนเมือง ซึ่งผู้โดยสารที่จะใช้บริการได้ก็จะต้องมีตั๋วโดยสารเครื่องบิน เพื่อแสดงกับพนักงานขับรถจึงจะสามารถโดยสารรถคันดังกล่าวได้โดยไม่คิดอัตราค่าบริการ โดยปัจจุบันมีรถที่ให้บริการจำนวน 10 คัน แต่เมื่อท่าอากาศยานเปิดให้บริการแบบเต็มรูปแบบน่าจะมีจำนวนรถตู้ที่ให้บริการมากกว่านี้ แต่ยังไม่ทราบว่าจะเพิ่มขึ้นอีกเท่าใด เพราะมีผู้มาใช้บริการเหมือนกัน โดยที่ยังไม่มีปัญหาติดขัด ซึ่งทาง ขสมก.ยังได้เตรียมรถบริการฟรีสำหรับผู้โดยสารอีกเช่นกัน ได้แก่ ชัตเทิลบัส ซึ่งมีจำนวน 3 สายที่วิ่งรอบท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวสังเกตว่า ผู้โดยสารยังไม่ค่อยใช้บริการรถตู้เอ็นจีวีเท่าที่ควรเมื่อเปรียบเทียบกับรถแท็กซี่ เช่นเดียวกับรถลีมูซีนที่มีผู้ใช้บริการค่อนข้างน้อย

ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ (25 ก.ย. 49)

บวท.เผยระบบจราจรทางอากาศสุวรรณภูมิพร้อม 100% แล้ว

ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) ประกาศระบบจราจรทางอากาศ ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิพร้อม 100% แล้ว ในวันดีเดย์ เปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ 28 กันยายนนี้ โดยสามารถรองรับเที่ยวบินได้สูงสุด 1,368 เที่ยวบินต่อวัน พร้อมระดมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าประจำการกว่า 100 คน ปฏิบัติงาน 24 ชั่วโมง

ในช่วงเช้าที่ผ่านมานายปรีติ เหตระกูล ผู้อำนวยการใหญ่ บวท. พร้อมด้วยผู้บริหาร เปิดแถลงข่าวยืนยันความพร้อมของระบบควบคุมจราจรทางอากาศของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิขณะนี้ว่า มีศักยภาพสมบูรณ์ครบ 100% สำหรับวันเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 28 กันยายนนี้ หลังจาก บวท.ได้มีการนำเครื่องบินเริ่มการทดสอบ และการเปิดให้บริการบางส่วนไปแล้วของหลายสายการบิน ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา

ทั้งนี้ จากศักยภาพปัจจุบันระบบการจราจรทางอากาศของสุวรรณภูมิ สามารถรองรับเที่ยวบินได้สูงสุดถึง 1,368 เที่ยวบินต่อวัน จากที่ประมาณการในช่วงเริ่มแรกว่า ตั้งแต่วันที่ 28 กันยายนเป็นต้นไป ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จะมีเที่ยวบินให้บริการเฉลี่ยวันละประมาณ 800 เที่ยวบินต่อวัน ลดลงจากประมาณเที่ยวบินที่มีอยู่ที่ท่าอากาศกรุงเทพ (ดอนเมือง) ที่มีประมาณเที่ยวบินวันละกว่า 900 เที่ยวบิน เนื่องจากยังมีเครื่องบินบางส่วน ยังคงใช้พื้นที่ท่าอากาศยานกรุงเทพต่อไปในส่วนของเครื่องบินส่วนตัว เครื่องบินเช่าเหมาลำ เครื่องของทหารและส่วนราชการ

นอกจากนี้ ในส่วนกำลังเจ้าหน้าที่ บวท.ได้เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติงานในคืนดังกล่าวกว่า 100 คน ปฏิบัติงาน 24 ชั่วโมงเต็มกำลัง ไม่รวมแผนสำรองฉุกเฉิน เช่น หากต้องกลับมาใช้ระบบควบคุมจราจรทางอากาศของท่าอากาศยานกรุงเทพ และท่าอากาศยานในจังหวัดใกล้เคียง ก็ยังมีกำลังเจ้าหน้าที่สำรอง และระบบที่พร้อมปฏิบัติการได้ทันที

สำหรับการขยายงานเพื่อรองรับการขยายตัวทางการบินในอนาคต ซึ่ง บวท.คาดว่าปริมาณการเติบโตของปริมาณผู้โดยสารและเที่ยวบินจะอยู่ที่ร้อยละ 8-10 ต่อปี ซึ่งเชื่อว่าภายใน 3 ปีข้างหน้า ระบบรองรับผู้โดยสาร และจราจรทางอากาศจะเต็มศักยภาพ และต้องมีการขยายพื้นที่รองรับ ทั้งรันเวย์ที่ 3 หลุมจอดอากาศยาน และพื้นที่อาคารผู้โดยสารในอนาคต

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ (25 ก.ย. 49)

ไทยแอร์เอเชียย้ายฐานการบินไปสนามบินสุวรรณภูมิแล้ว

ไทยแอร์เอเชียย้ายฐานปฏิบัติการบินจากท่าอากาศยานกรุงเทพไปท่าอากาศยานสุวรรณภูมิแล้ว โดยขนย้ายอุปกรณ์ต่าง ๆ เสร็จสิ้นแล้ว และมีเที่ยวบินเที่ยวแรกที่ลงจอดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเวลา 22.20 น.คืนวานนี้ (24 ก.ย.) ไปแล้ว แต่ยอมรับยังจัดสัดส่วนสำนักงานไม่เรียบร้อย อย่างไรก็ตามยังคงเป้าหมายเส้นทางการบินเพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น
นายทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทไทยแอร์เอเชีย จำกัด กล่าวว่า บริษัทได้ขนย้ายอุปกรณ์ต่าง ๆ ของบริษัทจากที่ทำการเดิมภายในท่าอากาศยานกรุงเทพมายังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว และพร้อมสำหรับการเปิดให้บริการที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในวันนี้ (25 ก.ย.) ซึ่งเที่ยวบินเที่ยวแรกที่ลงจอดที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้แก่เที่ยวบินที่ FD 3607 เส้นทางมาเก๊า – สุวรรณภูมิ เดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเมื่อเวลา 22.20 น. ของคืนวานนี้ (24 ก.ย.) “เที่ยวบินเที่ยวแรกของสายการบินไทยแอร์เอเชียที่จะมาลงจอดที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย เนื่องจากเที่ยวแรกจะต้องเป็นเที่ยวบินที่ FD 3553 เส้นทาง โกตาบารู – สุวรรณภูมิ ซึ่งตามกำหนดการจะต้องมาถึงที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในเวลา 20.40 น. แต่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงเส้นทางจากที่ต้องแตะพื้นรันเวย์ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ไปเป็นลงจอดที่ท่าอากาศยานกรุงเทพแทน เนื่องจากกรุ๊ปทัวร์ที่มากลับเที่ยวบินดังกล่าวต้องการที่จะลงที่ท่าอากาศยานกรุงเทพ เพราะหากลงที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิอาจทำให้กรุ๊ปทัวร์หลงเส้นทางได้” นายทัศพล กล่าวอย่างไรก็ตาม นายทัศพล ยอมรับว่า ภายในอาคารสำนักงานของบริษัทไทยแอร์เอเชีย ยังไม่มีการจัดสัดส่วนให้ดูเรียบร้อย ทำให้ในช่วงแรกอาจดูขลุกขลักบ้าง แต่ไทยแอร์เอเชียยังคงเป้าหมายในการเพิ่มเส้นทางการบิน เพื่อรองรับปริมาณนักท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นหลังการเปิดใช้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิอย่างเป็นทางการ

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ (25 ก.ย. 49)


แท็กซี่สนใจเข้าบริการในสนามบินสุวรรณภูมิอย่างคึกคัก

บรรดาผู้ขับแท็กซี่ให้ความสนใจให้บริการในท่าอากาศยาน “สุวรรณภูมิ” อย่างคึกคัก โดยล่าสุดเปิดเสรีไม่มีการจำกัดจำนวนแท็กซี่หรืออายุของรถ และผู้บริหาร ทอท.ยืนยันไร้มาเฟีย

