ทอท.ปูพรมแอร์พอร์ตชุมชน"ล้านนา"8จว. ควบฮับบินเกตเวย์ค้าGMS-BIMSTEC
"ทอท." โชว์ยุทธศาสตร์ "แอร์พอร์ตชุมชน" นำร่องสนามบินล้านนา "เชียงใหม่" ฮับการบินและเกตเวย์การค้า GMS ควบ BIMSTEC หลังทุ่มทุนสร้างกว่า 2,123 ล้านบาท ผุด 3 โปรเจ็กต์ อาคารผู้โดยสารอินเตอร์หลังใหม่รับเพิ่มได้ถึง 6.5 ล้านคน รันเวย์รับเครื่องยุโรป และยกเครื่องอาคารในประเทศ
นาย โชติศักดิ์ อาสภวิริยะ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ได้จัดทำแผนปฏิบัติท่าอากาศยานชุมชนที่จะผลักดันสนามบินนานาชาติเชียงใหม่ ซึ่งอยู่ในความดูแลของ ทอท.เป็นศูนย์กลางการบินล้านนา ประตูการค้ากลุ่มอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (Greated Mekong Subregion : GMS) และเอเชียใต้ (Bungades-India-Mynmar-Sriluka-Thailand-Econic Cooperation : BIMSTEC)
โดยจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ (workshop) ระหว่าง 19-20 พ.ค.2549 ร่วมกัน 3 ฝ่าย มี ทอท. คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เอกชนและหน่วยงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ภาคเหนือตอนบน 8 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง แม่ฮ่องสอน พะเยา แพร่ น่าน ตั้งเป้าจะใช้กิจการสนามบินภูมิภาคเป็นศูนย์รวมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน ภายในกลุ่มจังหวัดคัสเตอร์ และประเทศในแถบอนุภูมิภาคซึ่งสามารถนำโครงข่ายคมนาคมการบินเชื่อมโยงเข้าหา กัน
ร.ท.สุธารา ห่วงสุวรรณ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ ทอท.กล่าวว่า ได้จัดทำงบประมาณ 3 ปี ระหว่างปี 2547-2550 เร่งลงทุน 2,123 ล้านบาท รวม 14 โครงการ ตามแผนพัฒนาสนามบินเชียงใหม่สู่ความเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาค ซึ่งจะรองรับผู้โดยสารเพิ่มเป็น 2 เท่า จาก ปัจจุบันรับได้ปีละ 3.2 ล้านคน เมื่อแผนฯแล้วเสร็จช่วงปลาย ก.ย.2549 นี้จะรับผู้โดยสารได้ทั้งหมดปีละ 6.5 ล้านคน
โดยสร้างใหม่ 3 โครงการ ประกอบด้วย 1) อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศหลังใหม่มูลค่าการลงทุน 560 ล้านบาท 2) ขยายทางวิ่งเครื่องบิน (runway) เพิ่มอีก 300 เมตร จาก 3,100 เมตร เป็น 3,400 เมตร สามารถรองรับเครื่องบินจากสหภาพยุโรปที่จะมาใช้บริการขึ้น-ลงได้ 3) จะเริ่มปรับปรุงอาคารผู้โดยสารหลังเก่าด้วยทุน 200 ล้านบาท ดำเนินการระหว่าง พ.ย.2549-ก.พ.2550 เดิมใช้บริการเป็นทั้งอาคารในประเทศและต่างประเทศ เมื่อแล้วเสร็จจะเป็นอาคารในประเทศเพียงอย่างเดียว
"อาคารผู้โดยสาร ระหว่างประเทศหลังใหม่จะแล้วเสร็จภายใน ก.ย.นี้ รับบริการงานแรกมหกรรมพืชสวนโลก 2006 ซึ่งเชียงใหม่เป็นเจ้าภาพจัดไปจนถึงปี 2550 ส่วนสายการบินที่ใช้บริการขณะนี้มี 6 สาย จำนวนเที่ยวบินขึ้น-ลงประมาณ 70 เที่ยว/วัน หรือ 488 เที่ยว/สัปดาห์ มีทั้งเที่ยวบินในประเทศและต่างประเทศไปยังลาว จีน ไต้หวัน สิงคโปร์ และเที่ยวบินเช่าเหมาจากเกาหลี
"อัตราการเติบโตของผู้โดยสารตลอด 2 ไตรมาสแรก 1 ต.ค.2548-31 มี.ค.2549 เพิ่มขึ้น 13% ขณะที่ปริมาณเที่ยวบินเพิ่ม 8% เป็นผลมาจากจำนวนสายการบินกลุ่มโลว์คอสต์แอร์ไลน์มีมากขึ้น" นายสุธารากล่าว
วันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2549
จาก ประชาชาติธุรกิจ