ไทย แอร์เอเชีย ดิ้นไม่หลุด 3 กม.มัด "ธุรกิจ" ความมั่นคง
วันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 3775 (2975)
ไทย แอร์เอเชีย ดิ้นไม่หลุด 3 กม.มัด "ธุรกิจ" ความมั่นคง
สถานการณ์ รุมเร้า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ถูกกระแสสังคมไล่ต้อนเรื่อง "ธุรกิจส่วนตัว" ให้ลาออกจากตำแหน่ง "ผู้นำประเทศ" เพื่อรักษาจริยธรรมทางการเมือง ยุติปัญหาการชุมนุมประท้วงอันยืดเยื้ออึมครึม เพื่อช่วยชาติลดแรงเสียดทานของกลุ่มการลงทุน "ทางเศรษฐกิจ" ทั้งไทยและต่างประเทศได้ดำเนินธุรกิจมูลค่า "แสนล้าน" ในกิจการการบิน อย่างมั่นใจต่อไป
ขับไทย แอร์เอเชียถอนกิจการ
โดย เฉพาะกิจการค้าขายอันกระทบถึงความปลอดภัยหรือผาสุกแห่งสาธารณชน ที่นักธุรกิจจากวงการอุตสาหกรรมการบินชาวไทยและต่างชาติวิจารณ์กันสนุกต่อ เนื่อง และจนถึงทุกวันนี้ความแคลงใจก็ยังไม่สิ้นสุดถึงกรณี บริษัท ไทย แอร์ เอเชีย จำกัด แปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นทันทีหลังจาก บมจ.ชิน คอร์ปอเรชั่น สัญชาติไทย ขายหุ้นให้ เทมาเส็ก โฮลดิ้งส์ สิงคโปร์
ประเด็น ขณะนี้ได้ระอุขึ้นตามลำดับใน "ไทย แอร์ เอเชีย" 2 ส่วน คือ ส่วนแรก ในที่สุดจะต้องถอนธุรกิจออกจากเมืองไทย เนื่องจากตามประกาศคณะปฏิบัติ ฉบับที่ 58 ข้อ 1 วงเล็บ (4) ระบุว่า พระราชบัญญัติกำหนดกระทรวงเจ้าหน้าที่รักษาการตามพระราชบัญญัติควบคุมกิจการ ค้าขาย อันกระทบถึงความปลอดภัยหรือผาสุกแห่งสาธารณชน พ.ศ. 2471 และ 2476 กับ ข้อ 3 กิจการดังต่อไปนี้ให้ถือว่าเป็นกิจการค้าขายอันเป็นสาธารณูปโภค ในวงเล็บ (4) ระบุรวมเรื่อง การเดินอากาศไว้
และ/หรือ ส่วนที่ 2 ไทย แอร์ เอเชีย ต้องรับผิดชอบชดเชยความผิดซึ่งคนการบินตีความว่าสำเร็จแล้วช่วงระหว่างวัน ที่ 24 มกราคม-13 กุมภาพันธ์ 2549 ระหว่างการโอนหุ้นกลุ่มชินให้เทมาเส็ก โฮลดิ้งส์ถือว่าได้กลายสภาพเป็นบริษัทของต่างชาติไปเรียบร้อย
3 กม.เดินอากาศยึด "ความมั่นคง"
ด้วย เงื่อนไขทาง "กฎหมาย" การเดินอากาศ 3 ส่วน ประกอบด้วย ส่วนที่ 1 โยงใยกับประกาศคณะปฏิวัติบางส่วน ส่วนที่ 2 เกี่ยวกับพระราชบัญญัติ การประกอบธุรกิจของต่างด้าว พ.ศ.2542 ของกระทรวงพาณิชย์ ตามมาตรา 15 คนต่างด้าวจะประกอบธุรกิจตามบัญชีสองได้ จะต้องมีคนไทยหรือนิติบุคคลที่มิใช่คนต่างด้าว ตามพระราชบัญญัตินี้ถือหุ้นอยู่ไม่น้อยกว่า ร้อยละยี่สิบของทุนของคนต่างด้าวที่เป็นนิติบุคคลนั้น เว้นแต่จะมีเหตุสมควร รัฐมนตรีโดยการอนุมัติของคณะรัฐมนตรีอาจผ่อนผันสัดส่วนในเรื่องดังกล่าวให้ น้อยลงได้ แต่ต้องไม่น้อยกว่า ร้อยละยี่สิบห้า และต้องมีกรรมการเป็นคนไทยไม่น้อยกว่า สอง ใน ห้าของจำนวนกรรมการทั้งหมด
เกี่ยว พันไปถึงมาตรา 17 ในการขออนุญาตประกอบธุรกิจ ให้คนต่างด้าวยื่นคำขออนุญาตประกอบธุรกิจต่อรัฐมนตรี หรืออธิบดี ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการกำหนดในกฎกระทรวง และให้คณะรัฐมนตรีในกรณีธุรกิจตามบัญชีสอง หรือ อธิบดีในกรณีธุรกิจตามบัญชีสามพิจารณาอนุมัติหรืออนุญาต แล้วแต่กรณีให้แล้วเสร็จภายในกำหนด หกสิบวัน นับแต่วันที่ยื่นคำขอ
