"ทักษิณโชว์" เปิดสุวรรณภูมิ แผนเหนือชั้น "29 ก.ย.-5 ธ.ค."
พ. ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หวนสู่เก้าอี้ "นายกรัฐมนตรี" ไม่กี่วันก็ฟิตขอเลื่อนจัดประชุมคณะกรรมการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (กทภ.) จาก 6 มิ.ย.2549 มาเป็น 25 พ.ค.2549 แทบจะไม่เปิดโอกาสให้รัฐมนตรี หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้รับเหมา รับจ้าง ได้ตั้งตัว หากมีคำตอบอยู่ในทีว่าพร้อมประกาศเปิด "สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ" ใช้ในเชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการ
เป็น "ทักษิณโชว์" ที่เหนือชั้น เนื่องจากแนวโน้มขั้นตอนการเปิดจะเป็นแบบ "ทยอยเปิดบริการ" และมีความเป็นไปได้ว่าสุวรรณภูมิจะมีช่วง soft opening ราวเดือน ก.ย.นี้ และ grand opening จะไปบรรจบที่ "5 ธันวามหาราช"
ระหว่าง 3 เดือนเศษในการทยอยย้ายบางเที่ยวบินมาให้บริการขึ้น-ลงตามตารางบินในเส้นทาง ปกติ เพียงแต่ย้ายบางเที่ยวจากดอนเมืองมาสุวรรณภูมิ ระหว่างนั้นผู้บริหารที่เกี่ยวข้องอธิบายว่า จะถือโอกาสทดลองตรวจสอบระบบ แก้ไขความผิดพลาด ปรับปรุงความสมบูรณ์ทุกด้านให้ลงตัวก่อนถึงวันใช้งานจริงเต็มร้อย เปอร์เซ็นต์
บรรยากาศเมื่อ 25 พ.ค.2549 ประโยคแรกที่เท้าแตะโรงแรม สุวรรณภูมิ โนโวเทล แอร์พอร์ต สถานที่จัดประชุม กทภ. "พ.ต.ท.ทักษิณ" กล่าวประโยคแรกก่อนนั่งเป็นประธานหัวโต๊ะว่า ผมห่างหายจากสุวรรณภูมิไปนาน กลับมาคราวนี้ทุกอย่างดูใหม่จนแทบจำไม่ได้
จากนั้น "นายกฯทักษิณ" ก็เข้าไปนั่งอยู่ในห้องประชุม 3 ชั่วโมง กลับมารอบใหม่หลังเสร็จสิ้นการประชุมและตรวจอาคารสถานที่ทั้งคอมเพล็กซ์ ก่อนจะหันกลับมาลั่นวาจาเรียบเรียงประโยคส่งท้ายว่า "ผมเห็นรอยร้าวในอาคารแล้ว ไม่เห็นตกใจเลย สายพานลำเลียงกระเป๋าผ่านระบบเครื่องตรวจวัตถุระเบิด CTX-8000 ชั้นลอยภายในอาคารก็เหมือนกัน ผมดูแล้วมั่นใจว่าทุกอย่างจะสมบูรณ์ เปิดใช้ได้ตามที่ พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ยืนยัน คือเปิดได้ภายใน ก.ย.นี้"
พ.ต.ท.ทักษิณเดินลุยตรวจสอบกลาง ฝุ่นอย่างสนุก ระหว่างทางก็สั่งรัฐมนตรีและฝ่ายบริหารไปตลอด เมื่อถึงจุดที่ต้องหยุดดูอย่างละเอียดซึ่งถูกร้องเรียนปัญหา 4 เรื่อง คือ 1) ระบบสายพานลำเลียงกระเป๋าผ่านระบบเครื่องตรวจวัตถุระเบิด CTX รถขนถ่ายกระเป๋าไม่สามารถเปิดฝานำของลงวางได้ 2) ระบบความเย็นภายในอาคารผู้โดยสาร 3) ระบบสารสนเทศเชื่อมโยงเครือข่ายภายในสนามบิน (AIMS) และ 4) การจัดจ้างบริษัทรับจ้างให้บริการโครงการขยายย่อย (outsorce) 47 รายการ
เส้น ทางการลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรีเป้าหมายใหญ่ต้องการเข้าไปเคลียร์ "กระแสการจ้างทำโครงการเอาต์ซอร์ซ" โดยแสดงท่าทีพูดเชิงกำราบ บมจ.การบินไทย ต้นเหตุการร้องเรียนหลายปัญหา ทั้งเรื่องระบบสายพานกระเป๋า โครงการเอาต์ซอร์ซ
จังหวะแรกระหว่าง ทอท.-การบินไทย ขณะที่ "โชติศักดิ์ อาสภวิริยะ" กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) ยืนคู่อยู่กับ "พลอากาศเอกณรงค์ สังขพงษ์" รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายโครงการพิเศษสุวรรณภูมิ การบินไทย "นายกฯทักษิณ" พูดทีเล่นทีจริงให้ ทอท.เปิดช่องให้การบินไทยมีโอกาสโชว์ความสมาร์ต เพราะเป็นสายการบินแห่งชาติหน้าตาของประเทศ แต่เนื้อในแล้วการบินไทยควรเร่งทำหน้าที่ของตนเองให้ดีด้วย
จังหวะ สอง หน้าประตูทางออกอาคารผู้โดยสารชั้น 4 เสร็จจากตรวจงานเตรียมขึ้นรถกลับทำเนียบ นายกรัฐมนตรีเหลียวมาตะโกนถาม "พลเอกชัยนันท์ เจริญศิริ" เจ้าของข้อมูลพื้นสนามบินในอาคารเป็นรอยร้าวหลายจุด และงานก่อสร้างและงานระบบอาจล่าช้าต้องเลื่อนกำหนดเปิดใช้ในเชิงพาณิชย์ไป อีกอย่างน้อย 6 เดือน
นายกรัฐมนตรีถามพลเอกชัยนันท์ว่า "ท่านจะอยู่ก่อสร้างสนามบินให้เสร็จหรือเปล่า" !?
