HFlight รีวิวสายการบิน โรงแรม จองโรงแรมทั่วโลก - หน้าแรก
- กลับหน้าแรก -
หน้าแรก | จองโรงแรมที่พัก | ข่าวการบิน | Webboard | สายการบิน | กิน-เที่ยว-เดินทาง | รีวิวโรงแรม | คู่มือเที่ยวเมืองนอก | ลงโฆษณา

  
 

« May 2006 | Main | July 2006 »

June 30, 2006

อดีตขรก.ซี 8 ยื่นอุทธรณ์หลังศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 15 เดือน กรณีลวนลามแอร์

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 30 มิถุนายน 2549 16:36 น.
นายจอมพจน์ พิจิตรภักดีกุล บุตรชายนายชาญชัย อดีตข้าราชการซี 8 กรมทางหลวง พร้อมทนายความ ยื่นคำร้องอุทธรณ์ต่อศาลอาญา หลังศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 15 เดือน และปรับ 15,000 บาท ฐานกระทำอนาจาร นางสาวชุติพร จำรัสฤทธิรงค์ พนักงานต้อนรับ บริษัทการบินไทย โดยให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี เนื่องจากศาลเห็นว่า จำเลยเคยรับราชการและประกอบคุณความดี จนได้รับเครื่องราชอิสยาภรณ์ แต่จำเลยเห็นว่าคำเบิกความของผู้เสียหายขัดกับพยานเอกสารที่ปรากฏในสำนวนคดี และพบข้อพิรุธของพยานโจทก์ รวมทั้งที่ผ่านมาจำเลยได้แสดงความบริสุทธิ์ใจโดยได้สาบานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ถึง 4 แห่ง ว่าไม่ได้ทำความผิดตามข้อกล่าวหา ศาลรับคำร้องไว้ ก่อนส่งให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาต่อไป

ธุรกิจการบินกับมลภาวะ

โดย ผู้จัดการรายสัปดาห์ 30 มิถุนายน 2549 17:57 น.
เวลานี้ธุรกิจการบินกำลังเติบโต เครื่องบินขนส่งผู้โดยสารก็ใหญ่โตมหึมากว่าเดิม เช่น เครื่องบิน 2 ชั้น อย่างแอร์บัส A380 เป็นต้น ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ ทดสอบการบินไปลงที่สนามบินฮีธโทร์ในอังกฤษมาแล้วครับ ว่าจะรองรับผู้โดยสารบน 550 ที่นั่งได้หรือไม่

A380 จะให้บริการเป็นปฐมฤกษ์ปลายปีนี้ครับ และจะติดตั้งเครื่องยนต์โรลรอยแบบเทร้นท 900 4 เครื่องยนต์ โดยบอกกันว่าเป็นรุ่นที่สะอาดและมีประสิทธิภาพสูงมาก มีพลังขับเคลื่อนเท่ากับรถยนต์ทั่วๆ ไปประมาณ 3,500 คันเลยทีเดียว

คำนวณกันง่ายเท่ากับว่ารถยนต์ 6 คัน จะช่วยบินขนส่งผู้โดยสารได้หนึ่งคนแหละครับ

ถ้าคำนวณต่อไปอีก A380 นั้นใช้พลังงานเท่ากับ 14 กิโลเมตร เมื่อเอารถยนต์มาเรียงกันบนถนน ที่สำหรับเครื่องบินลำเดียว

และในอีก 20 ปี ข้างหน้า บริษัทแอร์บัสคาดว่าจะมี A380 บินบริการอยู่ถึง 1,500 ลำทั่วโลก และกว่าจะถึงเวลานั้น สายการบินต่างๆ จะเพิ่มเป็นเท่าตัว ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นก็จะมีแอร์บัสถึง 22,000 ลำ

ถ้าเป็นเช่นนั้น เครื่องบินแอร์บัสทั้งหมดจะปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เท่ากับรถยนต์ถึง 5 ล้านคันเลยแหละครับ

ซึ่งก็เทียบไม่ได้กับเวลานี้ทั่วโลกผลิตรถยนต์แต่ละปีถึง 60 ล้านคัน บวกกับรถยนต์ที่วิ่งอยู่แล้วประมาณ 1,000 ล้านคันทั่วโลก และถ้ารถทุกคันใช้วันละชั่วโมง เครื่องบินโดยสารแต่ละลำก็บินระยะไกลถึง 10 ชั่วโมงต่อวัน และเผาไหม้คาร์บอนไดออกไซด์จำนวนมากมายมหาศาลนับพันล้านตันสู่บรรยากาศโลกครับ

แม้ว่าการบินจะเป็นส่วนน้อยที่ปล่อยมลพิษสู่ชั้นบรรยากาศ ซึ่งทำให้โลกร้อนขึ้น แต่มันก็เติบโตในด้านการช่วยให้เกิดมลภาวะสูงขึ้นกว่าเดิมมากครับ

เพราะว่าเครื่องบินยังปล่อยควันให้ลอยเหมือนเมฆ ซึ่งถือว่าเป็นอันตรายเหมือนกัน ทำให้พวกนักอนุรักษ์พากันวิตก

จริงๆ แล้วสายการบินต่างๆ มักไม่ค่อยโดนวิจารณ์เกี่ยวกับเรื่องมลภาวะในอดีต แถมพวกสายการบินไม่จ่ายภาษีเชื้อเพลิงในการบินระหว่างประเทศ

แม้ว่าเวลานี้เครื่องยนต์จะมีประสิทธิภาพสูงกว่าเดิมถึง 70 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับ 40 ปี ที่ผ่านมาก็ตาม แต่ว่าเรื่องสายการบินส่งผลกระทบต่อมลภาวะก็กลายเป็นเรื่องที่นักอนุรักษ์พากันวิจารณ์หนาหูขึ้นเรื่อยๆ

เวลานี้ธุรกิจการบินกำลังโตเร็ว พวกนักอนุรักษ์ก็พยายามรณรงค์ให้ผู้โดยสารตระหนักถึงภัยนี้ด้วย โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศยุโรป

ธุรกิจที่โตเร็ว คือพวกสายการบินราคาถูกแบบโลว์คอสท์นี่แหละครับที่ขยายตัวเร็ว ผู้โดยสารนิยมมาก และก็มักจะบินระยะสั้นๆ และทางสภายุโรปก็เตรียมลงมติที่จะให้มีการดูแลเกี่ยวกับการปล่อยมลภาวะจากเครื่องยนต์การบินด้วย โดยจะใช้มาตรการตรวจสอบตามสนามบินในยุโรป และจะดูทั้งสนามบินและเที่ยวบินไปยังต่างประเทศด้วย

อเมริกาดูจะวิตกเกี่ยวกับมาตรการของสภายุโรปเป็นพิเศษครับ FAA จึงพยายามหาทางว่าให้สายการบินของสหรัฐอเมริกาได้ข้อยกเว้น

ซึ่งแน่นอนว่าสายการบินข้ามแอตแลนติกอื่นๆ ก็อยากได้ข้อยกเว้นนี้ด้วย

แต่ยุโรปจะยอมหรือ? ก็ยังถกเถียงกันอยู่ครับ

ทางสมาคมการบินและการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศหรือ IATA ก็ต้องเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย โดยเห็นว่าทางยุโรปควรรอให้สหประชาชาติพิจารณาดูก่อนเพราะมีองค์กรสังกัดอยู่คือ ICAO ซึ่งมีหน่วยงานด้านเทคนิค, กฎหมาย และด้านความปลอดภัยอยู่แล้ว

ในปี 1999 UN ได้พยายามหาทางยุติเกี่ยวกับเรื่องผลกระทบของการบินต่อมลภาวะด้วยการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ โดยบอกว่าการขนส่งโดยรวม (ไม่ใช่การบินอย่างเดียว) สร้างมลภาวะเพียงหนึ่งในสี่เท่า ธุรกิจการบินนั้นสามารถสร้างมลภาวะแค่ 13 เปอร์เซ็นต์ จากหนึ่งในสี่เท่านั้น เทียบทั้งหมดแล้วการบินสร้างมลภาวะแค่ 3 เปอร์เซ็นต์

ดังนั้นพวกวงการบินก็บอกว่าอย่างนี้แล้วจะไปเดือดร้อนทำไม แถมไนโตรเจนออกไซด์ซึ่งออกมาจากเครื่องยนต์เจ็ทนั้นนำไปสู่การสร้างโอโซนด้วยซ้ำไป

ข้อโต้แย้งต่างๆ ล้วนนำมาถกเถียงกันเพื่อชี้ว่า ธุรกิจการบินนั้น ส่งผลกระทบน้อยมาก และควรไปใส่ใจกับมลภาวะที่มาจากอุตสาหกรรมอื่นๆ มากกว่า

ในระยะยาวแล้ว การเติบโตของการบินได้ลดลงจากการเติบโต 10 เปอร์เซ็นต์ต่อปี มาเหลือ 5 เปอร์เซ็นต์และคงจะไม่ลดลงอีก แต่ผู้ผลิตรายใหญ่ๆ เชื่อว่าธุรกิจจะค่อยๆ โตได้อีกครับ

คดีจับอกนางฟ้าบินไทยจบไม่ลง!จำเลยอุทธรณ์สู้-ปัดไม่ได้หื่น!

โดย ทีมข่าวอาชญากรรม ผู้จัดการออนไลน์ 30 มิถุนายน 2549 15:46 น.
“ประธานสาหร่ายสไปรูลิน่า” ส่งลูกชาย ยื่นอุทธรณ์ขอให้ศาลยกฟ้อง คดีจับหน้าอกแอร์บินไทย อ้างผู้เสียหายเบิกความขัดกันเอง ย้ำ เจ้าตัวยืนยันความบริสุทธิ์ พาครอบครัวสาบานต่อหน้าพระแก้ว วอนสื่อให้ความเป็นธรรม


วันนี้(30 มิ.ย.)ที่งานอุทธรณ์–ฎีกา ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นายจอมพล พิจิตรภักดีกุล บุตรชายของนายชาญชัย ประธานบริษัท แอดวานซ์ สไปรูลิน่า ไบโอเทคโนโลยี จำกัด ซึ่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสาหร่ายสไปรูลิน่า จำเลยคดีอนาจารพนักงานต้อนรับบริษัทการบินไทย จำกัด(มหาชน) พร้อมด้วยนายไพบูลย์ บัวน้อย ทนายความ เดินทางมายื่นอุทธรณ์ ขอให้ศาลพิพากษายกฟ้อง ในคดีที่พนักงานอัยการกองคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายชาญชัย อายุ 74 ปี เป็นจำเลย ในความผิดฐาน กระทำอนาจาร น.ส.ชุติพร(ขอสงวนนามสกุล ) อายุ 31 ปี พนักงานต้อนรับบนเครื่อง บริษัทการบินไทยฯ โดยศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 3 พ.ค. 49 ให้จำคุก นายชาญชัย เป็นเวลา 15 เดือน ปรับ 15,000 บาท แต่โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี

โดยคำอุทธรณ์ของจำเลยมีความหนาประมาณ 150 หน้า และยื่นอุทธรณ์ในประเด็นการรับฟังพยานหลักฐานโจทก์ ซึ่งจำเลยกล่าวอ้างว่าคำเบิกความของผู้เสียหาย 3 ปาก มีข้อพิรุธ ให้การขัดแย้งกันในสาระสำคัญ อีกทั้งยังขัดต่อพยานเอกสารในสำนวนคดีโดยจำเลยยืนยันในความบริสุทธิ์ว่าไม่ได้กระทำผิดตามที่โจทก์ฟ้อง ซึ่งศาลรับอุทธรณ์จำเลยไว้เพื่อยื่นต่อศาลอุทธรณ์พิจารณาต่อไป

นายไพบูลย์ ทนายความ กล่าวว่า นายชาญชัย เชื่อในกระบวนการยุติธรรม และเคารพดุลยพินิจของศาลที่ตัดสินไปแล้ว แต่เนื่องจากยืนยันว่าไม่ได้กระทำผิดอย่างใดทั้งสิ้น ดังนั้นนายชาญชัย จึงต้องใช้สิทธิยื่นอุทธรณ์ให้ศาลเห็นถึงข้อพิรุธของพยานโจทก์ทุกปาก รวมทั้งคำเบิกความของผู้เสียหายที่ขัดแย้งกันเอง และขัดกับพยานเอกสารด้วย อย่างไรก็ดีนอกจากนายชาญชัยจะใช้สิทธิอุทธรณ์คดีเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเองแล้ว นายชาญชัยยังได้พาครอบครัว กล่าวคำสาบานต่อพระแก้วมรกต ที่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองและศาลเจ้าพ่อหลักเมืองด้วยว่าระหว่างนายชาญชัยกับผู้ที่กล่าวหา ใครกันแน่ที่พูดความจริงและใครพูดความเท็จ อย่างไรก็ดีระหว่างต่อสู้คดีนี้ อยากให้สื่อมวลชนเผยแพร่ข่าวด้วย ความเป็นธรรมต่อนายชาญชัย ด้วย เพราะไม่ต้องการให้ครอบครัวได้รับผลกระทบรุนแรงนี้ไปด้วย

นายไพบูลย์ ยังกล่าวถึงการแก้คำอุทธรณ์คดีที่อัยการยื่นไปเมื่อวันที่ 2 มิ.ย. ขอให้ศาลลงโทษจำคุกจำเลยโดยไม่รอลงอาญาว่า ฝ่ายจำเลยเพิ่งจะได้รับสำนวนอุทธรณ์ โดยยังไม่ได้อ่านตรวจรายละเอียดว่าอัยการระบุเหตุผล ข้อกฎหมาย อะไรบ้าง ที่ให้ศาลลงโทษจำคุกจำเลยโดยไม่รอลงอาญา ซึ่งหากตนได้ตรวจดูรายละเอียดคำอุทธรณ์เป็นที่เรียบร้อย จะได้ยื่นคำแก้อุทธรณ์ของอัยการต่อไป

ผู้ว่าฯระนองเต้นภูเก็ตแอร์เลิกบินหวั่นกระทบยุทธศาสตร์จังหวัด

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 29 มิถุนายน 2549 19:14 น.
ระนอง-“ภูเก็ตแอร์”เลิกบินเข้าระนอง 3 เดือนแล้ว ผู้ว่าฯเตรียมเจราจาสายการบินอื่นๆ บินมาระนอง หวั่นกระทบยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด และท่าเทียบเรือน้ำลึก ที่จะเปิดให้บริการเร็วๆนี้

นายเมฆินทร์ เมธาวิกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง กล่าวว่า สายการบินภูเก็ตแอร์ ที่เปิดให้บริการเครื่องบินโดยสารระหว่างกรุงเทพฯกับจังหวัดระนอง ได้หยุดทำการบินตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม 2549 จนถึงปัจจุบัน เป็นเวลากว่า 3 เดือนแล้ว

ทำให้ส่งผลระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัด ทั้งภาคธุรกิจเอกชนและการดำเนินการตามยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดระนอง เป็นอย่างมาก เพราะจังหวัดระนองเป็นเมืองศูนย์กลางของการค้าชายแดน และการค้าระหว่างประเทศในภาคใต้ตอนบน ซึ่งมีความจำเป็นต้องอาศัยระบบการขนส่งที่มีความสะดวกและรวดเร็ว

นายเมฆินทร์ กล่าวว่า ในปลายเดือนกรกฎาคม 2549 จังหวัดจะทำการเปิดท่าเรือระยะที่สอง เป็นการขนส่งทางน้ำจากจังหวัดระนองไปยังประเทศในฝั่งทะเลอันดามันหลายประเทศ ซึ่งการติดต่อตามเส้นทางคมนาคมทางอากาศ มีความเป็นอย่างมาก เพราะนักธุรกิจ นักลงทุน ต้องใช้เครื่องบินโดยสารในการเดินทาง

ดังนั้นเพื่อเป็นการสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจ ในภาพรวมของจังหวัด และแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่มีความจำเป็น ต้องเดินทางโดยใช้บริการเครื่องบินโดยสาร จังหวัดได้ประสานไปยังกระทรวงคมนาคม เพื่อขอความอนุเคราะห์ให้ทาบทามสายการบินอื่น ๆ เปิดเส้นทางการบินระหว่าง กรุงเทพ-ระนองต่อไป

“ขณะนี้ชาวระนองและนักธุรกิจ ที่มีความจำเป็นต้องเดินทางไป-มาระหว่างกรุงเทพฯ-ระนอง ต้องไปขึ้นเครื่องบินโดยสาร ที่ท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี ซึ่งไม่ได้รับความสะดวกและเสียเวลามาก ขณะที่บางส่วนที่ไม่เร่งรีบมากนัก จะนั่งรถยนต์ส่วนตัวไปต่อรถไฟที่จังหวัดชุมพร”นายเมฆินทร์กล่าว

June 29, 2006

งานแฟร์ไทยแอร์เอเชีย...ก้าวแรกแห่งชัยชนะ

โดย ผู้จัดการรายสัปดาห์ 29 มิถุนายน 2549 16:44 น.
ด้วยกลยุทธ์ลดราคาตั๋วทุกเส้นทางทั้งในประเทศและต่างประเทศเพียง 9 บาทของสายการบินไทยแอร์เอเชีย ที่ถูกจัดขึ้นในงาน Thai AirAsia Travel Fair 2006 สามารถชนะใจลูกค้าเรียกคะแนนความสนใจจนทำให้มียอดจองตั๋วชนิดแบบถล่มทลายกันทีเดียว

สูตรความสำเร็จของไทยแอร์เอเชีย ครั้งนี้ถือว่ามาได้ถูกจังหวะและเวลาของ ทัศพล แบเลเว็ลด์ ซีอีโอสายการบินไทยแอร์เอเชียที่เลือกเอาช่วงโลว์ซีซัน(นอกฤดูกาลท่องเที่ยว)จัดแคมเปญนี้ขึ้นมา การเป็นผู้เริ่มต้นต้องมีความเสี่ยงสูงแต่สิ่งที่ได้รับน่าจะเป็นการเริ่มต้นที่ได้รับชัยชนะพอสมควร

ด้วยการใช้ศักยภาพที่มีอยู่ของตัวเองไม่ว่าจะเป็นเส้นทางที่เปิดให้บริการบินทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงสินค้าที่จำหน่ายบนเครื่องบินมีการนำออกมาให้ช้อปกันอย่างจุใจ พร้อมกับลุ้นรางวัลตั๋วบินฟรีตลอดปีสำหรับผู้โชคดีที่ซื้อตั๋วในงาน

ขณะเดียวกันก็ดึงกลุ่มพันธมิตรธุรกิจที่อยู่ในเส้นทางบินของไทยแอร์เอเชียเข้ามาร่วมงาน เพื่อเปิดโอกาสให้พันธมิตรทางธุรกิจนำเสนอขายแพ็คเกจราคาถูกหวังดึงกลุ่มลูกค้าที่สนใจบินถูกพักหรูด้วยเช่นกัน...เรียกว่างานนี้ได้ประโยชน์ทั้งไทยแอร์เอเชียและพันธมิตรทางธุรกิจ

นอกจากนี้รูปแบบของการจัดงานที่ผสมผสานดึงเอาผู้รู้และมีประสบการณ์ด้านท่องเที่ยวในบางเส้นทางมาเล่าสู่กันฟังสร้างสีสันให้กับงานได้ดีทีเดียว...สลับกับกิจกรรมที่หลากหลายนำมาเสนอให้ลูกค้าได้มีส่วนร่วมสนุกส่งผลให้งานตลอดทั้งวันไม่จืดชืดลงไป

หากมองกลยุทธ์ของไทยแอร์เอเชียครั้งนี้น่าจะส่งผลกับตัวเลขที่วางเป้าไว้แน่นอน ซึ่งทาง ทัศพล กล่าวว่าต้องการยอดลูกค้าเพิ่มขึ้นสำหรับงานนี้ประมาณ 2 - 2.5 หมื่นคน ขณะเดียวกันจำนวนที่ตั้งเป้าไว้ตลอดทั้งปี 2549 คือ 3 ล้านคนคงต้องไปวัดผลกันอีกครั้งช่วงไฮซีซัน

การทำตลาดแนวใหม่ของไทยแอร์เอเชียจึงไม่น่าจะหวังผลเพียงแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวแน่...ขณะที่วงการธุรกิจการบินภายในประเทศไทยอาจจะสั่นสะเทือนบ้างในช่วงโลว์ซีซันแบบนี้ที่ปล่อยให้ไทยแอร์เอเชียดึงกลุ่มลูกค้าไป...แต่ทว่าช่วงโลว์ซีซันฤดูกาลหน้าเราอาจจะเห็นงานแฟร์ของสายการบินอื่นเกิดขึ้นมาอีกก็ได้...ใครจะไปรู้

