HFlight รีวิวสายการบิน โรงแรม จองโรงแรมทั่วโลก - หน้าแรก
- กลับหน้าแรก -
หน้าแรก | จองโรงแรมที่พัก | ข่าวการบิน | Webboard | สายการบิน | กิน-เที่ยว-เดินทาง | รีวิวโรงแรม | คู่มือเที่ยวเมืองนอก | ลงโฆษณา

  
 

« March 2006 | Main | May 2006 »

April 28, 2006

โบอิ้งกำไรเพิ่ม

โบอิ้งประกาศกำไรไตรมาสแรกของปีนี้เพิ่มขึ้น 29% โดยได้แรงหนุนจากยอดขายเครื่องบินพาณิชย์ที่เฟื่องฟู และมีแนวโน้มว่ารายได้ตลอดทั้งปีจะแข็งแกร่ง

โบอิ้ง มีรายได้สุทธิในช่วงดังกล่าวอยู่ที่ 692 ล้านดอลลาร์ ซึ่งแม้กำไรจากการขายผลิตภัณฑ์ให้กับกองทัพจะลดลง แต่บริษัทก็มีรายได้จากการลงทุนเพิ่มขึ้น 12% มาอยู่ที่ 14,300 ล้านดอลลาร์


27 เมษายน 2549 เวลา 17:08:28
จาก กรุงเทพธุรกิจ

มาเลเซียแอร์คาดแผนลดงานทะลุเป้า

กัวลาลัมเปอร์ - มาเลเซีย แอร์ไลน์ สายการบินแห่งชาติของมาเลเซีย คาดว่าจะได้รับการตอบรับจากแผนลดจำหน่วนคนงานด้วยความสมัครใจรอบแรกจาก พนักงานจำนวน 3,500 คน อันเป็นส่วนหนึ่งของโครงการปรับลดกำลังคนของบริษัท เพื่อให้กลับมามีกำไร

แผนดังกล่าวประกาศไปเมื่อเดือนมีค. หลังจากสายการบินขาดทุน 350 ล้านดอลลาร์ ทำให้ตัดสินใจปลดพนักงาน 6,500 จากจำนวนทั้งหมด 23,000 คน และลดปริมาณเครื่องบินโดยสารจาก 40 ลำเหลือเพียง 21 ลำ

เลขาสหภาพแรงงานมาเลเซียน แอร์ไลน์ ซิสเต็ม เผยว่าเบื้องต้นจะมีพนักงาน 3,500 คนเข้าโครงการลาออกด้วยความสมัครใจ โดยมีแรงจูงใจเป็นเงินก้อนโต ขณะที่สายการบินต้องรอการอนุมัติเกี่ยวกับแผนนี้จากรัฐบาล


27 เมษายน 2549 เวลา 17:16:50
จาก กรุงเทพธุรกิจ

โบอิงรุกธุรกิจใหม่รีไซเคิลเครื่องบิน

แอตแลนตา - โบอิง ผู้ผลิตเครื่องบินพาณิชย์ชั้นนำของโลก มีแผนทำธุรกิจรีไซเคิลเครื่องบิน แต่จะไม่ดำเนินการด้วยตัวเอง โดยจะตั้งองค์กรด้านการค้าใหม่ ชื่อสมาคมรีไซเคิลฝูงบิน (เอเอฟอาร์เอ) ซึ่งเกิดจากการรวมตัวของบริษัทสหรัฐและยุโรป 8 แห่งที่ทำธุรกิจด้านแยกชิ้นส่วนเครื่องบิน ซ่อมแซมชิ้นส่วนเครื่องบิน และรีไซเคิลชิ้นส่วนต่างๆ

ผอ.ฝ่ายกลยุทธ์สิ่งแวดล้อมของโบอิง ระบุว่าเป้าหมายแรกคือปรับปรุงการให้บริการลูกค้า เมื่อลูกค้าต้องการกำจัดเครื่องบิน อีกทั้งบริษัทที่เข้าร่วมในองค์กรนี้ ยังจะช่วยโบอิงรีไซเคิลวัสดุเหลือใช้จากการผลิตด้วย

โบอิงยังตั้งเป้าทำให้บริษัทที่ทำงานเกี่ยวกับเครื่องบินในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการรื้อ ซ่อม และกำจัด มาทำงานร่วมกัน เพื่อรองรับกระบวนการในการรีไซเคิลทั้งหมด

ผอ.ฝ่ายการตลาดจากเอเวอร์กรีน แอร์ เซ็นเตอร์ 1 ในบริษัทที่เข้าร่วมโครงการ ย้ำว่าการตั้งเอเอฟอาร์เอเป็นการเสนอโอกาศสำหรับการจัดการรีไซเคิลชิ้นส่วน เครื่องบินใช้แล้วอย่างเหมาะสม

27 เมษายน 2549 เวลา 17:07:48
จาก กรุงเทพธุรกิจ

April 27, 2006

สายการบินแห่ขึ้นราคาค่าตั๋ว

ปารีส - แอร์ ฟรานซ์,เคแอลเอ็ม,สิงคโปร์ แอร์ไลสน์ และสายการบินอื่น พากันขึ้นราคาเซอร์ชาร์จเชื้อเพลิงสำหรับตั๋วเครื่องบินระยะไกล เท่ากับเป็นการผลักให้ผู้โดยสารรับภาระต้นทุนเชื้อเพลิงการบินที่เพิ่มขึ้น

สิงคโปร์ แอร์ไลสน์ประกาศว่าเก็บค่าตั๋วระยะไกลเพิ่มอีก 10 ดอลลาร์ ขณะแอร์ฟรานซ์จะขึ้นค่าเซอร์ชาร์จเชื้อเพลิง 7 ยูโร ซึ่งเป็นการขึ้นราคาครั้งที่ 6 นับจากเดือนพค. 2547 ทำให้ค่าเซอร์ชาร์จเชื้อเพลิงของแอร์ ฟรานซ์เพิ่มเป็น 51 ยูโร จาก 44 ยูโรสำหรับตั๋วเที่ยวเดียว

เคแอลเอ็มได้ขึ้นค่าเซอร์ชาร์จ 5 ยูโร เป็น 45 ยูโรเมื่อต้นเดือน ขณะสายการบินของยุโรปอีก 5 สายได้ขึ้นค่าเซอร์ชาร์จน้ำมันเมื่อเดือนเมย. ได้แก่ บริติช แอร์เวย์ส,ลุฟท์ฮันซ่า,สวิส,ทีเอพี และไอบีเรีย


27 เมษายน 2549 เวลา 13:30:47
จากกรุงเทพธุรกิจ

บินไทยเล็งปรับขึ้นค่าธรรมเนียมน้ำมันเร็วๆ นี้

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 27 เมษายน 2549 16:12 น.
การบินไทย เตรียมปรับขึ้นค่าธรรมเนียมน้ำมันในเร็วๆ นี้ หลังราคาน้ำมันยังปรับตัวในระดับสูง ยอมรับกรณีแอร์โฮสเตทของการบินไทย ถูกผู้โดยสารลวนลามหลีกเลี่ยงได้ยาก แต่หากมีข้อมูลก็พร้อมฟ้องร้องดำเนินคดี ด้านบางกอก แอร์เวย์ ยอมกัดฟันไม่ขึ้นค่าโดยสารช่วงนี้ แม้ราคาน้ำมันจะแพงขึ้นก็ตาม

นายสมใจนึก เองตระกูล กรรมการและปฏิบัติหน้าที่กรรมการอำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การบินไทยจะปรับขึ้นค่าธรรมเนียมน้ำมันในเร็วๆ นี้ โดยจะเลือกปรับในบางเส้นทางก่อน เนื่องจากคาดว่าราคาน้ำมันคงไม่ลดลงไปกว่านี้อีกแล้ว แต่หากลดลง การบินไทยก็จะลดค่าธรรมเนียมน้ำมันลงด้วย ส่วนปัญหาที่มีผลสำรวจพบว่าแอร์โฮสเตสการบินไทยถูกผู้โดยสารลวนลามจำนวนมาก นั้น การบินไทยมีมาตรการขึ้นบัญชีดำผู้โดยสารเหล่านั้นอยู่แล้ว พร้อมทั้งฟ้องร้องผู้โดยสารที่ทำผิดร้ายแรงต่อพนักงาน โดยล่าสุด ได้ฟ้องผู้โดยสารรายหนึ่งที่ตบลูกเรือการบินไทยที่ประเทศญี่ปุ่นแล้ว อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า ปัญหาดังกล่าวหลีกเลี่ยงได้ยาก และเกิดขึ้นได้กับทุกสายการบิน

ด้านนายปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ผู้อำนวยการใหญ่บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด ผู้บริหารสายการบินบางกอก แอร์เวย์ส กล่าวว่า บางกอก แอร์เวยส์ จะยังไม่ขึ้นค่าโดยสารในขณะนี้ แม้กำไรจะลดลง แต่จะบริหารจัดการลดต้นทุนอื่นๆ แทน เช่น การใช้เครื่องบินที่ใช้น้ำมันน้อย และนำรายได้ในฤดูกาลท่องเที่ยวมาชดเชย ซึ่งหากราคาน้ำมันตลาดโลกไม่สูงกว่า 80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล บริษัทยังรับภาระต่อไปได้

นอกจากนี้ ผู้บริหารการบินไทยยังได้ลงนามความร่วมมือกับบางกอก แอร์เวยส์ เพื่อเชื่อมเครือข่ายการบินทั้งภายในและต่างประเทศในจุดที่ต่างฝ่ายไม่มีจุด บิน เช่น เกาะสมุย และประเทศจีน ซึ่งจะทำให้ทั้งสองสายการบินแข็งแกร่งขึ้นและลดต้นทุนในภาวะน้ำมันแพง โดยมีแนวโน้มว่าจะเกิดความร่วมมือในลักษณะดังกล่าวในเส้นทางการบินอื่นๆ อีก

April 25, 2006

ไชน่าแอร์ไลน์lเปิดเที่ยวบินยูเออี

ไทเป - ไชน่า แอร์ไลน์ส สายการบินรายใหญ่สุดของไต้หวัน เตรียมเปิดเส้นทางบินระหว่างไทเปและอาบูดาบีของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) สัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน พร้อมเพิ่มจุดแวะพักที่เมืองอาบูดาบี ในเที่ยวบินระหว่างกรุงไทเป-เวียนนา เพื่อรองรับความต้องการเดินทางของนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจท้องถิ่น รวมถึงแรงงานจากฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย ทั้งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้นักธุรกิจ และนักท่องเที่ยวจากตอนกลางของยุโรป ในการเดินทางมายังตะวันออกกลางด้วย


25 เมษายน 2549 เวลา 17:30:08

April 23, 2006

"อภินันทน์" ดีดีใหม่เปิดใจ 3 ทางเลือกสู่ทางรอดการบินไทย


กัปตัน "อภินันทน์ สุมนะเศรณี" รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายปฏิบัติการ (DO) บมจ.การบินไทย ให้สัมภาษณ์พิเศษ "ประชาชาติธุรกิจ" ถึงการเตรียมความพร้อมก่อนจะก้าวขึ้นรับตำแหน่ง "กรรมการผู้อำนวยการใหญ่" (DD) วันที่ 1 พ.ค.2549 นี้ ศูนย์รวมความสนใจของสายการบินคู่แข่งทั่วเอเชีย

ใน ฐานะผู้นำสายการบินแห่งชาติ ซึ่งถูกจับตาว่าเป็น "แดนสนธยา" มีปัญหาทับซ้อนทั้งภายในและภายนอกองค์กรมายาวนานกว่า 45 ปี ขณะเดียวกันรัฐบาล "ทักษิณ 2" ก็คาดหวังไว้สูงที่จะให้เป็นองค์กรหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ต้องมีตำแหน่งบริการติด 1 ใน 3 ของเอเชีย 1 ใน 5 ของโลก ท่ามกลางมรสุมต้นทุนน้ำมัน กับ นวัตกรรมการแข่งขันเทรนด์ใหม่ทั้งโลว์คอสต์แอร์ไลน์ พรีเมี่ยมแอร์ไลน์ และบูติคแอร์ไลน์

- ว่าที่ DD เตรียมจะนำการบินไทยไปสู่เป้าหมายใดบ้าง

ผม เตรียมคอนเซ็ปต์แนวคิดพร้อมจะยกเครื่ององค์กร เพื่อสร้างความเข้มแข็งอย่างมั่นคง หรือ strength & growth for the future ไว้อย่างครอบคลุมทุกด้าน เมื่อขึ้นปีงบประมาณใหม่ ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2549 นี้ ผมวางแผนจะทำ 3 ส่วน ได้แก่ หนึ่ง เตรียมแยกฝูงบินโบอิ้ง B 737-400 จำนวน 8 ลำ มีนักบิน (กัปตัน+co-pilot) ประมาณ 100 คน เป็นอิสระมีฐานบินประจำอยู่ดอนเมือง ขานรับนโยบายรัฐบาลที่จะพัฒนาดอนเมืองเป็นสนามบินขึ้น-ลง เที่ยวบินในประเทศและภูมิภาคเอเชีย (domestic-regional) หลังจากเปิดใช้สุวรรณภูมิทำเป็นศูนย์กลางการบิน (hub) เที่ยวบินระหว่างประเทศและระหว่างทวีป

สอง จะปรับโครงสร้างองค์กรขนานใหญ่นำระบบสากลที่ใช้สูตร 3 C สร้างความชัดเจน การกำกับภารกิจงานและกระจายความรับผิดชอบโดยจะจัดให้มี chief financial organization : CFO รองประธานฝ่ายการเงิน chief operation organization : COO รองประธานฝ่ายปฏิบัติการ chief marketing organization : CMO รองประธานฝ่ายการพาณิชย์ โดยขึ้นตรงกับ chief executive organization/broad : CEO ประธานคณะกรรมการบริหาร

สาม จะจัดรูปแบบภารกิจสายการบินเป็น 3 ขา ขาแรก การบินไทย จะเป็นสายการบินบริการตลาดพรีเมี่ยมแอร์ไลน์ นกแอร์ จะขยายการลงทุนและบริการตลาดโลว์คอสต์แอร์ไลน์ ส่วนเอื้องหลวงแอร์ไลน์ หรืออาจจะเป็นชื่ออื่น จะบินเฉพาะภายในประเทศหรืออินโดจีน เที่ยวบินระยะใกล้ 1-2 ชั่วโมง เพราะต่อไปอาจจะต้องแยกบางเที่ยวบินในแต่ละวัน โดยใช้สนามบินศูนย์กลาง 2 แห่ง คือ ดอนเมืองกับสุวรรณภูมิ

ส่วนอื่นที่รองลงไปคือ การจัดทัพฝ่ายพัฒนาทรัพยากรบุคคล และฝ่ายบริหารงานทั่วไป จะต้องลดความอุ้ยอ้าย ซ้ำซ้อน ให้โครงสร้างกะทัดรัดขึ้น มีความคล่องตัวในการบริหารจัดการ

- เป้าหมายสูงสุดที่การบินไทยจะได้รับคืออะไร

ส่วน แรก การปรับผังองค์กรใหม่ ผมต้องการความรวดเร็วในการทำงาน กระจายอำนาจให้ทุกฝ่ายรับผิดชอบการสั่งงานโดยตรง ส่วนคำถามที่ว่าผมจะยุบเวทีคณะกรรมการกำกับนโยบายการประชุม (executive meeting management : EMM) ทิ้งหรือเปล่าผมขอไม่ตอบในตอนนี้

ส่วน ที่สอง การแยกฝูงบินโบอิ้ง B737-400 เป็นอิสระออกมาก็เพื่อให้เกิดความชัดเจนการประชาสัมพันธ์การเดินทางและ เที่ยวบินที่ผู้โดยสารจะใช้บริการดอนเมือง ซึ่งจะเริ่มทำทันที ในช่วงตารางบินฤดูหนาว ตั้งแต่ 28 ตุลาคม 2549 ส่วนที่สาม การลงทุนตั้งสายการบินใหม่ ยังเป็นแนวคิดอยู่ต้องรอจนกว่ารัฐบาลจะประกาศอย่างเป็นทางการว่าจะนำดอน เมืองไปใช้ประโยชน์อะไรบ้าง โดยทั้ง 3 ส่วน จะต้องสัมพันธ์กับภารกิจของงานภาคปฏิบัติการทุกรูปแบบ

- แผนพัฒนาธุรกิจส่วนใดที่จะช่วยเพิ่ม productivity ได้

คง จะตอบยาก เพราะตามปกติการบินไทยใช้ดัชนีจากการบริหารการใช้เครื่องบินในชั่วโมงบิน เกลี่ยกันไป 3 จุด ในประเทศ ภาคพื้นเอเชีย และข้ามทวีป ต้องดูโปรแกรมจราจรการบิน (traffic program investment : TPI) ที่จัดไว้เป็นหลัก การแยกฝูงบินโบอิ้ง B737-400 ออกไป อาจจะไม่ได้เพิ่มโปรดักทิวิตี้ เพียงแต่เปลี่ยนฐานและแยกจำนวนเที่ยวบินให้ชัดเจน

ปัญหาที่คาดว่าจะ ตามมาแน่นอนคือ ระยะแรกผู้โดยสารอาจจะสับสนอยู่บ้างเกี่ยวกับเที่ยวบิน เช่น เชียงใหม่-กรุงเทพฯ บางเที่ยวจะลงดอนเมือง บางเที่ยวลงสุวรรณภูมิ และการลงทุนก็อาจจะเพิ่มขึ้นด้วยเมื่อต้องบริหารโดยมีฐานการบิน 2 แห่ง แต่ก็จะต้องทำเพราะเป็นนโยบายรัฐบาล

- การลงทุนฝูงบินใหม่จะเกิดขึ้นหรือไม่

ตอน นี้ตอบได้แต่เพียงทำตามแผนวิสาหกิจ 5 ปีไปก่อนจนถึงปี 2551 ตามปกติระหว่างแผนแต่ละปีก็ใช้ rolling plan เข้ามาช่วยได้ หมายถึงเป็นการปรับเพิ่มแผนลงทุนตามสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นขณะปีนั้นๆ

สิ่ง ที่ผมห่วงคือ "ความแข็งแรงมั่นคง" ของธุรกิจ เพราะมีตัวอย่างให้เห็นมาแล้วว่า สายการบินชั้นนำของโลก มีฝูงบินขนาดใหญ่มาก แต่สภาพภายในองค์กรไม่แข็งแรงทั้งการเงิน การตลาด และการจัดการ พอเจอวิกฤตก็ต้องเข้าสู่กระบวนการล้มละลาย อุตสาหกรรมนี้เห็นภาพเหล่านี้มาแล้วหลังเหตุการณ์ 11 กันยายน 2544 ล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเพิ่งจะมีสายการบินแถบอาเซียนล้มละลายเหมือนกัน

- สภาพการบินไทยคล้ายหรือว่าต่างจากแอร์ไลน์เหล่านี้

ต่าง ซิครับ ผมถึงบอกว่าการจะตั้งเป้าให้ก้าวขึ้นไปมีตำแหน่งเป็น 1 ใน 3 ของเอเชีย หรือ 1 ใน 5 ของโลก แต่จะมีประโยชน์อะไร หากสภาพองค์กรไม่แข็งแรง การจัดอันดับก็เป็นเรื่องของแต่ละกลุ่มแต่ละสถาบันก็ว่ากันไป ต่างจากการบินไทยต้องทำบ้านตัวเองให้แกร่งเพื่อยืนอยู่ในเวทีใหญ่ได้อย่าง ภาคภูมิ

การให้สัมภาษณ์อย่างออกรสของ "กัปตัน อภินันทน์" ครั้งนี้ เป็นคอนเซ็ปต์ความคิดคล้าย แอพิไทเซอร์เรียกน้ำย่อย ก่อนจะเข้าสู่เมนูหลักในเวทีการบริหารจริงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า "สนามการค้าในแดนสนธยา" ที่ยังมีตัวแปรรอรับมืออยู่อีก 26,000 ชีวิต นับเป็นเรือธงของประเทศอีกลำที่จะกำหนดชะตารัฐบาลใหม่ไทยรักไทย

