"เพ้ง"ลั่นแผนเด็ดปิดดอนเมือง1ปี บินไทยค้านโลคอสต์แอร์พอร์ต
วันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 3792 (2992)
"เพ้ง"ลั่นแผนเด็ดปิดดอนเมือง1ปี บินไทยค้านโลคอสต์แอร์พอร์ต
"ดอนเมือง" ลงตัว "รมว.เพ้ง" ประกาศนโยบายใช้สนามบินเดียว single airport เปิดสุวรรณภูมิปุ๊บปิดใช้ดอนเมืองทันที 1 ปี เพื่อเร่งปรับปรุงและลงทุนรอแบ่งผู้โดยสารหลังรัฐบาลรัดเข็มขัดยุติการสร้าง สุวรรณภูมิเฟส 2 ส่วน "สตาฟ-สหภาพ" บินไทยดับเครื่องชนบอร์ดและฝ่ายบริหารภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ ตั้งทีมล้มแผนย้ายสนามบินและเอื้องหลวงแอร์ไลน์
นาย พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ในฐานะกำกับดูแล บมจ.ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) หลังจากมอบหมายคณะทำงานสรุปแผนการใช้สนามบินนานาชาติกรุงเทพฯ (ปัจจุบันคือดอนเมือง) ล่าสุดได้ข้อยุติว่า ทันทีที่ประเทศไทยเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิ ทุกสายการบินและธุรกิจทั้งหมด จะต้องขนย้ายพนักงานและสายการบินไปทำธุรกิจยังสนามบินแห่งใหม่ ขณะเดียวกันก็จะปิดใช้ดอนเมืองประมาณ 1 ปี ระหว่างนั้นจะดำเนินการปรับและลงทุนให้สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการที่วางไว้ 2 เรื่องใหญ่
เรื่อง 1 รองรับปริมาณเที่ยวบินและผู้โดยสารที่ล้นจากสุวรรณภูมิ เพราะตามนโยบายรัฐบาลได้ยุติการก่อสร้างสุวรรณภูมิเฟส 2 มูลค่า 36,000 ล้านบาทไว้ ดังนั้นฝ่ายบริหาร ทอท.ซึ่งเสนอจะบริหารดอนเมืองต่อไป ต้องใช้เวลาในช่วงปิด 1 ปี จัดทำแผนงานที่จะแบ่งปริมาณจราจรทางอากาศบางส่วนไว้ที่ดอนเมือง โดยให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้บริการของผู้โดยสาร และความต้องการของสายการบิน เรื่อง 2 วางรูปแบบการจัดการกิจกรรมเชิงพาณิชย์อื่นเพื่อสร้างรายได้เพิ่ม จากอาคารผู้โดยสาร และพื้นที่ทั้งหมด
คณะกรรมการสหภาพแรงงาน รัฐวิสาหกิจ บมจ.การบินไทยรายงานว่าภายในปลายเดือนพฤษภาคมและต้นเดือนมิถุนายนนี้ พนักงานภาคสนามจะรวมตัวกันชุมนุมเรียกร้องบอร์ด และฝ่ายบริหาร พนักงานการบินไทยในดอนเมืองจะปักหลักทำงานอยู่ที่นี่ ทุกคนจะพร้อมใจกันไม่ย้ายคนเข้าไปทำงาน ณ สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ หาก กระทรวงคมนาคมไม่ยกเลิกนโยบายจะเปิดใช้สนามบินนานาชาติกรุงเทพฯควบคู่กัน (twin airport) 2 แห่ง ดอนเมืองและสุวรรณภูมิ ตามที่กระทรวงคมนาคมระบุว่าจะให้มีเที่ยวบินพาณิชย์ตารางบินประจำขึ้น-ลงได้ ทั้ง 2 สนามบิน
ซึ่งในการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) เมื่อ 10 พฤษภาคม 2549 พนักงานติดตามความเคลื่อนไหวว่าบอร์ดจะสรุป 2 เรื่องที่นำมาผูกกันอย่างไร คือ เปิดใช้ดอนเมือง พร้อมกับการลงทุนตั้งสายการบินใหม่ เอื้องหลวงแอร์ไลน์
มีรายงานว่า นายศุภรัตน์ ควัฒน์กุล ปลัดกระทรวงการคลัง รองประธานบอร์ดยืนยันทุกครั้งว่า ในฐานะตัวแทนกระทรวงการคลังผู้ถือหุ้นใหญ่การบินไทย มีความเห็นค้านเรื่องการลงทุนทำเอื้องหลวงแอร์ไลน์ เพราะสถานการณ์ไม่เหมาะสมและขาดความเป็นไปได้ที่จะย้อนธุรกิจไปสู่ยุคเก่า
นาย สมใจนึก เองตระกูล บอร์ดการบินไทยกล่าวว่า ระหว่างการประชุมบอร์ดเพียงแต่รับฟังว่า การจัดตั้งเอื้องหลวงแอร์ไลน์เป็นแนวคิดของ นายวันชัย ศารทูลทัต และกัปตันอภินันทน์ สุมนะเศรณี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (DD) คนใหม่ ซึ่งจะต้องไปดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ให้ชัดเจน
