กลุ่มทุน ทรท. ไล่ราคาที่ดินสุวรรณภูมิ
โดย ผู้จัดการรายวัน 25 มิถุนายน 2549 23:03 น.
จับตาที่ดินรอบสนามบินสุวรรณภูมิในมือคนพรรครัฐบาล เครือญาติตระกูลชินวัตรจ่อขายทำกำไรอีกระลอก หลังรัฐบาลรักษาการผลักดันให้เป็นพื้นที่เขตปกครองพิเศษ พ่วงการเร่งก่อสร้างโครงข่ายขนส่งเชื่อมไปถึงสนามบิน โชว์ภาพหลอกลวงเปิดใช้สนามบิน
แหล่งข่าวจากวงการอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า การอนุมัติสุวรรณภูมิมหานครถือเป็นการทิ้งทวนของรักษาการนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิน ชินวัตร หัวหน้าพรรคไทยรักไทย(ทรท.) เพราะการจัดตั้งเป็นเขตปกครองพิเศษ เป็นการมอบอำนาจอย่างเบ็ดเสร็จให้แก่เขตปกครอง และอำนาจยังสามารถสั่งตรงจากรัฐบาลโดยตรง โดยไม่มีความจำเป็นต้องผ่านความเห็นชอบจากหน่วยงานราชการเช่นเดียวกับการปกครองในรูปแบบจังหวัด ทั้งการอนุมัติในเรื่องของการเงิน การปกครอง
“การอนุมัติสุวรรณภูมิเป็นเขตปกครองพิเศษก็เหมือน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีขาใหญ่คุม ไม่มีใครกล้าเข้าไปแย่งผลประโยชน์และคิดว่าเป็นการทิ้งทวนของรัฐบาลรวมถึงเครือข่ายกลุ่มทุนในพรรค ก่อนที่จะถูกสอยจากหน่วยงานทางด้านการตรวจสอบอย่างสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง.ก็เป็นไปได้ เพราะที่ดินในมือของคนในรัฐบาลและเครือญาติในตระกูลชินวัตรมีอยู่ในพื้นที่รอบสนามบินสุวรรณภูมิ อยู่ในทำเลที่ขายได้ราคาดี (ไพร์มเอเรียล) ซึ่งการแก้ผังเมืองก็เพื่อให้เอื้อต่อที่ดินที่กลุ่มคนรัฐบาลถืออยู่เป็นเรื่องง่ายขึ้น ที่สำคัญการการลงทุนในเขตปกครองพิเศษไม่ต้องขอความเห็นชอบจากส่วนกลาง แต่นายกรัฐมนตรีเซ็นอนุมัติได้เลย ส่วนผู้ประกอบการอสังหาฯไม่ต้องไปพูดถึง แต่ละคนมีที่ดินแค่หยิบมือถ้าจะไปเปรียบเทียบกับคนในรัฐบาล ที่มีข้อมูลเชิงลึก(อิน ไซต์)มากว่า 4-5 ปี ทำไม่รัฐบาลถึงได้ผลักดันสนามบินนักหนาทั้งๆที่ยังไม่พร้อมในการให้บริการเชิงพาณิชย์อย่างสมบูรณ์แบบ”
แหล่งข่าวตั้งข้อสังเกตถึงความถูกต้องของรัฐบาลชุดรักษาการ และความเคลื่อนไหวล่าสุด เมื่อวันอังคารที่ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี(ครม.)ชุดรักษาการ ตามคำประกาศของนพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุอย่างชัดเจน ที่ประชุมครม.อนุมัติในหลักการร่าง พ.ร.บ.สุวรรณภูมิมหานคร ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ เพื่อให้สุวรรณภูมิมหานครเป็นนิติบุคคลที่เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีฐานะเป็นจังหวัดเพื่อบริหารจัดการพื้นที่ในเขตสุวรรณภูมิมหานครให้เป็นศูนย์กลางการบิน การขนส่ง การประกอบธุรกิจ การจ้างงาน และการประชุมได้ตามวัตถุประสงค์