มาเลเซีย แอร์ไลน์ได้เงินอุดหนุนต่อสายป่านธุรกิจ

กัวลาลัมเปอร์- มาเลเซีย แอร์ไลน์ส สายการบินแห่งชาติของมาเลเซียที่กำลังประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง อาจจะได้รับเงินช่วยเหลือจากบริษัทแม่และรัฐบาลมาเลเซียจำนวน 850 ล้านริงกิตเพื่อนำมาใช้จ่ายสำหรับพนักงานและนำมาใช้จ่ายรายวันหลังประสบปัญหาขาดทุนเป็นเงินมหาศาลจากการขายสินทรัพย์ ทั้งนี้ เปเนอร์บันกัน มาเลเซีย ของรัฐบาลมาเลเซีย ซึ่งถือหุ้น 69% ในสายการบินแห่งนี้ จะให้การช่วยเหลือทางการเงินจำนวน 650 ล้านริงกิต ที่เหลือจะเป็นเงินจากกองทุนต่างๆของรัฐบาล


29 มิถุนายน 2549 เวลา 15:06:39
จาก กรุงเทพธุรกิจ

จับตาจัดตั้ง;สุวรรณภูมินครปฐมฤกษ์ปั่นราคาที่ดินรอบใหม่

โดย ผู้จัดการรายสัปดาห์ 29 มิถุนายน 2549 16:12 น.
เผยส่งคนคุมพื้นที่ 4 เขต ทั้งลาดกระบัง ประเวศ บางพลี ยันบางเสาธง ยึดพื้นที่รอบสนามบิน ก่อนหมดอำนาจในระดับประเทศ

*ชี้แค่เปลี่ยนสีผังเมือง เพิ่มการใช้ประโยชน์ในที่ดิน ก็สร้างกำไรมหาศาล ทั้งที่ยังไม่ต้องลงทุนโครงการด้วยซ้ำ

ในที่สุดแผนปั่นราคาที่ดินรอบสนามบินสุวรรณภูมิรอบใหม่ก็ได้ฤกษ์เปิดฉากขึ้นแล้ว หลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ไฟเขียวเห็นชอบในหลักการร่าง พ.ร.บ.สุวรรณภูมิมหานคร พร้อมทั้งส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความก่อนจะส่งกลับมาให้ ครม.พิจารณาอีกครั้ง หาก ครม.เห็นชอบ ให้รอ ครม.ชุดใหม่ยืนยัน ก่อนส่งให้สภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่พิจารณา ก่อนที่จะมีผลบังคับใช้

การปั่นราคาที่ดินของรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี เริ่มตั้งแต่การใช้กระแสจุดพลุการลงทุนก่อสร้างโครงการสนามบินสุวรรณภูมิ และโครงข่ายคมนาคมขนส่งที่จะขนคนเข้า-ออกจากเมือง เพื่อไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ จนทำให้ราคาที่ดินถีบตัวสูงกว่าราคาในช่วง 3-4 ปีก่อนมาก บางแปลงราคาสูงขึ้นเกือบ 100% หรือบางแปลงสูงขึ้น 20-30% โดยเฉลี่ยราคาที่ดินในย่านสุวรรณภูมิสูงขึ้นราวๆ 50%

มาครั้งนี้ รัฐบาลพยายามที่จะผลักดันให้บริเวณสนามบิน เป็นเขตปกครองพิเศษ เพื่อที่จะได้ทุ่มงบประมาณไปพัฒนาพื้นที่อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย โดยไม่ต้องกังวลว่าจะถูกโจมตีจากฝ่ายตรงข้าม ว่านำเงินภาษีประชาชน ไปพัฒนาในพื้นที่ที่ตัวเองและพวกพ้องเป็นเจ้าของ แต่การทุ่มงบประมาณลงไป เพื่อรองรับการขยายตัวของเมือง เพราะเป็นเขตปกครองพิเศษ

แน่นอนว่า เมื่อเป็นเขตปกครองพิเศษ ทุกอย่างจะต้องเพียบพร้อม ทั้งโครงการข่ายคมนาคม ถนนหนทาง หน่วยงานราชการ สาธารณูปโภค สาธารณูปการ ซึ่งหากมีการลงทุนในส่วนนี้ จะทำให้เมืองเติบโตอย่างรวดเร็ว และจะมีผลให้ราคาที่ดินถีบตัวสูงขึ้นตามไปด้วย

เซ็นทิ้งทวน

แหล่งข่าวในวงการอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยผู้จัดการรายสัปดาห์ว่า การที่ครม.มีมติเห็นชอบในหลักการร่างพ.ร.บ.สุวรรณภูมิมหานคร เสมือนเป็นการเซ็นทิ้งทวนก่อนที่อำนาจและบารมีจะหมดไป เพราะต้องการทำเพื่อตัวเอง ทั้งนักการเมือง เครือญาติ พวกพ้อง โดยเฉพาะคนใกล้ชิดนายกรัฐมนตรี ที่ไปกว้านซื้อที่ดินบริเวณสนามบินสุวรรณภูมิไว้เรียบร้อยแล้ว ในช่วงที่ราคายังไม่ถูกปั่นขึ้นไป หรือในช่วง 3-4 ปีก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ตาม แม้ว่านักการเมืองบางคนจะบอกว่า ที่ดินที่มีอยู่ซื้อไว้นานแล้ว ไม่ได้พึ่งมาซื้อในช่วงที่รัฐบาลจะลงทุนโครงการสนามบินให้แล้วเสร็จ แต่ด้วยความที่มีอำนาจ จึงพยายามที่จะสร้างความเจริญไปยังพื้นที่ที่เป็นเจ้าของอยู่ อีกทั้งยังมีการซื้อเพิ่มเติม เมื่อแน่ใจว่าโครงการก่อสร้างสนามบินเดินหน้าอย่างต่อเนื่องและมีกำหนดเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 28 ก.ย.นี้

กลุ่มนักการเมืองที่เป็นเจ้าของที่ดินในย่านสุวรรณภูมิ นำโดยนายกฯทักษิณ ที่ถือที่ดินผ่านนอมินี .สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เลขาธิการ พรรคไทยรักไทย และรองนายกรัฐมนตรี ,ประยุทธ์ มหากิจศิริ แกนนำพรรคไทยรักไทย ,เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ หรือ เจ๊แดงรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย และน้องสาวนายกรัฐมนตรี และกลุ่มบริษัท กฤษดามหานคร ที่มีสายสัมพันธ์แนบแน่นกับคนในครอบครัวนายกรัฐมนตรี มีที่ดินราว 4,000-5,000 ไร่

การที่ที่ประชุมครม.ไฟเขียวเรื่องการจัดตั้งสุวรรณภูมิมหานคร ถือเป็นการเซ็นทิ้งทวน ก่อนที่จะหมดอำนาจทางการเมือง เพราะไม่แน่ใจว่าสถานการณ์ทางการเมืองในอนาคตจะไปในทิศทางไหน อีกทั้งแผนการที่เตรียมผลักดันให้บริเวณสนามบินกลายเป็นย่านธุรกิจแห่งใหม่ และรองรับการเปิดใช้สนามบินมีความเป็นไปได้โดยเร็วที่สุด เพื่อผลักดันให้ราคาที่ดินเพิ่มขึ้นแหล่งข่าวคนเดิมให้ความเห็น

ขณะเดียวกัน หากบริเวณสนามบินสุวรรณภูมิเป็นเขตปกครองพิเศษ การดำเนินการทุกอย่างจะง่ายขึ้น ไม่จำเป็นต้องผ่านกระบวนการ หรือหน่วยงานต่าง ๆ เหมือนกับการปกครองระดับประเทศ ที่การทำนิติกรรมต่าง ๆ จะต้องผ่านกระบวนการกลั่นกรอง และต้องใช้เวลานาน ส่วนเขตปกครองพิเศษ ผู้ที่ตัดสินใจขั้นสุดท้ายคือนายกที่ปกครองสุวรรณภูมิมหานครที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง

ส่งคนคุมสนามเล็กยันสนามใหญ่

แหล่งข่าว กล่าวอีกว่า ทุกวันนี้ผู้ที่ดูแลพื้นที่ในเขตสนามบินทั้ง 4 เขต ได้แก่ ลาดกระบัง ประเวศ และอีก 2 เขตของจังหวัดสมุทรปราการ ได้แก่ บางพลีและบางเสาธง ล้วนเป็นคนของรัฐบาลเกือบทั้งหมด ตั้งแต่ระดับท้องถิ่น จนถึงระดับประเทศ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการวางตัวบุคคลไว้เรียบร้อย และหากพื้นที่รอบสนามบินถูกยกระดับให้เป็นเขตปกครองพิเศษ การทำนิติกรรมทุกอย่างจะขึ้นอยู่กับคนกลุ่มเดียวเท่านั้น คือ แก๊งไทยรักไทย ;

ทั้งนี้ การผลักดันให้สนามบินสุวรรณภูมิเป็นเขตปกครองพิเศษ จะต้องใส่เม็ดเงินจำนวนมหาศาลลงไป เพื่อให้เป็นเมืองที่สมบูรณ์ ทั้งสาธารณูปโภค การขนส่ง การคมนาคม รวมถึงจะต้องวางแผนการใช้ประโยชน์ในที่ดินอย่างเป็นระเบียบ เพื่อให้เมืองเติบโตไปในทิศทางเดียวกัน

ก่อนหน้านี้ ทางกรมโยธาธิการและผังเมือง พยายามที่จะควบคุมการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ในย่านสนามบินให้เป็นระเบียบ เพื่อให้เมืองสวยงาม น่าอยู่ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเหมือนกับเมืองเวนิช อิตาลี ที่โด่งดังไปทั่วโลกถึงความสวยงามของเมือง เพราะมีลักษณะคล้ายกับอิตาลี

อย่างไรก็ตาม หากสนามบินสุวรรณภูมิเป็นเขตปกครองพิเศษ จะทำให้ราคาที่ดินพุ่งสูงกว่านี้หลายเท่า เพราะจากที่บริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของกรุงเทพฯและสมุทรปราการ ราคาที่ดินยังถูกปั่นจนสูงขึ้นเฉลี่ยถึง 50% และหากพื้นที่ดังกล่าวกลายเป็นเขตปกครองพิเศษ ก็เชื่อว่าราคาที่ดินจะสูงกว่านี้อีก ซึ่งเจ้าของที่ดินบริเวณดังกล่าวจะร่ำรวยกันทั่วหน้า ทั้งที่ยังไม่ต้องลงทุนโครงการอสังหาริมทรัพย์ เพื่อสร้างมูลค่าเลย

แม้ว่ายังไม่ได้ลงทุนก่อสร้างโครงการ เพียงแค่ให้ผู้ที่ดูแลเขตปกครองพิเศษ เปลี่ยนสีผังเมืองบางแปลง เพื่อให้สามารถลงทุนโครงการขนาดใหญ่และมีมูลค่า ก็จะทำให้ราคาที่ดินวิ่งขึ้นทันที เช่นเดียวกับการประกาศใช้ผังเมืองทั่วไป ที่ราคาที่ดินหลายแห่งขยับขึ้นไป จากการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ได้เพิ่มขึ้น อีกทั้งหากมีการลงทุนก่อสร้างโครงการไว้รองรับธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับสนามบิน จะยิ่งสร้างมูลค่าให้กับเจ้าของที่ดินมหาศาลแหล่งข่าวระบุ

ครม.ไฟเขียวตั้ง“สุวรรณภูมินคร”

โดย ผู้จัดการรายสัปดาห์ 29 มิถุนายน 2549 16:24 น.
ครม.ไฟเขียวตั้ง“สุวรรณภูมินคร” อ้างเพิ่มความคล่องตัว ทั้งด้านบุคลากร และงบประมาณ เพื่อพัฒนาเมือง รองรับการเติบโตของบริเวณสนามบินทองแห่งเอเชีย ชี้หากยังเป็นแค่ส่วนหนึ่งของกรุงเทพฯและสมุทรปราการ จะเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาเมือง

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 20 มิ.ย. ที่ผ่านมา ได้อนุมัติในหลักการร่าง พ.ร.บ.สุวรรณภูมิมหานคร ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอเพื่อให้สุวรรณภูมิมหานครเป็นนิติบุคคลที่เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีฐานะเป็นจังหวัดเพื่อบริหารจัดการพื้นที่ในเขตสุวรรณภูมิมหานครให้เป็นศูนย์กลางการบิน การขนส่ง การประกอบธุรกิจ การจ้างงาน และการประชุม

“การจะทำให้สุวรรณภูมิเป็นมหานครอย่างสมบูรณ์จะต้องสร้างสาธารณูปโภค การขนส่ง และโครงข่ายคมนาคมโดยรอบท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และจะต้องวางแผนการใช้ประโยชน์ที่ดิน วางแผนระบบการจราจรขนส่ง การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมให้เป็นระบบ และมีมาตรการควบคุมความปลอดภัยทางการบินที่มีประสิทธิภาพ แต่ปัจจุบันองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีอยู่รอบสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งมีหลายแห่งและขนาดเล็ก ทำให้มีข้อจำกัดทางด้านงบประมาณและบุคลากร ไม่สามารถที่จะรองรับเรื่องการพัฒนาได้” นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว

ทั้งนี้ นพ.สุรพงษ์ กล่าวว่า จากมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้กำหนดแนวทางปฏิบัติว่า ถ้าจะเสนอร่างพระราชบัญญัติก็สามารถเสนอได้ โดยอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของครม. และคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความ แต่จะต้องรอเพื่อให้คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ให้ความเห็นชอบและนำเรื่องเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่ต่อไป

ทั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี กำหนดการเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิเชิงพาณิชย์ในวันที่ 28 ก.ย. 2549 โดยวันที่ 29 ก.ค.นี้ จะทดลองให้เครื่องบินพาณิชย์บินลงจอดอย่างเต็มระบบ จะมีผู้โดยสารและเครื่องบินจริงบินลง ซึ่งบริษัท ท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย จำกัด (มหาชน) ได้ประสานงานกับสายการบินต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว

แอร์ไลน์อาหรับคึกคัก พาเหรดขอเที่ยวบินเพิ่ม

โดย ผู้จัดการรายสัปดาห์ 29 มิถุนายน 2549 16:40 น.
ในที่สุดรัฐบาลรักษาการณ์ชุดนายกรัฐมนตรีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรก็ประกาศเปิดให้บริการของสนามบินสุวรรณภูมิภายในวันที่ 28 กันยายน 2549 ส่งผลให้สายการบินต่างประเทศเริ่มปรับตัวรับกระแสทันที ว่ากันว่าในบรรดาสายการบินต่างประเทศกว่า 87 สายการบินมีการขอเพิ่มเที่ยวบินเข้าประเทศกว่า 2,427 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ มีความเคลื่อนไหวของสายการบินจากภูมิภาคตะวันออกกลางและภูมิภาคเอเชียมากที่สุด

นโยบายการเปิดน่านฟ้าเสรีของไทย ส่งผลให้สายการบินจากต่างประเทศหลั่งไหลเข้ามาเป็นจำนวนมาก และสายการบินแถบตะวันออกกลางดูจะคึกคักเป็นพิเศษมีการขอเที่ยวบินเพิ่มเพื่อเปิดตลาดใหม่ให้ทั้งคนไทยและคนตะวันออกกลางมีการเดินทางมากขึ้น ขณะที่สนามบินสุวรรณภูมิประกาศพร้อมเปิดให้บริการในเดือนกันยายนศกนี้ ศักยภาพของประเทศไทยจึงน่าจะเป็นประตูสากลสู่เมืองหลายๆแห่งในแถบภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้เป็นอย่างดีไม่ว่าจะเป็นเวียดนาม กัมพูชา ลาวและพม่า ซึ่งเป็นทางเลือกหนึ่งของสายการบินตะวันออกกลางที่ตัดสินใจเข้ามาเปิดให้บริการอันเป็นที่มาของการขอเพิ่มเที่ยวบินในที่สุด โดยคาดว่าปีนี้จุดบินจากไทยไปตะวันออกกลางน่าจะมีการเติบโตถึง 45%

ล่าสุดสายการบินตะวันออกกลางอาทิ เอมิเรตส์ แอร์ไลน์ ก็มีการขอเพิ่มเที่ยวบินจากซัมเมอร์ที่แล้วซึ่งบินอยู่สัปดาห์ละ 14 เที่ยวบินเป็นสัปดาห์ละ 21 เที่ยวบิน รวมไปถึงสายการบินเอทิฮัต แอร์เวย์ ที่เพิ่มจากสัปดาห์ละ 4 เที่ยวบินเป็นสัปดาห์ละ 7 เที่ยวบิน

มาร์วาน โคลอยลัด ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายปฏิบัติการเชิงพาณิชย์ประจำภาคพื้นตะวันออกไกลและออสเตรเลีย สายการบินกาตาร์ ให้ความเห็นว่า ขณะนี้ปริมาณผู้โดยสารที่เดินทางระหว่างไทยและตะวันออกกลางมีตัวเลขที่เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก กอปรกับมีสายการบินจากตะวันออกกลางเปิดให้บริการเพิ่มขึ้นทำให้ทุกสายการบินต้องมีการปรับกลยุทธ์เพื่อช่วงชิงลูกค้าไม่ว่าจะเป็นการปรับบนภาคพื้นดินและบนอากาศ

“กรุงเทพฯเป็น 1 ใน 12 จุดหมายปลายทางที่ต้องการให้บริการสำหรับเส้นทางตะวันออกไกล คาดว่าน่าจะเป็นร้อยละ 15 ของเครือข่ายการบินกาตาร์ในต่างประเทศทั้งหมด”มาร์วาน กล่าว

ปัจจุบันสายการบินกาตาร์ เปิดให้บริการเที่ยวบินจาก 10 เที่ยวบินต่อสัปดาห์เพิ่มขึ้นเป็น 14 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ หวังรองรับตลาดจากนักธุรกิจและนักท่องเที่ยวที่มีความต้องการเดินทางในเส้นทางไปและกลับในแถบเอเชียที่นับวันจะมีตัวเลขจะเพิ่มมากขึ้น

พลิกกลยุทธ์สู้

การเพิ่มเที่ยวบินให้มากขึ้นเพื่อขนถ่ายผู้โดยสารเป็นเพียงกลยุทธ์หนึ่งที่ถูกนำมาใช้ของสายการบินตะวันออกกลาง ขณะที่การปรับกลยุทธ์บนภาคพื้นดินและการใช้เครื่องบินที่ทันสมัยยังคงเป็นปัจจัยหลักที่จะช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจประสบความสำเร็จอีกทางหนึ่ง

สอดคล้องกับที่ มร.โรฮาน เสนีวิรัตน์ ผู้จัดการเขตประจำประเทศไทยและกัมพูชาของสายการบินกาตาร์ กล่าวว่า การเพิ่มความสะดวกในการให้บริการสำหรับผู้โดยสารจำเป็นต้องเปิดสำนักงานสาขาที่ตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจ

นอกจากนี้การใช้เครื่องบินที่ทันสมัยรุ่น แอร์บัส A330-200 มีชั้นผู้โดยสารธุรกิจซึ่งสามารถปรับเก้าอี้เอนนอนได้ 160 องศาถึง 24 ที่นั่ง ขณะที่ชั้นประหยัดจะมีที่นั่งประมาณ 259 ที่นั่ง มาให้บริการคืออิมเมจที่จะสร้างความมั่นใจของผู้โดยสารได้ดีทีเดียว

อย่างไรก็ตามการพัฒนาสนามบินนานาชาติโดฮาแห่งใหม่ ที่สายการบินกาตาร์ คาดว่าจะเป้นศูนย์กลางการบินแห่งอนาคตในแถบภูมิภาคตะวันออกกลาง กำลังเริ่มปรับโฉมอาคารอามิรี เทอร์มินัล สำหรับเที่ยวบินระดับวีไอพี พร้อมด้วยลานจอดพิเศษ อาคารสำหรับขนส่งสินค้า โรงเก็บเครื่องบิน และองค์ประกอบอื่นๆของสายการบินและสนามบิน อาคารดังกล่าวจะมีโรงแรมประจำสนามบินใกล้กับอาคารที่พักผู้โดยสาร ขนาด 100 ห้องภายในอาคารที่พักผู้โดยสาร เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้มาเยือนรวมถึงผู้โดยสารที่รอเปลี่ยนเครื่อง

“ระยะแรกจะมีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2552 เพื่อรองรับผู้โดยสาร 12 ล้านคนต่อปี และสนามบินจะเปิดดำเนินการเต็มรูปแบบในปี 2558 คาดว่าจะมีจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอีก 4 เท่าตัวหรือประมาณ 50 ล้านคน”มร.โรฮาน กล่าวทิ้งท้าย

เที่ยวบินปฐมฤกษ์สุวรรณภูมิ...ชัยชนะหรือปราชัย?