วันที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2549
จากกรุงเทพธุรกิจ

April 22, 2006

กาต้าร์ตั้งเป้าฮับเอเชียสู่ยุโรป ทุ่ม5พันล้านดอลล์เพิ่มฝูงบิน

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 22 เมษายน 2549 08:16 น.
สายการบินกา ตาร์ยาหอมประเทศไทยยุทธศาสตร์สำคัญชูเป็นฮับเอเชีย วางแผนเพิ่มเที่ยวบินจาก 10 เที่ยวเป็น 14 เที่ยวต่อสัปดาห์ในเดือนมิถุนายนนี้ เผยเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของโลกมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง สั่งซื้อเครื่องบินอีก 34 ลำเป็นเม็ดเงินกว่า 5,100 ล้านดอลลาร์ หวังเพิ่มฝูงบินอีกหนึ่งเท่าตัว พร้อมดันกาตาร์ขึ้นเป็นฮับ กระจายนักท่องเที่ยวเข้ายุโรป เผยน้ำมันแพงกระทบธุรกิจเช่นกัน แม้จะเป็นสายการบินในประเทศผู้ค้าน้ำมัน ส่งผลสัดส่วนกำไรลดลง

นายมาร์วาน โคลอยลัต ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายปฏิบัติการเชิงพาณิชย์ ประจำภาคพื้นตะวันออกไกลและออสเตรเลีย สายการบินกาตาร์ ประเทศสาธารณรัฐกาตาร์ เปิดเผยว่า การเติบโตของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวทั่วโลกส่งผลให้ธุรกิจการบินได้เติบ โตไปในทิศทางเดียวกัน ดังนั้นสายการบินกาตาร์ จึงเตรียมแผนขยายธุรกิจด้วยการเพิ่มเที่ยวบินและขยายฝูงบิน โดยมีเป้าหมายในอีก 10 ข้างหน้าหรือประมาณปี 2558 จะเพิ่มฝูงบินเป็น 3 เท่า หรือ 110 ลำ ซึ่งในแผนระยะใกล้ได้สั่งซื้อเครื่องบินแอร์บัสอีก 34 ลำ รวมมูลค่า 5,100 ล้านดอลลาร์ จะทำให้สายการบินกาตาร์มีเครื่องบินเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเท่าตัว จากปัจจุบันที่มีเครื่องบินแอร์บัสอยู่แล้ว 39 ลำ

สำหรับประเทศไทย สายการบินกาตาร์ได้ให้ความสำคัญ เพราะถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่กาตาร์จะใช้เป็นฮับ เพื่อบุกตลาดในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อส่งต่อผู้โดยสารเข้าไปยังประเทศตะวันออกไกล และยุโรป โดยในเดือนมิถุนายนนี้ บริษัทฯได้เตรียมเพิ่มเที่ยวบิน กรุงเทพฯ-โดฮา เป็น 14 เที่ยวต่อสัปดาห์ จากปัจจุบันที่บินอยู่ 10 เที่ยวต่อสัปดาห์

ทั้งนี้เพราะพบว่า ความต้องการเดินทางของลูกค้าทั้งจากกาตาร์มาประเทศไทย และจากประเทศไทยไปกาตาร์ เพิ่มจำนวนสูงขึ้นมาก และมีกาตาร์บินเพียงสายการบินเดียว ตั้งเป้าหมายว่า ในปีนี้ อัตราเดินทางของผู้โดยสารคนไทยไปโดฮา ซึ่งเป็นเมืองหลวงของสาธารณรัฐกาตาร์ จะเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างน้อย 45% ซึ่งปีนี้กาตาร์ตั้งเป้าหมายว่าจะขนผู้โดยสารจากทั่วโลกตลอดทั้งปีได้ถึง 8 ล้านคน เติบโตจากปีก่อนเกือบ 50% โดยขนผู้โดยสารได้ราว 6 ล้านคน

“การเพิ่มเที่ยวบินของกาตาร์ที่จะมีขึ้นในเดือนมิถุนายนนี้ เราคำนวนจากดีมานด์ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งแม้ว่าสนามบินสุวรรณภูมิจะพร้อมเปิดให้บริการหรือไม่ก็ตาม ยอมรับว่าเมื่อ 2-3 ปีก่อน ประเทศไทย เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวกลุ่มยุโรปและตะวันออกกลาง ที่ชอบเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยเพียงฝ่ายเดียวแต่ปัจจุบันนี้กลับเป็น ว่ามีการเดินทางท่องเที่ยวระหว่างกันทั้งสองฝ่าย โดยคนไทยเดินทางไปท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังเป็นจุดต่อเครื่องบินเข้ายุโรปด้วย”

จุดประสงค์ของกาตาร์ ต้องการเป็นฮับ กระจายนักท่องเที่ยวจากเอเชีย ออกไปยังประเทศในกลุ่มยุโรป และประเทศอื่นๆทั่วโลก เช่น ลอนดอน มอสโคว์ แมนเชสเตอร์ และมิวนิค เป็นต้น ปัจจุบันกาตาร์ให้บริการเที่ยวบินจากเมืองโดฮา ไปยังประเทศต่างๆกว่า 70 จุดหมายปลายทาง(เดสติเนชั่น) จุดเด่นคือเรื่องการให้บริการแก่ลูกค้าแบบประทับใจ ซึ่งกาตาร์เป็น 1 ใน 4 สายการบินของโลก ที่ได้รับรางวัล 5 ดาว ด้านการให้บริการยอดเยี่ยมจากสกายแทร็ค(Skytrax) ซึ่งเป็นสำนักตรวจสอบคุณภาพอิสระของอุตสาหกรรมการบิน

อย่างไรก็ตามเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าผู้ใช้บริการ กาตาร์ได้เปิดสำนักงานสาขาแห่งใหม่ ที่อาคารเพลินจิต เซ็นเตอร์ ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมือง เพราะลูกค้าจะได้พำนักและติดต่อธุรกิจในย่านใจกลางกรุงเทพได้มากยิ่งขึ้น

นายมาร์วาน กล่าวว่า สำหรับปัญหาราคาน้ำมันปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กาตาร์ แม้จะเป็นสายการบินของประเทศผู้ค้าน้ำมันก็ตม แต่ก็ต้องทนแบกรับต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน เพราะรัฐบาลกาตาร์ก็ไม่ได้เข้ามาช่วยในเรื่องนี้ ทำให้ธุรกิจมีสัดส่วนกำไรลดลง ส่วนค่าธรรมเนียมน้ำมัน ในเส้นทาง กรุงเทพฯ-โดฮา เก็บค่าธรรมเนียมน้ำมันอยู่ที่ 90 ดอลลาร์ในเที่ยวไป-กลับ

จับตา!!ทอ.คัมแบ็กปั้นดีดีบินไทย "อภินันทน์-ศุภชัย"ฮึดสู้ยกสุดท้าย


ทอ.คัมแบ็กการบินไทยเปิดสงครามตัวแทนหนุน "ดีดี" 2 ขั้ว "อภินันทน์-ศุภชัย" 24 ชั่วโมงก่อนรู้ผลต่างฝ่ายห้ำหั่นกันสนั่นเมือง หลังสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจบี้ "วันชัย ศารทูลทัต" คลี่ปมคาใจสต๊าฟ 3 ปัญหา "เงินเดือน-ดีดี-ใช้เงินตัดเครื่องแบบ"

ผู้สื่อข่าว รายงานว่า แนวทางการลดแรงกดดันภายใน บมจ.การบินไทย ระหว่างคณะกรรมการ (บอร์ด) กับพนักงานซึ่งร้องทุกข์ผ่านตัวแทนกรรม การสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทย ให้นายวันชัย ศารทูลทัต ประธานบอร์ด ร่วมกับกรรมการทั้งชุด เร่งคลี่คลายปัญหาที่สะสมมาเกือบปี และทำท่าจะอึมครึมต่อไปในประเด็นหลัก 3 เรื่องใหญ่

1.การพิจารณาผล การสรรหากรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (DD) เข้าปฏิบัติหน้าที่แทนนายกนก อภิรดี ที่จะหมดสัญญาจ้างวันที่ 2 พ.ค.นี้ 2.การพิจารณาขึ้นเงินเดือนพนักงาน 5% ตามที่มติคณะรัฐมนตรีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี อนุมัติก่อนประกาศยุบสภา

3.การใช้เงินลงทุนเป็นไปอย่างโปร่งใสหรือ ไม่ ในการจัดจ้างบริษัทออกแบบและตัดเย็บเครื่องแบบพนักงานสายปฏิบัติงานภาคสนาม กว่า 7,000 คน จำนวนรวมไม่ต่ำกว่า 21,000 ชุด เมื่อดำเนินการเสร็จพนักงานส่วนใหญ่ไม่สามารถสวมใส่ชุดดังกล่าวได้ เนื่องจากตัดเย็บไม่ได้มาตรฐานตามขนาดของพนักงานแต่ละคน

มีรายงานว่า การลุกฮือของสหภาพ ทำให้ สถานการณ์ภายใน 24 ชั่วโมงของผู้เข้าชิงตำแหน่งดีดีพลิกกลับมาทำให้ผู้บริหารภายในองค์กรที่ลง สมัคร 2 ใน 4 คน คือ กัปตันอภินันทน์ สุมนะเศรณี รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายปฏิบัติการ (DO) กับ ดร.ศุภชัย ลิมปิสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการฝ่ายช่าง (DT) มีความหวังลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง จากการปะทะพลังภายในของขั้วอำนาจสนับสนุนซึ่งต้องการให้คนของแต่ละข้างขึ้น เป็นผู้นำองค์กรต่อจากนายกนก ทั้งกัปตันอภินันทน์และ ดร.ศุภชัย ต่างได้รับแรงหนุนจากผู้ใหญ่ในกองทัพอากาศ (ทอ.) ทั้งคู่ แต่เสียงเชียร์จากของกัปตันอภินันทน์ดังกว่าเล็กน้อย

สำหรับกองทัพ อากาศเดิมเคยมีบทบาทสูงมากตลอดใน บมจ.การบินไทย ตามข้อสังเกตที่เห็นได้จากดีดี 13 คนแรกล้วนมาจากแรงสนับสนุนของกองทัพอากาศแทบทั้งสิ้น เพิ่งจะมาถูกลดบทบาทสมัยนายธรรมนูญ หวั่งหลี เป็นดีดีต่อเนื่องถึง 7 ปี หลังจากนั้นตั้งแต่ปี 2544 เป็นต้นมา รัฐบาลพยายามจะนำพระราชบัญญัติคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงาน รัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2544 มาบังคับใช้สรรหาดีดี มีนายกนก อภิรดี เข้ามาตามระบบดังกล่าวเป็นคนแรก

ทั้งนี้มีกระแสว่าแคนดิเดตบางคนเสนอ คุณสมบัติพิเศษนอกรอบว่า หากได้รับการคัดเลือกเข้ามาเป็นดีดี จะควบคุมดูแลบริหารจัดการฝ่ายนักบินที่เคยออกมาเคลื่อนไหวให้อยู่ในความสงบ เรียบร้อยตลอดไป

อนาคตรัฐบาลจะได้ไม่ต้องเผชิญกับเหตุการณ์ที่ กังวลจากสภาพที่เห็นตามสายการบินนานาชาติทั่วโลก คือ นักบินที่ 1 (กัปตัน) มักจะชุมนุมประท้วงหยุดงานขอขึ้นเงินเดือนเป็นประจำ และผู้นำสายการบินก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ เนื่องจากปัจจุบันกัปตันขับเครื่องบินขาดตลาด หากไม่ทำตามเงื่อนไขหรือยืดเยื้อในแต่ละวัน รายได้ก็สูญหายไปตลอด

แหล่ง ข่าวระดับสูงจากการบินไทยยืนยันกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า เมื่อ 13 เม.ย.2549 วันสุดท้ายก่อนหยุดทำงานช่วงเทศกาลสงกรานต์ นายวันชัย นายสมใจนึก และกรรมการสรรหาดีดี ร่วมกับตัวแทนสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ หารือร่วมกันเพื่อกำหนดให้บอร์ดประกาศความชัดเจนทั้ง 3 เรื่อง ภายในไม่เกิน 18 เม.ย.นี้ ซึ่งเป็นวันเปิดทำงานวันแรกของรัฐวิสาหกิจทั่วประเทศ เพื่อระงับเหตุการณ์ก่อนจะบานปลาย เป็นปัญหาทับซ้อนผสมโรงกับปัจจัยการลงทุนภายนอกที่การบินไทยได้รับแรงกดดัน จากราคาน้ำมันเครื่องบินเพิ่มขึ้นตามตลาดโลกอีกไม่ต่ำกว่า 20%

นายสม ใจนึก เองตระกูล กรรมการบริษัทรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (88) กล่าวว่า การประชุมบอร์ดประจำเดือนเมษายน เดิมกำหนดวันที่ 17 เม.ย. เนื่องจากเป็นวันหยุดจึงเลื่อนเป็นวันที่ 18 เม.ย. ระหว่างนั้นกรรมการสรรหาดีดีกับบอร์ดร่วมหารือกันให้แล้วเสร็จ หลังจากนั้นจึงนำผลซึ่งเป็นทางเลือกที่พิจารณาแล้วว่าดีที่สุดเรื่องรายชื่อ ดีดีแจ้งให้พนักงานทั้งหมดรับทราบพร้อมกัน


วันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2549
จากประชาชาติธุรกิจ

"อภินันทน์"ขึ้นแท่นดีดีบินไทย รุกปรับองค์กรเพิ่มขีดแข่งขัน

"การบินไทย" ได้กัปตัน "อภินันทน์ สุมนะเศรณี" รับเผือกร้อนรับเก้าอี้ "ดีดี" คนใหม่ เจ้าตัวยันโชคช่วยจากเหตุบังเอิญเสนอวิสัยทัศน์ตรงใจ "ทักษิณ" เผย 1 พ.ค.ใส่เกียร์หน้าลุยสร้างความมั่นคงในบริษัท 3 ส่วน

นาย วันชัย ศารทูลทัต ประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บอร์ดมีมติอนุมัติให้กัปตันอภินันทน์ สุมนะเศรณี รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายปฏิบัติการ (DO) เข้ารับตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (DD) ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2549 แทนนายกนก อภิรดี ที่จะหมดสัญญาจ้างตามวันดังกล่าว

ผู้สื่อข่าว รายงานว่า การสรรหาดีดีครั้งนี้ใช้เวลาเกือบ 4 เดือน โดยที่บอร์ดและกรรมการสรรหาซึ่งมีนายวันชัยประธานบอร์ดเป็นประธานสรรหาชุด นี้ แต่ก็ไม่สามารถประกาศผลได้ ต้องรอจนกระทั่งสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทยและพนักงานลุกฮือออกแถลง การณ์กดดันบอร์ดให้ปฏิบัติตามระเบียบสรรหา

อีกทั้งก่อนหน้านี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยืนยันต่อสาธารณะมาตลอดว่า ขอให้บอร์ดการบินไทยเลือกคนเก่ง คนดี และมีความสามารถเข้ามาทำงาน ทำให้หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าการสรรหาดีดีการบินไทยครั้งนี้ผู้นำรัฐบาลมี ส่วนในการตัดสินใจร่วมอยู่ด้วยจึงทำให้บอร์ดต้องชะลอการประกาศผลไว้

กัปตันอภินันทน์ สุมนะเศรณี ว่าที่ดีดีคนใหม่การบินไทย ให้สัมภาษณ์หลังบอร์ดประกาศผลว่า ตนเองโชคดี ที่บังเอิญเสนอวิสัยทัศน์วันสุดท้ายเมื่อ 30 ธันวาคม 2548 ส่งให้คณะกรรมการสรรหาดีดี จากนั้นวันที่ 11 มกราคม 2549 พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ก็ประกาศนโยบาย Growth to the Future หรือการสร้างอนาคตของประเทศด้วยความมั่นคง เป็นวิสัยทัศน์เดียวกันกับที่ตนเสนอไว้ในการสมัครเป็นดีดี

ส่วนความ มั่นคงที่เตรียมจะเข้ามาบริหารจัดการ มี 3 ส่วน คือ กิจการเชิงพาณิชย์ การปฏิบัติงานทั้งหมด และการเงิน โดยไม่ได้กังวลต่อผลกระทบของปัญหาราคาน้ำมันตลาดโลกที่ปรับตัวรอบใหม่ เนื่องจากมั่นใจว่าการบินไทยวางระบบไว้เป็นอย่างดี อีกทั้งจะเข้ามาปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ให้สอดรับกับการแข่งขัน เพราะโครงสร้างการทำงานโดยรวมปัจจุบันอุ้ยอ้าย ทั้งการตัดสินใจและภารกิจความรับผิดชอบของผู้บริหารแต่ละฝ่ายจึงก่อปัญหาต่อ การแข่งขันอย่างรุนแรง

รวมทั้งจะยึดนโยบายการลงทุนตามแนวทางของ บอร์ดชุดปัจจุบัน คือ เร่งศึกษาการลงทุน จัดตั้งเอื้องหลวง แอร์ไลน์ส หากรัฐบาลมีนโยบายใช้สนามบินนานาชาติกรุงเทพฯ 2 แห่ง คือ ดอนเมือง กับสุวรรณภูมิ

โดยรูปแบบของเอื้องหลวง แอร์ไลน์ส มีความเป็นไปได้ว่าจะแบ่งฝูงบินบางส่วนจากการบินไทยไปให้บริการเที่ยวบินใน ประเทศขึ้นลงที่ดอนเมือง ส่วนสุวรรณภูมิบริการเที่ยวบินระหว่างประเทศ

สำหรับ ขั้นตอนการเข้ารับตำแหน่งดีดี ภายใน วันที่ 30 เมษายนนี้ กัปตันอภินันทน์จะต้องยื่นใบลาออกจากการเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจ เพื่อเตรียมทำสัญญาเป็นลูกจ้างตามพระราชบัญญัติมาตรฐานสรรหาพนักงาน รัฐวิสาหกิจ พ.ศ.2544 รับเงินเดือนตามอัตราใหม่ตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2549


วันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2549
จากประชาชาติธุรกิจ

April 21, 2006

นกแอร์เบรกแผนเส้นทางมาเก๊า ตัดหน้าแอร์เอเชียบินสู่บังกาลอร์

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 21 เมษายน 2549 09:48 น.
นก แอร์หลบเส้นทางมาเก๊า ชะลอแผนไปเปิดปีหน้า ฉวยเปิดเส้นทางบินใหม่ กรุงเทพ-บังกาลอร์ตัดหน้า คู่แข่งอย่างแอร์เอเชีย เหตุมีดีมานด์สูงกว่า ซีอีโอนกแอร์เผยคนไทยไม่หวั่นไหวเรื่องเศรษฐกิจ หันใช้การเดินทางด้วยเครื่องบินเพิ่มขึ้นมาก ส่งผลไตรมาสแรกผลประกอบการโตแบบก้าวกระโดด ตั้งเป้ารายได้ทั้งปีก็จะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน คุยปีก่อนกำไร 44 ล้านบาท พร้อมปรับขึ้นค่าธรรมเนียมน้ำมัน

นายพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินนก แอร์ เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทฯมีแผนเปิดเส้นทางบินใหม่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเส้นทางต่างประเทศในเดือนตุลาคมปีนี้นกแอร์จะเปิดเส้นทางบินไป เมืองบังกาลอร์ ประเทศอินเดีย โดยจะบินวันละ 1 เที่ยว ตั้งเป้าอัตราผู้โดยสารเฉลี่ยต่อเที่ยวไม่น้อยกว่า 70% ของจำนวนที่นั่ง ทั้งนี้บริษัทฯได้รับไลเซ่นทางการบินในประเทศอินเดียรวม 3 เมือง คือ บังกาลอร์ เชนไน ไฮดราบัด โดยอีก 2 เมืองที่เหลือจะทยอยเปิดในปีต่อๆไป

ทั้งนี้ตามแผนเดิมในเส้นทางบินต่างประเทศ บริษัทฯได้วางไว้ว่าจะเปิดเส้นทางบินไปประเทศมาเก๊าในเดือนกรกฎาคมนี้ แต่ด้วยเหตุผลหลายประการทำให้ต้องปรับแผนมาเปิดเส้นบินไปบังกาลอร์แทน เนื่องจากเห็นว่ามาเก๊ายังไม่มีความพร้อมรองรับนักเดินทางและนักท่องเที่ยว ที่จะเพิ่มขึ้นได้ เพราะโรงแรมที่พักตลอดจนสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งที่อยู่ระหว่างการก่อ สร้างจะแล้วเสร็จในปีหน้า ดังนั้นบริษัทจึงคาดว่าจะเลื่อนเปิดเส้นทางบินไปมาเก๊าเป็นปีหน้าเช่นกัน

