โบอิ้งจีบขายB787"บินไทย"4ลำ บิ๊กแอร์ไลน์เอเชียจ่อซื้อขึ้นผู้นำ
โบอิ้งฯดอดทาบ "การบินไทย" ซื้อเครื่องรุ่นใหม่แกะกล่อง 787 ดรีมไลเนอร์ 4 ลำ ยาหอมบิ๊กแอร์ไลน์ทั่วเอเชียแห่สั่งกว่า 291 ลำ "จีน" ประเดิมเจ้าแรกรับมหกรรมยักษ์โอลิมปิก 2551 "สกอตต์ คาร์สัน" รองประธานโบอิ้ง ยาหอมสนามบิน "สุวรรณ ภูมิ" อนาคตผู้นำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บินไทยต้องเลือกเทรนด์เครื่องให้ถูกทาง
นายสกอตต์ คาร์สัน รองประธานฝ่ายขาย โบอิ้ง คอมเมอร์เชียล แอร์เพลนส์ เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่าระหว่างการเดินทางตระเวนเยี่ยมลูกค้าในประเทศแถบเอเชียโดยได้มาไทยช่วง 5-8 มีนาคมที่ผ่านมา ได้ร่วมหารือกับผู้บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) โดยเสนอขอให้พิจารณานำเข้าฝูงบินใหม่ โบอิ้ง B787 ดรีมไลเนอร์ ประมาณ 4 ลำ เพราะเล็งเห็นว่าอนาคตตลาดการเดินทางในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกจะขยายตัวเพิ่ม เป็น 3 เท่า สายการบินแห่งชาติของแต่ละประเทศต่างพากันตื่นตัวจัดหาฝูงบินสมัยใหม่เข้ามา บริการ ทั้งการขนส่งผู้โดยสารและสินค้าทางอากาศ (freighter airplane) เช่น อินเดีย สาธารณรัฐประชาชนจีน ญี่ปุ่น
ส่วนไทยความมีศักยภาพในการผลัก ดันสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ ที่กำลังจะเปิดปีนี้เป็นศูนย์กลางการขนส่งทางอากาศภูมิภาคเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ นโยบายนี้จะเป็นจริงได้ และจะสอดรับหากการบินไทยวางยุทธศาสตร์ฝูงบินและเครือข่ายการตลาดโดยเลือก ซื้อเครื่องบินที่มีสมรรถนะสร้างผลตอบแทนทางรายได้ขานรับเทรนด์ตลาดการเดิน ทางยุคใหม่ ประหยัดต้นทุนปฏิบัติการบินได้ไม่ต่ำกว่า 20% ของต้นทุนทั้งหมด ลดมลพิษทางสิ่งแวดล้อม สิ่งอำนวยความสะดวกภายในเครื่องสะดวกสบาย
ประสิทธิภาพ ของเครื่องบินที่เหมาะกับตลาดในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก B 787 ดรีมไลเนอร์ ผลิตภัณฑ์เครื่องรุ่นใหม่กำลังมาแรง ตั้งเป้าภายใน 20 ปีนี้ ระหว่างนี้ถึง พ.ศ.2566 จะผลิตออกขายให้ได้ 3,500 ลำ มูลค่าราว 16 ล้านล้านบาท (4 แสนล้านเหรียญสหรัฐ) ลำแรกสาธารณรัฐประชาชนจีนจะรับมอบประเดิมงานเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬา โอลิมปิก 2551 ขณะนี้เสนอขายไปยังลูกค้า 26 ราย ประมาณ 500 ลำ
สาย การบินในเอเชียจะเป็นกลุ่มตลาดบุกเบิกการสั่งซื้อมากเป็นอันดับ 1 ราว 291 ลำ ได้แก่ เอเอ็นเอ 50 ลำ เจแปนแอร์ไลน์ 30 ลำ และสายการบินในจีนมีไชน่าอีสเทิร์น 15 ลำ ไหหนานแอร์ไลน์ 8 ลำ ไชน่าเซาเทิร์น 10 ลำ เซียะเหมินแอร์ไลน์ส 3 ลำ แอร์อินเดีย 27 ลำ ส่วนที่เหลือเป็นสายการบินอื่นๆ
สมรรถนะของเครื่องบินได้ไกล 8,000-8,500 ไมล์ทะเล เครื่องบินบรรทุกผู้โดยสาร 787-8 ดรีมไลเนอร์ จะจุได้ 210-250 ที่นั่ง รุ่น 787-9 ดรีมไลเนอร์ จุ 250-290 ที่นั่ง อีกแบบเป็นรุ่น 3 ในตระกูล 787-3 ดรีมไลเนอร์ บินได้ไกล 3,500 ไมล์ทะเล จุ 290-330 ที่นั่ง
นายคาร์สันกล่าวถึงเทรนด์ของการนำเครื่องบินเข้า ประจำฝูง เปรียบเทียบระหว่าง แอร์บัส A380-800 ของ บริษัท แอร์บัส จำกัด ขนาด 555 ที่นั่ง กับโบอิ้ง B747-8 intercontinental ขนาด 400-500 ที่นั่ง ยืนยันได้ว่าโบอิ้งจะตอบสนองการลงทุนได้ดีกว่า
เพราะเป็นเครื่อง บินที่ตลาดคุ้นเคยเป็นอย่างดี สนามบินนานาชาติทั่วโลกมีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมรองรับเต็มที่ แตกต่างจาก A380 ต้องให้เวลาสนามบินทั่วโลกลงทุนอีกอย่างน้อย 5 ปี ก็ยังไม่รู้ว่าจะรองรับเครื่องรุ่นนี้ได้ทั้งหมดหรือไม่ อีกอย่างสายการบินจะทำตลาดเพื่อขายที่นั่งให้เต็มหรือคุ้มทุนภายในเวลาอัน รวดเร็วได้หรือไม่ ยังประเมินลำบากมาก
"ความสัมพันธ์ทางการค้าและ ความร่วมมือกิจกรรมเชิงสังคมระหว่างโบอิ้งกับการบินไทยแนบแน่นมายาวนาน ต่างเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่ดีต่อกัน ฝูงบินของไทยวันนี้มีเกินกว่า 50 ลำ จากทั้งหมด 91 ลำ ตลอดไตรมาส 4 ปีนี้ถึง 2550 การบินไทยสั่งปรับโฉมฝูงบินซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญทางการตลาดในอนาคต เช่น B777-200ER, B737, B747, B777 แนวโน้มก็ยังจะมีฝูงบินนวัตกรรมใหม่ๆ มาเสนอขายต่อไป"
ทั้งนี้ โบอิ้ง คอมเมอร์เชียล แอร์เพลนส์ ตั้งเป้าว่าอัตราเฉลี่ยรายได้จากการขายเครื่องบินแบรนด์ โบอิ้งจะเพิ่มเฉลี่ยปีละ 5-6% พร้อมทั้งประเมินว่าภายในอีก 20 ปีข้างหน้า ระหว่าง 2549-2569 การสั่งซื้อเครื่องบินพาณิชย์ใหม่ในเอเชีย-แปซิฟิก จะสูงถึง 7,200 ลำ มูลค่าราว 30.8 ล้านล้านบาท (7.7 แสนล้านเหรียญสหรัฐ) โบอิ้งจะพยายามรักษาส่วนแบ่งการตลาดยอดการนำเข้าสั่งเครื่องบินประจำฝูงบิน ทุกสายการบินในภูมิภาคนี้ไว้ให้ได้เกินกว่า 52%
วันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2549 ปีที่ 29
จาก ประชาชาติธุรกิจ