โดย ผู้จัดการรายสัปดาห์ 29 มิถุนายน 2549 16:42 น.
การทดสอบเที่ยวบินรอบปฐมฤกษ์ที่จะมีขึ้นในวันที่ 29 กรกฎาคม 2549 ของบรรดาสายการบินภายในประเทศของไทย คือความท้าทายที่กำลังจะถูกเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เพื่อทดสอบศักยภาพของสนามบินสุวรรณภูมิว่าเป็นสนามบินอันดับต้นๆระดับประเทศในภูมิภาคเอเชียและของโลกได้หรือไม่?...

นับเป็นครั้งแรกที่เหมือนปฏิบัติการจริงของการท่าอากาศยานไทยที่จะเปิดโอกาสให้สายการบินภายในประเทศที่มีอยู่ไม่ว่าจะเป็นการบินไทย,บางกอกแอร์เวย์,นกแอร์,ไทยแอร์เอเชีย,โอเรียนท์ไทยและ พีบีแอร์ ขนผู้โดยสารเข้าสุวรรณภูมิได้ก่อนเปิดให้บริการจริง

ว่ากันว่าทุกสายการบินมีการเตรียมพร้อมที่จะเคลื่อนย้ายผู้โดยสารจากท่าอากาศยานดอนเมืองบินไปลงยังสุวรรณภูมิ ล่าสุดสายการบินที่ร่วมกันทดสอบจริงครั้งนี้มีการย้ายเส้นทางบินกว่า 15 เส้นทาง คิดเป็นจำนวนเที่ยวบินถึง 17 เที่ยว คาดว่าจะมีผู้โดยสารประมาณ 4,000 คนทดลองใช้สิ่งอำนวยความสะดวกครบวงจร

โอกาสดีๆอย่างนี้แต่ละสายการบินคงไม่ปล่อยให้หลุดไป โดยเฉพาะการนำกลยุทธ์ใหม่ๆและการให้บริการผู้โดยสารออกมาโชว์เพื่อให้กลุ่มลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศได้เห็นกัน ขณะที่หลายคนอาจจะยังไม่เคยเห็นมาก่อน

เริ่มต้นที่ การบินไทย สายการบินแห่งชาติออกมาประกาศตัวเองว่าจะเสนอราคาค่าตั๋วในวันพิเศษแบบนี้ลดกันสุดๆถึง 50% นอกจากนี้ในวันเดียวกันการบินไทยยังเปิดเที่ยวบินเชิงพาณิชย์โดยกำหนดค่าโดยสารพิเศษราคา 1,999 บาทสำหรับการบินเที่ยวเดียวทั้งจากเชียงใหม่และภูเก็ตที่ไปลงยังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และราคา 3,999 บาทสำหรับการบินไปกลับในชั้นประหยัด ส่วนชั้นธุรกิจคิดในราคา 2,999 บาท และ 5,999 บาทสำหรับเส้นทางบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ และ กรุงเทพฯ-ภูเก็ต

ด้านนกแอร์ มีการนำเสนอบริการรูปแบบใหม่ ที่ถือว่าเป็นนวัตกรรมการให้บริการพิเศษภายใต้ชื่อ “Nok X” หรือ “Nok Express” เป็นบริการเช็คอินบัตรโดยสารด้วยออร์กาไนเซอร์อิเล็กทรอนิกส์ไร้สาย และบริการเทเลโฟน เช็คอิน ซึ่งผู้โดยสารสามารถเช็คอินผ่านระบบโทรศัพท์ แล้วรับบัตรผ่านขึ้นเครื่องบินได้ที่เคาน์เตอร์นกแอร์

บริการดังกล่าวของนกแอร์จะสามารถสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า โดยคาดหวังว่าจะช่วยลดขั้นตอนในการจองตั๋วที่ยุ่งยากออกไป และแก้ไขปัญหาของคนทำงานในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี

ขณะเดียวกันสายการบินโอเรียนท์ไทย แอร์ไลน์ มีการวางแผนนำเครื่องเปล่าที่จะต้องบินจัมโบ้ โบอิ้ง 747-400 ขนาด 500 ที่นั่งจัดให้บริการบินพิเศษ ระหว่างเส้นทางดอนเมือง-สุวรรณภูมิ โดยทำโปรโมชั่นราคาตั๋วพิเศษ 999 บาทต่อเที่ยว นำรายได้ทั้งหมดทูลเกล้าฯถวายแด่ในหลวง ส่วนเที่ยวบินปกติที่จะเข้าร่วมโครงการทดสอบบินรอบปฐมฤกษ์ครั้งนี้มี 2 เที่ยวบินในเส้นทางไป-กลับ สุวรรณภูมิ-ภูเก็ต

ถึงแม้ว่ากิจกรรมพิเศษที่จะมอบให้กับผู้โดยสารครั้งนี้ของสายการบิน ไทยแอร์เอเชีย ยังไม่สามารถสรุปได้ช่วงนี้ก็ตาม แต่เชื่อได้ว่าจะมีการจัดโปรโมชั่นพิเศษออกมาให้กับลูกค้าอย่างแน่นอน เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายส่งเสริมการตลาดจึงส่งเข้าร่วมโครงการ 2 เที่ยวบิน คือจากอุดรธานี-สุวรรณภูมิ และสุวรรณภูมิ-นราธิวาส

ความต้องการให้สนามบินแห่งนี้เป็นสนามบินนานาชาติที่ใหญ่และเป็นสากลที่สุดในภูมิภาคเอเชีย ตามที่ตั้งใจไว้ ด้วยการทดสอบเปิดเที่ยวบินปฐมฤกษ์ในครั้งนี้ แม้จะยังไม่สามารถสรุปผลได้ว่า สนามบินสุวรรณภูมิจะเปิดใช้เชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการได้ในวันที่ 28 กันยายนศกนี้ตามที่รัฐบาลกำหนดไว้หรือไม่ เพราะหากการทดสอบยังมีปัญหา ทุกสายการบินจำเป็นต้องประมวลผลลัพท์และประสิทธิภาพ รวมทั้งอุปสรรคปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้นมาหารือกัน เพื่อสร้างให้เกิดความมั่นใจ 100% ไม่ว่าจะเป็นทั้งเรื่องของความปลอดภัยทุกระบบขั้นตอน...แน่นอนเพื่อป้องกันความผิดพลาดและความหายนะอย่างที่สนามบินอื่นๆในภูมิภาคแถบนี้ได้เคยประสบมาเมื่อเริ่มเปิดใช้งานครั้งแรกๆ

ดังนั้นรัฐบาลต้องกล้าพอที่จะผลักดันให้สนามบินสุวรรณภูมิเป็นสนามบินที่เข้มแข็งพร้อมที่จะแข่งขันกับนานาประเทศได้ ซึ่งหากทำได้สำเร็จก็จะทำให้เกิดการขับเคลื่อนได้อย่างรวดเร็วของภาคธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ และต้องยอมรับว่าปัจจุบันหลายประเทศกำลังจับตามองการบริหารงานของรัฐบาลในการสร้างสนามบินแห่งนี้ว่าจะเป็นไปในทิศทางใด...

June 28, 2006

ยอดผู้โดยสารเที่ยวบินเอเชียแปซิฟิกลดวูบเหตุน้ำมันแพง

สมาคมสายการบินแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก หรือเอเอพีเอ ออกแถลงการณ์วันนี้ ระบุว่า สมาชิกของสมาคม 17 สายการบินในภูมิภาคมียอดผู้โดยสารรวมในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา 10.5 ล้านคน

นายแอนดรูว์ เฮอร์ดแมน ผู้อำนวยการสมาคมฯ ระบุว่า แม้จำนวนผู้โดยสารจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เป็นตัวเลขยอดผู้โดยสารที่ลดลงเมื่อเทียบกับเดือนมีนาคมและเมษายนปีนี้ ซึ่งมียอดผู้โดยสาร 11 ล้านคน และ 10.9 ล้านคนตามลำดับ

นายเฮอร์ดแมน คาดการณ์ว่าสถานการณ์ธุรกิจการบินในภูมิภาคจะทรงตัว มีอัตราการเติบโตไม่มากนัก เนื่องจากประสบปัญหาราคาน้ำมัน ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญในอุตสาหกรรมการบินเพิ่มขึ้นสูงและไม่มีทีท่าจะลดลง โดยในปี 2548 มีผู้โดยสารรวมทั้งสิ้น 128 ล้านคน เติบโตขึ้นร้อยละ 5 จากปี 2547

เอเอพีเอ มีสมาชิกสายการบินในภูมิภาคทั้งสิ้น 17 สายการบิน รวมทั้งสายการบินไทย คิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 5 ของผู้โดยสารสายการบินทั่วโลก ขณะที่มีสัดส่วนกว่าร้อยละ 30 ของกิจการขนส่งสินค้าทางอากาศ


28 มิถุนายน 2549 เวลา 15:25:42
จาก กรุงเทพธุรกิจ

'เพ้ง' ชี้ต่างชาติเสนอข่าวสนามบินสุวรรณภูมิหวังผลด้านการแข่งขัน

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 28 มิถุนายน 2549 15:24 น.
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุต่างชาติปูดข่าวสนามบินสุวรรณภูมิ ไม่พร้อม-ไม่เสร็จ เพื่อหวังผลด้านการแข่งขัน หวังให้สนามบินนานาชาติแห่งใหม่ของไทยเปิดให้บริการล่าช้าออกไปอีก พร้อมกับวอนสื่อมวลชนและคนไทยทุกคนร่วมกันเสนอข่าวที่ดีสร้างความเชื่อมั่น และเป็นเจ้าภาพผลักดันให้สนามบินสุวรรณภูมิ เปิดได้ตามกำหนด
นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวภายหลังเดินทางตรวจเยี่ยมดูความพร้อมของอาคารหอบังคับการบินสนามบินสุวรรณภูมิ หรือเอทีซี คอมเพล็กซ์ โดยระบุว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ของสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งรัฐบาลกำหนดเป้าหมายในวันที่ 28 ก.ย.นี้ และปัจจุบันได้เกิดข่าวในเชิงลบขึ้นมากมาย โดยเฉพาะการรายงานข่าวของสำนักข่าวต่างประเทศ ที่ระบุว่า สนามบินสุวรรณภูมิยังไม่มีความพร้อมในการเปิดให้บริการ จากปัญหาของระบบสื่อสาร ระบบสายพานลำเลียง รวมถึงมีระยะเวลาในการทดสอบสนามบินเพียง 3 เดือน โดยระบุว่าน้อยเกินไปนั้น นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา การทดสอบระบบการทำงานต่าง ๆ ของสนามบินสุวรรณภูมิ ได้ทำมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่วันที่ 29 ก.ย. 2548 จนถึงขณะนี้ รวมเป็นระยะเวลาถึง 10 เดือน ซึ่งจากการติดตามความคืบหน้าล่าสุด การทำงานของระบบต่าง ๆ ทั้งระบบเช็กอิน และออกตั๋วโดยสาร ระบบสายพานลำเลียง ระบบวิทยุสื่อสาร ระบบนำร่องอากาศยาน ถือว่ามีความพร้อม 100 เปอร์เซนต์

สำหรับข่าวในเชิงลบถึงความล่าช้าของสนามบินอย่างที่มีมาต่อเนื่อง โดยเฉพาะการให้ข่าวของสำนักข่าวต่างชาติ เป็นไปเพื่อมุ่งหวังประโยชน์เพื่อการแข่งขัน โดยต้องการไม่ให้สนามบินสุวรรณภูมิสามารถเปิดดำเนินการได้ตามกำหนด เนื่องจากศักยภาพของสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อเปรียบเทียบกับสนามบินคู่แข่ง มีความพร้อมทั้งด้านภูมิศาสตร์ และศักยภาพการท่องเที่ยวของไทย ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาค ทำให้มีบางประเทศไม่ต้องการเห็นการเปิดใช้บริการเชิงพาณิชย์ของท่าอากาศยานแห่งนี้ และเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้สนามบินสุวรรณภูมิ มีข่าวเชิงลบ และต้องเปิดให้บริการล่าช้า ใช้ระยะเวลาพัฒนาโครงการนานถึง 40 ปี

“หากสนามบินสุวรรณภูมิ เปิดให้บริการไม่ทันกำหนด ผลเสียจะเกิดขึ้นกับประเทศชาติทั้งด้านการแข่งขันของธุรกิจการบิน การลงทุน ซึ่งที่ผ่านมา ประเทศไทยได้ลงทุนจำนวนมาก เพื่อให้สนามบินสุวรรณภูมิเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาค” นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว

นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวขอร้องให้สื่อมวลชนไทย เผยแพร่ข่าวสารที่ดีของสนามบิน เพื่อสร้างความมั่นใจในความพร้อมที่จะเปิดให้บริการในอนาคต รวมทั้งเชิญชวนคนไทยทุกคนร่วมกับภาครัฐ และเจ้าหน้าของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันเป็นเจ้าภาพผลักดันให้สนามบินสุวรรณภูมิเปิดให้บริการได้ตามเป้าหมาย ซึ่งจะทำให้ประเทศได้ประโยชน์สูงสุด

ในวันเดียวกัน บริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย (บวท.) ยังได้มีการนำเครื่องบินเล็กขึ้นบินเพื่อทดสอบระบบสื่อสาร และระบบนำร่องอากาศยาน เพื่อยืนยันถึงความพร้อมของอาคารหอบังคับการบินด้วย และระบบสื่อสารอื่น ๆ โดยผู้บริหาร บวท. ได้รายงานในที่ประชุมทราบว่า สำหรับระบบสื่อสารแล้ว หากสนามบินสุวรรณภูมิ จะเปิดให้บริการวันพรุ่งนี้ก็ดำเนินการได้

ธุรกิจการบินในภูมิภาคเอเชียซบเซาต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 28 มิถุนายน 2549 15:58 น.
สมาคมสายการบินในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก หรือ เอเอพีเอ บอกว่าในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา สายการบิน 17 แห่ง ซึ่งเป็นสมาชิกของสมาคม มียอดผู้โดยสารร่วมเพียง 10 ล้าน 5 แสนคน ลดลงจากเดือนเมษายน และเดือนมีนาคม ซึ่งมียอดผู้โดยสารเฉลี่ยราว 11 ล้านคน ขณะที่อัตราการขนส่งทางอากาศในเดือนพฤษภาคมก็ไม่กระเตื้องขึ้น โดยอยู่ที่ร้อยละ 3.4 ลดลงจากร้อยละ 5.2 ในเดือนเมษายน
ผู้อำนวยการสมาคมสายการบินเอเอพีเอ ระบุว่า ราคาน้ำมันที่ถีบตัวสูงขึ้นอย่างมาก กระทบต่อรายได้ของสายการบิน อย่างไรก็ตาม หากนับจากช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ ธุรกิจสายการบินพาณิชย์ และการขนส่งทางอากาศขยายตัวร้อยละ 5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

พงษ์ศักดิ์วอนสื่อไทยเผยแพร่ข่าวสุวรรณภูมิแง่ดีสร้างความมั่นใจ

นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.คมนาคม กล่าวภายหลังเดินทางตรวจเยี่ยมดูความพร้อมของอาคารหอบังคับการบินสนามบินสุวรรณภูมิ หรือเอทีซี คอมเพล็กซ์ โดยระบุว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ของสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งรัฐบาลกำหนดเป้าหมายในวันที่ 28 ก.ย.นี้ และปัจจุบันได้เกิดข่าวในเชิงลบขึ้นมากมาย โดยเฉพาะการรายงานข่าวของสำนักข่าวต่างประเทศ ที่ระบุว่า สนามบินสุวรรณภูมิยังไม่มีความพร้อมในการเปิดให้บริการ จากปัญหาของระบบสื่อสาร ระบบสายพานลำเลียง รวมถึงมีระยะเวลาในการทดสอบสนามบินเพียง 3 เดือน โดยระบุว่าน้อยเกินไปนั้น นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา การทดสอบระบบการทำงานต่าง ๆ ของสนามบินสุวรรณภูมิ ได้ทำมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่วันที่ 29 ก.ย. 2548 จนถึงขณะนี้ รวมเป็นระยะเวลาถึง 10 เดือน ซึ่งจากการติดตามความคืบหน้าล่าสุด การทำงานของระบบต่าง ๆ ทั้งระบบเช็กอิน และออกตั๋วโดยสาร ระบบสายพานลำเลียง ระบบวิทยุสื่อสาร ระบบนำร่องอากาศยาน ถือว่ามีความพร้อม 100 เปอร์เซนต์

สำหรับข่าวในเชิงลบถึงความล่าช้าของสนามบินอย่างที่มีมาต่อเนื่อง โดยเฉพาะการให้ข่าวของสำนักข่าวต่างชาติ เป็นไปเพื่อมุ่งหวังประโยชน์เพื่อการแข่งขัน โดยต้องการไม่ให้สนามบินสุวรรณภูมิสามารถเปิดดำเนินการได้ตามกำหนด เนื่องจากศักยภาพของสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อเปรียบเทียบกับสนามบินคู่แข่ง มีความพร้อมทั้งด้านภูมิศาสตร์ และศักยภาพการท่องเที่ยวของไทย ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาค ทำให้มีบางประเทศไม่ต้องการเห็นการเปิดใช้บริการเชิงพาณิชย์ของท่าอากาศยานแห่งนี้ และเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้สนามบินสุวรรณภูมิ มีข่าวเชิงลบ และต้องเปิดให้บริการล่าช้า ใช้ระยะเวลาพัฒนาโครงการนานถึง 40 ปี

รมว.คมนาคม กล่าวขอร้องให้สื่อมวลชนไทย เผยแพร่ข่าวสารที่ดีของสนามบิน เพื่อสร้างความมั่นใจในความพร้อมที่จะเปิดให้บริการในอนาคต รวมทั้งเชิญชวนคนไทยทุกคนร่วมกับภาครัฐ และเจ้าหน้าของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันเป็นเจ้าภาพผลักดันให้สนามบินสุวรรณภูมิเปิดให้บริการได้ตามเป้าหมาย ซึ่งจะทำให้ประเทศได้ประโยชน์สูงสุด


28 มิถุนายน 2549 เวลา 14:25:46
จาก กรุงเทพธุรกิจ

ทอท.เตรียมเชิญสายการบินตปท.บินทดสอบสุวรรณภูมิ ส.ค.นี้

นายโชติศักดิ์ อาสภวิริยะ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. กล่าวถึงความพร้อมในการทดสอบบินของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในวันที่ 29 กรกฎาคมนี้ ว่า หากมองถึงภาพรวมของด้านกายภาพถือว่า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีความพร้อมรองรับการทดสอบบินแล้ว ส่วนจะสร้างความพอใจได้มากน้อยแค่ไหน ทอท.จะไม่เป็นผู้ให้คำตอบ แต่จะให้สายการบินที่ทำการบินทดสอบเป็นผู้บอกเองว่า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีความพร้อมจะเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ในวันที่ 28 กันยายนนี้หรือไม่

นายโชติศักดิ์ กล่าวว่า นอกจากการบินทดสอบของสายการบินของไทยแล้ว ทอท.ยังมีแผนที่จะเชิญสายการบินต่างประเทศ ได้บินทดสอบท่าอากาศยานสุวรรณภูมิด้วย โดยขณะนี้มีหลายสายการบินได้สอบถามมายัง ทอท.เช่นกัน อย่างไรก็ตามการบินทดสอบของสายการบินต่างประเทศจะต้องประสานงานกับท่าอากาศยานในต่างประเทศ รวมทั้งประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาทิ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) กรมศุลกากร ซึ่งคาดว่าในเดือนสิงหาคมนี้น่าจะมีการทดสอบบินของสายการบินต่างประเทศได้

กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. ยอมรับว่า ในช่วงแรกของการเปิดให้บริการของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาจจะมีปัญหาขลุกขลักบ้าง ในเรื่องการอำนวยความสะดวกต่าง ๆ แต่ก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นทุกท่าอากาศยานทั่วโลกที่เปิดใช้ใหม่ แต่ ทอท.มองว่าจะไม่ใช่สาระสำคัญ แต่สิ่งสำคัญที่ ทอท.ให้ความใส่ใจมากที่สุดเป็นเรื่องความปลอดภัย ซึ่ง ทอท.ยืนยันว่า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะมีความพร้อมเรื่องความปลอดภัยอย่างเต็มที่ ขณะที่ข้อวิพากษ์วิจารณ์ของสายการบินต่าง ๆ ที่อาจมีขึ้นถึงความพร้อมของท่าอากาศยาน ทาง ทอท.ก็ได้หารือกับสายการบินต่าง ๆ ทุกสัปดาห์เพื่อทำความเข้าใจและชี้แจงข้อเท็จจริงให้ทราบ จึงเชื่อว่า การเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในวันที่ 28 กันยายนนี้จะมีความพร้อมและสร้างความพอใจกับผู้ใช้บริการได้ระดับหนึ่ง


28 มิถุนายน 2549 เวลา 11:03:28
จาก กรุงเทพธุรกิจ

ICAOไม่เกี่ยวเปิดสุวรรณภูมิชี้ทอท.รับผิดชอบหากมีปัญหา

โดย ผู้จัดการรายวัน 28 มิถุนายน 2549 09:38 น.
ผู้จัดการรายวัน-"พงษ์ศักดิ์"แจงสุวรรณภูมิได้ใบอนุญาตรับรองการเป็นสนามบินสมบูรณ์เรียบร้อยแล้ว โดยขอ.เป็นผู้ออกให้ ส่วน ICAO มีหน้าที่เป็นที่ปรึกษาเท่านั้น ชี้ 28 ก.ย. 2549 เปิดบินได้หรือไม่ อยู่ที่ความพร้อมของ ทอท. ตรวจความพร้อมระบบนำร่องของ บวท. รับการบินทดสอบเต็มระบบ 29 ก.ค.นี้ เผยต้องเตรียมระบบ Manual สำรองไว้ รับมือกรณีระบบหลักร่วน

นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงความพร้อมของสนามบินสุวรรณภูมิ ในการเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ในวันที่ 28 ก.ย. 2549 ว่า ในส่วนของใบอนุญาตสนามบินนั้น กรมการขนส่งทางอากาศ (ขอ.) ได้ออกให้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งที่ผ่านมามีความสับสนว่า จะต้องให้ องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) เป็นผู้ออกใบอนุญาตให้ ซึ่งในข้อเท็จจริง ผู้ออกใบอนุญาตให้สนามบินสุวรรณภูมิได้คือ ขอ. โดย ICAO เป็นเพียงผู้ให้คำปรึกษากับขอ.เท่านั้น

ดังนั้นในวันที่ 28 ก.ย. 2549 ซึ่งกำหนดเปิดสนามบินสุวรรณภูมิอย่างเป็นทางการนั้น จะเปิดได้หรือไม่ได้ อยู่ที่บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือทอท.ที่จะต้องปฎิบัติงานในการให้บริการทั้งสายการบิน ผู้โดยสาร และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปตามมาตรฐาน

" อยากให้เข้าใจว่า ICAO ไม่มีหน้าที่ในการออกใบอนุญาตให้สนามบินแต่จะทำหน้าที่เป็น ผู้ให้คำแนะนำกับขอ.ในการตรวจสอบความพร้อมของสนามบินก่อนออกใบอนุญาตซึ่งก็ผ่านขั้นตอนนั้นมาแล้ว"นายพงษ์ศักดิ์กล่าว

นายชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ อธิบดีกรมการขนส่งทางอากาศกล่าวว่า ในการออกใบอนุญาตเป็นหน้าที่โดยตรงของขอ. ส่วน ICAO จะทำหน้าที่ให้คำปรึกษาแก่ขอ.อีกชั้นหนึ่งในเรื่องการปฎิบัติหน้าที่ตามมาตรฐานการบินสากล ซึ่งขอ.จะตรวจสอบมาตรฐานของสนามบิน ตามระเบียบ ว่ามีความพร้อมและมีอุปกรณ์ครบถ้วนตามที่กำหนดหรือไม่ ซึ่งได้ตรวจสอบและออกใบอนุญาตให้สนามบินสุวรรณภูมิแล้ว ส่วนการเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ในวันที่ 28 ก.ย. 2549 นี้เป็นเรื่องที่ทอท.จะต้องรับผิดชอบ ทั้งระบบการเช็คอินตั๋วโดยสาร ระบบสายพานลำเลียงกระเป๋า โดยการบินในวันที่ 29 ก.ค. 2549 ของสายการบินภายในประเทศจะเป็นจุดเริ่มต้นการทดสอบระบบทั้งหมดและเชื่อว่าจะต้องมีการเตรียมระบบ Manual สำรองไว้เผื่อสำหรับระบบคอมพิวเตอร์มีปัญหาด้วย

สำหรับ การออกใบอนุญาตและใบรับรองของสนามบินสุวรรณภูมินั้น นายชัยศักดิ์กล่าวว่า มี 3 ส่วนโดย 2 ส่วนได้รับใบอนุญาตแล้ว คือ 1. ใบอนุญาตจัดตั้งสนามบิน ตามพ.ร.บ.การเดินอากาศ พ.ศ. 2497 มาตรา 55 ให้รัฐมนตรีมีอำนาจประกาศกำหนดพื้นดินหรือน้ำแห่งใดเป็นสนามบิน ซึ่งสุวรรณภูมิได้รับอนุญาตแล้วจากรมว.คมนาคม ตามประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง กำหนดสนามบินอนุญาต เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2516 และได้รับพระราชทานนามว่า "สุวรรณภูมิ"เมื่อวันที่ 12 ต.ค. 2543

2. ใบอนุญาตจัดตั้งเครื่องอำนวยความสะดวกในการเดินอากาศ ตามพ.ร.บ.การเดินอากาศ พ.ศ. 2497 มาตรา 51 ซึ่งแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ประเภทวิทยุเครื่องช่วยเดินอากาศ (Radio Navigation Aids) ประกอบด้วย ILS/DME ( Instrument Landing System/Distance Measuring Equipment ) , DVOR/DME (Doppler Very High Frequency Omni-Directional Range/Distance Measuring Equipment) ขอ.ได้ออกใบอนุญาตให้เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2548 , Primary Radar, Secondary Radar , Surface Movement Radar ซึ่งขอ.ออกใบอนุญาตให้เมื่อวันที่ 14 ก.ย. 2548 และ ประเภทเครื่องช่วยเดินอากาศด้วยทัศนวิสัย (Visual Aids) เช่น ไฟทางวิ่ง ไฟทางขับ ไฟลานจอด ไฟนำร่อง (Approach Lighting System) ไฟนำร่อน (PAPI-Precision Approach Path Indicator) ขอ.ได้ดำเนินการตรวจสอบและพบส่วนที่ต้องแก้ไขซึ่งได้แจ้งให้ทอท.แก้ไขแล้วคาดว่าจะออกใบอนุญาตให้ได้ประมาณเดือนก.ค. 2549

นายชัยศักดิ์กล่าวต่อว่า ส่วนที่ 3 เป็นใบรับรองการดำเนินงานของสนามบิน (Aerodrome Certificate) ซึ่งมีขอบเขตเกี่ยวกับความปลอดภัย ของอากาศยานในเขตพื้นที่ปฎิบัติการบิน(Airside) ว่าเป็นไปตามมาตรฐาน หรือไม่ โดยขอ.ได้ทำการตรวจสอบลักษณะทางกายภาพของ Airfield และระบบไฟฟ้าสนามบิน โดยได้แจ้งส่วนที่ต้องแก้ไขให้ทอท.ทราบแล้ว คาดว่า ทอท.จะแก้ไขเสร็จในเดือนก.ค. 2549 โดยขอ.ได้ประกาศข้อมูลสนามบินเพื่อการปฎิบัติการบิน ณ สนามบินสุวรรณภูมิใน AIRAC AIP Supplement A5/06 25 MAY 2006 ไว้แล้ว

ส่วนการรับรองการปฎิบัติงานใน Airfield ขอ.ได้ดำเนินการตรวจสอบบางส่วนแล้ว แต่ทั้งนี้จะสามารถเข้าตรวจสอบและรับรองการปฎิบัติงานทั้งระบบได้เมื่อทอท. ได้ยื่นคู่มือสนามบินฉบับสมบูรณ์ และจัดให้มีเจ้าหน้าที่เข้าปฎิบัติหน้าที่ครบทุกส่วนงานแล้ว หรือ จะให้ได้เมื่อมีการเปิดสนามบินแล้ว เพราะจะต้องตรวจสอบจากการทำงานจริง

แหล่งข่าวจากขอ.กล่าวว่า เดิมผู้มีอำนาจในการตรวจสอบและออกใบอนุญาตรับรองให้สนามบินประกอบการบินคือICAO ต่อมาเมื่อเดือนส.ค.2548 ได้มีการเปลี่ยนแปลงให้ขอ.ของแต่ละประเทศเป็นผู้ออกใบอนุญาตโดย ICAO จะเป็นผู้ให้คำแนะนำ Audit เท่านั้น ทำให้ขอ.ต้องออกใบอนุญาตย้อนหลังให้กับสนามบินทั่วประเทศใหม่ โดยมีการตั้งคณะทำงานเพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบคู่มือของทุกสนามบินทั่วประเทศใหม่

อย่างไรก็ตามในวันนี้ (28 มิ.ย.) นายพงษ์ศักดิ์ รมว.คมนาคมจะตรวจความพร้อมของระบบเครื่องช่วยเดินอากาศ ของบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย(บวท.) เพื่อรองรับการบินในวันที่ 29 ก.ค. 2549 ของสายการบินภายในประเทศซึ่งระบบนำร่องของบวท.เสร็จและได้มีการทดสอบมาตั้งแต่การทดลองบินวันที่ 29 ก.ย. 25478 ที่ผ่านมาแล้ว

ท่องเที่ยวร้อนเปิดศึกชิงฮับทางการบิน จีนดัน"ปู่ตง"ขึ้นแท่นศูนย์เอเชียแปซิฟิก

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 28 มิถุนายน 2549 10:35 น.
ปัจจุบันนานาประเทศทั่วโลกต่างให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เนื่องจากสามารถทำรายได้เข้าสู่ประเทศโดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ภายในประเทศ หากจะลงทุนก็ใช้งบประมาณไม่มากนัก เมื่อเทียบกับรายได้ที่จะไหลเข้าสู่ประเทศ และ เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมอื่น ที่มีต้นทุนสูง และบางอย่างอาจต้องมีการนำเข้าสินค้า สูญเสียเงินตราออกไปนอกประเทศอีก ดังนั้นด้วยเหตุผลดังกล่าว จึงทำให้ทุกประเทศสนใจที่จะพัฒนาขีดความสามารถทางการแข่งขัน

ทั้งนี้ปัจจัยเกื้อหนุน ที่จะช่วยส่งเสริมในการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น "สนามบิน" ถือเป็นตัวแปรสำคัญ เพราะขีดความสามารถในการรองรับเที่ยวบิน และ จำนวนผู้โดยสารที่เพียงพอ ย่อมเป็นจุดได้เปรียบคู่แข่งขัน ดังนั้นจึงไม่แปลก ที่รัฐบาลในหลายประเทศ หันมาให้ความสำคัญกับการลงทุนสร้างสนามบินที่มีขนาดใหญ่ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ร่วมถึงระบบขนส่งมวลชนที่ดีเยี่ยม เพื่อต้องการช่วงชิงความเป็นศูนย์กลางทางการบิน(ฮับ)

สำหรับประเทศจีน ซึ่งมีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดในช่วง 10 ปี หลังเปิดประเทศ โดยมีมหานครเซี่ยงไฮ้ เป็นเมืองศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ขณะที่มีกรุงปักกิ่งเป็นเมืองหลวง

"สนามบินปู่ตง"(Pudong Airport) ถูกสร้างขึ้นมาทดแทนสนามบิน หงเฉียว ซึ่งเป็นสนามบินเดิม โดยสนาบินปู่ตง ได้เปิดให้บริการมาตั้งแต่ประมาณปี 2544 ด้วยขีดการรองรับผู้โดยสาร 25 ล้านคนต่อปี โดยมี 2 รันเวย์ รับเที่ยวบินได้ 650-700 ไฟล์ท ต่อวัน และอยู่ระหว่างการก่อสร้างอาคารพักผู้โดยสาร และ รันเวย์ ในเฟส 2 ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการได้ในปี 2553 ด้วยขีดการรองรับผู้โดยสารปีละกว่า 30 ล้านคน และจะเริ่มก่อสร้างเฟสที่ 3 ซึ่งเป็นเฟสสุดท้ายต่อเนื่องกันไป โดยจะแล้วเสร็จในปี 2558 ด้วยขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารมากถึง 80-100 ล้านคนต่อปี และในส่วนของ คาร์โก้ จะขนได้ 5 ล้านตันต่อปี โดยรัฐบาลจีนมุ่งหวังให้สนามบินแห่งนี้ เป็นศูนย์กลางทางการบินในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทั้งในส่วนของ การขนส่งผู้โดยสาร และการขนส่งสินค้า

ในส่วนของการอำนวยความสะดวกเรื่องการเดินทาง ปัจจุบัน ได้มีบริการรถไฟความเร็วสูง Meglev (High Speed Train) จากสถานี หลงหยาง (Rongyang) เซี่ยงไฮ้ มาถึงสนามบินปู่ตง ได้ในเวลา 7 นาทีจากระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร โดยใช้ความเร็วสูงสุดที่ 430 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งถือเป็นรถไฟความเร็วสูงที่สุดในโลกที่มีอยู่ขณะนี้

ระบบขนส่งมวลชนไทยยังไม่พร้อมรับสนามบินใหม่
ทั้งหมดที่กล่าวมาถือเป็นการเตรียมความพร้อมอย่างรัดกุมในทุกทาง ที่จะรองรับความเป็นฮับทางการบิน ของประเทศจีน ขณะที่ประเทศไทย ซึ่งรัฐบาลได้พูดชัดเจนเช่นกันว่า ต้องการเป็นศูนย์กลางทางการบินในภูมิภาคเอเชีย แต่จนบัดนี้ ความล่าช้าของความพร้อมในการเปิดให้บริการสนามบินสุวรรณภูมิ ยังมีอยู่ทุกวัน แม้จะมีประกาศอย่างเป็นทางการทั้งจากของการบินไทย และ อีกเกือบ 10 สายการบินของประเทศไทย ที่เตรียมจะบินเที่ยวปฐมฤกษ์ในวันที่ 29 กรกฎาคมศกนี้ แต่สายการบินต่างชาติ ที่มีสำนักงานในประเทศไทย และ ที่มีเที่ยวบินมาลงที่สนามบินดอนเมืองในทุกวันนี้ ยังไม่มีความแน่ใจในสนามบินสุวรรณภูมิ ที่ว่าพร้อมเปิดให้บริการได้แล้ว แต่ในความเป็นจริง สายการบินต่างๆเหล่านี้ ยังไม่มีใครได้เข้าไปตกแต่งออฟฟิต ,เคาน์เตอร์ให้บริการผู้โดยสาร หรือแม้กระทั่งเลานจ์สำหรับรองรับผู้โดยสาร ทั้งนี้เป็นเพราะยังไม่ได้รับหนังสื่อแจ้งจากการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย ให้เข้าไปดำเนินการ

อย่างไรก็ตาม นอกจากความพร้อมเรื่องสถานที่แล้ว ในระบบการขนส่ง ซึ่งตามแผนที่รัฐบาลรักษาการชุดนี้ได้วางไว้คือ การสร้างรถไฟความเร็วสูง จากสถานีมักกะสัน วิ่งลำเลียงผู้โดยสารมายังสนามบินสุวรรณภูมิ แต่ทุกวันนี้โครงการดังกล่าว ยังถูกเก็บอยู่ในแฟ้ม และไม่มีใครตอบได้ว่าโครงการนี้จะเริ่มได้เมื่อใด

ทั้งนี้ความโดดเด่นของสนามบินสุวรรณภูมินอกจากเรื่องของพื้นที่ที่กว้างนับหมื่นไร่ ความสามารถในการรองรับผู้โดยสารได้มากถึง 45 ล้านคนในระยะแรก และหากขยายตัวอาคารเพิ่มเติมอาจจะเพิ่มความสามารถในการรองรับได้นับ 100 ล้านคน หรือการรองรับเที่ยวบินได้มากถึง 79 เที่ยวบินต่อหนึ่งชั่วโมง ใน 2 รันเวย์ ทั้งขาขึ้นและลง และความสามารถของ Cargo ที่จะรองรับได้ถึง 3 ล้านตัน เทียบกับดอนเมืองที่รองรับได้เพียง 1 ล้านตันเท่านั้น

ขณะที่ตัวรันเวย์ ถูกออกแบบให้รองรับน้ำหนักของอากาศยานแบบใหม่ได้ถึง 770 ตัน ขณะที่แอร์บัสแบบใหม่นั้นมีน้ำหนักประมาณ 500 ตัน แม้เดิมทีเดียวเครื่องบินที่ใช้เป็นโมเดลในการออกแบบให้รองรับจะเป็น จัมโบ้ 747-400 ซึ่งหนักประมาณ 400 ตัน แต่การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยก็มั่นใจว่าการลงจอดของเครื่องบินจะปลอดภัย แม้แต่พื้นผิวลานจอดก็รองรับการจอดเครื่องบินหนักๆ ได้เช่นเดียวกัน นับเป็นการออกแบบพื้นผิวแบบใหม่ ซึ่งยังไม่เคยทำมาก่อนเลยในประเทศไทย โดยสนามบินแห่งนี้มุ่งให้บริการแอร์ไลน์และผู้โดยสารอันถือเป็นลูกค้าสำคัญ

"โดฮา" ชูอาคารผู้โดยสารเฟิร์สคลาส แห่งแรกของโลก
ถ้าจะให้เห็นภาพการแข่งขันสู่ความเป็นหนึ่งที่ชัดเจนขึ้นของการบริการด้านสนามบิน ล่าสุด ประเทศสาธารณรัฐกาตาร์ ที่ต้องการดันสนามบินโดฮา ให้เป็นฮับทางการบินในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยมีแนวคิดเดียวกันในเรื่องของการหยิบยื่นบริการที่เหนือสนามบินอื่นๆ โดยในเดือนกันยายนศกนี้ ได้เตรียมเปิดให้บริการอาคารผู้โดยสาร ที่จะรับเฉพาะผู้โดยสารที่เดินทางในชั้นเฟิร์สคลาส และชั้นบิสสิเนสคลาสเท่านั้น ด้วยทุนก่อสร้างกว่า 8,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นบริการครั้งแรกของโลก ที่มีอาคารผู้โดยสารแยกเฉพาะเช่นนี้ โดยมุ่งหวังให้นักท่องเที่ยวและนักธุรกิจ มีความพิเศษและประทับใจในบริการมากยิ่งขึ้น แต่ในชั้นประหยัด ก็ยังคงให้ความสำคัญในบริการเหมือนเดิม และเตรียมใช้งบประมาณอีกกว่า 220,000 ล้านบาท ในการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารทั่วไปหลังใหม่ซึ่งเฟสแรกจะแล้วเสร็จพร้อมรับผู้โดยสารได้ประมาณปี 2552 รองรับผู้โดยสารได้ 12 ล้านคนต่อปี และจะเสร็จสมบูรณ์ทั้งหมดในปี 2558 รองรับผู้โดยสารได้ 50 ล้านคนต่อปี ซึ่งเมื่อสร้างเสร็จจะทุบอาคารผู้โดยสารของเก่าทิ้งไป

“อลงกรณ์” แฉพิรุธฮั้วประมูลรถเข็นสุวรรณภูมิ จี้รัฐตรวจสอบ

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 27 มิถุนายน 2549 23:29 น.
“อลงกรณ์ พลบุตร” เดินหน้าจับพิรุธทุจริตสนามบินสุวรรณภูมิ แฉจัดซื้อรถเข็นในสนามบินมูลค่าสูงถึง 534 ล้านบาท ไม่โปร่งใส ชี้เปลี่ยนสเปกเอื้อให้บางบริษัท พร้อมจี้รัฐบาลตรวจสอบด่วน