เมื่อเวลา 13.00 น. วันนี้ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ได้ร่วมกับหนังสือพิมพ์เครือมติชนและคลื่นวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จัดงาน “แท็กซี่พบผู้บริหารสุวรรณภูมิ” ขึ้นที่สโมสรตำรวจ ถ.วิภาวดีรังสิต เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะเปิดเต็มรูปแบบในวันที่ 28 กันยายนนี้ โดยมีบรรดาผู้ขับรถแท็กซี่ประมาณ 1,200 คน เข้าร่วม ขณะที่เรืออากาศโทณรงค์ชัย ถนัดช่างแสง รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นำทีมผู้บริหาร รวมทั้งนายชัยรัตน์ สงวนซื่อ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ชี้แจงต่อบรรดาผู้ขับรถแท็กซี่ถึงวิธีการเข้าไปรับส่งผู้โดยสารในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยยืนยันว่ารถแท็กซี่ทุกคนสามารถไปรับส่งผู้โดยสารในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้ไม่จำกัดอายุรถแท็กซี่ แต่ในกรณีที่จะเข้าไปรับผู้โดยสารจะต้องไปรับบัตรคิวที่ศูนย์ขนส่งสาธารณะก่อน นอกจากนี้ ยังยืนยันว่าไม่มีกลุ่มอิทธิพลเรียกเก็บค่าหัวคิวในการเข้าไปรับส่งผู้โดยสาร

ขณะที่ตัวแทนผู้ขับรถแท็กซี่ได้เสนอให้พิจารณาค่าโดยสารนอกเขตพื้นที่ที่ไม่ต้องใช้มิเตอร์ในราคาเหมากิโลเมตรละประมาณ 10 บาท ทั้งนี้ เชื่อว่าจะเกิดความเป็นธรรมทั้งต่อผู้ขับรถแท็กซี่และผู้โดยสาร ขณะที่บางคนก็เสนอให้เพิ่มค่าเซอร์ชาร์จจากกำหนดให้เก็บ 50 บาท เป็น 70 บาท นอกจากนี้ ยังขอที่พักชั่วคราว ห้องน้ำ รวมทั้งอาหารราคาถูก ให้ผู้ขับรถแท็กซี่ในขณะที่รอรับผู้โดยสารด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในงานแท็กซี่พบผู้บริหารสุวรรณภูมิดังกล่าว ยังมีการจัดแจกรางวัลตั๋วเครื่องบิน โทรทัศน์ ฯลฯ รวมทั้งของที่ระลึก และแผนที่การเดินทางและแผนผังภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ แก่ผู้ขับรถแท็กซี่ที่ไปร่วมงานด้วย

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ (25 ก.ย. 49)

บินไทย-แอร์เอเชียเตรียมเพิ่มเที่ยวบินหลังสุวรรณภูมิเปิดใช้ 28 ก.ย.

การบินไทย และไทยแอร์เอเชียเตรียมเพิ่มเที่ยวบินหลังเปิดใช้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ 28 กันยายน

เรืออากาศโทอภินันทน์ สุมนะเศรณี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การบินไทยมีแผนการเปิดเส้นทางบินเพิ่ม จำนวน 2 เส้นทาง ในเดือนตุลาคมนี้ ภายหลังจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเปิดให้บริการ ได้แก่ เส้นทางสุวรรณภูมิ-โยฮันเนสเบิร์ก และสุวรรณภูมิ-ไฮเดอราบัด อินเดีย สำหรับแผนการเพิ่มตารางบินในปี 2550 จะขึ้นอยู่กับฝ่ายการตลาดของบริษัทการบินไทย และต้องดูความต้องการด้านตลาดและนโยบายการส่งเสริมของรัฐบาลด้วย ซึ่งหากมีนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นการบินไทยก็จะเปิดเที่ยวบินไว้รองรับ อย่างไรก็ตาม เรื่องการกำหนดอัตราค่าโดยสารจะยังไม่ปรับราคาค่าโดยสารเพิ่มในทุกเส้นทางอย่างแน่นอน ซึ่งจะต้องหารือความพร้อมของบริษัทและสายการบินคู่แข่งเป็นหลัก

“เพื่อรองรับการเปิดให้บริการของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ การบินไทยได้เพิ่มเที่ยวบิน 2 เส้นทางดังกล่าว ในปี 2549 นี้ โดยจะขยายฐานกลุ่มลูกค้าที่มาจากประเทศแถบแอฟริกาเป็นหลัก ส่วนเรื่องจะเปิดเส้นทางบินใหม่เพิ่มเติมหรือไม่นั้นจะต้องดูความต้องการทางด้านการตลาดและจำนวนนักท่องเที่ยวเป็นหลัก” เรืออากาศโทอภินันทน์ กล่าว

นายทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยแอร์เอเชีย จำกัด กล่าวถึงการเปิดให้บริการภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิวันแรกหลังจากย้ายฐานมาจากดอนเมืองว่า โดยภาพรวมการเปิดให้บริการวันแรกถือว่าจะเรียบร้อย แต่ยังมีปัญหาติดขัดอยู่บ้าง โดยวันแรกบริษัทได้เปิดเที่ยวบินทั้งหมด 10 เที่ยวบิน โดย 2 เที่ยวบินที่เครื่องออกช้ากว่ากำหนด เนื่องจากพนักงานประจำเครื่องและผู้โดยสารยังไม่คุ้นเคยกับสถานที่ ทำให้บางส่วนเกิดความสับสน ประกอบกับยังมีผู้โดยสารบางกลุ่มไปขึ้นเครื่องที่ดอนเมือง แต่ในส่วนนี้บริษัทการท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ได้จัดรถไปรับมาจากดอนเมือง ซึ่งตนขอประเมินความพร้อมในวันแรกว่า อยู่ที่ร้อยละ 80-90 ดังนั้น ยังคงต้องใช้เวลาอีก 2-3 วัน ในการปรับสภาพเพราะยังมีอุปกรณ์และเครื่องมือบางอย่างที่พนักงานยังไม่คุ้นเคย โดยเฉพาะเคาน์เตอร์เช็กอิน ซึ่งมองว่ามีความพร้อมร้อยละ 50-90

“ในวันเปิดบริการเชิงพาณิชย์ 28 กันยายน คาดว่าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะเปิดให้บริการได้ ทั้งนี้ บริษัทยังคงเป้าหมายการเปิดเส้นทางการบินเพิ่มเติม โดยตั้งเป้าว่าน่าจะเปิดได้ภายในเดือนพฤศจิกายนปีนี้อย่างน้อย 2 เส้นทาง ได้แก่ อินโดจีน และจีนตอนใต้” นายทัศพล กล่าว

ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์ (25 ก.ย. 49)

September 24, 2006

คปค.เห็นชอบเปิดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิวันที่ 28 กันยายนนี้

คปค.เห็นชอบเปิดใช้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 28 ก.ย.เตรียมยกกำลังพลเกือบ 1,000 นาย ช่วยเหลือขนย้ายอุปกรณ์ภายใน 2-3 วันนี้ ด้านโฆษกคณะปฏิรูปฯ ระบุตั้งแต่พรุ่งนี้ให้สื่อฟังข้อมูลข่าวจากหัวหน้า-รองหัวหน้า-โฆษก-รองโฆษกคณะปฏิรูปฯ เท่านั้น เพื่อดับข่าวลือ

วันนี้ (24 ก.ย.) พล.ท.พลางกูร กล้าหาญ โฆษกคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พร้อม พล.ต.ทวีป เนตรนิยม รองโฆษกคณะปฏิรูปฯ ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ รองโฆษกคณะปฏิรูปฯ แถลงผลการประชุมคณะปฏิรูปฯ ซึ่งมี พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าคณะปฏิรูปฯ เป็นประธานการประชุม

พล.ต.ทวีป กล่าวว่า ที่ประชุมคณะปฏิรูปฯ มีการหารือเรื่องการเปิดใช้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยเชิญปลัดกระทรวงคมนาคม และคณะผู้บริหารที่รับผิดชอบท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมาบรรยายสรุปและให้ข้อมูลต่างๆ โดยการปฏิบัติการทางการบินมีความพร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์ มีการทดสอบทางการบินเป็นห้วงระยะเวลา ทั้งในและต่างประเทศตลอดเวลาทั้งกลางวัน-กลางคืน ระบบภายในทุกระบบเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สำหรับการเคลื่อนย้ายอุปกรณ์และแก้ปัญหานั้น กองบัญชาการทหารสูงสุด และเหล่าทัพสนับสนุนกำลังพล 800 นาย ในการเคลื่อนย้ายและปฏิบัติการต่อเนื่องไป 90 วัน โดยการเปิดใช้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะเป็นไปตามกำหนดเวลาเดิม คือ วันที่ 28 กันยายนนี้ ที่ประชุมคณะปฏิรูปฯ เห็นชอบและตอบรับไปตรวจเยี่ยมสนามบินภายใน 2-3 วันนี้

ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ (24 ก.ย. 49)

การบินไทยมั่นใจการทดสอบบินกลางคืนไม่มีปัญหา

กรุงเทพฯ 23 ก.ย. – การบินไทยร่วมทดสอบเที่ยวบิน “สุวรรณภูมิ-โซล และสุวรรณภูมิ-ปักกิ่ง” ในช่วงคืนที่ผ่านมา โดยถือเป็นการทดสอบในช่วงเวลากลางคืนเป็นครั้งแรกที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยมั่นใจว่าทุกอย่างมีความพร้อมอย่างเต็มที่

นายวันชัย ศารทูลทัต ปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงการทดสอบเที่ยวบินเส้นทางสุวรรณภูมิ-โซล (เกาหลีใต้) เที่ยวบินทีจี 6561 และเส้นทางสุวรรณภูมิ-ปักกิ่ง เที่ยวบินทีจี 674 ซึ่งเป็นการทดสอบการบินในช่วงเวลากลางคืนเป็นครั้งแรกที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยเที่ยวบินสุวรรณภูมิ-โซล จะออกเดินทางเวลา 00.35 น. ของวันที่ 23 กันยายน 2549 เดินทางถึงกรุงโซล ในเวลา 08.00 น. ส่วนเที่ยวบินปักกิ่งจะเดินทางออกในเวลา 00.35 น. เช่นเดียวกัน และจะเดินทางถึงในเวลา 06.15 น. โดยการทดสอบเที่ยวบินครั้งนี้จะเป็นการทดสอบความพร้อมในส่วนของการบิน ซึ่งจะแสดงให้เห็นว่าการบินไทยมีความพร้อมเต็มที่ในการบินที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิทั้งในตอนกลางวันและตอนกลางคืน

นอกจากนี้ ยังเป็นการทดสอบระบบในส่วนของการเช็กอินตั๋วผู้โดยสาร สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ศุลกากร หลังจากที่ได้ทดลองบินเส้นทางบินไปแล้วตั้งแต่วันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา โดยทุกฝ่ายถือว่ามีความพร้อมในการเตรียมการ สำหรับจำนวนยอดผู้โดยสารเส้นทางสุวรรณภูมิ-โซล มียอดผู้โดยสารจำนวน 162 คน และเส้นทางสุวรรณภูมิ-ปักกิ่ง มีผู้โดยสาร 229 คน

“ในช่วงที่ผ่านมาสายการบินไทยได้อบรมพนักงานและกัปตันที่จะมาทำการบินในช่วงเวลากลางคืน รวมถึงเวลากลางวันมาตลอดเวลาอยู่แล้ว ซึ่งการบินลงที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิซึ่งเป็นสนามบินใหม่ไม่คิดว่าจะมีปัญหาอะไร เพราะว่าได้เคยทดสอบการบินขึ้นลงเป็นประจำร่วมกับหอบังคับการบินของบริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด และในช่วงที่ผ่านมาในเรื่องของระบบสายพานลำเลียงกระเป๋าและการเช็กอินก็จะเห็นว่าไม่มีปัญหาอะไร” นายวันชัยกล่าว

นายวันชัย กล่าวถึงเรื่องครัวการบินไทยที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หลังจากที่วันนี้ได้พาคณะสื่อมวลชนชมกระบวนการผลิตอาหาร ว่า ครัวการบินไทยจะสามารถผลิตอาหารรองรับผู้โดยสารและสายการบินต่าง ๆ เฉลี่ย 87,000 ชุดต่อวัน ซึ่งมากกว่าขีดความสามารถที่ท่าอากาศยานดอนเมืองผลิตได้เฉลี่ยได้ 60,000 ชุดต่อวัน และภายใน 2 ปีข้างหน้า ขีดความสามารถของครัวการบินไทยที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะขยายการผลิตอาหารเพิ่มได้เฉลี่ย 100,000 ชุดต่อวัน และสำหรับครัวการบินไทยที่ถูกไฟไหม้เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ขณะนี้ได้ปรับปรุงซ่อมแซมส่วนที่เสียหายแล้ว โดยจะก่อสร้างเสร็จในเดือนมีนาคม 2550 และเปิดใช้ได้ในเดือนเมษายน 2550 สำหรับครัวการบินไทยมีมูลค่าในการก่อสร้าง 3,500 ล้านบาท.

ที่มา: MCOT.NET

สายการบินขอใช้สุวรรณภูมิเพิ่ม

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเนื้อหอม มีสายการบินขอใช้บริการเพิ่มจากดอนเมือง ขณะที่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย เอาใจคนท้องถิ่น เปิดรับสมัครงาน เกือบ 3 พันตำแหน่ง

นายชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ อธิบดีกรมการขนส่งทางอากาศ ยอมรับว่า สายการบินต่าง ๆ ยังกังวลวันเปิดให้บริการในเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ วันที่ 28 กันยายนนี้ เรื่องระบบสายพานลำเลียงกระเป๋า เหมือนตอนสนามบินฮ่องกงเปิดใหม่ ๆ แต่เชื่อว่า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะพร้อมรับมือ และเตรียมแผนแก้ปัญหาไว้แล้ว

ขณะเดียวกัน การเปิดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทำให้มีสายการบิน กว่า 92 สายการบิน มาใช้บริการ จากเดิมที่ดอนเมืองมีอยู่ 87 สายการบิน หากรวมสายการบินในประเทศ และสายการบินประเภทเช่าเหมาลำ จะทำให้มีสายการบินมาใช้บริการ กว่า 100 สายการบินทั่วโลก

ขณะเดียวกันวันนี้ บริษัท ท่าอากาศยานไทย ได้จัดกิจกรรมโครงการตลาดนัดแรงงานขึ้น ภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อสร้างงานและสร้างรายได้ให้ผู้ที่มีภูมิลำเนาและชุมชนโดยรอบท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีบริษัทผู้ประกอบการ เข้าร่วมรับสมัครพนักงานในตลาดนัดแรงงาน 18 บริษัท และมีตำแหน่งงานรองรับสมัครพนักงาน กว่า 2,800 ตำแหน่ง

ด้าน คณะกรรมการการบินไทย อนุมัติให้รับพนักงานเพิ่มอีก 509 อัตรา เพื่อรับตารางการบินใหม่ หลังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเปิดให้บริการ พร้อมยืนยันความพร้อมที่จะให้บริการและมีแผนสำรองไว้แล้วกรณีเกิดปัญหาฉุกเฉิน เช่น การขอกำลังทหารเพื่อแก้ปัญหาหากสายพานลำเลียงมีปัญหา

นอกจากนี้ นายวันชัย ศารทูลทัต ปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานกรรมการการบินไทย ปฏิเสธว่า ไม่มีการพิจารณาจัดซื้อเครื่องบินแอร์บัส จำนวน 8 ลำ มูลค่า 3 แสนล้านบาท ก่อนเกษียณอายุตามที่มีข่าวลือ พร้อมประกาศหาคนรับผิดชอบการปล่อยข่าวลือดังกล่าว


ที่มา: MCOT.NET

การบินไทยพอใจผลการประเมินในการบินวันที่ 15 กันยายน

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 21 กันยายน - กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) พอใจผลการประเมินการให้บริการเที่ยวบินพาณิชย์ภายในประเทศที่เริ่มบินจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิตั้งแต่วันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา

เรืออากาศโทอภินันท์ สุมนะเศรณี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ. การบินไทย กล่าวถึงผลการประเมินเส้นทางการบินในประเทศจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิสามเส้นทางว่า ระบบทุกอย่าง น่าพอใจ ทั้งการเช็คอินผู้โดยสาร ระบบสายพานลำเลียงกระเป๋า ระบบนำร่องอากาศยาน งานบริการภาคพื้น และงานบริการส่วนอื่น ล้วนทำงานได้อย่างสมบูรณ์

