HFlight รีวิวสายการบิน โรงแรม จองโรงแรมทั่วโลก - หน้าแรก
- กลับหน้าแรก -
หน้าแรก | จองโรงแรมที่พัก | ข่าวการบิน | Webboard | สายการบิน | กิน-เที่ยว-เดินทาง | รีวิวโรงแรม | คู่มือเที่ยวเมืองนอก | ลงโฆษณา

  
 

« June 2006 | Main | August 2006 »

July 31, 2006

เอเอ็นเอกำไรพุ่ง3เท่า


โตเกียว - ออล นิปปอน แอร์เวย์ (เอเอ็นเอ) สายการบินอันดับ 2 ของญี่ปุ่น รายงานกำไรพุ่ง 255.7% ในไตรมาสเดือนเมย.-มิย. ผลจากเศรษฐกิจของประเทศที่ดีขึ้น และความต้องการเดินทางที่แข็งแกร่ง

รายได้สุทธิของสายการบินเพิ่มเป็น 7,600 ล้านเยน จาก 2,100 ล้านเยนเมื่อปีก่อน ส่วนยอดขายขยับขึ้น 10.5% เป็น 345,200 ล้านเยน จาก 312,300 ล้านเยน

รองประธานบริหารฝ่ายความสัมพันธ์นักลงทุนของเอเอ็นเอ กล่าวว่าผลประกอบการที่แข็งแกร่งนับเป็นเรื่องน่ายินดีและสะท้อนความมั่นใจของผู้บริโภค รวมถึงเศรษฐกิจที่ดีขึ้น แต่บริษัทไม่ได้ทบทวนการคาดหมายผลประกอบการทั้งปี เพราะราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูง


31 กรกฎาคม 2549 เวลา 16:40:22
จาก กรุงเทพธุรกิจ

มาเลเซียแอร์ไลน์ขึ้นค่าตั๋วในประเทศ


กัวลาลัมเปอร์ - สายการบินมาเลเซีย แอร์ไลนส์ ประกาศขึ้นค่าตั๋วและค่าเซอร์ชาร์จสำหรับเที่ยวบินในประเทศ ตั้งแต่วันที่ 15 สค. อันเป็นส่วนหนึ่งของแผนพลิกฟื้นสายการบิน

ตั๋วในประเทศจะขึ้นราคาเฉลี่ย 15% สำหรับชั้นประหยัด และเฉลี่ย 25% สำหรับชั้นนักธุรกิจ โดยกรรมการผู้จัดการกล่าวว่าเป็นครั้งแรกในรอบ 14 ปีที่สายการบินขึ้นค่าตั๋ว

ส่วนการขึ้นค่าเซอร์ชาร์จสำหรับเที่ยวบินในประเทศจะมีผลตั้งแต่พรุ่งนี้ โดยขึ้นจาก 15 ริงกิตเป็น 20 ริงกิตสำหรับเที่ยวบินภายในคาบสมทุรมาเลเซียและเกาะบอร์เนียว เที่ยวบินนอกเหนือจากนี้จะขึ้นค่าเซอร์ชาร์จเป็น 51 ริงกิตจาก 36 ริงกิต


31 กรกฎาคม 2549 เวลา 17:06:41
จาก กรุงเทพธุรกิจ

จีนเตรียมสร้างสนามบินนานาชาติแห่งที่ 2 รองรับการท่องเที่ยว

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 31 กรกฎาคม 2549 11:38 น.

รายงานข่าวระบุว่า จีนจะสร้างสนามบินนานาชาติแห่งที่ 2 ภายหลังจากที่ผ่านพ้นการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันมหกรรมกีฬาโอลิมปิก ในปี 2551แล้ว โดยขณะนี้ทางการกำลังมองหาสถานที่ที่เหมาะสม ซึ่งอาจอยู่ไกลถึงถึงมณฑลเหอเป่ย ขณะที่การขยายสนามบินนานาชาติแห่งแรกในกรุงปักกิ่ง จะแล้วเสร็จในปีหน้า ทันรับนักท่องเที่ยวที่จะหลั่งไหลเข้ามายังประเทศในอีก 2 ปีข้างหน้า ในระหว่างการแข่งขันโอลิมปิก
ทั้งนี้ สนามบินนานาชาติกรุงปักกิ่ง จะสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้มากถึง 60 ล้านคน และรองรับปริมาณสินค้าได้มากถึง 1 ล้าน 8 แสนตันต่อปี

"ไอซีเอโอ" ชมระบบ รปภ.สนามบินสุวรรณภูมิ มีประสิทธิภาพ

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 31 กรกฎาคม 2549 13:09 น.

ที่ประชุมคณะบริหาร บริษัท ท่าอากาศยานไทย เพื่อติดตามผลการปฏิบัติงานประจำเดือน ได้หยิบยกประเด็นการบริการเที่ยวบินเชิงพาณิชย์ครั้งแรก เมื่อวันเสาร์ ที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา มาหารือร่วมกัน นายโชติศักดิ์ อาสภวิริยะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทท่าอากาศยานไทย รายงานต่อที่ประชุมว่า องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ ไอซีเอโอ ชมระบบรักษาความปลอดภัยที่สามารถตรวจสอบความเคลื่อนไหวและความผิดปกติที่เกิดขึ้นในอาคาร ได้ในเวลาอันรวดเร็ว ขณะที่ก็ยังมีเสียงตำหนิจากผู้โดยสารและสายการบิน คือ เรื่องห้องน้ำที่มีน้อยเกินไป ซึ่งปัญหาเกิดจากผู้เข้าชมสนามบิน และปัญหาสายพานลำเลียงกระเป๋าว่าทำงานค่อนข้างล่าช้า ที่ประชุมคณะผู้บริหารยินดีรับฟังความเห็นเพื่อหารือในที่ประชุมว่าจะแก้ปัญหาอย่างไรต่อไป
ส่วนกรณีที่สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ ส่งข้อมูลไปยังสำนักข่าวหลายแห่ง โดยระบุว่า สนามบินสุวรรณภูมิมีปัญหา และเร่งรีบที่จะเปิดเร็วเกินไปนั้น รวมทั้งยังมีรายงานว่า จะขอเข้าพบรักษาการนายกรัฐมนตรี เพื่อหารือเรื่องนี้ นายโชติศักดิ์ เชื่อว่าเป็นข้อมูลจากคนบางกลุ่มที่พยายามปล่อยข่าว เพราะไม่ต้องการให้สนามบินสุวรรณภูมิเปิดตามกำหนดเวลา
ในช่วงบ่ายวันนี้ จะมีการประเมินผลการทำงานทุกระบบ ทั้งในเรื่องการให้บริการผู้โดยสาร การบริการสายการบิน และความเรียบร้อยโดยทั่วไป จากการทดสอบสนามบิน เมื่อช่วงวันเสาร์ที่ผ่านมา

ทอท.ชี้ทดสอบสนามบินสุวรรณภูมิมีปัญหาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 31 กรกฎาคม 2549 14:15 น.

ผู้บริหาร ทอท.ระบุการทดสอบสนามบินที่ผ่านมามีปัญหาขัดข้องเพียงเล็กน้อยไม่กระทบกับการเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ในอนาคต พร้อมยอมรับมีอีเมลโจมตีการทดสอบเพื่อหวังผลด้านการแข่งขัน โดยเฉพาะเรื่องค่าธรรมเนียมลงจอดสนามบินสุวรรณภูมิที่สูงกว่าสนามบินแห่งอื่น

นายโชติศักดิ์ อาสภวิริยะ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กล่าวว่า สำหรับการทดสอบการให้บริการเชิงพาณิชย์ ในวันเสาร์ที่ผ่านมานั้น ระบบในภาพรวมถือว่าผ่านไปได้ด้วยดี เช่น การทำงานของระบบลานจอด สมบูรณ์ 100 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่การให้บริการในอาคารผู้โดยสารมีข้อบกพร่องบ้าง แต่จะไม่กระทบกับการเปิดให้บริการสนามบินในอนาคต เช่น ความไม่คุ้นเคยของผู้โดยสาร เมื่อมีการเปลี่ยนระบบจากการประกาศเตือนขึ้นเครื่องมาเป็นแสดงตารางการบิน แอร์ปรับอากาศทางด้านประตู 1 และ 2 ของอาคารผู้โดยสารขาออกในประเทศไม่เย็น เนื่องจากพื้นที่รับรองพิเศษของการบินไทยบังช่องจ่ายความเย็น ขณะที่แดดได้ส่องเข้าภายในอาคารในด้านดังกล่าว อีกทั้งการตั้งค่าเซนเซอร์ของประตูหมุนด้านหน้าทางเข้าอาคารที่มีความไวสูง เมื่อถูกสัมผัสจะหยุดทำงาน

ในขณะที่การทดสอบระบบเช็กอินของสายการบินต่าง ๆ พบว่าส่วนใหญ่ไม่มีปัญหา ยกเว้นระบบเช็กอินของสายการบินนกแอร์เท่านั้น ซึ่งเกิดความขัดข้อง 1 เที่ยวบิน แต่เชื่อว่าสามารถแก้ไขได้ สำหรับระบบสายพานลำเลียงกระเป๋าที่พบว่ามีความล่าช้า ในบางเที่ยวบินนั้น จากการตรวจสอบพบว่าเกิดจากการที่เจ้าหน้าที่เข็นสัมภาระไปผิดประตูทางออก เนื่องจากความไม่คุ้นเคย ซึ่งทั้งหมดเป็นปัญหาเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนพื้นที่ภายนอกอาคารพบว่ามีปัญหาบ้าง ในเรื่องของป้ายบอกทางซึ่งมีระยะห่างกันมากเกินไปทำให้ผู้เส้นทางเกิดความไม่มั่นใจ โดยภาพรวมทั้งหมด ทอท.จะทำการประเมินผลและทำการปรับปรุงปัญหาในแต่ละเรื่องต่อไป

ส่วนปัญหาที่มีจดหมายอิเล็กทรอนิกส์จากเจ้าหน้าที่ของสมาคมธุรกิจการบินระหว่างประเทศ หรือ ไออาตาร์ ของประเทศสิงค์โปร์ เผยแพร่ข่าวสารมายังสื่อมวลชนไทย และทั่วโลก ว่า การทดสอบสนามบินสุวรรณภูมิเพียงวันเดียวยังไม่ประสบความสำเร็จ รวมทั้งกล่าวหาว่า ค่าธรรมเนียมการจอด (แลนด์ดิงฟี) ของสนามบินสุวรรณภูมิสูงกว่าสนามบินดอนเมืองถึงร้อยละ 15 นั้น เห็นว่าเป็นข้อกล่าวหาที่หวังผลทางด้านการแข่งขัน โดยการทดสอบนั้น ทอท.ได้ทำมาอย่างต่อเนื่องและจะทำต่อไป ซึ่งไม่ใช่การทดสอบวันเดียวแน่นอน ส่วนค่าธรรมเนียมนั้น แม้จะมีการปรับเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังถือว่าต่ำกว่าสนามบินแห่งอื่น ๆ ในภูมิภาค

สำหรับข้อกล่าวหาของพรรคประชาธิปัตย์ที่ระบุว่าการเร่งทดสอบและเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิของรัฐบาลนั้น เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับผู้รับเหมาได้เงินค้ำประกันก่อสร้าง วงเงิน 23,000 ล้านบาทคืนนั้น ก็ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง

“ที่ผ่านมาไม่เคยมีใครมาเร่งรัด ด้วยเหตุผลดังกล่าว แต่ที่จำเป็นต้องเร่งเปิดสนามบินสุวรรณภูมินั้น เนื่องจากสนามบินดอนเมืองอยู่ในภาวะแออัด และต้องรองรับผู้โดยสารจำนวนมากในฤดูกาลท่องเที่ยว รวมทั้งการก่อสร้างที่ต้องใช้เงินลงทุนกว่า 1 แสนล้านบาทนั้น ทอท.ต้องแบกรับภาระเงินกู้ถึงวันละ 20 ล้านบาท การเปิดใช้สนามบินได้อย่างรวดเร็วจึงช่วยให้ประเทศได้ประโยชน์สูงสุด” นายโชติศักดิ์ กล่าว

สำหรับข้อกล่าวหาที่ระบุว่า บริษัทไทย แอร์พอร์ต กราวด์ เซอร์วิสเซส (TAGS) ซึ่งชนะการประมูลการให้บริการภาคพื้น มีบริษัทถือหุ้นที่ไม่มีความชำนาญในการให้บริการทางด้านธุรกิจดังกล่าวนั้น กรณีนี้เห็นว่า เรื่องคุณสมบัติของผู้ถือหุ้น เป็นเพียงผู้เข้ามาลงทุนไม่จำเป็นต้องมีความเชี่ยวชาญด้านเทคนิค ซึ่งผู้ถือหุ้นบางรายที่มีความเชี่ยวชาญและเป็นผู้ประกอบการ ก็ไม่ได้ถูกนำมากล่าวอ้างให้ครบถ้วน

ผอ.สุวรรณภูมิยันจัดหาเอกชนเข้าทำงานทุกโครงการล้วนโปร่งใส

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 31 กรกฎาคม 2549 15:56 น.

ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิยืนยันการจัดหาเอกชนเข้าดำเนินการในโครงการต่าง ๆ ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นไปอย่างโปร่งใส ทั้งกรณีจัดจ้างแทกส์เป็นผู้บริหารพื้นที่คลังสินค้าปลอดภาษี การเปิดประมูลหาผู้ดำเนินการระบบไฟแก่อากาศยาน 400 เฮิร์ต รวมถึงการคืนเงินค้ำประกันให้แก่ผู้รับเหมาหลังก่อสร้างแล้วเสร็จ

นายสมชัย สวัสดีผล ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์วิจารณ์ถึงความไม่โปร่งใสของงานในหลายส่วนที่เกี่ยวกับการก่อสร้างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิว่า ในส่วนโครงการว่าจ้างบริษัท ไทย แอร์พอร์ต กราวด์ เซอร์วิสเซส (แทกส์) เป็นผู้บริหารงานพื้นที่คลังสินค้าปลอดภาษี (ฟรีโซน) ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ระบุว่าเอื้อประโยชน์ให้กับแทกส์และไม่ได้เปิดประมูล ทั้งที่โครงการมีมูลค่าสูงถึง 10,000 ล้านบาท ซึ่งข้อเท็จจริงบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ได้ตรวจสอบข้อมูลก่อนการว่าจ้าง พบว่าภายในประเทศไทยบริษัทที่มีประสบการณ์ในการให้บริการคลังสินค้าปลอดภาษีมีอยู่ 2 ราย คือ การบินไทยและแทกส์ ขณะเดียวกันยอมรับว่าแทกส์ซึ่งกำลังจะหมดสัญญาว่าจ้างในการบริหารพื้นที่จากท่าอากาศยานกรุงเทพ แต่ก็มีบุคลากรที่มีประสบการณ์ในงานด้านดังกล่าวจำนวนมาก และที่สำคัญ ทอท.เองก็ถือเป็นผู้ถือหุ้นในแทกส์อยู่ด้วยในสัดส่วนร้อยละ 28.05 ดังนั้น ด้วยเหตุผลดังกล่าวการว่าจ้างแทกส์เข้ามาเป็นผู้บริหารโครงการด้วยสัญญาว่าจ้างในปีแรก 600 ล้านบาท อายุสัญญา 10 ปี จึงถือว่าสามารถดำเนินการได้ รวมทั้งแทกส์ก็เป็นของคนไทย

“อย่างไรก็ตาม หลังจากที่แทกส์เข้ามาบริหารพื้นที่ฟรีโซนในอนาคตแล้ว เมื่อพนักงาน ทอท.มีประสบการณ์ในการบริหารพื้นที่ดังกล่าวมากขึ้น ทอท.ก็สามารถลดปริมาณการว่าจ้างพนักงานของแทกส์ที่จะเข้ามาทำงานในลักษณะบุคลากรจากภายนอก (เอาท์ซอร์ส) ลงได้ ซึ่งหมายความว่าในอนาคตเงินว่าจ้างในปีหลัง ๆ สามารถลดลงจาก 600 ล้านบาทต่อปี ได้” นายสมชัย กล่าว

ส่วนประเด็นการประมูลหาผู้ลงทุนในโครงการจ่ายไฟฟ้า 400 เฮิร์ต และพีซี-แอร์ ให้แก่อากาศยานนั้น ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิยืนยันว่าการประมูลเป็นไปอย่างโปร่งใส ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลของ ทอท. พบว่ามีบริษัทที่มีประสบการณ์สามารถดำเนินการได้หลายบริษัท และ ทอท.ก็มีนโยบายที่จะเปิดกว้างให้บริษัทที่มีความพร้อมเข้าดำเนินการ โดยหากบริษัทที่เข้าร่วมประมูลเองไม่มีประสบการณ์ตรงก็สามารถนำบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญเข้ามารวมกิจการในลักษณะร่วมทุนเพื่อประมูลงานได้ และหลังจากการขายซองประกวดราคาได้มีผู้เสนอเข้าประมูล 3 บริษัท ประกอบด้วย แทกส์ การบินไทย ที่ร่วมกับกลุ่มเจมิไน และบริษัท แอร์พอร์ต ฟาซิลิตี้ (เอเอฟเอซี) ซึ่งร่วมกับกลุ่มบริษัทเอฟเอ็มซี จากสหรัฐ ซึ่งถือเป็นผู้เชี่ยวชาญในงานดังกล่าว หลังจากนั้นเมื่อเปิดซองทางด้านเทคนิค กลุ่มบริษัท แอร์พอร์ตฯ และเอฟเอ็มซี กับแทกส์ เป็นผู้ผ่านทางด้านเทคนิคและเมื่อเสนอราคากลุ่มบริษัท แอร์พอร์ต ฟาซิลิตี้ กับเอฟเอ็มซี ที่เสนอผลตอบแทนให้สูงสุดคือร้อยละ 41.05 ต่อปี ในขณะที่แทกส์เสนอให้เพียงร้อยละ 30 เท่านั้น การที่บริษัท เอเอฟเอซี ชนะประมูล จึงถือเป็นเรื่องที่ถูกต้อง

สำหรับกรณีที่ระบุว่าการเร่งรัดงานก่อสร้างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและรับมอบงานขณะนี้เพื่อเอื้อประโยชน์ในการคืนเงินค้ำประกันโครงการให้แก่ผู้รับเหมาก่อสร้างนั้น นายสมชัย กล่าวว่า โดยปกติในการตรวจรับงานของ ทอท. ทุกครั้งจะมีบริษัทที่ปรึกษาคอยให้คำแนะนำในการรับมอบงาน และหลังจากรับมอบงาน 1 ปี ผู้รับเหมาก่อสร้างยังจะมีผลผูกพันตามสัญญาในการรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง และยังมีผลผูกพันในการซ่อมบำรุงอีก 2 ปี หากเกิดความเสียหาย จึงยืนยันได้ว่าการรับมอบงานในขณะนี้จึงเป็นไปอย่างรอบคอบและรักษาผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก ขณะที่ความคืบหน้าในการรับมอบงานก่อนการเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ในปัจจุบันเป็นงานส่วนย่อย โดยงานสำคัญหลัก ๆ เช่น ระบบสายพานลำเลียง อาคารที่พักผู้โดยสาร อาคารเทียบเครื่องบิน ยังไม่ได้รับมอบงานทั้งสิ้น และการที่ผู้รับเหมาจะได้รับเงินคืนหลังส่งมอบงานตามสัญญาแล้วก็ถือเป็นความชอบธรรมที่ผู้รับเหมาจะได้เงินคืน

ขอ.ชงคมนาคมตรึงค่าธรรมเนียมการใช้ 'สุวรรณภูมิ' อัตราเดียวกับ 'ดอนเมือง'

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 31 กรกฎาคม 2549 19:01 น.