ใน กรณีการพิจารณาอนุมัติของคณะรัฐมนตรีมีเหตุจำเป็น ซึ่งคณะรัฐมนตรีไม่อาจพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาดังกล่าวได้ ให้ขยายระยะเวลาการพิจารณาออกไปอีกได้ตามความจำเป็น แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกิน หกสิบวันนับแต่วันครบกำหนดเวลาดังกล่าว
ทั้งนี้ใน บัญชีสอง ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยหรือความมั่นคงของประเทศ หรือมีผลกระทบต่อศิลปวัฒนธรรม จารีตประเพณี หัตถ กรรมพื้นบ้าน หรือทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หมวด 3 ระบุประเภทธุรกิจที่เกี่ยวกับความปลอดภัยหรือความมั่นคงของประเทศ อย่างชัดเจนที่หน่วยงานรับผิดชอบและรัฐบาลจะต้องดูแลรับผิดชอบ อยู่ในวงเล็บ (2) การขนส่งทางบก ทางน้ำ หรือทางอากาศในประเทศ รวมถึงกิจการการบินในประเทศ
ส่วนที่ 3 เกี่ยวพันกับพระราชบัญญัติเดินอากาศ พ.ศ.2497 หมวด 3 การจดทะเบียนและเครื่องหมายอากาศยาน ตามมาตรา 30 ภายใต้บังคับมาตรา 31 ผู้ซึ่งจดทะเบียนอากาศยาน ตามความในพระราชบัญญัติ ต้องเป็นเจ้าของอากาศ ยานที่ขอจดทะเบียน หรือถ้ามิได้เป็นเจ้าของต้องเป็นผู้มีสิทธิครอบครองอากาศยานที่ขอจดทะเบียน และได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีให้จดทะเบียนได้ การขอจดและการรับจดอากาศยานให้เป็นไปตามกฎกระทรวง
จากนั้นในมาตรา 31 ผู้ซึ่งจดทะเบียนอากาศ ยาน เป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลก็ตาม ต้องมีสัญชาติไทย ตามวงเล็บ (3) ในกรณีที่เป็นบริษัทจำกัด หรือ บริษัทมหาชนจำกัด บริษัทนั้นต้องไม่มีหุ้นชนิดออกให้แก่ผู้ถือ กรรมการส่วนมากต้องสัญชาติไทย และหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ของหุ้นทั้งหมดต้องเป็นของบุคคลในประเภทต่อไปนี้ แต่ละประเภทโดยลำพังหรือหลายประเภทรวมกัน หลักใหญ่อยู่ในวงเล็บ (ก) บุคคลธรรมดาซึ่งมีสัญชาติไทย (ง) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ซึ่งบุคคลธรรมดาสัญชาติไทยถือหุ้นอยู่ไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ของทั้งหมด
ด้วย "ล็อก" กฎหมาย 3 ฉบับ ต่อกรณี "ไทย แอร์ เอเชีย" ระบุตรงกันว่า "กิจการเดินอากาศ" ภายในประเทศ เป็นธุรกิจที่มีผลต่อความมั่นคงปลอดภัยของสาธารณะ" มีนัยที่ถูกนักกฎหมายตีความเสมือนหนึ่งว่าเป็น "อาชีพสงวน" ของกลุ่มทุนไทยเท่านั้น หากมีการเปลี่ยนแปลงเป็นต่างชาติวันใด จะต้องลงทุนภายใต้กฎเกณฑ์ที่จะต้องใช้ พ.ร.บ.ประกอบกิจการคนต่าง ด้าว มาประกอบการตรวจสอบวิธีการแจ้งทะเบียนผู้ถือหุ้น สำคัญที่สุดคือ วิธีจดทะเบียน "เครื่องบิน" ที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารและสินค้าก็เช่นกัน
แปลงสัญชาติเป็นไทยไร้ความเชื่อ! ?