วันนี้ (27 มิ.ย.) นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า พรรคได้ทำการตรวจสอบโครงการการประมูลการบริการรถเข็นสัมภาระ และกระเป๋าของผู้โดยสารของสนามบินสุวรรณภูมิ มูลค่าโครงการ 534 ล้านบาท เพื่อให้บริหารผู้โดยสาร โดยพรรคพบความผิดปกติของโครงการดังกล่าว ซึ่งได้มีการประมูลยื่นซอง เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมา และมีการร้องเรียนโครงการนี้ ผ่านตู้ ป.ณ.222 ที่พรรคเปิดรับร้องเรียนเรื่องทุจริต โดยโครงการดังกล่าวมีการส่อไม่โปร่งใส เพราะมีการล็อกสเปก และแก้ไขสเปก 2 ครั้ง โดยในขั้นตอนยื่นซองเสนอราคามีเพียงบริษัทเดียวที่ผ่านมาการพิจารณา คือ บริษัท ไทย แอร์พอร์ต กราวน์ เซอร์วิส (แทคส์) ผ่านการพิจารณา และได้รับรายงานว่าภายในสัปดาห์นี้จะมีการรวบรัดทำสัญญาจ้าง ซึ่งส่อว่าโครงการนี้จะเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 เพราะอาจเป็นการให้ประโยชน์ต่อเอกชนรายเดียว เบื้องต้นจึงอยากเรียกให้รัฐบาลเข้าไปตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน

“สำหรับรายละเอียดโครงการนี้เป็นการจัดซื้อรถเข็น 3 ขนาด คือ เล็ก กลาง ใหญ่ จำนวน 9,036 คัน โดยมีระยะเวลาสัมปทาน 7 ปี ซึ่งในการประกาศประกวดราคามีหลายบริษัทเข้ามา กระทั่งมีการเปลี่ยนแปลงสเปก จากรถเข็นแบบสากลที่ใช้ตามสนามบินนานาชาติทั่วไป มาเป็นรถเข็นที่สามารถขึ้นลงบันไดเลื่อนได้ ซึ่งน่าเชื่อว่าเป็นการเชื้อประโยชน์ให้บริษัทเดียว เพราะเมื่อมีการเปลี่ยนสเปก ปรากฏว่า หลายบริษัทที่ยื่นประกวดราคาตกเทคนิคหมด เหลือเพียงบริษัทเดียว ซึ่งตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี กำหนดว่าหากเหลือที่เข้ายื่นซองเพียงรายเดียวควรต้องยกเลิกการประกวดราคา อีกทั้งบริษัทดังกล่าวแม้จะเคยมีประสบการณ์ทำงานในสนามบินดอนเมือง แต่มาในโครงการนี้ได้ร่วมกับอีกบริษัทในการจัดซื้อรถเข็นกระเป๋า โดยบริษัทดังกล่าวยังไม่เคยทำธุรกิจขายรถเข็นกระเป๋า แต่เป็นโรงงานผลิตรถเข็นในซูเปอร์มาร์เก็ตโดยเป็นคนละประเภทกัน” นายอลงกรณ์ กล่าว

รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ความผิดปกตินี้น่าสังเกตว่าเป็นการกำหนดสเปกที่เฉพาะเจาะจง เพราะสนามบินสุวรรณภูมิแทบไม่มีบันไดเลื่อน และรถเข็นที่ขึ้นบันไดเลื่อนก็ไม่ได้ใช้กันในสนามบินทั่วโลก ซึ่งสัปดาห์นี้คณะกรรมการบริษัท ท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ (บทม.) จะมีการประชุมเรื่องนี้ จึงขอให้พิจารณาในข้อพิรุธในข้อสงสัยการแก้ไขสเปกเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อบางบริษัท และฝากรัฐบาลว่าอย่าเพิ่มความอื้อฉาวให้สนามบินสุวรรณภูมิอีกต่อไป เพราะขณะนี้พบปัญหาอีกหลายโครงการที่มีทั้งการเลือกจัดซื้อโดยวิธีพิเศษ การล็อกสเปก ซึ่งกรณีเหล่านี้เข้าข่ายผิดกฎหมายฮั้ว รัฐบาลต้องรับผิดชอบ และตนจะเดินหน้าตรวจสอบเรื่องนี้ต่อไป

June 27, 2006

ไชนาอิสเทิร์นสั่งซื้อแอร์บัส

เซี่ยงไฮ้ - ไชนา อิสเทิร์น แอร์ไลน์ส 1ในสายการบินรายใหญ่สุด 3 แห่งของจีน บรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายเพื่อซื้อเครื่องบินโดยสารแอร์บัส เอ320 จำนวน 30 ลำมูลค่า 13,900 ล้านหยวน เพื่อนำมาใช้รองรับความต้องการของผู้โดยสารในเที่ยวบินระยะใกล้ ภายในประเทศ เครื่องบินโดยสารทั้ง 30 ลำของแอร์บัสจะส่งมอบระหว่างเดือนพค.2551-พย. 2553

ต้นเดือนที่ผ่านมา แอร์ ไชนา สายการบินแห่งชาติของจีน ได้ตัดสินใจซื้อเครื่องบินแอร์บัสเอ 320 จำนวน 24 ลำ มูลค่า 1,740 ล้านดอลลาร์ ส่งมอบระหว่างปี 2550 และปี 2553 เป็นส่วนหนึ่งของแผนสั่งซื้อเครื่องบินโดยสารระยะใกล้ 150 ลำที่รัฐบาลจีนลงนามร่วมกับแอร์บัสในกรุงปารีส เมื่อปีที่แล้ว เพื่อกระชับความร่วมมือระหว่างแอร์บัส และภาคอุตสาหกรรมการบินของจีน

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ มีขึ้นในช่วงที่แอร์บัส พยายามจะทำตลาดสินค้าแข่งกับโบอิ้ง คู่แข่งสหรัฐ โดยเฉพาะในตลาดที่มีอัตราการเติบโตสูงอย่างจีน โดยตั้งเป้าที่จะครองส่วนแบ่งตลาดในจีนให้ได้ 50% จากปัจจุบันครองส่วนแบ่งตลาดประมาณ 1 ใน 3 เมื่อเทียบกับโบอิ้งที่ครองส่วนแบ่งตลาดอยู่ 60%


27 มิถุนายน 2549 เวลา 13:31:50
จาก กรุงเทพธุรกิจ

แอร์ไชนาเตรียมร่วมสตาร์อัลไลแอนซ์

สายการบินแอร์ ไชนา เตรียมเข้าร่วมกลุ่มสตาร์ อัลไลแอนซ์ โดยไม่คิดว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อแผนเป็นหุ้นส่วนกับคาเธ่ย์ แปซิฟิก แอร์เวย์ส์ ซึ่งเป็นสมาชิกในกลุ่มวันเวิร์ลด์แต่อย่างใด

การตัดสินใจเข้าร่วมกลุ่มสตาร์ อัลไลแอนซ์ เกิดจากการที่สายการบินของจีนมีสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับลุฟต์ฮันซา และยูไนเต็ด แอร์ไลน์ ในเครือยูเอแอล เพราะมั่นใจว่า จะช่วยกระตุ้นผลกำไร ตลอดจนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการเที่ยวบินระยะไกลของสายการบินที่จะไปยังยุโรปและสหรัฐได้

รองประธานบริหารแอร์ ไชนา กล่าวว่าลงนามบันทึกความเข้าใจกับสตาร์ อัลไลแอนซ์ เมื่อเดือนที่แล้ว ก่อนบรรลุข้อตกลงเสริมสร้างความแข็งแกร่งความเป็นหุ้นส่วนกับคาเธ่ย์ แปซิฟิกไม่กี่สัปดาห์ โดยสายการบินทั้ง 2 แห่งเห็นพ้องจำหน่ายตั๋วโดยสารในเที่ยวบินต่างๆ ของแต่ละฝ่าย แบ่งปันรายได้ และแบกรับภาระต้นทุนดำเนินการในเส้นทางบินที่เลือกแล้วของแต่ละฝ่าย


27 มิถุนายน 2549 เวลา 13:31:50
จาก กรุงเทพธุรกิจ

"ไออาตา" แนะไทยประสานงานให้ดีกรณีเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิ

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 27 มิถุนายน 2549 10:45 น.
สมาคมการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ หรือไออาตา แนะว่า รัฐบาลไทยและบริษัทสายการบินต่าง ๆ ควรประสานงานกันให้ดีเรื่องจะเปิดใช้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ขณะที่หลายฝ่ายเห็นพ้องว่าท่าอากาศยานแห่งใหม่นี้จะสร้างรายได้จากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้แก่ไทยภายในสิ้นปีนี้
โฆษกไออาตา ที่สำนักงานในสิงคโปร์กล่าวว่า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิต้องเปิดเพื่อการพาณิชย์เท่านั้นเมื่อพร้อมเปิดดำเนินการ ไม่มีใครต้องการให้การเปิดใช้มีปัญหาทั้งในด้านความเสียหายหรือเสียหน้า ด้านนักวิเคราะห์ระบุว่า แม้ยังไม่มีกำหนดแน่นอนเกี่ยวกับวันเวลาเปิดใช้ แต่มั่นใจได้ว่าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจไทยได้อย่างมากภายในสิ้นปีนี้ เนื่องจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลับมาคึกคักอีกครั้ง การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยแจ้งว่า ช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ มีนักท่องเที่ยวใช้บริการเข้าออกประเทศ 22 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 19 เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน
ก่อนหน้านี้ บริษัทหลักทรัพย์แคปิตัลโนมูระ ชี้ว่า ท่าอากาศยานสากลกรุงเทพ หรือ ดอนเมือง มีผู้ใช้บริการปีละ 38.5 ล้านคน ขณะที่ออกแบบมาให้รองรับผู้โดยสารเพียงปีละ 36 ล้านคน ความเก่าแก่และแออัดของดอนเมืองจะเป็นอุปสรรคต่อการขยายตัวด้านการท่องเที่ยวของไทยจนกว่าจะเปิดใช้ท่าอากาศยานแห่งใหม่

แนวทางจัดตั้งสุวรรณภูมิมหานคร

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 27 มิถุนายน 2549 12:50 น.
จากผลการศึกษาโครงการวางแผนผังการพัฒนาเมื่องศูนย์กลางการบินสุวรรณภูมิ ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พบว่าหากไม่มีการจัดทำผังเมืองเฉพาะ ในพื้นที่บริเวณโดยรอบสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อให้เกิดการพัฒนาพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ หลังจากเปิดใช้สนามบินอย่างเป็นทางการแล้ว จะส่งผลให้เกิดปัญหา การเจริญเติบโตอย่างไร้ทิศทางของเมือง การจรติดขัด ปัญหาจากสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ ทั้งทางอากาศ เสียง น้ำเสีย และปัญหาขยะมูลฝอย

นอกจากนี้ยังจะเกิดให้เกิดชุมชนแออัด ปัญหาความปลอดภัยจากอาคารสูง น้ำท่วม การบริการด้านสาธารณสุข การศึกษาไม่เพียงพอ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งจากเหตุผลดังกล่าวจึงมีความจำเป็นต้องมีการจัดตั้งเมืองสุวรรณภูมิขึ้นเพื่อให้มีรูปแบบการบริหารจัดการมีประสิทธิภาพ เพื่อให้สามารถรองรับ การส่งมอบภารกิจขององค์กรที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาพื้นที่เฉพาะของเมือง

สำหรับพื้นที่สุวรรณภูมิมหานคร ที่จะจัดตั้งขึ้นจะมีพื้นที่ครอบคลุมเนื้อทั้งทั้งสิ้น 521.789 ตารางกิโลเมตร(ตร.กม.) ซึ่งจะเป็นการร่วมพื้นที่ในจังหวัดสมุทรปราการ 2 อำเภอ จำนวน 345.44 ตร.กม และพื้นที่ของกทม. 2 เขต คือเขตราดกระบังและเขตประเวศ ซึ่งมีพื้นที่รวม 176.349 ตร.กม. ซึ่งจะทำให้มีจำนวนประชากรที่อยู่อาศัยในพื้นที่สุวรรณภูมิมหานครรวม 462,057 คน

ทั้งนี้ แนวทางในการพัฒนาเมืองสุวรรณภูมิมหานคร ตามแนวทางการศึกษาของกรมโยธาธิการและผังเมืองระบุว่า จากผลกระทบต่อการใช้ที่ดินและสิ่งแวดล้อมของพื้นที่โดยรอบดังกล่าว ทำให้ต้องมีการจัดวางผังอย่างมีประสิทธิภาพ โดยแบ่งพื้นที่การพัฒนาออกเป็น

1. ศูนย์กลางการบินและการขนส่ง ซึ่งจะต้องมีระบบการคมนาคมขนส่งเชื่อมต่ออย่างครอบค
ลุม

2.เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของ BMR และESB มีศูนย์กลางการเชื่อมต่อระบบขนส่งทันสมัยและเชื่อมโยงระหว่าภูมิภาค มีศูนย์กลางธุรกิจ การลงทุนระหว่างประเทศ มีเมืองอุตสาหกรรมการผลิตเกี่ยวข้อกับการขนส่งทางอากาศ โดยเป็นอุตสากรรมการผลิตเทคโนโลยีชั้นสูงแต่ไม่ก่อให้เกิดมลพิษ มีแหล่งทำงานและที่อยู่อาศัยใกล้กัน

3.เป็นเมืองน้ำ -เมืองท่องเที่ยวทางน้ำ (เวนิสตะวันออก) โดยจะมีเมืองอู่น้ำ มีพื้นที่เกษตรกรรมที่พัฒนาการเพิ่มผลผลิตสามารถเลี้ยงชุมชนได้อย่างสมบูรณ์ มีสถาปัตยกรรมสะเทิ้นน้ำ สะเทิ้นบก ให้ชุมชนตั้งถิ่นฐานได้อย่างสอดคล้อง ไม่ทำลายสะภาพแวดล้อม มีเมืองท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมประเภณีพื้นถิ่นชุมชนริมน้ำ มีที่พักอาศัยที่ได้มาตรฐาน มีสะภาพแวดล้อม คุณภาพชีวิต และระบบสาธารณูปโภคสาธารณูปการอย่างเพียงพอ และ4.เป็นเมืองใหม่พัฒนาและกระจายนวัตกรรม

ที่ดินรอบโซนสุวรรณภูมิพุ่งกว่า50% ปัจจัยภาคธุรกิจ-จัดสรรแห่ลงทุนหวังรับกำลังซื้อ

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 27 มิถุนายน 2549 12:52 น.
เข้าทางคนในรัฐบาล!!! หลังนักลงทุนไทยและเทศพาเหรดเข้าลงทุนโครงการต่างๆรอบสนามบินสุวรรณภูมิ และกลายเป็นปัจจัยเร่งให้ที่ดินถูกปั่นให้พุ่งกว่า 50% อ้างผลศึกษาของม.หอการค้าภายในปี 10 ปีข้างหน้า ที่พักอาศัยกว่า 3.1 ล้านหลัง โรงงานทะลักกว่า 30,000 โรง ส่วนหน่วยงานของรัฐประเคนสาธารณูปโภค-ขนส่ง สร้างมูลเพิ่มในที่ดิน ด้านมั่นคงเคหะการไม่หวั่นซุ่มลงทุน 5 โครงการรับกำลังซื้อ

บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) ได้ออกบทวิเคราะห์ถึงผลจากการเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิในเชิงพาณิชย์ได้ภายในวันที่ 28 ก.ย.นี้ โดยมีความเชื่อว่า จะส่งผลให้เกิดกระแสคึกคักให้แก่กลุ่มนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติอีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) ล่าสุดที่ได้มีมติเห็นชอบในร่าง พ.ร.บ.จัดตั้งสุวรรณภูมิมหานคร และเตรียมส่งร่าง พ.ร.บ. ต่อคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อพิจารณาในรายละเอียดต่อไป โดยร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวกำหนดให้เขตประเวศและเขตลาดกระบังของ กทม. อ.บางพลี และกิ่ง อ.บางเสาธง ของ จ.สมุทรปราการ รวมพื้นที่ประมาณ 3.6 แสนไร่ บริเวณรอบสนามบินสุวรรณภูมิเป็นองค์กรปกครองท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ เช่นเดียวกับ กทม.และยกเป็นจังหวัดที่ 77 ของประเทศไทย ทั้งนี้โดยรัฐบาลเตรียมแผนการจัดตั้งให้สุวรรณภูมินครเป็นศูนย์กลางในการขนส่งและยกระดับเป็นมหานคร ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับ กทม. 2 ในอนาคตอันใกล้นี้อีกด้วย

ธุรกิจคึกคักรับสนามบินสุวรรณภูมิ
ด้วยอานิสงส์จากโครงการสนามบินสุวรรณภูมิในครั้งนี้ นอกจากจะสร้างความคึกคักให้กับการลงทุนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาอสังหาฯโดยรอบโครงการจัดสรรเกิดขึ้นมาแล้วกว่า 121 โครงการ โดยมีจำนวนรวมถึง 32,425 หน่วยแล้ว ยังส่งผลให้ราคาที่ดินโดยรอบปรับตัวสูงขึ้นโดยเฉลี่ยกว่า 50% ทีเดียว นอกจากนั้นจากการสำรวจของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธอส.) ยังพบว่ากรุงเทพโซนตะวันออก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในย่านบางนายังเป็น 1 ใน 10 อันดับทำเลแรกที่ผู้บริโภคต้องการซื้อมากที่สุด

อีกทั้ง ผลการวิจัยของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ซึ่งได้ศึกษาถึงศักยภาพพื้นที่รอบนอกสนามบินสุวรรณภูมิ โดยได้คาดการณ์ว่าภายในปี 2548-2578 จำนวนบ้านพักอาศัยในเขตพื้นที่หลักในปี 2548 จะมีที่พักอาศัยจำนวน 2,801,455 หลัง, ปี 2558 มีที่พักอาศัย 3,106,4452 หลัง, ปี 2568 จำนวน 3,473,667 หลัง และปี 2578 จำนวน 3,701,666 หลัง และคาดว่าจะมีจำนวนโรงงานอุตสาหกรรมในเขตพื้นที่เพิ่มขึ้นในปี 2548 จำนวน 29,095 โรง, ปี 2558 มี 30,620 โรง, ปี 2568 มี 32,440 โรง และปี 2578 มี 34,260 โรง ทั้งนี้โดยการเพิ่มของโรงงานอุตสาหกรรมและธุรกิจจะส่งผลต่อการจ้างงานโดยรวม 210,200 คน

นอกจากนั้น ยังมีการระบุถึง 3 ทำเลที่มีศักยภาพด้านการแข่งขันด้านการแข่งขันอุตสาหกรรมคือ พื้นที่ที่ตั้งอยู่ระหว่างถนนกิ่งแก้วกับถนนวงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออก พื้นที่พัฒนาใหม่บริเวณด้านตะวันออกเฉียงใต้ของสนามบินสุวรรณภูมิ ตอนเหนือแนวถนนบางนา-ตราด พื้นที่บริเวณด้านตะวันตกของเขตลาดกระบัง

ทั้งนี้ โดยได้มีการวิเคราะห์ถึงผลกระทบในด้านบวกที่จะเกิดขึ้นต่อภาคธุรกิจอสังหาฯนั้น จะทำให้ในย่านโซนด้านเหนือของสนามบินในพื้นที่ลาดกระบัง ,ร่มเกล้า และฉลองกรุง กลายเป็นพื้นที่ศักยภาพด้านที่อยู่อาศัย เป็นพื้นท่าอุตสาหกรรมและศูนย์การขนส่งในบางพื้นที่ ส่วนพื้นที่ย่านถนนบางนา นับว่าเป็นเส้นที่มีศักยภาพในการพัฒนาที่อยู่อาศัย อาคารพาณิชย์ หอพัก อพาร์ตเมนต์ โดยเฉพาะในย่านสมุทรปราการ ถนนกิ่งแก้วจะกลายเป็นพื้นที่ที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในด้านที่อยู่อาศัย ซึ่งเดิมเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมแต่ต่อไปจะกลายเป็นแหล่งพาณิชยกรรม

ประเคนลงทุนสาธารณูปโภคและบริการขนส่ง
ดังนั้น เพื่อรองรับการขยายตัวที่จะเกิดขึ้น บรรดาหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ และเอกชนก็ได้เตรียมความพร้อมทั้งในด้านสาธารณูปโภคต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบขนส่งมวลชน โดย บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ที่ได้จัดเตรียมแผนแม่บทเกี่ยวกับการบริการขนส่งไว้รองรับถึง 5 ประเภท คือ Airport Express ซึ่งเป็นรถโดยสารปรับอากาศ เส้นทาง 5 สายหลักสู่ใจกลางเมือง คือ สีลม , บางลำพู ,หัวลำโพง ,ถนนวิทยุ และสุขุมวิท 3 (นานาเหนือ)