กว่า 100 สายการบินเตรียมได้รับข่าวดี หลังกรมการขนส่งทางอากาศเตรียมเสนอกระทรวงคมนาคม และบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ตรึงค่าธรรมเนียมลงจอดสนามบิน และค่าธรรมเนียมใช้สนามบินสุวรรณภูมิให้แก่สายการบินในอัตราที่เท่ากับการจัดเก็บที่ท่าอากาศยานดอนเมืองจนถึงสิ้นปี 2549 ช่วยลดภาระของผู้ประกอบการสายการบินที่ต้องมีต้นทุนในการขนย้ายและติดตั้งสำนักงานที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ในที่ประชุมหัวหน้าส่วนข้าราชการ กระทรวงคมนาคม ซึ่งมีนายวันชัย ศารทูลทัต ปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในช่วงเย็นวันนี้ โดยนายวันชัย ได้สอบถามความคืบหน้าของงานที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมความพร้อมเปิดให้บริการสนามบินสุวรรณภูมิในวันที่ 28 กันยายนนี้ โดยได้แสดงความเป็นห่วง โดยเฉพาะปัญหาระบบจราจรเข้าออกระหว่างสนามบิน เนื่องจากเกรงว่าเมื่อมีการเปิดให้บริการสนามบินสวุรรณภูมิเต็มรูปแบบ และมีประชาชนเดินทางเข้าออกสนามบินจำนวนมากในชั่วโมงเร่งด่วน ปริมาณรถที่ให้บริการและความถี่ของแต่ละเที่ยวจะไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน รวมทั้งผู้ใช้บริการสนามบินที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดอาจยังไม่มีความคุ้นเคยต่อเส้นทาง และระบบขนส่งที่จัดทำขึ้นใหม่ ซึ่งทั้งหมดต้องเร่งเตรียมความพร้อมเพื่อไม่ให้เกิดความสับสนขึ้น

นอกจากนี้ นายวันชัย ได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่าล่าสุดสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้ทำหนังสือสอบถามมายังกระทรวงคมนาคมถึงความพร้อมในการเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์วันที่ 28 กันยายนนี้ ดังนั้น ภายในสัปดาห์นี้จะมีการเรียกหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องโครงการสนามบินสุวรรณภูมิทั้งหมดมาให้คำยืนยันถึงความพร้อมเป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อแจ้งให้ สศช.ทราบต่อไป

ขณะที่นายชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ อธิบดีกรมการขนส่งทางอากาศ รายงานที่ประชุมทราบว่าที่ผ่านมาได้เกิดข่าวที่เกี่ยวกับปัญหาความไม่พร้อมของสนามบินสุวรรณภูมิบางส่วน ซึ่งเกิดจากองค์กรด้านการบินและสายการบินที่ได้รับข้อมูลในการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิที่ไม่ถูกต้อง ดังนั้น กรมฯ จึงได้มีการประสานงานร่วมกับสายการบินต่าง ๆ ที่คาดว่าจะมาเป็นผู้ให้บริการที่สนามบินสุวรรณภูมิทั้งในและต่างประเทศกว่า 100 สาย โดยจะมีการเชิญมาประชุมพรุ่งนี้ ซึ่งขั้นตอนในการดูแลนั้น จะมีการแบ่งสายการบินต่าง ๆ แบ่งออกเป็นกลุ่มละ 10 สาย และมีเจ้าหน้าที่ของกรมการขนส่งทางอากาศประสานงาน โดยให้สายการบินแต่ละแห่งสามารถรายงานปัญหาที่เกิดขึ้น ทั้งการติดตั้งออฟฟิศสำนักงาน และการเตรียมระบบเช็กอินที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิให้ กรมฯ ทราบเพื่อให้สามารถแก้ปัญหาได้ทันท่วงที

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นสำคัญในเรื่องภาระต้นทุนของผู้ประกอบการสายการบินต่าง ๆ ซึ่งในปีนี้มีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นจากการย้ายออฟฟิศจากสนามบินดอนเมืองมาสุวรรณภูมิ รวมถึงการติดตั้งอุปกรณ์ใหม่ ดังนั้น กรมฯ เห็นว่าควรมีมาตรการออกมาช่วยแบ่งเบาภาระของผู้ประกอบการสายการบินต่าง ๆ รวมทั้งจูงใจให้ผู้ประกอบการมาใช้สนามบินสุวรรณภูมิเพิ่มขึ้น โดยกรมฯ เตรียมเสนอเงื่อนไขที่จะยังคงอัตราค่าธรรมเนียมจอด ค่าธรรมเนียมระบบนำร่องอากาศยาน และค่าธรรมเนียมใช้สนามบินของผู้โดยสารโดยจะยังจัดเก็บเท่ากับอัตราสนามบินดอนเมืองไปจนถึงสิ้นปี 2549 โดยจะเสนอประเด็นดังกล่าวให้กับกระทรวงคมนาคม และ ทอท.พิจารณาอนุมัติต่อไป

July 30, 2006

ปชป.แฉ ทอท.เอื้อ บริษัทผี& ฮุบงานหมื่นล้านสุวรรณภูมิ จี้ “เพ้ง” แจง

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 30 กรกฎาคม 2549 14:41 น.

ปชป.พบพิรุธทุจริตสนามบินสุวรรณภูมิ แฉ ทอท.ปล่อยบริษัทผีจากสิงคโปร์งาบโครงการหมื่นล้านโดยไม่ผ่านการประมูล จี้ พงษ์ศักดตอบคำถามสังคม พร้อมวอน สตง.ตรวจสอบผู้ถือหุ้น


วันนี้ (30 ก.ค.) นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ แถลงกรณี บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (AOT) หรือ ทอท. ลงนามว่าจ้าง บริษัท ไทยแอร์พอร์ต กราวด์ เซอร์วิสเซส จำกัด (TAGS) เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2549 ซึ่งเป็นช่วงที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี เว้นวรรคทางการเมือง โดยมีอายุสัญญา 10 ปี มูลค่าโครงการบริหารเขตปลอดอากร และศูนย์ลอจิสติกส์ในสนามบินสุวรรณภูมิกว่า 10,000 ล้านบาท โดยที่ไม่มีการประมูลแข่งขันว่า จากการตรวจสอบบริษัท TAGS พบว่า มีผู้ถือหุ้นในบริษัทเป็นเอกชนถึงร้อยละ 71.50 โดยมีบริษัท AOT ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจที่ถูกแปรรูป ถือหุ้นในบริษัท TAGS เพียงร้อยละ 28.50 เท่านั้น ซึ่งบริษัทที่เป็นหุ้นรายใหญ่ของบริษัท TAGS คือ บริษัท โฟร์บริชเชอร์ ของสิงคโปร์ ที่เข้ามากว้านซื้อหุ้นจากผู้ที่ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัท TAGS ก่อนที่บริษัทจะได้งานมูลค่าหมื่นล้านบาทจากบริษัท AOT

กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่า บริษัท โฟร์บริชเชอร์ เป็นบริษัทผีที่ไม่มีประสบการณ์ในการทำงาน มีทุนจดทะเบียนเพียง 2.4 ล้านบาท และบริษัทมีรายได้เพียงปีละ 100-200 บาท และผู้ที่ถือหุ้นในบริษัทโฟร์บริชเชอร์ มีเพียง 2 คน คือ คนสิงคโปร์เป็นทนายความผู้ตรวจสอบบัญชีบริษัท และคนไทย ชื่อนางเรวดี จันทร์ทวิช ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นบริษัทในรูปแบบทรัสต์ จึงไม่เปิดเผยผู้ถือหุ้นที่แท้จริง และจากการตรวจสอบที่อยู่ตามที่นางเรวดีแจ้งไว้พบว่า อาคารดังกล่าวรื้อถอนไปแล้ว อย่างไรก็ตาม หากจะให้เปิดเผยผู้ถือหุ้นที่แท้จริงคงไม่สามารถทำได้ ยกเว้นจะมีการดำเนินคดีทางอาญา

นายกอร์ปศักดิ์ กล่าวว่า พบหลักฐานมีการนำเงินออกจากบริษัท TAGS ไปจ้างบริษัทที่ปรึกษาชื่อบริษัท Detek ในวงเงินสูงถึง 400 ล้านบาท เพื่อให้การปรึกษาในระยะเวลาเพียง 5 เดือน และเมื่อตรวจสอบอีก พบว่า บริษัท Detek เป็นบริษัทที่จัดตั้งบนหมู่เกาะบริติชเวอร์จิ้น และใช้ที่อยู่ในประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นที่อยู่เดียวกับบริษัท โฟร์บริชเชอร์ ทำให้เชื่อได้ว่ามีขบวนการยักยอกเงินออกจากบริษัทเอกชนที่มีรัฐวิสาหกิจถือหุ้นอยู่ และนำเงินบางส่วนมาใช้ในการไล่ซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นเดิม กลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่กลุ่มใหม่ในบริษัท TAGS เมื่อบริษัทผีได้หุ้นเรียบร้อย กลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในบริษัท TAGS แล้วบริษัท TAGS ก็ได้งานจากรัฐวิสาหกิจโดยไม่ต้องประมูล และเป็นไปตามคาดหมายว่ารัฐบาลรักษาการได้อนุมัติให้รัฐวิสาหกิจ คือ AOT ลงนามว่าจ้างบริษัท TAGS ที่มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่เป็นนักลงทุนนิรนาม ได้สัญญางานในสนามบินสุวรรณภูมิโดยไม่มีการประมูล

กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า อยากเรียกร้องนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ตอบคำถามต่อสังคม เพราะบริษัท TAGS เป็นบริษัทที่ AOT ถือหุ้นอยู่ทำให้ได้งานโดยไม่ต้องประมูล อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบเรื่องนี้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) สามารถทำได้ แต่จะเกี่ยวข้องกับนักการเมืองหรือไม่ ต้องดูว่าผู้ถือหุ้นในทรัสต์เป็นใคร

ปชป.จี้ "เพ้ง" แจงกรณี เอโอทีลงนามว่าจ้าง TAGS โดยไม่มีการประมูล

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 30 กรกฎาคม 2549 14:51 น.

นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด หรือ AOT ลงนามว่าจ้าง บริษัท ไทยแอร์พอตส์ กราวด์ เซอร์วิสเซส จำกัด (TAGS) สัญญา 10 ปี โครงการบริหารเขตปลอดอากร และศูนย์โลจิสติกส์ในสนามบินสุวรรณภูมิ มูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท โดยไม่มีการประมูลแข่งขันกัน ทั้งที่บริษัทดังกล่าวเป็นบริษัทผี ไม่มีประสบการณ์ในการทำงาน มีทุนจดทะเบียนเพียง 2.4 ล้านบาท รายได้ต่อปี 100 - 200 ล้านบาทเท่านั้น ที่สำคัญผู้ถือหุ้นถึงร้อยละ 71.50 เป็นเอกชน โดยเฉพาะบริษัทของสิงคโปร์ ขณะที่บริษัทท่าอากาศยานไทยถือหุ้นเพียงร้อยละ 28.5 จึงต้องการให้นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ตอบคำถามสังคมถึงกรณีดังกล่าว

"แม้ว"หน้าบานลองบิน"สุวรรณภูมิ"ฉลุย -เชื่อไม่นานทุกอย่างจะสมบูรณ์

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 29 กรกฎาคม 2549 18:04 น.

"ทักษิณ"แอนด์เดอะแก๊ง ยิ้มหน้าบาน หลังเที่ยวบินพาณิชย์ทดลองลงจอดสุวรรณภูมิ ผ่านไปได้ด้วยดี โวต้องฝ่าอุปสรรคหลายประการกว่าจะสำเร็จ ขณะเดียวกัน เชื่อทุกอย่างจะเรียบร้อยตามแผนก่อนเปิดใช้ 28 ก.ย.นี้ ด้านผู้สื่อข่าวงง พบแก๊งเชลียร์เจ้าเก่ากว่า 900 คนตามหลอน อ้างขอเยี่ยมชมตามโปรแกรม แต่กลับประจบไม่เลิกตะโกน"ทักษิณสู้ๆ"ตลอดเวลา ส่วน"ชิดชัย"การันตีเป็นเที่ยวบินที่ปลอดภัย เพราะมีความพร้อมทุกจุดก่อนเปิดใช้

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศวันประวัติศาสตร์ เปิดเที่ยวบินเชิงพาณิชย์ทดสอบสนามบินสุวรรณภูมิ เป็นวันแรกในวันนี้ (29 ก.ค.) เป็นไปอย่างราบรื่น โดยเที่ยวบินแรกที่ออกจากสนามบินดอนเมือง เป็นเที่ยวบินที่มี พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และบุคคลสำคัญในรัฐบาลร่วมเดินทาง เช่น พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ยุติธรรม พร้อมครอบครัว นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ รองนายกรัฐมนตรี นายภูมิธรรม เวชยชัย รมช.คมนาคม พล.อ.ชัยนันท์ เจริญศิริ รมช.คมนาคม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.อุตสาหกรรม เดินทางมาพร้อมครอบครัว นายวัฒนา เมืองสุข และครอบครัว นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พล.อ.เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.อ. ชลิต พุกผาสุข ผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นต้น โดยเที่ยวบินนี้คือ ทีจี 1881 เป็นเครื่องโบอิ้ง 747-400 มีผู้โดยสาร 375 ที่นั่ง เดินทางออกเวลา 07.45 น. และปรากฏว่าลงจอดที่สุวรรณภูมิเร็วกว่ากำหนดเดิมที่เวลา 08.09 น. เล็กน้อย โดยก่อนเดินทาง นายวันชัย ศารทูลทัต ปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการการบินไทย ได้มอบตั๋วเดินทางขนาดใหญ่ หมายเลขที่นั่ง อี 2 และหนังสือรับรองว่าเป็นผู้เดินทางสายการบินไทยเที่ยวแรกที่ไปสุวรรณภูมิแก่นายกรัฐมนตรีด้วย

นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางร่วมกับเที่ยวบินประวัติศาสตร์ว่า ตื่นเต้น เพราะเป็นเรื่องที่ยาก แต่ทุกฝ่ายก็ร่วมมือกัน ที่ผ่านมา คิดว่าทุกฝ่ายต้องทำได้ ซึ่งในใจมีความกังวล แต่วันนี้เมื่อการทดลองบินในประเทศเป็นที่เรียบร้อยก็สบายใจขึ้น จากนี้ไปอีก 2 เดือน ก่อนเปิดสนามบิน 28 กันยายน เชื่อว่าจะมีการปรับปรุงรองรับทั้งระบบอย่างเรียบร้อย

“ภูมิใจกับสุวรรณภูมิ เพราะว่าผ่านมากว่า 40 ปี ที่ประเทศไทยจะทำสนามบินแห่งที่ 2 แต่ที่ผ่านมาล่าช้าตลอด แต่สำเร็จลงได้ ท่ามกลางการถูกโจมตีและดูแคลนสารพัด เพราะทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ มีความเข้มแข็ง และเมื่อไปถึงสุวรรณภูมิ จะไปดูระบบกระเป๋าและการขึ้น-ลงของผู้โดยสาร ซึ่งที่ผ่านมา มีการทดสอบเชื่อว่าอีกระยะหนึ่งจะลงตัวพร้อมหมด” นายกรัฐมนตรี กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า หลังจากที่เครื่องบินเที่ยวทดสอบลงจอด และพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรได้เดินทางเข้าภายในสนามบินสุวรรณภูมิ โดยเมื่อมาถึงบริเวณทางเข้าก่อนที่จะผ่านไปถึงอาคารที่พักผู้โดยสาร ได้มีกลุ่มประชาชนจากชมรมคนรักอุดรประมาณ 900 คน ที่โดยสารรถบัสกว่า 16 คันมารอให้กำลังใจอยู่แล้ว พร้อมมีการตะโกน "ทักษิณ สู้ๆ "ตลอดเวลา

ทั้งนี้จากการสอบถามจากแหล่งข่าวของการท่าอากาศยานกรุงเทพ ทราบว่าทางทอท. ได้รับแจ้งจากกลุ่มคนดังกล่าวตั้งแต่เมื่อนวานนี้แล้ว ว่าจะมาติดต่อขอเยี่ยมชมสนามบินสุวรรณภูมิ เนื่องจากวันนี้ทางเราได้เปิดให้ประชาชนที่สนใจได้เข้าชมบริเวณสนามบินได้

สำหรับกลุ่มชมรมคนรักอุดรเคยมีพฤติกรรมค่มขู่ แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาชาธิปไตยในการจัดสมณาที่จังหวัดอุดร โดยการขว้างปาข้าวของ และขวดน้ำใส พร้อมทั้งยังปิดกั้นไม่ให้บรรดาแกนนำของกลุ่มพันมิตรฯ ออกจากพื้นที่สัมณาอีกด้วย

พล.ต.อ.ชิดชัย กล่าวว่า มั่นใจ สำหรับเที่ยวบินครั้งนี้ปลอดภัย เพราะที่ผ่านมาได้ร่วมประชุมหลายครั้ง เชื่อว่าพร้อมในทุกจุด ไม่ต้องกำชับอะไรเป็นพิเศษ
ด้าน นางมาเรีย ปรีด์เปรม ผู้ช่วยนายสถานีสายการบินลุฟท์ฮันซา ประจำสนามบินดอนเมือง กล่าวว่า ทำงานอยู่ที่สนามบินดอนเมืองมานาน 30 ปี เห็นการจราจรที่แออัด ที่ใช้เวลานาน 45 นาที จึงจะลงจอดได้ ก็อยากให้ย้ายไปใช้สนามบินสุวรรณภูมิโดยเร็ว และปรับให้สนามดอนเมืองเป็นจุดแสดงสินค้า เพราะอยู่จุดเดียวกับเมืองทองธานี ซึ่งการเดินทางไปครั้งนี้อยากไปดูถึงระบบการนำเครื่องลงจอด หรือแลนด์ดิ้งต่าง ๆ ว่าพร้อมหรือไม่

ชาวตราดร่วมบางกอกแอร์เวย์บินปฐมฤกษ์เปิด"สุวรรณภูมิ"

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 29 กรกฎาคม 2549 14:22 น.

