คดีจับอกนางฟ้าบินไทยจบไม่ลง!จำเลยอุทธรณ์สู้-ปัดไม่ได้หื่น!
โดย ทีมข่าวอาชญากรรม ผู้จัดการออนไลน์ 30 มิถุนายน 2549 15:46 น.
“ประธานสาหร่ายสไปรูลิน่า” ส่งลูกชาย ยื่นอุทธรณ์ขอให้ศาลยกฟ้อง คดีจับหน้าอกแอร์บินไทย อ้างผู้เสียหายเบิกความขัดกันเอง ย้ำ เจ้าตัวยืนยันความบริสุทธิ์ พาครอบครัวสาบานต่อหน้าพระแก้ว วอนสื่อให้ความเป็นธรรม
วันนี้(30 มิ.ย.)ที่งานอุทธรณ์–ฎีกา ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นายจอมพล พิจิตรภักดีกุล บุตรชายของนายชาญชัย ประธานบริษัท แอดวานซ์ สไปรูลิน่า ไบโอเทคโนโลยี จำกัด ซึ่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสาหร่ายสไปรูลิน่า จำเลยคดีอนาจารพนักงานต้อนรับบริษัทการบินไทย จำกัด(มหาชน) พร้อมด้วยนายไพบูลย์ บัวน้อย ทนายความ เดินทางมายื่นอุทธรณ์ ขอให้ศาลพิพากษายกฟ้อง ในคดีที่พนักงานอัยการกองคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายชาญชัย อายุ 74 ปี เป็นจำเลย ในความผิดฐาน กระทำอนาจาร น.ส.ชุติพร(ขอสงวนนามสกุล ) อายุ 31 ปี พนักงานต้อนรับบนเครื่อง บริษัทการบินไทยฯ โดยศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 3 พ.ค. 49 ให้จำคุก นายชาญชัย เป็นเวลา 15 เดือน ปรับ 15,000 บาท แต่โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี
โดยคำอุทธรณ์ของจำเลยมีความหนาประมาณ 150 หน้า และยื่นอุทธรณ์ในประเด็นการรับฟังพยานหลักฐานโจทก์ ซึ่งจำเลยกล่าวอ้างว่าคำเบิกความของผู้เสียหาย 3 ปาก มีข้อพิรุธ ให้การขัดแย้งกันในสาระสำคัญ อีกทั้งยังขัดต่อพยานเอกสารในสำนวนคดีโดยจำเลยยืนยันในความบริสุทธิ์ว่าไม่ได้กระทำผิดตามที่โจทก์ฟ้อง ซึ่งศาลรับอุทธรณ์จำเลยไว้เพื่อยื่นต่อศาลอุทธรณ์พิจารณาต่อไป
นายไพบูลย์ ทนายความ กล่าวว่า นายชาญชัย เชื่อในกระบวนการยุติธรรม และเคารพดุลยพินิจของศาลที่ตัดสินไปแล้ว แต่เนื่องจากยืนยันว่าไม่ได้กระทำผิดอย่างใดทั้งสิ้น ดังนั้นนายชาญชัย จึงต้องใช้สิทธิยื่นอุทธรณ์ให้ศาลเห็นถึงข้อพิรุธของพยานโจทก์ทุกปาก รวมทั้งคำเบิกความของผู้เสียหายที่ขัดแย้งกันเอง และขัดกับพยานเอกสารด้วย อย่างไรก็ดีนอกจากนายชาญชัยจะใช้สิทธิอุทธรณ์คดีเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเองแล้ว นายชาญชัยยังได้พาครอบครัว กล่าวคำสาบานต่อพระแก้วมรกต ที่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองและศาลเจ้าพ่อหลักเมืองด้วยว่าระหว่างนายชาญชัยกับผู้ที่กล่าวหา ใครกันแน่ที่พูดความจริงและใครพูดความเท็จ อย่างไรก็ดีระหว่างต่อสู้คดีนี้ อยากให้สื่อมวลชนเผยแพร่ข่าวด้วย ความเป็นธรรมต่อนายชาญชัย ด้วย เพราะไม่ต้องการให้ครอบครัวได้รับผลกระทบรุนแรงนี้ไปด้วย
นายไพบูลย์ ยังกล่าวถึงการแก้คำอุทธรณ์คดีที่อัยการยื่นไปเมื่อวันที่ 2 มิ.ย. ขอให้ศาลลงโทษจำคุกจำเลยโดยไม่รอลงอาญาว่า ฝ่ายจำเลยเพิ่งจะได้รับสำนวนอุทธรณ์ โดยยังไม่ได้อ่านตรวจรายละเอียดว่าอัยการระบุเหตุผล ข้อกฎหมาย อะไรบ้าง ที่ให้ศาลลงโทษจำคุกจำเลยโดยไม่รอลงอาญา ซึ่งหากตนได้ตรวจดูรายละเอียดคำอุทธรณ์เป็นที่เรียบร้อย จะได้ยื่นคำแก้อุทธรณ์ของอัยการต่อไป