"อภินันทน์" ดีดีใหม่เปิดใจ 3 ทางเลือกสู่ทางรอดการบินไทย
กัปตัน "อภินันทน์ สุมนะเศรณี" รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายปฏิบัติการ (DO) บมจ.การบินไทย ให้สัมภาษณ์พิเศษ "ประชาชาติธุรกิจ" ถึงการเตรียมความพร้อมก่อนจะก้าวขึ้นรับตำแหน่ง "กรรมการผู้อำนวยการใหญ่" (DD) วันที่ 1 พ.ค.2549 นี้ ศูนย์รวมความสนใจของสายการบินคู่แข่งทั่วเอเชีย
ใน ฐานะผู้นำสายการบินแห่งชาติ ซึ่งถูกจับตาว่าเป็น "แดนสนธยา" มีปัญหาทับซ้อนทั้งภายในและภายนอกองค์กรมายาวนานกว่า 45 ปี ขณะเดียวกันรัฐบาล "ทักษิณ 2" ก็คาดหวังไว้สูงที่จะให้เป็นองค์กรหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ต้องมีตำแหน่งบริการติด 1 ใน 3 ของเอเชีย 1 ใน 5 ของโลก ท่ามกลางมรสุมต้นทุนน้ำมัน กับ นวัตกรรมการแข่งขันเทรนด์ใหม่ทั้งโลว์คอสต์แอร์ไลน์ พรีเมี่ยมแอร์ไลน์ และบูติคแอร์ไลน์
- ว่าที่ DD เตรียมจะนำการบินไทยไปสู่เป้าหมายใดบ้าง
ผม เตรียมคอนเซ็ปต์แนวคิดพร้อมจะยกเครื่ององค์กร เพื่อสร้างความเข้มแข็งอย่างมั่นคง หรือ strength & growth for the future ไว้อย่างครอบคลุมทุกด้าน เมื่อขึ้นปีงบประมาณใหม่ ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2549 นี้ ผมวางแผนจะทำ 3 ส่วน ได้แก่ หนึ่ง เตรียมแยกฝูงบินโบอิ้ง B 737-400 จำนวน 8 ลำ มีนักบิน (กัปตัน+co-pilot) ประมาณ 100 คน เป็นอิสระมีฐานบินประจำอยู่ดอนเมือง ขานรับนโยบายรัฐบาลที่จะพัฒนาดอนเมืองเป็นสนามบินขึ้น-ลง เที่ยวบินในประเทศและภูมิภาคเอเชีย (domestic-regional) หลังจากเปิดใช้สุวรรณภูมิทำเป็นศูนย์กลางการบิน (hub) เที่ยวบินระหว่างประเทศและระหว่างทวีป
สอง จะปรับโครงสร้างองค์กรขนานใหญ่นำระบบสากลที่ใช้สูตร 3 C สร้างความชัดเจน การกำกับภารกิจงานและกระจายความรับผิดชอบโดยจะจัดให้มี chief financial organization : CFO รองประธานฝ่ายการเงิน chief operation organization : COO รองประธานฝ่ายปฏิบัติการ chief marketing organization : CMO รองประธานฝ่ายการพาณิชย์ โดยขึ้นตรงกับ chief executive organization/broad : CEO ประธานคณะกรรมการบริหาร
สาม จะจัดรูปแบบภารกิจสายการบินเป็น 3 ขา ขาแรก การบินไทย จะเป็นสายการบินบริการตลาดพรีเมี่ยมแอร์ไลน์ นกแอร์ จะขยายการลงทุนและบริการตลาดโลว์คอสต์แอร์ไลน์ ส่วนเอื้องหลวงแอร์ไลน์ หรืออาจจะเป็นชื่ออื่น จะบินเฉพาะภายในประเทศหรืออินโดจีน เที่ยวบินระยะใกล้ 1-2 ชั่วโมง เพราะต่อไปอาจจะต้องแยกบางเที่ยวบินในแต่ละวัน โดยใช้สนามบินศูนย์กลาง 2 แห่ง คือ ดอนเมืองกับสุวรรณภูมิ
ส่วนอื่นที่รองลงไปคือ การจัดทัพฝ่ายพัฒนาทรัพยากรบุคคล และฝ่ายบริหารงานทั่วไป จะต้องลดความอุ้ยอ้าย ซ้ำซ้อน ให้โครงสร้างกะทัดรัดขึ้น มีความคล่องตัวในการบริหารจัดการ
- เป้าหมายสูงสุดที่การบินไทยจะได้รับคืออะไร
ส่วน แรก การปรับผังองค์กรใหม่ ผมต้องการความรวดเร็วในการทำงาน กระจายอำนาจให้ทุกฝ่ายรับผิดชอบการสั่งงานโดยตรง ส่วนคำถามที่ว่าผมจะยุบเวทีคณะกรรมการกำกับนโยบายการประชุม (executive meeting management : EMM) ทิ้งหรือเปล่าผมขอไม่ตอบในตอนนี้