พอ เว้นวรรคเสร็จก็เติมประโยคต่อไปว่า ถ้าท่านรัฐมนตรีอยู่จะได้ให้นอนเฝ้าสนามบินอยู่ที่โรงแรม สุวรรณภูมิ โนโวเทล แอร์พอร์ต เสียเลย เพราะเปิดใช้งานได้แล้ว ก็คงจะลำบากบ้างนะ เพราะแต่ก่อนเคยนอนแต่โอเรียนเต็ล
จังหวะสาม ก่อนพ้นออกจากวงผู้บริหารสนามบินก็หันมากำชับ "โชติศักดิ์ อาสภวิริยะ" ว่าทุกเรื่องที่ตรวจดูไม่ห่วงเลยสักอย่าง เว้นเรื่องเดียวโครงการเอาต์ซอร์ซ ต้องเคลียร์ให้จบ จะใช้วิธีจัดจ้างพิเศษก็ได้ ส่วนการ "ฝึกพนักงาน" ต้องใช้วิธีเดียวกับการ "ถ่ายน้ำปลา" ทยอยนำคนที่ทำงานเป็นแบบมืออาชีพจากดอนเมืองโอนมาฝึกคนใหม่ที่สุวรรณภูมิแบบ trainer for the trainee ทำอย่างนี้กับสตาฟทุกกลุ่มจะได้ไม่มีปัญหาเรื่องบริการ ตบท้ายว่า ก.ค.-ส.ค.ต้องเก็บรายละเอียดงานให้เสร็จ ก.ย.ก็เริ่มทดลองได้เลย
สำหรับ กลยุทธ์การทยอยเปิดสุวรรณภูมิใช้ในเชิงพาณิชย์นั้น ประเมินสถานการณ์กันว่า "นายกฯทักษิณ" จะใช้ฤกษ์ 29 ก.ย.2549 ซึ่งตรงกับวันแรกที่เคยประกาศใช้เมื่อปี 2548 เป็นดีเดย์ทำ soft opening โดยมอบหมายให้ "การบินไทย" แยกตารางบินเที่ยวบินในประเทศที่ให้บริการจริงอยู่บางส่วนที่สามารถทำได้ให้ ประชาสัมพันธ์กับผู้โดยสารว่า จะขอนำเที่ยวบินนั้นๆ มาลงสุวรรณภูมิ จากนั้นจะจัดรถนำไปส่งในเมือง
เมื่อทดสอบเที่ยวบินในประเทศจนรู้ผล เดือน ต.ค.ก็จะเริ่มขยายผลเที่ยวบินของการบินไทยที่ให้บริการในแถบอาเซียนย้ายจาก ดอนเมืองลงที่สุวรรณภูมิ จากนั้นให้สุ่มเลือกทำจนครบ เที่ยวบินภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิก และเที่ยวบินข้ามทวีป เพื่อนำร่องทดสอบบริการจนทุกอย่างพร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์
"พ.ต.ท.ทักษิณ" ได้โชว์ถึงความเหนือชั้นที่จะสยบทุกกระแสเชิงลบ เพื่อพิสูจน์ว่าสุดท้ายรัฐบาลมีกลยุทธ์ไปสู่เป้าหมายได้จริง
จาก กรุงเทพธุรกกิจ
29 / 5 / 49