"พงษ์ศักดิ์" ใช้เวที "นิวรูทเอเชีย 2006" สร้างความมั่นใจเปิดใช้สุวรรณภูมิ
รมว.คมนาคมประกาศใช้การจัดงาน “นิวรูท เอเชีย 2006” สร้างความมั่นใจการเตรียมเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิแก่ผู้ประกอบการสายการบินทั่ว โลก ขณะที่กรมการขนส่งทางอากาศมั่นใจมีเที่ยวบินเพิ่มหลังเปิดให้บริการเพิ่ม ขึ้นมากกว่าร้อยละ 10 และเตรียมออกใบอนุญาตความปลอดภัยในการทำการบินในเดือนมิถุนายนนี้ ขณะที่ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิยอมรับกำหนดการเปิดให้บริการของสนาม บินสุวรรณภูมิเป็นคำถามยอดฮิตของทุกสายการบิน
นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล
ในช่วงเช้าที่ผ่านมา นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดงานพบปะเจรจาทางธุรกิจของสายการบินและท่า อากาศยานในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ในปี 2549 หรือ นิวรูท เอเชีย 2006 ซึ่งในปีนี้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กรมการขนส่งทางอากาศ และสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดงาน
นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า การจัดประชุมครั้งนี้ซึ่งมีผู้ประกอบการสายการบินกว่า 80 แห่ง และผู้บริหารท่าอากาศยานทั่วโลกเข้าร่วม กระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะใช้โอกาสเป็นเวทีในการสร้างความ มั่นใจในศักยภาพและความพร้อมให้บริการของสนามบินสุวรรณภูมิของไทยที่กำลังจะ เปิดให้บริการ หลังจากที่สนามบินสุวรรณภูมิได้มีข่าวที่สร้างผลกระทบออกไปหลายครั้ง ซึ่งในการประชุมครั้งนี้จะเป็นการยืนยันว่าสนามบินสุวรรณภูมิจะพร้อมให้ บริการตามกำหนดระยะเวลาที่รัฐบาลตั้งเป้าหมายไว้ และจะเป็นศูนย์กลางทางการบินในภูมิภาคที่เชื่อมโยงเที่ยวบินกับทั่วโลก ซึ่งปัจจุบันท่าอากาศยานของไทยมีศักยภาพถือเป็นท่าอากาศยานที่มีสายการบินมา ใช้มากที่สุด โดยไทยจะตอกย้ำว่าสนามบินสุวรรณภูมิที่จะเปิดขึ้นนี้จะมีความพร้อมทั้งความ สะดวก ความรวดเร็วในการเดินทางราคาค่าธรรมเนียมที่ถูกกว่าสนามบินคู่แข่ง ความปลอดภัยที่ได้มาตรฐานระดับโลก โดยจะทำให้สายการบินและผู้บริหารท่าอากาศยานอื่นๆ ทั่วโลกต้องยอมรับ
ด้านนายสมชัย สวัสดีผล ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวว่า คำถามที่ผู้ประกอบการสายการบินทั่วโลกสอบถามในฐานะที่เป็นผู้กำกับดูแลการ ก่อสร้างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในช่วงที่ผ่านมา คือ สนามบินสุวรรณภูมิจะแล้วเสร็จและเปิดให้บริการเมื่อใด ซึ่งตนได้ทำการชี้แจงให้ทราบว่าความคืบหน้าในการก่อสร้างในส่วนของงานระบบ อากาศยานมีมากกว่าร้อยละ 99 และการก่อสร้างในภาพรวมทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนพฤษภาคม 2549 และหลังจากนั้นจะมีเวลาอีก 1-2 เดือน ที่รัฐบาลสามารถเลือกระยะเวลาที่เหมาะสมในการเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ได้
นายชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ อธิบดีกรมการขนส่งทางอากาศ กล่าวว่า ในส่วนของเที่ยวบินที่จะมาใช้บริการของสนามบินสุวรรณภูมิ กรมฯ มีความมั่นใจว่าจะเพิ่มปริมาณมากขึ้น หลังการเปิดให้สนามบินสุวรรณภูมิ หลังจากในแต่ละปีที่ผ่านมาการเติบโตของเที่ยวบินที่มาใช้ท่าอากาศยานกรุงเทพ มีการเติบโตอัตราร้อยละ 8 ต่อปี โดยในปี 2550 ซึ่งสนามบินสุวรรณภูมิเปิดให้บริการครบ 1 ปี เชื่อว่าจะมีการขยายตัวของเที่ยวบินไม่ต่ำกว่าร้อยละ 10 รองรับความสามารถในการเปิดศูนย์กลางทางการบินในภูมิภาค ซึ่งไทยมีความพร้อม เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยมีโครงข่ายที่เชื่อมโยงจุดบินทั่วโลกแล้วกว่า 140 จุด ซึ่ง่ถือว่าเป็นศูนย์กลางทางการบินในภูมิภาคอยู่แล้วการเปิดใช้สนามบินจึง ยิ่งจะสร้างความเชื่อมั่นในศักยภาพการบินของไทยให้มากขึ้นไปอีก
สำหรับประเด็นในการออกใบอนุญาตความปลอดภัยการทำการบินนั้น ซึ่งที่ผ่านมาองค์กรการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอซีเอโอ) ได้เข้ามาเป็นผู้ตรวจสอบร่วมกับกรมการขนส่งทางอากาศ ซึ่งการตรวจสอบจะคาดว่าจะแล้วเสร็จและสามารถออกใบอนุญาตอย่างเป็นทางการได้ ในเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งจะเป็นใบอนุญาตที่ยืนยันถึงความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจให้กับผู้ ประกอบการสายการบินทั่วโลกมั่นใจที่จะมาใช้บริการของสนามบินสุวรรณภูมิได้ อย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีการออกใบอนุญาตในเดือนมิถุนายน แต่รัฐบาลก็สามารถเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ของสนามบินสุวรรณภูมิไปได้ก่อน เนื่องจากขณะนี้สนามบินสุวรรณภูมิถือเป็นเขตทำการบินด้านพลเรือนในเชิง พาณิชย์และเป็นสนามบินศุลกากรแล้ว นับตั้งแต่มีการทดสอบสนามบินในวันที่ 29 กันยายนปีที่ผ่านมา
ด้านนายโชติศักดิ์ อาสภวิริยะ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กล่าวว่า ในปีนี้นอกจาก ทอท.จะเป็นผู้บริหารสนามบินสุวรรณภูมิที่กำลังจะเปิดเป็นท่าอากาศยานนานา ชาติแห่งใหม่ของไทย ทอท.กำลังศึกษาความเป็นไปได้ที่จะมีการรับโอนสนามบินแห่งใหม่ที่อยู่ในการ กำกับดูแลของกรมการขนส่งทางอากาศมาบริหารเพิ่มเติม อาทิ ท่าอากาศยานจังหวัดกระบี่ อุดรธานี อุบลราชธานี ขอนแก่น และพิษณุโลก ซึ่งสนามบินเหล่านี้มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว โดยการนำสนามบินใหมๆ เหล่านี้มาบริหารจะทำให้ ทอท. สามารถจัดทำแผนประชาสัมพันธ์ท่าอากาศยานทั่วประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพและ ครอบคลุมมากขึ้น ขณะเดียวกันก็จะผลักดันนโยบายที่ ทอท.วางไว้ในการทำให้สนามบินแต่ละจังหวัดเกิดประโยชน์ต่อชุมชนที่ตั้งอยู่ ทั้งในแง่การท่องเที่ยวและการขนส่งสินค้ามากขึ้น
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 10 เมษายน 2549 13:44 น.