ศูนย์ข่าวศรีราชา - ชาวตราด 68 คนร่วมเที่ยวบินประวัติศาสตร์ตราด-สุวรรณภูมิ ของบางกอกแอร์เวย์

เมื่อเวลา 9.30 น. วันนี้ (29 ก.ค.) ที่สนามบิน จ.ตราด บ้านสลัก ต.ท่าโสม อ.เขาสมิง จ.ตราด ผู้โดยสารจาก จ.ตราด จำนวน 68 คน พร้อมด้วยนายปิติกานติ์ พ่วงรอด ผู้จัดการสนามบินตราด ของบริษัท บางกอกแอร์เวย์ ได้เดินทางขึ้นเที่ยวบิน PG 5311 เครื่องบินชื่อหัวหิน เพื่อเดินทาง ไปที่สนามบินสุวรรณภูมิซึ่งเป็นเที่ยวบินเที่ยวแรกของ จ.ตราด ที่เดินทางไป

หลังจากผู้โดยสารทุกคนได้เดินทางมาที่เครื่องบินที่เตรียมออกเดินทางในเวลา 9.53 น. ตามที่กำหนดไว้ ผู้โดยสารทุกคนได้ร่วมถ่ายรูปกับพนักงานต้อนรับ ก่อนเดินทางขึ้นเครื่อง

ผู้โดยสาร 2 คนจาก อ.เขาสมิง จ.ตราด กล่าวว่า นับเป็นความภาคภูมิใจที่ได้ร่วมโดยสารไปยังเที่ยวบิน ประวัติศาสตร์เที่ยวแรกจาก จ.ตราด ไปสู่สนามบินสุวรรณภูมิครั้งนี้ และเป็นครั้งแรกที่ได้ขึ้นเครื่องบิน ซึ่งไปพร้อมกับ ครอบครัวเพื่อไปสัมผัสกับบรรยากาศอันยิ่งใหญ่ในครั้งนี้

ขณะที่กัปตันขจรศักดิ์ ยุกตตะธาดา ที่ขับเครื่องบินเที่ยวบิน PG 5311 กล่าวว่า รู้สึกภาคภูมิใจกับการ ขับเครื่องบินเที่ยวบินครั้งประวัติศาสตร์นี้ แม้จะเคยขับเครื่องบินมานาน แต่ไฟลต์นี้เป็นไฟลต์ประวัติศาสตร์ที่ตนเองจะได้จดจำไว้ตอลดชีวิต และพร้อมนำผู้โดยสารทั้ง 68 คน เดินทางไปสนามบินสุวรรณภูมิอย่างปลอดภัยทุกคน

ขณะที่นายปิติกานติ์ พ่วงรอด กล่าวว่า ตนเองและผู้โดยสารจากจังหวัดตราด ทั้ง 68 คนได้เป็นผู้โดยสารกลุ่มแรกจากสายการบินภายในประเทศเดินทางไปลงที่สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นเที่ยวบินพิเศษ โดยเก็บค่าโดยสาร เหมือนปกติในอัตรา 1,599 บาท และจะเป็นเที่ยวเดียว ส่วนการเดินทางกลับจะใช้จากสนามบินดอนเมือง เหมือนเดิมซึ่งบางกอกแอร์เวย์จะนำผู้โดยสารทั้ง 68 คน สู่สนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ

สำหรับเที่ยวบิน PG 5311 มีกัปตันขจรศักดิ์ ยุกต์ตะธาดา เป็นนักบินที่ 1 และมีนายณัฐพล ชะนา เป็นผู้ช่วย นักบิน และมีพนักงานต้อนรับ 2 คนคือ นางสาวอภิรดี บุญธิวถาวร และนางสาวมาลินี เบนาสัน เดินทางจาก สนามบินตราดในเวลา 9.53 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิในเวลา 10.40 น. ใช้เวลาในการเดินทาง 47 นาท

"ทักษิณ" มั่นใจ "สุวรรณภูมิ" จะเปิดใช้เต็มรูปแบบได้ทันกำหนด 28 ก.ย.นี้

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 29 กรกฎาคม 2549 11:26 น.

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี พอใจการทดสอบเที่ยวบินพาณิชย์ครั้งแรกที่สนามบินสุวรรณภูมิ วันนี้ พร้อมมั่นใจจะสามารถเปิดใช้บริการอย่างเต็มรูปแบบได้ทันวันที่ 28 กันยายน ในเวลา 03.00 น. ที่จะยุติการบินพาณิชย์ที่สนามบินดอนเมืองทั้งหมด โดยแจ้งข้อมูลไปยังทั่วโลกแล้ว ทั้งนี้ รักษาการนายกรัฐมนตรี ยังเห็นว่า หากตั้งใจจะทำสิ่งใดให้สำเร็จ เพียงช่วยกันทุ่มเท คิดเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมเป็นหลัก งานก็จะสามารถสำเร็จลุล่วง และเพื่อให้เป็นศูนย์กลางการบินภูมิภาคเอเชีย จึงต้องเร่งดำเนินการให้เปิดใช้ได้ทัน
รักษาการนายกรัฐมนตรี ยังระบุว่า จะมีการทดลองเต็มระบบอีกครั้งราวเดือนสิงหาคม โดยเฉพาะการบินระหว่างประเทศ ระบบศุลกากร ตรวจคนเข้าเมือง สายพานลำเลียงกระเป๋า ที่อาจขลุกขลัก มีปัญหา จึงต้องดูแลเป็นพิเศษ อีกทั้งมาตรการรักษาความปลอดภัย และสถานีบริการน้ำมัน ส่วนการเก็บงานภายในเล็กน้อย มั่นใจสามารถเสร็จทันเปิดใช้อย่างแน่นอน ขณะที่ได้มอบหมายให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเตรียมแนะนำประชาสัมพันธ์เที่ยวบิน และจัดตารางบินให้เหมาะสมด้วย

"พงษ์ศักดิ์" พอใจภาพรวมสุวรรณภูมิ ยอมรับอาจต้องปรับปรุงบางส่วน

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 29 กรกฎาคม 2549 10:16 น.

นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวรู้สึกพอใจกับภาพรวมในการทำงานในวันนี้ของสนามบินสุวรรณภูมิ แต่ยอมรับว่าอาจมีบางส่วนที่ต้องปรับปรุงบ้าง เช่น ระบบสายพานลำเลียงกระเป๋า และเรื่องของระบบปรับอากาศบริเวณทางเดิน

แม้ว" หน้าบาน ถูกหลอกเป็นพรีเซ็นเตอร์ ไม่วายขนคนเชียร์ถึง "สุวรรณภูมิ"

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 29 กรกฎาคม 2549 09:42 น.

หลังจากเที่ยวบิน ทีจี 1881 ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี และคณะ โดยสารมา ลงจอดที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นไฟลต์แรกในการทดลองเที่ยวบินเชิงพาณิชย์ครั้งแรกของสนามบินสุวรรณภูมิ มีพนักงานมารอให้การต้อนรับ พร้อมมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยรักษาการนายกรัฐมนตรี ระบุว่า นั่งเครื่องสบายดี ทั้งนี้ ได้แวะชมสินค้าภายในร้านปลอดภาษีภายในสนามบินก่อนตรวจสอบเครื่องลำเลียงกระเป๋า และรับกระเป๋าสัมภาระ ซึ่งรักษาการนายกรัฐมนตรียิ้มแย้มอย่างอารมณ์ดี บอกผู้สื่อข่าวว่า วันนี้ถูกหลอกมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) จากนั้นรักษาการนายกรัฐมนตรีได้มอบโล่แสดงความขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิ และถ่ายรูปร่วมกัน ทั้งนี้ รักษาการนายกรัฐมนตรีได้เดินตรวจสอบบริเวณภายในอาคารผู้โดยสารขาเข้า โดยมีประชาชน ชมรมคนรักอุดรฯ หลายร้อยคน มาให้กำลังใจรักษาการนายกรัฐมนตรี ภายในอาคารผู้โดยสารขาเข้า และตะโกนให้รักษาการนายกรัฐมนตรี สู้ๆ ดังสนั่นภายในตัวอาคาร

"แม้ว" ปลื้มความสำเร็จท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ที่รอคอยมาถึง 40 ปีเต็ม

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 29 กรกฎาคม 2549 08:54 น.

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความรู้สึกก่อนนำคณะรัฐมนตรี และประชาชน 375 คน เดินทางด้วยเที่ยวบิน ทีจี 1881 ของสายการบินไทย เพื่อร่วมทดสอบระบบท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ว่า รู้สึกตื่นเต้น ดีใจ และภาคภูมิใจ กับการทดสอบครั้งนี้ เพราะรอคอยมาถึง 40 ปีเต็ม ท่ามกลางกระแสการถูกโจมตีและการทำงานล่าช้ามาโดยตลอด นับว่าวันนี้เป็นวันที่คุ้มค่ากับการรอคอย ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกส่วนที่ร่วมงานและทำงานให้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิสามารถเปิดใช้ได้
รักษาการนายกรัฐมนตรี ยอมรับว่า ก่อนหน้านี้รู้สึกกังวลไม่น้อยเช่นกัน แต่เชื่อว่าระบบได้ทำการทดสอบกันหมดแล้วปัญหาอาจจมีบ้าง ซึ่งไม่ใช่เรื่องความปลอดภัย แต่เป็นเรื่องการเชื่อมโยงระบบความสะดวกสะบาย และทันทีที่เดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จะให้ความสำคัญกับระบบลำเลียงกระเป๋าสัมภาระของผู้โดยสารเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นสิ่งที่ทุกท่าอากาศยานให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก และจากการทดสอบในวันนี้ รวมทั้งอีก 2 เดือนข้างหน้าก่อนเปิดการใช้จริง จะมีการปรับปรุงระบบต่างๆ ให้มั่นใจออกมาให้สมบูรณ์แบบที่สุด

ทักษิณ หิ้ว ครม.ลงจอดสุวรรณภูมิก่อนฤกษ์ 4 นาที โดยสวัสดิภาพ

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 29 กรกฎาคม 2549 08:11 น.

ทักษิณ พร้อมคณะวีไอพีในเที่ยวบินพาณิชย์ ทดสอบสนามบินสุวรรณภูมิ ลงจอดโดยปลอดภัยไร้รอยขีดข่วนเมื่อเวลา 08.05 น. ก่อนฤกษ์ดี 4 นาที จนท.เตรียมแจกประกาศนียบัตรรับรองเที่ยวบินประวัติศาสตร์ผู้ร่วมคณะทุกคน ด้านรมว.คมนาคม ยืนยันสุวรรณภูมิเปิดใช้อย่างเป็นทางการวันที่ 28 กันยายนนี้อย่างแน่นอน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้ (29 ก.ค.) เที่ยวบินโบอิ้ง 747 เที่ยวบินที่ TG 1881 ของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ที่มีผู้โดยสารคนสำคัญอย่าง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี บุคคลสำคัญ สื่อมวลชน และคอลัมนิสต์ ร่วมเดินทางไปด้วย จะออกเดินทางจากท่าอากาศยานกรุงเทพ หรือสนามบินดอนเมือง ในเวลา 07.29 น.เพื่อลงจอดที่สนามบินสุวรรณภูมิเป็นเที่ยวแรกของวันนี้ ในการบินทดสอบเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบเป็นครั้งแรก

ซึ่งเที่ยวบินดังกล่าวนั้นยังมีผู้โดยสารส่วนหนึ่งที่ร่วมเดินทางไปด้วย โดยการบินไทยได้ขายบัตรเป็นกรณีพิเศษในราคาใบละ 999 บาท โดยทั้งหมดจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

โดยการบินไทยจะเป็นเที่ยวบินแรกที่ลงสู่รันเวย์สุวรรณภูมิ โดยเที่ยวบิน TG 1881 จะออกจากดอนเมือง เวลา 07.29 น.ถึงสุวรรณภูมิ เวลา 08.09 น. ส่วนนกแอร์ จะเป็นโลว์คอสต์แอร์ไลน์ สายแรกที่ลงสู่สุวรรณภูมิ โดยเที่ยวบิน DD 6700 ออกจากจังหวัดเชียงใหม่ เวลา 07.50 น.ถึงสุวรรณภูมิ เวลา 09.00 น. ส่วนเที่ยวบินสุดท้ายจะเป็นของสายการบิน พีบีแอร์ โดยเที่ยวบิน 9Q 867 ออกจากจังหวัดลำปางเวลา 17.10 น.ถึงสุวรรณภูมิ 18.00 น. และจะออกจากสุวรรณภูมิ เวลา 19.00 น.บินสู่จังหวัดนครพนม

สำหรับผู้เดินทางในเที่ยวบินนี้จะได้รับของที่ระลึกจากการบินไทย รวมทั้งสายการบินอื่นๆ ที่ร่วมทดสอบก็มีการเตรียมของที่ระลึกไว้ให้กับผู้โดยสารที่ร่วมทดสอบสนามบินสุวรรณภูมิในวันนี้ด้วยเช่นกัน

ส่วนบรรยากาศที่สนามบินดอนเมืองขณะนี้ เริ่มมีประชาชนบางส่วนมาเช็กอินเพื่อร่วมเดินทางไปทดสอบสนามบินสุวรรณภูมิกันบ้างแล้ว

ขณะที่บรรยากาศและความพร้อมล่าสุดบริเวณสนามบินสุวรรณภูมินั้น นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ยืนยันความพร้อมล่าสุดเช้าวันนี้ว่า สิ่งสำคัญที่สุด คือ การทดสอบวันนี้จะเป็นการส่งสัญญาณไปทั่วโลกว่าสนามบินสุวรรณภูมินั้นเปิดวันที่ 28 กันยายนนี้อย่างแน่นอน วันนี้จึงเป็นการทดสอบเพื่อดูประสิทธิภาพของอุปกรณ์ต่างๆ ที่ติดตั้งไว้ รวมทั้งประชาชนที่เดินทางมาได้รับการบริการอย่างดีเต็มที่หรือไม่ อีกทั้งยังเป็นการทดสอบบุคลากรของการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย และบุคลากรของสายการบินต่างๆ ที่มาให้บริการว่ามีเข้าใจในเรื่องต่างๆ หรือไม่ นอกจากนี้ยังจะทดสอบว่าประชาชนที่เดินทางมานั้นมีความพอใจและไม่พอใจอย่างไร ทั้งนี้ก็เพื่อนำไปสู่การแก้ไขในอนาคตต่อไป

ล่าสุด เมื่อเวลา 08.05 น. พ.ต.ท.ทักษิณ พร้อมคณะวีไอพีที่ร่วมเที่ยวบินพาณิชย์ทดสอบสนามบินสุวรรณภูมิ ได้ลงจอดยังสนามบินฯ โดยสวัสดิภาพแล้ว โดยภายหลังผู้โดยทั้งหมดลงจากเครื่องแล้วเข้ายังตัวอาคารของสนามบินฯ จะได้รับประกาศนียบัตรเพื่อเป็นการรับรองว่าได้มาร่วมเที่ยวบินพาณิชย์ทดสอบสนามบินสุวรรณภูมิครั้งนี้ด้วย

July 29, 2006

ฤกษ์ 08.09 น."แม้ว"ท้ามฤตยู เจิมสุวรรณภูมิ

โดย ผู้จัดการรายวัน 28 กรกฎาคม 2549 23:01 น.

“เพ้ง”ยอมรับทอท.นำข้อท้วงติงของ ICAO เรื่องความเสี่ยงของสุวรรณภูมิมาแก้ไขแล้ว มั่นใจไม่กระทบเปิดใช้ 28 ก.ย.นี้ สั่งขอ.เร่งประสาน เพื่อสร้างความมั่นใจยิ่งขึ้น เผยICAO ตั้งประเด็นความเสี่ยง ทั้งปัญหานก อาคารเรียนของพระจอมเกล้าลาดกระบังฯที่เป็นตึกสูง ที่อยู่ระหว่างปรับแก้ ทำให้เที่ยวบินทดสอบ ต้องปรับไปใช้รันเวย์ตะวันตกบินขึ้น และรันเวย์ตะวันออกบินลง “ทักษิณ”นำครม.นั่งการบินไทยออกจากดอนเมือง 07.29น. ลงสุวรรณภูมิเป็นลำแรกเวลา 08.09น.

นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รักษาการ รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงกรณีที่องค์กรการบินระหว่างประเทศ (ICAO) สรุปรายงานถึงบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) โดยมีการตั้งข้อสังเกตถึง ความเสี่ยง (Risk)ในการเปิดสนามบินสุวรรณภูมิ ในวันที่ 28 ก.ย.นี้ว่า ทาง ทอท.มีการประชุมร่วมกับที่ปรึกษา และดำเนินการปรับปรุงแก้ไขมาตลอดพร้อมยืนยันว่าก่อนการเปิดใช้งานสนามบินสุวรรณภูมิจะไม่มีปัญหาเรื่องความเสี่ยงแน่นอน

โดยสุวรรณภูมิจะเป็นสนามบินที่มีความปลอดภัยที่สุด และเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นได้มอบหมายให้กรมการขนส่งทางอากาศ (ขอ.)ประชุมร่วมกับ ICAO เพื่อสรุปเรื่องนี้ใหม่และให้นำข้อมูลล่าสุดมาประกอบการพิจารณา เพราะคาดว่า ข้อมูลที่ ICAO นำมาเผยแพร่อาจเป็นข้อมูลที่ไม่ทันสมัย

ส่วนที่ ICAO ระบุถึงความเสี่ยงนั้น นายพงษ์ศักดิ์ ยอมรับว่ายอมรับว่า เกิดจากการทดสอบระบบว่ามีความพร้อมสมบูรณ์หรือไม่ เช่น ระบบสายพานลำเลียงกระเป๋า ของบริษัท ควอเตอร์เทค ทดสอบแล้วพบว่า ยัง Error อยู่ไม่ถึง 3% ซึ่งทาง ICAO ได้นำ 3% มาเป็นสมมุติฐาน แล้วเขียนเป็นเรื่องใหญ่ แต่ในความเป็นจริงเมื่อพบข้อบกพร่อง ทอท.ได้ดำเนินการแก้ไข ซึ่งมีการรายงานต่อคณะกรรมการบริหารการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (กทภ.) ทั้งหมดแล้วพร้อมดำเนินการแก้ไขด้วย

“จากการตรวจรายงานดังกล่าว พบว่าเอกสารได้เผยแพร่ตั้งแต่เดือนมิ.ย. ซึ่งข้อมูลทีได้คาดว่าจะมีการสำรวจก่อนหน้านั้นหลายเดือน แต่ขณะนี้งานทุกส่วนที่เกี่ยวข้องของ ทอท.มีการเร่งรัดจนมีความพร้อมและมั่นใจในความปลอดภัย”นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว

ด้านพลเอกชัยนันท์ เจริญศิริ รักษาการรมช.คมนาคม กล่าวว่า ข้อท้วงติงจาก ICAO ในประเด็นเรื่องตึกสูงอาคารเรียนของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าลาดกระบัง ได้รับแจ้งว่าอยู่ระหว่างการปรับปรุงแก้ไขจะแล้วเสร็จก่อนการเปิดสนามบิน แต่ในช่วงเปิดเที่ยวบินทดสอบได้มีการปรับให้ใช้รันเวย์ตะวันตกเป็นจุดบินขึ้น และรันเวย์ตะวันออกเป็นจุดบินลง เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากเสาวิทยุและอาคารดังกล่าว

ด้านนายชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ อธิบดีกรมการขนส่งทางอากาศ กล่าวว่า ตนได้ตรวจสอบรายงานการประชุมดังกล่าว พบว่า หลายประเด็นอยู่ระหว่างดำเนินการแก้ไข เช่นเสาสูงและอาคารเรียนลาดกระบัง มีการประสานให้ปรับลดความสูงของเสาและอาคารส่วนเกินให้มีทาสีขาแดงเป็นลายลูกเต๋า เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการทำการบิน

ส่วนปัญหาเรื่องพื้นที่ส่วนหัวและท้ายของรันเวย์ ขนาด 60 เมตรนั้น ทาง ICAO ติงว่ามาตรฐานต้อง 90 เมตร นายชัยศักดิ์ กล่าวว่า ข้อกำหนดดังกล่าวทาง ICAO ได้ประกาศให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2004 ซึ่งสนามบินหลายแห่งอยู่ระหว่างการปรับแก้ไข โดยพื้นที่ดังกล่าวจะเป็นการกันพื้นที่เพื่อความปลอดภัยทางการบินกรณีเครื่องบินลื่นไถลออกนอกรันเวย์ยังมีพื้นที่รองรับ ซึ่งรันเวย์ของสนามบินสุวรรณภูมิทำไว้ขนาดเพียง 60 เมตร แต่ยังมีพื้นที่ส่วนปลายเหลือสามารถที่จะปรับพื้นที่ทำเพิ่มได้

ในขณะที่ปัญหาเรื่องผลกระทบจากนก และสัตว์โดยรอยนั้น นายชัยศักดิ์ ยืนยันว่าที่ผ่านมาทอท.ได้ดำเนินการปรับสภาพพื้นที่กำจัดแหล่งที่พักอาศัยของนกหรือแหล่งอาหารต่างๆ ซึ่งผลโดยสถิติจำนวนนกและสัตว์ต่างๆโดยเฉพาะนก และสุนัขซึ่งมีการกำจัดและพบว่าลดจำนวนลงมาก แต่การดำเนินการนั้นถือเป็นแผนต่อเนื่องที่จะต้องดำเนินการและมีการควบคุมป้องกันตลอดเวลาแม้จะมีการเปิดใช้สนามบินแล้วก็ตาม