ขณะเดียวกันนางพิศมัย จันทรุเบกษา กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายครัวการบิน บมจ.การบินไทย กล่าวว่า ขณะนี้ฝ่ายครัวการบินในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้เตรียมพร้อมการทดสอบขั้นตอนการผลิตอาหาร ประมาณ 500-600 ชุด เพื่อส่งขึ้นเที่ยวบินทดสอบในช่วงเวลากลางคืนพรุ่งนี้ (วันที่ 22 กันยายน) ทั้งนี้ เมื่อเปิดใช้อย่างสมบูรณ์ ครัวการบินท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีศักยภาพสูงสุดคือสามารถผลิตได้มากถึง 85,000 ชุดต่อวัน ปัจจุบันการบินไทยมีลูกค้าของครัวการบินจำนวน 50 สายการบิน ขณะนี้สายการบินอื่นๆหลายสายเริ่มให้ความสนใจจะใช้บริการของครัวการบินไทย

เรืออากาศโทอภินันท์กล่าวต่อว่า งานชิ้นต่อไปที่สำคัญก็คือ การย้ายฐานปฏิบัติการตอนกลางคืน วันที่ 27 ซึ่งระบบทั้งหมดจะถูกเคลื่อนย้ายไปท่าอากาศยานสุวรรณภูมิให้เรียบร้อยก่อนเวลาปิดทำการของท่าอากาศยานกรุงเทพ (ดอนเมือง) ในเวลา 3 นาฬิกา ของวันที่ 28 กันยายนนี้ ซึ่งจากการติดตามแผนการโยกย้ายพบว่ามีความพร้อมมากที่สุดเช่นกัน

นอกจากนี้ ในช่วงค่ำของวันที่ 27 กันยายน เวลาประมาณ 19 นาฬิกา ระหว่างที่มีการจัดเก็บอุปกรณ์ส่วนสุดท้าย การบินไทยจะร่วมจัดงานอำลาอาลัยท่าอากาศยานกรุงเทพด้วย โดยจะเป็นการจัดแยกจากงาน ของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เพื่อให้พนักงานของการบินไทยได้ร่วมกันอำลาท่าอากาศยานกรุงเทพซึ่งรับใช้คนไทยมานานหลายทศวรรษ

ที่มา: MCOT.NET

มั่นใจผู้โดยสารระดับพรีเมียมเพิ่มขี้นและพร้อมบินเวลากลางคืน

สุวรรณภูมิ 21 ก.ย.- ประธานกรรมการบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) มั่นใจปริมาณผู้โดยสารในระดับพรีเมียมที่ใช้บริการจะเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ต่อปี เพราะการปรับปรุงบริการให้ดีขึ้น ขณะที่วันพรุ่งนี้ (22 ก.ย.) พร้อมทดสอบเที่ยวบินระหว่างประเทศไปกรุงโซลและกรุงปักกิ่ง ช่วงเวลากลางคืนที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ในช่วงเช้าวันนี้ (21 ก.ย.) นายวันชัย ศารทูลทัต ปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานกรรมการ บมจ.การบินไทย ได้ตรวจเยี่ยมพื้นที่รับรองลูกค้าผู้โดยสารชั้นรอยัล คลาส และเฟิสท์ คลาส ในพื้นที่อาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งตกแต่งเป็นพิเศษ มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสารอย่างครบครัน ซึ่งผู้โดยสารสามารถนั่งรอและมีเจ้าหน้าที่การบินไทยดูแลและออกตั๋วโดยสารให้ รวมทั้งบริการอาหารว่างต่าง ๆ และเมื่อเดินทางผ่านเข้าช่องทางพิเศษสำหรับพิธีการตรวจคนเข้าเมือง จะพบกับสิ่งอำนวยความสะดวกเช่น ห้องประชุม พิเศษที่จัดทำไว้ 5 ห้อง พื้นที่บริการเซาน่าและสปา รวมทั้งมุมเด็กเล่น

นายวันชัย มั่นใจว่า ปริมาณผู้โดยสารในระดับพรีเมียมที่มาใช้บริการการบินไทยจะเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ต่อปีจากปริมาณผู้โดยสารที่ใช้บริการระดับดังกล่าวในปัจจุบันปีละ 1.3 ล้านคน ซึ่งปริมาณที่เพิ่มขึ้นจะมาจากการบริการที่ปรับดีขึ้น

สำหรับกำหนดการของการบินไทยที่เตรียมความพร้อมที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ คณะกรรมการการบินไทยจะประชุมถึงแผนความพร้อมในการย้ายฐานปฏิบัติการในช่วงเช้าวันพรุ่งนี้ หลังจากนั้นคณะกรรมการการบินไทยและ ทอท.จะเยี่ยมชมอาคารผู้โดยสารพร้อมกัน ส่วนช่วงเย็นนายวันชัย จะพาคณะสื่อมวลชนตรวจเยี่ยมการผลิตอาหารที่ครัวท่าอากาศยานกรุงเทพจนถึงขั้นตอนการนำส่งมายังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อบรรจุรอการขึ้นเครื่องบินก่อนที่ในช่วงกลางคืนจะมีเที่ยวบินของการบินไทย ทดสอบเที่ยวบินในเวลากลางคืน เดินทางสู่กรุงโซลของเกาหลีใต้และกรุงปักกิ่งของสาธารณรัฐประชาชนจีน.-สำนักข่าวไทย

ที่มา: MCOT.NET

September 09, 2006

เปิดสุวรรณภูมิ ตึก สจล.สูงเกินชี้ขัดกฏการบิน

สถาบันเทคโนโลยีเจ้าคุณทหารลาดกระบังชี้ชัด 2 อาคารเรียนสูงเกินมาตรฐานขัดกฏการบิน เผยหากเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิถือว่าผิดกฎหมายทันที ขู่เคลื่อนไหวครั้งใหญ่ 15 ก.ย.นี้ หาก ทอท.ยังนิ่งเฉยไม่อนุมัติงบฯ ปรับปรุงอาคาร 214 ล้าน ด้านกรมการขนส่งทางอากาศยันเสาและตึกสูงลาดกระบังไม่ส่งผลต่อการบิน อ้างชี้แจงทุกสายการบินแล้ว ขณะที่ทอท.บอกอ้อมแอ้มกำลังเร่งให้

วานนี้ (6 ก.ย.) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เปิดแถลงข่าวเรื่องการแก้ไขปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากสนามบินสุวรรณภูมิที่มีต่อสถาบันฯ ซึ่งดำเนินการเรียกร้องมากกว่า 10 ปี ยังไม่มีคำตอบจากผู้รับผิดชอบคือการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย(ทอท.)

รศ.ศิริวัฒน์ โพธิเวชกุล ประธานคณะกรรมการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมของ สจล. กล่าวว่า ขณะนี้ทางสถาบันฯได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องในการแก้ปัญหาผลกระทบจากการก่อสร้างและการเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิ ทั้งในส่วนของสถาบันฯ และชุมชนใกล้เคียง

ทั้งนี้ ผลกระทบที่เกิดขึ้นอันดับแรกคือเรื่องมลภาวะทางเสียงที่มีความดังมากกว่า NEF 35 ความสั่นสะเทือนที่มีต่ออาคารเรียน ปริมาณการจราจร อุทกวิทยา คุณภาพน้ำในแม่น้ำลำคลองสาธารณะ คุณภาพอากาศ ซึ่งที่ผ่านมา สจล.ได้ดำเนินการอย่างสันติวิธีมาโดยตลอด ทั้งการนำเรื่องเข้าพบนายกรัฐมนตรี หรือทุกฝ่ายที่มีความเกี่ยวข้องกับโครงการดังกล่าว และมีการประชุมร่วมกับผู้ว่าฯ ทอท.ทั้งเป็นทางการและไม่เป็นทางการจนถึงปัจจุบันกินเวลากว่า 10 ปี ผ่านรัฐบาลมาหลายชุด แต่ก็ไม่ได้มีผลในทางปฏิบัติอย่างจริงจังกระทั่งสนามบินจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในวันที่ 15 ก.ย.นี้

“คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติมีมติให้ดูแลผลกระทบก่อนที่จะมีการเปิดใช้สนามบิน ซึ่งสถาบันฯ ได้ออกแบบและนำเสนองบประมาณเบื้องต้นทั้งหมดเพื่อนำมาปรับปรุงอาคารเรียน โดยเฉพาะอาคาร 2 แห่งที่ถือว่าเป็นอาคารสูงกีดขวางการบิน ต้องติดไฟกระพริบและทาสีใหม่ ขณะที่อาคารหลังอื่นก็ต้องมีการปรับปรุงเช่นกัน ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้เป็นคนสั่งการให้ ทอท.แก้ไขปัญหานี้มานานแล้ว โดยในขั้นต้นให้อนุมัติงบประมาณเป็นเงิน 214 ล้านบาท แต่กระทั่งปัจจุบันล่วงเลยมาเป็นเวลากว่าครึ่งปีทาง ทอท.ก็ยังไม่ได้ดำเนินการแต่อย่างใด”