ส่วน ที่สอง การแยกฝูงบินโบอิ้ง B737-400 เป็นอิสระออกมาก็เพื่อให้เกิดความชัดเจนการประชาสัมพันธ์การเดินทางและ เที่ยวบินที่ผู้โดยสารจะใช้บริการดอนเมือง ซึ่งจะเริ่มทำทันที ในช่วงตารางบินฤดูหนาว ตั้งแต่ 28 ตุลาคม 2549 ส่วนที่สาม การลงทุนตั้งสายการบินใหม่ ยังเป็นแนวคิดอยู่ต้องรอจนกว่ารัฐบาลจะประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะนำดอน เมืองไปใช้ประโยชน์อะไรบ้าง โดยทั้ง 3 ส่วน จะต้องสัมพันธ์กับภารกิจของงานภาคปฏิบัติการทุกรูปแบบ
- แผนพัฒนาธุรกิจส่วนใดที่จะช่วยเพิ่ม productivity ได้
คง จะตอบยาก เพราะตามปกติการบินไทยใช้ดัชนีจากการบริหารการใช้เครื่องบินในชั่วโมงบิน เกลี่ยกันไป 3 จุด ในประเทศ ภาคพื้นเอเชีย และข้ามทวีป ต้องดูโปรแกรมจราจรการบิน (traffic program investment : TPI) ที่จัดไว้เป็นหลัก การแยกฝูงบินโบอิ้ง B737-400 ออกไป อาจจะไม่ได้เพิ่มโปรดักทิวิตี้ เพียงแต่เปลี่ยนฐานและแยกจำนวนเที่ยวบินให้ชัดเจน
ปัญหาที่คาดว่าจะ ตามมาแน่นอนคือ ระยะแรกผู้โดยสารอาจจะสับสนอยู่บ้างเกี่ยวกับเที่ยวบิน เช่น เชียงใหม่-กรุงเทพฯ บางเที่ยวจะลงดอนเมือง บางเที่ยวลงสุวรรณภูมิ และการลงทุนก็อาจจะเพิ่มขึ้นด้วยเมื่อต้องบริหารโดยมีฐานการบิน 2 แห่ง แต่ก็จะต้องทำเพราะเป็นนโยบายรัฐบาล
- การลงทุนฝูงบินใหม่จะเกิดขึ้นหรือไม่
ตอน นี้ตอบได้แต่เพียงทำตามแผนวิสาหกิจ 5 ปีไปก่อนจนถึงปี 2551 ตามปกติระหว่างแผนแต่ละปีก็ใช้ rolling plan เข้ามาช่วยได้ หมายถึงเป็นการปรับเพิ่มแผนลงทุนตามสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นขณะปีนั้นๆ
สิ่ง ที่ผมห่วงคือ "ความแข็งแรงมั่นคง" ของธุรกิจ เพราะมีตัวอย่างให้เห็นมาแล้วว่า สายการบินชั้นนำของโลก มีฝูงบินขนาดใหญ่มาก แต่สภาพภายในองค์กรไม่แข็งแรงทั้งการเงิน การตลาด และการจัดการ พอเจอวิกฤตก็ต้องเข้าสู่กระบวนการล้มละลาย อุตสาหกรรมนี้เห็นภาพเหล่านี้มาแล้วหลังเหตุการณ์ 11 กันยายน 2544 ล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเพิ่งจะมีสายการบินแถบอาเซียนล้มละลายเหมือนกัน
- สภาพการบินไทยคล้ายหรือว่าต่างจากแอร์ไลน์เหล่านี้
ต่าง ซิครับ ผมถึงบอกว่าการจะตั้งเป้าให้ก้าวขึ้นไปมีตำแหน่งเป็น 1 ใน 3 ของเอเชีย หรือ 1 ใน 5 ของโลก แต่จะมีประโยชน์อะไร หากสภาพองค์กรไม่แข็งแรง การจัดอันดับก็เป็นเรื่องของแต่ละกลุ่มแต่ละสถาบันก็ว่ากันไป ต่างจากการบินไทยต้องทำบ้านตัวเองให้แกร่งเพื่อยืนอยู่ในเวทีใหญ่ได้อย่าง ภาคภูมิ
การให้สัมภาษณ์อย่างออกรสของ "กัปตัน อภินันทน์" ครั้งนี้ เป็นคอนเซ็ปต์ความคิดคล้าย แอพิไทเซอร์เรียกน้ำย่อย ก่อนจะเข้าสู่เมนูหลักในเวทีการบริหารจริงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า "สนามการค้าในแดนสนธยา" ที่ยังมีตัวแปรรอรับมืออยู่อีก 26,000 ชีวิต นับเป็นเรือธงของประเทศอีกลำที่จะกำหนดชะตารัฐบาลใหม่ไทยรักไทย
วันที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2549
จากกรุงเทพธุรกิจ