**ทิพยฯรับประกันภัย"สุวรรณภูมิ"

นายจารึก กังวานพณิชย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าตามที่ท่าอากาศยาน ไทย ซึ่งเป็นผู้บริหารสนามบินสุวรรณภูมิจะเปิดทดสอบความพร้อมของสนามบินสุวรรณภูมิทั้งระบบในวันนี้ (29 ก.ค.) ทางทิพยประกันภัย จะเป็นผู้รับประกันภัยทั้งโครงการของสนามบินทั้งความเสี่ยงภัยทุกชนิดของทรัพย์สิน โดยมีทุนประกันประมาณ 4.2 หมื่นล้านบาท และประกันความรับผิดชอบตามกฎหมายบุคคลที่ 3 ของสนามบิน โดยมีวงเงินความรับผิดชอบ 200 ล้านเหรียญสหรัฐ/ครั้ง

**พร้อมทดสอบเชิงพาณิชย์ในประเทศ

สำหรับความพร้อมในการทดสอบเที่ยวบินเชิงพาณิชย์ของสายการบินภายในประเทศวันนี้ (29 ก.ค.) นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า ผู้บริหารสายการบินที่จะร่วมทดสอบได้ยืนยันความพร้อมแล้ว รวมไปถึงความพร้อมในการเข้าร่วมในการทดสอบเส้นทางการบินระหว่างประเทศ ในวันที่ 1 ก.ย.นี้ด้วย โดยล่าสุด นอกจากเส้นทางการบินของบริษัทการบินไทย เส้นทางสุวรรณภูมิ-สิงคโปร์ และ ฮ่องกง สายการบินไทยแอร์ เอเชีย ได้ประกาศพร้อม โดยจะเปิดเส้นทางการบินสุวรรณภูมิ-สิงคโปร์ เช่นกัน ขณะที่สายการบินอื่น เช่น บางกอกแอร์เวยส์ และแอร์เอเชีย เอง ได้ประกาศเปิดเส้นทางการบินใหม่ ทั้งสู่ประเทศญี่ปุ่น พม่า เวียดนาม และอีกหลายประเทศ เพื่อรองรับการเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ของสนามบินสุวรรณภูมิ ในวันที่ 28 ก.ย.49

โดยการบินไทย จะเป็นเที่ยวบินแรกที่ลงสู่รันเวย์สุวรรณภูมิ โดยเที่ยวบิน TG 1881 จะออกจากดอนเมือง เวลา 07.29 น.ถึงสุวรรณภูมิ เวลา 08.09 น.ใช้เครื่องบินแบบ โบอิ้ง 744 โดยมี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรีร่วมเดินทางไปด้วย และจะเข้าที่ ประตู (Gate ) A1 ส่วนนกแอร์ จะเป็นโลว์คอสต์แอร์ไลน์ สายแรกที่ลงสู่สุวรรณภูมิ โดย เที่ยวบิน DD 6700 ออกจากเชียงใหม่ เวลา 07.50 น.ถึงสุวรรณภูมิเวลา 09.00 น. ส่วนเที่ยวบินสุดท้ายจะเป็นของสายการบิน พีบีแอร์ โดยเที่ยวบิน 9Q 867 ออกจาลำปางเวลา 17.10 น.ถึงสุวรรณภูมิ 18.00 น.และจะออกจากสุวรรณภูมิเวลา 19.00 น.บินสู่ นครพนม

ทั้งนี้ นายพงษ์ศักดิ์ พร้อมด้วยผู้บริหารของทอท.และคณะสื่อมวลชนส่วนหนึ่งได้พักค้างที่โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ เพื่อรอรับคณะนายกรัฐมนตรีและเที่ยวบินทดสอบ 22 เที่ยวบินในวันนี้

July 28, 2006

"พงษ์ศักดิ์" รับสุวรรณภูมิมีจุดบกพร่องเกือบร้อย

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 28 กรกฎาคม 2549 12:38 น.

วันนี้ นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมสนามบินสุวรรณภูมิก่อนเปิดทดสอบให้บริการจริงพรุ่งนี้ โดยกล่าวว่า พอใจในการเตรียมความพร้อมของทุกหน่วยงาน และคาดว่าการเตรียมการทั้งหมดจะเสร็จเรียบร้อยภายในคืนนี้
ส่วนกระแสข่าวที่ ระบุว่า สนามบินสุวรรณภูมิมีพื้นที่เสี่ยง และไม่พร้อมเปิดให้บริการ จำนวน 94 จุด นายพงษ์ศักดิ์ ยอมรับว่า เป็นข้อมูลการตรวจสอบภายในของบริษัทที่ปรึกษา แต่มีเพียงร้อยละ 5 เท่านั้นที่ยังไม่เรียบร้อย ซึ่งพร้อมรับคำแนะนำและกลับไปปรับปรุงให้ดีขึ้น
ทั้งนี้ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้นำใบรับรองการใช้สนามบินระหว่างการ ซึ่งออกโดยกรมการขนส่งทางอากาศ มายืนยันว่าสนามบินสุวรรณภูมิมีความพร้อมเต็มที่ในการเปิดให้บริการ และได้รับการยอมรับตามมาตรฐานที่องค์กรการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ ไอซีเอโอ กำหนดไว้ หลังจากมีการเปิดสนามบินแล้ว กรมการขนส่งทางอากาศจะเข้าตรวจสอบมาตรฐานการให้บริการของเจ้าหน้าที่ และระบบของสนามบินเป็นเวลา 2-3 เดือน จึงจะมีการออกใบรับรองให้ถาวรอีกครั้ง

'เพ้ง' ย้ำสุวรรณภูมิ 'พร้อม-ปลอดภัย' สำหรับการทดสอบ พรุ่งนี้

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 28 กรกฎาคม 2549 14:53 น.

รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมยืนยันสนามบินสุวรรณภูมิ มีความพร้อมและปลอดภัย และสำหรับการทดสอบในวันพรุ่งนี้ (29 ก.ค.) ขณะที่ผู้บริหารสายการบินที่จะร่วมทดสอบก็ยืนยันความพร้อมในการทดสอบอย่างเต็มที่แล้วเช่นกัน
นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงข่าวที่มีการกล่าวอ้างว่า องค์กรการบินระหว่างประเทศ มีการรายงานว่า พื้นที่ภายในสนามบินสุวรรณภูมิ ยังไม่มีความพร้อม และมีจุดที่เรียกว่าพื้นที่เสี่ยงจำนวน 94 จุด นั้น ยืนยันว่า จากการตรวจรายงานดังกล่าว พบว่าได้เผยแพร่ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ซึ่งการสำรวจข้อมูลน่าจะทำก่อนช่วงเวลาดังกล่าวหลายเดือน ซึ่งขณะนี้งานในทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง บริษัทท่าอากาศยานไทยได้เข้าเร่งรัดงานจนมีความพร้อมและมั่นใจในความปลอดภัย

สำหรับความพร้อมและความปลอดภัยที่ยืนยันได้ สำหรับวันพรุ่งนี้ ซึ่งสายการบินทั้ง 6 บริษัท จะนำเครื่องบินจำนวน 21 เที่ยวบิน ขึ้นลงจอด ขณะนี้กรมการขนส่งทางอากาศ ที่มีองค์กรการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือไอซีเอโอ เป็นที่ปรึกษา ได้ทำการออกใบอนุญาตที่เรียกว่า อินเตอร์ลิม แอโรโดรม เซอติฟิเคท เรียบร้อยแล้วเช่นกัน

สำหรับผู้บริหารสายการบินที่จะร่วมทดสอบในวันพรุ่งนี้ ต่างยืนยันความพร้อมของการเตรียมการทดสอบเช่นกัน ขณะที่สายการบินแต่ละแห่งได้เตรียมความพร้อมเข้าร่วมในการทดสอบเส้นทางการบินระหว่างประเทศ ในวันที่ 1 กันยายนนี้ โดยล่าสุด นอกจากเส้นทางการบินของบริษัทการบินไทย เส้นทางสุวรรณภูมิ- สิงคโปร์ และฮ่องกง สายการบินไทยแอร์เอเชีย ได้ประกาศพร้อม โดยจะเปิดเส้นทางการบินสุวรรณภูมิ-สิงคโปร์ เช่นกัน

ขณะที่สายการบินอื่น เช่น บางกอกแอร์เวยส์ และแอร์เอเชีย เอง ได้ประกาศเปิดเส้นทางการบินใหม่ ทั้งสู่ประเทศญี่ปุ่น พม่า เวียดนาม และอีกหลายประเทศ เพื่อรองรับการเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ของสนามบินสุวรรณภูมิ หลังวันที่ 28 กันยายนปีนี้

'บาฟส์' ประกาศหนุนน้ำมันเที่ยวบินทดสอบสุวรรณภูมิฟรี

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 28 กรกฎาคม 2549 17:04 น

. บาฟส์ ประกาศพร้อมสนับสนุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับการทดสอบท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไปจนถึงวันที่ 28 กันยายนนี้ โดยวันพรุ่งนี้ (29 ก.ค.) สนับสนุนน้ำมันฟรีให้ 6 สายการบินที่จะทดสอบบิน 300,000 ลิตร ขณะเดียวกันมั่นใจปีหน้าธุรกิจบริการเชื้อเพลิงการบินเติบโตไม่ต่ำกว่าร้อยละ 5-6 ขานรับการเปิดใช้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ม.ร.ว.ศุภดิศ ดิศกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบาฟส์ กล่าวว่า นอกจากวันพรุ่งนี้ บาฟส์จะสนับสนุนเชื้อเพลิงการบินโดยไม่คิดมูลค่าให้กับ 6 สายการบินนำเครื่องบินจำนวน 21 เที่ยวบินขึ้น-ลงทดสอบท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยจะมีการใช้น้ำมันทั้งสิ้นประมาณ 300,000 ลิตร คิดเป็นมูลค่า 8.1 ล้านบาทแล้ว เพื่อเป็นการสนับสนุนการทดสอบท่าอากาศยานสุวรรณภูมิอย่างต่อเนื่อง บาฟส์ จึงยังจะสนับสนุนเชื้อเพลิงการบินโดยไม่คิดมูลค่าให้แก่สายการบินที่จะทำการทดสอบท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไปจนถึงวันที่ 28 กันยายนนี้ ซึ่งเป็นกำหนดการเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการ โดยเฉพาะการทดสอบเที่ยวบินระหว่างประเทศในวันที่ 1 กันยายนนี้ ซึ่งมีหลายสายการบินได้เตรียมเปิดเส้นทางเชื่อมสุวรรณภูมิ-สิงคโปร์และสุวรรณภูมิ-ฮ่องกง

นอกจากนี้ บาฟส์เชื่อว่า ผลของการเปิดให้บริการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะช่วยให้ธุรกิจเชื้อเพลิงการบินขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 5-6 ในปี 2550 จากยอดตลาดรวมการจำหน่ายเชื้อเพลิงการบินที่มีมากกว่าปีละ 4,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังจำเป็นต้องผลักดันนโยบายอื่น ๆ ออกมาสนับสนุนเพื่อให้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิประสบความสำเร็จในการเป็นศูนย์กลางทางการบินในภูมิภาค เช่น ผลักดันให้ธุรกิจท่องเที่ยวขยายตัวต่อเนื่อง ซึ่งปัจจัยดังกล่าวจำเป็นจะต้องให้ปัญหาข้อขัดแย้งและการเมืองในประเทศยุติลงด้วย ซึ่งเชื่อว่าจะมีส่วนสำคัญที่สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ลงทุนได้มาก

สำหรับประเด็นที่หลายฝ่ายวิตกว่าปัญหาราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นขณะนี้ ทำให้ต้นทุนของผู้ประกอบการสายการบินต่าง ๆ ปรับตัวสูงขึ้น กรรมการผู้จัดการบาฟส์ กล่าวว่า ปัจจุบันต้นทุนเชื้อเพลิงมีสัดส่วนถึงร้อยละ 30 ของต้นทุนทั้งหมดและแม้ผู้ประกอบการได้มีการแบ่งแยกต้นทุนราคาน้ำมันออกไปเป็นค่าธรรมเนียมน้ำมัน โดยจัดเก็บแยกกับราคาตั๋วโดยสาร แต่ขอยืนยันว่าการขยายตัวของธุรกิจการบินในรูปแบบใหม่ เช่น สายการบินต้นทุนต่ำทำให้ประชาชนได้รับความสะดวกในการเดินทางรวดเร็ว รวมทั้งยังมีความคุ้มค่า เป็นทางเลือกของการให้บริการ จึงมั่นใจว่าผู้โดยสารยังสามารถจ่ายเงินเพื่อแบกรับภาระค่าธรรมเนียมน้ำมันที่สูงขึ้นได้เพื่อแลกกับความสะดวก

ทอท.สั่งเปิดไฟทั่ว "สุวรรณภูมิ" ทดสอบความพร้อมครั้งสุดท้าย

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 28 กรกฎาคม 2549 19:33 น.

ก่อนการทดสอบสนามบินวันพรุ่งนี้ บริษัท ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) ได้สั่งให้เปิดไฟในพื้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิให้ครบทุกจุดเพื่อให้เห็นถึงความสวยงามของสนามบินสุวรรณภูมิยามค่ำคืน โดยจะมีความโดดเด่นที่พื้นที่ลู่วิ่งและทางขับ (รันเวย์) ซึ่งจะเปิดไฟครบ 7,000 ดวง ทั้งฝั่งตะวันออกและตะวันตก ขณะที่อาคารที่พักผู้โดยสารจะเปิดไฟทั่วทั้งอาคาร รวม 9,000 ดวง
โดยตลอดทั้งวันมีผู้บริหารระดับสูงและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้เตรียมความพร้อมในพื้นที่อาคารผู้โดยสารทุกระบบ ทั้งการเช็คอินของสายการบินต่าง ๆ ระบบคอมพิวเตอร์ การตกแต่งอาคารสถานที่ ขณะที่การบินไทยก็ตกแต่งที่พักผู้โดยสารวีไอพี ส่วนอาคารเทียบเครื่องบินที่จะเชื่อมต่อกับอาคารที่พักผู้โดยสาร เตรียมพื้นที่ รวมทั้งทำความสะอาดและเปิดประติมากรรมพระนารายณ์กวนเกษียรสมุทร รวมทั้งร้านจำหน่ายสินค้าบางแห่งก็ได้ตกแต่งเรียบร้อยแล้ว ขณะที่หอบังคับการบินและงานบริการภาคพื้นก็ได้รับการยืนยันว่ามีความพร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์
นายโชติศักดิ์ อาสภวิริยะ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. ยืนยันว่า ระบบต่าง ๆ พร้อมหมดแล้ว รวมทั้งงานสาธารณูปโภค เช่น โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ ซึ่งคืนนี้มีเจ้าหน้าที่สายการบินและสื่อมวลชนเข้าพักกว่า 200 ห้อง ส่วนความคืบหน้าการประเมินผลการทดสอบ มีการตั้งนายสมชัย สวัดิผล ผู้อำนวยการสนามบินสุวรรณภูมิ เป็นประธานคณะทำงานโดยจะประเมินร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ

เร่งเปิดสุวรรณภูมิเสี่ยงสูง โอกาสเกิดอุบัติเหตุ 1 ใน 3

โดย ผู้จัดการรายวัน 28 กรกฎาคม 2549 01:07 น.

ICAO ประเมินเปิดใช้สุวรรณภูมิวันที่ 28 ก.ย.นี้ พบมีความเสี่ยงสูงคิดเป็น 31.1% อาจส่งผลต่อความพร้อมในการเปิดใช้สนามบิน ขอ.ยอมรับเป็นเอกสารภายในที่เจ้าหน้าที่ใช้ประเมินการทำงาน แต่ได้ติดตามจนคาดว่าพร้อมก่อนเปิดจริง “โชติศักดิ์”โบ้ยเอกสารปลอมเยอะ เหตุมีขบวนการขวางเปิดสุวรรณภูมิ “ชัยนันท์” มั่นใจทุกฝ่ายพร้อมก่อนทดลองเที่ยวบิน 29 ก.ค.นี้ โลว์คอสต์แอร์ไลน์ หวั่นปัญหา ระบบไอทีของสุวรรณภูมิทันสมัยเกินไป เกรงอ่านระบบบาร์โค้ดของโลว์คอสต์ไม่ออก

รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม แจ้งว่า องค์กรการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ได้ทำรายงานถึงบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และได้ตั้งข้อสังเกตถึง ความเสี่ยง (Risk) ในการเปิดสนามบินสุวรรณภูมิ ในวันที่ 28 ก.ย. 2549 โดยแบ่งความเสี่ยง ออกเป็น 8 หมวด 93 รายการ พบว่ามีความเสี่ยงระดับกลาง (Medium Risk) ของทุกหมวด 43 รายการ ระดับความเสี่ยงสูง ( High Risk) 29 รายการ ซึ่งความเสี่ยงสูงหมายถึงความไม่ปลอดภัย ไม่มั่นคง ไม่มีประสิทธิภาพ คิดเป็น 31.1% ของจำนวนรายการทั้งหมด และอาจส่งผลถึงความพร้อมในการเปิดสนามบิน

นายชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ อธิบดีกรมการขนส่งทางอากาศ (ขอ.) กล่าวถึงกรณีที่มีการประเมินความเสี่ยงของการเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ของสนามบินสุวรรณภูมิ ในวันที่ 28 ก.ย.2549 นี้ว่า ในหลักการนั้น ขอ.แต่ละประเทศจะเป็นผู้รับผิดชอบในการออกใบอนุญาตการใช้ท่าอากาศยานไม่ใช่ ICAO แต่การพิจารณาต่างๆ จะต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่ ICAOกำหนดไว้ ส่วนเอกสารที่มีการระบุถึงความเสี่ยงของสนามบินสุวรรณภูมินั้นยอมรับว่าจากการตรวจสอบพบว่าเป็นเอกสารภายในที่เจ้าหน้าที่ใช้ในการประเมินการทำงานโดยการทำเชคลิสต์ เพื่อติดตามความคืบหน้าของแต่ละงาน ซึ่งตัวเลขดังกล่าวจะลดลงจากการติดตามงานและได้มีการปรับปรุงแก้ไขไปจนกว่าจะมีการเปิดใช้สนามบินแล้ว

“ขณะนี้ ขอ.ได้ออกใบอนุญาตในการใช้พื้นที่ท่าอากาศยานเพื่อการเดินอากาศ (Interim Aerodome Certificate) สำหรับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิซึ่งเป็นการออกใบอนุญาตแบบชั่วคราว ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ภายใน 6 เดือน เป็นการอนุญาตในส่วนของความพร้อมด้านกายภาพของสนามบิน ส่วนการออกใบอนุญาติการใช้สนามบิน (Aerodome Certificate) ต้องรอให้มีการตรวจสอบความพร้อมทางการบริหารจัดการด้านการบิน(Operation) จะต้องรอให้เปิดทำการบินในวันที่ 28 ก.ย.2549 นี้ ซึ่งทางขอ.จะจัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบและออกใบรับรองให้ภายใน 1-2 เดือนหลังจากนั้น ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติสากลของทุกสนามบินทั่วโลกก็ถือปฏิบัติเช่นนี้”

นายชัยศักดิ์กล่าวว่า ขั้นตอนการออกใบอนุญาตการใช้สนามบินนั้น จะประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ความพร้อมด้านกายภาพของสนามบิน ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการตรวจสอบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนความพร้อมของการบริหารจัดการด้านการบินจะต้องดูความพร้อมของเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานจริง ซึ่งจะต้องเป็นไปตามคู่มือปฏิบัติงานของสนามบินด้วย ในส่วนนี้จะดำเนินการได้เมื่อมีการเปิดทำการบินแล้ว

