เปิดกว้างให้เที่ยวบินในประเทศใช้สุวรรณภูมิ 15 ก.ย.นี้เป็นไปโดยสมัครใจ
ปลัดกระทรวงคมนาคมยอมรับการย้ายเที่ยวบินในประเทศมาเริ่มให้บริการที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิวันที่ 15 กันยายน นี้ จะเป็นการประกาศเชิญชวนสายการบินต่าง ๆ ให้มาเข้าร่วมโดยความสมัครใจ ขณะที่ การบินไทย จะมีการโยกย้ายมาบินขึ้น-ลงที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในบางเส้นทาง ยืนยันการนำร่องการให้บริการของเที่ยวบินที่สุวรรณภูมิเร็วขึ้นจะส่งผลดีมากกว่าผลเสีย
นายวันชัย ศารทูลทัต ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวภายหลังประชุมหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับเปิดให้บริการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ว่า เพื่อให้หัวหน้าส่วนราชการยืนยันความพร้อมในการเตรียมเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเต็มรูปแบบในวันที่ 28 กันยายน นี้ ตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการบริหารพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (กทภ.) ได้สอบถามความพร้อมมายังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงคมนาคม บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. และบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อให้ได้รับคำตอบก่อนที่จะรายงานให้ที่ประชุม กทภ.ทราบในการประชุมครั้งต่อไป ซึ่งในวันนี้ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยืนยันถึงความพร้อม ที่จะสามารถให้บริการได้ตามกำหนดดังกล่าว ส่วนอุปสรรคที่มี ขณะนี้ถือว่าเป็นเพียงประเด็นเล็กน้อย เช่น การจัดเตรียมความพร้อมของอาคารคลังสินค้า หรือคาร์โก้ ซึ่งมีการปรับปรุงสภาพตัวอาคาร เชื่อว่างานทั้งหมดจะแล้วเสร็จพร้อมให้บริการตามกำหนดแน่นอน
สำหรับกรณีที่รัฐบาลได้มอบนโยบายให้เลื่อนกำหนดการเริ่มให้บริการสำหรับเที่ยวบินในประเทศเร็วขึ้น มาเป็นวันที่ 15 กันยายน จากกำหนดเดิมวันที่ 28 กันยายน นั้น กระทรวงคมนาคมขอยืนยันว่าทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังจะทำแผนรายละเอียด แต่ในเบื้องต้นการเริ่มให้บริการของสายการบินต่าง ๆ จะมีลักษณะเชิญชวนว่าหากสายการบินใดมีความพร้อมก็สามารถเริ่มให้บริการได้ สำหรับการบินไทยนั้น เที่ยวบินที่จะมีความพร้อมสามารถเริ่มดำเนินการได้ในวันที่ 15 กันยายน จะเป็นบางเส้นทาง อาทิ เที่ยวบินระหว่างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ-พิษณุโลก ขอนแก่น อุบลราชธานี ขณะที่เที่ยวบินจากจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญ เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต จะยังใช้ท่าอากาศยานกรุงเทพ ไปจนถึงวันที่ 28 กันยายน เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนสำหรับผู้เดินทางที่ต้องต่อเครื่องไปต่างประเทศ
ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวอีกว่า การเริ่มให้บริการเที่ยวบินในประเทศเร็วขึ้นจะส่งผลดี นอกจากลดการกระจุกตัวของการย้ายเที่ยวบินในวันที่ 28 กันยายน แล้ว ยังสามารถช่วยทดสอบอุปกรณ์ที่จะนำมาใช้ การเรียนรู้งานของบุคลากรที่จะมาปฏิบัติงานจริง รวมถึงสร้างความคุ้นเคยให้กับประชาชนที่จะเดินทางมาใช้บริการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิด้วย ส่วนการอำนวยความสะดวกให้แก่สายการบินต่าง ๆ นั้น ได้สั่งให้ ทอท.และกรมการขนส่งทางอากาศ ร่วมกันจัดตั้งห้องข้อมูลหรือดาต้ารูม เพื่อให้ทุกสายการบินสามารถให้ข้อมูลถึงอุปสรรคปัญหาและขอความร่วมมือในการดำเนินการเตรียมความพร้อมของตนเอง ทำให้เกิดความร่วมมือและคล่องตัวมากขึ้น
สำหรับความวิตกในเรื่องการขนย้ายอุปกรณ์การบิน ซึ่งเดิมการบินไทยจะมีการย้ายอุปกรณ์ทั้งหมดในวันที่ 27 กันยายน แต่หากมีการย้ายเที่ยวบินในประเทศเร็วขึ้น ก็จะไม่ส่งผลให้เกิดปัญหาในเรื่องจำนวนอุปกรณ์ที่จะพอเพียงต่อการใช้งาน เนื่องจากขณะนี้การบินไทยได้มีการทยอยขนย้ายอุปกรณ์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเมื่อนำมารวมกับอุปกรณ์ใหม่ที่ได้จัดซื้อ เชื่อว่าจะเพียงพอต่อความต้องการแน่นอน นอกจากนี้ ในวันดังกล่าวทุกหน่วยงานทั้ง ทอท. และการบินไทย ยังสั่งให้เพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ที่เข้าทำงานมากขึ้นอีก 1 เท่าตัว เพื่อสามารถรองรับและแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นเฉพาะหน้าได้อย่างทันท่วงที
ด้าน นายสมชัย สวัสดีผล ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวว่า สำหรับการประสานความร่วมมือระหว่าง ทอท.และบริษัทสายการบินต่าง ๆ นั้น ทอท.ได้แต่งตั้งคณะกรรมการ 1 ชุด มีรองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นประธาน โดยในวันที่ 11 สิงหาคม นี้ จะประชุมร่วมกับสายการบินต่าง ๆ เพื่อเตรียมความพร้อมของเที่ยวบินตามกำหนดการดังกล่าว ก่อนที่จะมีการสรุปผลเพื่อรายงานให้คณะกรรมการ ทอท.ทราบในวันที่ 14 สิงหาคม
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ (8 ส.ค. 49)