และ ถึงจะปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นโดยพยายามให้มีนิติบุคคล และบุคคลธรรมดา ถือสัญชาติไทยจากการตั้ง บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด ขึ้นใหม่ เป็นนิติบุคคลถือหุ้น 50% ร่วมกับแอร์ เอเชีย มาเลเซีย 49% และทศพล แบเลเว็ลด์ 1% แล้วในเอเชีย เอวิเอชั่น ก็ให้มีผู้ถือสัญชาติไทยอยู่มากที่สุด คือ กลุ่มชินระบุว่าเป็นนิติบุคคลสัญชาติไทยถือ 49% นายสิทธิชัย วีระธรรมนูญ บุคคลธรรมดาสัญชาติไทยถือ 51%
ตลอดเดือนมีนาคมนี้ นักธุรกิจ กลุ่มทุน วงการสายการบิน ต่างต้องการให้มีการพิสูจน์เพื่อความเป็นธรรมทางการค้าอีกครั้ง โดยระบุว่าเมื่อ "กิจการเดินอากาศ" เป็นอาชีพสงวนของคนไทย ดังนั้น รัฐบาล หรือกระทรวงคมนาคม หรือกรมขนส่งทางอากาศ ทุกฝ่ายจะต้องทำความจริงให้ปรากฏว่าขณะนี้ "กลุ่มชิน" ขายหุ้นใหญ่ให้เทมาเส็ก โฮลดิ้งส์ สิงคโปร์ไปแล้ว มูลค่ากว่า 73,000 ล้านบาท โดยที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีก็ออกมายอมรับอย่างต่อเนื่องว่า "ครอบครัว" ได้ขายกิจการไปจริง
ดังนั้นสถานะของ "บมจ.ชินฯ" ยังจะถือว่าเป็นบริษัทคนไทยอยู่หรือไม่ !?
และ /หรือ เมื่อไม่ใช่บริษัทคนไทย ผลที่จะลุกลามไปยังโครงสร้างอื่นที่ได้แปลงสภาพ "ผู้ถือหุ้น" ใน "ไทย แอร์ เอเชีย" ให้สอดรับกับกฎหมาย 3 ฉบับ โดยตั้ง "เอเชีย เอวิเอชั่น" เข้ามาและมีกลุ่มชินถือหุ้น 49% นายสิทธิชัย ถือ 51% สภาพจะยังคง "สัญชาติไทย" อย่างถูกต้องต่อไปอย่างไร !?
ในเมื่อบริษัทไทย แอร์ เอเชีย มี เอเชีย เอวิเอชั่น ถือ 50% แอร์ เอเชีย มาเลเซีย 49% ทศพล 1%
2 ตัวเอกแก้วิกฤตไทย แอร์เอเชีย
นาย ชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ อธิบดีกรมขนส่งทางอากาศ (ขอ.) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ข้อสงสัยของสาธารณะเรื่อง การยื่นปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ที่มีเอเชีย เอวิเอชั่น เป็นสัญชาติไทยเข้ามาถือแทนกลุ่มชิน เท่าที่ประเมินไม่คิดว่ากลุ่มชินจะตกม้าตายด้วยเหตุผลง่ายๆ อย่างที่เข้าใจกัน หรือเรื่องการจดทะเบียนเครื่องบินและการอนุญาตให้ใบสมควรการเดินอากาศของ ขอ.ก็อนุมัติให้นามบริษัทแม่ ไทย แอร์เอเชียฯ ไม่ใช่ เอเชีย เอวิเอชั่น
หาก วิเคราะห์ชัดๆ ลำดับการพิจารณาธุรกิจ "การเดินอากาศ" ในภาวะไม่ปกติกฎหมายระบุให้ รัฐมนตรี เสนอ คณะรัฐมนตรี พิจารณาโดยความจำเป็นตามเหตุผลภายใน 60 วัน แต่การแก้สถานการณ์ไทย แอร์ เอเชีย ตัวละครเอกมีเพียง 2 คน คือ "ชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ" กับ "ทัศพล แบเลเว็ลด์"
เหตุนี้เอง "ไทย แอร์ เอเชีย" จึงเป็นธุรกิจคาใจนักธุรกิจและกลุ่มทุน เป็น "บาดแผล" ทิ่มแทงรัฐบาล "ทักษิณ" ถึงสถานะของ "สัญชาติผู้ถือหุ้น" กับกิจการค้าขายที่กฎหมายทุกฉบับระบุว่ามีผลต่อความปลอดภัยและมั่นคงของ ประเทศ