แหล่งข่าวกล่าวย้ำว่า " การจัดทำเขตปกครองพิเศษ ก็เหมือนกับการเบียดบังผลประโยชน์ของประเทศมาจัดสรรให้เฉพาะพื้นที่ที่รัฐบาลกำหนด แน่นอนความชัดเจนการควบคุมการขยายตัวของเมืองจะเป็นสิ่งที่พอรับได้ แต่ในไส้ในของนโยบายระดับประเทศต่อสุวรรณภูมิมหานคร กำลังสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ที่ดินของกลุ่มทุนนักการเมือง เครือญาติของรัฐมนตรีในรัฐบาลและผู้ที่ใกล้ชิดนายกรัฐมนตรี โดยการถือครองที่ดินยังคงไม่มีการระบายออกมามากนัก เพราะว่าการสร้างราคารอบโครงการสนามบินสุวรรณภูมิยังคงมีการปล่อยข่าวออกมาเป็นระยะ เพื่อสร้างมูลค่าในที่ดินที่ทุนการเมืองถืออยู่ ชดเชยราคาก่อนหน้าที่ตกลงจากความไม่เสถียรภาพของรัฐบาล นั่นจึงเป็นที่มาของเร่งรัดให้การเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิเร็วขึ้น มีการขีดเส้นวันนี้ วันนั้นต้องเปิด ยังไม่นับรวมการลงทุนทางด้านโครงสร้างระบบสาธารณูปโภคขนาดใหญ่เข้าไป เพื่อทำให้ที่ดินมีราคาจากการตัดผ่านหรือมีสาธารณูปโภคเข้าถึง ไม่ว่า รถไฟฟ้าสายแอร์พอร์ตลิงค์ที่จะผ่านทำเลนี้ รวมทั้งเป็นบริเวณทางเข้าออกสนามบินทางด้านเหนือ และยังติดกับมอเตอร์เวย์อีก ซึ่งรวมกันแล้ว จะทำให้บริเวณนี้มีศักยภาพสูงขึ้นมาก "
แหล่งข่าวคนเดิมกล่าวว่า พื้นที่รอบๆสนามบินสุวรรณภูมิ มีทั้งถือครองโดยเจ้าของเอง และการให้ตัวแทน(นอมินี)ถือครอง
ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ กลุ่มที่เป็นแหล่งทุนให้แก่พรรคไทยรักไทย มีที่ดินกว่า 1,000 ไร่ มีทั้งที่เป็นสนามกอล์ฟ และโรงงานที่ตระกูลทำธุรกิจเกี่ยวกับยานยนตร์ ,กลุ่มนายประยุทธ มหากิจศิริ ที่ใกล้ชิดกับพรรคทรท.มีที่ดินประมาณกว่า 2,000 ไร่ กลุ่มนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์มีที่ดินประมาณ 200-300 ไร่
นอกจากนี้ ทางพ.ต.ท.ทักษิณ ยังพยายามที่จะเข้าไปซื้อโครงการสนามกอล์ฟย่านบางนาและอื่นๆผ่านการถือครองของนอมินี ส่วนบริษัทเอกชนที่เชื่อมถึงกับคนในรัฐบาลทรท.อีกราย คือ กลุ่มนายวิชัย กฤษดาธานนท์ เจ้าของที่ดินผืนงามบริเวณเส้นถนนบางนา-ตราด กม.32.5 เนื้อที่กว่า 4,000 ไร่ และถือเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่รัฐบาลจะสร้างรัฐสภาแห่งใหม่
ขณะที่แหล่งข่าวอีกรายหนึ่งกล่าวว่า เพียงไม่ถึงปี ที่ดินโซนสุวรรณภูมิเริ่มมีการเคลื่อนทัพของกลุ่มนักพัฒนาโครงการจัดสรรมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่วนใหญ่จะพัฒนาบ้านหรูราคาแพงตั้งแต่ 8-10 ล้านบาทขึ้นไป ปัจจุบันหลักการประโคมข่าวเรื่องสนามบิน ทำให้ราคาที่ดินปรับตัวสูงขึ้น บางทำเลขยับขึ้ไนปกว่า 50% บางทำเลเกินกว่า 80% ก็มี "