สจล.ขอเรียกร้องให้ ทอท.ดำเนินการในการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนที่สุดดังนี้ 1. อนุมัติงบประมาณเร่งด่วน ในการป้องกันเสียงสำหรับอาคารเรียนที่อยู่ในแนวเส้นเสียงตั้งแต่ 30-35 NFE ซึ่งมีอาคารที่ต้องปรับปรุง 22 อาคาร ในวงเงิน 214 ล้านบาท 2.งบประมาณในการติดตั้งไฟสว่างของอาคารเรียนรวม 12 ชั้น ซึ่งเป็นอาคารที่มีความสูงเกินมาตรฐาน ในเขตปลอดภัยทางเดินอากาศ จำนวน 4 ล้านบาท 3.ทอท.ต้องตั้งงบประมาณผูกพันในส่วนที่เหลือรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,021.7 ล้านบาทให้กับ สจล.และ ทอท.จะต้องติดตามผลกระทบที่ สจล.จะได้รับ โดยเฉพาะเรื่องเสียงให้ศึกษาแนวเส้นเสียง NEF ใหม่ และให้ใช้แผนการบินในสถานการณ์ที่ ทอท.ใช้ตลอด 1 ปีมาคำนวณ

4.ทอท.ต้องชัดเจนเรื่องผู้ที่จะรับผิดชอบในการติดตามตรวจสอบและเฝ้าระวังระดับเสียงและความสั่นสะเทือน เพื่อไม่ให้เกินมาตรฐาน 5. ทอท.ต้องติดตั้งสถานีตรวจวัดสภาวะแวดล้อมแบบอัตโนมัติ เพื่อเฝ้าระวังผลกระทบคุณภาพอากาศในระยะยาว 6. ขอให้ผู้เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาการจราจรทั้งหมดซึ่งจะส่งผลกระทบต่อทั้งสจล.และชุมชนเป็นอย่างมาก 7. ทอท. ต้องแก้ไขผลกระทบเมื่อเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิ โดยเฉพาะในช่วง 5 ปีแรก ควรมีการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การแก้ปัญหาให้แก่บุคลากร สจล. และชุมชนใกล้เคียงให้รับทราบ

ข้อเรียกร้องทั้งหมดนี้ สจล.ได้ทำจดหมายเปิดผนึกถึงรักษาการนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (กทภ.) รมว.คมนาคม รมว.ศึกษาธิการ ผู้อำนวยการใหญ่ทอท. คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ให้ดำเนินการแก้ปัญหาโดยด่วน

“ปัจจุบันสนามบินใช้เครื่องบิน F16 เพื่อไล่นกทุกวัน ซึ่งพอมีปัญหาเรื่องรันเวย์อย่างนี้ก็ยังไม่มีการดำเนินการแก้ไข อยากสร้างก็สร้าง หาก ทอท.ยังยืนยันจะเปิดสนามบินสุวรรณภูมิในวันที่ 15 ก.ย.นี้ก็แสดงว่าฝ่าฝืนและผิดกฎหมายเพราะมีตึกของ สจล. 2 ตึกที่สูงกว่ามาตรฐานถือว่ากีดขวางการบิน ซึ่งจะส่งผลกระทบทั้งนักบินและผู้ที่อาศัยอยู่ในตัวอาคาร อีกทั้ง ICAO ซึ่งเป็นองค์กรการบินระหว่างประเทศยังไม่ได้รับรองให้มีการเปิดใช้สนามบินเพื่อการบิน และการปรับปรุงอาคารในเบื้องต้นด้วยการติดไฟกระพริบที่ตัวตึกนั้น ก็เหมือนเป็นการเตือนนักบินและต้องเปิดทั้งวัน ไม่เช่นนั้นก็อาจจะเกิดเหตุการณ์เหมือน 11 ก.ย. ที่สหรัฐอเมริกา”

หลังจากนี้หาก ทอท.ยังไม่แก้ปัญหาตามข้อเรียกร้องของ สจล. ในวันที่ 15 ก.ย. นี้ สจล.จะมีการเคลื่อนไหวแต่จะเป็นในรูปแบบใดนั้นต้องคอยติดตามกันต่อไปเพราะ สจล.เข้าใจว่าการเรียกร้องอย่างสันติวิธีในเชิงวิชาการนั้น เป็นสิ่งที่ถูกแต่เมื่อวิธีดังกล่าวใช้ไม่ได้ผล คงต้องมีการดำเนินการด้วยวิธีอื่น ซึ่งในส่วนของนักศึกษานั้นได้เคยมาปรึกษาว่าจะมีการเดินขบวนประท้วงแต่สถาบันฯได้ห้ามไว้ แต่หลังจากนี้ถึง สจล.ไม่ได้อนุญาต แต่เชื่อว่านักศึกษาคงจะออกมาเคลื่อนไหวแน่นอน รวมไปถึงชุมชนที่ได้รับผลกระทบไม่น้อยกว่ากันด้วย

ด้าน.รศ.สมศักดิ์ ธรรมเวชวิถี คณะกรรมการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม สจล. กล่าวว่า ตำแน่งที่สถาบันฯตั้งอยู่ ตามมาตรฐานสากลอยู่ที่แนวเส้นเสียง 30-35 NEF ซึ่งอาคารที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือคณะวิศวกรรมศาสตร์และหอพักนักศึกษาซึ่งเป็นอาคารในแนวขึ้นลงของเครื่องบิน จึงเป็นกลุ่มอาคารที่ควรได้รับการปรับปรุงอย่างเร่งด่วนที่สุด ส่วนนโยบายทอท.จะให้บริการเป็นร้อยล้านคนจะไปเพิ่มอัตราของเสียงที่แนวเส้นเสียงNEF 40 ซึ่งทำให้สถาบันไม่สามารถจัดการเรียนการสอนได้ ในส่วนของวัสดุที่จะนำมาใช้ปรับปรุงอาคารนั้นสจล.ได้พยายามเลือกวัสดุที่มีราคาถูกที่สุดเพื่อประหยัดงบประมาณและเท่าที่ประเมินสถานการณ์ปัจจุบันที่จะเริ่มมีการเปิดใช้สนามบินอย่างไรเสียการปรับปรุงอาคารก็ยังไม่ทันการอยู่ดี

“เส้นทางแนวรันเวย์ของสนามบินจะมีทั้งสิ้น 4 รันเวย์ ซึ่งได้พาดผ่านสถาบันโดยตรงทำให้ส่งผลกระทบทั้งด้านเสียงและการสั่นสะเทือนโดยเฉพาะห้องแล็บที่ต้องการความเงียบเป็นอย่างมากก่อให้เกิดความเสียหาย แต่ทอท.เคยบอกว่าจะพยายามบินเพื่อหลบหลีกตัวอาคารเพื่อให้เกิดเสียงดังน้อยที่สุด แต่สภาวะอากาศเราไม่สามารถไปบังคับได้ ฉะนั้นในบางฤดูจำเป็นจะต้องบินผ่านสถาบันฯอย่างน้อยก็ปีละ 2-3 เดือน ดังนั้นหากไม่เร่งปรับปรุงอาคารจะส่งผลกระทบในระยะยาวแน่นอน”

วันเดียวกันนายชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ อธิบดีกรมการขนส่งทางอากาศ (ขอ.) ยืนยันว่า ความสูงของเสาและอาคารของสจล.นั้นอยู่ในเขตความปลอดภัยทางการบินภายในรัศมี 8 กิโลเมตรที่จะต้องดำเนินการไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการบิน แต่กรณีดังกล่าวไม่ถือว่ามีผลกระทบต่อมุมร่อนลงของการบินเนื่องจาก ขอ.ได้มีการทำหนังสือ (obstrucle) แจ้งไปยังสายการบินต่างๆ ให้รับทราบว่ามีความสูงของตึกและเสาในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติสากลที่ดำเนินการอยู่แล้วเช่นกัน

ส่วนที่มีผลต่อการบินคือ เสาสูงที่เกินกว่าที่กำหนด 45 เมตร ได้มีการประสานให้สจล.ดำเนินการปรับแก้ไข เนื่องจากสจล.ก่อสร้างโดยไม่ได้ขออนุญาตอย่างถูกต้อง เพราะมีการประกาศพื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตการบินก่อนที่สจล.จะก่อสร้างอาคารหรือเสาดังกล่าว เพราะหากขอสำนักงานเขตอย่างถูกต้องก็จะไม่เกิดปัญหานี้

