สายการบินต่างชาติเมินไทย ชี้สนามบินใหม่คิดค่าธรรมเนียมสูงเกินเหตุ
นาย ทนง พิทยะ รมว.คลัง ได้แสดงความห่วงใยเรื่องของค่าธรรมเนียมการขึ้นลงของเครื่องบิน (แลนดิ้ง ฟี) ของสนามบินสุวรรณภูมิ ที่มีอัตราสูงเกินกว่าสนามบินในระดับเดียวกันในภูมิภาคนี้
ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า นายทนงได้ห่วงใยในเรื่องดังกล่าวหลังจากพบว่าขณะนี้ถึงกำหนดที่สนามบิน สุวรรณภูมิเริ่มดำเนินการทดสอบการบิน เพื่อเปิดใช้บางส่วนได้แล้ว แต่ปรากฏว่าสายการบินขนาดใหญ่หลายสาย หลายบริษัทยังไม่ตอบรับเข้ามาเพื่อเลือกสถานที่สำหรับตั้งเคาน์เตอร์จำหน่าย บัตรโดยสารของสายการบินตัวเอง ทั้งๆที่เป็นเรื่องต้องรีบดำเนินการ คงปล่อยให้การบินไทยเพียงสายการบินเดียวเข้าไปดำเนินการดังกล่าว โดยต้องเสียค่าแลนดิ้ง ฟี สูงถึง 3,000 ล้านบาท จากที่เคยจ่ายเพียง 1,000 ล้านบาท
ขณะ เดียวกันมีรายงานด้วยว่า สายการบินแอร์ ฟรานซ์ กำลังสนใจไปใช้สนามบินเวียดนาม ซึ่งมีการลงทุนขยายและปรับปรุงสนามบินด้วยเม็ดเงินจำนวนมาก ซึ่งนายทนงเคยแจ้งเรื่องดังกล่าวให้กระทรวงคมนาคมและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยว ข้องกับสนามบินสุวรรณภูมิหลายครั้ง ว่า ประเทศไทยเรามีเพียงสนามบินที่สามารถหารายได้มหาศาลให้กับประเทศได้ เพราะประเทศไทยไม่มีท่าเรือหรือการขนส่งทางเรือเทียบเท่าประเทศอื่นๆ จึงจำเป็นต้องคิดถึงผลตอบแทนทางเศรษฐกิจที่สูงจากการที่มีสนามบิน และต้องคำนึงถึงความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจเป็นสำคัญ เนื่องจากขณะนี้มีสนามบินคู่แข่งที่น่ากลัว โดยเฉพาะเวียดนาม สิงคโปร์ ดูไบ มาเลเซีย จึงอาจทำให้ไทยสูญเสียเป้าหมายการเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาคนี้ไปได้
แม้ว่าขณะนี้สถานการณ์ดูจะเหมือนต่างชาติกำลังเข้ามาให้ความสำคัญกับหุ้น AOT ของ บมจ.ท่าอากาศยานไทย หรือ ทอท.เป็นจำนวนมาก แต่ในระยะยาวถ้าไม่สามารถแสดงให้เห็นว่าสนามบินสุวรรณภูมิจะสร้างรายได้ มหาศาลได้ ความน่าสนใจของหุ้นดังกล่าวก็คงจะหมดไปด้วย
นาย สุนทร สุรี ผู้จัดการทั่วไป สายการบินเอมิเรตส์ ในฐานะบอร์ดบริหาร ตัวแทนสายการบินนานาชาติไทย (บาร์) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 17 พ.ค.2549 นายโชติศักดิ์ อาสภวิริยะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ทอท. ได้หารือกับผู้บริหารสายการบินสมาชิกบาร์กว่า 34 ราย เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการแก้ปัญหาก่อนการเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิ มีประเด็นหลักคือเรื่องของค่าธรรมเนียมการขึ้นลงของเครื่องบิน (แลนดิ้ง ฟี) ที่สายการบินต่างชาติได้เสนอให้ ทอท.พิจารณาค่าใช้จ่ายการใช้สนามบินโดยทำเป็นแพ็กเกจราคาเดียว แทนที่จะแยกเก็บค่าธรรมเนียมเป็นแต่ละรายหน่วยงานที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน คือ ทอท.เก็บค่าแลนดิ้งฟี, บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย (บวท.) เก็บค่านำร่องอากาศยาน, ตม.เก็บค่าโอที, ศุลกากรเก็บค่าบริการทั่วไป ซึ่ง เมื่อรวมรายจ่ายต่างๆแล้ว ทำให้มีค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมดสูงกว่าประเทศอื่นๆมาก แม้จะยอมรับว่าค่าแลนดิ้งฟีของไทยถูกกว่าประเทศอื่น แต่เมื่อรวมทุกอย่างจะแพงกว่า ซึ่งเรียกว่า “ยูชเซอร์ ชาร์จ”
ทั้ง นี้ ระหว่างการหารือร่วมกัน ทอท.ยืนยันว่าจะตั้งคณะทำงาน 24 ชั่วโมง เพื่อให้สายการบินบอกถึงปัญหาและสิ่งที่ต้องการ โดย ทอท.จะตอบคำถามทันทีผ่านอีเมล์ และ ทอท.รับปากที่จะนำปัญหาค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บแยกหมวดไปหารือกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำราคาออกมาเป็นแพ็กเกจเดียวตามข้อตกลง ภายในเดือน ต.ค.นี้ โดยทาง ทอท.จะแจ้งผลให้ทราบพร้อมทั้งรายงานการเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิให้ชัดเจน ว่าจะเป็นเดือนใด เมื่อใด อีกครั้งหนึ่ง
นายโชติศักดิ์กล่าวว่า ทอท.ได้ประกาศค่าธรรมเนียมแลนดิ้งฟี ที่ จะใช้ในสนามบินสุวรรณภูมิ เริ่มในวันที่ 1 ก.พ.2550 ซึ่งทุกสายการบินก็รับรู้ไปทั้งหมดแล้ว โดยมีการเปรียบเทียบแล้วว่าค่าแลนดิ้งฟีของไทยถูกกว่าเวียดนาม ฮ่องกง สิงคโปร์ กัมพูชา แต่แพงกว่ามาเลเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีคนเดินทางเข้าไปน้อย อย่างไร ก็ตาม ทอท.จะพยายามอย่างเต็มที่ที่จะหารือกับทุกหน่วยงานในการทำราคาค่าธรรมเนียม สนามบินให้เป็นแพ็กเกจราคาเดียว เนื่องจากขณะนี้อยู่ระหว่างการแก้ไข พ.ร.บ.เดินอากาศไทย 2497 ในขั้นตอนที่คณะกรรมการกฤษฎีกากำลังพิจารณา โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับการรวมค่าแลนดิ้งฟีเข้าเป็นแพ็กเกจราคาเดียว สำหรับสายการบินไทย ซึ่งเป็นสายการบินแห่งชาติ ทอท .ก็พร้อมที่จะสนับสนุนการคิดค่าบริการอย่างเสมอภาค โดยอาจจะลดราคาให้ได้บ้าง เนื่องจากมีปริมาณเที่ยวบินและความถี่ในการใช้บริการสนามบินมากกว่าสายการ บินทั่วไป และการลดราคาให้ก็เป็นไปตามกลไกตลาดตามปกติ.
วันศุกร์ ที่ 19 พฤษภาคม 2549
จากไทยรัฐ