ส่วนประเภทที่ 2 คือ Airport Bus ซึ่งจะเป็นรถโดยสารปรับอากาศเช่นกัน โดยจะเปิดให้บริการในเส้นทางปกติในเขตกรุงเทพฯ อาทิ แฮปปี้แลนด์ ,อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ,บางนา ,สมุทรปราการ ,ดอนเมือง สำหรับในต่างจังหวัดจะมี 3 เส้นทางหลักคือ เมืองพัทยา ตลาดโรงเกลือ และหนองคาย รวมทั้งบริการขนส่งมวลชนอื่นๆ อาทิ แท็กซี่มิเตอร์ , รถลิมูซีน และรถเช่า เพื่อรองรับการเดินทางของผู้โดยสารและบุคคลทั่วไปได้อย่างทั่วถึง

นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมยังได้จัดเตรียมแผนเพื่อรองรับการคมนาคม โดยเปิดเผยถึงความพร้อมของ 5 เส้นทางเข้า - ออก เพื่อรองรับสนามบินสุวรรณภูมิ ส่วนกรมทางหลวงชนบทก็ได้มีการปรับปรุงถนน 3 สายรับการเดินทาง และขสมก. ก็มีแผนที่จะใช้การเดินรถแบบ Bus Transit 7 เส้นหลัก อำนวยความสะดวกประชาชนสู่สนามบินแห่งใหม่ ได้แก่ สุวรรณภูมิ-ท่าน้ำสี่พระยาเชื่อมเรือด่วน, สุวรรณภูมิ-บางลำพูเชื่อมถนนข้าวสาร, สุวรรณภูมิ-ท่าอากาศยานดอนเมือง, สุวรรณภูมิ-สถานีรถไฟฟ้าหัวลำโพง, สุวรรณภูมิ-ถนนเทพารักษ์-สมุทรปราการ, สุวรรณภูมิ-ถนนศรีนครินทร์ -สมุทรปราการ ทั้งนี้โดย ขสมก.จะนำรถโดยสารยูโรทู มาใช้ในการเดินรถ Bus Transit และจัดเก็บค่าโดยสารตามระยะทาง

และในอีกประมาณ 1 ปี ถัดจากนี้ไป หลังจากที่สนามบินแห่งใหม่เปิดให้บริการแล้ว รถไฟฟ้าสายสีแดง เส้นทางมักกะสัน-สนามบินสุวรรณภูมิ ก็จะได้ฤกษ์เปิดให้บริการเช่นกัน

ซุ่มเปิดโครงการที่ดินจัดสรร
บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทอสังหาฯชั้นนำอีกบริษัทที่เล็งเห็นถึงศักยภาพของทำเลกรุงเทพโซนตะวันออก ซึ่งมีโครงการที่ได้เปิดตัวไปแล้วและทยอยเปิดตัวเพื่อรองรับความเจริญเติบโตถึง 5 โครงการ ได้แก่ โครงการชวนชื่นอ่อนนุช, โครงการชวนชื่นศรีนครินทร์-เทพารักษ์, โครงการชวนชื่นบางนา, โครงการสิรีนเฮ้าส์ - บางนา 1 และโครงการใหม่ล่าสุด คือ โครงการสิรีนเฮ้าส์-บางนา 2

นายชูเกียรติ ตั้งมติธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายการตลาดบริษัทฯ ชี้ว่า การเปิดขายโครงการที่ดินจัดสรรถือเป็นทางเลือกสำหรับผู้บริโภค ที่ต้องการซื้อที่ดินเพื่อเป็นทรัพย์สินในรูปแบบของการออม หรือซื้อเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยในอนาคต ด้วยศักยภาพของทำเลที่โดดเด่น และสร้างมูลค่าเพิ่มในอนาคตได้อย่างแน่นอน บริษัทฯ มีผลิตภัณฑ์ในรูปแบบที่ดินเปล่าให้ลูกค้าได้จับจอง ในโครงการสิรีนเฮ้าส์-บางนา 2 ซึ่งยังไม่มีบริษัทฯ คู่แข่งใดในบริเวณนี้เปิดขายที่ดินเปล่าเลย

" โครงการสิรีนเฮ้าส์-บางนา 2 ตั้งอยู่บนถนนบางนา-ตราด กม.29.5 ตรงข้ามศูนย์วิจัย TOYOTA ภาคพื้นเอเซีย-แปซิฟิค และสาธารณูปโภคครบครัน อาทิ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค) และที่สำคัญคือ สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ ที่ใช้เวลาเดินทางเพียง 15 นาทีเท่านั้น โดยในขณะนี้ได้เริ่มเปิดขายในเฟสที่ 1 เป็นที่ดินเปล่า จำนวน 108 ยูนิต ขนาดเนื้อที่ 50-80 ตร.วา ในราคาเริ่มต้นเพียง 0.84 ล้านบาทเท่านั้น ต่อความมั่นใจในศักยภาพของทำเลที่ผ่านการคัดสรรจากบริษัทพัฒนาอสังหาฯที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 50 ปี นายชูเกียรติยังกล่าวอีกว่า ทำเลดังกล่าวตั้งอยู่ห่างจากรัศมีของสนามบินสุวรรณภูมิ 15 กม. ไปทางตะวันออก ดังนั้นจึงปลอดจากเสียงรบกวนของเครื่องบินและปลอดภัยต่อการถูกเวนคืนที่ดินในอนาคตอย่างแน่นอน" นายชูเกียรติ กล่าว

June 26, 2006

อภิรักษ์สั่งทำแนวคำตอบ จ.สุวรรณภูมิมหานคร

นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าฯ กทม.ได้หยิบเรื่องการจัดตั้ง จ.สุวรรณภูมิมหานคร ขึ้นเป็นจังหวัดที่ 77 มาหารือในที่ประชุมผู้อำนวยการสำนักและผู้อำนวยการเขตประจำเดือน มิ.ย. เนื่องจากการจัดตั้งดังกล่าวจะมีการผนวกพื้นที่เขตลาดกระบังและประเวศเข้าไปด้วย โดยมีความเป็นห่วงว่าเรื่องนี้กำลังเป็นข่าวและเป็นที่สนใจของประชาชนแม้จะต้องรอคณะรัฐมนตรีชุดใหม่และใช้เวลาดำเนินการอีกอย่างน้อย 3-4 ปี แต่ที่ผ่านมา กทม.เองรับรู้ข้อมูลในเรื่องดังกล่าวไม่เท่ากัน อาจทำให้การตอบคำถามกับสื่อมวลชนแตกต่างกันออกไป ทั้งที่อยู่หน่วยงานเดียวกัน ประกอบกับชาวบ้านยังมีความสงสัยหากย้ายไปอยู่กับจังหวัดใหม่หรืออยู่กับกรุงเทพมหานครแบบไหนจะดีกว่ากัน

โดยได้สั่งการให้ นางนินนาท ชลิตานนท์ ผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์และประเมินผล (สยป.) ไปรวบรวมข้อมูลเรื่งดังกล่าวทั้งหมดเพื่อปูพื้นฐานให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องได้ทราบ เช่น รองผู้ว่าฯ กทม. รองปลัด กทม. ผู้อำนวยการเขต นอกจากนี้ได้กำชับให้จัดทำแนวคำตอบให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันด้วย โดย กทม.ไม่สนับสนุนแนวคิดดังกล่าวเพราะพื้นที่รอบ ๆ สนามบินควรปล่อยเป็นพี้นที่โล่ง พื้นที่ว่างและวางระบบขนส่งคนเข้าไปภายในสนามบินเท่านั้นไม่ควรก่อสร้างเมือง เพราะทำให้เป็นอุปสรรคต่อทัศนวิสัยทางการบินของนักบินและการระบายน้ำอีกด้วย ก่อนหน้านี้ กทม.ได้เคยจัดทำประชาพิจารณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง โดยกำชับให้ สยป.จัดทำแนวคำตอบให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้ ขณะที่ นายพรเลิศ พันธุ์วัฒนา ผู้อำนวยการเขตลาดกระบัง กล่าวว่า ที่ผ่านมาเขตรับรู้รายละเอียดการจัดตั้งเรื่องสุวรรณภูมิน้อยมาก เมื่อไปขอข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ไม่ได้รับความร่วมมือที่ดี ทำให้ยังไม่เข้าใจในเรื่องนี้ดีพอ


26 มิถุนายน 2549 เวลา 17:29:07
จาก กรุงเทพธุรกิจ

ดันไทยฮับตลาดจีนประตูสู่ยุโรป บินไทยชูรอยัลลบทัวร์ศูนย์เหรียญ

โดย ผู้จัดการรายวัน 26 มิถุนายน 2549 18:25 น.
การบินไทยชูแพกเกจ รอยัลออร์คิด ฮอลิเดย์ เป็นหัวหอกจับลูกค้าชาวจีนกลุ่ม FIT หวังลบภาพทัวร์ศูนย์เหรียญ พร้อมสร้างกระแสเพิ่มความถี่ในการมาเที่ยวประเทศไทยได้บ่อยขึ้น เผยเล็งใช้ไทยเป็นฮับของชาวจีนในการเดินทางไปยุโรปและออสเตรเลีย ด้านแอตต้า ระบุ กำลังอยู่ระหว่างจัดทำแพกเกจทัวร์คุณภาพไปขายให้แก่จีน โดยททท.รับผิดชอบด้านประชาสัมพันธ์ มั่นใจสิ้นปีตลาดจีนถึงฝั่งเป้าหมาย 1 ล้านคนแน่นอน

นายวสิงห์ กิตติกุล รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการขยายตลาดนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนให้เข้ามาประเทศไทยเพิ่มขึ้นและเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญ การบินไทยจึงได้นำเสนอแพกเกจท่องเที่ยวที่อยู่ในโครงการ “รอยัล ออร์คิด ฮอลิเดย์” ซึ่งถือเป็นแพกเกจทัวร์มาตรฐานรับประกันโดยสายการบินไทย


โดยต้องการเจาะกลุ่มคนจีนรุ่นใหม่วัยทำงาน หรือกลุ่มครอบครัวที่ต้องการเดินทางแบบเป็นส่วนตัว ในรูปแบบ FIT รวมถึงกลุ่มที่เคยมาประเทศไทยแล้ว และต้องการมาซ้ำอีก โดยเป็นการกระตุ้นให้ชาวจีนสามารถเดินทางเข้ามาเที่ยวประเทศไทยได้ตลอดทั้งปี หรือทุกวันหยุดสุดสัปดาห์เพื่อมาพักผ่อนหรือชอปปิ้ง จากปกติที่ชาวจีนส่วนใหญ่จะเดินทางเข้าประเทศไทยในช่วงเทศกาล เช่น ตรุษจีน เมย์เดย์ และ วันชาติ

ทั้งนี้คนจีนที่เดินทางเข้าประเทศไทย ส่วนใหญ่จะเป็นกรุ๊ปทัวร์ โดยหาซื้อแพกเกจจากบริษัทนำเที่ยว ซึ่งปัจจุบันผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวในจีนยังไม่มีแบรนด์ใดที่สามารถการันตีได้ 100% ว่าเป็นทัวร์คุณภาพจริงๆ แต่ทุกบริษัทก็พยายามที่สร้างแบรนด์ของตัวเองให้เป็นที่ยอมรับในกลุ่มลูกค้า ซึ่งอาจต้องใช้เวลาเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ดังนั้นในระหว่างนี้การบินไทยจึงได้จับมือกับเอเยนต์ทัวร์ ทำการโปรโมตแพเกจเกจทัวร์ของรอยัล ออร์คิด ฮอลิเดย์ ซึ่งผลตอบรับดีมาก ยอดขาย 6 เดือนแรกของปี (ต.ค.48-มี.ค.49) เติบโตกว่า 100% ซึ่งเดสติเนชั่น ที่คนจีนนิยมซื้อแพกเกจเข้ามา ได้แก่ พัทยา ภูเก็ต เชียงใหม่ เป็นต้น

“ลูกค้าชาวจีนที่เข้ามาใช้บริการของ รอยัลออร์คิด ฮอร์ลิเดย์ ทุกคนพอใจในบริการ ขณะเดียวกันการบินไทยก็ให้คู่ค้า ซึ่งเป็นบริษัททัวร์ในประเทศจีน ได้มีการสร้างแบรนด์ของตัวเองด้วย โดยให้การแนะนำเพิ่มเติมหรือจัดแคมเปญร่วมกัน โดยมุ่งหวังคนจีนสามารถหาซื้อแพกเกจทัวร์มาไทยได้ง่ายและสะดวกขึ้น”นายวสิงห์ กล่าว

เล็งใช้ไทยเป็นฮับดึงชาวจีนไปยุโรป
นายพิชัย จึงอนุวัตร ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียเหนือ กล่าวเสริมว่า แม้ปัจจุบันรัฐบาลจีน จะอนุญาติให้ชาวจีน เดินทางออกไปในหลายประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะการเปิดเส้นทางแถบยุโรป และออสเตรเลีย เป็นต้น แต่มีหลายประเทศที่จะเข้มงวดเรื่องการขอวีซ่า สำหรับผู้ที่เดินทางครั้งแรก เช่น ออสเตรเลีย ดังนั้นคนจีนที่จะเดินทางออกนอกประเทศเป็นครั้งแรก จึงเป็นอีกกลุ่มเป้าหมายหนึ่งที่การบินไทยจะเข้าไปเจาะเพื่อขยายฐานลูกค้าและจากนั้นเราจะใช้ฐานลูกค้ากลุ่มนี้ขายแพกเกจ รอยัลออร์คิด ออลิเดย์ ของการบินไทย เพื่อไปยังประเทศออสเตรเลียและยุโรป โดยใช้ประเทศไทยเป็นฮับของการเดินทาง

นายวิชิต ประกอบโกศล กรรมการ สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว(แอตต้า) ดูแลตลาดจีน และ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีซีที จำกัด ซึ่งเป็นบริษัททัวร์ที่รับนักท่องเที่ยวจากประเทศจีน เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) จัดทำแพกเกจทัวร์ เพื่อไปจำหน่ายให้กับเอเยนต์ทัวร์ในประเทศจีน และททท.ก็จะช่วยประชาสัมพันธ์ให้ด้วยเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ซึ่งจะมี 2 แบบให้เลือก คือ แบบขายออฟชั่นเพิ่มเติมได้ กับ แบบที่ไม่ขายออฟชั่นเพิ่มเติม โดยจะมีเอกสารแจ้งให้นักท่องเที่ยวที่ซื้อแพกเกจทัวร์ได้เข้าใจอย่างละเอียดและตรงกัน โดยราคาแพกเกจจะเริ่มที่ประมาณ 3,000 หยวน หรือ 15,000 บาท ขึ้นไป จากในอดีตที่แพกเกจทัวร์จีนจะขายกันในราคา 1,000 หยวน หรือ 5,000 บาท เท่านั้น

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญ ใช้งบประชาสัมพันธ์กว่า 10 ล้านบาท โดยในส่วนของบริษัท ซีซีที คาดว่าจะขายแพกเกจทัวร์นี้ได้ไม่น้อยกว่า 3 หมื่นรายในครึ่งปีหลัง และจากสถานการณ์ตลาดโดยรวมเฉพาะตลาดจีนปีนี้ เชื่อว่าน่าจะได้ตามเป้าหมายที่ ททท.คาดการณ์ไว้ แม้ว่า ช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก จะทำให้ยอดนักท่องเที่ยวจีนเข้าไทยลดลง 20% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนก็ตาม


อย่างไรก็ตาม ประเทศจีนเป็น 1 ใน 7 ประเทศเป้าหมาย ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มีเป้าหมายใช้เป็นตลาดหลักที่จะเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว ให้ถึงเป้าหมาย 14.5 ล้านคนในสิ้นปีนี้ โดยเป้าหมายนักท่องเที่ยวจากตลาดจีนในปีนี้ ททท.ตั้งไว้ว่าจะต้องทำให้ได้ไม่น้อยกว่า 1 ล้านคน ซึ่ง 4 เดือนแรกปีนี้ (ม.ค.เม.ย.49) มีชาวจีนเดินทางเข้าประเทศไทยเฉพาะที่ผ่านด่านสนามบินดอนเมือง รวมประมาณ 38,045 คน เติบโตจากปีก่อน ซึ่งเป็นช่วงหลังเกิดสึนามิกว่า 1,000% แต่เมื่อเทียบกับปี 2547 ตัวเลขใกล้เคียงกัน


ทั้งนี้การเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว เรื่องของเที่ยวบินเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะต้องมีรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาได้สะดวกและเพียงพอ ดังนั้นการที่ การบินไทย ได้ลงบันทึกความตกลงความร่วมมือทางการพาณิชย์ระหว่างสายการบินไทย กับ สายการบินเซี่ยงไฮ้ แอร์ไลน์ส จึงเป็นอีกวิธีหนึ่ง ที่จะช่วยให้การบินไทย มีเครือข่าย ที่จะรับนักท่องเที่ยวจีนจากหลายๆมณฑล แม้ว่าการบินไทย จะไม่มีเส้นทางบินนั้นก็ตาม ซึ่งสายการบินเซี่ยงไฮ้ แอร์ไลน์ส มีเส้นทางบินภายในประเทศจำนวนหลายเส้นทาง

ผู้บริหาร "โอเรียนท์ไทย" ยอมรับกำหนดเปิดสุวรรณภูมิ 28 ก.ย. เร็วเกินไป

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 26 มิถุนายน 2549 16:56 น.
นายอุดม ตันติประสงค์ชัย กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายการบินโอเรียนท์ไทย เปิดเผยว่า สำหรับการกำหนดเวลาของรัฐบาลที่จะมีการเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิเชิงพาณิชย์ ในวันที่ 28 กันยายนปีนี้ ในเบื้องต้น โอเรียนท์ไทยมั่นใจว่า จะสามารถเตรียมพร้อมของบริษัททั้งในเรื่องการติดตั้งสำนักงาน ระบบ จำหน่ายตั๋ว และเช็กอินผู้โดยสาร โดยเมื่อเป็นกำหนดที่รัฐบาลวางเป็นเป้าหมายในฐานะภาคเอกชนก็พร้อมปฏิบัติตาม
อย่างไรก็ตาม ในความเห็นส่วนตัว และประสบการณ์ที่อยู่ในอุตสาหกรรมการบิน เห็นว่า กำหนดการเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ในเดือนกันยายนปีนี้ ถือว่าเร็วเกินไป โดยเฉพาะเรื่องของการทดสอบความพร้อมของระบบเช็กอิน สายพานลำเลียง และอากาศยาน โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งมีการเปิดสนามบินสำคัญทั้งในประเทศเกาหลี ฮ่องกง ก็จะใช้เวลาในการทดสอบมากกว่า 3 เดือนทุกแห่ง ทั้งนี้ การทดสอบความพร้อมของระบบทั้งหมด ถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากสนามบินสุวรรณภูมิ จะเป็นท่าอากาศยานใหญ่ มีผู้โดยสารเดินทางต่อวันไม่น้อกว่า 60,000 คน หากเกิดปัญหาระบบต้องล่าช้าออกไป ก็จะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ทันที
สำหรับการเตรียมความพร้อมของการนำเครื่องบินของสายการบินต้นทุนต่ำ ขึ้นลงทดสอบในวันที่ 29 กรกฎาคมนี้ โอเรียนท์ไทยมีความพร้อม ซึ่งจะมีเที่ยวบินพิเศษ โดยเที่ยวบินที่จะมาและไประหว่าง 2 จังหวัด คือ เชียงใหม่และภูเก็ต นี้ จะขึ้นจากสนามบินดอนเมือง ไปลงที่สนามบินสุวรรณภูมิ ก่อนบินไปจุดหมายปลายทาง สำหรับการจำหน่ายตั๋วในเที่ยวบินพิเศษนี้ โอเรียนท์ไทย ได้จำหน่ายในราคา 1,999 บาททุกที่นั่ง และนำเงินรายได้จากการบิน ไม่น้อยกว่า 999,999 บาท ขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในโอกาสทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปีด้วย

ชท.ค้านนครสุวรรณภูม อัดไร้จริยธรรมรัฐบาลรักษาการ

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 26 มิถุนายน 2549 16:02 น.
ชาติไทย ค้าน ครม.ตั้งนครสุวรรณภูม บรรหาร ระบุ ไม่สมควรสร้างเมืองล้อมสนามบิน ชี้ เป็นพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยเกินไป ด้าน สมศักดิ์อัด รัฐบาลรักษาการไร้จริยธรรม ไม่คิดถึงส่วนรวม ห่วงแต่ผลประโยชน์ตัวเอง

