HFlight รีวิวสายการบิน โรงแรม จองโรงแรมทั่วโลก - หน้าแรก
- กลับหน้าแรก -
หน้าแรก | จองโรงแรมที่พัก | ข่าวการบิน | Webboard | สายการบิน | กิน-เที่ยว-เดินทาง | รีวิวโรงแรม | คู่มือเที่ยวเมืองนอก | ลงโฆษณา

  
 

« ยันระบบสื่อสารสุวรรณภูมิพร้อมใช้งาน | Main | บางกอกแอร์มั่นใจสุวรรณภูมิช่วยดันธุรกิจการบิน-ท่องเที่ยวโต »

จิมทอมป์สันขยายตลาดยุโรป เปิดชอปสุวรรณภูมิคาดโต10%

โดย ผู้จัดการรายวัน 24 กรกฎาคม 2549 19:18 น.

จิมทอมป์สันเตรียมปรับภาพลักษณ์ใหม่เน้นดีไซน์ทันสมัย เบนเข็มขยายพื้นที่ส่งออก หันหน้าเอาดีจับตลาดยุโรป เผยนำร่องเมืองเบียร์กรุยทางฉลุย ล่าสุดพร้อมเปิดสาขาสนามบินสุวรรณภูมิ 2 แห่ง จับกลุ่มลูกค้าเชิงพาณิชย์ บวกเปิดที่พารากอนเชื่อยอดรวมโต 10%

นายเอริค บู๊ทธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดต่างประเทศ บริษัท อุตสาหกรรมไทย จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผ้าไหมไทยจิมทอมป์สัน เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทฯมีแผนที่จะปรับภาพลักษณ์ของสินค้าและพัฒนาสินค้าแบรนด์ จิม ทอมป์สัน ใหม่ เพื่อให้สามารถสร้างแบรนด์ในต่างประเทศมากขึ้น โดยมีแผนที่จะขยายตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในตลาดทวีปยุโรป

ที่ผ่านมาบริษัทฯทำตลาดต่างประเทศได้ครอบคลุมแล้วในหลายพื้นที่เช่น สิงคโปร์ มาเลเชีย บรูไน ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นต้น ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยยอดการส่งออกต่างประเทศในปีที่แล้วมีการเติบโตมากถึง 7% คิดเป็นยอดขายทั้งสิ้น 453 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น ผ้าไหมตกแต่ง 84% หรือประมาณ 379 ล้านบาท และผ้าไหมสำเร็จรูป ประมาณ 16% หรือประมาณ 74 ล้านบาท จากยอดรายได้ส่งออก 453 ล้านบาท

การเปิดตลาดต่างประเทศใหม่ๆในยุโรป เนื่องจากว่า แนวโน้มการขายผ้าไหมแบบปลีกในร้านมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้ทำสัญญาการส่งออกไปยังประเทศเยอรมันในเมืองมิวนิค โดยจะมีการเปิดร้านจิมทอมป์สันด้วย ในรูปแบบสแตนด์อโลน รวมทั้งการขายผ่านเซลล์ที่มีประสบการณ์ในการตกแต่งบ้านที่เป็นกลุ่มเป้าหมายอีกกลุ่มหนึ่ง ต่อจากนั้นก็จะขยายต่อไปยัง ฝรั่งเศส ฮอลแลนด์ อังกฤษ เบลเยี่ยม รัสเซีย ญี่ปุ่น เป็นต้น

สำหรับแผนการขยายตลาดในประเทศนั้น ส่วนใหญ่จะเน้นการขายแบบปลีกเป็นหลัก ทั้งช่องทางโรงแรมในระดับ 5 ดาว ห้างสรรพสินค้าต่างๆ ล่าสุดบริษัทฯได้ลงทุน 120 ล้านบาท เพื่อเปิดร้านใหม่ ที่สยามพารากอน เปิดบริการเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งสามารถเจาะกลุ่มเป้าหมายได้อย่างชัดเจน ทั้งชาวไทยและต่างชาติ และเตรียมที่จะเปิดสาขาใหม่อีก 2 แห่งที่สนามบินสุวรรณภูมิ


