HFlight รีวิวสายการบิน โรงแรม จองโรงแรมทั่วโลก - หน้าแรก
- กลับหน้าแรก -
หน้าแรก | จองโรงแรมที่พัก | ข่าวการบิน | Webboard | สายการบิน | กิน-เที่ยว-เดินทาง | รีวิวโรงแรม | คู่มือเที่ยวเมืองนอก | ลงโฆษณา

  
 

« February 2006 | Main | April 2006 »

March 28, 2006

เลื่อนเปิด'สุวรรณภูมิ'เดือนธ.ค. ติดขัดระบบ-บุคลากรไม่พร้อม จำนนจ้าง'แทกส์'ผิดระเบียบ

"คมนาคม" ฉีกหน้า "ทักษิณ" ย้ำสนามบินสุวรรณภูมิเปิดใช้เชิงพาณิชย์ไม่ทันเดือน มิ.ย. ระบุติดปัญหาเพียบ ระบบสายพานยังไม่สมบูรณ์ บุคคลากรไม่พร้อม ต้องมีเวลา 6 เดือน


ให้ไอซีเอโอตรวจสอบทั้งระบบ คาดเดือน ธ.ค.49 เปิดใช้ได้ ยอมรับขั้นตอนการจัดจ้าง "แทกส์" ผิดระเบียบจัดซื้อจัดจ้าง ถูกใบสั่งบอร์ดล็อกบริษัทรับจ้างตายตัว ถือเป็นการเอื้อประโยชน์ชัดเจน

แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า การเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิในเชิงพาณิชย์ในเดือน มิ.ย.2549 ตามความต้องการของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี ไม่สามารถดำเนินการได้แน่ เนื่องจากระบบการตรวจสอบต่างๆ ยังไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะระบบสายพานลำเลียงกระเป๋าและเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดซีทีเอ็กซ์ 9000 ยังไม่ได้ทำทั้งระบบ ซึ่งปัจจุบันทำเพียงเล็กน้อยเท่านั้นและทดลองในห้องทดสอบ และบุคคลากรยังไม่มีความพร้อม

"ปัจจุบันการทดสอบระบบทำเพียงบางส่วนเท่านั้น เช่น กระเป๋าทำเพียง 3,000-4,000 ใบ ซึ่งหากจะให้มีความพร้อมจริงจะต้องมีการทดลองเป็นหมื่นๆ ใบ และต้องมีพนักงานหรือเจ้าหน้าที่จริงเข้ามานั่งประจำเพื่อทำงานและฝึกฝนให้เกิดความชำนาญ ในขณะนี้ปัจจุบันยังไม่มีการดำเนินดังกล่าว ประกอบกับการจัดจ้างแรงงานภายนอก หรือเอ้าท์ซอร์สยังไม่ได้ทำเลย จะเรียกว่าพร้อมได้อย่างไร และจริงแล้วต้องให้องค์กรการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือไอซีเอโอ เข้ามาทดสอบอีก 6 เดือน ดังนั้นเวลาที่เปิดจริงต้องเดือน ธ.ค.2549" แหล่งข่าวกล่าว

แหล่งข่าวกล่าวว่า จากกรณีที่สำนักงานผู้ตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้ออกมาระบุว่าการจัดจ้าง บริษัท ไทยแอร์พอร์ต กราวด์ เซอร์วิส หรือแทกส์ (TAGS) เพื่อเข้าดำเนินการในสนามบินสุวรรณภูมิได้รับการเอื้อประโยชน์จากบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) นั้น เรื่องดังกล่าวเป็นความจริง

เนื่องจากที่ผ่านมา การจัดจ้างบริษัทดังกล่าวเข้าดำเนินการในภาคพื้นดินภายในสนามบิน ไม่ได้จัดทำตามขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้าง ของ ทอท. แต่จะถูกคณะกรรมการบริหารหรือบอร์ดทอท.เป็นผู้กำหนดบริษัทดังกล่าวขึ้นมาเอง

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาคณะกรรมาธิการการคมนาคม วุฒิสภา เคยเรียกบริษัทแทกส์เข้าชี้แจงข้อเท็จจริง ทั้งในเรื่องกรณีสัดส่วนการถือหุ้นที่มีสิงคโปร์เข้าถือหุ้นข้างมาก และการดำเนินงาน แต่กลับไม่มีเจ้าหน้าที่หรือผู้บริหารที่เกี่ยวข้อเข้าชี้แจง จะส่งเพียงพนักงานที่ไม่สามารถตอบคำถามได้มาชี้แจง

ดังนั้น ทางคณะกรรมาธิการฯ ได้ทำหนังสือถึงกระทรวงคมนาคมให้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าว ขณะนี้อยู่ที่นายวันชัย ศารทูลทัต ปลัดกระทวงคมนาคม กำลังตรวจสอบอยู่

นายสมชัย สวัสดีผล ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทอท. กล่าวว่า ความคืบหน้าการก่อสร้างท่าอากาศยานสุวรรรภูมินั้น คาดว่างานก่อสร้างหลักภายในสนามบินแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนมีนาคม 2549 นี้ จะเหลือเพียงแค่การตกแต่งพื้นที่ภายในของสายการบินและร้านค้า รวมถึงในส่วนของคิงพาวเวอร์ คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณเดือนมิถุนายน 2549

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กำลังทำการปรับเปลี่ยนผ้าใบหลังคา โดยจาก 104 ผืนต้องเปลี่ยนใหม่จำนวน 13-14 ผืน ส่วนที่เหลือจะมีการเปลี่ยนแปลงเพียงบางส่วน

สำหรับกรณีที่ สตง.ระบุว่า การแต่งตั้งนายวุฒิพันธ์ วิชัยรัตน์ เป็นคณะกรรมการคัดเลือกผู้ประกอบกิจการเชิงพาณิชย์ในอาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และเป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบนั้น ไม่ผิดระเบียบ เพราะคณะกรรมการตรวจสอบนั้นเป็นคณะกรรมการตรวจสอบของบริษัทที่แต่งตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ.บริษัทมหาชนทุกบริษัท ต้องมีการจัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบขึ้น

ส่วนกรณีของแทกส์นั้นทาง ทอท.ได้แต่งตั้งเรืออากาศเอกประดิษฐ์ มงคลอภิบาล รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายท่าอากาศยานภูมิภาค เป็นประธานในการตรวจสอบเรื่องดังกล่าว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบ ยังไม่มีข้อสรุป.


จากไทยโพสต์ 28 มีนาคม 2549 กองบรรณาธิการ

March 27, 2006

สิงคโปร์เปิดอาคารผู้โดยสาร โลว์คอสต์

เอเอฟพี – ทางการสิงคโปร์ทำพิธีเปิดอาคารสำหรับผู้โดยสารสายการบินต้น ทุนต่ำ ที่ท่าอากาศยานชางงี อย่างเป็นทางการ ในวันนี้ (26) หลังจากที่มาเลเซียชิงเปิดอาคารผู้โดยสารในลักษณะเดียวกันไปก่อนหน้าแล้ว เมื่อวันพฤหัสบดี (23)

อาคารผู้โดยสารเพียงชั้นเดียวขนาดประมาณ 25,000 ตารางเมตร ซึ่งเทียบได้กับสนามฟุตบอลขนาดมาตรฐาน 3 สนามแห่งนี้ จะสามารถรองรับผู้โดยสารได้ 2.7 ล้านคนต่อปี และยังออกแบบให้สามารถรองรับผู้โดยสารได้มากถึง 5 ล้านคนต่อปี หากมีการขยายต่อเติม

“สำหรับตารางเที่ยวบินช่วงเริ่มแรก ในการบินเข้าออกจากอาคารผู้โดยสารของสายการบินราคาประหยัดแห่งนี้เสร็จ สมบูรณ์เรียบร้อย ตามโครงสร้างของระบบการบินต้นทุนต่ำในสิงคโปร์” หว่อง วุน เหลียง เจ้าหน้าที่ด้านการบินพลเรือนของสิงคโปร์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้มีเพียงแค่สายการบินไทเกอร์ แอร์เวย์ส ของสิงคโปร์ ซึ่งเป็นสายการบินต้นทุนต่ำเพียงสายการบินเดียว ที่แจ้งความประสงค์จะใช้บริการอาคารผู้โดยสารแห่งนี้ ซึ่งใช้เงินลงทุนในการสร้าง 45 ล้านเหรียญสิงคโปร์ หรือประมาณ 1,000 ล้านบาท

“มันจะเป็นการสร้างโอกาสที่ดีให้กับสายการบินเพื่อลดต้นทุน และนำไปใช้ในการบริหารงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งยังมีอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับสายการบินต้นทุนต่ำ” โทนี เดวิส ผู้บริหารสายการบินไทเกอร์ แอร์เวย์ส กล่าว