นายโชติศักดิ์ อาสภาวิริยะ กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าไม่ทราบ เพราะไม่เห็นเอกสารดังกล่าว แต่พร้อมที่จะตรวจสอบ เนื่องจากในขณะนี้มีการทำเอกสารปลอมขึ้นมาเยอะแยะ และยอมรับว่ามีขบวนการที่พยายามขัดขวางการเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิ ดังนั้น เอกสารต่างๆจะต้องมีการตรวจสอบให้รอบคอบเพื่อมิให้เกิดปัญหาหรือตกเป็นเครื่องมือได้

ส่วนปัญหาเรื่องการทำประกัน แหล่งข่าวจาก ทอท. กล่าวว่าขณะนี้ทางบริษัทไอทีโอ จอนย์เวนเจอร์ซึ่งรับผิดชอบการก่อสร้างได้มีการทำประกันสนามบิน ด้านการบริหารการบินทางทอท.ได้มีการทำประกันกับบริษัททิพยประกันภัยแล้ว ส่วนการทำประกันภัยทางการบินนั้น โดยทั่วไปบริษัทประกันในประเทศจะทำหน้าที่เป็นเพียงโปรกเกอร์ แต่บริษัทที่จะรับประกันจะเป็นบริษัทรอยท์จากประเทศอังกฤษ ในส่วนของการประกันจึงไม่น่าจะมีปัญหา

พลเอกชัยนันท์ เจริญศิริ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า สำหรับการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับเที่ยวบินทดสอบเชิงพาณิชย์ภายในประเทศของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในวันที่ 29 ก.ค. 2549 นั้น ทุกฝ่ายได้มีการเตรียมความพร้อมโดยสายการบินต้นทุนต่ำ เช่น นกแอร์ ได้เตรียมเจ้าหน้าที่ส่วนของเช็คอินตั๋วโดยสาร ระบบสายพานเข้าทดสอบระบบส่วนการติดตั้งร้านค้าภายในพื้นที่ ร้านค้าปลอดภาษี (ดิวตี้ฟรี) ได้ตกแต่งแล้วหลายจุดการตกแต่งทางเดินจากอาคารผู้โดยสารถึงทางออกขึ้นเครื่องที่นั่งรับรองผู้โดยสาร

ส่วนการทดสอบระบบสายพานลำเลียงและเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดซีทีเอ็กซ์วานนี้ (27 ก.ค.) เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญจากท่าอากาศยานเมืองมิวนิคประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นที่ปรึกษาได้ทดสอบโดยจำลองเที่ยวบินทั้งขาออกและขาเข้ารวม 22 เที่ยวบิน โดยกำหนดจุดหมายปลายทางไปยังประเทศต่างๆ เพื่อวัดความถูกต้องการกระจายกระเป๋าสัมภาระจากระบบเช็คอินขึ้นสู่เครื่อง ซึ่งผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่าระบบมีความแม่นยำ 99.5%

นายทัศพล แบแลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย แอร์เอเชีย จำกัด ผู้บริหารสายการบิน โลว์คอสต์แอร์เอเชีย กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์) ทั้ง 3 สาย ได้แก่ แอร์เอเชีย นกแอร์ และ วัน-ทู-โก บาย โอเรียนท์ไทย ได้รับหนังสืออนุญาตจากบริษัท ท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย จำกัด ให้เข้าไปตรวจสอบพื้นที่ภายในอาคารผู้โดยสารของสนามบินสุวรรณภูมิแล้ว เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและทำความเข้าใจในพื้นที่ต่างๆ ภายในสนามบิน เช่น ช่องทางเข้า-ออก พื้นที่การก่อสร้างบูธ สำหรับให้บริการแก่ลูกค้า เป็นต้น ดังนั้น เชื่อว่า ในวันเปิดให้บริการจริงในวันที่ 28 ก.ย.นี้ ทั้ง 3 สายการบินโลว์คอสต์ คงไม่มีปัญหาในเรื่องของพื้นที่บริการแน่นอน

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ทั้ง 3 สายการบินโลว์คอสต์ต่างแสดงความเป็นห่วงอย่างมากอยู่ในขณะนี้ รวมทั้งได้เจรจากันและได้นำเสนอปัญหาดังกล่าวนี้เพื่อขอวิธีการแก้ไขกับทอท. และกรมขนส่งทางอากาศไปแล้วไม่นานนี้ คือ เรื่องของระบบไอทีที่ใช้ในการลำเลียงกระเป๋าเดินทางของผู้โดยสาร เพราะเทคโนโลยีที่ทันสมัยของสนามบินสุวรรณภูมิ ทำให้ไม่สามารถอ่านข้อมูลบาร์โค้ดของระบบสายการบินโลว์คอสต์ทั้ง 3 สายได้ ตรงนี้อาจทำให้มีข้อผิดพลาดและความสับสนในการลำเลียงกระเป๋าขึ้นเครื่องบินได้ ซึ่งในวันที่ 31 ก.ค.นี้ จะมีการหารือเพื่อหาข้อสรุปร่วมกับทอท.และกรมขนส่งทางอากาศอีกครั้งหนึ่ง

ทางด้านนายยงยุทธ ลุจินตานนท์ ผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาด ประจำประเทศไทย และพม่า บริษัท คาเธ่ย์ แปซิฟิค แอร์เวย์ จำกัด ผู้ให้บริการสายการบิน คาเธ่ย์ เปิดเผยว่า ล่าสุดทาง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เริ่มทยอยส่งหนังสือให้ทุกสายการบิน เข้าไปดำเนินการเรื่องการจัดเตรียมความพร้อมด้านสถานที่เพื่อให้บริการลูกค้า รวมถึง การสร้างออฟฟิศและเลาจ์น ซึ่งในส่วนของคาเธ่ย์ แปซิฟิค ค่อนข้างมั่นใจว่า การก่อสร้างทั้งหมดจะเสร็จทันเปิดให้บริการแก่ในวันที่ 28 ก.ย.2549 อย่างแน่นอน

หลายหน่วยงานระดม จนท.เตรียมพร้อมเปิดทดสอบ "สุวรรณภูมิ" เสาร์นี้

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 27 กรกฎาคม 2549 18:15 น.

หลายหน่วยงานระดมเจ้าหน้าที่ประจำสนามบินสุวรรณภูมิ เตรียมพร้อมก่อนเปิดทดสอบให้บริการในวันเสาร์ 29 กรกฎาคมนี้ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญท่าอากาศยานมิวนิก ยืนยัน ระบบสายพานลำเลียงกระเป๋าถูกต้องเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์

ระบบสายพานสนามบินสุวรรณภูมิแม่นยำแล้วร้อยละ 99.5

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 27 กรกฎาคม 2549 18:42 น.

ทุกฝ่ายเข้าเตรียมความพร้อมสนามบินสุวรรณภูมิ ยืนยันการกระจายกระเป๋าสัมภาระจากระบบเช็คอินขึ้นสู่เครื่องแม่นยำแล้วร้อยละ 99.5

ผู้สื่อข่าวรายงานการเตรียมความพร้อมก่อนการทดสอบสนามบินสุวรรณภูมิในวันที่ 29 กรกฏาคมนี้ว่า หน่วยงานต่าง ๆ ได้เข้าเตรียมความพร้อมซึ่งถือว่ามีความสมบูรณ์ โดยเจ้าหน้าที่สายการบินต้นทุนต่ำ เช่น นกแอร์ ได้เตรียมเจ้าหน้าที่ส่วนของงานเช็คอินตั๋วโดยสาร ระบบสายพานเข้าทดสอบระบบ ส่วนการติดตั้งร้านค้าภายในพื้นที่ ร้านค้าปลอดภาษี ได้ตกแต่งแล้วเสร็จสวยงามหลายจุด การตกแต่งทางเดินจากอาคารผู้โดยสารถึงทางออกขึ้นเครื่อง ที่นั่งรับรองผู้โดยสาร ซึ่งจนถึงขณะนี้มีความสมบูรณ์แล้วเช่นกัน

ส่วนการทดสอบระบบสายพานลำเลียงและเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดซีทีเอ็กซ์ ในวันนี้ (27 ก.ค.) เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญจากท่าอากาศยานเมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี ที่ว่าจ้างมาเป็นที่ปรึกษาได้ทดสอบจำลองเที่ยวบินทั้งขาออกและขาเข้ารวม 22 เที่ยวบิน โดยกำหนดจุดหมายปลายทางไปยังประเทศต่าง ๆ เพื่อวัดความถูกต้องการกระจายกระเป๋าสัมภาระจากระบบเช็คอินขึ้นสู่เครื่อง ซึ่งผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่าระบบมีความแม่นยำถึงร้อยละ 99.5

สหรัฐฯหวังฮุบแปซิฟิกแอร์ทำโลว์คอสท์เวียดนาม

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 28 กรกฎาคม 2549 00:10 น.

ผู้จัดการรายวัน- กลุ่มบริษัทการเงินจากสหรัฐฯ แห่งหนึ่งกำลังเร่งเจรจากับสายการบินแปซิฟิกแอร์ไลน์สของเวียดนามเพื่อเข้าถือหุ้นใหญ่ในสายการบินแห่งนี้ ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีแผนที่จะนำเข้าระดมทุนในศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์เวียดนาม ขยายฝูงบินเพื่อเปิดให้บริการเป็นสายการบินราคาประหยัด เปิดบินทั้งเส้นทางในประเทศและเชื่อมกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่นเดียวกันกับสายการบินโลว์คอสท์อื่นๆ ในภูมิภาค

หากการเจรจาเข้าลงทุนเป็นผลสำเร็จ กลุ่มการเงินจากสหรัฐฯ รายนี้จะกลายเป็นผู้ลงทุนต่างชาติรายแรกในภาคส่วนการบินของประเทศ ทั้งนี้เป็นรายงานของหนังสือพิมพ์ไซ่ง่อนหย่ายฝ็อง (Saigon Gia Phong) หรือ “ไซ่ง่อนปลดปล่อย”

บริษัทจากสหรัฐฯ มีแผนที่จะเข้าปรับปรุงโครงสร้างสายการบินแปซิฟิกแอร์ไลนส์ใหม่ทั้งหมด โดยมีความตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปซิฟิกแอร์ไลนส์เป็นสายการบินต้นทุนต่ำแห่งแรกของประเทศ เช่นเดียวกับสายการบินไทเกอร์แอร์เวยส์ ของสิงคโปร์ แอร์เอเชียของมาเลเซีย ไลอ้อนแอร์ของอินโดนีเซีย หรือ เจ๊ตสตาร์ของออสเตรเลีย

เครือข่ายการบินของแปซิฟิกแอร์ไลนส์ จะครอบคลุมเส้นทางทั้งภายในประเทศและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตามแผนพัฒนาระยะเวลา 5 ปี โดยสายการบินมีฝูงบินเป็นเครื่องโบอิ้ง B737 และแอร์บัส A320 จำนวนทั้งหมด 20 ลำ โดยหวังที่จะทำกำไรให้ได้ภายในระยะเวลา 3 ปี และ กระจายหุ้นเพื่อระดมเงินทุน

ในปัจจุบัน กระบวนการปรับปรุงโครงสร้างของแปซิฟิกแอร์ไลนส์ ได้ดำเนินไปอย่างเร่งด่วน ทั้งในส่วนของการพัฒนาปรับปรุงคุณภาพการบริการ และการลดต้นทุนค่าใช้จ่าย

แต่เดิมนั้นแปซิฟิกแอร์ไลนส์มีผู้ถือหุ้นทั้งหมด 3 ส่วน คือ กระทรวงการคลัง 86.49% บริษัทไซ่ง่อนทัวร์ริสต์ (Saigon Tourist) 13.06% และบริษัทเทรดวิโก้ (Tradevico) 0.45% ต่อมากระทรวงการคลังได้ปรับเปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้นในสายการบินนี้ใหม่ โดยที่รัฐยังคงถือหุ้นมากกว่า 50% ร่วมกับผู้ถือหุ้นต่างชาติที่สามารถถือหุ้นได้สูงสุด 30% และส่วนที่เหลือเป็นผู้ถือหุ้นในประเทศ

มีรายงานก่อนหน้านี้ว่ากลุ่มทุนใหญ่จากสิงคโปร์ได้เสนอเข้าครอบกิจการสายการบินแปซิฟิกแอร์ไลน์ เพื่อพัฒนาให้เป็นสายการบินแห่งชาติสายที่ 2 แต่แล้วข่าวคราวก็ได้เงียบหายไป ขณะที่สายการบินแห่งนี้อยู่ในภาวะขาดทุนมาโดยตลอด

สายการบินแปซิฟิกแอร์ไลนส์ได้พัฒนาเส้นทางการบินทั้งในและต่างประเทศ ประกอบด้วยเที่ยวบิน โฮจิมินห์-ฮานอย โฮจิมินห์-ด่าหนัง ฮานอย-ด่าหนัง และโฮจิมินห์-ไต้หวัน รวมไปถึงเส้นทางบินในปลายทางประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ความเคลื่อนไหวการลงทุนในแปซิฟิกแอร์ไลน์สมีขึ้นในขณะที่นักลงทุนจากสหรัฐฯ กำลังมุ่งหน้าเข้าสู่เวียดนวมหลังจากสองประเทศได้ปรับความสัมพันธ์ระหว่างกันมานาน 11 ปี และ รัฐสภาเวียดนามกำลังพิจารณาให้ฐานะประเทศคู่ค้าปกติถาวร (Permanent Normal Trade Relation) หรือ PNTR แก่เวียดนาม เพื่อเข้าเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลกในปลายปีนี้

นักวิเคราะห์เชื่อกันว่า หลังจากเวียดนามเข้าเป็นสมาชิก WTO และมีการเปิดการค้า อุตสาหกรรมและบริการให้ต่างชาติได้เข้าไปแข่งขันแล้ว ก็จะมีนักลงทุนจากสหรัฐฯ เคลื่อนเข้าเวียดนามอีกเป็นจำนวนมาก

ในปัจจุบัน มีบริษัทสายการบินต่างชาติมากกว่า 20 แห่ง และสายการบินภายในประเทศอีก 2 แห่ง ให้บริการเที่ยวบินไปยังเวียดนาม โดยสายการบินต้นทุนต่ำ เป็นสายการบินทางเลือกหนึ่งที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว เนื่องจากมีราคาถูก

ไทเกอร์แอร์เวยส์ ของสิงคโปร์ เป็นสายการบินต้นทุนต่ำแห่งแรกที่เปิดให้บริการเที่ยวบินไปยังเวียดนาม โดยเริ่มเมื่อเดือน เม.ย. ปี ที่แล้ว

สายการบินไทยแอร์เอเชีย ได้เข้าแย่งส่วนแบ่งตลาดการบินในเวียดนามในปี 2548 เช่นกัน โดยให้บริการในเส้นทางบินจากกรุงเทพฯ ไปยังกรุงฮานอย 2 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ โดยที่สายการบินแควนตัสแอร์เวย์สแห่งออสเตรเลีย เตรียมส่งสายการเจ็ตสตาร์ (Jetstar) ในเครือ เข้าแข่งขันบริการบินต้นทุนต่ำ โดยเริ่มบินจากออสเตรเลียสู่นครโฮจิมินห์ในปลายปีนี้

เนื่องจากการแข่งขันเปิดเส้นทางบิน และการจัดส่งเสริมการขายในเส้นทางบินมายังประเทศเวียดนามของสายการบินต้นทุนต่ำเหล่านี้ ทำให้จำนวนชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศนี้ทะลุถึง 1.8 ล้านคนในระยะครึ่งปีที่ผ่านมา.

July 27, 2006

สิงคโปร์ฯซื้อA350XWB20ลำ1.9แสนล.

"สิงคโปร์ แอร์ไลน์ส" ทุ่มสร้างฝูงบินใหม่ 1.9 แสนล้าน สั่งแอร์บัส A350 XWB ลอตใหญ่ 20 ลำ หลังโปรแกรมรับมอบ A380 ล่าช้า จับตา "การบินไทย" รื้อแผนธุรกิจ 5 ปี เตรียมจัดซื้อรายการใหญ่รับเทรนด์ตลาดเอเชีย

รายงานงานข่าวจากบริษัท แอร์บัส จำกัด เปิดเผยว่า ขณะนี้สิงคโปร์ แอร์ไลน์ส เป็นสายการบินแรกในเอเชียที่ลงทุนมูลค่าประมาณ 7,500 ล้านเหรียญสิงคโปร์ (191,250 ล้านบาท) สั่งซื้อเครื่องบินรุ่นล่าสุด แอร์บัส A350 XWB จำนวน 20 ลำ ขนาด 314 ที่นั่ง/ลำ

ภายใน 2 ปีนี้ อยู่ระหว่างปรับและตกแต่งดีไซน์ซีรีส์ที่จะทำให้ทันปี 2555 ซึ่งจะเป็นประวัติศาสตร์ของแอร์บัสเช่นกัน เพราะก่อนหน้านี้สิงคโปร์ฯสั่งซื้อโบอิ้ง B787-9 ไว้ 20 ลำ ถึงอย่างไรแอร์บัสรุ่นล่าสุดได้ดีไซน์สมรรถนะให้เหมาะจะใช้บินระยะไกล เมื่อเปรียบเทียบแล้วแอร์บัสยืนยันว่าจะดีกว่าโบอิ้งดรีมไลเนอร์เสียด้วยซ้ำ

ส่วนแผนพัฒนาโปรดักต์เครื่องบินในช่วงที่แอร์บัส A380 ซึ่งมีความจำเป็นจะต้องส่งมอบเข้าประจำฝูงบินต่างๆ ทั่วโลกล่าช้า โปรแกรมใน 3 ปีแรก สิงคโปร์ฯก็สั่งไว้มากกว่า 6 ลำ มูลค่ารวมประมาณ 300 ล้านเหรียญสหรัฐ/ลำ ขนาด 555 ที่นั่ง/ลำ ขณะนี้สิงคโปร์ฯเป็นสายการบินที่มีฝูงบิน B777 ใหญ่ที่สุดในโลก ต่อไปก็จะมีแอร์บัส A350 XWB และ A380 เพิ่มขึ้นตามลำดับ

จอห์น ลีเฮ หัวหน้าฝ่ายขายแอร์บัส กล่าวว่า ในงาน Farbrough International Air show ที่สหราชอาณาจักร ทางสิงคโปร์ฯไม่ได้แสดงความสงสัยการส่งมอบแอร์บัสล่าช้าหากยังคงปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างชัดเจนที่จะรับมอบตามโปรแกรมใหม่

อย่างไรก็ตาม ภายในปี 2552 สิงคโปร์ แอร์ไลน์ส ตั้งเป้าจะมีฝูงบินแอร์บัส A330-300 จำนวน 19 ลำ หลังจากนั้นจะเริ่มทยอยนำเข้าเครื่องบินรุ่นล่าสุดจากแอร์บัสและโบอิ้ง

แหล่งข่าวระดับสูงจาก บมจ.การบินไทย เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า เมื่อ มี.ค.2549 หลังเสร็จสิ้นการขาย MD-11 จำนวน 4 ลำ ฝ่ายบริหารและคณะกรรมการบริษัทกำลังจะพิจารณานโยบายและแผนการลงทุนจัดซื้อฝูงบินใหม่เข้ามาทดแทน

เพราะได้สั่งซื้อแอร์บัส A380 ไปเช่นกัน 6 ลำ เมื่อโปรแกรมส่งมอบมีปัญหาต้องล่าช้าออกไป ก็ควรจะได้เครื่องรุ่นอื่นเข้ามาทดแทน ส่วนหนึ่งเป็นกลยุทธ์เพิ่มเครือข่ายเที่ยวบินที่จะแข่งกับนานาประเทศ ตามเทรนด์ตลาดการเดินทางของนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจในเอเชียจะเติบโตสูงที่สุดในรอบ 10 ปีนี้

สำหรับการบินไทยยังไม่มีความชัดเจนว่าฝูงบินใหม่จะเลือกค่ายใดระหว่างแอร์บัส หรือโบอิ้ง คงมีเพียงคำยืนยันจากฝ่ายขายของโบอิ้งว่าเคยเสนอขายฝูงบินรุ่นล่าสุดซึ่งมีสมรรถนะเหมาะทั้งการบินในภูมิภาคและข้ามทวีป คือ โบอิ้ง B787-800 ดรีมไลเนอร์ เบื้องต้น 4 ลำ แต่ยังไม่มีข้อตกลงใดๆ

วันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2549
จาก ประชาชาติธุรกิจ

เอเอพีเอแจงยอดผู้โดยสารเดือนมิ.ย.ทะลุ 11.1 ล้าน

สิงคโปร์ - สมาคมสายการบินเอเชีย-แปซิฟิก (เอเอพีเอ) เปิดเผยว่า ยอดผู้โดยสารของสายการบินในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เดือนมิถุนายน ปรับตัวเพิ่ม 5.5 % จากเดือนเดียวกันของปีที่แล้ว เป็น 11.1 ล้านคน โดยยอดผู้โดยสารทั้งหมดในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ เพิ่มขึ้น 5.1% หรือมีจำนวนเกือบ 65 ล้านคน ทั้งนี้ เอเอพีเอมีสมาชิกสายการบินในภูมิภาคทั้งสิ้น 17 สายการบิน รวมทั้งการบินไทย


27 กรกฎาคม 2549 เวลา 16:17:49
จาก กรุงเทพธุรกิจ

เจ็ตสตาร์เตรียมเปิด 2 เส้นทางบินใหม่สู่ไทยปลายปีนี้

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 26 กรกฎาคม 2549 14:35 น.