ส่วนผลการ ดำเนินงาน 3 ไตรมาสปี 2549 ระหว่างตุลาคม 2548-มีนาคม 2549 ปี 2549/2550 การบินไทยมีกำไรสูงกว่า 1 หมื่นล้านบาท โดยเฉพาะช่วงนอกฤดูเดินทาง หรือ low season เมษายน-พฤษภาคมนี้ มีอัตราการบรรทุกเฉลี่ยเกิน 76% สูงกว่าปีที่ผ่านมาถึง 6% สะท้อนถึงรายได้ปีนี้จะถึงเป้าหมาย 1.69 แสนล้านบาท
คณะกรรมการสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บมจ. การบินไทย รายงานว่า พนักงานภาคปฏิบัติการสนามบินประจำดอนเมืองมีมากกว่า 12,000 คน เกินกว่า 80% เห็นพ้องกันที่จะไม่ย้ายไปทำงานยังสนามบินสุวรรณภูมิ จากกระแสหลัก 3 ปัจจัย คือ
1) ขาดความเชื่อมั่นต่อความไม่ชัดเจนของรัฐบาล ที่กำลังจะปรับดอนเมืองเป็นสนามบินโลว์คอสต์ จึงถูกตั้งข้อสังเกตว่าสายการบินทั่วไปจะได้ประโยชน์ในการแข่งขันด้วยความ เป็นธรรมอย่างเท่าเทียมจริงหรือไม่ และ/หรือ หน่วยงานใดจะ การันตี ไทย แอร์เอเชีย ของกลุ่มชินและสิงคโปร์ อาจจะเป็นสายการบินที่ได้รับผลประโยชน์สูงกว่าสายอื่น อีกทั้งเป็นคู่แข่งสำคัญของการบินไทยโดยตรงเส้นทางบินในประเทศและภาคพื้น เอเชีย ตลาดที่ทำส่วนแบ่งรายได้มากที่สุด
2) นโยบายเปิดใช้ดอนเมืองเป็นสนามบินในประเทศและภูมิภาค ได้เอื้อประโยชน์ให้คณะกรรมการ (บอร์ด) ที่มีนายวันชัย ศารทูลทัต ประธาน และ กัปตันอภินันทน์ สุมนะเศรณี นำมาเป็นข้ออ้างในการจะเสนอแผนลงทุนมูลค่ามหาศาลท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงมากมาย เพื่อจะผลักดันให้การบินไทยจัดตั้งสายการบินใหม่ขึ้นอีก 1 สาย ในชื่อ เอื้องหลวงแอร์ไลน์ หรือรอยัล ออคิด แอร์ไลน์ โดยมีเหตุผลอื่นแฝง อาทิ จะกระจายผู้บริหารระดับสูงที่ค้างสต๊อกแยกทีมไปบริหารสายการบินใหม่ ตามที่ปรากฏว่ามีโครงสร้างใหม่ที่พร้อมจะลดพนักงานลง 4,000-5,000 คน และการแยกฝูงบินอิสระโบอิ้ง 737-400 ทั้งที่ปัจจุบันก็มีจำนวนเครื่องไม่พอใช้งาน
3) การประกาศจะยุบระบบหน่วยธุรกิจการบิน (business unit : BU) 6 โครงการ ได้แก่ หน่วยธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศระหว่างประเทศและไปรษณีย์ภัณฑ์ (cargo & mail) หน่วยธุรกิจช่างและซ่อมบำรุงเครื่องยนต์เครื่องบิน หน่วยธุรกิจครัวการบิน หน่วยธุรกิจบริการภาคพื้น สวนทางกับนโยบายเมื่อ 4 ปีแรกที่รัฐบาลไทยรักไทยเข้ามาบริหารประเทศ
ขณะเดียวกันระหว่างนี้ ภายในการบินไทยยังมีกระแสการเตรียมจะเปลี่ยนแปลง "รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายการพาณิชย์" (DN) นายวสิงห์ กิตติกุล รองกรรมการฝ่ายการพาณิชย์คนปัจจุบัน จะขอลงจากตำแหน่งล่วงหน้าก่อนเกษียณ 3 เดือน ประมาณกรกฎาคม 2549 นี้ พร้อมทั้งได้เสนอให้นายวันชัยประธานบอร์ดพิจารณาแต่งตั้งนายวัลลภ พุกกะณะสุต ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายขาย (SS ปัจจุบัน) ซึ่งมีประสบการณ์การขายและตลาดมากว่า 26 ปี ได้ทำหน้าที่บริหารในตำแหน่ง DN คนต่อไป
นอกจากนี้ยังมีแรงกระเพื่อมของบรรดาผู้บริหารในฝ่ายตลาด และการขาย อาทิ นายดนุช บุนนาค นายธีรพล โชตินาภิบาล นายเสริม เพ็ญชาติ มุ่งมั่นจะให้ได้รับการเสนอชื่อแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายขาย แทน นายวัลลภ และผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายส่งเสริมตลาด แทนนายสันติ ภูริเวชคุณากรณ์ ซึ่งจะเกษียณภายในปีนี้เช่นกัน
จาก ประชาชาติธุรกิจ