วันนี้ (26 มิ.ย.) ที่พรรคชาติไทย นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบในหลักการ พ.ร.บ.สุวรรณภูมิมหานคร ว่า ในความคิดตน สนามบินแห่งใหม่ที่จะเกิดขึ้นนั้น เท่าที่ดู เราพยายามหนีความแออัดจากในเมือง โดยออกไปให้ไกล เพื่อให้พ้นมลภาวะทุกด้านโดยเฉพาะทางเสียง ซึ่งตนเห็นด้วยว่าควรให้ไปอยู่ในที่จุดนั้น โดยรอบเป็นพื้นที่ทำไร่ไถนาของชาวบ้าน ไม่มีอาคารบ้านเรือนก็เหมาะสมแล้ว โดยเฉพาะพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่รองรับน้ำทั้งหมดที่มาจากด้านตะวันออกของ กทม.ดังนั้น การทำการป้องกันน้ำท่วมได้ทำเฉพาะในสนามบินพื้นที่หมื่นกว่าไร่เท่านั้น แต่โดยรอบไม่ได้ทำ อย่างไรก็ตาม เมื่อประกาศเป็นจึงหวัดที่ 77 ตนไม่มีข้อมูลที่แท้จริง แต่ในความรู้สึกที่มีโอกาสได้สัมผัสนั้น คิดว่าไม่น่าจะมีชุมชนหรือเมืองไปเกิดขึ้นแถวนั้นเด็ดขาด ควรจะปล่อยให้มีสนามบินเพียงโดดๆ

“โดยลึกๆ แล้วไม่เห็นด้วยที่จะเอาเมืองไปล้อมรอบสนามบิน เพราะในอนาคตจะต้องมีปัญหา เรานึกหรือว่าจะไม่เกิดปัญหาธรรมชาติ เช่น พายุ ไต้ฝุ่น ขนาดหนักเกิดขึ้น ซึ่งเมื่อปี 2533 สมัยที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เคยลงพื้นที่ที่สุวรรณภูมิ และเคยให้กรมโยธาธิการออกแบบบ้านเอาไว้ ว่า หากใครจะสร้างบ้านในบริเวณดังกล่าวควรจะเป็นบ้านยกใต้ถุนสูง เพื่อให้น้ำไหลผ่าน ส่วนส้วมก็ให้ต่อถังรองรับ ซึ่งจำได้ว่ายังมีแบบแปลนอยู่ที่กรมโยธาธิการ” นายบรรหาร กล่าว

นายบรรหาร กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านการประชุม ครม.นั้นเป็นเพียงหลักการเท่านั้น แต่ก็ยังต้องรอรัฐบาลชุดหน้ามาพิจารณา ดังนั้น เมื่อมี ครม.ชุดใหม่เข้ามาก็ต้องให้ ครม.พิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะนำเข้าที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร และไม่ว่าการจะทำอะไรก็แล้วแต่ถ้ารัฐบาลฟังความเห็นหลายฝ่ายได้ก็จะเกิดประโยชน์

ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงให้เห็นว่า รัฐบาลรีบร้อนเกินไปหรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า ตนก็ไม่ทราบ และวัตถุประสงค์ของรัฐบาลมีอย่างไรก็ไม่ทราบ ตอบไม่ได้ เมื่อถามว่า มีการวิจารณ์ว่าเกี่ยวเนื่องกับเรื่องผลประโยชน์การเก็งกำไรที่ดิน นายบรรหาร กล่าวว่า ต่างคนต่างคิด

ด้าน นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รองหัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวว่า ขณะนี้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก ว่า กรณีที่รัฐบาลรักษาการได้ดำเนินการเรื่องสุวรรณภูมิมหานครขึ้นมา และมีความเหมาะสมหรือไม่บนกระบวนการระบอบประชาธิปไตย โดยใช้สูตรสำเร็จของรัฐบาลทำเองทั้งหมด เคยมีความรู้สึกถึงหัวอกของคนที่อยู่ในพื้นที่หรือเขตนั้นบ้างหรือไม่ว่าเขามีความรู้สึกและมีความต้องการอย่างไร

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ถึงวันนี้อยากให้มองดูอารยประเทศด้วยว่าชุมชนกับสนามบินนั้นควรจะอยู่ร่วมกันหรือไม่ มีแต่เขาจะหนีความแออัดแล้วไปสร้างสนามบิน แต่เราสร้างสนามบินเสร็จแล้วจึงนำชุมชนและความแออัดเข้าไป มันสวนทางกัน จึงอยากให้รัฐบาลคิดและใคร่ครวญถึงความเหมาะสม

ที่สำคัญ ควรคิดถึงจริยธรรมของรัฐบาลในฐานะรัฐบาลรักษาการ ว่า เรื่องอย่างนี้สมควรหรือไม่ แม้ว่าจะเป็นการอนุมัติในหลักการยังไม่ได้มีการปฏิบัติก็ตาม แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่มีผลกระทบต่อคนทั้งประเทศ เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่านี่คือการตั้งจังหวัดใหม่ขึ้นมาอีกจังหวัดหนึ่ง ตั้งเขตการปกครองพิเศษขึ้นมาอีกเขตหนึ่ง อย่างนี้รัฐบาลรักษาการสมควรที่จะทำหรือไม่ และประชาชนในฐานะที่มีส่วนได้ส่วนเสียควรจะเข้ามามีส่วนร่วมในเรื่องนี้หรือไม่ นั่นเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องตระหนักให้มาก นายสมศักดิ์ กล่าว

'เพ้ง' เรียก รฟท.-เอกชนแจงปัญหาตอม่อ 'แอร์พอร์ตลิงก์' ร้าว

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 26 มิถุนายน 2549 15:01 น.
รมว.คมนาคมเรียกผู้บริหาร รฟท.และผู้รับเหมาก่อสร้างชี้แจงปัญหารอยร้าวตอม่อ “แอร์พอร์ตลิงก์” ด้าน รฟท.ระบุปัญหามาจากผิวคอนกรีตไล่ความชื้นไม่ทัน และเมื่อมีแดดเผาทำให้หดตัวและแตก เบื้องต้นได้สั่งทุบเสาตอม่อตัวปัญหาแล้ว
หลังจากมีรายงานระบุว่า ตอม่อและคานของโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดง มักกะสัน-สุวรรณภูมิ (แอร์พอร์ตลิงก์) ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง เกิดรอยร้าวขึ้น ในช่วงเช้าที่ผ่านมา นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้เรียกประชุมผู้บริหารการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้าง เพื่อให้รายงานปัญหาดังกล่าว ล่าสุด ผู้รับเหมา และ รฟท. ได้รายงานต่อที่ประชุม โดยยอมรับว่า ตอม่อและคานของโครงการดังกล่าวเกิดรอยร้าวขึ้นจริง

โดยตอม่อซึ่งจากการตรวจสอบได้พบว่า มีปัญหา 13 ต้น เกิดจากผิวคอนกรีตที่ไล่ความชื้นไม่ทัน และเมื่อมีแดดเผาก็มีการหดตัวและรอยแตก ในเบื้องต้น รฟท.ได้สั่งทุบเสาตอม่อ 2 ต้น และอยู่ระหว่างวินิจฉัยว่า จะทุบหรือซ่อมแซมอีก 3 ต้น และอีก 9 ต้นที่จากการตรวจสอบสภาพพบว่า สามารถซ่อมแซมได้ สำหรับคานซึ่งมีรอยร้าวเกิดขึ้น ขณะนี้ รฟท.และผู้รับเหมาก่อสร้าง ได้สั่งให้มีการตั้งคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมจากภายนอกเข้ามาตรวจสอบ เพื่อหาคำตอบใน 3 ประเด็น คือ สาเหตุของรอยร้าว ปริมาณการแตกร้าว และวิธีการซ่อมแซม ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 2 สัปดาห์ข้างหน้า

กลุ่มทุน ทรท. ไล่ราคาที่ดินสุวรรณภูมิ

โดย ผู้จัดการรายวัน 25 มิถุนายน 2549 23:03 น.
จับตาที่ดินรอบสนามบินสุวรรณภูมิในมือคนพรรครัฐบาล เครือญาติตระกูลชินวัตรจ่อขายทำกำไรอีกระลอก หลังรัฐบาลรักษาการผลักดันให้เป็นพื้นที่เขตปกครองพิเศษ พ่วงการเร่งก่อสร้างโครงข่ายขนส่งเชื่อมไปถึงสนามบิน โชว์ภาพหลอกลวงเปิดใช้สนามบิน

แหล่งข่าวจากวงการอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า การอนุมัติสุวรรณภูมิมหานครถือเป็นการทิ้งทวนของรักษาการนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิน ชินวัตร หัวหน้าพรรคไทยรักไทย(ทรท.) เพราะการจัดตั้งเป็นเขตปกครองพิเศษ เป็นการมอบอำนาจอย่างเบ็ดเสร็จให้แก่เขตปกครอง และอำนาจยังสามารถสั่งตรงจากรัฐบาลโดยตรง โดยไม่มีความจำเป็นต้องผ่านความเห็นชอบจากหน่วยงานราชการเช่นเดียวกับการปกครองในรูปแบบจังหวัด ทั้งการอนุมัติในเรื่องของการเงิน การปกครอง

“การอนุมัติสุวรรณภูมิเป็นเขตปกครองพิเศษก็เหมือน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีขาใหญ่คุม ไม่มีใครกล้าเข้าไปแย่งผลประโยชน์และคิดว่าเป็นการทิ้งทวนของรัฐบาลรวมถึงเครือข่ายกลุ่มทุนในพรรค ก่อนที่จะถูกสอยจากหน่วยงานทางด้านการตรวจสอบอย่างสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง.ก็เป็นไปได้ เพราะที่ดินในมือของคนในรัฐบาลและเครือญาติในตระกูลชินวัตรมีอยู่ในพื้นที่รอบสนามบินสุวรรณภูมิ อยู่ในทำเลที่ขายได้ราคาดี (ไพร์มเอเรียล) ซึ่งการแก้ผังเมืองก็เพื่อให้เอื้อต่อที่ดินที่กลุ่มคนรัฐบาลถืออยู่เป็นเรื่องง่ายขึ้น ที่สำคัญการการลงทุนในเขตปกครองพิเศษไม่ต้องขอความเห็นชอบจากส่วนกลาง แต่นายกรัฐมนตรีเซ็นอนุมัติได้เลย ส่วนผู้ประกอบการอสังหาฯไม่ต้องไปพูดถึง แต่ละคนมีที่ดินแค่หยิบมือถ้าจะไปเปรียบเทียบกับคนในรัฐบาล ที่มีข้อมูลเชิงลึก(อิน ไซต์)มากว่า 4-5 ปี ทำไม่รัฐบาลถึงได้ผลักดันสนามบินนักหนาทั้งๆที่ยังไม่พร้อมในการให้บริการเชิงพาณิชย์อย่างสมบูรณ์แบบ”

แหล่งข่าวตั้งข้อสังเกตถึงความถูกต้องของรัฐบาลชุดรักษาการ และความเคลื่อนไหวล่าสุด เมื่อวันอังคารที่ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี(ครม.)ชุดรักษาการ ตามคำประกาศของนพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุอย่างชัดเจน ที่ประชุมครม.อนุมัติในหลักการร่าง พ.ร.บ.สุวรรณภูมิมหานคร ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ เพื่อให้สุวรรณภูมิมหานครเป็นนิติบุคคลที่เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีฐานะเป็นจังหวัดเพื่อบริหารจัดการพื้นที่ในเขตสุวรรณภูมิมหานครให้เป็นศูนย์กลางการบิน การขนส่ง การประกอบธุรกิจ การจ้างงาน และการประชุมได้ตามวัตถุประสงค์

แหล่งข่าวกล่าวย้ำว่า " การจัดทำเขตปกครองพิเศษ ก็เหมือนกับการเบียดบังผลประโยชน์ของประเทศมาจัดสรรให้เฉพาะพื้นที่ที่รัฐบาลกำหนด แน่นอนความชัดเจนการควบคุมการขยายตัวของเมืองจะเป็นสิ่งที่พอรับได้ แต่ในไส้ในของนโยบายระดับประเทศต่อสุวรรณภูมิมหานคร กำลังสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ที่ดินของกลุ่มทุนนักการเมือง เครือญาติของรัฐมนตรีในรัฐบาลและผู้ที่ใกล้ชิดนายกรัฐมนตรี โดยการถือครองที่ดินยังคงไม่มีการระบายออกมามากนัก เพราะว่าการสร้างราคารอบโครงการสนามบินสุวรรณภูมิยังคงมีการปล่อยข่าวออกมาเป็นระยะ เพื่อสร้างมูลค่าในที่ดินที่ทุนการเมืองถืออยู่ ชดเชยราคาก่อนหน้าที่ตกลงจากความไม่เสถียรภาพของรัฐบาล นั่นจึงเป็นที่มาของเร่งรัดให้การเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิเร็วขึ้น มีการขีดเส้นวันนี้ วันนั้นต้องเปิด ยังไม่นับรวมการลงทุนทางด้านโครงสร้างระบบสาธารณูปโภคขนาดใหญ่เข้าไป เพื่อทำให้ที่ดินมีราคาจากการตัดผ่านหรือมีสาธารณูปโภคเข้าถึง ไม่ว่า รถไฟฟ้าสายแอร์พอร์ตลิงค์ที่จะผ่านทำเลนี้ รวมทั้งเป็นบริเวณทางเข้าออกสนามบินทางด้านเหนือ และยังติดกับมอเตอร์เวย์อีก ซึ่งรวมกันแล้ว จะทำให้บริเวณนี้มีศักยภาพสูงขึ้นมาก "

แหล่งข่าวคนเดิมกล่าวว่า พื้นที่รอบๆสนามบินสุวรรณภูมิ มีทั้งถือครองโดยเจ้าของเอง และการให้ตัวแทน(นอมินี)ถือครอง
ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ กลุ่มที่เป็นแหล่งทุนให้แก่พรรคไทยรักไทย มีที่ดินกว่า 1,000 ไร่ มีทั้งที่เป็นสนามกอล์ฟ และโรงงานที่ตระกูลทำธุรกิจเกี่ยวกับยานยนตร์ ,กลุ่มนายประยุทธ มหากิจศิริ ที่ใกล้ชิดกับพรรคทรท.มีที่ดินประมาณกว่า 2,000 ไร่ กลุ่มนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์มีที่ดินประมาณ 200-300 ไร่
นอกจากนี้ ทางพ.ต.ท.ทักษิณ ยังพยายามที่จะเข้าไปซื้อโครงการสนามกอล์ฟย่านบางนาและอื่นๆผ่านการถือครองของนอมินี ส่วนบริษัทเอกชนที่เชื่อมถึงกับคนในรัฐบาลทรท.อีกราย คือ กลุ่มนายวิชัย กฤษดาธานนท์ เจ้าของที่ดินผืนงามบริเวณเส้นถนนบางนา-ตราด กม.32.5 เนื้อที่กว่า 4,000 ไร่ และถือเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่รัฐบาลจะสร้างรัฐสภาแห่งใหม่

ขณะที่แหล่งข่าวอีกรายหนึ่งกล่าวว่า เพียงไม่ถึงปี ที่ดินโซนสุวรรณภูมิเริ่มมีการเคลื่อนทัพของกลุ่มนักพัฒนาโครงการจัดสรรมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่วนใหญ่จะพัฒนาบ้านหรูราคาแพงตั้งแต่ 8-10 ล้านบาทขึ้นไป ปัจจุบันหลักการประโคมข่าวเรื่องสนามบิน ทำให้ราคาที่ดินปรับตัวสูงขึ้น บางทำเลขยับขึ้ไนปกว่า 50% บางทำเลเกินกว่า 80% ก็มี "

อนึ่ง ก่อนหน้านี้ นายวิชัย กฤษดาธานนท์ได้เคยกล่าวกับหนังสือพิมพ์ "ผู้จัดการรายวัน"ไว้ว่า " เรามีที่ดินมากที่สุด และถ้าจะขายที่ดินตรงนี้ ก็จะเสนอที่ 15-20 ล้านบาทต่อไร่ แต่จะว่าไปแล้ววันนี้เป็นโอกาสทอง ซึ่งที่ดินที่เคยซื้อและสะสมมาจากดินเปล่าไม่มีอะไร วันนี้กลายเป็นเหมืองทองขึ้นมา และหากจะพัฒนาโครงการบนที่ดินดังกล่าวขึ้นมา รับรองมูลค่าการลงทุนไม่ต่ำกว่า 2-3 แสนล้านบาท เทียบกับมูลค่าโครงการของบริษัทอสังหาฯค่ายใหญ่ที่สูงสุดในบริเวณสุวรรณภูมิถือว่านิดเดียว”

ทั้งนี้ ตามข้อมูลของบริษัท โจนส์ แลง ลาซาลล์ ระบุไว้ว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา หลังจากมีการประกาศจะเปิดใช้สนามบินภายในปีนี้ ราคาของอสังหาฯในย่านนี้ปรับขึ้น 30% เกือบทุกเซกเมนต์ ทั้งที่ดินที่พัฒนาแล้วและยังไม่พัฒนา ส่วนค่าเช่าสำนักงานย่านบางนา - ศรีนครินทร์ปรับขึ้น 50% จาก 300-350 บาท/ตร.ม./เดือน เป็น 450 บาท/ตร.ม./เดือนในปัจจุบัน และคาดว่าหลังจากมีการเปิดใช่สนามบินจะปรับขึ้นเป็น 550 บาท/ตร.ม./เดือน ในขณะที่อัตราว่างของพื้นที่สำนักงานลดลงจาก 40% เหลือ 20% ทั้งนี้ปัจจุบันมีธุรกิจบางส่วนที่เกี่ยวกับการบริการและขนส่งทางอากาศ เริ่มย้ายเข้ามาในพื้นที่แล้ว โดยเฉพาะการตั้งโกดังสินค้าและลอจีสติคส์ ขณะเดียวกันตลาดที่อยู่อาศัยก็ได้ปรับราคาเพิ่มขึ้น เนื่องจากราคาที่ดินเพิ่มและค่าวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวขึ้น 15-20% เพราะ

ฉะนั้นโครงการที่เปิดไปก่อนหน้านี้จะได้เปรียบในเรื่องของราคาขาย ในขณะที่โครงการใหม่ต้นทุนที่ดินสูงกว่าซึ่งจะทำให้ราคาต่อยูนิตสูงกว่าโครงการเก่า

**ปชป.ซัดทรท.เอาดีใส่ตัว

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่แกนนำพรรคทรท.ระบุพรรคประชาธิปัตย์ไม่ควรกล่าวหาว่า การที่ครม.อนุมัติ ร่าง พ.ร.บ.สุวรรณภูมิมหานคร เป็นการปั่นราคาที่ดินเพราะ ผู้ที่อนุมัติโครงการสนามบินสุวรรณภูมิ คือรัฐบาลนายชวน หลีกภัย ว่า การกระทำของแกนนำพรรคทรท.ที่ออกมาระบุเรื่องดังกล่าว เป็นพฤติกรรมสองมาตรฐาน เพราะในเวลาที่เป็นผลงานความดีที่เกี่ยวข้องกับสนามบินสุวรรณภูมิ แกนนำพรรคไทยรักไทยก็ไม่เคยพูดว่านายชวน เป็นรัฐบาลที่อนุมัติโครงการ แต่เมื่อขณะนี้ปัญหาของสนามบินสุวรรณภูมิถูกวิจารณ์เรื่องการปั่นราคาที่ดินสร้างเมืองใหม่ แกนนำบางคนพรรคทรท.กลับมาบอกว่าเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในสมัยนายชวน ซึ่งเป็นพฤติกรรมสองมาตรฐาน ที่พยายามโยนความผิดให้บุคคลอื่นทั้งที่เรื่องที่เกิดขึ้นพิจารณาแล้วก็ไม่เกี่ยวข้องกัน เป็นการกล่าวอ้างที่ไม่มีมูลใดๆ เป็นการโยนบาปหลังจากมีการเปิดโปงปั่นราคาที่ดินให้แก่ผู้ใกล้ชิดและผู้มีอำนาจในบ้านเมือง เพื่อจะได้ขายที่ดินได้ราคาสูงขึ้นกว่าเดิม

June 25, 2006

สายการบินของบราซิลมีโอกาสรอดแล้ว

ผู้บริหารของสายการบิน เวียเกา เอเรีย ริโอ-แกรนเดนส์ เอสเอ หรือ แวริก ของบราซิล ยอมอนุญาตให้ขายแผนกคาร์โกของบริษัท ซึ่งตกอยู่ในภาวะมีหนี้สินล้นพ้น โดย บริษัทวอลโว บราซิล แสดงความประสงค์ที่จะซื้อแผนก แวริกล็อก คาร์โก มาตั้งแต่ต้นปีนี้ แต่การซื้อขายต้องชะลอไว้ เนื่องจากติดปัญหาว่าวอลโวนั้นควบคุมโดยนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งมีสิทธิ์ถือหุ้นในสายการบินของบราซิลได้เพียง 20% เท่านั้น

การตัดสินใจเมื่อวันเสาร์ของผู้บริหารของแวริก ให้ขายแผนกคาร์โกของบริษัทได้ หมายความว่า บราซิลอนุญาตให้วอลโวเข้าไปถือหุ้นในสายการบิน ซึ่งจะช่วยให้สถานะของบริษัทดีขึ้น โดยจะสามารถให้บริการผู้โดยสารได้กว้างขวางมากขึ้น ซึ่ง วอลโวเสนอเงินให้กับแวริก 500 ล้านดอลลาร์ หรือ 2 หมื่นล้านบาทเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังผู้พิพากษาศาลล้มละลายปฏิเสธ ข้อเสนอเข้าซื้อกิจการจากพนักงานของแวริก

แวริก ซึ่งเป็นสายการบินระหว่างประเทศที่ใหญ่ที่สุดของบราซิล อยู่ในสภาพใกล้ล้มละลายเมื่อ 3-4 วันก่อน หลังต้องระงับให้บริการเที่ยวบินไปยังจุดหมาย ทั้งในประเทศและต่างประเทศหลายสิบแห่งชั่วคราวอย่างไม่มีกำหนดเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว และยกเลิกเที่ยวบินอีก อย่างน้อย 140 เที่ยวบิน ทำให้มีผู้โดยสารตกค้างจำนวนมากทั้งในบราซิลและต่างประเทศ


25 มิถุนายน 2549 เวลา 21:15:40
จาก กรุงเทพธุรกิจ

การท่าฯหาดใหญ่เพิ่มกำลังคุมเข้มสนามบิน24ชม.