การบินไทยโยนไฟป่า-หมอกแจงเหตุเลิกบินกรุงเทพ-แม่ฮ่องสอน

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 27 มีนาคม 2549 16:14 น.
การบินไทย แจงเหตุยกเลิกเที่ยวบิน กรุงเทพ-เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน ระบุหมอกแดดยามเช้า และการเกิดไฟป่าบ่อยทำให้ทัศนวิสัยแย่ พร้อมยอมรับสร้างความเดือดร้อนให้ผู้โดยสาร แต่ต้องทำเพื่อความปลอดภัย

เรือโทสุรพล อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยฝ่ายปฏิบัติการและเหตุการณ์วิกฤติ บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การบินไทยต้องการชี้แจงทำความเข้าใจกับผู้โดยสาร กรณีที่ปัจจุบันเส้นทางการบิน กรุงเทพ-เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน เกิดเหตุมีการยกเลิกทำการบินในแต่ละวันบ่อยครั้ง จากปัจจุบันที่การบินไทยได้ทำการบินในเส้นทางดังกล่าวทุกวัน วันละ 3 เที่ยวบิน เนื่องจากสถานการณ์พื้นที่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอนปัจจุบัน เกิดเหตุไฟป่าขึ้นบ่อยครั้ง รวมถึงปรากฏการณ์หมอกแดดในยามเช้า ทำให้ทัศนวิสัยในการบินไม่ดี ส่งผลให้การบินไทยต้องยกเลิกเที่ยวบินเส้นทางดังกล่าวเป็นประจำ เฉลี่ยวันละ 1-2 เที่ยวบิน ซึ่งขณะนี้ยอมรับว่า ได้สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้โดยสารเป็นอย่างมาก แต่เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย จึงเป็นเรื่องสุดวิสัย สำหรับผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้โดยสารในเส้นทางดังกล่าวขณะนี้ เมื่อเครื่องบินไม่สามารถบินขึ้นลงที่สนามบินแม่ฮ่องสอนได้ ผู้โดยสารจำเป็นต้องหันไปใช้เส้นทางทางรถยนต์ ซึ่งเส้นทางที่คดเคี้ยวผ่านภูเขา ทำให้ต้องใช้เวลาเดินทาง 7-8 ชั่วโมง

บางกอกแอร์สู่... ฮิโรชิมา (1) มรดกโลกเมืองน่าอยู่น่าเที่ยว

คอลัมน์ พาทัวร์ 2006

โดย เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน

นายแพทย์ ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ "หมอเสริฐ" ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด เจ้าของบางกอก แอร์เวย์ส ตัดสินใจภายในไม่กี่วันที่จะเปิดจุดขายใหม่อันสงบร่มรื่น "ฮิโรชิมา" เมืองในอ้อมกอด world heritage ไม่ว่าจะหันหน้าไปทางไหนปรากฏหลัง 76 ปีกลางกลิ่นอายนิวเคลียร์ที่สหรัฐอเมริกามาบอมบ์ฮิโรชิมาเมืองท่าอันมั่งคั่งของญี่ปุ่น ได้ทิ้งร่องรอยไว้เตือนความจำชาวโลกว่าหากอยู่อย่างสันติร่วมกันได้ก็ไม่ควรรีรอ

การตัดสินใจของ "หมอเสริฐ" วัย 74 ปี ที่บุกเบิกเปิดบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-ฮิโรชิมา เป็นเจ้าแรกเมื่อปลายธันวาคมปี 2548 ช่วยให้นักผจญภัยที่รักการเดินทางมากมายหลายชีวิตจากทั้งสองฝั่งมีโอกาสได้ไปมาหาสู่แลกเปลี่ยนความคิด ไออุ่น วัฒนธรรม ความสุข ข้ามพรมแดน

การได้แพ็กกระเป๋าเพื่อไปสนามบินดอนเมืองอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ 2 ตอน 5 ทุ่ม เพื่อเช็กอินตั๋วแลกบัตรขึ้นเครื่องแอร์บัส A320 ขนาดบรรทุก 162 ที่นั่ง ของบางกอก แอร์เวย์ส ซึ่งจะทะยานสู่น่านฟ้าช่วงเที่ยงคืน 40 นาที เป็นประจำทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์ ถึงเวลาจะดึกสักเล็กน้อยหากนักเดินทางทุกคนกลับมีอาการกระปรี้กระเปร่าถามกันให้วุ่นถึงอารมณ์ความรู้สึก

เพราะส่วนใหญ่ได้ยินแต่ว่า "ฮิโรชิมา" เป็นเมืองที่ถูกรังสีนิวเคลียร์มาปกคลุมมานาน เป็นไปได้หรือที่จะปรับตัวมาเป็นศูนย์รวมแห่ง "มรดกโลก" อันสงบร่มเย็นเป็นสุดยอดปรารถนาของนักท่องเที่ยวต่างถิ่นจากทั่วโลก รวมถึงคนไทยอย่างเรา

"หมอเสริฐ" อธิบายถึงความตั้งใจที่จะเปิดบิน ฮิโรชิมาว่า เพื่อต้องการให้คนไทยมีแหล่งพักผ่อนดีๆ เป็นศูนย์รวมความรู้ ประวัติศาสตร์ และธรรมชาติอันงดงาม ซึ่งใช้เวลาเดินทางขาไปเพียง 5 ชั่วโมง ขากลับโต้ลมก็เพิ่มเป็น 6 ชั่วโมง พอไปถึงกะเวลาเครื่องลงไว้เรียบร้อยไม่เกิน 8 โมงเช้า ทุกคนลากกระเป๋าเก็บในโรงแรมเสร็จ มีเวลาเหลือทั้งวันกว่า 10 ชั่วโมง เลือกโปรแกรมทัวร์ ช็อป หาร้านอร่อยกินลมชมวิวอิ่มแปล้ตลอดทุกมื้อ

ม.ล.นันทิกา วรวรรณ รองผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายโฆษณาและประชาสัมพันธ์ บางกอก แอร์เวย์ส อาสาเป็นไกด์ไฮโซฯหัวหน้าก๊วนพาลูกทีมกับสมาชิกสัมผัสฮิโรชิมา ช่วงมีนาคมเดิมซากุระจะออกดอกสะพรั่งต่างจากปีนี้ฝนยังโปรยปรายอยู่ ซากุระเลยต้องเลื่อนไปผลิดอกช่วงอาทิตย์แรกหรือสองของเดือนเมษายน ส่วนอากาศสบายๆ ระหว่าง 4-10 องศาเซลเซียส

สภาพฮิโรชิมาตั้งอยู่ปากแม่น้ำ "โอตะ" มีความเจริญมายาวนานกว่า 400 ปี เป็นทั้งเมืองศูนย์กลางการศึกษา เศรษฐกิจ มีป้อมปราสาท "เอโดะ" อันงดงามตั้งอยู่ แถว "จูกุกุ" มีระบบคมนาคมขนส่งที่ดี ทุกวันนี้สภาพเหล่านั้นถูกเปลี่ยนเพราะบอมบ์ ให้อารมณ์ความรู้สึกอบอุ่นน่าเที่ยวไปอีกแบบ ภายใต้ความสงบเงียบบนท้องถนน แต่คึกคักในแหล่งรวมศูนย์ช็อปปิ้งสตรีต "ฮอนโดริ"

จากโรงแรมฮิโรชิมา ปริ๊นซ์ อยู่ติดริมทะเล และอู่เรือยอชต์ เหมารถนั่งไปประมาณ 1 ชั่วโมง ก็ถึงจุดหมายแรก "อะตอมมิกบอมบ์โดม" และ "พิพิธภัณฑ์สงคราม" ศูนย์กลางระเบิดที่โดนถล่มจากการโจมตีทางอากาศ เมื่อ 6 สิงหาคม 2488 สิ่งปลูกสร้างขึ้นสวนสันติภาพ (สวนสาธารณะ)

แต่ละส่วนคงสัญลักษณ์ ที่มีมากสุดคือสุสานลักษณะต่างกันไปโดยรอบ มีเกือบ 200 จุด เพื่อให้คนได้กราบไหว้ระลึกถึงได้อย่างสะดวก และอนุสาวรีย์ของหนูน้อยซาดาโกะ ผู้โด่งดังไปทั่วโลกจากการพับนกกระเรียนสร้างกำลังใจให้ผู้คนที่ถูกชะตากรรมจากโรคร้ายต่างๆ หลังสงคราม

พื้นที่รอบสวนสันติภาพโอบล้อมด้วยแม่น้ำ แซมด้วยต้นซากุระที่พร้อมจะชูดอกออกช่อ มีอนุสรณ์บ่งบอกเรื่องราวเหตุการณ์การถูกโจมตีไว้มากมาย ตึกหลักซึ่งเคยเป็นเอ็กซิบิชั่นฮอล อยู่ไม่ไกลจากศูนย์กลางการระเบิดแต่กลับยังคงสภาพทรงกลมอยู่ด้วยอิฐแดงได้ถูกบูรณะไว้เป็นที่ระลึก เช่นเดียวกับตึกที่เคยอยู่ในรัศมีใกล้กันบัดนี้ถูกปรับเป็นโรงพยาบาล "SHIMA HOSPITAL" ไปเรียบร้อย