ผู้บริหารสายการบินเจ็ตสตาร์ พร้อมใช้บริการสนามบินสุวรรณภูมิเป็นจุดเชื่อมกับสายการบินอื่น เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวออสเตรเลียที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต เตรียมเปิด 2 เส้นทางการบินใหม่บินตรงสู่ไทยปลายปีนี้

นายเดวิด ค็อกสการ์ ผู้จัดการทั่วไป สายการบินเจ็ตสตาร์ ซึ่งเป็นสายการบินต้นทุนต่ำในเครือแควนตัสกรุ๊ป ประเทศออสเตรเลีย เปิดเผยว่า ในวันที่ 23 พฤศจิกายนนี้ จะเปิดเส้นทางการบินระหว่างเมลเบิร์น-กรุงเทพฯ และในวันที่ 24 พฤศจิกายนจะเปิดบริการเที่ยวบินปฐมฤกษ์ ซิดนีย์-ภูเก็ต โดยจะเปิดให้บริการ 3 เที่ยวบินต่อ 1 สัปดาห์ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวไทยและนักท่องเที่ยวออสเตรเลียที่จะเดินทางไปมาระหว่าง 2 ประเทศ โดยทางเจ็ตสตาร์ คาดว่าจะมีผู้โดยสารเฉลี่ยประมาณ 3,000-3,500 คนต่อสัปดาห์ และในช่วงต้อนรับเปิดให้บริการเที่ยวบิน ทางเจ็ตสตาร์เปิดให้จองที่นั่งโดยสารภูเก็ต-ซิดนีย์ ราคาเริ่มต้น 910 บาทต่อเที่ยว และเที่ยวบินกรุงเทพฯ-เมลเบิร์น เริ่มต้น 1,000 บาทต่อเที่ยว ราคาค่าโดยสารดังกล่าวไม่รวมค่าเชื้อเพลิง ค่าธรรมเนียมและค่าภาษีสนามบิน เปิดจองผ่านเว็บไซต์ jetstar.com สิ้นสุดการจองวันที่ 28 กรกฎาคมนี้ โดยผู้โดยสารสามารถเดินทางได้ระหว่างวันที่ 23 พฤศจิกายน 2549 ถึง 30 มิถุนายน 2550

สำหรับอัตราค่าโดยสารตามปกติของเจ็ตสตาร์เฉลี่ยประมาณ 8,000 บาท สูงสุด 24,000 บาท ซึ่งเป็นอัตราค่าโดยสารชั้นเฟิร์สคลาส โดยระยะแรกจะใช้เครื่องบินแอร์บัส A330-200 ขนาด 303 ที่นั่ง ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นโบอิ้ง 787 ในเดือนสิงหาคม 2551 โดยจะใช้งบประมาณ 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในการเปลี่ยนเครื่องบิน นอกจากนี้ เตรียมที่จะเปิดเส้นทางการบินระหว่างออสเตรเลีย-โอซากา, ออสเตรเลีย-โฮจิมินห์, ออสเตรเลีย-บาหลี และ ออสเตรเลีย-ฮอนโนลูลู ในปี 2551

ส่วนการเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิ นายเดวิด กล่าวว่า ทางเจ็ตสตาร์พร้อมที่จะใช้สนามบินดังกล่าว โดยทางเจ็ตสตาร์ มีทีมคณะทำงานที่จะมาเชื่อมโยงกับสนามบินสุวรรณภูมิ และถือเป็นโอกาสสำคัญที่ประเทศไทยจะมีสนามบินแห่งใหม่ เพื่อรองรับจำนวนผู้โดยสารที่คาดว่าจะบินมาจากออสเตรเลียเพิ่มมากขึ้น และถือเป็นจุดเชื่อมระหว่างสายการบินอื่น ๆ กับสายการบินแควนตัส

ฮอนด้าประกาศเจาะตลาดเครื่องบินเล็ก

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 26 กรกฎาคม 2549 20:29 น.

เอเอฟพี - ฮอนด้า ยักษ์ใหญ่ด้านยานยนต์ของญี่ปุ่น ประกาศรุกเข้าสู่ตลาดเครื่องบินขนาดเล็ก ด้วยการร่วมลงทุนกับบริษัทไพเพอร์ แอร์คราฟต์ของสหรัฐฯ

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นผลสำเร็จของความพยายามยาวนาน 20 ปีที่จะก้าวเข้าสู่ตลาดการบินของฮอนด้า ซึ่งผลิตสินค้าหลากหลายตั้งแต่รถยนต์ จักรยานยนต์ ไปจนถึงเรือยนต์ต่างๆ

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (25) บริษัทอเมริกัน ฮอนด้า มอเตอร์แถลงว่า เพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายนี้ ทางฮอนด้าจะตั้งบริษัทในสหรัฐฯขึ้นมาใหม่ 1 แห่ง เพื่อจุดประสงค์ในการยื่นขอใบอนุญาตทั้งในด้านแบบเครื่องบินและการผลิตจากสำนักงานบริหารการบินของสหรัฐฯ (เอฟเอเอ) โดยทางบริษัทตั้งเป้าที่จะขอใบอนุญาตแบบเครื่องบินให้ได้ภายในเวลา 3-4 ปี ก่อนที่จะเริ่มเดินหน้าผลิตเครื่องบินในตลาดสหรัฐฯ

เจ้าหน้าที่ของฮอนด้าเผยว่า กำหนดเวลาที่แน่ชัดที่เครื่องบิน "ฮอนด้าเจ็ต" จะออกวางจำหน่ายนั้น ขึ้นอยู่กับกระบวนการพิจารณาของเอฟเอเอ โดยในระหว่างนี้ ทางฮอนด้าอยู่ระหว่างการพิจารณาเลือกสถานที่ตั้งโรงงานผลิตเครื่องบินอยู่

นอกจากนี้ ฮอนด้าคาดว่า ทางบริษัทน่าจะเปิดให้มีการสั่งจองเครื่องบินดังกล่าวในสหรัฐฯได้ภายในปีนี้ พร้อมระบุด้วยว่า เครื่องบินฮอนด้าเจ็ตซึ่งจุผู้โดยสารรวมนักบินได้ทั้งหมด 7 คนนี้ ยังสามารถนำไปใช้เป็นเครื่องบินเช่าขนาดเล็กได้อีกด้วย อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ของฮอนด้าปฏิเสธที่จะให้ข้อมูลด้านราคาในตอนนี้ ระบุเพียงแค่ว่า ระดับราคาเริ่มต้นน่าจะต่ำกว่า 4 ล้านดอลลาร์

ความเคลื่อนไหวในการรุกเข้าสู่ตลาดเครื่องบินของฮอนด้าครั้งนี้ ดูจะเป็นการกระทำที่ค่อนข้างสวนทางกับผู้ผลิตด้านยานยนต์รายอื่นๆ อาทิ ฟอร์ด มอเตอร์, เจเนอรัล มอเตอร์ส (จีเอ็ม) และไครสเลอร์ คอร์ป. ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยรุกเข้ามาสู่ธุรกิจการผลิตเครื่องบินและยานอวกาศมาแล้วทั้งสิ้น และก็ได้ขายหุ้นที่มีอยู่ทิ้งไปในช่วงทศวรรษ 1960

ฮอนด้าเริ่มต้นโครงการพัฒนาเครื่องบินในปี 1986 ต่อมาในปี 2003 ได้ตั้งบริษัทฮอนด้าเจ็ตขึ้นมาเพื่อพัฒนาและวิจัยเครื่องบิน และในปีที่แล้ว ฮอนด้าก็เพิ่งก่อตั้งบริษัทร่วมทุนกับทางเจเนอรัล อิเล็กทริค (จีอี) เพื่อร่วมกันสร้างเครื่องยนต์สำหรับเครื่องบินขนาดเล็ก

ผู้ผลิตรายนี้ระบุต่อไปว่า มีแผนจับมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับบริษัทไพเพอร์ แอร์คราฟต์ เพื่อประสานความร่วมมือกันในด้านการขายและการบริการ รวมถึงศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมมือกันด้านวิศวกรรมและด้านอื่นๆ ต่อไปภายในขอบเขตธุรกิจเครื่องบินส่วนบุคคลและเครื่องบินพาณิชย์

เจ็ตสตารเพิ่มเส้นบินไทย-ออสเตรเลียลั่นชูสุวรรณภูมิจุดเชื่อมสายการบินอื่น

โดย ผู้จัดการรายวัน 26 กรกฎาคม 2549 20:54 น.

ผู้จัดการรายวัน - สายการบินต้นทุนต่ำเจ็ตสตาร์ เครือแควนตัสกรุ๊ป ของออสเตรเลีย เตรียมเปิดบริการเส้นทางบินใหม่ๆเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับตลาดท่องเที่ยวที่เติบโตดี เผยพฤศจิกายนเตรียมเปิดอีก 2 เส้นทางบิน เมลเบิร์น-กรุงเทพฯ และ ซิดนีย์-ภูเก็ต เชื่อมนักท่องเที่ยวไทยกับออสเตรเลีย ประกาศพร้อมใช้บริการสนามบินสุวรรณภูมิเป็นจุดเชื่อมกับสายการบินอื่น

นายเดวิด ค็อกสการ์ ผู้จัดการทั่วไป สายการบินเจ็ตสตาร์ ซึ่งเป็นสายการบินต้นทุนต่ำในเครือแควนตัสกรุ๊ป ประเทศออสเตรเลีย กล่าวถึงแผนงานการทำตลาดในปีนี้ว่า สายการบินเจ็ตสตาร์จะเปิดเส้นทางบินใหม่ๆเพื่อเป็นการเสริมศักยภาพทางด้านการบินให้มีความแข็งแกร่งและครอบคลุมมากยิ่งขจึ้น ซึงจะทำให้สามารถขยายตลาดกลุ่มเป้าหมายได้ด้วย
โดยเส้นทางที่จะเปิดบริการในปีนี้นั้นประกอบด้วย เส้นทางการบินระหว่างเมลเบิร์น-กรุงเทพฯ ซึ่งจะเปิดบริการในวันที่ 23 พฤศจิกายนนี้ และเที่ยวบินปฐมฤกษ์ ซิดนีย์-ภูเก็ต จะเปิดบริการในวันที่ 24 พฤศจิกายน โดยจะเปิดให้บริการ 3 เที่ยวบินต่อ 1 สัปดาห์ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวไทยและนักท่องเที่ยวออสเตรเลียที่จะเดินทางไปมาระหว่าง 2 ประเทศ โดยทางเจ็ตสตาร์ คาดว่าจะมีผู้โดยสารเฉลี่ยประมาณ 3,000-3,500 คนต่อสัปดาห์
นอกจากนี้ เตรียมที่จะเปิดเส้นทางการบินระหว่างออสเตรเลีย-โอซากา, ออสเตรเลีย-โฮจิมินห์, ออสเตรเลีย-บาหลี และ ออสเตรเลีย-ฮอนโนลูลู ในปี 2551
อย่างไรก็ตาม สำหรับในช่วงแรกที่จะเปิดให้บริการนั้น ปโดยเฉพาะ เส้นทางการบินระหว่างเมลเบิร์น-กรุงเทพฯ และเที่ยวบิน ซิดนีย์-ภูเก็ต ทางเจ็ตสตาร์ได้เปิดให้จองที่นั่งโดยสารภูเก็ต-ซิดนีย์ ราคาพิเศษโดยจะเริ่มต้น 910 บาทต่อเที่ยว และเที่ยวบินกรุงเทพฯ-เมลเบิร์น เริ่มต้น 1,000 บาทต่อเที่ยว ราคาค่าโดยสารดังกล่าวไม่รวมค่าเชื้อเพลิง ค่าธรรมเนียมและค่าภาษีสนามบิน ซึ่งจะเปิดให้จองผ่านเว็บไซต์ jetstar.com และจะสิ้นสุดระยะเวลาการจองวันที่ 28 กรกฎาคมนี้ โดยผู้โดยสารสามารถเดินทางได้ระหว่างวันที่ 23 พฤศจิกายน 2549 ถึง 30 มิถุนายน 2550
ส่วนอัตราค่าโดยสารตามปกติของเจ็ตสตาร์เฉลี่ยราคาต่ำสุดอยู่ที่ประมาณ 8,000 บาท และสูงสุด 24,000 บาท ซึ่งเป็นอัตราค่าโดยสารชั้นเฟิร์สคลาส โดยระยะแรกจะใช้เครื่องบินแอร์บัส A330-200 ขนาด 303 ที่นั่ง ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นโบอิ้ง 787 ในเดือนสิงหาคม 2551 โดยจะใช้งบประมาณ 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในการเปลี่ยนเครื่องบิน

นายเดวิด กล่าวให้ความเห็นถึงกรณีที่จะมีการเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิว่า ในส่วนขชองเจ็ตสตาร์มีความพร้อมที่จะใช้สนามบินดังกล่าว เนื่องจากเจ็ตสตาร์ มีคณะทำงานที่จะมาเชื่อมโยงกับสนามบินสุวรรณภูมิ และถือเป็นโอกาสสำคัญที่ประเทศไทยจะมีสนามบินแห่งใหม่ เพื่อรองรับจำนวนผู้โดยสารที่คาดว่าจะบินมาจากออสเตรเลียเพิ่มมากขึ้น และถือเป็นจุดเชื่อมระหว่างสายการบินอื่น ๆ กับสายการบินแควนตัสได้ด้วย

Air Port Bus& โอดวิ่งไม่ถึงปีขาดทุนยับ 3 ล้าน

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 27 กรกฎาคม 2549 13:48 น.

ศูนย์ข่าวภูเก็ต Air Port Bus โอด สถานที่จอดรถในสนามบินไม่เตะตา นักท่องเที่ยวไม่เห็น ทำให้ขาดทุนย่อยยับ 3 ล้านบาทแล้ว แม้จะเปิดให้บริการได้ไม่ถึง 1 ปี วอนหน่วยงานเกี่ยวข้อง เร่งหาจุดจอดรถที่เหมาะสม

นายวิเชษฐ์ ระดมกิจ ผู้จัดการบริษัท ภูเก็ตมหานคร จำกัด กล่าวถึงการเปิดให้บริการรถประจำทางสาย 8441 (สถานีขนส่งจังหวัดภูเก็ต ถึงท่าอากาศยานภูเก็ต) หรือ Air Port Bus เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้โดยสาร ระหว่างสนามบินภูเก็ต-เมืองภูเก็ต-สนามบินภูเก็ต ว่า หลังจากบริษัทได้รับสัมปทาน Air Port Bus จากสำนักงานขนส่งจังหวัดภูเก็ต ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2548 เพื่อให้บริการและเพิ่มทางเลือกในการเดินทางให้แก่นักท่องเที่ยวและประชาชน ที่ในเส้นทาง สนามบินภูเก็ต-เมืองภูเก็ต-สนามบิน รวมทั้งเป็นการยกระดับ ระบบบริการขนส่งมวลชนของจังหวัดภูเก็ต ให้มีความหลากหลายขึ้น โดยมีระยะเวลาในการสัมปทานเดินรถ 7 ปี

ปรากฏว่า การดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2548 เป็นต้นมา จนถึงขณะนี้ บริษัทต้องแบกรับภาระขาดทุนไปแล้วประมาณ 3 ล้านบาท ซึ่งการดำเนินงานขาดทุนมาโดยตลอด

สำหรับภาวะขาดทุนที่เกิดขึ้น มีหลายสาเหตุ รวมทั้งในเรื่องของจุดจอดรถ ที่บริเวณท่าอากาศยานภูเก็ต ซึ่งการจอดรถ Air Port Bus ที่ภูเก็ต ไม่เหมือนกับที่กรุงเทพฯที่สามารถขึ้นไปจอดรับผู้โดยสารได้อย่างสะดวก ทั้งๆ ที่การบริการดังกล่าว เป็นการบริการขนส่งมวลชนสาธารณะ ที่ให้บริการนักท่องเที่ยวและประชาชน ที่ต้องการเดินทางออกจากสนามบินภูเก็ตเข้าเมือง และจากเมืองมายังสนามบินภูเก็ต ซึ่งเป็นบริการสาธารณะที่ราคาถูก และเป็นบริการสาธารณะที่บริษัททำขึ้น เพื่อให้บริการคนภูเก็ตโดยแท้จริง

สำหรับการเข้าไปจอดรับในบริเวณสนามบินภูเก็ต บริษัทได้รับความเอื้อเฟื้อจากการท่าฯให้นำรถไปจอดรับผู้โดยสารได้ ที่บริเวณเชิงสะพานทางลงจากลานจอดรถ ซึ่งเป็นจุดที่อันตราย เพราะเมื่อรถลงจากสะพาน ก็จะเจอกับผู้โดยสารที่จะขึ้นรถ Air Port Bus

ปัญหาสำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือ สถานที่จอดรถ ผู้โดยสารมองไม่เห็นว่าอยู่ ณ จุดใด ถึงแม้ว่าจะมีป้ายบอกแต่ป้ายก็ขึ้น ณ จุดเดียวเท่านั้น ไม่มีความต่อเนื่องไปถึงที่จอดรถ อีกประการหนึ่ง คือ สถานที่จอดรถกับตัวอาคารที่ผู้โดยสารลงอยู่ไกลกันมาก

นอกจากนั้น ในส่วนของบริษัทเองในช่วงแรกๆ ก็ไม่กล้าที่จะประชาสัมพันธ์ หรือเข้าไปบอกผู้โดยสาร ว่า มีบริการ Air Port Bus เนื่องจากในระยะแรกต้องยอมรับว่า กลัวจะมีปัญหากับผู้ประกอบการ ที่ทำอยู่เดิมทั้งลีมูซีน และแท็กซี่มิเตอร์ แต่มาระยะหลัง มีความเข้าใจมากขึ้น และในส่วนของลีมูซีน และแท็กซี่มิเตอร์ ก็พร้อมเข้ามาให้ความช่วยเหลือ โดยช่วยบอกกับผู้โดยสาร ว่า มีบริการดังกล่าวให้บริการด้วย

ส่วนกรณีที่จอดรถ บริษัทก็ได้ร้องขอไปยังการท่าฯ เพื่อขอย้ายที่จอดไปจอดในที่เหมาะสม ซึ่งขณะนี้ได้รับการยืนยันจากทางการท่าฯ แล้ว ว่าจะย้ายไปอยู่ในจุดที่เหมาะสมและผู้โดยสารสามารถมองเห็น แต่ยังไม่สามารถย้ายได้คงจะต้องรอให้การท่าฯปรับปรุงอาคารเสร็จเรียบร้อยก่อน

นายวิเชษฐ์ กล่าวต่อไปว่า อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการประกอบการจะประสบภาวะขาดทุนทางบริษัทก็ยังคงต้องดำเนินการต่อไป เพราะเป็นบริการสาธารณะที่ต้องการช่วยเหลือคนจังหวัดภูเก็ตจริงๆ เพราะการให้บริการนั้นเป็นการให้บริการที่ราคาถูกมากๆ

ทั้งนี้ เพื่อให้บริษัทแบกรับภาระต่อไปได้ บริษัทจำเป็นที่จะต้องลดขนาดรถลงมาเป็นรถตู้ในการให้บริการลงมาในบางเที่ยว ซึ่งเป็นช่วงที่มีผู้โดยสารน้อย จากเดิมบริษัทใช้รถปรับอากาศชั้น 2 มี 30-40 ที่นั่ง จำนวน 5 คัน ให้บริการวันละ 26 เที่ยว โดยเที่ยวไปจาก บขส.13 เที่ยว และจากสนามบินภูเก็ตมา บขส.13 เที่ยว เที่ยวแรกจาก บขส.ในเวลา 05.00 น.และเที่ยวสุดท้ายในเวลา 18.30 น.ส่วนเที่ยวแรกจากสนามบินในเวลา 06.30 น.และเที่ยวสุดท้ายในเวลา 21.30 น.โดยรถจะออกทุก 30 นาที หรือ 1 ชั่วโมง ตามเที่ยวบินที่ลงที่สนามบินภูเก็ต

ส่วนการเดินทางจาก บขส.ภูเก็ตไปยังสนามบินใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง โดยมีจุดจอดรถตามจุดสำคัญและชุมชนทั้งหมด 10 จุด ในเส้นทางดังนี้ คือ บขส.ภูเก็ต-พันเทพคอนโดทาวน์-สนามกีฬาสุระกุล-บิ๊กซี-หมู่บ้านอิราวดี-บายพาส-โบ๊ทลากูน-อนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร-ที่ว่าการอำเภอถลาง-โรงแรมเพิร์ลวิลเลจ และสนามบินภูเก็ต โดยคิดว่าโดยสารตามระยะทาง แต่จากต้นทางที่ บขส.-สนามบินภูเก็ตคิดในอัตรา 52 บาท ในระยะทาง 39 กม.