กรณีที่หน่วยข่าวความั่นคงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ออกมาประกาศเตือนเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ไม่หวังดีที่มีแผนในการสร้างสถานการณ์ทั้งในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และย่านธุรกิจการท่องเที่ยว สถานบันเทิง ตลอดจนสนามบินนานาชาติหาดใหญ่ จ.สงขลานั้น เกี่ยวกับเรื่องนี้ นาวาอากาศโทประทีป วิจิตรโท ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสนามบินนานาชาติหาดใหญ่ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีการวางมาตราการด้านการรักษาความปลอดภัยเพื่อให้มีความรัดกุมมากยิ่งขึ้น โดยจะมีการตรวจตราผู้โดยสารทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศตั้งแต่การเดินทางเข้ามาเขตพื้นที่ในการควบคุมของท่าอากาศยานฯ คือจะมีการตรวจตราในส่วนของยานพาหนะ กระเป๋าเดินทาง และตรวจร่างกายที่บริเวณก่อนเข้าตัวอาคารผู้โดยสาร ที่สำคัญได้มีการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่เพื่อให้มีกำลังพลเพิ่มมากขึ้นในการร่วมกันปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัย "ช่วงนี้เราได้กำชับให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้เฝ้าระวังเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะภายในและภายนอกอาคารของผู้โดยสาร ตลอดจนลานจอดรถ ทั้งนี้เพื่อไม่ให้มีช่องว่างที่อาจจะมีกลุ่มผู้ไม่หวังดีแฝงตัวเข้ามาก่อเหตุ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าจากการร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอดทั้ง 24 ชั่วโมง จะสามารถควบคุมสถานการณ์ต่างๆ ได้" นาวาอากาศโทประทีป กล่าว


25 มิถุนายน 2549 เวลา 13:50:13
จาก กรุงเทพธุรกิจ

เฟดเอ็กซ์โยนอีกทอดส่งกระสุนสถานทูตสหรัฐฯ

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 25 มิถุนายน 2549 12:36 น.
กรุงเทพฯ- บริษัทเฟดเดอรัลเอ็กซ์เพรส (เฟดเอ็กซ์) แถลงในสหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์ว่า ได้มีการจ่าหน้าผู้รับพัสดุภัณฑ์ผิดพลาดในสหรัฐฯ ตั้งแต่ก่อนที่ บริษัทฯ จะนำส่งไปยังกรุงเทพฯ ซึ่งสายการบินไทยนำส่งยังสถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงพนมเปญอีกทอดหนึ่ง และปรากฏว่าในนั้นเป็นกระสุนจำนวน 140,000 นัด

สายการบินเฟดเดอรัลเอ็กซ์เพรส (FedEx) ออกแถลงครั้งนี้หลังจากสายการบินไทยแถลงในวันพุธ ซึ่งกล่าวว่า สายการบินแห่งชาติของไทยทำหน้าที่เพียงขนส่งพัสดุภัณฑ์ดังกล่าวให้กับสารการบินเฟดเอ็กซ์ ที่ขนส่งมาจากท่าอากาศยานนูอาร์ค (Newark) (ในนิวเจอร์ซีย์) ของสหรัฐฯ อีกที จึงไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบเกี่ยวกับการจ่าหน้าผู้รับที่ผิดพลาด

สายการบินเฟดเอ็กซ์กล่าวในคำแถลงเมื่อวันศุกร์ว่า กำลังทำการสอบสวนหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเบื้องหลังการจ่าหน้าพัสดุภัณฑ์ผิดพลาดครั้งนี้

"เฟดเอ็กซ์นำสินค้าจากสหรัฐฯ ไปยังกรุงเทพฯ บนพื้นฐานการขนส่งจากท่าอากาศยานถึงท่าอากาศยาน ตามเอกสารคำสั่งประกอบสินค้าที่นำส่ง.. สินค้าถูกนำส่งไปยังการบินไทยซึ่งได้ขนส่งต่อไปยังกัมพูชา ที่ซึ่งการบินไทยได้นำส่งไปยังสถานทูตสหรัฐฯ" คำแถลงของเฟดเอ็กซ์กล่าว

สถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงพนมเปญได้ออกแถลงในวันจันทร์ (20 มิ.ย.) ว่า ได้รับพัสดุภัณฑ์ดังกล่าวเมื่อวันที่ 7 เดือนเดียวกัน พร้อมระบุว่าการสอบสวนในชั้นต้นนั้น พบว่าการนำส่งที่ผิดเกิดจากการติดป้ายจ่าหน้าซองที่ผิดพลาดโดยการบินไทย

ในคำแถลงของการบินไทยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วระบุว่า อันที่จริงแล้วพัสดุภัณฑ์ที่การบินไทยควรจะได้นำส่งสถานทูตสหรัฐฯ นั้นเป็นงานศิลปะจำนวน 4 ชิ้น น้ำหนัก 460 กิโลกรัม และความผิดพลาดที่เกิดขึ้นนั้น เกิดที่บริษัทชิปปิ้งที่ต้นทางในสหรัฐฯ

ดุเหมือนว่าลูกกระสุนปืนที่การบินไทยส่งให้แก่สถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงพนมเปญนั้นจะมีปลายทางใน 4 ประเทศด้วยกัน และทั้งหมดไดรับการรับรองการส่งออกจากหน่วยงานในสหรัฐฯ ให้เป็นสินค้าประเภท "กระสุนปืนที่ไม่มีอันตราย" ใช้สำหรับการล่าสัตว์ การทดสอบหรือเพื่อจุดประสงค์ด้านการกีฬา

นายเจ็ฟ ไดเกิล (Jeff Daigle) โฆษกสถานทูตยืนยันว่า กระสุนทั้งหมดที่ได้รับในพัสดุภัณฑ์ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดกับสถานทูต หรือรัฐบาลสหรัฐฯ ทั้งนี้เป็นรายงานของสำนักข่าวซินหัว.

June 24, 2006

"พงษ์ศักดิ์"สั่งสอบด่วนแอร์พอตร์ลิงค์ร้าว-ระบุทุบสร้างใหม่ก็ต้องทำ

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 24 มิถุนายน 2549 19:06 น.
แอร์พอร์ต ลิงค์เกิดปัญหาซ้ำซาก ล่าสุดพบรอยร้าวที่คานรับน้ำหนัก หลังก่อนหน้านี้มีข่าวผิวต่อม่อร้าวไปแล้ว 1 รอบ ล่าสุดวิศวกรผู้เชี่ยวชาญระบุ รอยร้าวดังกล่าวลึกถึงโครงสร้าง ส่งผลกระทบลดอายุการใช้งานโครงสร้างรถไฟฟ้าลงครึ่งหนึ่ง ด้าน"พงษ์ศักดิ์"เต้นสั่ง รฟท.ตรวจสอบด่วน ระบุหากจำเป็นต้องทุบก่อสร้างใหม่ก็ต้องทำ
นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ได้สั่งให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ตรวจสอบปัญหาการก่อสร้างทางรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต ลิ้งค์ อีกครั้งอย่างเข้มงวดแล้ว โดยหากพบว่าการก่อสร้างไม่เป็นไปตามมาตรฐาน จะต้องมีการแก้ไข และหากจะต้องมีการทุบคานเพื่อก่อสร้างใหม่ก็ต้องดำเนินการให้ถูกต้อง เพื่อให้เกิดมาตรฐานความปลอดภัยมากที่สุด และปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ ผู้รับเหมาจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ทั้งการซ่อมแซมและออกค่าใช้จ่าย ทั้งหมด เพราะขณะนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นโครงการ ยังไม่มีการตรวจรับงาน และหากโครงการต้องล่าช้าออกไป ก็จะมีการลงโทษหรือปรับผู้รับเหมาตามสัญญาด้วย

ขณะที่ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัญหาการก่อสร้างทางรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต ลิ้งค์ ยังไม่หมดลง โดยล่าสุดได้พบ การแตกร้าวของคานรับน้ำหนักโครงสร้างในโครงการดังกล่าว ซึ่งได้มีการก่อสร้างตอม่อและวางคานรับน้ำหนักไปแล้ว ซึ่งที่ผ่านมา เคยเกิดข่าวปัญหาการแตกร้าวของผิวตอม่อขึ้น และผู้บริหารการกระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้เคยลงตรวจสอบพื้นที่แล้ว 1 ครั้ง แต่ล่าสุดเกิดปัญหาแตกร้าวขึ้นอีก บริเวณคานรับน้ำหนัก

ทั้งนี้ เมื่อสังเกตจากภายในของอุโมงค์คานรับน้ำหนัก จะมีรอยแตกร้าวเป็นขีดยาวจำนวนมาก ในเสาคานที่ 1 และ 13 ซึ่งวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ ระบุว่า เคยได้มีการทดสอบฉีดน้ำผ่านท่อ เข้าไปในเนื้อคอนกรีต และพบว่าน้ำได้ซึมผ่านออกมาตามรอยแยกเหล่านี้ แสดงให้เห็นว่ารอยร้าวลึกลงไปถึงโครงสร้างไม่ใช่แค่ผิวคอนกรีต รวมทั้งบริษัทผู้รับเหมาได้พยายามซ่อมแซม โดยการนำเหล็กแผ่นมาตียึดกับผนังด้วย แต่แนวทางดังกล่าวไม่สามารถแก้ปัญหาได้ และรอยแตกร้าวนี้ จะลดอายุการใช้งานของคานรับน้ำหนักลงครึ่งหนึ่ง เช่น จาก 100 ปี เหลือ 50 ปี เมื่อมีระบบรถไฟฟ้า วิ่งอยู่บนคานเหล่านี้ ล่าสุด รฟท. ในฐานะเจ้าของโครงการ ได้สั่งให้บริษัทผู้รับเหมาหยุดงานก่อสร้าง และซ่อมแซมปัญหาดังกล่าวไปแล้ว

อัปยศ!ไม่เลิกพบรอยร้าวคานแอร์พอร์ตลิ้งค์-"เพ้ง"เต้นสั่งสอบด่วน

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 24 มิถุนายน 2549 19:52 น.
อัปยศทุจริต"สุวรรณภูมิ"ไม่เลิก ล่าสุดพบรอยร้าวบนคานรับน้ำหนักโครงการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต ลิ้งค์ ร้าวอีก หลังก่อนหน้านี้ผิวต่อม่อร้าวไปแล้ว วิศวกรผู้เชี่ยวชาญระบุ รอยร้าวลึกถึงโครงสร้าง ขณะที่ "พงษ์ศักดิ์" เต้นสั่งตรวจสอบด่วน ย้ำหากจำเป็นต้องทุบสร้างใหม่ก็ต้องทำ

วันนี้(24 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัญหาการก่อสร้างทางรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต ลิ้งค์ ยังไม่หมดลง ล่าสุดจากการรายงานของสำนักข่าวไทย ระบุว่าได้พบ การแตกร้าวของคานรับน้ำหนักโครงสร้างในโครงการดังกล่าว ซึ่งได้มีการก่อสร้างตอม่อและวางคานรับน้ำหนักไปแล้ว ซึ่งที่ผ่านมา เคยเกิดข่าวปัญหาการแตกร้าวของผิวตอม่อขึ้น และผู้บริหารการกระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้เคยลงตรวจสอบพื้นที่แล้ว 1 ครั้ง แต่ล่าสุดเกิดปัญหาแตกร้าวขึ้นอีก บริเวณคานรับน้ำหนัก

ทั้งนี้ เมื่อสังเกตจากภายในของอุโมงค์คานรับน้ำหนัก จะมีรอยแตกร้าวเป็นขีดยาวจำนวนมาก ในเสาคานที่ 1 และ 13 ซึ่งวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ ระบุว่า เคยได้มีการทดสอบฉีดน้ำผ่านท่อ เข้าไปในเนื้อคอนกรีต และพบว่าน้ำได้ซึมผ่านออกมาตามรอยแยกเหล่านี้ แสดงให้เห็นว่ารอยร้าวลึกลงไปถึงโครงสร้างไม่ใช่แค่ผิวคอนกรีต รวมทั้งบริษัทผู้รับเหมาได้พยายามซ่อมแซม โดยการนำเหล็กแผ่นมาตียึดกับผนังด้วย แต่แนวทางดังกล่าวไม่สามารถแก้ปัญหาได้ และรอยแตกร้าวนี้ จะลดอายุการใช้งานของคานรับน้ำหนักลงครึ่งหนึ่ง เช่น จาก 100 ปี เหลือ 50 ปี เมื่อมีระบบรถไฟฟ้า วิ่งอยู่บนคานเหล่านี้ ล่าสุด รฟท. ในฐานะเจ้าของโครงการ ได้สั่งให้บริษัทผู้รับเหมาหยุดงานก่อสร้าง และซ่อมแซมปัญหาดังกล่าวไปแล้ว

ด้านนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ได้สั่งให้ รฟท.ตรวจสอบปัญหาดังกล่าวอย่างเข้มงวดแล้ว หากพบว่าการก่อสร้างไม่เป็นไปตามมาตรฐาน จะต้องมีการแก้ไข และหากจะต้องมีการทุบคานเพื่อก่อสร้างใหม่ก็ต้องดำเนินการให้ถูกต้อง เพื่อให้เกิดมาตรฐานความปลอดภัยมากที่สุด และปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ ผู้รับเหมาจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ทั้งการซ่อมแซมและออกค่าใช้จ่าย ทั้งหมด เพราะขณะนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นโครงการ ยังไม่มีการตรวจรับงาน และหากโครงการต้องล่าช้าออกไป ก็จะมีการลงโทษหรือปรับผู้รับเหมาตามสัญญาด้วย

"เซี่ยงไฮ้ แอร์ไลน์" พร้อมลงจอดสุวรรณภูมิ

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 24 มิถุนายน 2549 11:41 น.
นายโจ ฉือ ประธานสายการบินเซี่ยงไฮ้ แอร์ไลน์ มั่นใจในความปลอดภัยของสนามบินสุวรรณภูมิ โดยเตรียมนำเที่ยวบินมาลงจอดอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 เที่ยว ถือเป็นครั้งแรกของการเปิดเที่ยวบินตรงมาประเทศไทยของเซี่ยงไฮ้ แอร์ไลน์
สายการบินไทยและสายการบินเซี่ยงไฮ้ แอร์ไลน์ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางการพาณิชย์ในรูปแบบข้อตกลงราคาพิเศษ และเที่ยวบินร่วม เพื่อส่งเสริมการเดินทาง และการท่องเที่ยวระหว่างไทยและเซี่ยงไฮ้ จากความร่วมมือดังกล่าวทำให้การบินไทยเตรียมปรับเปลี่ยนขนาดเครื่องบินให้มีที่นั่งมากขึ้น เพื่อรองรับผู้โดยสารที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น ประมาณ 2,000 คนต่อสัปดาห์ในปีแรก ซึ่งการบินไทยมีแผนร่วมมือกับสายการบินอื่นๆ อีกหลายการบิน ในจีนด้วย โดยเชื่อว่าจะทำให้มีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 20 หรือประมาณ 6,000 คนต่อสัปดาห์

พงษ์ศักดิ์สั่งรฟท.ตรวจสอบปัญหาแอร์พอร์ต ลิ้งค์ ร้าว

รมว.คมนาคม พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล ระบุ ได้สั่งให้ รฟท.ตรวจสอบปัญหาคานรับน้ำหนักโครงการรถไฟฟ้าเส้นทางมักกะสัน-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิหรือแอร์พอร์ต ลิ้งค์ ร้าวอย่างเข้มงวดแล้ว หากพบว่าการก่อสร้างไม่เป็นไปตามมาตรฐาน จะต้องมีการแก้ไข และหากจะต้องมีการทุบคานเพื่อก่อสร้างใหม่ก็ต้องดำเนินการให้ถูกต้อง เพื่อให้เกิดมาตรฐานความปลอดภัยมากที่สุด และปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ ผู้รับเหมาจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ทั้งการซ่อมแซมและออกค่าใช้จ่าย ทั้งหมด เพราะขณะนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นโครงการ ยังไม่มีการตรวจรับงาน และหากโครงการต้องล่าช้าออกไป ก็จะมีการลงโทษหรือปรับผู้รับเหมาตามสัญญาด้วย


24 มิถุนายน 2549 เวลา 18:10:49
จาก กรุงเทพธุรกิจ

คงศักดิ์ยัน ทำประชาพิจารณ์สุวรรณภูมิมหานครแล้ว

พล.อ.อ.คงศักดิ์ วันทนา รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวกรณีที่ นายวิษณุ เครืองาม รักษาการรองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า กระทรวงมหาดไทยยังไม่ทำประชาพิจารณ์เรื่องสุวรรณภูมิมหานคร ว่า กระทรวงมหาดไทยเคยทำประชาพิจารณ์ไปแล้ว 1 ครั้ง ผ่านรูปแบบของเว็บไซต์ รวมทั้งได้สอบถามประชาชนตามแบบของกระทรวงมหาดไทย ทั้งที่ยังไม่แน่ใจว่าโครงการนี้จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ดังนั้นงบประมาณในการทำประชาพิจารณ์และดำเนินการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องอยู่ในขีดที่จำกัดตามขอบเขตของกระทรวงมหาดไทย แต่กว่า พ.ร.บ.สุวรรณภูมิมหานคร จะผ่านสภาฯ คงต้องใช้เวลาอีกนาน เพราะต้องมีคณะกรรมาธิการเข้ามาศึกษารายละเอียดอย่างรอบคอบ ส่วนผลจะออกมาเป็นอย่างไรก็ขึ้นกับสภาฯ เป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบ

ส่วนที่มีการวิจารณ์การสร้างสนามบินสุวรรณภูมิขัดต่อกฎกระทรวง ในเรื่องการพัฒนาพื้นที่และการสร้างตึกสูงนั้นพล.อ.อ.คงศักดิ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนเองเข้าไปเกี่ยวข้องโดยตรงในฐานะผู้ชำนาญการเรื่องสนามบินและการจัดสร้างสนามบิน เพราะกองทัพอากาศดูแลอยู่ และได้เสนอต่อคณะเจ้าหน้าที่ทำงานว่าเหตุใดจึงมีบางส่วนยื่นออกมา คือเขตลาดกระบัง และประเวศ เพราะถ้าไม่ควบคุมจะมีปัญหาเรื่องการร่อนลงของเครื่องบิน เนื่องจากเขตการขึ้น-ลงของสนามบินจะต้องผ่านเส้นทางดังกล่าว จะต้องมีการควบคุม ไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหา

ที่สนามบินดอนเมืองเองเคยมีปัญหาเครื่องบินตก เพราะร่อนลงและชนตึก เพราะฉะนั้นจะต้องมีการกำหนดพื้นที่ตั้งแต่ต้น ทั้งนี้จะต้องนำเรื่องนี้เสนอรายละเอียดต่อคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยจะถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ ประกอบกับมลภาวะด้านเสียงและผลกระทบด้านต่าง ๆ ด้วย พล.อ.อ.คงศักดิ์ กล่าว


23 มิถุนายน 2549 เวลา 22:28