“ปัจจุบันมาเก๊าก็มีแอร์เอเชียบินอยู่แล้ว เมื่อตลาดยังไม่พร้อมเราก็ยังไม่ไป เพราะการทำธุรกิจของนกแอร์ต้องมั่นใจว่าทุกเส้นทางบินที่เปิดต้องอยู่ได้และ มีผลกำไร ขณะที่เส้นทางบังกาลอร์ ปัจจุบันมีการบินไทยบินอยู่รายเดียว ไม่พอกับความต้องการของลูกค้า ซึ่งแอร์เอเชียก็มีแผนที่จะบินเส้นทางนี้เช่นกัน แต่ยังไม่ได้ไลเซ่น จึงถือเป็นโอกาสดีของนกแอร์ที่ได้เริ่มบินก่อน”

สำหรับลูกค้าที่จะใช้บริการเส้นทางบิน กรุงเทพ-บังกาลอร์ จะมีทั้ง นักเรียน นักธุรกิจและนักท่องเที่ยว ในสัดส่วนเท่าๆกัน เพราะ บังกาลอร์เปิดเมือธุรกิจ ไอที มีคนไทยไปเรียนมาก ขณะเดียวกัน ชาวบังกาลอร์ก็มีกำลังซื้อสูงและนิยมเดินทางมาเที่ยวประเทศไทย

สำหรับเส้นทางในประเทศ จะเพิ่มเส้นทางบิน 2 เส้นทาง คือ เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน และ กรุงเทพฯ-เลย โดยจะเริ่มให้บริการในวันที่ 1 และ วันที่ 5 พฤษภาคมนี้ตามลำดับ นอกจากนั้นยังเตรียมศึกษาเส้นทางอื่นๆในประเทศเพิ่มเติม อีก เช่น สุราษฏร์ธานี เชียงราย กระบี่ และ อุบลราชธานี และภายในสิ้นปีนี้จะเพิ่มเครื่องบินเป็น 6 ลำ จากขณะนี้มีอยู่ 4 ลำ

นายพาที กล่าวต่ออีกว่า ในส่วนของผลประกอบการ ปีที่ผ่านมา บริษัทฯมีกำไรสุทธิ 44 ล้านบาท ขนผู้โดยสารได้กว่า 2 ล้านคน อัตราผู้โดยสารเฉลี่ยต่อเที่ยวที่ 85-90% ส่วนไตรมาสแรกของปีนี้ มีการเติบโตแบบก้าวกระโดดจากช่วงเดียวกันของปีก่อน สามารถขนผู้โดยสารได้กว่า 4 ล้านคน คาดว่าตลอดทั้งปีผลประกอบการและกำไรของนกแอร์ก็จะเติบโตแบบก้าวกระโดด หรือโตกว่า 100% แน่นอน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีการเปิดเส้นทางบินใหม่ๆ ประกอบกับต้องยอมรับว่าตอนนี้กระแสการเลือกใช้บริการเครื่องบินของคนไทยมี เพิ่มสูงขึ้นมา เพราะการแข่งขันของผู้ประกอบการสายการบินโดยเฉพาะสายการบินโลว์คอสต์ ทำให้ฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น ซึ่งในส่วนของนกแอร์เกือบ 60% เป็นลูกค้าเก่าที่ใช้บริการซ้ำๆ

อย่างไรก็ตาม ในทุกเส้นทางบิน บริษัทฯอยู่ระหว่างการเตรียมแผนการตลาด ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องการจัดโปรแกรมการเดินทางแบบพิเศษให้กับลูกค้า โดยเฉพาะในเส้นทางบังกาลอร์ ที่ต้องทำแผนการตลาดอย่างหนัก เพราะนอกจากมีกำลังซื้อในตลาดอยู่แล้ว ในส่วนของตลาดคนไทย บริษัทฯก็จะต้องสร้างกระแสให้เกิดการเดินทางเพิ่มขึ้น เพราะกลุ่มคนไทยที่ไปเที่ยวอินเดียยังมีน้อยมาก ส่วนการจัดที่นั่งให้กับลูกค้าชาวอินเดียก็ต้องเตรียมให้พร้อมเพราะเป็น ประเทศที่มีระบบวรรณะที่ชัดเจน

ล่าสุดได้ปรับเพิ่มราคาค่าธรรมเนียมน้ำมันจาก 200 บาท ต่อที่นั่ง เป็น 300 บาทต่อที่นั่ง เริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคมศกนี้ เนื่องจากปรับตามอัตราราคาน้ำมันของอุตสาหกรรมการบิน

April 20, 2006

นกแอร์ตั้งเป้ารายได้โต100%

นายพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินนกแอร์ เปิดเผยว่าสำหรับผลการดำเนินการในปีนี้คาดว่าจะเติบโต 100% จากปีที่ผ่านมามีรายได้ 44 ล้านบาท มาจากค่าโดยสาร 80% และจากการโฆษณาบนเครื่องบินและบริการคาร์โก้ 20% การเติบโตดังกล่าวมาจากเส้นทางที่เพิ่มขึ้น และจำนวนเครื่องบินที่บริการเพิ่มขึ้น โดยมีอัตราโดยสารเฉลี่ย 85-90% และมีจำนวนผู้โดยสารมากกว่า 4 ล้านคนในสิ้นปีนี้


20 เมษายน 2549 เวลา 18:44:55
จาก กรุงเทพธุรกิจ

นกแอร์เพิ่ม2เส้นทางบินในประเทศ

นายพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินนกแอร์ เปิดเผยว่า ภายในเดือนพฤษภาคมนี้นกแอร์จะเปิดเส้นทางใหม่ 2 จุดหมายใหม่คือ แม่ฮ่องสอน และจังหวัดเลย ด้วยเครื่องบิน เอทีอาร์ จากการบินไทย ซึ่งสามารถบรรทุกได้ 66 ที่นั่ง ภายใต้ชื่อ “นกแอร์ ฮัมมิ่งเบิร์ด” ประกอบด้วยเส้นทางเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน, กรุงเทพ-เลย , อุดรธานี-เลย และเชียงใหม่- อุดรธานี

โดยคาดว่าจะเพิ่มนักท่องเที่ยวไปยังสถานที่สำคัญทางการท่องเที่ยวในเลยและ แม่ฮ่องสอนได้เพิ่มขึ้นเนื่องจากทั้งสองจังหวัดมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว สูงในขณะนี้และจะมีโครงการที่เกี่ยวกับท่องเที่ยวเกิดขึ้น อย่างเช่น โครงการกระเช้าลอยฟ้าที่ภูกระดึง จ.เลย และอุโมงค์ใต้เขา ระหว่างแม่ฮ่องสอนและเชียงใหม่ เป็นต้น


20 เมษายน 2549 เวลา 18:46:13
จาก กรุงเทพธุรกิจ

นกแอร์เลื่อนบินมาเก๊าหันลุยอินเดียแทน

นายพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินนกแอร์ เปิดเผยว่า สายการบินมีความจำเป็นจะต้องเลื่อนการบินกรุงเทพ-มาเก๊า ซึ่งเป็นเส้นทางต่างประเทศสายแรกของนกแอร์ไปเป็นปีหน้า จากเดิมที่มีกำหนดการบินในช่วงกลางปีนี้ ทั้งนี้เนื่องจากข้อมูลการตลาดสำหรับการรองรับกลุ่มลูกค้าของนกแอร์ยังไม่ เพียงพอ จึงหันมาเปลี่ยนเส้นทางการบินไปยังประเทศอินเดียแทน

โดยเส้นทางบินแรกในต่างประเทศสำหรับนกแอร์ คือ เมืองบังกาลอร์ ประเทศอินเดีย ซึ่งถือว่าเป็นเมืองที่มีความสำคัญด้านเศรษฐกิจโดยเฉพาะธุรกิจด้านเทคโนโลยี สารสนเทศ หรือไอที ซึ่งมีกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง ในขณะเดียวกันก็นิยมที่จะเดินทางท่องเที่ยวมาในประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีกลุ่มนักเรียนนักศึกษาอีกด้วย โดยนกแอร์วางแผนเปิดเที่ยวบินแรกไปเมืองบังกาลอร์ ประมาณเดือนตุลาคนปีนี้ วันละเที่ยวบิน โดยคาดการณ์อัตราผู้โดยสารในปีแรกในเส้นทางนี้ประมาณ 70%


20 เมษายน 2549 เวลา 18:47:31
จากกรุงเทพธุรกิจ

April 18, 2006

เฟรชแอร์รับโฆษณาแอร์เอเชีย100ล้าน

นายวินิจ เลิศรัตนชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฟรชแอร์ จำกัด ตัวแทนบริหารสื่อโฆษณาบนเครื่องบิน สายการบินแอร์เอเชีย เปิดเผยว่า กล่าวว่าในไตรมาส 2 นี้ จะมีลูกค้าทยอยเปิดตัวโฆษณาบนเครื่องบินไตรมาสละ 2-3 ราย คาดว่าจะสามารถขายพื้นที่โฆษณาบนเครื่องบินของสายการบินแอร์เอเชียได้ครบ ทั้ง 10 ลำ ภายในปีนี้ ซึ่งคิดเป็นรายได้จากการขายพื้นที่โฆษณา และการจัดกิจกรรมอื่นๆ รวมประมาณ 100 ล้านบาท แต่ต่ำกว่าเป้าหมายราว 10% เนื่องจากลูกค้าชะลอการทำกิจกรรมตลอดไตรมาสแรกปีนี้


18 เมษายน 2549 เวลา 19:17:12
จาก กรุงเทพธุรกิจ

สกายทีมร่วมวงสายการบินแอโรฟลอต คลุมตลาดใหม่รัสเซีย-ยุโรปตะวันออก

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 18 เมษายน 2549 18:51 น.
กลุ่มพันธมิตรการบินสกา ยทีมเข้าร่วมเป็นสมาชิกของสายการบิน แอโรฟลอต ส่งผลให้นักเดินทางทั่วโลกเดินทางตรงสู่เครือข่ายในประเทศรัสเซียได้ พร้อมผลประโยชน์ได้สะสมไมล์อีกมาก

นายฌอง ซีริล สปีเน็ตตา ประธานกรรมการและผู้บริหารระดับสูงของแอร์ฟรานซ์ เปิดเผยว่า กลยุทธ์การขยายตัวของกลุ่มสกายทีมกลุ่มพันธมิตรการบินจะยึดมั่นในการให้ บริการจุดหมาย ปลายทางที่อยู่ในความต้องการของลูกค้ามากที่สุด การที่ได้แอโรฟลอตเข้ามาอยู่ในกลุ่มทำให้เครือข่ายของเราขยายครอบคลุมตลาด ใหม่ๆในรัสเซียและยุโรปตะวันออก ซึ่งทำให้เกิดความสมดุลต่อความต้องการของผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก

การที่มีสนามบินนานาชาติ ชเรเมตาเยโว (Sheremetyevo International Airport) โดยเฉพาะ อย่างยิ่งการเปิดให้บริการอาคารใหม่ที่ 3 ของแอโรฟลอต ในปีหน้าจะเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายศูนย์ต่อเที่ยวบินที่ครอบคลุมทั่วโลกช่วย ให้ผู้โดยสาร สามารถเดินทางและต่อเที่ยวบินสู่ยุโรป เอเชีย และทุกๆ แห่งได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ แอโรฟลอต เป็นสายการบินที่ใหญ่ที่สุดของรัสเซียและสมาพันธรัฐอิสระ (CIS) ก้าวหน้าอย่างเห็นได้ชัดในระยะ 5 ปีที่ผ่านมา ทำให้สายการบินสามารถมีระดับการบริการ และความปลอดภัยเทียบเท่าสายการบินที่มีคุณภาพอื่นๆ ของโลก เช่น ในเดือนตุลาคม 2548 แอโรฟลอตได้ผ่านการตรวจสอบด้านความปลอดภัยในการดำเนินงาน (IOSA) จากอินเตอร์เนชั่นแนล แอร์ ทรานสปอร์ต แอสโซซิเอชั่น (IATA) และปีเดียวกัน สายการบินได้รับรางวัลด้านการพัฒนา ปรับปรุงบริการบนเที่ยวบินยอดเยี่ยมจากสกายแทรกส์ (Skytrax)

นายวาเลอรี โอคูลอฟ ผู้บริหารระดับสูงและประธานสายการบินแอโรฟลอต กล่าวว่า สมาชิกภาพในกลุ่มพันธมิตรการบินสกายทีมนี้จะเร่งการเติบโตของแอโรฟลอต และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานอันเป็นการพัฒนาด้านบริการของเราสู่ ลูกค้า ซึ่งเราพยายามที่จะบริการลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น โดยการเชื่อมเข้าสู่เครือข่ายที่กว้างขวางของสกายทีม และจัดหาการต่อเที่ยวบินที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น รวมถึงโอกาสที่จะได้รับไมล์สะสมมากขึ้น จากการที่ลูกค้าเดินทางสู่ทุกหนแห่งทั่วโลก

ส่วนประโยชน์อีกอย่างหนึ่งของสมาชิกภาพ คือผู้โดยสารของแอโรฟลอตจะสามารถสะสมไมล์และแลกรับรางวัลตั๋วเดินทาง กับสายการบินใดๆก็ได้ระหว่างกลุ่มสมาชิกสกายทีมอื่นๆอีก 9 แห่ง ในขณะเดียวกันผู้โดยสารสกายทีมที่เดินทางด้วยเที่ยวบินของแอโรฟลอตสามารถ เลือกสะสมไมล์ในโปรแกรมของสายการบินใด ๆ ก็ได้ตามต้องการ

สำหรับสกายทีม เป็นกลุ่มพันธมิตรการบินระดับโลก ประกอบด้วยสมาชิกสายการบิน 10 แห่ง ได้แก่ แอโรฟลอต แอโรเม็กซิโก แอร์ฟรานซ์ อลิตาเลีย คอนติเนนตัลแอร์ไลน์ส เช็คแอร์ ไลน์ส เดลต้าแอร์ไลน์ส เคแอลเอ็มรอยัลดัทช์แอร์ไลน์ส โคเรียนแอร์ และนอร์ธเวสต์แอร์ไลน์ส ให้บริการขนส่งผู้โดยสารประมาณ 373 ล้านคนต่อปี ด้วยเที่ยวบินกว่า 15,000 เที่ยวต่อวัน ที่คลอบคลุมจุดหมายปลายทางหลักๆ ทั้งหมด ผ่านเครือข่ายศูนย์ต่อเที่ยวบินที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

"อภินันทน์ สุมนะเศรณี" เข้าวิน!! นั่งเก้าอี้ดีดีการบินไทยคนใหม่

คณะกรรมการสรรหาเลือกผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (ดีดี) บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) แล้ว โดยนักบินได้เฮ หลัง “อภินันทน์ สุมนะเศรณี” รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายปฏิบัติการ เข้าวินคว้าตำแหน่งสำคัญ ขณะที่ประธานสรรหาดีดีการบินไทยยืนยันกระบวนการสรรหาโปร่งใส

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ หรือ ดีดี บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งคณะกรรมการสรรหา ที่มีนายวันชัย ศารทูลทัต ปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน ได้มีการประชุมพิจารณาผู้มีคุณสมบัติเหมาะสม และเตรียมเสนอรายชื่อเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทการบินไทย ในเวลา 14.00 น.วันนี้ ซึ่งจากรายงานเบื้องต้น แหล่งข่าวระดับสูงระบุว่า จะเป็นการชิงดำระหว่าง 2 คนใน ซึ่งเป็นพนักงานของการบินไทยเอง ระหว่าง เรืออากาศโทอภินันทน์ สุมนะเศรณี รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายปฏิบัติการ และนาวาอากาศโทศุภชัย ลิมปิสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการฝ่ายช่าง ซึ่งความคืบหน้าล่าสุดระบุว่า กรรมการสรรหาได้พิจารณาเลือกให้เรืออากาศโทอภินันท์ เป็นดีดีการบินไทย เนื่องจากเมื่อพิจารณาตามประวัติการทำงานแล้ว เป็นผู้มีประสบการณ์ตรงในด้านปฏิบัติการบิน ในขณะที่โควตาจากบุคคลภายนอก ไม่สามารถฝ่ากระแสคัดค้านจากพนักงาน และสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทยเข้ามาได้ เนื่องจากพนักงานส่วนใหญ่วิตกว่า จะเกิดปัญหาขัดแย้งขึ้นอีก หากผู้ดำรงตำแหน่งดีดีไม่ได้รับการยอมรับจากพนักงาน

ทั้งนี้การได้ข้อยุติผู้มาดำรงตำแหน่ง ดีดีการบินไทย ซึ่งถือเป็นสายการบินแห่งชาติของไทยครั้งนี้ เป็นการสยบปัญหาภายใน ภายหลังเกิดความขัดแย้งระหว่าง กรรมการบริษัท และนายกนก อภิรดี อดีตกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ที่จะครบวาระดำรงตำแหน่งในวันที่ 30 เมษายนนี้ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา คณะกรรมการบริษัทได้ลดอำนาจและบทบาทของนายกนก โดยการแต่งตั้งให้นายสมใจนึก เองตระกูล อดีตปลัดกระทรวงการคลัง และกรรมการบริษัท ให้รับตำแหน่งปฏิบัติหน้าที่กรรมการผู้อำนวยการใหญ่มาแล้ว 6 เดือน

สำหรับกระบวนการต่อไปหลังการคัดเลือก ผู้ผ่านกระบวนการสรรหาจะต้องลาออกจากตำแหน่งเดิม เพื่อเข้าสู่วาระดำรงตำแหน่งแบบสัญญาจ้างระยะเวลา 4 ปี โดยผู้ดำรงตำแหน่งดีดี ถือเป็นผู้อำนาจบริหารสูงสุด มีอัตราเงินเดือน 750,000 บาท ในขณะที่ทุกฝ่ายกำลังจับตามองว่า หลังกระบวนการสรรหา กรรมการบริษัทจะคืนอำนาจบริหารให้ผู้ดำรงตำแหน่งดีดี และการลงจากตำแหน่งของนายสมใจนึก

สำหรับประวัติของ เรืออากาศโทอภินันท์ สุมนะเศรณี เกิดเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2492 อายุ 57 ปี จบการศึกษาปริญญาตรี (วิทยาศาสตร์บัณฑิต) จากโรงเรียนนายเรืออากาศ เริ่มทำงานกับการบินไทยตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2518 ในตำแหน่งนักบินที่ 3 และล่าสุดมีตำแหน่งรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายปฏิบัติการ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2548

ด้าน นายวันชัย ศารทูลทัต ปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานกรรมการบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) และประธานสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ การบินไทย กล่าวยืนยันว่า ผลการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่คนใหม่ ซึ่งล่าสุดได้แก่ เรืออากาศโทอภินันทน์ สุมนะเศรณีนั้น ไม่มีการเมืองแทรกแซง ทุกอย่างโปร่งใส ส่วนระยะเวลาการสรรหาที่ยาวนาน เนื่องจากผู้สมัครแต่ละคนมีคุณสมบัติที่ใกล้เคียงกันและมีความพร้อมสูง จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ไม่ได้ทอดเวลาเพื่อรอใบสั่งจากการเมืองเหมือนดังกระแสข่าวที่ออกมา ขณะที่ เรืออากาศโทอภินันทน์ ได้เปิดวิสัยทัศน์ว่า เบื้องต้นจะใช้นโยบายการลงทุนขยายเส้นทางการบินและการเพิ่มฝูงบินอย่าง รอบคอบ โดยคำนึงถึงผลตอบแทนการลงทุนเป็นหลักและต้องมั่นคง เพราะธุรกิจสายการบินมีประสบการณ์ หากไม่รอบคอบจะประสบปัญหาขาดทุน สำหรับปัญหาความขัดแย้งในการบินไทยนั้น ยืนยันเป็นส่วนน้อย และมาจากการเผยแพร่ข้อมูลไม่ทั่วถึง ไม่เข้าใจเป้าหมายขององค์กรในทิศทางเดียวกัน

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 18 เมษายน 2549 19:17 น.

