"อุดม"ระดมทุนลอตใหญ่2.2พันล. แยก"วันทูโก-โอเรียนท์"เข้ามหาชน
"โอเรียนท์ไทยฯ" ใจป้ำระดมทุน 2,200 ล้านบาท แยกกิจการแอร์ไลน์ "วัน ทู โก" สู้ศึกในประเทศด้วยฝูงบิน MD-82 จำนวน 10 ลำ ดัน "โอเรียนท์ฯ" สยายปีกบินต่างประเทศ ด้วยโบอิ้ง 747-400 อีก 4 ลำ ปัดฝุ่นช่องทางขายระบบ prepaid ดึงเทรนด์บัตรพลาสติก ทิกเก็ต ทู โก และแอ็กเซส การ์ด วางขายตามร้านสะดวกซื้อ 4 แห่ง เซเว่นฯ, ไทยทิกเก็ตฯ เอ็มเปย์ และเจมาร์ท
นาย อุดม ตันติประสงค์ชัย ประธานบริหาร บริษัท โอเรียนท์ไทย แอร์ไลน์ จำกัด เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ภายใน พ.ค.นี้ได้เร่งปรับโครงสร้างบริษัทดำเนินธุรกิจการบินเพื่อเตรียมจัดทัพเข้า ตลาดหลักทรัพย์ฯให้ได้ภายในปี 2550 เปิดกลยุทธ์การแข่งขันตามระบบสากลที่มีการวางแผนอย่างรัดกุม โดยจะแยกสายการบินออกเป็น 2 บริษัท เปิดกว้างให้พันธมิตรจากสถาบันการเงิน กองทุนต่างประเทศ เข้ามาร่วมทุน ขณะนี้เฮดจ์ฟันด์ ซิตี้คอร์ป แบงก์ออฟชอร์ และนักลงทุนต่างชาติสนใจเข้ามาเจรจาด้วย
คือ บริษัท วัน ทู โก จำกัด ดูแลการให้บริการเครือข่ายเที่ยวบินระยะสั้นในประเทศและภูมิภาคอาเซียนหรือ เอเชีย ด้วยฝูงบิน MD-82 จำนวนรวม 10 ลำ มูลค่าการลงทุนใหม่จะประมาณ 2,280 ล้านบาท (60 ล้านเหรียญสหรัฐ) และบริษัท โอเรียนท์ไทย แอร์ไลน์ จำกัด จะให้บริการเที่ยวบินประจำระหว่างทวีป และเที่ยวบินเช่าเหมาทั่วไป (charterflight) ด้วยฝูงบินโบอิ้ง 747-400 จำนวน 4 ลำ พร้อมทั้งทยอยเปลี่ยนคืนฝูงบินโบอิ้ง 757-200
กลไกสำคัญจะทำเพิ่ม 2 ส่วน คือ ส่วนแรก จัดระบบตารางบินในประเทศทั้งหมด เพิ่มความถี่เส้นทางบินเก่าระหว่างกรุงเทพฯไปยังปลายทางเชียงใหม่ เพิ่มจาก 5 เป็น 6 เที่ยว/วัน ภูเก็ตเพิ่มจาก 3 เป็น 5 เที่ยว/วัน และเพิ่มจุดบินใหม่อีก 5 จังหวัด ได้แก่ นครศรีธรรมราช ตรัง กระบี่ ขอนแก่น พิษณุโลก จุดละ 2-3 เที่ยว/วัน
ส่วนที่สอง รื้อและปรับช่องทางการจำหน่ายตั๋วให้เหมาะกับสภาพตลาดและการแข่งขันของกลุ่ม โลว์คอสต์แอร์ไลน์ สร้างระบบการซื้อขายตั๋วโดยสารล่วงหน้าในราคาเดียว (flat rate) โดยนำรูปแบบโซนตามระยะทางแต่ละจังหวัดเป็นตัวกำหนดค่าโดยสาร และจะเพิ่มการขายล่วงหน้าจาก 20,000-30,000 ที่นั่ง/เดือน เป็น 60,000-80,000 ที่นั่ง/เดือน เพื่อให้ใกล้เคียงกับทั้งตลาด ซึ่งปัจจุบันมีประมาณ 120,000 ที่นั่ง/เดือน
นายอุดมกล่าวว่า ช่องทางจำหน่ายตั๋วของวัน ทู โกจะเซ็กเมนต์กลุ่มเป้าหมายชัดเจนในการจัดทำโครงการ prepaid สร้างกลยุทธ์โดยผลิตบัตรพลาสติก 2 ประเภท กระตุ้นกำลังซื้อทุกกลุ่ม ประกอบด้วย 1)บัตร Ticket To Go มีบาร์โค้ดซื้อแล้วขูดรหัสด้านหลังนำไปแลกเป็นตั๋วเดินทางได้ตลอด บัตรชนิดนี้จะนำไปวางขายในร้านสะดวกซื้อทุก แบรนด์ นำร่องในร้านค้า 4 แบรนด์แรก มีเซเว่น อีเลฟเว่น, ไทย ทิกเก็ต มาสเตอร์, M-PAY และ J-MART ทั่วประเทศมีเครือข่ายหน้าร้านมากกว่า 1,000 แห่ง ระหว่างนี้กำลังเจรจากับไปรษณีย์ไทย 2)บัตร Universal Card ขอเปิดเจรจากับมหาวิทยาลัยทั่วประเทศที่สนใจจะรับสิทธิประโยชน์การเดินทาง หากเข้าร่วมโครงการ จะพิมพ์โลโก้มหาวิทยาลัยลงไป ผู้ถือหรือตัวแทนสามารถนำมาซื้อตั๋วเดินทาง 10 ใบ ฟรี 1 ใบ พุ่งเป้าขยายฐานนักศึกษา
จากนั้นจะแนะนำบัตร ATM Card ซึ่งอยู่ระหว่างหารือกับธนาคารกรุงศรีอยุธยา ผู้พัฒนาระบบให้ผู้ถือสามารถใช้บริการซื้อตั๋วผ่านเอทีเอ็มได้ทุกแห่ง ซึ่งบัตรชนิดนี้อาจจะต้องใช้เวลาอีกระยะเพื่อทำให้ระบบสมบูรณ์ใช้งานได้โดย ไม่เกิดปัญหากับทุกฝ่าย
ประธานบริหารโอเรียนท์ไทยฯกล่าวว่า ขณะนี้ได้แบ่งโซนเส้นทางบินเพื่อกำหนดค่าโดยสารออกเป็น 2 โซน คือ ภูเก็ต ราคา 1,600 บาท/เที่ยว (ค่าตั๋ว 1,250 บาท ค่าธรรมเนียมน้ำมันการบิน 350 บาท) โซน 2 หาดใหญ่ สุราษฎร์ธานี เชียงราย ราคาเดียวกัน 1,850 บาท/เที่ยว (ค่าตั๋ว 1,500 บาท ค่าธรรมเนียมน้ำมันการบิน 350 บาท)
จากประชาชาติธุรกิจ
14 พฤษภาคม 2459