จากนั้นก็มุ่งหน้าเดินเข้าพิพิธภัณฑ์สงคราม ตึก 3 ชั้น บรรจุเรื่องราวโศกนาฏกรรมไว้มากมายถึง 56 จุด ก่อนเข้าต้องซื้อบัตรราคา 500 เยนขึ้นไป ถ้าต้องการฟังข้อมูลเพิ่มความรู้ความเข้าใจก็ไปติดต่อเจ้าหน้าที่หน้าเคาน์เตอร์ด้านหน้าทางเข้าพิพิธภัณฑ์ เพื่อขอเช่าหูฟังซึ่งมีเป็นภาษาไทย ค่าเช่าเป็นกรุ๊ป 250 เยน/เครื่อง

ภายในพิพิธภัณฑ์ได้จำลองพื้นที่จริงจากสวนสันติภาพฉบับย่อ หากมีภาพความจริงของผู้คนที่ได้รับทุกขเวทนาแบบฉับพลันจากรังสีนิวเคลียร์ร้องกันระงม และโรคแทรกซ้อนต่างๆ ที่เกิดกับผู้คนในระยะต่อมา รวมทั้งชีวิตในชุมชนที่ถูกทำลาย

ส่วนที่ยังประโลมจิตใจมีจัดทำไว้โดยใช้ชื่อว่า "เส้นทางสันติภาพ" จะมีพิธีรำลึกสันติภาพ ซึ่งจัดขึ้นในสวนทุกปีตั้งแต่ 2490 เป็นต้นมา บรรยากาศจะมีเสียงเพลง "ต้นอะโอะงิริ" ซึ่งถูกระเบิดไป ระหว่างทำพิธีเสียงเพลงจะดังขึ้นเพื่อปลุกใจให้คนหันมารักสันติภาพอย่างจริงจัง

"อะตอมมิกบอมบ์โดม" และสวนสันติภาพ ศูนย์กลางระเบิดแห่งนี้ ได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก

ใช้เวลาไปเกือบ 3 ชั่วโมง ท่องไปทั่วสวนสันติภาพ ก่อนจะพากันขึ้นรถไปแวะในหมู่บ้านขึ้นชื่อ "Okonomiyaki Village" ขึ้นไปชั้น 3 จะมีที่นั่งกระจายเป็นโต๊ะอยู่กลางห้องโถง รอบห้องมีร้านพิซซ่าญี่ปุ่นตกแต่งแบบดั้งเดิมพร้อมพ่อครัวคาดหัวด้วยผ้า ยืนถือตะหลิวพลิกแป้งที่สอดไส้ด้วยผักกับเนื้อสัตว์มีให้เลือกหลายชนิด ทะเล ไก่ กุ้ง แต่รสชาติต้นแบบต้องราดซอสญี่ปุ่นหรือมัสตาร์ดลงไป จานใหญ่อิ่มท้อง ราคาจานละราว 300 บาท

ทางผ่านก่อนเข้าโรงแรมฮิโรชิมา ปริ๊นซ์ มีเอาต์เลตพื้นเมืองชื่อ "Marina Hop" หลายคนอยากรู้ว่าเขาขายอะไรบ้างจึงลองแวะช็อปดู ส่วนใหญ่จะเป็นเสื้อผ้า รองเท้า สไตล์ชนบทแบบญี่ปุ่น ซึ่งยังไม่เตะตานักช็อปไทยมากนัก แต่มีกลิ่นอายญี่ปุ่นปนเปอยู่

ฉบับหน้ายังมี "ฮิโรชิมา" และจังหวัดท่องเที่ยวใกล้เคียง ที่เปลี่ยนบรรยากาศจากนั่งเครื่องไปนั่งรถด่วน "ชินคันเซน" ได้รสชาติการเดินทางแปลกไปอีกแบบ

สำหรับการเดินทางไปฮิโรชิมาตลอดมีนาคมนี้ บางกอก แอร์เวย์ส ให้ "ฟ้าไทยฮอลิเดย์" ทำแพ็กเกจวางตลาด มีตั๋วไป-กลับ เริ่มต้นที่ 20,700 บาท และไปจนถึงวันที่ 21 เมษายน มีแพ็กเกจทัวร์ 3 วัน 2 คืน เริ่มต้นที่ 38,900 บาท สำรองที่นั่งโทร.1771 หรือ www.bangkokair.com

"การบินไทย"เพิ่มบินเยอรมนีวันละ3เที่ยว ผูกสตาร์อัลไลแอนซ์เสริมทัพไทยฯพาสส์

"บินไทย" ขานรับกระแสหลัง ITB ต.ค.นี้ บินเยอรมนีเพิ่มวันละ 3 เที่ยว ดึง "สตาร์ อัลไลแอนซ์" เสริมทัพแคมเปญ สตาร์ อัลไลแอนซ์ ไทยแลนด์ แอร์พาสส์ ผนึก ททท. วีซ่า อินเตอร์ กระหน่ำแคมเปญกระตุ้นกำลังซื้อตลาดอินเตอร์ถึงสิ้นธันวาคมนี้


นายวสิงห์ กิตติกุล รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า หลังจากการเดินทางไปทำการตลาดในงานอินเตอร์เนชั่นแนล แทรเวล เบอร์ลิน 2006 (ITB) ที่เบอร์ลิน เยอรมนี กำลังซื้อจากบริษัทคู่ค้าท่องเที่ยวให้การตอบรับดี ตามแผนการบินไทย ภายใน 28 ตุลาคมนี้ เตรียมเพิ่มเที่ยวบินเข้าเยอรมนี เป็น 3 เที่ยว/วัน เส้นทาง ไป-กลับ กรุงเทพฯ-แฟรงก์เฟิร์ต 2 เที่ยว/วัน และเพิ่ม กรุงเทพฯ-มิวนิก จาก 5 เที่ยว/สัปดาห์ เป็น 7 เที่ยว/สัปดาห์ รวมทั้งจะทำโปรแกรมการขายเที่ยวบินจากเยอรมนีเชื่อมกรุงเทพฯ ต่อไปยังภูเก็ต และเชียงใหม่


ส่วนการวางกลยุทธ์ภาพรวมในช่วงนอกฤดูเดินทาง (low season) ระหว่างพฤษภาคม-มิถุนายนนี้ มีแผนจะจัดเมกะแฟมทริปนำบริษัทตัวแทนการขายทัวร์เดินทางมายังไทย และจะจัดระบบตั๋วโดยสารให้เอเย่นต์แต่ละเจ้าได้จำนวนรวมเป็นลอตไปทำแพ็กเกจขาย


จากนั้นจะนำโครงการความร่วมมือกับสายการบินพันธมิตร สตาร์ อัลไลแอนซ์ 17 สาย ซึ่งจับมือกันทำแคมเปญ Star Alliance Visit Thailand Campiagn กระตุ้นตลาดต่อเนื่อง 1 ปี ระหว่างนี้- กันยายน 2549 ให้สตาร์อัลไลแอนซ์ทำจำนวนผู้โดยสารรวมส่งการบินไทยเพิ่มภายในปีนี้เพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 2 ล้านคน จากปกติปีละ 5-6 ล้านคน เป็น 8 ล้านคน ด้วยวิธีต่อเชื่อมการขายเที่ยวบินในแต่ละเส้นทางเข้าด้วยกัน รวมทั้งทุกสายการบินจะนำวิดีโอแคมเปญวิสิต ไทยแลนด์ ไปฉายเพื่อเผยแพร่บนเครื่องทุกลำ


นายวสิงห์กล่าวว่าอัตราการบรรทุกเฉลี่ยผู้โดยสารภาพรวม ปีที่ผ่านมาทำได้เพียง 72% เท่านั้น ตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ 2549 (1 ตุลาคม 2548) ถึงวันที่ 20 มีนาคม 2549 การบินไทยได้รับความนิยมจากตลาดเพิ่มในอัตราสูงถึง 76 % แยกเป็น เส้นทางบินระหว่างประเทศเฉลี่ย 78% เส้นทางบินภูมิภาคเอเชีย 77% ภาคพื้นยุโรป 84%


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 20 มีนาคม ที่ผ่านมา นายสมใจนึก เองตระกูล กรรมการบริษัทปฏิบัติหน้าที่กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ การบินไทย ได้ทำข้อตกลงความร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และพันธมิตรสตาร์ อัลไลแอนซ์ จัดแคมเปญสนับสนุนโครงการไทยแลนด์ แกรนด์ อินวิเตชั่น


โดยชูโครงการสตาร์ อัลไลแอนซ์ ไทยแลนด์ แอร์พาสส์ ระหว่างนี้-31 ธันวาคม ขายตั๋วราคาพิเศษให้ผู้โดยสาร ที่จะใช้กรุงเทพฯเป็นเส้นทางเชื่อมต่อเที่ยวบินระหว่างประเทศแก่กลุ่มสตาร์ อัลไลแอนซ์ โดยไทยจะทำวีซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล จะทำวีซ่า ดิสเคานต์ บุ๊กเลต เป็นสิทธิพิเศษแก่ผู้โดยสารที่ต้องจ่ายค่าตั๋วผ่านบัตรวีซ่า และจะมีคู่มือส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศไทยฟรี พร้อมส่วนลดมากมายในการซื้อสินค้าผ่านบัตรดังกล่าว นอกจากนี้ ททท. ยังได้จัดแคมเปญ "กลับบ้านเกิด" (home coming package) วางตลาดทั่วโลก

March 24, 2006

ไทยถูกเวียดนามบี้ แอร์ไลน์แห่เปิดเส้นบินรับท่องเที่ยวโต

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 24 มีนาคม 2549 10:38 น.