บอร์ดเจ้าจำปีเตรียมแถลงชื่อดีดีคนใหม่ พรุ่งนี้

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 17 เมษายน 2549 18:16 น.
บอร์ดการบินไทย เตรียมประชุมและแถลงรายชื่อผู้ผ่านการสรรหากรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (ดีดี) ในวันพรุ่งนี้ ขณะที่มีรายงานข่าวระบุ 2 คนในชิงดำเป็นผู้ผ่านการสรรหาแล้ว ส่วนสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทยระบุจับตาและขีดเส้นให้แถลงผลสรรหา อย่างโปร่งใส

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้อำนวย การใหญ่ (ดีดี) บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) โดยคณะกรรมการสรรหาที่มีนายวันชัย ศารทูลทัต ปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน ซึ่งที่ประชุมจะสรุปรายชื่อผู้มีความเหมาะสมในช่วงเช้าวันพรุ่งนี้ ก่อนจะรายงานรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการในช่วง บ่ายเพื่อขอความเห็นชอบและประกาศให้สาธารณะทราบต่อไป

สำหรับผู้ที่มีโอกาสผ่านการคัดเลือกจากกระบวนการสรรหามีรายงานข่าว จากคณะกรรมการสรรหาระบุว่าในการคัดเลือกจะเป็นการชิงดำระหว่าง เรืออากาศโทอภินันท์ สุมณะเศรณี รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายปฏิบัติการ และนาวาอากาศโทศุภชัย ลิมปิสวัสดิ์ กรรมการผู้อำนวยการฝ่ายช่าง ซึ่งเป็น 2 คนใน ที่มีโอกาสผ่านการสรรหามากที่สุด กรณีที่ไม่มีการเสนอชื่อคนนอกแทรกเข้ามา

นายสมใจนึก เองตระกูล กรรมการและปฏิบัติหน้าที่กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ กล่าวยืนยันว่า ในวันพรุ่งนี้จะประกาศรายชื่อผู้ผ่านการสรรหาดำรงตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการ ใหญ่ บริษัทการบินไทย อย่างแน่นอน หลังการประชุมคณะกรรมการบริษัทการบินไทยในช่วงบ่ายวันพรุ่งนี้

ด้านนายสมศักดิ์ ศรีนวล ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัทการบินไทย ระบุว่าได้ติดตามความเคลื่อนไหวการสรรหาดีดีของการบินไทยอย่างใกล้ชิด และจะเรียกร้องให้บอร์ดประกาศรายชื่อออกมาอย่างโปร่งใส และหาก 1 ใน 4 ของผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อครั้งสุดท้ายคนใดได้รับตำแหน่ง คณะกรรมการสรรหาจะต้องสามารถชี้แจงเหตุผลและความเหมาะสมของคนบุคคลที่ได้รับ คัดเลือกได้

April 16, 2006

ดอนเมืองแน่นคนแห่กลับเข้ากรุงเทพฯ หลังสงกรานต์

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 16 เมษายน 2549 14:00 น.
ประชาชนแห่กลับเข้าทำงานในกรุงเทพฯ จนทำให้สายการบินทุกสายมียอดจองเต็มทุกที่นั่ง โดยเฉพาะวันที่ 16-17 เม.ย. ส่งผลให้วันนี้ท่าอากาศยานกรุงเทพ มีผู้โดยสารขาเข้าเดินทางกลับตลอดทั้งวัน

บรรยากาศการเดินทางกลับเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ ของประชาชน หลังจากหมดเทศกาลสงกรานต์ ทั้งสายการบินในประเทศของบริษัทการบินไทย บางกอกแอร์เวย์ และสายการบินต้นทุนต่ำ เช่น นกแอร์ แอร์เอเชีย ตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้ ปรากฏว่า ทุกสายการบินได้ถูกสำรองเต็มทุกที่นั่ง โดยเฉพาะวันที่ 16-17 เมษายน อาทิ สายการบินของบางกอกแอร์เวย์ จากเกาะสมุย แม้จะมีเที่ยวบินถึง 20 ไฟลท์ ส่วนการบินไทยเส้นทางจากเชียงใหม่ อุดรธานี ภูเก็ต หาดใหญ่ ได้ถูกสำรองที่นั่งเต็มหมดเช่นกัน รวมถึงสายการบินต้นทุนต่ำ ซึ่งได้ทำตลาดลดราคากันเป็นพิเศษในช่วงสงกรานต์ ร้อยละ 20-30 จากราคาปกติ เช่น แอร์เอเชีย คิดราคา 1,200 บาท จากอุดรธานี อุบลราชธานี สุราษฎร์ธานี และราคา 1,500 บาท จากเชียงใหม่ เชียงราย ทำให้ท่าอากาศยานกรุงเทพ มีผู้โดยสารขาเข้าเดินทางกลับตลอดทั้งวัน

April 15, 2006

สุวรรณภูมิป่วน"87แอร์ไลน์-300ร้านค้า"

นักลงทุน 2 กลุ่มใหญ่ "87 แอร์ไลน์ต่างชาติ-กลุ่มร้านค้าเชิงพาณิชย์" ถอยทัพรอความชัดเจน "สุวรรณภูมิ" ฝรั่งกุมขมับ ระบุหนักใจพื้นที่ก่อสร้าง "เลานจ์ผู้โดยสาร" โปรดักต์ชิงความได้เปรียบทางธุรกิจไม่คืบ สร้างความปั่นป่วนทางจุดขายและการลงทุน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสำรวจความคิดเห็นผู้ประกอบการสายการบินนานาชาติในไทยและผู้ประกอบการ ร้านค้าเชิงพาณิชย์ที่จะต้องเข้าไปลงทุนเชิงพาณิชย์ในอาคารผู้โดยสารระหว่าง ประเทศ "ประชาชาติธุรกิจ" พบว่าหลังผู้นำรัฐบาลเปลี่ยนท่าทีทางการเมือง และสถานการณ์ภายในกระทรวงคมนาคม รัฐมนตรี 2 คน คือพลเอกชัยนันท์ เจริญศิริ รักษาการ รมช.คมนาคม กำกับดูแล บมจ.ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) และโครงการสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ และ นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รักษาการ รมว.คมนาคม กำกับนโยบายภาพรวม ทั้ง 2 รัฐมนตรีสะท้อนแนวทางปฏิบัติขัดแย้งกันประเด็นกำหนดวันเปิดใช้สุวรรณภูมิใน เชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการว่าจะเป็นภายในเดือนกรกฎาคม หรือจะต้องเลื่อนไปอีก 6-8 เดือน เปิดได้ภายในเดือนธันวาคม เพื่อรอให้งานซ่อมและสร้างมีความพร้อมจริง

ความเห็นของนักลงทุนทั้ง กลุ่มสายการบินและผู้ประกอบการร้านค้ารายย่อยสอดคล้องกันว่า จะยังไม่เข้าไปลงทุนจนกว่าจะได้ข้อยุติจากกระทรวงคมนาคม และมีเอกสารหลักฐานข้อตกลงซึ่งระบุกำหนดการแน่นอนชัดเจนจาก ทอท.

ขณะ นี้งานแต่ละส่วนทั้งเรื่องการให้เข้าไปตกแต่งสำนักงานการบิน 87 สาย การจัดทำร้านค้า 300 ประเภท ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ เอกชนเกินกว่า 80% ยืนยันว่า การหารือระหว่าง ทอท.กับนักลงทุนมีมานาน แต่สุดท้ายจนถึงปัจจุบันก็ไม่สามารถหาข้อสรุปได้ นอกจากการเปลี่ยนแปลงในระดับรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิ ประกาศเว้นวรรคทางการเมืองแล้ว ภายใน ทอท.ก็เพิ่งจะมีผู้นำใหม่คือ นายโชติศักดิ์ อาสภวิริยะ เข้ารับตำแหน่งเมื่อ 2 เมษายน 2549 ตามความเป็นจริงทางการบริหารเอกชนทุกสาขาระบุว่า ไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าจะต้องรอให้ผู้นำแต่ละส่วนเรียนรู้และทำความเข้าใจ กับระบบงานก่อน โปรเจ็กต์สุวรรณภูมิช่วงโค้งสุดท้ายจึงจะเร่งเดินหน้าต่ออย่างเต็มที่ตามแผน งานได้

ประเด็นหลักของ 87 สายการบิน ต้องการความชัดเจนเรื่องพื้นที่ภายในอาคารผู้โดยสาร ที่จะต้องลงทุน 2 ส่วน คือสำนักงานการบินและห้องรับรองผู้โดยสาร (lounge) ทุกสายการบินเห็นว่าเป็นปัญหาใหญ่มาก เนื่องจากเป็นโปรดักต์ที่จะต้องแข่งขันโดยตรง มีผลได้ผลเสียต่อเม็ดเงินลงทุนและรายได้ระหว่างสายการบินด้วยกัน

ตาม ปกติแต่ละสายการบินจะต้องสร้างและลงทุนเลานจ์ให้มีความแตกต่างและพิเศษเหนือ กว่ากัน มูลค่าแต่ละเลานจ์สูงเกิน 100 ล้านบาท เพราะจะต้องนำไปใช้ทำโฆษณา ประชาสัมพันธ์ถึงความสะดวกสบายครบวงจร ดึงกำลังซื้อจากตลาดไฮเอนด์เพิ่มขึ้น แล้วยังจะขยายผลโดยเปิดทางให้ธุรกิจปลายน้ำอย่างสปาหรืออื่นๆ เข้าไปบริการ

นาย ศรีสุข จันทรางศุ ประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) ทอท.และบอร์ดสุวรรณภูมิ กล่าวว่า ตนเองมั่นใจเต็มร้อยว่าสุวรรณภูมิจะแล้วเสร็จพร้อมทุกส่วนภายในกรกฎาคมนี้ และสายการบินเกินกว่า 80% พร้อมจะเข้ามาลงทุนตกแต่งติดตั้งสำนักงาน

ข้อมูล ดังกล่าวสวนทางกับความเห็นของภาคเอกชนทั้ง 2 กลุ่มโดยสิ้นเชิง ขณะเดียวกันระหว่างการตรวจเยี่ยม หรือติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิและงานในอาคารผู้โดย สารเกือบทุกสัปดาห์ ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรี หน่วยงานเกี่ยวข้อง กลุ่มสื่อมวลชน ยังไม่มีผู้เยี่ยมชมกลุ่มใดได้เห็นโครงสร้างเลานจ์สายการบิน หรือโครงการตกแต่งสถานที่เชิงพาณิชย์ของกลุ่มผู้ประกอบการร้านค้าชัดเจน


จากประชาชาติธุรกิจ
วันที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2549

April 12, 2006

แอร์ นิวซีแลนด์-แควนตัสทำข้อตกลงรหัสร่วม

เวลลิงตัน - แอร์ นิวซีแลนด์ สายการบินแห่งชาติของนิวซีแลนด์ ลงนามข้อตกลงรหัสร่วมกับแควนตัส แอร์เวย์ส สายการบินออสเตรเลีย เพื่อร่วมกันให้บริการในเส้นทางต่างๆ ระหว่างสองประเทศ ความร่วมมือนี้จะช่วยให้สายการบินทั้ง 2 ลดต้นทุนการดำเนินงาน พร้อมเพิ่มจำนวนเที่ยวบินรองรับผู้โดยสารได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยให้ราคาตั๋วโดยสารในเส้นทางต่างๆ ที่สองสายการบินเปิดให้บริการถูกลงด้วย ถือเป็นประโยชน์โดยตรงต่อผู้โดยสาร


12 เมษายน 2549 เวลา 15:17:47
จากกรุงเทพธุรกิจ

April 11, 2006

"พงษ์ศักดิ์" ใช้เวที "นิวรูทเอเชีย 2006" สร้างความมั่นใจเปิดใช้สุวรรณภูมิ

รมว.คมนาคมประกาศใช้การจัดงาน “นิวรูท เอเชีย 2006” สร้างความมั่นใจการเตรียมเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิแก่ผู้ประกอบการสายการบินทั่ว โลก ขณะที่กรมการขนส่งทางอากาศมั่นใจมีเที่ยวบินเพิ่มหลังเปิดให้บริการเพิ่ม ขึ้นมากกว่าร้อยละ 10 และเตรียมออกใบอนุญาตความปลอดภัยในการทำการบินในเดือนมิถุนายนนี้ ขณะที่ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิยอมรับกำหนดการเปิดให้บริการของสนาม บินสุวรรณภูมิเป็นคำถามยอดฮิตของทุกสายการบิน


นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล
ในช่วงเช้าที่ผ่านมา นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดงานพบปะเจรจาทางธุรกิจของสายการบินและท่า อากาศยานในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ในปี 2549 หรือ นิวรูท เอเชีย 2006 ซึ่งในปีนี้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กรมการขนส่งทางอากาศ และสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดงาน

นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า การจัดประชุมครั้งนี้ซึ่งมีผู้ประกอบการสายการบินกว่า 80 แห่ง และผู้บริหารท่าอากาศยานทั่วโลกเข้าร่วม กระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะใช้โอกาสเป็นเวทีในการสร้างความ มั่นใจในศักยภาพและความพร้อมให้บริการของสนามบินสุวรรณภูมิของไทยที่กำลังจะ เปิดให้บริการ หลังจากที่สนามบินสุวรรณภูมิได้มีข่าวที่สร้างผลกระทบออกไปหลายครั้ง ซึ่งในการประชุมครั้งนี้จะเป็นการยืนยันว่าสนามบินสุวรรณภูมิจะพร้อมให้ บริการตามกำหนดระยะเวลาที่รัฐบาลตั้งเป้าหมายไว้ และจะเป็นศูนย์กลางทางการบินในภูมิภาคที่เชื่อมโยงเที่ยวบินกับทั่วโลก ซึ่งปัจจุบันท่าอากาศยานของไทยมีศักยภาพถือเป็นท่าอากาศยานที่มีสายการบินมา ใช้มากที่สุด โดยไทยจะตอกย้ำว่าสนามบินสุวรรณภูมิที่จะเปิดขึ้นนี้จะมีความพร้อมทั้งความ สะดวก ความรวดเร็วในการเดินทางราคาค่าธรรมเนียมที่ถูกกว่าสนามบินคู่แข่ง ความปลอดภัยที่ได้มาตรฐานระดับโลก โดยจะทำให้สายการบินและผู้บริหารท่าอากาศยานอื่นๆ ทั่วโลกต้องยอมรับ

ด้านนายสมชัย สวัสดีผล ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวว่า คำถามที่ผู้ประกอบการสายการบินทั่วโลกสอบถามในฐานะที่เป็นผู้กำกับดูแลการ ก่อสร้างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในช่วงที่ผ่านมา คือ สนามบินสุวรรณภูมิจะแล้วเสร็จและเปิดให้บริการเมื่อใด ซึ่งตนได้ทำการชี้แจงให้ทราบว่าความคืบหน้าในการก่อสร้างในส่วนของงานระบบ อากาศยานมีมากกว่าร้อยละ 99 และการก่อสร้างในภาพรวมทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนพฤษภาคม 2549 และหลังจากนั้นจะมีเวลาอีก 1-2 เดือน ที่รัฐบาลสามารถเลือกระยะเวลาที่เหมาะสมในการเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ได้

นายชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ อธิบดีกรมการขนส่งทางอากาศ กล่าวว่า ในส่วนของเที่ยวบินที่จะมาใช้บริการของสนามบินสุวรรณภูมิ กรมฯ มีความมั่นใจว่าจะเพิ่มปริมาณมากขึ้น หลังการเปิดให้สนามบินสุวรรณภูมิ หลังจากในแต่ละปีที่ผ่านมาการเติบโตของเที่ยวบินที่มาใช้ท่าอากาศยานกรุงเทพ มีการเติบโตอัตราร้อยละ 8 ต่อปี โดยในปี 2550 ซึ่งสนามบินสุวรรณภูมิเปิดให้บริการครบ 1 ปี เชื่อว่าจะมีการขยายตัวของเที่ยวบินไม่ต่ำกว่าร้อยละ 10 รองรับความสามารถในการเปิดศูนย์กลางทางการบินในภูมิภาค ซึ่งไทยมีความพร้อม เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยมีโครงข่ายที่เชื่อมโยงจุดบินทั่วโลกแล้วกว่า 140 จุด ซึ่ง่ถือว่าเป็นศูนย์กลางทางการบินในภูมิภาคอยู่แล้วการเปิดใช้สนามบินจึง ยิ่งจะสร้างความเชื่อมั่นในศักยภาพการบินของไทยให้มากขึ้นไปอีก

สำหรับประเด็นในการออกใบอนุญาตความปลอดภัยการทำการบินนั้น ซึ่งที่ผ่านมาองค์กรการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอซีเอโอ) ได้เข้ามาเป็นผู้ตรวจสอบร่วมกับกรมการขนส่งทางอากาศ ซึ่งการตรวจสอบจะคาดว่าจะแล้วเสร็จและสามารถออกใบอนุญาตอย่างเป็นทางการได้ ในเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งจะเป็นใบอนุญาตที่ยืนยันถึงความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจให้กับผู้ ประกอบการสายการบินทั่วโลกมั่นใจที่จะมาใช้บริการของสนามบินสุวรรณภูมิได้ อย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีการออกใบอนุญาตในเดือนมิถุนายน แต่รัฐบาลก็สามารถเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ของสนามบินสุวรรณภูมิไปได้ก่อน เนื่องจากขณะนี้สนามบินสุวรรณภูมิถือเป็นเขตทำการบินด้านพลเรือนในเชิง พาณิชย์และเป็นสนามบินศุลกากรแล้ว นับตั้งแต่มีการทดสอบสนามบินในวันที่ 29 กันยายนปีที่ผ่านมา

ด้านนายโชติศักดิ์ อาสภวิริยะ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กล่าวว่า ในปีนี้นอกจาก ทอท.จะเป็นผู้บริหารสนามบินสุวรรณภูมิที่กำลังจะเปิดเป็นท่าอากาศยานนานา ชาติแห่งใหม่ของไทย ทอท.กำลังศึกษาความเป็นไปได้ที่จะมีการรับโอนสนามบินแห่งใหม่ที่อยู่ในการ กำกับดูแลของกรมการขนส่งทางอากาศมาบริหารเพิ่มเติม อาทิ ท่าอากาศยานจังหวัดกระบี่ อุดรธานี อุบลราชธานี ขอนแก่น และพิษณุโลก ซึ่งสนามบินเหล่านี้มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว โดยการนำสนามบินใหมๆ เหล่านี้มาบริหารจะทำให้ ทอท. สามารถจัดทำแผนประชาสัมพันธ์ท่าอากาศยานทั่วประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพและ ครอบคลุมมากขึ้น ขณะเดียวกันก็จะผลักดันนโยบายที่ ทอท.วางไว้ในการทำให้สนามบินแต่ละจังหวัดเกิดประโยชน์ต่อชุมชนที่ตั้งอยู่ ทั้งในแง่การท่องเที่ยวและการขนส่งสินค้ามากขึ้น


โดย ผู้จัดการออนไลน์ 10 เมษายน 2549 13:44 น.