อนึ่ง ก่อนหน้านี้ นายวิชัย กฤษดาธานนท์ได้เคยกล่าวกับหนังสือพิมพ์ "ผู้จัดการรายวัน"ไว้ว่า " เรามีที่ดินมากที่สุด และถ้าจะขายที่ดินตรงนี้ ก็จะเสนอที่ 15-20 ล้านบาทต่อไร่ แต่จะว่าไปแล้ววันนี้เป็นโอกาสทอง ซึ่งที่ดินที่เคยซื้อและสะสมมาจากดินเปล่าไม่มีอะไร วันนี้กลายเป็นเหมืองทองขึ้นมา และหากจะพัฒนาโครงการบนที่ดินดังกล่าวขึ้นมา รับรองมูลค่าการลงทุนไม่ต่ำกว่า 2-3 แสนล้านบาท เทียบกับมูลค่าโครงการของบริษัทอสังหาฯค่ายใหญ่ที่สูงสุดในบริเวณสุวรรณภูมิถือว่านิดเดียว”
ทั้งนี้ ตามข้อมูลของบริษัท โจนส์ แลง ลาซาลล์ ระบุไว้ว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา หลังจากมีการประกาศจะเปิดใช้สนามบินภายในปีนี้ ราคาของอสังหาฯในย่านนี้ปรับขึ้น 30% เกือบทุกเซกเมนต์ ทั้งที่ดินที่พัฒนาแล้วและยังไม่พัฒนา ส่วนค่าเช่าสำนักงานย่านบางนา - ศรีนครินทร์ปรับขึ้น 50% จาก 300-350 บาท/ตร.ม./เดือน เป็น 450 บาท/ตร.ม./เดือนในปัจจุบัน และคาดว่าหลังจากมีการเปิดใช่สนามบินจะปรับขึ้นเป็น 550 บาท/ตร.ม./เดือน ในขณะที่อัตราว่างของพื้นที่สำนักงานลดลงจาก 40% เหลือ 20% ทั้งนี้ปัจจุบันมีธุรกิจบางส่วนที่เกี่ยวกับการบริการและขนส่งทางอากาศ เริ่มย้ายเข้ามาในพื้นที่แล้ว โดยเฉพาะการตั้งโกดังสินค้าและลอจีสติคส์ ขณะเดียวกันตลาดที่อยู่อาศัยก็ได้ปรับราคาเพิ่มขึ้น เนื่องจากราคาที่ดินเพิ่มและค่าวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวขึ้น 15-20% เพราะ
ฉะนั้นโครงการที่เปิดไปก่อนหน้านี้จะได้เปรียบในเรื่องของราคาขาย ในขณะที่โครงการใหม่ต้นทุนที่ดินสูงกว่าซึ่งจะทำให้ราคาต่อยูนิตสูงกว่าโครงการเก่า
**ปชป.ซัดทรท.เอาดีใส่ตัว
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่แกนนำพรรคทรท.ระบุพรรคประชาธิปัตย์ไม่ควรกล่าวหาว่า การที่ครม.อนุมัติ ร่าง พ.ร.บ.สุวรรณภูมิมหานคร เป็นการปั่นราคาที่ดินเพราะ ผู้ที่อนุมัติโครงการสนามบินสุวรรณภูมิ คือรัฐบาลนายชวน หลีกภัย ว่า การกระทำของแกนนำพรรคทรท.ที่ออกมาระบุเรื่องดังกล่าว เป็นพฤติกรรมสองมาตรฐาน เพราะในเวลาที่เป็นผลงานความดีที่เกี่ยวข้องกับสนามบินสุวรรณภูมิ แกนนำพรรคไทยรักไทยก็ไม่เคยพูดว่านายชวน เป็นรัฐบาลที่อนุมัติโครงการ แต่เมื่อขณะนี้ปัญหาของสนามบินสุวรรณภูมิถูกวิจารณ์เรื่องการปั่นราคาที่ดินสร้างเมืองใหม่ แกนนำบางคนพรรคทรท.กลับมาบอกว่าเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในสมัยนายชวน ซึ่งเป็นพฤติกรรมสองมาตรฐาน ที่พยายามโยนความผิดให้บุคคลอื่นทั้งที่เรื่องที่เกิดขึ้นพิจารณาแล้วก็ไม่เกี่ยวข้องกัน เป็นการกล่าวอ้างที่ไม่มีมูลใดๆ เป็นการโยนบาปหลังจากมีการเปิดโปงปั่นราคาที่ดินให้แก่ผู้ใกล้ชิดและผู้มีอำนาจในบ้านเมือง เพื่อจะได้ขายที่ดินได้ราคาสูงขึ้นกว่าเดิม