เอกชนวงการท่องเที่ยวเวียดนามระบุ สถานการณ์ท่องเที่ยว โตเร็วก้าวกระโดด ปีที่แล้วพุ่ง 20% เตือนไทยอย่าประมาท เผยรัฐบาลเวียดนามให้การสนับสนุนเต็มที่ ชู “ฮาลองเบ” เมืองมรดกโลก และ การเดินทางเพื่อติดตามศึกษาร่องรอยของสงครามเวียดนาม เผยนักท่องเที่ยวชาวยุโรปเป็นตลาดหลัก ระบุ โรงแรมที่พักและเที่ยวบินยังขาดแคลน และต้องการขยายอีกจำนวนมาก อัตราเข้าพักเฉลี่ย 90%

นายนนท์ กลินทะ ผู้จัดการทั่วไป ประจำประเทศเวียดนาม บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจุบันประเทศเวียดนามมีนักธุรกิจ นักลงทุนและนักท่องเที่ยว เดินทางเข้ามาต่อปีจำนวนมาก โดยในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา จำนวนต่างชาติที่เดินทางเข้ามาเติบโตเร็วมาก คือจาก 1 ล้านคน เมื่อประมาณปี 2546 ล่าสุดในปี 2548 มีจำนวนเพิ่มเป็นกว่า 2 ล้านคน เติบโตจากปีก่อนหน้าราว 20% ซึ่งมีไม่กี่สายการบินจากหลายประเทศที่มีเที่ยวบินตรงเข้าเวียดนาม

ดังนั้นส่วนหนึ่งจึงใช้ประเทศไทยเป็นฮับของการเดินทางเข้ามา โดยในส่วนของการบินไทย ขณะนี้มีเที่ยวบิน กรุงเทพ- โฮจิมินห์ 15 เที่ยวต่อสัปดาห์ และกรุงเทพ-ฮานอย อีก 14 เที่ยวต่อสัปดาห์ โดยมีอัตราผู้โดยสารเฉลี่ยต่อเที่ยวประมาณ 75%

ทั้งนี้ผู้โดยสารส่วนใหญ่หรือประมาณ 70% เป็นชาวยุโรป ซึ่งเสน่ห์ของเวียดนาม คือความสดใหม่ของแหล่งท่องเที่ยว ตลอดจนเป็นประเทศที่สามารถเข้ามาศึกษาค้นคว้าหรือตามรอยกลิ่นไอของสงคราม เพราะเวียดนามเป็นประเทศที่มีสงครามยาวนานกับหลายประเทศ ทั้ง จีน อเมริกา และฝรั่งเศส ซึ่งรัฐบาลเวียดนามพยายามโปรโมตขึ้นเป็นจุดขาย นอกจากนั้นยังนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวหาดทรายชายทะเลที่สวยงามในเมืองดานัง และเว้ การโปรโมตเมืองฮาลองเบ ที่ได้รับเลือกเป็นมรดกโลก

“ผมมองว่า เวียดนามดูน่าจะเป็นคู่แข่งที่สำคัญของประเทศไทยในด้านการท่องเที่ยว รัฐบาลเขาให้การส่งเสริมมาก
ประกอบกับเวียดนามเพิ่งเปิดประเทศ จึงทำให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ในเอเชีย ซึ่งสามารถจับตลาดคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะชาวยุโรป ที่ชอบเดินทางเพื่อหาประสบการณ์” นายนนท์ กล่าว

ชี้โรงแรม 5 ดาวขาดแคลน
ทางด้านนายสตีเฟน โอ’ เกรดี้ ( Stephen O’Grady) ผู้จัดการทั่วไป โรงแรม คาราเวล (CARAVELLE HOTEL) ประเทศเวียดนาม ซึ่งเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว กลางเมือง โฮจิมินห์ กล่าวว่า การเพิ่มจำนวนของนักท่องเที่ยว ทำให้ปัจจุบันจำนวนโรงแรมที่มีอยู่ในเวียดนามบางช่วงไม่ไม่เพียงพอให้บริการ โดยปัจจุบัน เฉพาะที่โฮจิมินห์ มีโรงแรมที่นักท่องเที่ยวสามารถเข้าพักได้อยู่ประมาณ 4,000 ห้อง ในที่นี้มีโรงแรมระดับ 5 ดาวเพียงไม่กี่แห่ง ในที่นี้แบ่งเป็น อินเตอร์เชน เช่น เชอราตัน คาราเวล และไฮแอท และโลคัลเชน เช่น เร็กซ์ โดยราคาห้องพักของโรงแรม 5 ดาวจะเฉลี่ยที่ 100-150 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 4,000-6,000 บาทต่อคืน นับว่าแพงกว่าราคาโรงแรมเกรดเดียวกันในประเทศไทย เพราะดีมานด์มากกว่าซัปพลาย

“ปัจจุบันโรงแรมในโฮจิมินห์ อัตราเข้าพักเฉลี่ย 80-90% ตลอดทั้งปี และถ้าเป็นเมืองท่องเที่ยวในเวียดนามก็จะมีอัตราเข้าพักประมาณเดียวกัน และในอีก 2 ปีจากนี้ไป ยังไม่มีโรงแรมเกิดใหม่ เพราะรัฐบาลอยู่ระหว่างเคลียร์พื้นที่ และเปิดรับนักลงทุน”

ปัญหาอีกอย่างหนึ่งที่ยังเป็นอุปสรรคด้านการท่องเที่ยวคือ การมีเที่ยวบินไม่เพียงพอกับความต้องการ แต่ทราบว่ามีหลายสายการบิน ที่เตรียมเปิดเส้นทางใหม่เข้ามาในเวียดนามปีนี้ โดยจากประเทศไทยก็มี บางกอกแอร์เวย์ นอกนั้นยังมีสายการบินไชน่าเซาท์เทิร์น จากจีน

ระบุเวียดนามเป็นเมืองน่าลงทุน
นายเกรดี้ กล่าวอีกว่า รัฐบาลเวียดนาม เปิดกว้างให้กับผู้สนใจเข้ามาลงทุนในทุกธุรกิจ ประเทศที่เข้ามาลงทุน ได้แก่ ฮ่องกง ไต้หวัน และไทย ซึ่งนครโฮจิมินห์ เป็นทั้งเมืองท่องเที่ยวและเมืองธุรกิจ จึงมีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง ปัจจุบันเวียดนามเปิดประเทศมาประมาณ 15 ปี แต่พบว่าเขาพัฒนาเร็วมาก โดยขณะนี้เขาตามประเทศไทยอยู่เพียง 10 ปี หากประเทศไทยยังย่ำอยู่กับที่ และไม่มีอะไรเป็นจุดขายชัดเจนหรือใหม่กว่านี้ โอกาสที่เวียดนามจะแซงขึ้นมาหรือเทียบเท่าในเร็ววันย่อมเป็นได้


อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเวียดนามได้วางแผนรองรับเศรษฐกิจที่จะเติบโตในอีก 5-10 ปีข้างหน้า ด้วยการเตรียมย้ายสนามบินในโฮจิมินห์ มาอยู่อีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำไซง่อน เพื่อให้มีพื้นที่กว้างขึ้น จากนั้น ก็จะทำระบบขนส่งมวลชน ในรูปแบบราง เช่นเดียวกับที่ประเทศไทย ที่สนามบินสุวรรณภูมิ และ ระบบรถไฟความเร็วสูง

นายประเสริฐ เพชรมุนี ประธานสมาคมนักธุรกิจไทยในเวียดนาม กล่าวว่า เวียดนามเป็นประเทศที่น่าลงทุนโดยเฉพาะกลุ่มทุนเอสเอ็มอี ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจ เพราะเวียดนามเพิ่งเปิดประเทศเพียง 10 กว่า ปี จึงยังต้องมีการพัฒนาในหลายๆด้าน ทำให้เศรษฐกิจในช่วงต้นๆนี้โตเร็ว ประมาณ 8% ทุกปี เพราะยังเป็นฐานเล็ก ประกอบกับรัฐบาลเวียดนามให้การสนับสนุน แก่นักลงทุน เช่น การลดหย่อนภาษี ส่วนหนึ่งเพื่อดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ ตลอดจนการเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ

สำหรับคนไทยที่เข้ามาลงทุนส่วนใหญ่เป็นธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับการเกษตร ปศุสัตว์ อาหาร รวมถึงร้านอาหาร ธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ


มาเลย์ชิงเปิดอาคารผู้โดยสาร “โลว์คอสต์” ตัดหน้าสิงคโปร์

เอเอฟพี - มาเลเซียทำพิธีเปิดอาคารผู้โดยสารสำหรับสายการบินต้นทุนต่ำอย่างเป็นทางการแล้วในวันพฤหัสบดี (23) ขณะที่ท่าอากาศยานชางงีของสิงคโปร์ เตรียมเปิดอาคารผู้โดยสารลักษณะเดียวกันในอาทิตย์นี้

สำหรับอาคารผู้โดยสารสารการบินราคาประหยัดของมาเลเซีย ใช้งบประมาณในการก่อสร้างประมาณ 108 ล้านริงกิต หรือประมาณ 1,100 ล้านบาท โดยมีนายกรัฐมนตรีอับดุลเลาะห์ อาหมัด บาดาวีเดินทางมาทำพิธีเปิดในวันนี้ (23)

อาคารผู้โดยสารแห่งใหม่นี้ ตั้งอยู่ห่างจากท่าอากาศยานแห่งชาติในกรุงกัวลาลัมเปอร์มาประมาณ 20 กิโลเมตร และใช้เวลาในการก่อสร้างเพียงแค่ 9 เดือนเท่านั้น ในเบื้องต้นคาดว่าจะมีผู้โดยสารมาใช้บริการประมาณ 10 ล้านคนต่อปี

อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้มีเพียงแค่สายการบินแอร์เอเชีย ซึ่งเป็นสายการบินต้นทุนต่ำสัญชาติมาเลเซีย เพียงแค่สายการบินเดียวที่ยืนยันแล้วว่าจะมาใช้บริการอาคารผู้โดยสารแห่งนี้ ที่มีความกว้างใหญ่ถึง 35,000 ตารางเมตร


ด้าน จัน กอง ชอย รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมของมาเลเซีย เปิดเผยว่า การก่อสร้างอาคารผู้โดยสารแห่งนี้ เป็นไปตามกำหนดที่วางไว้ เนื่องมาจากการสนับสนุนของรัฐบาล และผู้รับเหมาก็ทำตามสัญญาที่ได้วางไว้ เพื่อร่วมกันทำให้ทุกคนสามารถจ่ายเพื่อเดินทางทางอากาศได้

“ถึงแม้ท่าอากาศยานแห่งนี้จะใช้อุปกรณ์ในการก่อสร้างที่มีราคาประหยัด แต่ก็ให้คุณภาพเป็นที่น่าพอใจ สำหรับอาคารผู้โดยสารของเครื่องบินต้นทุนต่ำ” รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม กล่าว


ด้าน โทนี เฟอร์นันเดส ประธานบริหารสายการบินแอร์เอเชีย ให้สัมภาษณ์ว่า ตัวเขารู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นการทำให้ฝันของสายการบินแห่งนี้เป็นความจริง จากที่ในสองสามปีก่อนสายการบินแห่งนี้มีเครื่องบินให้บริการอยู่เพียงแค่ 2 ลำ แต่ในตอนนี้แอร์เอเชียมีบ้านเป็นของตัวเองแล้ว


อย่างไรก็ตาม ประธานบริหารแอร์เอเชีย ปฏิเสธว่า อาคารผู้โดยสารเครื่องบินราคาประหยัดของสิงคโปร์จะไม่ขึ้นมาเป็นคู่แข่งอย่างแน่นอน เพราะในปีหนึ่งสามารถรองรับผู้โดยสารได้แค่เพียง 2.5 ล้านคนเท่านั้น

"ภูเก็ตแอร์ฯ" ติดแบล็กลิสต์สายการบินไม่ปลอดภัยของอียู

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 22 มีนาคม 2549 19:43 น.


สหภาพยุโรป หรือ อียู เปิดขึ้นบัญชีดำสายการบินกว่า 90 สายการบิน ที่ไม่ปลอดภัย โดยส่วนใหญ่เป็นสายการบินแถบแอฟริกา และมีสายการบินภูเก็ต แอร์ไลนส์ ของไทยด้วย โดยคณะกรรมาธิการอียูอนุมัติบัญชีดำสายการบินดังกล่าวในวันนี้ ขณะที่อียูกำลังหามาตรการส่งเสริมความปลอดภัยทางอากาศและให้ความมั่นใจแก่นักเดินทางว่าน่านฟ้าของอียูปลอดภัย สายการบินที่ถูกขึ้นบัญชีดำเป็นสายการบินจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก 50 สายการบิน เซียร์ราลีโอน 13 สายการบิน อิเควทอเรียลกินี 11 สายการบิน สวาซิแลนด์ 6 สายการบิน ลิเบีย 3 สายการบิน นอกจากนี้ ยังมีสายการบินของคาซัคสถาน อัฟกานิสถาน และเกาหลีเหนือด้วย


รายงานระบุว่า จากรายชื่อสายการบินดังกล่าวดูเหมือนมีสายการบินที่ชาวยุโรปนิยมใช้บริการเดินทางในวันหยุดด้วย บรรดารัฐมนตรีขนส่งชาติสมาชิกอียูเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการบริหารร่างบัญชีดำ หลังจากเกิดเหตุอุบัติกับเครื่องบินเช่าบ่อยครั้ง อย่างไรก็ตาม สายการบินทั้งหมดที่ถูกขึ้นบัญชีจะได้รับโอกาสในการแก้ตัว และสามารถหลุดจากบัญชีดำได้ ทันทีที่การรักษาความปลอดภัยเป็นไปตามมาตรฐาน ทั้งนี้ รายชื่อบัญชีดำจะถูกปรับปรุงทุก 3 เดือน

March 20, 2006

“แอร์เอเชีย” มุ่งรุกสู่จีน-อินเดีย หวังอาศัย “ไทย” เป็นฮับสำคัญ

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 19 มีนาคม 2549 19:02 น.





เอเอฟพี/เอเยนซีส์ - แอร์เอเชีย สายการบินโลว์คอสต์ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งความหวังที่จะเพิ่มเที่ยวบินสู่จีน และจากนั้นก็เป็นอินเดีย โดยเป็นส่วนหนึ่งแห่งแผนการอันทะเยอทะยานที่จะก้าวขึ้นเป็นสายการบินครอบคลุมเส้นทางทั่วเอเชีย ทั้งนี้ นอกจากอาศัยมาเลเซียบ้านเกิด ซึ่งสายการบินแห่งนี้เพิ่งได้รับข่าวดีชิ้นใหญ่มาหมาดๆ ก็เล็งที่จะใช้ไทยเป็นฐานสำคัญไปด้วย

รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คามารูดีน เมรานัม ของแอร์เอเชีย ให้สัมภาษณ์เอเอฟพีช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่า เมื่อเครื่องบินโดยสารรุ่นใหม่ แอร์บัส 320 ซึ่งทางสายการบินสั่งซื้อเอาไว้ถึง 100 ลำ ทยอยมาถึงมือ แอร์เอเชียก็หวังที่จะเพิ่มเส้นทางบินและจำนวนเที่ยวบิน ไปยังจุดหมายต่างๆ ในจีน และที่อื่นๆ

“ฮับในไทยของเราจะครอบคลุมถึงจีน และอาจจะมองความเป็นไปได้ที่จะไปยังอนุทวีปอินเดีย ซึ่งประกอบด้วย อินเดีย ปากีสถาน และศรีลังกา

“ย่อมเป็นแผนปฏิบัติการโดยธรรมชาติอยู่แล้ว ที่จะต้องจับทั้งตลาดเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ และเพื่อธุรกิจ ในภูมิภาคดังกล่าวให้ได้” เขาบอก

คามารูดีน บอกว่า ไทยแอร์เอเชีย ยังหวังที่จะเพิ่มจำนวนเที่ยวบิน กรุงเทพฯ-เซี่ยเหมิน เมืองท่าทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน จากปัจจุบันสัปดาห์ละ 4 เที่ยว ให้เป็นมีเที่ยวบินทุกๆ วัน

“เราต้องการมีเที่ยวบินสู่จุดหมายทั้งหมดที่เราบินไป อย่างน้อยที่สุดวันละ 1 เที่ยว จากตรงนั้นเราก็จะเพิ่มความถี่ของเที่ยวบินขึ้นอีก” เขาอธิบาย พร้อมกับบอกว่า สำหรับจุดหมายในแดนมังกรนั้น นอกจากเซี่ยเหมินแล้ว แอร์เอเชียยังมีเที่ยวบินสู่มาเก๊าด้วย