การบินไทยเล็งเพิ่มเที่ยวบินรองรับเทศกาลสงกรานต์

การบินไทยเตรียมเพิ่มเที่ยวบิน พิเศษและเปลี่ยนแบบเครื่องบินให้มีขนาดใหญ่ เพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารที่จะเดินทางช่วงสงกรานต์ในเส้นทางไป-กลับ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต และกระบี่ ซึ่งมีผลทำให้มีที่นั่งเพิ่มขึ้นรวม 8,172 ที่นั่ง หรือร้อยละ 9.91

นายวสิงห์ กิตติกุล รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการรองรับปริมาณผู้โดยสารที่ต้องการเดินทางเพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาล สงกรานต์ ระหว่างวันที่ 12-17 เมษายนนี้ บริษัทฯ ได้จัดเที่ยวบินพิเศษและเปลี่ยนแบบเครื่องบินให้มีขนาดใหญ่ขึ้นในเส้นทางไป- กลับ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต และกระบี่ ทำให้มีที่นั่งเพิ่มขึ้นรวม 8,172 ที่นั่ง หรือร้อยละ 9.91 จากเที่ยวบินปกติ 82,484 ที่นั่ง โดยเส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ เพิ่มเที่ยวบินพิเศษ 4 เที่ยวบิน ในวันที่ 12, 13, 15 และ 16 เมษายน เปลี่ยนเครื่องบินให้มีขนาดใหญ่ขึ้น 2 เที่ยวบิน ในวันที่ 13 และ 16 เมษายน รวมจำนวนที่นั่งไป-กลับ เพิ่มขึ้น 2,506 ที่นั่ง หรือร้อยละ 9.02 เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-เชียงราย เพิ่มเที่ยวบินพิเศษ 1 เที่ยวบิน ในวันที่ 13 เมษายน เปลี่ยนเครื่องบินให้มีขนาดใหญ่ขึ้น 6 เที่ยวบิน ในวันที่ 12, 13, 15 และ 16 เมษายน รวมจำนวนที่นั่งไป-กลับ เพิ่มขึ้น 1,206 ที่นั่ง หรือร้อยละ 13.13 เส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-ภูเก็ต เพิ่มเที่ยวบินพิเศษ 3 เที่ยวบิน ในวันที่ 13, 15 และ 16 เมษายน เปลี่ยนเครื่องบินให้มีขนาดใหญ่ขึ้น 7 เที่ยวบิน ในวันที่ 12, 15, 16 และ 17 เมษายน รวมจำนวนที่นั่งไป-กลับ เพิ่มขึ้น 2,970 ที่นั่ง หรือร้อยละ 7.70 และเส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-กระบี่ เพิ่มเที่ยวบินพิเศษ 5 เที่ยวบิน ในวันที่ 12-16 เมษายน รวมจำนวนที่นั่งไป-กลับ เพิ่มขึ้น 1,490 ที่นั่ง หรือร้อยละ 21.47 ทั้งนี้ ผู้โดยสารสามารถสอบถามตารางการบินและสำรองที่นั่งได้ที่กองสำรองที่นั่ง โทร. 0-2628-2000 และ 0-2356-1111

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 10 เมษายน 2549 18:17 น

แควนตัสยุบออสเตรเลียน แอร์ไลน์ส


ซิดนีย์ - แควนตัส แอร์เวย์ส สายการบินชั้นนำของออสเตรเลีย ตัดสินใจยุบออสเตรเลียน แอร์ไลน์ส สายการบินต้นทุนต่ำ ในเดือนกค. โดยยกเที่ยวบินทั้งหมดให้อยู่ภายใต้การบริหารของสายการบินแควนตัส

ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ออสเตรเลียน แอร์ไลน์ส ได้ทำหน้าที่อย่างดีในการให้บริการทางอากาศ แต่บริษัทตัดสินใจที่จะสร้างประโยชน์จากสายการบินต้นทุนต่ำเจทสตาร์ให้เต็ม ที่ ท่ามกลางโครงสร้างด้านต้นทุนการดำเนินงานที่สามารถแข่งขันได้และมาตรฐานด้าน การบริการ

เจ็ทสตาร์คือสายการบินต้นทุนต่ำแห่งที่ 2 ของแควนตัสที่เริ่มเปิดให้บริการ และบริษัทต้องการที่จะทำให้เป็นสายการบินต้นทุนต่ำเพียงแห่งเดียว

ตั้งแต่เดือนพย. เจ็ทสตาร์จะเริ่มให้บริการเส้นทางบินระหว่างประเทศไปกรุงเทพฯและภูเก็ต,โอ ซาก้า,โฮจิมินห์ ซิตี้,เกาะบาหลี และโฮโนลูลู


11 เมษายน 2549 เวลา 15:46:55
จาก กรุงเทพธุรกิจ

April 09, 2006

บินไทยยังไม่สรุปตั้ง‘ไทยออคิด’คุมบินในปท.

ซูริก (เอเอฟพี) — การบินไทยปัด ยังไม่ได้ข้อสรุป ตั้งสายการบินใหม่บินในประเทศยึดเส้นทางเชื่อมต่อต่างประเทศกับการบินไทย ยอมรับ “นกแอร์” ทำให้ลังเล


เมื่อวันที่ 8 เมษายน นายวสิงห์ กิตติกุล รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวในระหว่างการเข้าร่วมประชุมพันธมิตรสายการบิน สตาร์ อัลไลแอนซ์ ที่เมืองซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ว่า การบินไทยยังไม่ตัดสินใจว่าจะตั้งสายการบินใหม่ “ไทย ออคิด” ทำการบินเส้นทางบินในประเทศหรือไม่

“ยังอยู่ในขั้นตอนของแผนงาน ยังไม่ถึงขั้นตอนสุดท้าย” นายวสิงห์ กล่าว

รายงานระบุว่า เมื่อ 2 เดือนก่อน การบินไทย ได้ยืนยันว่า ได้เริ่มต้นการศึกษาแผนงานการจัดตั้งสายการบินใหม่ดังกล่าว ซึ่งจะให้บริการในระดับที่เหนือกว่าสายการบินนกแอร์ ซึ่งเป็นสายการบินโลว์คอสต์ที่การบินไทยถือหุ้นอยู่ 39%

“ยังไม่มีการพูดถึงรายละเอียดในระหว่างบอร์ดผู้บริหาร” นายวสิงห์ยืนยันในที่ประชุม สตาร์ อัลไลแอนซ์ ซึ่งมีสายการบินพันธมิตรรวมอยู่ ทั้งสิ้น 16 สายการบินชั้นนำของโลก

รองประธานการบินไทย กล่าวยอมรับด้วยว่า การให้บริการสายการบินนกแอร์อยู่แล้วในขณะนี้ คือหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ทางการบินไทยยังคงลังเลที่จะจัดตั้งสายการบินใหม่ดังกล่าว

นายวสิงห์ เสริมด้วยว่า เส้นทางการบินภายในประเทศบางสายอย่างภูเก็ต เชียงใหม่ และอีกหลายเมืองทางใต้ของประเทศนั้น เป็นเส้นทางเชื่อมเส้นทางระหว่างประเทศของนักเดินทางจากต่างประเทศที่ดีอยู่แล้วสำหรับการบินไทย

“ทว่าสำหรับเส้นทางรองอื่นๆ เราคิดว่าจะให้นกแอร์บินแทน และเพื่อที่จะลดต้นทุนเส้นทางในประเทศ เราต้องคิดอย่างรอบคอบ และเรารู้สึกว่าเส้นทางในประเทศควรจะให้นกแอร์ทำการบิน แต่เมื่อต้องมีการเชื่อมต่อกับเส้นทางต่างประเทศ น่าจะดีกว่าที่จะให้การบินไทยทำการบิน” นาย วสิงห์ กล่าว

ทั้งนี้ คาดว่าการบินไทยจะได้ข้อสรุปสำหรับการจัดตั้งสายการบินใหม่ดังกล่าว หลังจากที่ สนามบินสุวรรณภูมิเปิดให้บริการในราวปลายปีนี้ โดยก่อนหน้านี้ได้มีรายงานข่าวว่า สายการบินใหม่ดังกล่าวจะยังให้บริการจากสนามบินดอนเมือง ไม่ใช่สุวรรณภูมิ

นอกจากนั้น นายวสิงห์ กล่าวด้วยว่า การบินไทยอาจจะพิจารณาให้นกแอร์ทำการบินในเส้นทางต่างประเทศด้วย

จากโพสต์ทูเดย์ วันอาทิตย์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2549

'พงษ์ศักดิ์' ยันเปิดใช้สนามบิน 'สุวรรณภูมิ-ดอนเมือง' ควบคู่กัน

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 8 เมษายน 2549 12:55 น.


รมว.คมนาคมปัดข้อเสนอการบินไทยที่ไม่เห็นด้วยกับการเปิดใช้สนามบิน “สุวรรณภูมิ-ดอนเมือง” ควบคู่กัน ยืนยันเปิดใช้ดอนเมืองต่อสำหรับเครื่องบินในประเทศ และเครื่องบินเช่าเหมาลำ เพราะเชื่อว่าก่อประโยชน์ต่อชาติมากกว่า

นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้ทำข้อเสนอว่าไม่เห็นด้วยกรณีที่เมื่อเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิเชิงพาณิชย์แล้วจะเปิดใช้สนามบินดอนเมืองควบคู่กันไปนั้นว่า เรื่องนี้เป็นนโยบายที่ควรจะเปิดควบคู่กันไป เพราะคงจะเกิดประโยชน์กับประเทศชาติมากกว่าที่จะประกาศเลิกใช้สนามบินดอนเมือง โดยสนามบินดอนเมืองจะเปิดใช้เพื่อรับเครื่องบินเครื่องเช่าเหมาลำ (ชาร์เตอร์ ไฟลท์) และสายการบินในประเทศ ส่วนบริษัทการบินไทยจะจัดการอย่างไรเกี่ยวกับสำนักงานนั้นเป็นคนละเรื่อง ไม่เกี่ยวกับนโยบายการเปิดใช้สนามบิน

นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวว่า ความคืบหน้าการเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิและรายละเอียดพิธีเปิดสนามบินจะแจ้งให้สาธารณชนได้รับทราบอีกครั้งในช่วงเวลาถัดไป โดยบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าสนามบินสุวรรณภูมิจะเปิดใช้เชิงพาณิชย์ได้ในปลายเดือนกรกฎาคมอย่างแน่นอน โดยระหว่างนี้สายการบินต่างๆ ที่จะเข้ามาใช้สนามบินสุวรรณภูมิก็ได้ประชุมร่วมกับ ทอท. เป็นระยะๆ อยู่แล้ว

สำหรับความเรียบร้อยของสนามบินสุวรรณภูมิในส่วนที่สำคัญต่อการเปิดใช้เชิงพาณิชย์ เช่น รันเวย์ อาคารที่พักผู้โดยสาร ระบบตรวจสอบกระเป๋าสัมภาระ ระบบเช็คอิน ระบบคมนาคม รวมแล้วกว่า 60 รายการนั้นอยู่ในฐานะที่พร้อมเปิดใช้ตามกำหนดอยู่แล้ว จึงไม่มีปัญหาแต่อย่างใด


April 08, 2006

เวียดนามเจอปัญหาห้ามแอร์บัส 4 ลำขึ้นบิน

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 7 เมษายน 2549 14:41 น.

กรุงเทพฯ- สายการบินเวียดนามเจอปัญหาหนัก หลังสั่งให้เครื่องบินโดยสารแอร์บัสจำนวน 4 ลำ ห้ามขึ้นบินหลังจากมีปัญหาเกี่ยวกับอุปกรณ์ลงจอด และต้องรอให้เจ้าหน้าที่เทคนิคทำการตรวจสอบ

การต้องจอดเครื่องบินพร้อมๆ กันถึง 4 ลำ สร้างปัญหาให้แก่สายการบินแห่งชาติของเวียดนามเป็นอย่างมาก จากกิจการเติบโตเร็ว มีเครื่องบินไม่พอใช้ ทั้งเส้นทางบินระหว่างประเทศและในประเทศ เนื่องจากยังต้องรอการส่งมอบจากบริษัทผู้ผลิตทั้งค่ายยุโรปและค่ายสหรัฐฯ และไม่สามารถหาเช่าเครื่องบินโดยสารในตลาดโลกได้

นายเหวียนซวนเฮี่ยน (Nguyen Xuan Hien) ผู้อำนวยการใหญ่บริษัทสายการบินเวียดนาม กล่าวว่า ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ของบริษัทแอร์บัส (Airbus Industrie) จากประเทศฝรั่งเศส ได้เดินทางถึงเวียดนามแล้วและกำลังตรวจสอบแก้ไข เครื่องบินแอร์บัสทั้ง 4 ลำ ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาไปจนถึงวันที่ 18 เม.ย.ศกนี้

การที่จะต้องจอดซ่อมเครื่องบิน 4 ลำ พร้อมๆ กัน ทำให้สายการบินเวียดนามต้องลดบริการระหว่างประเทศบางเส้นทางลงเป็นการชั่วคราว เพื่อรักษาระดับการบริการภายในประเทศเอาไว้ ทั้งนี้เป็นรายงานของหนังสือพิมพ์แถ่งเนียน

หนังสือพิมพ์ฉบับนี้มิได้ระบุว่า เครื่องบินโดยสารที่ถูกห้ามบินเป็นแอร์บัสรุ่นใดบ้าง แต่ในปัจจุบันสายการบินแห่งชาติเวียดนามมีใช้อยู่ทั้ง แอร์บัส รุ่นA-320 และ A-321

แปซิฟิกแอร์ไลน์ ซึ่งเป็นสายการบินแห่งชาติสายที่ 2 ก็อยู่ในสถานการณ์คล้ายกัน คือ มีเครื่องบินไม่เพียงพอทำให้ต้องลดการให้บริการบินเส้นทางนครโฮจิมินห์-ฮานอย จากสัปดาห์ละ 6 เที่ยว ลงเหลือเพียง 4 เที่ยว ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.เป็นต้นมา

สายการบินดังกล่าวระบุว่า กำลังมีปัญหาเกี่ยวกับเครื่องบินเช่าจำนวน 2 ใน 3 ลำ เนื่องจากมี 1 ลำกำลังอยู่ระหว่างการซ่อมบำรุง อีก 1 ลำ สัญญาเช่าสิ้นสุดลงและไม่สามารถเช่าได้อีก ปัจจุบันกำลังคอยการส่งมอบเครื่องบินเช่าลำที่ 4 ทั้งนี้เป็นรายงานของหนังสือพิมพ์ "คนงาน" (Nguoi Lao Dong).

April 07, 2006

การบินไทยอัดชินคอร์ปแทรกแซงกิจการภายใน

ประธานสหภาพการบินไทย เผยหลังบอร์ดชินคอร์ปมาอยู่ในการบินไทยไม่ว่าส่งจะนายทนง พิทยะ นายโอฬาร ไชยประวัติ ก็มีการเปลี่ยนแปลงโดยได้ตั้งบอร์ดชุดเล็กมาบริหารการบินไทยเองมาแทรกแซงกิจการภายใน ทำให้รายจ่ายสูงกว่าเดิม ชี้เฉพาะชุดพนักงานใช้งบหลายร้อยล้านบาท

นายสมศักดิ์ ศรีนวล ประธานสหภาพการบินไทย ให้สัมภาษณ์กรณีการเปลี่ยนเครื่องแบบพนักงานการบินไทยว่า จะมีการใช้เครื่องแบบใหม่พร้อมกับการเปิดสนามบินสุวรรณภูมิซึ่งขณะนี้ได้สั่งตัดไปแล้วกว่าหมื่นชุด พนักงานต้องเปลี่ยนเครื่องแบบใหม่หมดโดยเฉพาะพนักงานต้อนรับ ซึ่งต้องเปลี่ยนภาพไปคือเดิมออกแนวเรียบร้อย แต่ได้เปลี่ยนเป็นหวือหวาเราไม่ได้ขายพนักงานแต่ขายการให้บริการ แม้ทันสมัยแต่ล่อแหลมสุ่มเสี่ยง ซึ่งเราไม่เคยเปลี่ยนแปลงเครื่องแบบมา 10 ปีแล้ว

ทั้งนี้เนื้อผ้าเป็นผ้าทิ้งตัว แนบเนื้อ เดิมเนื้อผ้าผ้าฝ้ายโทเลกระโปรงแบบสำนักงาน เป็นทรงเลยเข่า แต่แบบใหม่เอวต่ำพนักงานต้อนรับมีหลายรุ่นบางคนที่อายุมากอาจไม่เหมาะสม คนออกแบบคือห้องเสื้อพิจิตตรา โดยการจ้างของการบินไทย

สำหรับความไม่พอใจมีทั้งหญิงและชาย เพราะได้วัดสัดส่วนของพนักงานและไปเทียบกับแบบแต่อาจไม่ตรงกับหุ่นของพนักงานทุกคน ซึ่งบริษัทดูเหมือนจะไม่รับไปดำเนินการแก้ไข และการทำงานบนเครื่องบินต้องกระฉับกระแฉง พนักงานไม่ค่อยแฮปปี้

ทั้งนี้การเปลี่ยนครั้งนี้มาจากที่ได้ปรับเปลี่ยนในหลายด้านทั้งโลโก้ การเปลี่ยนสีเครื่องบินและอุปกรณ์ ส่วนการเปลี่ยนเก้าอี้ในเครื่องบนหูฟังที่ว่าเป็นการล็อกสเปกนั้นคงไม่ถึงขั้นนั้น แต่อาจเป็นการแข่งขันที่มีปัญหาการเปลี่ยนสีเก้าอี้ ในการทำงาน เดิมง่ายต่อการซ่อมบำรุง แต่หากเปลี่ยนเราต้องสต็อกของมากขึ้น การเปลี่ยนโลโก้และสีเครื่องบินก็สิ้นเปลืองมาก เดิมโลโก้เป็นสีม่วง ต้นทุนแบบเดิมสีกระป๋องละหมื่นแต่ขณะนี้สูงถึงกระป๋องละหกหมื่นบาท

" หลังบอร์ดชินคอร์ปมาอยู่ในการบินไทยไม่ว่าส่งจะนายทนง พิทยะ นายโอฬาร ไชยประวัติ ก็มีการเปลี่ยนแปลงโดยได้ตั้งบอร์ดชุดเล็กมาบริหารการบินไทยเองมาแทรกแซงตรงนี้ การเปลี่ยนอุปกรณ์ภายในเพราะอ้างว่าจะมีการเปลี่ยนสนามบินใหม่แต่สิ่งที่ออกมาไม่ได้ดูดีไปกว่าเก่า แต่กลับทำให้รายจ่ายสูงกว่าเดิมเฉพาะชุดพนักงานก็อยู่ในหลักหลายร้อยล้านบาท "

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ 7 เมษายน 2549 09:42 น.

3ปมร้อน!เลื่อนเปิด"หนองงูเห่า" เอกชนลุ้นระทึกดีเดย์ธันวาคมนี้

"คมนาคม" ร้าวลึก !! เมกะโปรเจ็กต์ "สุวรรณภูมิ" ส่อเค้าเป็นโรคเลื่อนไปอีก 6-8 เดือน หวังดีเดย์ "ธันวาคม" นี้ หลังรัฐบาล "ทักษิณ" ปล่อยนักลงทุนรอเก้อมาแล้ว 2 รอบ "รมช.ชัยนันท์" เปิดประเด็นร้อนงาน 3 ส่วน "ระบบ-ซ่อมผ้าใบหลังคา-ร้านค้าเชิงพาณิชย์" ยืดเยื้อ ขณะที่ "บอร์ดศรีสุข-รมว.เพ้ง" ประสานเสียงกรกฎาคมเสร็จตามแผนแต่กำหนดเปิดใช้ทั้งหมดขอสงวนสิทธิ์ไม่ตอบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ท่ามกลางความวุ่นวายทางการเมืองภายหลังการเลือกตั้ง หลายฝ่ายประ เมินโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของรัฐบาลทักษิณ 2 จะไม่เป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ โดยเฉพาะการก่อสร้างและเปิดใช้สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ ทีมงานรวมทั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กำหนดวันเปิดแต่ก็ต้องเลื่อนมาแล้วถึง 2 ครั้ง คือ ครั้งแรกเมื่อ 29 กันยายน 2548 ทำ ได้เพียงการทดสอบทางเทคนิคการใช้สนามบิน (Suvannabhum technical first flight) ครั้งที่สอง กำหนดจะเปิดภายในไม่เกิน 30 มิถุนายนนี้ ล่า สุดเมื่อกุมภาพันธ์ 2549 ก่อนการเลือกตั้งใหญ่ นายศรีสุข จันทรางศุ ประธานบอร์ด บมจ. ท่าอากาศยานไทย กำกับการบริหารโครงการสุวรรณภูมิได้เสนอเลื่อนกำหนดวันเปิดเพิ่มขึ้นอีก 1 เดือนเป็นภายในกรกฎาคม 2549

เมื่อ 3 เมษายน 2549 หลังเสร็จสิ้นการเลือกตั้งทางการเมือง มีกระแสจากผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่ายยืนยันว่ากระทรวงคมนาคมได้รับรายงานจากผู้รับเหมาก่อสร้าง บริษัทซ่อมแซมงานส่วนที่ไม่ได้ตามสเป็ก และบริษัทรับสัมปทานการบริหารพื้นที่สนามบินหลายส่วน ระบุว่าไม่สามารถก่อสร้างและงานระบบให้แล้วเสร็จตามกำหนดได้ จะต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อย 6-8 เดือน หรือประมาณเดือนธันวาคม 2549 จึงจะเสร็จสมบูรณ์ตามมาตรฐานสากล

พลเอกชัยอนันต์ เจริญศิริ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ในฐานะผู้กำกับดูแลนโยบายโครงการสนามบินสุวรรณภูมิยืนยันว่า ถ้าจะให้สุวรรณภูมิแล้วเสร็จสมบูรณ์ครบทุกส่วนและผู้ใช้บริการได้อย่างสบาย ใจ ควรจะใช้เวลาเก็บรายละเอียดงานอย่างน้อย 7 เดือน เนื่องจากยังมีงานที่น่าเป็นห่วงอีก 3 ส่วน

คือ 1)การซ่อมแซมผ้าใบหลังคา คุณภาพของวัสดุมีปัญหาเกิดรอยรั่ว คมนาคมต้องมีนโยบายให้ซ่อมใหม่ 80 ผืน บริษัท อิตาเลียนไทย จำกัด (มหาชน) รับผิดชอบ ระหว่างนี้ก็ทำอยู่ เมื่อสอบถามได้คำตอบว่าการซ่อมใหญ่ครั้งนี้ถ้าจะให้ประสิทธิภาพเต็มร้อยต้องใช้เวลาอย่างน้อย 7 เดือน ทุกฝ่ายควรยอมรับประเด็นนี้