อสส.ยืนยัน กระบวนการติดตามการทุจริตจัดซื้อ CTX 9000 ยังไม่ยุติ

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 27 กรกฎาคม 2549 14:52 น.

ภายหลังการหารือร่วมกันระหว่างอัยการสูงสุด และแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อติดตามความคืบหน้ากรณีการทุจริตการจัดซื้อเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด ซีทีเอ็กซ์ 9000 ของสนามบินสุวรรณภูมิ นายพชร ยุติธรรมดำรง อัยการสูงสุด ได้แถลงยืนยันว่า ในฐานะเป็นผู้ประสานงานกลางในส่วนของข้อมูลจากทางสหรัฐอเมริกา ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่แล้ว และกระบวนการติดตามในเรื่องดังกล่าวยังไม่ยุติ ทั้งยังระบุด้วยว่า ได้มีการประสานข้อมูลเพิ่มเติมไปยังทางการสหรัฐฯ อีกด้วย นอกจากนี้ ยังเห็นว่า จะมีการพิจารณาข้อเสนอของพรรคประชาธิปัตย์ กรณีขอให้เปิดเผยข้อมูลที่ได้รับมา ตลอดจนการเปิดเผยความคืบหน้าของการดำเนินการในเรื่องดังกล่าว แม้ว่าการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวนั้นจะเป็นหน้าที่ของฝ่ายดำเนินคดีโดยตรงก็ตาม
ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า รู้สึกสบายใจที่ทางอัยการสูงสุดไม่ยุติการดำเนินการในเรื่องดังกล่าว แต่ยังคงสงสัยในกระบวนการสอบสวนที่ทาง บทม. ไม่ยอมแสดงตัวเป็นผู้เสียหาย เพื่อเอาผิดกับคนที่ทุจริต หรือแม้แต่ตัวรักษาการนายกรัฐมนตรี และรักษาการรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ก็ไม่ดำเนินการใดๆ ขณะที่การดำเนินการสอบสวนเรื่องดังกล่าวก็มีความล่าช้า ซึ่งพรรคจะติดตามต่อไป ตลอดจนจะพิจารณาหาแนวทางในการประสานข้อมูลจากทางสหรัฐอเมริกาโดยตรงอีกด้วย

July 26, 2006

เจ็ตสตาร์เตรียมเปิด 2 เส้นทางบินใหม่สู่ไทยปลายปีนี้

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 26 กรกฎาคม 2549 14:35 น.
ผู้บริหารสายการบินเจ็ตสตาร์ พร้อมใช้บริการสนามบินสุวรรณภูมิเป็นจุดเชื่อมกับสายการบินอื่น เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวออสเตรเลียที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต เตรียมเปิด 2 เส้นทางการบินใหม่บินตรงสู่ไทยปลายปีนี้

นายเดวิด ค็อกสการ์ ผู้จัดการทั่วไป สายการบินเจ็ตสตาร์ ซึ่งเป็นสายการบินต้นทุนต่ำในเครือแควนตัสกรุ๊ป ประเทศออสเตรเลีย เปิดเผยว่า ในวันที่ 23 พฤศจิกายนนี้ จะเปิดเส้นทางการบินระหว่างเมลเบิร์น-กรุงเทพฯ และในวันที่ 24 พฤศจิกายนจะเปิดบริการเที่ยวบินปฐมฤกษ์ ซิดนีย์-ภูเก็ต โดยจะเปิดให้บริการ 3 เที่ยวบินต่อ 1 สัปดาห์ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวไทยและนักท่องเที่ยวออสเตรเลียที่จะเดินทางไปมาระหว่าง 2 ประเทศ โดยทางเจ็ตสตาร์ คาดว่าจะมีผู้โดยสารเฉลี่ยประมาณ 3,000-3,500 คนต่อสัปดาห์ และในช่วงต้อนรับเปิดให้บริการเที่ยวบิน ทางเจ็ตสตาร์เปิดให้จองที่นั่งโดยสารภูเก็ต-ซิดนีย์ ราคาเริ่มต้น 910 บาทต่อเที่ยว และเที่ยวบินกรุงเทพฯ-เมลเบิร์น เริ่มต้น 1,000 บาทต่อเที่ยว ราคาค่าโดยสารดังกล่าวไม่รวมค่าเชื้อเพลิง ค่าธรรมเนียมและค่าภาษีสนามบิน เปิดจองผ่านเว็บไซต์ jetstar.com สิ้นสุดการจองวันที่ 28 กรกฎาคมนี้ โดยผู้โดยสารสามารถเดินทางได้ระหว่างวันที่ 23 พฤศจิกายน 2549 ถึง 30 มิถุนายน 2550

สำหรับอัตราค่าโดยสารตามปกติของเจ็ตสตาร์เฉลี่ยประมาณ 8,000 บาท สูงสุด 24,000 บาท ซึ่งเป็นอัตราค่าโดยสารชั้นเฟิร์สคลาส โดยระยะแรกจะใช้เครื่องบินแอร์บัส A330-200 ขนาด 303 ที่นั่ง ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นโบอิ้ง 787 ในเดือนสิงหาคม 2551 โดยจะใช้งบประมาณ 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในการเปลี่ยนเครื่องบิน นอกจากนี้ เตรียมที่จะเปิดเส้นทางการบินระหว่างออสเตรเลีย-โอซากา, ออสเตรเลีย-โฮจิมินห์, ออสเตรเลีย-บาหลี และ ออสเตรเลีย-ฮอนโนลูลู ในปี 2551

ส่วนการเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิ นายเดวิด กล่าวว่า ทางเจ็ตสตาร์พร้อมที่จะใช้สนามบินดังกล่าว โดยทางเจ็ตสตาร์ มีทีมคณะทำงานที่จะมาเชื่อมโยงกับสนามบินสุวรรณภูมิ และถือเป็นโอกาสสำคัญที่ประเทศไทยจะมีสนามบินแห่งใหม่ เพื่อรองรับจำนวนผู้โดยสารที่คาดว่าจะบินมาจากออสเตรเลียเพิ่มมากขึ้น และถือเป็นจุดเชื่อมระหว่างสายการบินอื่น ๆ กับสายการบินแควนตัส

July 25, 2006

ตม.ยืนยัน พร้อมย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ที่สนามบินสุวรรณภูมิ

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 25 กรกฎาคม 2549 13:26 น.

พล.ต.ท.สุวัฒน์ ธำรงศรีสกุล ผู้บัญชาการตรวจคนเข้าเมือง พร้อมด้วย นางชวนพิศ ฉายเหมือนวงศ์ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) แถลงเปิดตัวโครงการบ้านเอื้ออาทรการเคหะแห่งชาติ เพื่อข้าราชการตำรวจสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) โดย พล.ต.ท.สุวัฒน์ กล่าวว่า ตม.ท่าอากาศยานกรุงเทพจะต้องย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จึงมีปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย ตม.จึงประสานให้การเคหะฯ จัดสรรบ้านเอื้ออาทร จำนวน 14 อาคาร รวม 672 หน่วยให้กับข้าราชการ ตม.ได้พักอาศัยใกล้กับที่ทำงานโดยเปิดให้จองตั้งแต่วันนี้ เบื้องต้นได้รับความสนใจมีข้าราชการจองกว่า 600 หน่วยแล้ว สำหรับบ้านเอื้ออาทรดังกล่าวร่มเกล้า 2 ตั้งอยู่ที่ถนนร่มเกล้า แขวงคลอง 2 ต้นนุ่น เขตลาดกระบัง ขณะที่มีที่ดิน 108 ไร่เศษ จัดสร้างลักษณะชุดพักอาศัยสูง 4 ชั้น ขนาด 33 ตารางเมตร จำนวน 126 อาคาร รวมทั้งสิ้น 6,024 หน่วย พร้อมระบบสาธารณูปโภคและสาธารณูปการต่างๆ และสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ ศูนย์ชุมชน ลานตลาด ลานกีฬา และสวนสาธารณะ มีกำหนดแล้วเสร็จประมาณเดือนพฤศจิกายน 2551 รวมระยะเวลา 540 วัน หรือ 18 เดือน โดยย้ำว่า ตม.มีความพร้อมเต็มที่ที่จะปฏิบัติหน้าที่ที่สนามบินสุวรรณ ทั้งสถานที่อุปกรณ์และกำลังพลรวมกว่า 1,300 นาย โดยจะเปิดสอบบุคคลภายนอกประมาณ 200 อัตรา เน้นความรู้ด้านภาษาอังกฤษ คอมฯ และกฎหมาย

โยงผอ.ใหญ่การบินเวียดนามขนเนื้อหมาไปรัสเซีย

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 25 กรกฎาคม 2549 17:57 น.

การสอบสวนกรณีลักลอบขนสินค้า 1.9 ตันโดยไม่เสียภาษีไปยังรัสเซียเมื่อต้นเดือนนี้ ได้พบเส้นสายโยงใยการใช้อำนาจโดยมิชอบของเจ้าหน้าที่ระดับบริหารของสายการบินเวียดนาม กับผู้โดยสารที่เป็นเจ้าของสินค้า ที่ไม่ต้องจ่ายค่าระวางสำหรับสินค้าที่น้ำนักเกิน และ ช่วยให้ละเว้นการจ่ายภาษีสำหรับสินค้าที่ขึ้นเครื่อง ซึ่งรวมถึงเนื้อสุนัขด้วย

หนังสือพิมพ์เตื่อยเแจ๋ (Tuoi Tre) รายงานโดยอ้างข้อมูลของศูนย์ควบคุมการบินท่าอากาศยานโนยบ่าย (Noi Bai) กรุงฮานอย ระบุว่ารองผู้อำนวยการใหญ่ สายการบินแห่งชาติ นายฝ่ามวันเหนือย (Pham Van Nuoi) เป็นผู้ใช้อำนาจอนุญาตให้ผู้โดยสารที่เกี่ยวข้องจำนวน 2 คน นำสินค้าที่มีน้ำนักเกิน 300 กิโลกรัมขึ้นเรื่องได้โดยไม่ต้องชำระค่าธรรมเนียม

การสืบค้นยังปรากฏว่า ผู้โดยสารทั้งสองรายซึ่งเจ้าหน้าที่ขอปกปิดนามนั้น เป็นญาติของนายตำรวจใหญ่

การสอบสวนได้พบอีกว่า ยังมีผู้โดยสารอีก 3 ราย ที่เป็นเจ้าของสินค้าที่ส่งไปกับเที่ยวบินเดียวกันนี้ ได้แจ้งน้ำหนักของสินค้าต่ำกว่าความเป็นจริงมาก ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายค่าธรรมเนียมให้กับสายการบินและเลี่ยงการเสียภาษีสำหรับสินค้าออกให้แก่รัฐ
ทั้งหมดนั้นเป็นส่วนหกนึ่งของสินค้าที่บรรจุใน 55 กระสอบที่ไปกับเที่ยวบินสายการบินเวียดนาม และไม่มีผู้ใดไปแสดงตัวเป็นเจ้าของ ต่อมาทางการรัสเซียได้ส่งสินค้าทั้งหมด กลับคืนไปยังต้นทางที่ท่าอากาศยานโนยบ่าย และเจ้าหน้าที่เวียดนามได้พบว่า สินค้าที่มีน้ำหนักรวม 1,900 กิโลกรัมนั้นมีตั้งแต่เสื้อผ้าสำเร็จรูปจนถึงเนื้อสุนัข

เจ้าหน้าที่เชื่อว่าสินค้าทั้งหมดจะส่งไปจำหน่ายให้แก่ชาวเวียดนามที่อาศัยทำกินอยู่ในรัสเซีย ทั้งนี้เป็นรายงานของหนังสือพิมพ์แท็งเนียน

การสอบสวนยังคงดำเนินต่อไปเพื่อสืบค้นหาการร่วมกันประพฤติมิชอบระหว่างเจ้าหน้าที่ของสายการบินกับผู้โดยสารที่เกี่ยวข้องทั้ง 5 ราย ที่ผ่านมาได้มีการสั่งพักราชการเจ้าหน้าที่สายการบินเวียดนามที่ต้องสงสัยไปแล้ว 3 คน

นายฝ่ามเกวียดแท็ง (Pham Viet Thanh) รอง ผอ.ใหญ่ของเวียดนามแอร์ไลน์อีกคนหนึ่งกล่าวกับหนังสือพิมพ์เตื่อยแจ๋เมื่อวันจันทร์ (25 ก.ค.) ว่า สายการบินได้พยายามจัดเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับน้ำนักเกินจากบรรดาผู้โดยสารกลุ่มนี้ แต่มิได้ให้รายละเอียดต่อไปว่า เพราะเหตุใดจึงผ่านขึ้นเครื่องไปได้โดยไม่ต้องจ่ายภาษีและค่าธรรมเนียมใดๆ

สื่อของทางการเวียดนามว่า สายการบินแห่งชาติจะเป็นเป้าหมายต่อไปในการสอบสวนหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการประพฤติมิชอบในหลายกรณีของเจ้าหน้าที่ระดับสูง โดยนายกรัฐมนตรีเวียดนาม นายเหวียนเติ๋นยวุ๋ง (Nguyen Tan Dung) ได้สั่งการเมื่อสัปดาห์ที่แล้วให้กระทรวงความมั่นคงภายในเร่งการสอบสวนให้เสร็จภายในเดือน ส.ค.ศกนี้.

July 24, 2006

ตั๋วโปรโมชั่นวันอาทิตย์สู่ฮิโรชิมาเริ่มต้น 18,500 บาท

วันที่ 24 กรกฎาคม 2549 เวลา 11:30 น.

ตั๋วโปรโมชั่นวันอาทิตย์สู่ฮิโรชิมาเริ่มต้น 18,500 บาท

สายการบินบางกอกแอร์เวย์สออกโปรโมชั่นบัตรโดยสารไปกลับ กรุงเทพฯ - ฮิโรชิมาราคา 18,500 บาท ตลอดเดือนกันยายนนี้ และ 19,500 บาท สำหรับเที่ยวบินในเดือนสิงหาคม

เพื่อเป็นการกระตุ้นการเดินทางของผู้โดยสารชาวไทยในเส้นทางดังกล่าว ในช่วงก่อนฤดูกาลท่องเที่ยวในเดือนตุลาคม โปรโมชั่นราคา 18,500 บาทจะใช้ได้สำหรับเที่ยวบินที่ออกเดินทางจากกรุงเทพในวันอาทิตย์ที่ 3, 10, 17 และ 24 กันยายน และสำหรับผู้ที่จะเดินทางวันอาทิตย์ที่ 13, 20 และ 27 สิงหาคม สามารถซื้อตั๋วได้ในราคา 19,500 บาท ซึ่งผู้โดยสารสามารถเลือกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ ได้ทุกวันจันทร์, พุธ, ศุกร์ และอาทิตย์ ทั้งนี้ อัตราดังกล่าวไม่รวมภาษีสนามบิน ค่าธรรมเนียมประกันภัย และค่าน้ำมันเชื้อเพลิง

สายการบินบางกอกแอร์เวย์สเป็นสายการบินแรกและสายการบินเดียวที่เปิดให้บริการเที่ยวบินตรงสู่ฮิโรชิมานับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2548 เป็นต้นมา ด้วยเครื่องบินแบบแอร์บัส 320 ออกจากกรุงเทพฯ เวลา 00.40 น. ถึงฮิโรชิมาเวลา 08.00 น. และออกจากฮิโรชิมาเวลา 09.40 น. ถึงกรุงเทพฯ เวลา 13.10 น.

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสำรองที่นั่งโทรสายด่วน 1771

จาก Bangkok airways

ต่างประเทศขอเพิ่มเที่ยวบินหลังเปิดใช้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

นายโชติศักดิ์ อาสภะวิริยะ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทท่าอากาศยานไทย เปิดเผยว่า สายการบินต่างประเทศ หลายบริษัท อาทิ ยุโรป และจีน ได้เสนอขอเที่ยวบิน เพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารที่จะเพิ่มขึ้นกว่า 100 เที่ยวบินหลังการเปิดใช้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในวันที่ 28 กันยายนนี้ โดยขอให้ ทอท.อำนวยความสะดวกในการรับ-ส่งผู้โดยสารของแต่ละสายการบิน ไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ และให้สิทธิพิเศษด้านพิธีศุลกากรแก่ผู้โดยสารพิเศษด้วย ส่วนการเปิดทดสอบระบบการบินของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในวันที่ 29 กรกฎาคมนี้ ขณะนี้เที่ยวบินที่จะเข้าร่วมการเปิดการบินในประเทศ 6 บริษัท มียอดจองตั๋วโดยสารเต็มเกือบทุกเที่ยวบิน ทำให้บริษัทการบินไทย และโอเรียนท์ไทย ได้เพิ่มเที่ยวบินตามความต้องการของผู้โดยสาร


24 กรกฎาคม 2549 เวลา 16:21:11
จาก กรุงเทพธุรกิจ

เซ็นทรัลแอร์จับมือแอร์เอเชียแจก โชคเย็นลอยฟ้า ทุกเที่ยวบิน

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 24 กรกฎาคม 2549 11:34 น.