ทั้งนี้ ไทยแอร์เอเชีย เป็นสายการบินสัญชาติไทยที่ทางแอร์เอเชียถือหุ้นอยู่ 49% ส่วนที่เหลือ 51% แต่เดิมเป็นของชินคอร์ป แต่เมื่อเทมาเส็ก บริษัทของรัฐบาลสิงคโปร์เข้าซื้อหุ้นส่วนใหญ่ในชินคอร์ปไปแล้ว ก็มีการตั้งบริษัทซึ่งเห็นกันว่าเป็นบริษัทนอมินีมารับหุ้น นักวิเคราะห์จึงมองว่าในทางเป็นจริงแล้ว ไทยแอร์เอเชีย คือ กิจการของมาเลเซียกับสิงคโปร์

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สายการบินหลายคน แจ้งว่า เมื่อเครื่องบินแอร์บัส เอ320 ที่สั่งไว้มาถึง แอร์เอเชียจะพิจารณาเส้นทางบินจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ สู่นครใหญ่ทางใต้ของจีนอย่างกว่างโจว และเซิ่นเจิ้น

ตัว คามารูดีน เองกล่าวย้ำ แต่ว่า เวลานี้แอร์เอเชียอยู่ในภาวะขาดแคลนเครื่องบิน เมื่อแอร์บัส เอ320 มาถึง “เราก็จะเพิ่มทั้งจำนวนเที่ยวบินและเส้นทางบิน”

อันที่จริง แอร์เอเชีย ได้รับแอร์บัส เอ320 รุ่นแรกจำนวน 5 ลำ เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาแล้ว และถึงสิ้นปี 2006 ก็จะมีเครื่องรุ่นนี้รวม 15 ลำ ขณะที่เครื่องบินโบอิง 737-400 ซึ่งใช้อยู่เวลานี้ จะค่อยๆ ถูกปลดประจำการ

แอร์เอเชียเพิ่งได้รับข่าวดีจากรัฐบาลมาเลเซีย ซึ่งเมื่อวันพฤหัสบดี (16) ได้ประกาศเห็นชอบแผนการปรับเปลี่ยนเที่ยวบินให้สมเหตุสมผล อันทำให้แอร์เอเชียได้รับอนุมัติให้บินในเส้นทางภายในประเทศที่เป็นเส้นทางระดับรองทั้งหมด

ยิ่งกว่านั้น สำหรับเส้นทางบินภายในประเทศซึ่งมีการสัญจรมากที่สุด 10 เส้นทาง แอร์เอเชียก็อาจจะได้แบ่งมาจากมาเลเซีย แอร์ไลนส์ ถึง 5 เส้นทาง ทั้งนี้ รัฐบาลสั่งให้สายการบินทั้งสองตกลงแบ่งสรรเที่ยวบินเหล่านี้กันให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 27 มีนาคม

แอร์เอเชียยังแถลงในวันศุกร์ (17) ว่า จะเปิดการเจรจากับมาเลเซีย แอร์ไลนส์ สายการบินแห่งชาติซึ่งกำลังประสบปัญหาขาดทุนหนัก เพื่อรับซื้อรับโอนเครื่องบินโบอิง 737-400 ตลอดจนพนักงานบางส่วนจากมาเลเซีย แอร์ไลนส์

คามารูดีน เผยว่า แอร์เอเชียยังกำลังมองหาลู่ทางจัดตั้งกิจการร่วมทุนใหม่ๆ โดยเฉพาะในประเทศอินโดจีน และฟิลิปปินส์ ซึ่งจากประสบการณ์ในไทยและอินโดนีเซีย ทางบริษัทคาดหมายว่า จะสามารถจัดตั้งกิจการร่วมทุนเช่นนี้ได้ค่อนข้างรวดเร็ว




March 18, 2006

ไทย แอร์เอเชีย ดิ้นไม่หลุด 3 กม.มัด "ธุรกิจ" ความมั่นคง

วันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 3775 (2975)

ไทย แอร์เอเชีย ดิ้นไม่หลุด 3 กม.มัด "ธุรกิจ" ความมั่นคง

สถานการณ์ รุมเร้า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ถูกกระแสสังคมไล่ต้อนเรื่อง "ธุรกิจส่วนตัว" ให้ลาออกจากตำแหน่ง "ผู้นำประเทศ" เพื่อรักษาจริยธรรมทางการเมือง ยุติปัญหาการชุมนุมประท้วงอันยืดเยื้ออึมครึม เพื่อช่วยชาติลดแรงเสียดทานของกลุ่มการลงทุน "ทางเศรษฐกิจ" ทั้งไทยและต่างประเทศได้ดำเนินธุรกิจมูลค่า "แสนล้าน" ในกิจการการบิน อย่างมั่นใจต่อไป

ขับไทย แอร์เอเชียถอนกิจการ

โดย เฉพาะกิจการค้าขายอันกระทบถึงความปลอดภัยหรือผาสุกแห่งสาธารณชน ที่นักธุรกิจจากวงการอุตสาหกรรมการบินชาวไทยและต่างชาติวิจารณ์กันสนุกต่อ เนื่อง และจนถึงทุกวันนี้ความแคลงใจก็ยังไม่สิ้นสุดถึงกรณี บริษัท ไทย แอร์ เอเชีย จำกัด แปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นทันทีหลังจาก บมจ.ชิน คอร์ปอเรชั่น สัญชาติไทย ขายหุ้นให้ เทมาเส็ก โฮลดิ้งส์ สิงคโปร์

ประเด็น ขณะนี้ได้ระอุขึ้นตามลำดับใน "ไทย แอร์ เอเชีย" 2 ส่วน คือ ส่วนแรก ในที่สุดจะต้องถอนธุรกิจออกจากเมืองไทย เนื่องจากตามประกาศคณะปฏิบัติ ฉบับที่ 58 ข้อ 1 วงเล็บ (4) ระบุว่า พระราชบัญญัติกำหนดกระทรวงเจ้าหน้าที่รักษาการตามพระราชบัญญัติควบคุมกิจการ ค้าขาย อันกระทบถึงความปลอดภัยหรือผาสุกแห่งสาธารณชน พ.ศ. 2471 และ 2476 กับ ข้อ 3 กิจการดังต่อไปนี้ให้ถือว่าเป็นกิจการค้าขายอันเป็นสาธารณูปโภค ในวงเล็บ (4) ระบุรวมเรื่อง การเดินอากาศไว้

และ/หรือ ส่วนที่ 2 ไทย แอร์ เอเชีย ต้องรับผิดชอบชดเชยความผิดซึ่งคนการบินตีความว่าสำเร็จแล้วช่วงระหว่างวัน ที่ 24 มกราคม-13 กุมภาพันธ์ 2549 ระหว่างการโอนหุ้นกลุ่มชินให้เทมาเส็ก โฮลดิ้งส์ถือว่าได้กลายสภาพเป็นบริษัทของต่างชาติไปเรียบร้อย


3 กม.เดินอากาศยึด "ความมั่นคง"

ด้วย เงื่อนไขทาง "กฎหมาย" การเดินอากาศ 3 ส่วน ประกอบด้วย ส่วนที่ 1 โยงใยกับประกาศคณะปฏิวัติบางส่วน ส่วนที่ 2 เกี่ยวกับพระราชบัญญัติ การประกอบธุรกิจของต่างด้าว พ.ศ.2542 ของกระทรวงพาณิชย์ ตามมาตรา 15 คนต่างด้าวจะประกอบธุรกิจตามบัญชีสองได้ จะต้องมีคนไทยหรือนิติบุคคลที่มิใช่คนต่างด้าว ตามพระราชบัญญัตินี้ถือหุ้นอยู่ไม่น้อยกว่า ร้อยละยี่สิบของทุนของคนต่างด้าวที่เป็นนิติบุคคลนั้น เว้นแต่จะมีเหตุสมควร รัฐมนตรีโดยการอนุมัติของคณะรัฐมนตรีอาจผ่อนผันสัดส่วนในเรื่องดังกล่าวให้ น้อยลงได้ แต่ต้องไม่น้อยกว่า ร้อยละยี่สิบห้า และต้องมีกรรมการเป็นคนไทยไม่น้อยกว่า สอง ใน ห้าของจำนวนกรรมการทั้งหมด

เกี่ยว พันไปถึงมาตรา 17 ในการขออนุญาตประกอบธุรกิจ ให้คนต่างด้าวยื่นคำขออนุญาตประกอบธุรกิจต่อรัฐมนตรี หรืออธิบดี ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการกำหนดในกฎกระทรวง และให้คณะรัฐมนตรีในกรณีธุรกิจตามบัญชีสอง หรือ อธิบดีในกรณีธุรกิจตามบัญชีสามพิจารณาอนุมัติหรืออนุญาต แล้วแต่กรณีให้แล้วเสร็จภายในกำหนด หกสิบวัน นับแต่วันที่ยื่นคำขอ