2)งานระบบจัดการสารสนเทศสนามบิน (airport information management system : AIMS) ซึ่งไปเกี่ยวข้องกับงานระบบเชื่อมต่อโครงข่ายเทคโนโลยีสนามบิน เมื่อติดตั้งเสร็จทุกส่วนงานบริการจะต้องดำเนินการทดสอบการใช้งานอีกระยะหนึ่ง

3)พื้นที่ร้านค้าเชิงพาณิชย์ (commercial area) ในอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศขนาด 20,000 ตารางเมตร ที่กลุ่มคิง พาวเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนลได้สัมปทาน และแม้จะเปิดคัดเลือกร้านค้ารายย่อยจนเสร็จหมดแล้วก็ตาม แต่สภาพความเป็นจริงร้านต่างๆ ยังไม่สามารถเข้าไปตกแต่งในพื้นที่ได้

"ผมประเมินว่าสิ่งที่น่าเป็นห่วงคือทั้ง 3 ส่วน ส่วนที่เร่งงานยากคือการซ่อมผ้าใบหลังคาต้องใช้เวลา ขณะนี้จึงไม่ควรกำหนดเดือนที่เหมาะจะเปิด ต้องรอจนกว่าการทดสอบโครงข่ายเชื่อมโยงการใช้งานของ AIMS จะชัดเจน หลังจากนั้นอีก 2 เดือนจึงจะมาว่ากัน เพราะขณะนี้พูดกันเฉพาะบางส่วนที่ไม่เกี่ยวกับภาพรวม ขั้นต่อไปยังต้องมีการจ้างบริษัทรับจ้างบริการงาน (outsource) อีก 40 กว่ารายการ เข้ามาดูแลให้บริการทุกส่วนในสนามบิน"

พลเอกชัยนันต์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการทดสอบระบบต่างๆ ที่ยังไม่แล้วเสร็จ เช่น ระบบลำเลียงสายพานกระเป๋าและเครื่องตรวจวัตถุระเบิด CTX ซึ่งยังทดสอบไม่สมบูรณ์ 100% เพิ่งตรวจสอบได้แค่ 3,000 ใบเท่านั้น จากกำหนดต้องทดสอบหลาย 10,000 ใบ และเพิ่งทดสอบแค่ฝั่งตะวันตกยังเหลือฝั่งตะวันออกอีก และอยู่ระหว่างทดสอบไปเรื่อยๆ จนกว่าแน่ใจว่าจะสมบูรณ์จริงๆ

นายศรีสุข จันทรางศุ ประธานบอร์ด ทอท. กล่าวว่า เมื่อ 4 เมษายน 2549 ได้เรียกประชุมคณะกรรมการ ทอท. โดยมีนายโชติศักดิ์ อาสภวิริยะ กรรมการผู้จัดการใหญ่คนใหม่เข้าร่วมประชุมด้วย หลังจากหารือและเป็นผู้รับผิดชอบงานมาอย่างใกล้ชิดในฐานะประธานบริษัท ท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัด (บทม.) ขอยืนยันว่าภายในเดือนกรกฎาคมนี้ สนามบินสุวรรณภูมิจะแล้วเสร็จตามแผนทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นงานก่อสร้าง งานระบบ และงานซ่อมแซมปรับปรุงส่วนต่างๆ

เมื่อถามถึงว่าสุวรรณภูมิจะเปิดอย่างเป็นทาง การภายในเดือนกรกฎาคมนี้หรือไม่ นายศรีสุขไม่มีคำยืนยันหากยังคงย้ำประโยคเดิมว่า การก่อสร้างจะแล้วเสร็จตามแผนที่กำหนดไว้ เป็นคำตอบเดียว กันกับที่นายสมชัย สวัสดิผล ผู้อำนวยการสนามบินสุวรรณภูมิ ยืนยันพร้อมอธิบายเพิ่มเติมว่าเปอร์เซ็นต์ความคืบหน้างานก่อสร้างจนถึงขณะนี้ไม่มีปัญหาเกิดขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากข้อมูลกำหนดเปิดใช้ในเชิงพาณิชย์สุวรรณภูมิกระทรวงคมนาคมกำลังฝุ่นตลบว่าจะเลื่อนวันเปิดใช้ไปอีก 6-8 เดือน ได้สร้างความสับสนไปทั่ววงการสายการบินทั้งในและต่างประเทศ ที่กำลังเตรียมเงินลงทุนเข้ามาตกแต่งสำนักงานและจัดระบบการขนส่ง ส่งผลถึงนาย พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มีคำสั่งเรียกตัวแทนภาครัฐที่รับผิดชอบการจ้างงานและการตรวจรับเข้าประชุมภายใน วันพุธที่ 5 เมษายน 2549 เพื่อหาข้อยุติที่ชัดเจน

เป็นกลยุทธ์ที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่า ความขัดแย้งกันทางข้อมูลระหว่างพลเอกชัยอนันต์กับนายพงษ์ศักดิ์ รวมถึงนายศรีสุข จนกลายเป็นเหตุบานปลายถึงกำหนดการเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิขึ้น การประชุมครั้งนี้นายพงษ์ศักดิ์ได้ขอให้พลเอกชัยอนันต์เข้าร่วมหารือด้วย เพื่อต้องการประชาสัมพันธ์ ข้อมูลต่อสาธารณะไม่ให้เกิดความแตกตื่น โดยการใช้เทคนิคการตอบว่าภายในเดือนกรกฎาคมนี้สุวรรณภูมิจะแล้วเสร็จตามแผนอย่างแน่นอน ส่วนกำหนดเปิดใช้งานจริงจะยังคงเป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบต่อไปอีกสักระยะหนึ่ง

ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ

โอเรียลไทยแอร์ไลน์ระทึกเครื่องขัดข้องลงฉุกเฉินภูเก็ต

สายการบินโอเรียลไทย"ภูเก็ต-อินชอน"เครื่องยนต์ขัดข้องกลางอากาศ นักบินขอลงจอดฉุกเฉินภูเก็ต 2 ครั้งซ้อน ก่อนสั่งเครื่องบินลำใหม่ บินตรงรับผู้โดยสารกลับเกาหลี อย่างปลอดภัย

เมื่อเวลา 00.20 น.ของวันที่ 6 เมษายน 49 ศูนย์ควบคุมการบินภูเก็ตได้รับแจ้งจากกับตันเครื่องบินโบอิ้ง 747 ของสายการบินโอเรียลไทยแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ OX 310 ที่ขึ้นจากสนามบินนานาชาติจังหวัดภูเก็ต เมื่อเวลา 23.00 น.วันที่ 5 เมษายน ที่ผ่านมา

เพื่อบินไปสู่เมืองอินชอน ประเทศเกาหลี ว่ากำลังบินอยู่เหนือน่านฟ้าจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้เกิดเครื่องยนต์เครื่องที่ 3 ขัดข้อง และขออนุญาตนำเครื่องกลับมาลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินนานาชาติจังหวัดภูเก็ตเป็นการเร่นด่วน

จากนั้นในเวลา 01.30 น.ของวันที่ 6 เมษายน เครื่องบินลำดังกล่าว ก็ได้ลงจอดโดยสวัสดิภาพที่สนามบินจังหวัดภูเก็ต เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจเช็คระบบทั้งหมด จำเป็นต้องให้ผู้โดยสารทั้งหมด ซึ่งเป็นชาวเกาหลีจำนวน 443 คน ต้องกลับเข้ามายังห้องพักผู้โดยสารขาออก ทำให้เกิดความสับสนกับผู้โดยสารว่าเกิดอะไรขึ้น

และ จากการตรวจสอบเครื่องยนต์แล้ว เบื้องต้นไม่สามารถซ่อมเครื่องยนต์ที่เกิดขัดข้องได้ ทำให้ผู้โดยสารทั้งหมดไม่สามารถที่จะเปิดทางกลับประเทศได้ โดยมีผู้โดยสารจำนวน 90 คน ขอกลับเข้าไปพักยังโรงแรมกลางเมืองภูเก็ต

ส่วนผู้โดยสารที่เหลือขอพักค้างคืนภายในอาคารผู้โดยสาร โดยนัดหมายให้มาพร้อมกันที่สนามบินในวันที่ 6 เมษายน เวลา 10.00 น.

ล่าสุดเวลา 10.45 น.นักบิน และ ลูกเรือพร้อมด้วยผู้โดยสารทั้งหมดได้นำเครื่องขึ้นบินอีกครั้ง แต่สามารถบินไปได้เพียงประมาณ 1 ชม.เศษ นักบินต้องขอลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินภูเก็ตอีกครั้ง

เนื่องจากเครื่องยนต์ตัวเดิมยังคงขัดข้องอยู่นักบินตัดสินใจบินลงจอดเพื่อขอเปลี่ยนเครื่อง ส่งผลให้ผู้โดยสารเริ่มไม่พอใจ ต้องมารอและตกค้างอยู่ที่อาคารผู้โดยสารเป็นครั้งที่ 2 อีกครั้ง

จนกระทั่งผู้บริหารของสายการบินตัดสินใจเปลี่ยนเครื่อง โดยนำเครื่องบินโบอิ้ง 747 จากสนามบินดอนเมืองบินตรงมายังสนามบินภูเก็ตในเวลา 15.30 น.ของวันเดียวกัน เพื่อนำผู้โดยสารทั้งหมดบินกลับประเทศเกาหลี อย่างปลอดภัย

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ

"การบินไทย" เตรียมดึง "นกแอร์" บินเส้นทางในประเทศแก้ปัญหาขาดทุน

โดย ผู้จัดการออนไลน์


นายวสิงห์ กิตติกุล รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย ยืนยันว่า ข้อมูลที่สหภาพแรงงานนำมาเผยแพร่ว่าบริษัทมีผลการดำเนินงานขาดทุนนั้น เป็นความจริง ทั้งเส้นทางในประเทศและเส้นทางระหว่างประเทศ โดยเส้นทางในประเทศ บริษัทแก้ปัญหาด้วยการให้สายการบินนกแอร์ ซึ่งเป็นบริษัทลูก มาให้บริการแทน เพราะนกแอร์เป็นสายการบินต้นทุนต่ำ จึงมีค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่า ส่วนเส้นทางระหว่างประเทศที่ประสบภาวะขาดทุน คือ เส้นทางกรุงเทพฯ - มอสโก และกรุงเทพฯ - นิวยอร์ก เนื่องจากยังมีจำนวนผู้โดยสารต่อเที่ยวบินต่ำกว่ามาตรฐาน ทำให้ไม่คุ้มกับค่าใช้จ่าย แต่เมื่อวิเคราะห์ผลประโยชน์ที่บริษัทจะได้รับในภาพรวมแล้ว การบินไทยยังมีความจำเป็นต้องให้บริการในเส้นทางดังกล่าว เพราะผู้โดยสารไม่ได้มีเฉพาะคนไทย แต่ยังมีผู้โดยสารจากประเทศเพื่อนบ้านอีกหลายแห่ง เบื้องต้นจะแก้ปัญหาโดยใช้วิธีการบริหารจัดการเที่ยวบินให้คุ้มค่ามากขึ้นแทน นอกจากนี้ สถานการณ์โดยรวมยังอยู่ในระดับที่ดี ในแต่ละเดือนมีผู้โดยสารไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 ในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว จะมีการจัดรายการส่งเสริมการขาย ร่วมกับบริษัททัวร์และที่พัก เพื่อกระตุ้นตลาดด้วย


April 06, 2006

สัมปทานลับ "ทอท." ในสุวรรณภูมิ (23) AFAC ผลตอบแทนลวง 400 Hz !?

ก่อน "บัญชา ปัตตนาภรณ์" จะยุติบทบาท "รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่" (กจญ.) บมจ. ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) มีงานส่งท้ายกระฉ่อนเมืองการคัดเลือกบริษัทสัมปทานโปรเจ็กต์ บริการและติดตั้งระบบไฟฟ้า 400 เฮิรตซ์ (Hz) และระบบปรับอากาศ ไฟฟ้า 400 เฮิรตซ์ ใน "สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ" ระยะเวลาจ้าง 10 ปี แผนงานตามเอกสารตั้งเป้าจะทำรายได้จากการดำเนินงานตลอดสัญญาตามประมาณ 2,700 ล้านบาท กำไรสุทธิประมาณ 227 ล้านบาท คิดเป็นกว่า 10% ของรายได้เท่านั้น

400 Hz ผลตอบแทนลวงตา !?

เมื่อ 30 มีนาคม 2549 ทอท.โดยคณะกรรมการพิจารณาการประมูลคัดเลือกผู้ประกอบการให้บริการโปรเจ็กต์นี้ ตัดสินใจประกาศผลเปิด 2 ซองพร้อมกันทั้ง "เทคนิคและราคา" กระแสจากทุกฝ่ายวิเคราะห์ตรงกันว่าเป็นไปตามความคาดหมาย บริษัทที่เข้าวินได้คะแนนสูงสุด คือ "บริษัท แอร์พอร์ต ฟาซิลิตี้ จำกัด" (AFAC) จัดทำตัวเลขผลตอบแทนให้ ทอท.สูงที่สุดถึง 41.5%

AFAC จึงถูกตั้งข้อสังเกตอย่างกว้างขวาง ว่า "ชัยชนะ" ที่ได้รับผิดปกติหรือไม่ ?

โดยเฉพาะบทสรุปเรื่องการเสนอผลตอบแทน "41.5%" ให้แก่ ทอท.ในการดำเนินธุรกิจ 400 Hz และ PC-air จะทำอย่างไร และ/หรือเป็นเพียงเสนอผลตอบแทนให้สูงกว่าเจ้าอื่นไว้ก่อน เพื่อไปขอปรับลดสัญญาภายหลังการได้งาน ซึ่งเป็น "ช่องว่าง" ที่ ทอท.เปิดให้เอกชนต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

ตัวอย่างการแก้ไขสัญญาตามบันทึกข้อตกลงเลขที่ 6-77/2546 ลงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2546 ทอท.แก้ไขครั้งที่ 2 เนื้อหาโดยย่อระบุว่า ทอท. อนุญาตให้ บริษัท โฟร์พิท โซลูชั่น จำกัด บริษัทนวดเท้าในสนามบินดอนเมืองปรับลดค่าตอบแทนขั้นต่ำจากเดิม 748,000 บาท/เดือน เหลือ 350,000 บาท/เดือน ตั้งแต่ 1 สิงหาคม 2548 เป็นต้นมา

มีหลักฐานปรากฏชัดว่า ทอท.ได้แก้ไขสัญญา ลดผลตอบแทนรายได้หลายต่อหลายฉบับให้แก่บริษัทรายย่อยที่ได้รับสัมปทานไป ตามกลไกเหตุผลการลงนามแก้ไขนั้น ตามระเบียบอำนาจการตัดสินใจอยู่ที่ "กรรมการผู้อำนวยการใหญ่"

ส่วนการลงนามในเอกสารแก้ไข "ผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง" ต้องเซ็นชื่อเป็นคู่สัญญาแทน (ตามปกติเอกสารดังกล่าวจะเป็นหลักฐานพิสูจน์ทราบในทางกฎหมายหากต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงหรือวินัย)

เมื่อทุกฝ่ายวิเคราะห์โปรเจ็กต์ 400 Hz และ PC-air หากจะต้องคืนผลตอบแทนให้ ทอท.สูงที่สุดตามมาตรฐานธุรกิจก็ทำได้ไม่เกิน 35% แต่จากเอกสารยื่นเสนอแผนงานรอบแรก เมื่อ 6 ก.พ.2549 "AFAC" ระบุข้อมูลอย่างละเอียดว่าต้องใช้งบประมาณลงทุนปรับปรุงอุปกรณ์ ไฟฟ้า 400 เฮิรตซ์ และ PC-air รวม 22 รายการ เป็นเงิน 329,038,696 บาท

วิเคราะห์เฉพาะปีที่ 1 ปีเดียว ตั้งเป้ารายได้รวมไว้ 330.13 ล้านบาท มีค่าใช้จ่ายรวม 176.557 ล้านบาท และค่าบริหารจัดการอีก 82.144 ล้านบาท หักลบค่าใช้จ่ายทั้งหมดแล้วจะเหลือกำไรสุทธิเพียง 11.15 ล้านบาท หรือประมาณ 3.7%

ต้นทุนส่วนใหญ่ในค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงาน 176.557 ล้านบาท AFAC ทำแยกเป็น 2 ส่วน คือ 1) ค่าใช้จ่ายที่ยืดหยุ่นได้ 134.82 ล้านบาท มี 2 รายการ คือ ค่าสิทธิประโยชน์สาธารณะ 66.726 ล้านบาท (ค่าไฟฟ้าสำนักงาน 4 แสนบาท, ค่าไฟฟ้า 400 Hz และ PC-air 66.026 ล้านบาท ระบุว่าเป็น 20% ของรายได้, ค่าน้ำดื่ม 3 แสนบาท) และค่าจ้างพนักงาน 68.094 ล้านบาท

2) ค่าใช้จ่ายคงที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ 41.737 ล้านบาท มี 4 รายการ คือ ค่าดูแลการซ่อมบำรุง 24 ล้านบาท ค่าติดต่อสื่อสาร 2.737 ล้านบาท ค่าประกัน 13 ล้านบาท ค่ายานพาหนะ 2 ล้านบาท

ส่วนรายได้ปีที่ 1 รวมทั้งสิ้น 330 ล้านบาท ซึ่งจะเหลือกำไรสุทธิเพียง 11.15 ล้านบาท เนื่องจากต้องหักค่าใช้จ่าย 1) การดำเนินงาน 213.557 ล้านบาท ค่าบริหารงานบุคคล 82.144 ล้านบาท ค่าภาษี 30% จ่ายเงินปันผล 30% รายได้คงที่ 7.805 ล้านบาท พร้อมระบุหมายเหตุรายได้ว่าการลงทุนทุกๆ 37 ล้านบาท จะได้ส่วนลดกลับคืนรวมอยู่ในค่าใช้จ่ายแต่ละปีตามอัตราดอกเบี้ย 10%

องค์ประกอบโดยรวมของ "รายได้" กับ "ต้นทุนค่าใช้จ่าย" หักลบเป็น "กำไรสุทธิ" ตามโมเดลรอบแรกที่ AFAC เสนอจ่ายผลตอบแทน ทอท.มากสุดไม่เกิน 25% เปรียบเทียบรอบที่ 2 เมื่อ 30 มีนาคม 2549 ก้าวกระโดดพรวดเป็น 41.5%

รื้อปมล้มดีลรอบ 1 ขัด "พ.ร.บ." ราคา ?