สำหรับแผนการผลิตนั้น บริษัทฯเตรียมปรับแผนใหม่ เพื่อรองรับกับปัญหาต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น ในช่วงภาวะราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นตลอด ส่งผลให้เส้นด้ายไหมของจีนที่นำมาใช้ในการผลิตสูงขึ้นด้วย โดยในเบื้องต้นนี้เตรียมขยายการผลิตสินค้าที่ไม่ได้ผลิตจากรังไหม รวมทั้งจะออกคอลเลคชั่นผ้าทออีกเพิ่มขึ้น และการเพิ่มการว่าจ้างให้ผู้ผลิตภายนอกผลิตสินค้าให้ในประเภทขายปลีก


ทั้งนี้สัดส่วนการนำเข้าเส้นด้ายไหมจากจีนในปีที่แล้วได้สั่งนำเข้ามาจากประเทศจีน 40% และในปีนี้บริษัทฯ จะเพิ่มการสั่งนำเข้ารวมเป็น 50% รวมประมาณ 300 ตัน ทั้งนี้ บริษัทฯมีฐานการผลิตในประเทศเป็นโรงงานทอไหม และมีศูนย์รับซื้อไหมดิบจากหลายๆจังหวัดเช่น ปักธงชัย มุกดาหาร ขอนแก่น และปีนี้มีเป้าหมายการผลิตรังไหมสดจำนวน 300 ตัน


ปัจจุบันสินค้าของจิมทอมป์สัน แบ่งออกเป็น 2 ประเภท 1. สินค้าตกแต่งบ้าน เช่น ผ้าม่าน ผ้าบุเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งมีทั้งผ้าทอมือและผ้าทอเครื่อง ที่บริษัทฯได้ส่งออกไปขายทั่วโลก สินค้าตกแต่งบ้านในครั้งนี้สามารถทำรายได้ให้กับบริษัทประมาณ 30% ของยอดขายทั้งหมด 2. สินค้าขายปลีก ที่ขายอยู่ในร้านทั้งหมด เช่น เสื้อเชิ้ต เสื้อผ้าสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษ เสื้อโปโล และเนคไท ผ้าพันคอ ปลอกหมอนอิง กระเป๋าของขวัญและที่ระลึก(SOUVENIR ) ต่างๆ ขณะนี้บริษัทฯมีร้านค้าปลีกในประเทศมีอยู่กว่า 30 แห่ง สิงคโปร์อีก 7 แห่ง ลูกค้าส่วนใหญ่ของบริษัทฯเป็นนักท่องเที่ยว ซึ่งทำรายได้ให้กับบริษัทฯประมาณ 70% ของยอดขายทั้งหมด

โดยยอดขายทั้งปีของบริษัทฯในปีที่แล้ว มีรายได้รวม ทั้งหมดประมาณ 2,421 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดการขายปลีก 1,700 ล้านบาท และยอดจากการส่งออก 453 ล้านบาท รายได้อื่นๆอีก 268 ล้านบาท และคาดว่าจากการขยายตลาดเข้ายุโรปมากขึ้นในปีนี้ ซึ่งปัจจุบันมีรายได้จากตลาดยุโรปประมาณ 140 ล้านบาท จะเพิ่มมากขึ้นเป็น 800 ล้านบาท ภายใน 5 ปี และคาดว่าผลประกอบการปีนี้จะเติบโตขึ้น 10%

ข่าวสายการบิน | เว็ปบอร์ด | Gallery | Dutyfree Shop | ติดต่อทีมงาน
มาเป็นเพื่อนบ้าน HFlight.net | ติดต่อลงโฆษณา

Copyright (C) 2004. Kosin Yeambunya. All rights reserved.

Hflight.net