ใน กรณีการพิจารณาอนุมัติของคณะรัฐมนตรีมีเหตุจำเป็น ซึ่งคณะรัฐมนตรีไม่อาจพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาดังกล่าวได้ ให้ขยายระยะเวลาการพิจารณาออกไปอีกได้ตามความจำเป็น แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกิน หกสิบวันนับแต่วันครบกำหนดเวลาดังกล่าว

ทั้งนี้ใน บัญชีสอง ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยหรือความมั่นคงของประเทศ หรือมีผลกระทบต่อศิลปวัฒนธรรม จารีตประเพณี หัตถ กรรมพื้นบ้าน หรือทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หมวด 3 ระบุประเภทธุรกิจที่เกี่ยวกับความปลอดภัยหรือความมั่นคงของประเทศ อย่างชัดเจนที่หน่วยงานรับผิดชอบและรัฐบาลจะต้องดูแลรับผิดชอบ อยู่ในวงเล็บ (2) การขนส่งทางบก ทางน้ำ หรือทางอากาศในประเทศ รวมถึงกิจการการบินในประเทศ

ส่วนที่ 3 เกี่ยวพันกับพระราชบัญญัติเดินอากาศ พ.ศ.2497 หมวด 3 การจดทะเบียนและเครื่องหมายอากาศยาน ตามมาตรา 30 ภายใต้บังคับมาตรา 31 ผู้ซึ่งจดทะเบียนอากาศยาน ตามความในพระราชบัญญัติ ต้องเป็นเจ้าของอากาศ ยานที่ขอจดทะเบียน หรือถ้ามิได้เป็นเจ้าของต้องเป็นผู้มีสิทธิครอบครองอากาศยานที่ขอจดทะเบียน และได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีให้จดทะเบียนได้ การขอจดและการรับจดอากาศยานให้เป็นไปตามกฎกระทรวง

จากนั้นในมาตรา 31 ผู้ซึ่งจดทะเบียนอากาศ ยาน เป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลก็ตาม ต้องมีสัญชาติไทย ตามวงเล็บ (3) ในกรณีที่เป็นบริษัทจำกัด หรือ บริษัทมหาชนจำกัด บริษัทนั้นต้องไม่มีหุ้นชนิดออกให้แก่ผู้ถือ กรรมการส่วนมากต้องสัญชาติไทย และหุ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ของหุ้นทั้งหมดต้องเป็นของบุคคลในประเภทต่อไปนี้ แต่ละประเภทโดยลำพังหรือหลายประเภทรวมกัน หลักใหญ่อยู่ในวงเล็บ (ก) บุคคลธรรมดาซึ่งมีสัญชาติไทย (ง) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด ซึ่งบุคคลธรรมดาสัญชาติไทยถือหุ้นอยู่ไม่น้อยกว่าร้อยละ 51 ของทั้งหมด

ด้วย "ล็อก" กฎหมาย 3 ฉบับ ต่อกรณี "ไทย แอร์ เอเชีย" ระบุตรงกันว่า "กิจการเดินอากาศ" ภายในประเทศ เป็นธุรกิจที่มีผลต่อความมั่นคงปลอดภัยของสาธารณะ" มีนัยที่ถูกนักกฎหมายตีความเสมือนหนึ่งว่าเป็น "อาชีพสงวน" ของกลุ่มทุนไทยเท่านั้น หากมีการเปลี่ยนแปลงเป็นต่างชาติวันใด จะต้องลงทุนภายใต้กฎเกณฑ์ที่จะต้องใช้ พ.ร.บ.ประกอบกิจการคนต่าง ด้าว มาประกอบการตรวจสอบวิธีการแจ้งทะเบียนผู้ถือหุ้น สำคัญที่สุดคือ วิธีจดทะเบียน "เครื่องบิน" ที่ใช้ในการขนส่งผู้โดยสารและสินค้าก็เช่นกัน

แปลงสัญชาติเป็นไทยไร้ความเชื่อ! ?

และ ถึงจะปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นโดยพยายามให้มีนิติบุคคล และบุคคลธรรมดา ถือสัญชาติไทยจากการตั้ง บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด ขึ้นใหม่ เป็นนิติบุคคลถือหุ้น 50% ร่วมกับแอร์ เอเชีย มาเลเซีย 49% และทศพล แบเลเว็ลด์ 1% แล้วในเอเชีย เอวิเอชั่น ก็ให้มีผู้ถือสัญชาติไทยอยู่มากที่สุด คือ กลุ่มชินระบุว่าเป็นนิติบุคคลสัญชาติไทยถือ 49% นายสิทธิชัย วีระธรรมนูญ บุคคลธรรมดาสัญชาติไทยถือ 51%


ตลอดเดือนมีนาคมนี้ นักธุรกิจ กลุ่มทุน วงการสายการบิน ต่างต้องการให้มีการพิสูจน์เพื่อความเป็นธรรมทางการค้าอีกครั้ง โดยระบุว่าเมื่อ "กิจการเดินอากาศ" เป็นอาชีพสงวนของคนไทย ดังนั้น รัฐบาล หรือกระทรวงคมนาคม หรือกรมขนส่งทางอากาศ ทุกฝ่ายจะต้องทำความจริงให้ปรากฏว่าขณะนี้ "กลุ่มชิน" ขายหุ้นใหญ่ให้เทมาเส็ก โฮลดิ้งส์ สิงคโปร์ไปแล้ว มูลค่ากว่า 73,000 ล้านบาท โดยที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีก็ออกมายอมรับอย่างต่อเนื่องว่า "ครอบครัว" ได้ขายกิจการไปจริง


ดังนั้นสถานะของ "บมจ.ชินฯ" ยังจะถือว่าเป็นบริษัทคนไทยอยู่หรือไม่ !?

และ /หรือ เมื่อไม่ใช่บริษัทคนไทย ผลที่จะลุกลามไปยังโครงสร้างอื่นที่ได้แปลงสภาพ "ผู้ถือหุ้น" ใน "ไทย แอร์ เอเชีย" ให้สอดรับกับกฎหมาย 3 ฉบับ โดยตั้ง "เอเชีย เอวิเอชั่น" เข้ามาและมีกลุ่มชินถือหุ้น 49% นายสิทธิชัย ถือ 51% สภาพจะยังคง "สัญชาติไทย" อย่างถูกต้องต่อไปอย่างไร !?

ในเมื่อบริษัทไทย แอร์ เอเชีย มี เอเชีย เอวิเอชั่น ถือ 50% แอร์ เอเชีย มาเลเซีย 49% ทศพล 1%


2 ตัวเอกแก้วิกฤตไทย แอร์เอเชีย

นาย ชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ อธิบดีกรมขนส่งทางอากาศ (ขอ.) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ข้อสงสัยของสาธารณะเรื่อง การยื่นปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ที่มีเอเชีย เอวิเอชั่น เป็นสัญชาติไทยเข้ามาถือแทนกลุ่มชิน เท่าที่ประเมินไม่คิดว่ากลุ่มชินจะตกม้าตายด้วยเหตุผลง่ายๆ อย่างที่เข้าใจกัน หรือเรื่องการจดทะเบียนเครื่องบินและการอนุญาตให้ใบสมควรการเดินอากาศของ ขอ.ก็อนุมัติให้นามบริษัทแม่ ไทย แอร์เอเชียฯ ไม่ใช่ เอเชีย เอวิเอชั่น


หาก วิเคราะห์ชัดๆ ลำดับการพิจารณาธุรกิจ "การเดินอากาศ" ในภาวะไม่ปกติกฎหมายระบุให้ รัฐมนตรี เสนอ คณะรัฐมนตรี พิจารณาโดยความจำเป็นตามเหตุผลภายใน 60 วัน แต่การแก้สถานการณ์ไทย แอร์ เอเชีย ตัวละครเอกมีเพียง 2 คน คือ "ชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ" กับ "ทัศพล แบเลเว็ลด์"


เหตุนี้เอง "ไทย แอร์ เอเชีย" จึงเป็นธุรกิจคาใจนักธุรกิจและกลุ่มทุน เป็น "บาดแผล" ทิ่มแทงรัฐบาล "ทักษิณ" ถึงสถานะของ "สัญชาติผู้ถือหุ้น" กับกิจการค้าขายที่กฎหมายทุกฉบับระบุว่ามีผลต่อความปลอดภัยและมั่นคงของ ประเทศ

"การบินไทย" รับอื้อ "กำไร-ขายMD11"

"บินไทย" ยิ้มรับเทศกาลเดินทาง 5 เดือน "ตุลาคม 2548-กุมภาพันธ์ 2549" แนวโน้มกำไรก่อนหักภาษีแตะ 1 หมื่นล้าน "สมใจนึก" ยันมาถูกทางปรับกลยุทธ์เจาะตลาดพรีเมี่ยม "บิสซิเนส-เฟิรสต์" ส่วนปมโละขายเครื่อง MD-11 ถึง 4 ลำ ล้มดีล 2 ครั้งแรกจากโต้โผลอตมี "ธรรมศักดิ์ ชุติวงศ์" ทำคนเดียว หลังบอร์ดตั้งทีมใหม่ตามกติกา ราคาขายฉลุย 34 ล้านดอลล์/ลำ สูงกว่าท้องตลาดเกือบ 10 ล้านดอลล์