"ปมสงสัย" การล้มประมูลรอบแรกถูกรื้อฟื้นขึ้นมาอีกครั้งว่ากรรมการมีคำตอบกับบริษัทคู่แข่งที่เข้าร่วมประมูลเกี่ยวกับกรณีวิธีปฏิบัติของ AFAC อาจจะขัดต่อ "พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ พ.ศ.2542" หรือไม่

เนื่องจากทีโออาร์การประมูลโปรเจ็กต์นี้ ทอท. กำหนดเงื่อนไขตามข้อ 2.7 ว่า "นิติบุคคลผู้ยื่นข้อเสนอต้องไม่เป็นผู้มีผลประโยชน์ร่วมกันกับผู้เสนอราคารายชื่อ ณ วันประกาศเชิญชวนเข้าร่วมยื่นข้อเสนอโครงการ หรือไม่เป็นผู้กระทำการอันเป็นการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ พ.ศ.2542

รายละเอียดตาม พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว มาตราหลักที่เกี่ยวข้องกับข้อผูกพันการเสนอ "ราคา" คือ มาตรา 5 ระบุว่า ผู้ใดให้ ขอให้ หรือรับว่าจะให้เงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ผู้อื่นเพื่อประโยชน์ในการเสนอราคา โดยมีวัตถุประสงค์จะจงใจให้ผู้นั้นร่วมดำเนินการใดๆ อันเป็นการให้ประโยชน์แก่ผู้หนึ่งเป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ หรือเพื่อจูงใจให้ผู้นั้นทำการเสนอราคาสูงหรือต่ำกว่า "จนเห็นชัดว่าไม่เป็นไปตามลักษณะสินค้า บริการ หรือสิทธิที่จะได้รับ" ฯลฯ ผู้ใดเรียก รับ หรือยอมจะรับเงินหรือทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดเพื่อกระทำการตามวรรคหนึ่ง ให้ถือว่าผู้ร่วมกระทำความผิดด้วย

มาตรา 10 เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานผู้ใดซึ่งมีอำนาจหรือหน้าที่การอนุมัติการพิจารณาหรือการดำเนินการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเสนอราคาครั้งใด รู้หรือมีพฤติการณ์ปรากฏแจ้งว่าควรรู้ว่าการเสนอราคาในครั้งนั้นมีการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.นี้ ละเว้นไม่ดำเนินการเพื่อให้มีการยกเลิกการดำเนินการเกี่ยวกับการเสนอราคาในครั้งนั้น มีความผิดฐานกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000-200,000 บาท

มาตรา 11 เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐผู้ใด หรือผู้ได้รับมอบหมายจากหน่วยงานของรัฐผู้ใด โดยทุจริตทำการออกแบบ กำหนดราคา กำหนดเงื่อนไข หรือกำหนดผลประโยชน์ตอบแทน อันเป็นมาตรฐานในการเสนอราคาโดยมุ่งมิให้มีการแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม หรือเพื่อช่วยเหลือผู้เสนอราคารายใดได้มีสิทธิเข้าทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐโดยไม่เป็นธรรม หรือเพื่อกีดกันผู้เสนอราคารายใดมิให้มีโอกาสเข้าแข่งขันในการเสนอราคาอย่างเป็นธรรม ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5-10 ปี หรือตลอดชีวิต ปรับตั้งแต่ 100,000-400,000 บาท

ทั้งหมดนี้ "บมจ.การบินไทย" ซึ่งถูกกรรมการ ตีตกทั้ง 2 รอบ รอบแรกไม่ยอมรับซองประมูล รอบ 2 ซองเทคนิคได้ 79 คะแนน ต่ำกว่าทีโออาร์กำหนดไว้ที่ 85 คะแนนขึ้นไป กับ TAGS ผู้มีประสบการณ์ธุรกิจนี้มานานกอดคอตกรอบไปด้วย ทั้ง 2 บริษัทคงจะอยากเห็นการชำแหละอย่างชัดเจน และหนึ่งในกรรมการอย่าง "สมบัติ คุณประเสริฐ" ผู้จัดการศูนย์กิจการพาณิชย์ ก็น่าจะให้คำตอบได้ดี

ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 06 เมษายน พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 3781 (2981)

ทอท.มั่นใจสนามบินสุวรรณภูมิเปิดใช้แน่ภายในปีนี้

บิ๊ก ทอท.มั่นใจสนามบินสุวรรณภูมิเปิดใช้แน่ภายในปีนี้ ระบุแม้ว่าจะเปิดใช้ล่าช้าบ้างแต่ไม่น่ามีปัญหา ระบุแม้ว่าจะเปิดใช้ล่าช้าบ้างแต่ไม่น่ามีปัญหา ชี้จะเป็นที่ยอมรับของคนทั่วโลก เพราะมีความทันสมัยสูง พร้อมปรับปรุงการทำงานเพื่อให้ยอดรายได้ปีนี้เกิน 17,000 ล้านบาท

นายโชติศักดิ์ อาสภวิริยะ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.เปิดเผยว่า ทอท.มั่นใจว่าการเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิจะสามารถเปิดใช้ได้อย่างเป็นทางการในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ เนื่องจากการก่อสร้างสำเร็จแล้วกว่าร้อยละ 99 ถือว่าสมบูรณ์ทุกด้านแล้ว เหลือเพียงการเก็บงานและตรวจงานรวมถึงการทดสอบพื้นที่ในแต่ละจุด จึงเชื่อว่าจะเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิอย่างเป็นทางการได้ในอีกไม่นานนี้

นายโชติศักดิ์ กล่าวอีกว่า หลังจากที่ตนเข้ามารับตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ในช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมานี้ ได้ปรับเแผนเพื่อรองรับการเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งตามแผน ทอท.จะต้องมีรายได้ในการดำเนินงานปีนี้ไม่ต่ำกว่า 17,000 ล้านบาทนั้น ตนจะทำให้รายได้นี้เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

“คนไทยทั้งประเทศรอคอยสนามบินสุวรรณภูมิมาแล้วกว่า 40 ปี แม้ว่าจะมีกระแสข่าวว่าสนามบินสุวรรณภูมิจะไม่สามารถเปิดใช้ได้ทันตามกำหนดเวลาเดิมว่าจะเปิดใช้ได้ในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ แต่เท่าที่ได้ติดตามแผนการก่อสร้างในทุกพื้นที่ของสนามบินสุวรรณภูมิเสร็จไปแล้วกว่าร้อยละ 99 เหลือเพียงเก็บงานและทดสอบในทุกพื้นที่เท่านั้น "นายโชติศักดิ์ กล่าวและ ว่า

เชื่อว่าแม้จะเปิดล่าช้าไปบ้างแต่ก็คิดว่าไม่น่ามีปัญหา และคิดว่าการเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิน่าจะเปิดได้ภายในปี 2549 นี้ เพราะการใช้สนามบินดอนเมืองขณะนี้หนาแน่นมากไม่สามารถรองรับการบริการของผู้โดยสารได้เพียงพอ จึงเชื่อว่าเมื่อเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิอย่างเป็นทางได้น่าจะทำให้การให้บริการแก่ผู้โดยสารทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติทั่วโลกได้อย่างเต็มที่

สำหรับแผนงานแรกที่ ทอท.จะร่วมมือกับท่าอากาศยานกรุงเทพ (ทกท.) ในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ ซึ่งมีวันหยุดติดต่อกันถึง 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 13-17 เมษายนนี้ ทาง ทอท.ได้เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับเทศกาลดังกล่าว โดยได้ร่วมประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวของเพื่อเตรียมแผนและกำลังคนที่จะให้บริการแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

โดยจะอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยรวมถึงการจราจรแก่นักท่องเที่ยวตลอด 24 ชั่วโมง ในช่วงเวลาดังกล่าว และเพื่อสนองนโยบายของกระทรวงคมนาคมจะจัดตั้งศูนย์ปลอดภัยคมนาคมขึ้นมา ซึ่งจะเป็นศูนย์ข้อมูลข่าวสารที่จะให้บริการแก่นักท่องเที่ยวได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-2535-1666 ในการใช้บริการต่อไป.

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ 6 เมษายน 2549 13:43 น.

สหภาพฯบินไทยจี้สรรหาดีดีเลือกคนในลดกระแสต้าน

โดย ผู้จัดการรายวัน 6 เมษายน 2549 08:38 น.


ผู้จัดการรายวัน-สหภาพฯ การบินไทย เรียกร้อง ดีดี ต้องเป็นคนใด กดดันกรรมการสรรหา สรุป "สมใจนึก"ยันสรุปผล 17 เม.ย.นี้ พร้อมแจง แนวคิดย้ายสำนักงานใหญ่ไปสุวรรณภูมิเพื่อลดค่าใช้จ่าย เตือนอย่าฟัดกันเอง เพราะบริษัทกำลังไปได้ดี วงในคาด ดีดี เป็นคนใน 1 ใน 4 แน่หลังกระแสทาบคนนอกถูกปฎิเสธ

วานนี้ (5 เม.ย.) สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ การบินไทยได้ชุมนุมกันที่สำนักงานใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อทวงถามจริยธรรมของคณะกรรมการ (บอร์ด) 2 คน คือ นายโอฬาร ไชยประวัติ และนายวิชิต สุรพงษ์ชัย กรณีที่เป็นบอร์ดการบินไทยและเป็นบอร์ดของบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ด้วย โดยเรียกร้องให้ทวงคืนสิทธิประโยชน์ที่ได้รับจากบริษัท แม้ว่าทั้งนายโอฬารและนายวิชิตจะยื่นหนังสือขอลาออกมายังประธานกรรมการบริษัทฯ และมีผลตั้งแต่วันที่ 4 เม.ย.2549 นอกจากนี้ ยังคัดค้านกรณีที่มีการย้ายสำนักงานใหญ่การบินไทยไปอยู่ที่สุวรรณภูมิด้วย และการพิจารณาแต่งตั้งคนในเป็นกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (ดีดี) การบินไทยคนต่อไป

โดยนายสมใจนึก เองตระกูล กรรมการปฏิบัติหน้าที่กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (ดีดี) การบินไทย กล่าวยืนยันกับพนักงานว่า จะมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องที่พนักงานร้องเรียน ซึ่งบอร์ดทั้ง 2 เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้ทำประโยชน์ให้การบินไทยมากในช่วงที่ผ่านมา ส่วนการย้ายสำนักงานใหญ่ไปอยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมินั้น ยอมรับว่าเป็นแนวคิดของตนเอง เพราะเห็นว่าหากมีสำนักงานอยู่ทั้งสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมืองจะเพิ่มค่าใช้จ่ายของการบินไทย ซึ่งได้ให้.ท.นรหัช พลอยใหญ่ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายรักษามาตรฐานและความปลอดภัย ศึกษาเรื่องนี้อยู่ ซึ่งจะมีการย้ายบางส่วนไปแน่นอน จึงอยากให้พนักงานนึกถึงผลประโยชน์ในภาพรวมมากกว่าความสบายของตัวเอง

"เคยเสนอรัฐบาลไปว่าไม่เห็นด้วยที่จะเปิดใช้สนามบินถึง 2 แห่ง เพราะจากตัวอย่างในหลายประเทศการมี 2 สนามบินไม่ประสบความสำเร็จ และไม่เห็นด้วยที่บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือทอท. จะปรับขึ้นค่าใช้สนามบิน เพราะไม่เป็นผลดีต่อภาพรวมของอุตสาหกรรมการบินของประเทศ และไม่อยากให้มาฟัดกันเอง เพราะจะทำให้คนอื่นเข้ามาได้ง่าย ผมเองก็สู้ให้บริษัทมาก อย่าให้เชื่อผู้บริหารบ้าง ตอนนี้บริษัทมีรายได้ดี ไตรมาสแรกก็มีกำไรถึง 6,000 ล้านบาท"นายสมใจนึกกล่าว

คนในมาแรงหลังสหภาพฯกดดัน

ส่วนการสรรหาดีดี การบินไทยนั้น นายวันชัย ศารทูลทัต ปลัดกระทรวงคมนาคมในฐานะประธานบอร์ดและประธานการสรรหาฯกล่าวว่า การพิจารณาอยู่ในขั้นสุดท้าย และจะเปิดเผยผลสรุปในวันที่ 17 เม.ย. 2549 นี้ และยืนยันว่าการสรรหาไม่มีแรงผลักดันใด ๆ ทั้งจากภายใน และภายนอก โดยมั่นใจได้ว่าจะได้ผู้ที่มีความสามารถมาปฏิบัติงานได้ทันวันที่ 1 พ.ค. 2549 นี้

อย่างไรก็ตาม รายงานข่าวแจ้งว่า มีความเป็นไปสูงว่าจะมีการเลือกผู้เหมาะสมจาก 4 ผู้สมัครที่ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติเข้ามา ซึ่งเป็นคนในทั้งหมด จากเดิมที่เคยมีการทาบทามคนนอกเช่นนาย พิชัย ชุณหวชิร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่การเงินและบัญชีองค์กร บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) แต่นายพิชัยปฎิเสธ และการประชุมกรรมการสรรหา ครั้งสุดท้ายเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังไม่สรุป 3 แนวทางคือ ล้มกระดานแล้วเปิดสรรหาใหม่ เลือกผู้เหมาะสมจาก 4 คนใน หรือ ทาบทามคนนอกมาพิจารณาร่วมกับ 4 คน

ทั้งนี้หากมีการพิจารณาเลือกจากคนใน จะตัดปัญหาในส่วนของพนักงานไปได้ โดย ร.ท.นรหัช พลอยใหญ่ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายรักษามาตรฐานและความปลอดภัย น่าจะมีความเป็นไปได้มากเพราะเป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นเดียวกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี ส่วนน.ท.ศุภชัย ลิมปิสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการฝ่ายช่าง ถูกมองว่าเป็นคนเชื่อมั่นตัวเองสูง ร.ท.ชินวุฒิ นเรศเสนีย์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายบริการลูกค้า มีความเป็นนักวิชาการ ส่วน หมด ร.ท.อภินันท์ สุมณะเศรณี รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายปฏิบัติการ ยังอาวุโสน้อย

ย้ายสำนักงานต้องเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายก่อน

ด้านนายเจษฎา นิยมปัทมะ วิศวกรฝ่ายปฎิบัติการ การบินไทยและกรรมการสหภาพฯ กล่าวว่า ประเด็นการย้ายสำนักงานใหญ่ไปสุวรรณภูมิจะมีการสอบถามความเห็นพนักงานด้วย เบื้องต้นเห็นว่าเรื่องนี้ยังไม่มีควาดชัดเจนและพนักงานส่วนใหญ่เห็นว่าหากย้ายไปสำนักงานใหญ่ไปที่สุวรรณภูมิบริษัทจะยิ่งรับภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มที่สูงกว่า เพราะค่าเช่าพื้นที่ที่สุวรรณภูมิค่อนข้างสูง หากบริษัทลงทุนเพิ่มจะคุ้มค่าหรือไม่กับการให้เช่าสำนักงานที่ดอนเมือง หรือขายไป คงต้องชี้แจงเรื่องตัวเลขเปรียบเทียบด้วย

"กรณีคุณสมบัติของนายสมใจนึก (บอร์ด) ที่เป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีฯด้วยนั้น จากการตรวจสอบคำวินิจฉัยศาลปกครองสูงสุดเรื่องกฟผ.ไม่ได้ระบุว่าผู้ช่วยรัฐมนตรีเป็นข้าราชการการเมืองดังนั้นจึงยังไม่เข้าข่ายคุณสมบัติต้องห้ามในการเป็นบอร์ดรัฐวิสาหกิจ"

ทวงบอร์ดขึ้นเงินเดือน5% ตามมติครม.

อย่างไรก็ตาม จากนี้จะมีหารือในเรื่องการปรับเงินเดือนพนักงาน เพื่อถามไปยังบอร์ดบริษัทซึ่งจะมีการประชุมบอร์ดในวันที่ 12 เม.ย.นี้ เนื่องจาก คณะรัฐมนตรี(ครม.) ได้มีมติปรับเงินเดือนข้าราชการขึ้น 5 % ตามภาวะเงินเฟ้อ ส่วนรัฐวิสาหกิจนั้นหลังจากที่ประชุมคณะกรรมการัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ได้อนุมัติให้ปรับขึ้นอีก 5 % เช่นกัน แต่ให้บอร์ดแต่ละรัฐวิสาหกิจพิจารณาอีกครั้ง ซึ่งบอร์ดการบินไทยไม่พิจารณาให้ ในขณะที่รัฐวิสาหกิจอื่นได้ปรับขึ้นไปแล้ว


"โอฬาร-วิชิต" ลาออกจากกรรมการการบินไทยแล้ว

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 5 เมษายน 2549 10:26 น.


นายธรรมศักดิ์ ชุติวงศ์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สำนักเลขานุการบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า นายโอฬาร ไชยประวัติ และนายวิชิต สุรพงษ์ชัย ได้ลาออกจากตำแหน่งกรรมการบริษัท โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 4 เมษายนเป็นต้นไป


แอร์เอเชียลั่นถึงคิวมาเลย์ขึ้นชั้นฮับการบิน

โดย ผู้จัดการรายสัปดาห์ 6 เมษายน 2549 16:02 น.


แอร์เอเชียลั่นการขยายตัวอย่างกว้างขวางในตลาดมาเลเซีย ประกอบกับมาตรการปฏิรูปอุตสาหกรรมการบินครั้งมโหฬาร จะช่วยผลักดันแดนเสือเหลืองสู่การเป็นฮับการบินระดับภูมิภาคแข่งกับสิงคโปร์

ภายใต้แผนปรับโครงสร้างครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมการบินมาเลเซียที่ทางการกัวลาลัมเปอร์ประกาศออกมาเมื่อปลายเดือนที่แล้ว สายการบินแห่งชาติ ‘มาเลเซีย แอร์ไลนส์’ จะยกเลิกสิทธิที่เกือบเรียกได้ว่าผูกขาดเบ็ดเสร็จ ด้วยการส่งมอบเส้นทางบินภายในประเทศ 99% ให้แก่แอร์เอเชีย และสูญเสียสิทธิในการได้รับเงินอุดหนุนทั้งหมดจากรัฐ โดยการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมที่จะถึง

มาเลเซีย แอร์ไลนส์ หรือเอ็มเอเอส จะเหลือเส้นทางบินภายในประเทศเพียง 19 เส้นทาง ซึ่งจะดำเนินการในฐานะสายการบินเต็มรูปแบบ แข่งขันกับแอร์เอเชีย ซึ่งเป็นสายการบินชั้นประหยัดหรือโลว์คอสต์

อนึ่ง ในบรรดา 19 เส้นทางบินที่เอ็มเอเอสจะต้องแข่งขันกับแอร์เอเชียนั้น ครอบคลุมถึงจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยว เช่น ปีนัง, ลังกาวี, โกตา คินาบาลู และคูชิง รวมถึงเมืองหลวงของรัฐต่างๆ

นอกจากนั้น แอร์เอเชียยังมีสิทธิ์ขาดในการให้บริการเส้นทางบินเล็กๆ 96 เส้นทางบนคาบสมุทรมาเลเซีย รัฐซาบาห์ และซาราวักบนเกาะบอร์เนียว

โทนี เฟอร์นันเดซ ประธานบริหารแอร์เอเชีย สายการบินโลว์คอสต์ที่ใหญ่ที่สุดในย่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในด้านขนาดกองบิน มองว่าการปรับโครงสร้างดังกล่าวจะส่งผลดีทั้งต่อแอร์เอเชีย ซึ่งกระตือรือร้นขยายเส้นทางบินภายในประเทศ ตลอดจนถึงเอ็มเอเอส ที่จำเป็นต้องตัดทิ้งเส้นทางบินที่ไม่ทำกำไร

บิ๊กบอสแอร์เอเชียพยายามให้ภาพว่า นี่เป็นความพยายามร่วมกันระหว่างสองฝ่าย แม้ในความเป็นจริง แอร์เอเชียต้องห้ำหั่นกับเอ็มเอเอสในบางเส้นทางก็ตาม

“การจับมือกันจะหมายถึงชัยชนะสำคัญ เพราะท่ามกลางการแข่งขันระดับโลก จึงมีเหตุผลครบถ้วนในการผนึกความแข็งแกร่งของเราทั้งคู่”

ด้านไอดริส จาลา กรรมการผู้จัดการเอ็มเอเอส แถลงข่าวร่วมกับเฟอร์นันเดซโดยมีท่าทีระมัดระวังมากกว่าเกี่ยวกับพลวัตเบื้องหลังการจัดการแบบใหม่

“คุณต้องร่วมมือกับคู่แข่งเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย แต่หากไม่เป็นเช่นนั้น คุณก็ต้องแข่งขันกับเขา” ไอดริสยังให้สัญญาว่า จะฟื้นสถานการณ์ทำให้เอ็มเอเอสกลับมามีกำไรอีกครั้งในปีหน้า

กลับมาที่เฟอร์นันเดซที่ยังคงมองโลกสวยสดงดงามเสมอมา สำทับว่าเขาเชื่อว่า การปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมการบินจะส่งให้มาเลเซียเคลื่อนเข้าสู่ “ศูนย์กลางของการเดินทางที่ใช้ต้นทุนต่ำ ศูนย์กลางของการเดินทางที่สำคัญ และศูนย์กลางของการซ่อมบำรุง ความเป็นเลิศ ความปลอดภัย และการฝึกอบรม” และที่สำคัญที่สุดคือ บดบังรัศมีของสิงคโปร์ แอร์ไลนส์ หรือเอสไอเอ สายการบินแห่งชาติแดนลอดช่อง

“ผมเชื่อมั่นว่า เอ็มเอเอสเหนือชั้นกว่าเอสไอเออย่างไม่ต้องสงสัย และทั้งหมดที่ผมจะพูดก็คือ ระวังตัวไว้! สิงคโปร์”

แต่เมื่อสอบถามไปยังเอสไอเอว่าคิดอ่านอย่างไรเกี่ยวกับทัศนะของเฟอร์นันเดซ โฆษกของสายการบินแห่งชาติสิงคโปร์กล่าวเพียงว่า “เราไม่รู้ว่าเขากำลังพูดถึงอะไร”

ทั้งนี้ การปรับโครงสร้างภาคการบินแดนเสือเหลืองมีขึ้นขณะที่เอ็มเอเอส ที่ทางการกัวลาลัมเปอร์ถือหุ้นอยู่ 69% ประสบขาดทุนถึง 340.5 ล้านดอลลาร์ในช่วง 9 เดือนจนถึงเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา

ตรงข้ามกับแอร์เอเชียที่มีกำไรสุทธิช่วงครึ่งหลังของปี 2005 เพิ่มขึ้น 20% อยู่ที่ 17.6 ล้านดอลลาร์ จากรายได้ 111.4 ล้านดอลลาร์