ในส่วนของการออกใบอนุญาตการใช้สนามบินนั้น ในเบื้องต้นทาง ขอ.ได้ออกใบอนุญาตชั่วคราว ส่วนใบอนุญาตถาวรจะต้องรอให้มีการเปิดทำการบินไปแล้วไม่เกิน 3 เดือน เพราะจะต้องพิจารณาถึงความพร้อมด้านการบริการจัดการภายในสนามบินด้วย ซึ่งการออกใบอนุญาตจะไม่ครอบคลุมพื้นที่นอกเขตการบิน เช่นกรณีลาดกระบัง แต่จะต้องดำเนินการให้เกิดความปลอดภัยทางการบินตามหลักการบินทั่วไป

นายสมชัย สวัสดีผล ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวว่าทอท.อยู่ระหว่างการเร่งรัดเรื่องการจ่ายเงินดังกล่าวให้กับสจล.ส่วนกรอบวงเงิน 214 ล้านบาทนั้นได้มีการอนุมัติแล้ว แต่เนื่องจากคณะอนุกรรมการฝ่ายการบินได้ทักท้วงเรื่องระเบียบและขั้นตอนการจ่ายเงินชดเชย ซึ่งอยู่ระหว่างรอผลการศึกษาจากทางนิด้า คาดว่าจะสรุปได้ภายในเดือนนี้

ทอท.มีแนวทางชัดเจนว่าจะต้องมีการจ่ายเงินชดเชยให้กับทุกองค์กร สถาบันการศึกษาและประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์เดียวกัน จึงได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อพิจารณาแนวทางชดเชยขึ้นมาโดยมีอธิบดีขอ.เป็นประธาน และภายหลังจากเปิดให้บริการวันที่ 28 ก.ย.นี้ จะมีการติดตามผลกระทบที่เกิดขึ้นเมื่ออากาศยานขึ้น-ลงตามปกติทั้งหมด ซึ่งหากผลกระทบมีมากกว่าที่สำรวจไว้ ทอท. ก็อาจพิจารณาหาแนวทางชดเชยให้องค์กร หรือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนเพิ่มขึ้นด้วย

แหล่งข่าวจาก ทอท. กล่าวว่า การที่ ทอท.ยังไม่อนุมัติงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบทางด้านเสียงและสิ่งแวดล้อมจากสนามบินสุวรรณภูมิ เนื่องจากคณะอนุกรรมการฝ่ายการเงินได้ทักท้วงว่าผลการศึกษาดังกล่าวว่า สจล.ได้ขออนุมัติงบประมาณจาก ทอท.จำนวน 4 ล้านบาทไปทำการศึกษาและสรุปผลออกมาว่าต้องใช้งบประมาณไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาทในการปรับปรุงแก้ไขผลกระทบ ซึ่งผลการศึกษาดังกล่าวยังไม่ได้รับความเห็นชอบจาก ทอท.จึงเห็นว่าควรจะมีการศึกษาเรื่องนี้อย่างรอบคอบก่อน โดยเฉพาะหลักเกณฑ์การจ่ายเงิน

แหล่งข่าวจาก ทอท.กล่าวว่า ในส่วนของแนวร่อนลงนั้น ทางสถาบันการศึกษาดังกล่าวจะไม่ได้ใช้แนวร่อนลงของรันเวยฝั่งตะวันออก แต่จะใช้รันเวย์ฝั่งตะวันตกเป็นหลัก จึงไม่มีผลต่อการทำการบิน

ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ (6 ก.ย. 49)

คิงเพาเวอร์แจงได้ค่าฟีแค่2.5%

จากกระแสข่าวเกี่ยวกับการที่บริษัท คิงเพาเวอร์ จำกัด ผู้รับสิทธิ์บริหารพื้นที่ร้านค้าปลีกในสนามบินสุวรรณภูมิ เรียกเก็บค่าธรรมเนียมหรือค่ากินเปล่า จากผู้ประกอบการที่จะเข้าไปเช่าพื้นที่เพื่อเปิดร้านค้าต่างๆเป็นจำนวนที่มากนั้น กระทั่งทำให้ร้านค้าหลายรายไม่พอใจเพราะเสมือนเป็นการถูกมัดมือชก รวมทั้งบางรายก็ไม่ได้รับการพิจารณาที่จะให้เช่าพื้นที่แต่อย่างใด ขณะที่บางรายในธุรกิจเดียวกันอย่างเช่น ธนาคาร กลับได้พื้นที่รายเดียวจำนวนมาก
นายวิชัย รักศรีอักษร ประธานกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯเป็นผู้ได้รับสิทธิในการเข้า บริหารพื้นที่ค้าปลีกเชิงพาณิชย์ในอาคารผู้โดยสารเทอมินอลของสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งมีพื้นที่รวมประมาณจำนวน 28,000 ตารางเมตร
โดยตามเงื่อนไขที่ทำกับทางสนามบินสุวรรณภูมินั้น รายได้อันเกิดจากการที่เรียกเก็บจากผู้เช่าคือ รายได้จากการบริหารพื้นที่ร้านค้า ที่บริษัทฯเรียกเก็บค่าธรรมเนียมประมาณ 7-20% จากการขายสินค้าและบริการ ซึ่งขึ้นอยู่กับประเภทของร้านค้า แต่ทั้งนี้โดยเฉลี่ยแล้วจะอยู่ที่ 17.5% ซึ่งรายได้จากตรงนี้ บริษัทฯต้องทำตามข้อบังคับจากสนามบินสุวรรณภูมิคือต้องนำส่งให้กับทาง บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของสนามบินสุวรรณภูมิ ประมาณ 15% จึงเท่ากับว่า รายได้จากส่วนนี้บริษัทฯจะเหลือได้รับจริงเพียงแค่ 2.5% เท่านั้น ไม่ใช่ว่าจะได้ทั้งหมด 17.5%
วงเงินจำนวนดังกล่าวบริษัทฯจะต้องนำไปใช้ในการบริหารจัดการต่างๆทั้ง ตัวอาคาร บุคลากร การลงทุน และรวมไปถึงการทำการตลาด แคมเปญ โปรโมชั่น การโฆษณาและประชาสัมพันธ์ตลอด เพื่อสร้างความคึกคักและกระตุ้นให้เกิดบรรยากาศในการค้าขายมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีกับร้านค้าผู้เช่าพื้นที่ทั้งนั้น
ขณะที่ราคาค่าเช่าของพื้นที่ค้าปลีกในสนามบินสุวรรณภูมินั้น ได้กำหนดไว้ประมาณ 1,000
บาทต่อตารงเมตรต่อเดือน ซึ่งบริษัทฯต้องส่งให้กับท่าอากาศยานทั้งหมด แต่ค่าตกแต่งพื้นที่นั้น บริษัทฯจะเรียกเก็บจากของพื้นที่ ซึ่งจะสูงสุดอยู่ที่ 8,000 บาทต่อตารางเมตรต่อสัญญานาน 5 ปี
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดนี้ งบประมาณการตกแต่งพื้นที่รวมทั้งหมด ได้เพิ่มขึ้นไปถึง 3,000 ล้านบาทแล้ว จากเดิมที่ตั้งงบประมาณไว้ที่ 2,000 ล้านบาทเท่านั้นเอง เพื่อต้องการให้การตกแต่งร้านค้าและพื้นที่ทั้งหมดตรงกับคอนเซ็ปท์ของสนามบินสุวรรณภูมิที่อยู่ในระดับพรีเมี่ยมหรือ 5 ดาว จึงทำให้ต้องมีการเปล่ยนสเปควัสดุหลายประการให้สอดคล้องกัน แต่ยืนยันว่า บริษัทฯไม่ได้ผลักภาระให้กับผู้เช่าพื้นที่แต่อย่างใด
นายวิชัยกล่าวด้วยว่า จำนวนเงินที่บริษัทฯหักออกมานี้ ทั้งหมดก็จะต้องนำส่งให้กับทางท่าอากาศยานเช่นเดิม ซึ่งเงื่อนไขและราคาตลอดจนค่าธรรมเนียมต่างๆนั้น ได้มีการให้รายละเอียดกับทางร้านค้าผู้เช่าไปหมดแล้วตั้งแต่วันทำสัญญา
ปัจจุบันพื้นที่ที่บริษัทฯเปิดให้เช่านั้น มีร้านค้าที่สนใจจำนวนมาก แต่ก็ไม่สามารถที่จะให้ได้หมดทุกราย โดยมีผู้จับจองพื้นที่หมดแล้ว 100% จาก 28,000 ตารางเมตร แต่มีบางร้านค้าที่บริษัทฯเปิดโอกาสให้ใช้พื้นที่ฟรีโดยไม่คิดค่าเช่า เช่น ร้านค้าของโครงการหลวง

ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ (6 ก.ย. 49)

ลาดกระบังชี้ 2 อาคารเรียนสุดเสี่ยง ยันเปิดใช้สุวรรณภูมิ 15 ก.ย.ผิดกฎการบิน

ลาดกระบัง ระบุ 2 อาคารเรียนสูงเกินมาตรฐานขัดกฎการบิน หากเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิ ถือว่าผิดกฎหมายทันที ขู่เคลื่อนไหวครั้งใหญ่ 15 ก.ย.นี้ หาก ทอท.ยังนิ่งเฉยไม่อนุมัติงบฯ ปรับปรุงอาคาร เผยนักศึกษาเคยจะเดินขบวนประท้วงแต่สถาบันได้ขอไว้ จากนี้แม้ สจล.จะไม่อนุญาต นศ.และประชาชนใกล้เคียงรวมพลแน่
วันนี้ (6 ก.ย.) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เปิดแถลงข่าวเรื่องการแก้ไขปัญหาผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากสนามบินสุวรรณภูมิ ที่มีต่อสถาบันฯ ซึ่งดำเนินการเรียกร้องมากว่า 10 ปี ยังไม่มีคำตอบจากผู้รับผิดชอบของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

รศ.ศิริวัฒน์ โพธิเวชกุล ประธานคณะกรรมการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมของ สจล. กล่าวว่า ผลกระทบที่เกิดจากการก่อสร้างและเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งในเรื่องนี้ทางสถาบันฯได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องในการแก้ปัญหาผลกระทบทั้งในส่วนของสถาบันฯ และชุมชนใกล้เคียง ผลกระทบที่เกิดขึ้นอันดับแรก คือ เรื่องมลภาวะทางเสียง ที่มีความดังมากกว่า NEF35 ความสั่นสะเทือนที่มีต่ออาคารเรียน ปริมาณการจราจร อุทกวิทยา คุณภาพน้ำในแม่น้ำลำคลองสาธารณะ คุณภาพอากาศ ซึ่งที่ผ่านมา สจล.ได้ดำเนินการอย่างสันติวิธีมาโดยตลอด ทั้งการนำเรื่องเข้าพบนายกรัฐมนตรี หรือทุกฝ่ายที่มีความเกี่ยวข้องกับโครงการดังกล่าว และมีการประชุมร่วมกับผู้ว่าการการท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ทั้งเป็นทางการและไม่เป็นทางการจนถึงปัจจุบันกินเวลากว่า 10 ปี ผ่านรัฐบาลมาหลายชุด

“ผลการดำเนินการที่ผ่านมา พบว่า ไม่ได้มีผลในทางปฏิบัติอย่างจริงจัง กระทั่งสนามบินจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในวันที่ 15 กันยายนนี้ คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ มีมติให้ดูแลผลกระทบก่อนที่จะมีการเปิดใช้สนามบิน ซึ่งสถาบันฯ ได้ออกแบบและนำเสนองบประมาณเบื้องต้นทั้งหมดเพื่อนำมาปรับปรุงอาคารเรียน ซึ่งมีอยู่สองอาคารที่ถือว่าเป็นอาคารสูงกีดขวางการบิน ต้องติดไฟกะพริบและทาสีใหม่ ในส่วนของอาคารหลังอื่นก็ต้องมีการปรับปรุงเช่นกัน ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้เป็นคนสั่งการให้ ทอท.แก้ไขปัญหามานานนี้มานานแล้ว โดยในขั้นต้นให้อนุมัติงบประมาณเป็นเงิน 214 ล้านบาท แต่กระทั่งปัจจุบันล่วงเลยมาเป็นเวลากว่าครึ่งปีทาง ทอท.ก็ยังไม่ได้ดำเนินการแต่อย่างใด”

รศ.ศิริวัฒน์ กล่าวต่อไปว่า สจล.ขอเรียกร้องให้ ทอท.ดำเนินการในการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนที่สุดดังนี้ 1.เรียกร้องให้อนุมัติงบประมาณเร่งด่วน ในการป้องกันเสียงสำหรับอาคารเรียนที่อยู่ในแนวเส้นเสียงตั้งแต่ 30-35NFE ซึ่งมีอาคารที่ต้องปรับปรุงเบื้องต้น 22 อาคาร ในวงเงิน 214 ล้านบาท 2.งบประมาณในการติดตั้งไฟสว่างของอาคารเรียนรวม 12 ชั้น ซึ่งเป็นอาคารที่มีความสูงเกินมาตรฐาน ในเขตปลอดภัยทางเดินอากาศ จำนวน 4 ล้านบาท 3.ทอท.จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องจัดตั้งงบประมาณผูกพันในส่วนที่เหลือรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,021.7 ล้านบาท ให้กับ สจล.และ ทอท.จะต้องติดตามผลกระทบที่ สจล.จะได้รับ โดยเฉพาะเรื่องเสียงให้ศึกษาแนวเส้นเสียง NEF ใหม่ และให้ใช้แผนการบินในสถานการณ์ที่ ทอท.ใช้ตลอด 1 ปี มาคำนวณ

ทอท.ต้องมีความชัดเจนของผู้ที่จะรับผิดชอบในการติดตามตรวจสอบและเฝ้าระวังระดับเสียงและความสั่นสะเทือน เพื่อไม่ให้เกินมาตรฐาน 5.ทอท.ต้องติดตั้งสถานีตรวจวัดสภาวะแวดล้อมแบบอัตโนมัติ เพื่อเฝ้าระวังผลกระทบคุณภาพอากาศในระยะยาว 6.ขอให้ผู้เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาการจราจรทั้งหมด ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อทั้ง สจล.และชุมชนเป็นอย่างมาก 7.เรียกร้องให้ ทอท.แก้ไขผลกระทบเมื่อสนามบินสุวรรณภูมิเปิดให้บริการ โดยเฉพาะในช่วง 5 ปีแรก ควรมีการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์การแก้ปัญหาให้แก่บุคลากร สจล และชุมชนใกล้เคียงได้รับทราบเป็นระยะๆ อย่างทั่วถึง

ข้อเรียกร้องทั้งหมดนี้เป็นจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (กทภ.) รมว.กระทรวงคมนาคม รมว.กระทรวงศึกษาธิการ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ทอท. คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ได้ดำเนินการแก้ปัญหาเรื่องนี้โดยด่วน

“ ปัจจุบันสนามบินใช้เครื่องบิน F16 เพื่อไล่นกทุกวัน ซึ่งพอมีปัญหาเรื่องรันเวย์อย่างนี้ก็ยังไม่มีการดำเนินการแก้ไข อยากสร้างก็สร้าง หาก ทอท.ยังยืนยันจะเปิดสนามบินสุวรรณภูมิ ในวันที่ 15 กันยายนนี้ ก็แสดงว่าฝ่าฝืนและผิดกฎหมาย เพราะมีตึกของ สจล.2 ตึกที่สูงกว่ามาตรฐานถือว่ากีดขวางการบิน ซึ่งจะส่งผลกระทบทั้งนักบินและผู้ที่อาศัยอยู่ในตัวอาคาร อีกทั้ง ICAO ซึ่งเป็นองค์กรการบินระหว่างประเทศยังไม่ได้รับรองให้มีการเปิดใช้สนามบินเพื่อการบิน และการปรับปรุงอาคารในเบื้องต้นด้วยการติดไฟกะพริบที่ตัวตึกนั้น ก็เหมือนเป็นการเตือนนักบินและต้องเปิดทั้งวัน ไม่เช่นนั้นก็อาจจะเกิดเหตุการณ์เหมือน 11 กันยายน ที่สหรัฐอเมริกา”

ประธานคณะกรรมการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม สจล.กล่าวอีกว่าหลังจากนี้ หาก ทอท.ยังไม่แก้ปัญหาตามข้อเรียกร้องของ สจล.ในวันที่ 15 กันยายน นี้ สจล.จะมีการเคลื่อนไหวอีกครั้งหนึ่ง แต่จะเป็นในรูปแบบใดนั้นต้องคอยติดตามกันต่อไป เพราะ สจล.เข้าใจมาเสมอว่าการเรียกร้องด้วยการดำเนินการอย่างสันติวิธีในเชิงวิชาการนั้น เป็นสิ่งที่ถูกแต่เมื่อวิธีดังกล่าวใช้ไม่ได้ผล คงต้องมีการดำเนินการด้วยวิธีอื่น ซึ่งในส่วนของนักศึกษานั้นได้เคยมาปรึกษาว่าจะมีการเดินขบวนประท้วงแต่สถาบันฯได้ห้ามไว้ แต่หลังจากนี้ ทาง สจล.ไม่ได้อนุญาต แต่เชื่อว่า นักศึกษาเองคงจะมีการออกมาเคลื่อนไหวแน่นอน รวมไปถึงส่วนของชุมชนที่ได้รับผลกระทบไม่น้อยกว่ากันด้วย

ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ (6 ก.ย. 49)

คค.เตรียมปรับอัตราค่าบริการควบคุมจราจรทางอากาศ 28 ก.ย.นี้

นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด เสนอขอปรับปรุงการคิดค่าบริการควบคุมการจราจรทางอากาศ เนื่องจากบริษัทมีภาระค่าใช้จ่ายลงทุน และค่าใช้จ่ายดำเนินการจากการเปิดให้บริการที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเพิ่มขึ้น เป็นเงินจำนวน 3,280 ล้านบาท รวมถึงค่าใช้จ่ายในการดำเนินการไม่น้อยกว่าปีละ 1,000 ล้านบาท ดังนั้นคณะกรรมการการบินพลเรือน พิจารณาอนุมัติให้บริษัทวิทยุการบินฯ ทำการปรับปรุงการคิดค่าบริการควบคุมจราจรทางอากาศจากทุกสายการบิน นอกเหนือจากสมาชิกที่มีอยู่ 70 สายการบิน ได้อีกเป็น 899 เหรียญสหรัฐฯ ต่อเที่ยวบิน จากเดิมที่เก็บ 812 เหรียญสหรัฐฯ ต่อเที่ยวบิน หรือประมาณ 34,000 บาทต่อเที่ยวบิน ทั้งนี้ อัตราดังกล่าวจะเริ่มใช้ในวันที่สนามบินสุวรรณภูมิเปิดใช้อย่างเต็มรูปแบบ วันที่ 28 กันยายน

ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ (6 ก.ย. 49)

"บางกอกแอร์เวย์ส"ไม่สน"สุวรรณภูมิ" ยันไม่เลิกเส้นทางอู่ตะเภา-สมุย-ภูเก็ต

ศูนย์ข่าวศรีราชา - สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ยืนยันจะไม่ยกเลิกเที่ยวบินตรง จากสนามบินอู่ตะเภาไปยังเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี และเส้นทางอู่ตะเภา-ภูเก็ต แม้จะเปิดสนามบินสุวรรณภูมิ โดยเที่ยวบินที่ให้บริการยังสนามบินอู่ตะเภา จังหวัดระยอง เป็นเที่ยวบินที่เปิดสำหรับบริการนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ต้องการบินตรงจากพื้นที่ภาคใต้มายังเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ขณะที่ตัวเลขการใช้บริการมีอัตราเติบโตต่อเนื่อง

แหล่งข่าวจาก บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด ผู้บริหารสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เปิดเผยถึงการให้บริการ เส้นทางบินตรงจากสนามบินอู่ตะเภา จังหวัดระยองไปยังเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดภูเก็ตที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2543 ว่า ปัจจุบันบริษัท ยังคงให้บริการเที่ยวบินดังกล่าวตามปกติ โดยจัดเส้นทางบินตรงไป-กลับจากสนามบินอู่ตะเภา -เกาะสมุย วันละ 1เที่ยว ส่วนเที่ยวบินตรงไป-กลับจากสนามบินอู่ตะเภา-ภูเก็ต จะให้บริการวันละ 1 เที่ยวบินในทุกวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ และอาทิตย์

ทั้งนี้แม้ในเร็วๆ นี้จะมีการเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งมีระยะทางไม่ไกลจากสนามบินอู่ตะเภามากนัก แต่บริษัทก็ยังยืนยันที่จะไม่มีการยกเลิกเที่ยวบินตรงดังกล่าวอย่างแน่นอน เหตุเพราะการเปิดให้บริการเส้นทางบินตรงจากสนามบินอู่ตะเภา ไปยังเกาะสมุย และจังหวัดภูเก็ต ก็เพื่อให้บริการนักท่องเที่ยวที่ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ ซึ่งต้องการเดินทางตรงจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดภูเก็ต มายังเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี โดยไม่ผ่านกรุงเทพมหานคร

ส่วนการเปิดให้บริการเส้นทางบิน ที่สนามบินสุวรรณภูมิ จะเป็นการให้บริการในลักษณะเส้นทางบินทั่วไป ที่ไม่มีเพียงกลุ่มเป้าหมายเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเท่านั้น

ที่สำคัญตั้งแต่เปิดให้บริการเที่ยวบินตรงจากสนามบินอู่ตะเภาใน 2 เส้นทางตั้งแต่ปี 2543 พบว่ามีอัตราการเติบโตของนักท่องเที่ยวที่ใช้บริการอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากยอดการใช้บริการในปีแรกที่มีจำนวนผู้ใช้บริการเพียง 17,223 คน ถึงปัจจุบันมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 10% ต่อปี และยังพบว่าจำนวนผู้ใช้บริการเที่ยวบินตรงจากสนามบินอู่ตะเภา ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2549 มีมากถึง 24,786 คนและคาดว่าเมื่อถึงสิ้นปียอดผู้ใช้บริการจะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว

ขณะที่ในฤดูท่องเที่ยวที่มีการเดินทางของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ยังเพิ่มเที่ยวบินตรง อู่ตะเภา - เกาะสมุย ไปกลับเป็นวันละ 2 เที่ยวบิน ส่วนเที่ยวบินอู่ตะเภา - ภูเก็ต จะทำการบินทุกวัน วันละ 1 เที่ยวบินอีกด้วย

แหล่งข่าวยังเผยอีกว่าในเร็วๆ นี้สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ยังจะเปิดให้บริการ "City Check-In"ณ เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี เพื่ออำนวยความสะดวก ให้แก่ผู้โดยสารและนักท่องเที่ยวให้สามารถ check-in ในตัวเมืองพัทยาได้โดยไม่ต้องเดินทางไป check-in ที่สนามบินอู่ตะเภา โดยสายการบินจะเพิ่มบริการรถรับส่งผู้โดยสารระหว่างสนามบินกับตัวเมืองพัทยา

ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ (6 ก.ย. 49)

ทอท.ขานรับนโยบาย คค. จัดคิวแท็กซี่สุวรรณภูมิ

นายสมชัย สวัสดิผล ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวว่า จากนโยบายที่นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ต้องการให้ปรับปรุงแผนการให้บริการรถสาธารณะแก่ผู้โดยสารจากอาคารผู้โดยสารสนามบินสุวรรณภูมิ โดยเฉพาะการให้บริการของรถแท็กซี่ ซึ่งจากเดิมได้จัดระบบให้รถทุกคันเมื่อเข้ามาส่งผู้โดยสารจะไม่สามารถรอรับผู้โดยสารขาออกหน้าอาคารได้ โดยต้องไปจอดรถรอวิทยุสื่อสารเรียกขึ้นมารับผู้โดยที่สถานีรถโดยสารสาธารณะอีกครั้ง ซึ่งระบบดังกล่าวอาจสร้างความไม่สะดวกสบายแก่ผู้โดยสารที่มีสัมภาระหนักและมาก ดังนั้น ล่าสุดบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) จึงได้ปรับปรุงระบบรถโดยสารแท็กซี่ใหม่ โดยจะเพิ่มจุดจอดรถแท็กซี่บริเวณหน้าอาคารผู้โดยสารขาเข้าชั้น 2 โดยจะเรียกรถแท็กซี่เข้ามาเข้าคิวไม่เกิน 20 คัน เพื่อรอรับผู้โดยสาร โดยมีระบบจัดการที่หมุนเวียนให้ปริมาณรถเพียงพอต่อความต้องการของผู้โดยสารแต่ละช่วงเวลา
ส่วนการให้บริการรถโดยสารประเภทอื่นยังคงไว้เช่นเดิม โดยผู้โดยสารที่เดินทางขาเข้ามาถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจากต่างจังหวัดหรือต