เซ็นทรัลแอร์ร่วมกับแอร์เอเชีย จัดกิจกรรมพิเศษแก่ผู้โดยสาร ลุ้นโชคเย็นลอยฟ้า แจกเครื่องปรับอากาศฟรีบนเครื่องบิน รวมทั้งติดสัญลักษณ์ เซ็นทรัลแอร์ ไว้บนลำตัวเครื่องบินเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์อีกด้วย

บริษัทแพนสยามเอ็นจิเนียริ่ง ผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศเซ็นทรัลแอร์ ร่วมมือกับสายการบินแอร์เอเชีย จัดกิจกรรมพิเศษให้แก่ผู้โดยสารที่ใช้บริการของสายการบินแอร์เอเชียด้วยการจัดโครงการ โชคเย็นลอยฟ้า แจกของรางวัลให้แก่ผู้โดยสารโดยไม่จำกัดเส้นทางและเที่ยวบิน

สำหรับผู้โดยสารที่โชคดีได้รับการจับฉลากหางบัตรโดยสารขึ้นมา จะได้รับรางวัลใหญ่คือ เครื่องปรับอากาศเซ็นทรัลแอร์แบบติดผนัง ขนาด 9,000 บีทียู ประหยัดไฟเบอร์ 5 ซึ่งจะแจกสัปดาห์ละครั้ง รวมทั้งหมด 12 ชุดด้วยกัน นอกจากนั้นก็ยังมีรางวัลเล็กๆ น้อยๆ เช่น เสื้อ หมวก ร่ม สมุดใส่หนังสือเดินทาง ฯลฯ นั้น ซึ่งจะแจกกันทุกวันทุกเที่ยวบิน และการแจกของรางวัลเหล่านี้จะมีตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 20 ตุลาคม 2549 นี้

นอกจากนั้น ทางเซ็นทรัลแอร์ยังได้ทำลวดลายบนลำตัวเครื่องบินเป็นคำว่า เซ็นทรัลแอร์ เป็นภาษาไทยติดไว้ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ตราสินค้าของเซ็นทรัลแอร์อีกด้วย

เอทิฮัด เปิดเส้นทางบินสู่กรุงปารีส

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 24 กรกฎาคม 2549 14:32 น.

สายการบินเอทิฮัด สายการบินแห่งชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เปิดเส้นทางบินใหม่สู่กรุงปารีส โดยให้บริการเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ สู่ ปารีส 6 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ยังประโยชน์ต่อธุรกิจและการท่องเที่ยว สู่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง

มร. เกิร์ท โบเวน รองประธานฝ่ายการค้าของสายการบินเอทิฮัด กล่าวว่า การเปิดเส้นทางบินใหม่นี้นับเป็นโอกาสอันดีในการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และขยายการเจริญเติบโตทางการค้าให้มากขึ้น ไม่เพียงแต่ระกว่างฝรั่งเศสและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เท่านั้น แต่รวมไปถึงยุโรป ตะวันออกกลาง และเอเชียอีกด้วย โดยหวังให้การบริการในเส้นทางบินนี้จะสามารถตอบสนองความต้องการของอาคันตุกะผู้ทรงเกียรติได้เป็นอย่างดี

ฯพณฯ แพททริซ พาโอลี่ เอกอัคราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กล่าวสนับสนุนการเปิดเส้นทางบินสู่กรุงปารีสในครั้งนี้ว่า รู้สึกภูมิใจเป็นอย่างมากกับความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับอาบูดาบี และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ชาวฝรั่งเศสเองก็รอคอยพัฒนาการด้านการค้าที่จะตามมาจากเส้นทางบินใหม่ที่จะเกิดขึ้น นอกจากนี้เส้นทางบินดังกล่าวของเอทิฮัด ยังจะนำประโยชน์ด้านท่องเที่ยวและธุรกิจสู่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และทั่วภูมิภาคตะวันออกกลางอีกด้วย

สายการบินเอทิฉัดจะให้บริการเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ สู่ปารีส ทุกวัน ยกเว้นวันอังคาร โดยเที่ยวบินที่ EY 404 จะเดินทางออกจากกรุงเทพฯ เวลา 09.50 น. หยุดเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินเมืองอาบูดาบี และออกเดินทางต่อด้วยเที่ยวบิน EY 333 จะถึงที่สนามบิน Charles de Gaulle เวลา 19.25 น. สำหรับเที่ยวบินขากลับนั้น เที่ยวบินที่ EY 334 จะเดินทางออกจากสนามบิน Charles de Gaulle เวลา 22.15 น. หยุดเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินอาบูดาบี และออกเดินทางต่อด้วยเที่ยวบินที่ EY 401 จะถึงที่หมายที่สนามบินกรุงเทพฯ เวลา 18.30 น. ของวันรุ่งขึ้น

บางกอกแอร์มั่นใจสุวรรณภูมิช่วยดันธุรกิจการบิน-ท่องเที่ยวโต

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 24 กรกฎาคม 2549 16:00 น.

ผู้บริหารบางกอกแอร์มั่นใจการศักยภาพของสนามบินสุวรรณภูมิจะช่วยส่งเสริมธุรกิจการบินและการท่องเที่ยวของไทย ล่าสุด เตรียมเพิ่มจุดบินรองรับการใช้ท่าอากาศยานนานาชาติแห่งใหม่ของไทย

ม.ล.นันทิกา วรวรรณ รองผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายโฆษณาและประชาสัมพันธ์ บริษัทกรุงเทพการบิน จำกัด กล่าวถึงกำหนดการเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในวันที่ 28 กันยายนที่จะถึงนี้ ว่า บางกอกแอร์มั่นใจว่า จะเป็นส่วนหนี่งที่ทำให้ธุรกิจการบิน และการท่องเที่ยวของไทยที่มีความพร้อมกว่าทุกประเทศในภูมิภาคเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยสายการบินบางกอกแอร์ ที่เน้นในเรื่องการเดินทางทางอากาศเพื่อการท่องเที่ยว โดยเฉพาะประเทศในภูมิภาคเอเชีย จะเร่งขยายจุดบินเพิ่มเติมเพื่อรองรับภายในปลายปีนี้ คือในประเทศจีน ที่ปัจจุบันบินอยู่ 12 จุด เมืองโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม เมืองฟูโอกะ ตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น เพื่อรองรับการใช้ท่าอากาศยานนานาชาติแห่งใหม่ของไทย

สำหรับกลยุทธ์ด้านการแข่งขัน สำหรับท่าอากาศยานสุวรรณภูมินั้น ในปัจจุบันที่การแข่งขันในธุรกิจการบินค่อนข้างรุนแรง โดยเฉพาะกับท่าอากาศยานของประเทศอื่น ๆ เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย ซึ่งปัจจุบันมีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมลงจอด และค่าธรรมเนียมการใช้สนามบินในอัตราต่ำมาก ซึ่งบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด และนโยบายของภาครัฐ ควรจัดเก็บค่าธรรมเนียมเหล่านี้ในอัตราที่แข่งขันได้ ก็จะช่วยให้มีผู้เดินทาง และนักท่องเที่ยวมาสนใจมาทดลองใช้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมากขึ้น

จิมทอมป์สันขยายตลาดยุโรป เปิดชอปสุวรรณภูมิคาดโต10%

โดย ผู้จัดการรายวัน 24 กรกฎาคม 2549 19:18 น.

จิมทอมป์สันเตรียมปรับภาพลักษณ์ใหม่เน้นดีไซน์ทันสมัย เบนเข็มขยายพื้นที่ส่งออก หันหน้าเอาดีจับตลาดยุโรป เผยนำร่องเมืองเบียร์กรุยทางฉลุย ล่าสุดพร้อมเปิดสาขาสนามบินสุวรรณภูมิ 2 แห่ง จับกลุ่มลูกค้าเชิงพาณิชย์ บวกเปิดที่พารากอนเชื่อยอดรวมโต 10%

นายเอริค บู๊ทธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดต่างประเทศ บริษัท อุตสาหกรรมไทย จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผ้าไหมไทยจิมทอมป์สัน เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทฯมีแผนที่จะปรับภาพลักษณ์ของสินค้าและพัฒนาสินค้าแบรนด์ จิม ทอมป์สัน ใหม่ เพื่อให้สามารถสร้างแบรนด์ในต่างประเทศมากขึ้น โดยมีแผนที่จะขยายตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในตลาดทวีปยุโรป

ที่ผ่านมาบริษัทฯทำตลาดต่างประเทศได้ครอบคลุมแล้วในหลายพื้นที่เช่น สิงคโปร์ มาเลเชีย บรูไน ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เป็นต้น ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยยอดการส่งออกต่างประเทศในปีที่แล้วมีการเติบโตมากถึง 7% คิดเป็นยอดขายทั้งสิ้น 453 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น ผ้าไหมตกแต่ง 84% หรือประมาณ 379 ล้านบาท และผ้าไหมสำเร็จรูป ประมาณ 16% หรือประมาณ 74 ล้านบาท จากยอดรายได้ส่งออก 453 ล้านบาท

การเปิดตลาดต่างประเทศใหม่ๆในยุโรป เนื่องจากว่า แนวโน้มการขายผ้าไหมแบบปลีกในร้านมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้ทำสัญญาการส่งออกไปยังประเทศเยอรมันในเมืองมิวนิค โดยจะมีการเปิดร้านจิมทอมป์สันด้วย ในรูปแบบสแตนด์อโลน รวมทั้งการขายผ่านเซลล์ที่มีประสบการณ์ในการตกแต่งบ้านที่เป็นกลุ่มเป้าหมายอีกกลุ่มหนึ่ง ต่อจากนั้นก็จะขยายต่อไปยัง ฝรั่งเศส ฮอลแลนด์ อังกฤษ เบลเยี่ยม รัสเซีย ญี่ปุ่น เป็นต้น

สำหรับแผนการขยายตลาดในประเทศนั้น ส่วนใหญ่จะเน้นการขายแบบปลีกเป็นหลัก ทั้งช่องทางโรงแรมในระดับ 5 ดาว ห้างสรรพสินค้าต่างๆ ล่าสุดบริษัทฯได้ลงทุน 120 ล้านบาท เพื่อเปิดร้านใหม่ ที่สยามพารากอน เปิดบริการเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งสามารถเจาะกลุ่มเป้าหมายได้อย่างชัดเจน ทั้งชาวไทยและต่างชาติ และเตรียมที่จะเปิดสาขาใหม่อีก 2 แห่งที่สนามบินสุวรรณภูมิ


สำหรับแผนการผลิตนั้น บริษัทฯเตรียมปรับแผนใหม่ เพื่อรองรับกับปัญหาต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น ในช่วงภาวะราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นตลอด ส่งผลให้เส้นด้ายไหมของจีนที่นำมาใช้ในการผลิตสูงขึ้นด้วย โดยในเบื้องต้นนี้เตรียมขยายการผลิตสินค้าที่ไม่ได้ผลิตจากรังไหม รวมทั้งจะออกคอลเลคชั่นผ้าทออีกเพิ่มขึ้น และการเพิ่มการว่าจ้างให้ผู้ผลิตภายนอกผลิตสินค้าให้ในประเภทขายปลีก


ทั้งนี้สัดส่วนการนำเข้าเส้นด้ายไหมจากจีนในปีที่แล้วได้สั่งนำเข้ามาจากประเทศจีน 40% และในปีนี้บริษัทฯ จะเพิ่มการสั่งนำเข้ารวมเป็น 50% รวมประมาณ 300 ตัน ทั้งนี้ บริษัทฯมีฐานการผลิตในประเทศเป็นโรงงานทอไหม และมีศูนย์รับซื้อไหมดิบจากหลายๆจังหวัดเช่น ปักธงชัย มุกดาหาร ขอนแก่น และปีนี้มีเป้าหมายการผลิตรังไหมสดจำนวน 300 ตัน


ปัจจุบันสินค้าของจิมทอมป์สัน แบ่งออกเป็น 2 ประเภท 1. สินค้าตกแต่งบ้าน เช่น ผ้าม่าน ผ้าบุเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งมีทั้งผ้าทอมือและผ้าทอเครื่อง ที่บริษัทฯได้ส่งออกไปขายทั่วโลก สินค้าตกแต่งบ้านในครั้งนี้สามารถทำรายได้ให้กับบริษัทประมาณ 30% ของยอดขายทั้งหมด 2. สินค้าขายปลีก ที่ขายอยู่ในร้านทั้งหมด เช่น เสื้อเชิ้ต เสื้อผ้าสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษ เสื้อโปโล และเนคไท ผ้าพันคอ ปลอกหมอนอิง กระเป๋าของขวัญและที่ระลึก(SOUVENIR ) ต่างๆ ขณะนี้บริษัทฯมีร้านค้าปลีกในประเทศมีอยู่กว่า 30 แห่ง สิงคโปร์อีก 7 แห่ง ลูกค้าส่วนใหญ่ของบริษัทฯเป็นนักท่องเที่ยว ซึ่งทำรายได้ให้กับบริษัทฯประมาณ 70% ของยอดขายทั้งหมด

โดยยอดขายทั้งปีของบริษัทฯในปีที่แล้ว มีรายได้รวม ทั้งหมดประมาณ 2,421 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดการขายปลีก 1,700 ล้านบาท และยอดจากการส่งออก 453 ล้านบาท รายได้อื่นๆอีก 268 ล้านบาท และคาดว่าจากการขยายตลาดเข้ายุโรปมากขึ้นในปีนี้ ซึ่งปัจจุบันมีรายได้จากตลาดยุโรปประมาณ 140 ล้านบาท จะเพิ่มมากขึ้นเป็น 800 ล้านบาท ภายใน 5 ปี และคาดว่าผลประกอบการปีนี้จะเติบโตขึ้น 10%

July 22, 2006

ยันระบบสื่อสารสุวรรณภูมิพร้อมใช้งาน

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 21 กรกฎาคม 2549 11:10 น.

ระบบสื่อสารโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต มูลค่า1.3 พันล้านบาทในสนามบินสุวรรณภูมิพร้อมแล้ว ทีโอที ยันใช้งานได้ทันเปิดใช้ 29 ก.ค. นี้หลังเข้าทดสอบระบบ ชูความไฮเทคบนเทคโนโลยีไอพีเน็ตเวิร์ค แถมนำตู้เว็บโฟน ใช้งานได้ทั้งโทรศัพท์ อินเทอร์เน็ต จ่ายเงินได้ทั้งแบบหยอดเหรียญ ใช้บัตร มูลค่า 4 แสนบาทต่อเครื่อง จำนวน 382 เครื่อง วางกระจายทั่วสนามบินแสดงความก้าวหน้าด้านระบบสื่อสารไทย

นายองอาจ ผู้กฤตยาคามี รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที กล่าวว่า จากการที่ ทีโอที ได้ลงนามสัญญาระบบโทรคมนาคมในสนามบินสุวรรณภูมิ กับ บริษัท การท่าอากาศยานไทย ให้เป็นผู้วางโครงข่ายไอทีและระบบสื่อสารในสนามบินสุวรรณภูมิ มูลค่า 1.3 พันล้านบาท เช่น บริการโทรศัพท์พื้นฐาน บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง วงจรเช่าให้กับร้านค้าบริษัท หรือผู้เช่าพื้นที่ภายในสนามบิน รวมถึงกลุ่มตัวแทนขนส่งทางอากาศ(Thai Airfreight Forwarders Assocaition : TAFA) โดย ทีโอทีได้ออกแบบระบบโครงข่ายและรูปแบบบริการ บนเทคโนโลยีโครงข่ายสมัยใหม่ หรือ NGN รองรับการใช้งานแบบ IP Base ที่สามารถใช้ได้ทั้งการสื่อสารข้อมูล ภาพ และเสียงได้ในเวลาเดียวกัน ผ่านชุมสายSoft Switch

สำหรับบริการที่จะเกิดขึ้นในสนามบินสุวรรณภูมิจะประกอบด้วย บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง บริการโทรทางไกลระหว่างประเทศ บริการเสริมพิเศษบนระบบโทรศัพท์ เช่น Click to Dial Video Calling Instant Messesging Caller ID เป็นต้น อีกทั้ง ทีโอที ยังได้นำบริการเสริมพิเศษ เช่น บริการ Call Back Ringtone (CBRT) บริการ SMS บริการประชุมทางไกลผ่านระบบไอพี สำหรับอุปกรณ์ปลายทาง ที่สามารถรองรับบริการ ทั้งแบบ ไอพีโฟน, ซอฟต์โฟน และ วีดีโอโฟน

นอกจากนี้ ทีโอที ยังได้นำตู้เว็บโฟน อีกจำนวน 382 เครื่อง วางให้บริการทุกพื้นที่ภายในสนามบิน ซึ่งตู้ดังกล่าวจะให้บริการในด้านระบบสื่อสารและข้อมูล ได้อย่างหลากหลาย ทั้ง โทรศัพท์ อินเทอร์เน็ต การประชุมผ่านกล้องวีดีโอ บริการข้อมูลภายในสนามบิน การติดต่อโรงแรม แท็กซี่ รวมถึงข้อมูลด้านท่องเที่ยว ซึ่งเครื่องนี้จะสามารถชำระเงินได้ทั้งแบบหยอดเหรียญ บัตรเครดิต บัตรทีโอทีการ์ด โดยเบื้องต้น ทีโอที ได้นำไปวางติดตั้งแล้ว 90 เครื่อง และตู้ดังกล่าว ทีโอที ได้ทำการจัดซื้อมาจากประเทศแคนาดา ในราคาเครื่องละ 4 แสนบาท

“หลังจากที่ได้เข้าไปทดสอบสัญญาณ และการทดลองใช้งาน ในทุกรูปแบบบริการที่ทีโอที นำเข้าไปให้บริการ ในแต่ละจุดถือว่าพร้อมแล้ว และทันต่อการเปิดใช้สนามบิน อีกทั้งบริการที่นำเข้าไปถือว่าเป็นเทคโนโลยีในอนาคต และเป็นบริการเทียบเท่าไม่ต่างจากสนามบินชั้นนำในต่างประเทศ ที่ได้นำเทคโนโลยี รูปแบบไอพี มาให้บริการ”

นายจำรัส ตันตรีสุคนธ์ รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวเสริมอีกว่า ทีโอที จะเป็นผู้ให้บริการรายแรกที่เข้าไปให้บริการในสนามบินสุวรรณภูมิ ส่วนการที่จะมีผู้ให้บริการรายอื่นเข้าไปให้บริการในพื้นที่ขึ้นอยู่กับทาง ทอท. โดยขณะนี้ ทีโอที ได้ติดตั้งระบบโทรศัพท์และสื่อสารโทรคมนาคมในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไปแล้วประมาณ 95% ยังเหลือเพียง 5% ที่ต้องรอให้การก่อสร้างในบางพื้นที่แล้วเสร็จก่อนจึงจะสามารถเข้าไปดำเนินการติดตั้งได้ โดยคาดว่าจะดำเนินการได้แล้วเสร็จ ก่อนวันเปิดใช้สนามบินในวันที่ 29 กรกฎาคมนี้อย่างแน่นอน

ทั้งนี้การเข้ามาวางระบบสื่อสาร ทาง ทีโอที จะเป็นผู้ที่เข้ามาให้บริการด้านสื่อสาร แต่การเปิดโอกาสให้มีผู้ให้บริการรายอื่นสามารถเข้ามาให้บริการภายในสนามบินได้ เนื่องจากคณะกรรมการ(บอร์ด) ทอท. เกรงถึงปัญหาด้านการถูกดำเนินการฟ้องร้องจากบริษัทเอกชน ที่ทางบริษัทนั้นผูกขาดเพียงรายเดียว คือ ทีโอที ซึ่งก