ในส่วนสิงคโปร์ แอร์ไลนส์มีกำไรสุทธิร่วงลง 14.6% เหลือ 243 ล้านดอลลาร์ระหว่างเดือนตุลาคม-ธันวาคมปีที่แล้ว จากยอดขาย 2,170 ล้านดอลลาร์

สองเดือนที่แล้ว มาเลเซีย แอร์ไลนส์เปิดเผยว่า มีเส้นทางบิน 4 เส้นทางจาก 118 เส้นทางบินภายในประเทศที่ทำกำไร ดังนั้น การประคับประคองให้สายการบินอยู่รอดต่อไปได้ รัฐบาลมาเลเซียจึงต้องเข้าไปแบกรับยอดขาดทุนประจำปีที่ราว 81.3 ล้านดอลลาร์ ด้วยการให้การอุดหนุนทางอ้อม

อย่างไรก็ตาม เฟอร์นันเดซคาดการณ์ว่า ภายหลังการปรับโครงสร้าง นักเดินทางต่างชาติจำนวนมากจะเดินทางสู่มาเลเซีย และมองกัวลาลัมเปอร์ในฐานะฮับการบินภายในภูมิภาค ก่อนก้าวขึ้นเครื่องบินของแอร์เอเชียเพื่อไปยังจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวแห่งต่างๆ ในมาเลเซียและประเทศอื่นในย่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ไอดริสสำทับว่า ฝ่ายบริหารของเอ็มไอเอสกำลังเจรจากับสหภาพแรงงานเกี่ยวกับชะตากรรมของพนักงาน 6,500 คนที่จะต้องถูกปลดออกจากจำนวนพนักงานทั้งหมด 23,000 คน ตามแผนปรับโครงสร้าง

กระนั้น ทั้งไอดริสและเฟอร์นันเดซยืนยันว่าพนักงานบางส่วนจะโอนย้ายไปอยู่กับแอร์เอเชีย แต่ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการเจรจาจึงไม่สามารถให้รายละเอียดได้

“นี่เป็นยุคใหม่สำหรับเอ็มเอเอสและแอร์เอเชีย เป็นวิสัยทัศน์ของสองผู้ชนะ ผมต้องการเรียนรู้แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดจากแอร์เอเชีย เราจะต้องปรับปรุงผลกำไร ลดต้นทุน ความเคลื่อนไหวนี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพการทำกำไรของเรา” ไอดริสทิ้งท้าย

April 04, 2006

น้ำมันพ่นพิษยอดขายเอ340ร่วง

ปารีส (เอเอฟพี) — กูรูชี้น้ำมันแพงพ่นพิษแอร์บัสเสียยอดสั่งซื้อ “เอ340” ไปให้กับ “โบอิ้ง 777” ของบริษัทคู่แข่ง


เอเอฟพี อ้างคำกล่าวของแหล่งข่าวแวดวงอุตสาหกรรมการบิน เมื่อวันที่ 3 เมษายน ว่า เครื่องบินรุ่น เอ340 ซึ่งเป็นเครื่องบินระยะไกล และติดตั้งเครื่องยนต์ 4 ตัว ของแอร์บัส ผู้ผลิตเครื่องบินรายใหญ่จากฝั่งยุโรป ได้รับผลกระทบจากราคาเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้บริษัทต้องสูญเสียยอดการสั่งซื้อให้กับเครื่องบินโบอิ้ง 777 ของโบอิ้ง บริษัทคู่แข่งจากสหรัฐ

ผลกระทบดังกล่าวได้ปรากฏชัดเจนขึ้นในวันที่ 2 เมษายน ที่ผ่านมา หลังจากที่สายการบินเอมิเรตส์ จากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เลื่อนการรับมอบเครื่องบินรุ่น เอ340-600 จำนวน 20 ลำ ออกไปอย่างไม่มีกำหนด จากเดิมที่แอร์บัสจะเริ่มดำเนินการส่งมอบในปีหน้านี้

สายการบินเอมิเรตส์ ระบุว่า ต้องการที่จะรอจนกว่าแอร์บัสสามารถพัฒนาเครื่องบินรุ่นที่ประหยัดน้ำมันได้ก่อน เนื่องจากความวิตกกังวลของสายการบินต่างๆ เกี่ยวกับภาวะผันผวนของราคาน้ำมันโลก

ขณะที่โฆษกแอร์บัส ยอมรับว่า ยอดสั่งซื้อเครื่องบินขณะนี้ ได้ปรับตัวลดลงจากเดิม

ด้านโบอิ้ง กล่าวว่า เครื่องบินโบอิ้ง 777-200แอลอาร์ ซึ่งเพิ่งเปิดตัวไป ถือเป็นเครื่องที่บินได้ระยะไกลสุดในโลก สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้มากถึง 300 ที่นั่ง และประหยัดพลังงานมากกว่าเครื่องบินรุ่น เอ340 ของแอร์บัส ถึง 24%

อย่างไรก็ดี แอร์บัส ยังยืนยันว่า เอ340 สามารถบินไปในเส้นทางต่างๆ ได้ทั่วโลก รวมถึงเส้นทางระยะสั้นสุดและระยะทางที่ยากลำบากที่ต้องข้ามมหาสมุทรและทะเลทราย

ทั้งนี้ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ราคาน้ำมันโลกปรับตัวสูงขึ้น เป็นผลให้ยอดสั่งจองเครื่องบิน ตระกูล เอ340 ปีที่แล้วมีเพียง 15 ลำ จากทั้งหมด 1,055 ลำ ตรงข้ามกับเครื่องบินโบอิ้ง 777 ของ โบอิ้งที่มียอดสั่งจองมากถึง 154 ลำ อีกทั้งปัจจัยเรื่องราคาของเอ 340 ก็ถือเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ยอดขายของเครื่องบิน เอ340 ปรับตัวลดลง

วีเจย์ มัลล์ยา ผู้บริหารคิงฟิชเชอร์ แอร์ไลน์ สายการบินต้นทุนต่ำอินเดีย ระบุว่า แม้จะโบอิ้ง 777 จะประหยัดน้ำมัน ทว่า สายการบินก็ยังจะพิจารณาที่จะซื้อ เอ340 ของแอร์บัสเช่นกัน หากสายการบินสามารถตกลงเรื่องราคาซื้อขายได้

จากโพสต์ทูเดย์ วันอังคารที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2549

April 03, 2006

บางกอกแอร์ฯ สู่...มรดกโลกญี่ปุ่น (จบ) ฮิโรชิมา-มิยาจิมา-คุราชิกิ

คอลัมน์ พาทัวร์ 2006

โดย เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน

มรดกโลกในเมืองเล็กกลางประเทศใหญ่อย่าง "ญี่ปุ่น" เส้นทางการบินใหม่ของ "บางกอก แอร์เวย์ส" เปิดบินตรงเมื่อปลายธันวาคม 2548 ผ่านไปไม่กี่เดือน นักท่องเที่ยวจากทั่วญี่ปุ่นเริ่มคึกคัก เครื่องบินแอร์บัส A320 ขนาด 162 ที่นั่ง มีผู้ใช้บริการไป-กลับเฉลี่ยประมาณ 50% จากจุดเริ่มเล็กๆ สร้างตำนานยิ่งใหญ่ในการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมการเดินทาง

การเดินทางวันที่ 3 ดูจะสร้างความตื่นเต้น จุดหมายคือการนั่งรถเพื่อไปซื้อตั๋วรถไฟความเร็วสูง "ชินคันเซน" ราคาราว 8,000 เยน/เที่ยว พาเหาะไปถึงเมือง "คุราชิกิ" เมืองขนาดเล็กที่ชาวญี่ปุ่นคุ้นเคยในฐานะโรงนา โรงเก็บข้าว เป็นเสบียงป้อนนักรบซามูไรมาหลายร้อยปี ภายหลังเมื่อ 100 กว่าปีมานี้ พอโครงสร้างเศรษฐกิจ การปกครอง และวิถีชุมชน เปลี่ยนไป หมู่บ้านคุราชิกิผันอาชีพมาสู่อุตสาหกรรมท่องเที่ยว

ลงจากชินคันเซนเดินอีกประมาณ 15 นาที จะพบระเบียงทางออกอยู่ติดกับสวนสนุก "KURASHIMA" มีเครื่องเล่นหลากสีสันแหวกว่ายอยู่บนอากาศ ต้นแบบมาจาก TIVOI เดนมาร์ก จากนั้นต้องเดินลัดเลาะหมู่บ้านบ้านสีเทาดำคล้ายฉาบด้วยแล็กเกอร์ แต่รูปทรงมีเอกลักษณ์สไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม ตลอดสองข้างทางตามหมู่บ้านเปิดเป็นโอท็อปขายของพื้นเมือง ผัก ผลไม้ อาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต รองเท้า ขนม

หลุดจากหมู่บ้านมีประตูทางเข้าแปลกตาเขียนว่า "KURASHIKI" ภายในมีตึกรามพันด้วยเถาต้นไอวี่ ส่วนที่เป็นแกนกลางคือ "โรงแรมคุราชิกิ" ขนาดกะทัดรัด 70 ห้อง มีห้องอาหารบริการแบบพื้นเมืองญี่ปุ่นดั้งเดิม บรรจุอยู่ในกล่องแล็กเกอร์แวร์ มาพร้อมกันเป็นเซตเรียกว่า "เบนโตะ" ต่างขนาดกันไป ราคาแปรผันตามเมนู

ถ้าต้องการเมนูแบบญี่ปุ่นพื้นเมืองดั้งเดิม เบนโตะแต่ละชุดจะมีอาหารส่วนใหญ่เป็นผักแปรรูป มีเนื้อสัตว์ปะปนนิดหน่อย แต่ที่ขาดไม่ได้คือไข่ม้วนสี่เหลี่ยมรสออกหวานนิดๆ เคียงด้วยซุปผักผสมสาหร่ายเขียว ถ้าต้องการของหวานต้องสั่งเพิ่มเต็มไปด้วยเมนูไอศกรีมทำจากผลิต ภัณฑ์ชารสชาติต่างกัน จะมีรสชาติฝรั่งผสมอยู่บ้าง

โดยรวมอาหารของชาวญี่ปุ่นทุกจังหวัดที่พบทุกเมนูจะเน้นปลากับผักเป็นโปรแกรมสุขภาพไปโดยปริยาย ตามตำราที่ว่าชาวญี่ปุ่นมักมีอายุยืนยาวกว่าชนชาติอื่น ก็มาจากพฤติกรรมการกินนั่นเอง

มื้อเที่ยงผ่านไป นักท่องเที่ยวต่างอิ่มหนำสำราญสะสมกำลังพร้อมลุยไอหนาวฝ่าสายฝนกันทุกคน ทั้งหมู่บ้านแยกเป็น 2 ฝั่ง มีคลองขนาดเล็กคั่นกลางคล้ายเมืองบูติคตกแต่งแบบยุโรปกลายๆ มีซากุระและต้นดอกบ๊วยขึ้นสลับตลอดแนวริมคลอง ริมตลิ่งมีชาวบ้านนำสร้อยหิน เครื่องประดับของเก่า ปูผ้าวางเรียงรายให้เลือกหลากสีสัน ส่วนบ้านเรือนริมคลองตกแต่งเป็นร้านขายเซรามิกบ้าง ร้านขายสินค้าจิปาถะ ราคา 1,050 เยน ร้านกาแฟในบ้านเก่าสไตล์ญี่ปุ่น

บรรยากาศรอบหมู่บ้าน "คุราชิกิ" อบอวลไปด้วยความสุข บางวันจะมีทีมศิลปินพื้นเมืองชุดใหญ่นำดนตรีพร้อมแตรงอนแบบยุโรปความยาวเมตรกว่ามายืนกระจายตามจุดจากต้นคลองถึงท้ายซอย ไล่ตัวโน้ตขานรับเป็นเพลงแปลกหูไปอีกแบบ

สิ่งที่น่าชื่นชมคือ "วิธีบริหารจัดการ" เมืองท่องเที่ยวชวนสนุก แบ่งโซนได้ชัดเจนเป็น "ถนนคนเดิน" อันสมบูรณ์แบบ เป็น "โอท็อปวิลเลจ" คุณภาพสูง เป็น "ชุมชนน่าอยู่" ของคนพื้นเมืองและนักท่องเที่ยว เป็น "แหล่งอาหารสุขภาพ" ทรงคุณค่า

สำหรับจุดช็อปปิ้งตั้งแต่ "ฮิโรชิมา" ถึง "มิยาจิมา" และ "คุราชิกิ" แต่ละพื้นที่จะมีถนนคนเดินเลื่องชื่อประจำแต่ละจังหวัด อาทิ ฮิโรชิมามี "มารินา ฮอป" เป็นเอาต์เลตเมืองศูนย์สินค้าคล้ายเอาต์เลตตามเมืองท่องเที่ยวอย่าง หัวหิน ชะอำ เขาใหญ่ "มิยาจิมา" มีถนน "ฮอนโดริ" และ "คุราชิกิ" มีห้างสรรพสินค้าไดมอน คล้าย ดิ เอ็มโพเรียม กรุงเทพฯ

แต่ละช็อปปิ้งจะมีจุดต่างจากไทยอยู่นิดเดียวตรงการเลือกแบรนด์ ญี่ปุ่นเน้นแบรนด์ของตนเองก่อนจะนำแบรนด์ต่างชาติวางขาย ราคาก็คละกันไป มีทั้งถูกทุกอย่าง 100 เยน หรือประมาณชิ้นละ 38 บาท กระทั่งแพงลิบเรือนแสนเยน ส่วนไทยนิยมนำแบรนด์เนมของต่างชาติที่ผลิตได้คุณภาพเกรด ต่ำกว่ามาขายเลหลังในราคาถูกกว่าท้องตลาด

ในฮิโรชิมาทุกวันนี้มีคนไทยอาศัยอยู่ประมาณ 180 คน และนักเรียนที่เข้าไปปักหลักเรียนปริญญาตรี โท และด็อกเตอร์อยู่ประมาณ 15 คน ในสาขาหลักด้านเศรษฐศาสตร์ การลงทุน และอุตสาห กรรมการผลิตรถยนต์

ส่วนเทศกาลที่หาดูได้ยากในฮิโรชิมา มิยาจิมา และคุราชิกิ เช่น เทศกาลงานศิลปะเดือนตุลาคม แต่ละบ้านจะนำฉากมาโชว์ไว้หน้าบ้านแต่ละหลัง สร้างสีสันและกิจกรรมต้อนรับนักเที่ยว หรือในวันเสาร์ที่สามของเดือนกุมภาพันธ์ทุกปี จะมีเทศกาลนุ่งผ้าเตี่ยว ชายชาวญี่ปุ่นจะนุ่งเตี่ยวเข้าไปทำพิธีที่ศาลเจ้าในวัด "อิตสึกุชิมา" บริเวณเสาโทริสีแดง เมืองมิยาจิมา ซึ่งถือเป็นของศักดิ์สิทธิ์มีค่า ผู้ใดชิงไม้เสาขึ้นไปปักตรงจุดสูงสุดของโทริได้ก่อนเป็นผู้ชนะ

ม.ล.นันทิกา วรวรรณ รองผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายโฆษณาและประชาสัมพันธ์ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด อธิบายถึงโครงสร้างการตลาดว่า นักท่องเที่ยวญี่ปุ่นเริ่มใช้บริการบินกับบางกอก แอร์เวย์ส เพิ่มขึ้นตามลำดับ เฉลี่ยเกิน 50% ของที่นั่งแต่ละเที่ยวบิน ส่วนคนไทยจะไปเที่ยวฮิโรชิมายังมีจำนวนอยู่น้อย คาดว่าภายใน 1 ปีส่วนแบ่งการตลาดจะอยู่ตัว มีทั้งตลาดคนไทยและญี่ปุ่นเฉลี่ย 70%

ด้วยวิธีการเชื่อมโยงจุดขายนั้น บางกอก แอร์เวย์สได้ใช้กลยุทธ์แนะนำนักท่องเที่ยวฮิโรชิมาที่มาถึงเมืองไทย เดินทางไปเที่ยวต่อยังหลวงพระบาง (ลาว) นครวัด (กัมพูชา) ลูกค้าเองก็ตอบรับดี มีชาวญี่ปุ่น 70-80% ซื้อตั๋วไปเที่ยวต่อยังเมืองดังกล่าว สอบถามได้ที่ศูนย์สำรองที่นั่ง 1771 หรือโทร. 0-2265-5555

ทุนสิงคโปร์ยึด "TAGS" รายได้การบินปีละล้านล้านดับวูบ

มูลเหตุพัวพันในช่วงรัฐบาล "ทักษิณ 2" เปิดช่องให้บริษัทจากต่างชาติ "สิงคโปร์" เข้าครอบครองหุ้นในกิจการของประเทศไทย 2 กลุ่มใหญ่ภาคอุตสาหกรรมการขนส่งและการบิน ตีแสกหน้ายุทธศาสตร์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งประกาศมาตลอด 5 ปีจะผลักดันประเทศขึ้นสู่ "ศูนย์กลางการบินเอเชีย" และ "มหานครการท่องเที่ยวเอเชีย" (Asia Aviation Hub & Tourism Capital of Asia) ตั้งเป้าเติมความหวังมาตลอดว่าจะมีเงินท่องเที่ยวและการบินไหลเข้าประเทศปีละ 1.2 ล้านล้านบาท

เสี้ยววินาทีสิงคโปร์ยึดฮับไทย !?

เสี้ยวนาทีก่อน "สนามบินนานาชาติสุวรรณ ภูมิ" จะเปิดใช้เพียงไม่กี่เดือน บริษัทคนไทยถูกแปลงเป็นของสิงคโปร์ แห่เข้ามารับจ้างทำงานพรึบพรับเต็มประเทศ ผ่านมาทาง TAGS บ้าง หรือบางชาติมาในนามบริษัทร่วมค้า (joint venture) ตามเงื่อนไขของ บมจ.ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) ซึ่งปรับปรุงแก้ไขให้ผู้ที่เสนอตัวเป็นบริษัทรับจ้างทำของ (outsource company) สามารถใช้ช่องทางกิจการร่วมค้าดึงบริษัทต่างชาติที่มีประสบการณ์พ่วงเข้ามาได้ ขณะนี้จึงมีกลุ่มทุนจากจีน อเมริกาทะลักสุวรรณภูมิ

มีบริษัทผสมสายพันธุ์ข้ามชาติเกิดขึ้นใหม่ถึง 3 กลุ่ม คือ 1) กลุ่มบริษัทแต่งตั้งกรรมการเข้ามาถือหุ้นแทนต่างชาติ (nominee) 2) กลุ่มบริษัทร่วมค้าตามหลักการจอยต์เวนเจอร์ และ 3) กลุ่มบริษัทเอาต์ซอร์ซพันธุ์ผสมระหว่างผู้ถือคนไทยกับนอมินีคนไทยที่จดทะเบียนตั้งบริษัทไว้ให้นำชื่อไปยื่นประมูลงานแทน

ลำดับตามเหตุการณ์ บริษัท ไทย แอร์พอร์ตส์ กราวด์ เซอร์วิสเซส จำกัด (TAGS) ซึ่งมีประสบการณ์รับจ้างบริการงานในสนามบินดอนเมืองมากว่า 25 ปี เมื่อประมาณกุมภาพันธ์ 2549 ได้เปิดช่องให้บริษัทโฟรบิเซอร์ พีทีอี สิงคโปร์ ซื้อหุ้นไว้ในครอบครองมากที่สุด 48.5% เป็นจังหวะต่อเนื่องที่ TAGS ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ (บอร์ด) ทอท.ชุดศรีสุข จันทรางศุ เป็นประธาน ให้เข้ารับบริหารพื้นที่ปลอดอากร (free zone operator) ในสุวรรณภูมิ 10 ปี มูลค่างานหลักประมาณกว่า 1,000 ล้านบาท โดยมีงานย่อยแทรกซ้อนเป็นรายได้หมุนเวียนรวมอีกนับหมื่นล้านบาท

"บมจ.ชินฯ-TAGS" ทางผ่านช่องใหญ่

โดยก่อนหน้าที่ TAGS จะขายหุ้น 48.5% ให้โฟรบิเซอร์ฯ สิงคโปร์นั้น ประธานของ TAGS คือ ม.ล.ย่อม งอนรถ กับนายอนุพงษ์ โรจน์นครินทร์ กรรมการผู้จัดการ ตามเอกสารทั้ง 2 คนได้อนุมัติและโอนเช็คสั่งจ่ายเงินสดตามมต