นาย สมใจนึก เองตระกูล กรรมการ บริษัทรักษาการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (88) บมจ. การบินไทย เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า แนวโน้มรายได้จากการดำเนินงานของการบินไทยช่วงฤดูเดินทาง 4-5 เดือน ระหว่างตุลาคม 2548-กุมภาพันธ์ 2549 มีแนวโน้มจะทำกำไรก่อนหักภาษีได้เกินกว่า 1 หมื่นล้านบาท เพราะการปรับแผนธุรกิจตลาดการขายและบริการ ซึ่งทำงานร่วมกันเป็นทีมอย่างหนักมาตลอดตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา


กลยุทธ์ ที่ปรากฏผลตอบรับอย่างชัดเจนหลังจากการบินไทยหันมาทุ่มเทเพิ่มส่วนแบ่งการ ตลาดและรายได้ โดยพุ่งเป้าไปยังการเจาะกลุ่มเป้าหมายระดับพรีเมี่ยม ทำโปรโมชั่นและแคมเปญการขายและเพิ่มโปรดักต์บริการที่นั่งชั้นธุรกิจ (business class) และชั้นหนึ่ง (first class) มากขึ้นอีก 20-30% ทำให้ยอดรายได้ต่อหน่วยในการขายเพิ่มขึ้นทันทีเกือบ 10% เส้นทางบินเปิดใหม่ก็พลอยขายดีอัตราเฉลี่ยการบรรทุกผู้โดยสารเติบโตเพิ่ม ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งกรุงเทพฯ-นิวยอร์ก กรุงเทพฯ-มอสโก และกำลังเพิ่มเที่ยวบินตรงลอสแองเจลิส เป็นบินประจำทุกวันๆ ละ 1 เที่ยว


ผู้ สื่อข่าวรายงานว่าขณะนี้การบินไทยกำลังตกเป็นเป้ากรณี การพิจารณาทยอยขายเครื่องบินรุ่นเก่า MD-11 จำนวน 4 ลำ ซึ่งเป็นภาระต่อต้นทุนการซ่อมบำรุงและค่าเสื่อมมาตลอด เนื่องจากเป็นฝูงบินเก่าที่ทั่วโลกเลิกนิยม โดยเฉพาะในช่วงราคาน้ำมันเครื่องบินในตลาดโลกผันผวน


แหล่งข่าว ระดับสูงจากการบินไทย เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า มีกระแสการพิจารณาขายเครื่องให้แก่บริษัทตัวแทนรับซื้อเครื่องเกิดปรากฏขึ้น ถึง 3 ครั้งนั้น เป็นผลมาจาก 2 ครั้งแรก ในฝ่ายที่ประชุมการบริหารนโยบาย (Execlutive meeting management :EMM) เอง ซึ่งเป็นศูนย์รวมการรับพิจารณาและอนุมัติก่อนจะเสนอคณะกรรมการ (บอร์ด) พิจารณา


EMM ไม่ได้แต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาบริษัทจัดซื้อเครื่องแต่อย่างใด คงมีเพียงนายธรรมศักดิ์ ชุติวงศ์ เลขานุการบอร์ด (DD-1) รับจะไปดูแลข้อมูลเพียงคนเดียวทั้ง 2 ครั้ง ในครั้งแรกนายธรรมศักดิ์ได้นำราคาเสนอซื้อจากบริษัทตัวแทนรับซื้อรายหนึ่งมา บอก EMM โดยผู้บริหารที่นั่งในห้องประชุมต้องมองหน้ากันเลิกลั่ก แต่ก็หาทางออกเฉพาะหน้าด้วยการให้ไปทำข้อมูลเปรียบเทียบหากไม่ขายสามารถแปลง MD-11 เป็นฝูงบินขนส่งสินค้าทางอากาศระหว่างประเทศ (freighter & cargo) ได้หรือไม่ ผลปรากฏว่าครั้งที่ 2 ก็ยังเป็นเช่นเดิมคือนำราคาบริษัทตัวแทนจัดซื้อมาเสนออีกรอบ


ระหว่าง นั้น EMM จึงขอให้นำเรื่องเข้าปรึกษาที่ประชุมบอร์ดเมื่อมกราคม 2549 บอร์ดทุกคนมีมติให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นพิจารณาการขายหรือการรับซื้ออย่างเป็น ทางการ ประกอบด้วย ตัวแทนผู้บริหารจาก 5 ฝ่าย มี ฝ่ายการเงินและบัญชี ฝ่ายปฏิบัติการ (บิน) ฝ่ายช่าง ฝ่ายบริการลูกค้า และฝ่ายทรัพยากรบุคคล โดยมีนายสมใจนึก เองตระกูล เป็นประธาน


ผลปรากฏว่าการพิจารณาเป็น เอกฉันท์คือ ใช้เกณฑ์ที่การบินไทยจะได้รับผลประโยชน์สูงสุดจากการขาย MD-11 ทั้ง 4 ลำ คือ ขายให้แก่ Aircraft Leasing Group : ALG ซึ่งให้ราคาสูงสุดลำละ 34 ล้านเหรียญสหรัฐ/ลำ แยกซื้อเฉพาะตัวเครื่องไม่รวมอุปกรณ์ซ่อมบำรุงและเครื่องยนต์


แหล่ง ข่าวระดับสูงจากวงการโบรกเกอร์ค้าเครื่องบินพานิชย์วิเคราะห์ว่า ขณะนี้ราคาตลาดของเครื่อง MD-11 ประมาณ 20-25 ล้านเหรียญสหรัฐ/ลำเท่านั้น หากจะนำไปดัดแปลงเป็นเครื่องคาร์โก้ต้องลงทุนเพิ่มอีกอย่างน้อย 12 ล้านเหรียญสหรัฐ/ลำ เมื่อประเมินราคาที่การบินไทยขายไปนับได้ว่าสูงกว่าราคาตลาดและได้เปรียบทุก รูปแบบ จึงน่าจะทำสัญญาซื้อขายได้โดยไม่ผิดปกติ

คาเธ่ย์ฯ ซื้อฝูงบิน29 ลำอัดแคมเปญขายเอี้ยด 2ปี

"คาเธ่ย์ฯ" ทุ่มลงทุนจัดทัพการบิน ฉวยครบรอบ 60 ปี ซื้อฝูงบินโบอิ้ง-แอร์บัสลอตมโหฬาร 2 ปี รวมกว่า 29 ลำ ชิงตัดหน้าขึ้นผู้นำ "ฮับการบินเอเชีย" ก่อนสุวรรณภูมิ อัดแคมเปญพ่วงกิจกรรมขายแน่นเอี้ยดทั้งปี ประกาศรายได้ปี"48 รับเละ 5 หมื่นล้านเหรียญฮ่องกง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฮ่องกงได้เตรียมความพร้อมเข้าสู่การเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางอากาศเต็มรูป แบบ (aviation hub) โดยทั้ง 3 องค์กร คือ ประเทศฮ่องกง สนามบินนานาชาติ เช็ก แลป ก๊ก และสายการบินคาเธ่ย์ แปซิฟิค ถือจังหวะสายการบินครบรอบ 60 ปี ในปี 2549 สร้างแคมเปญส่งเสริมการขายพิเศษและแคมเปญหลัก "2006 Discover Hong Kong Year" วางตลาดอย่างต่อเนื่องในไทย เอเชีย และทั่วโลก โดยทุ่มทุนจัดซื้อฝูงบินใหม่โบอิ้งและแอร์บัส 2 ปี รวมกว่า 29 ลำ

นาย แพทริก เยือง ผู้จัดการทั่วไปประจำภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คาเธ่ย์ แปซิฟิค เปิดเผยว่า ระหว่างปี 2550-2553 จัดทัพการขนส่งทางอากาศนำเข้าฝูงบินใหม่ 20 ลำ มีโบอิ้ง B777-300ER 16 ลำ แอร์บัส A330-300s 3 ลำ อีกทั้งยังได้ใช้สิทธิจองการผลิตโบอิ้ง B777-300ER ไว้อีก 20 ลำ หลังจากที่ปี 2548 คาเธ่ย์ฯนำเข้าฝูงบินแล้วทั้งสิ้น 9 ลำ ตระกูลโบอิ้ง 6 ลำ คือ B 747-300/400, 400CF ตระกูลแอร์บัส A 330-300s 3 ลำ ในโอกาสคาเธ่ย์ฯครบ 60 ปี กันยายนนี้จะมีฝูงบินขนาดใหญ่ถึง 101 ลำ

ขณะ ที่ผลประกอบการตลอดปี 2548 ล่าสุดเมื่อมีนาคม 2549 คาเธ่ย์ฯประกาศว่ามีรายได้รวม 50,909 ล้านเหรียญฮ่องกง เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 19.1% จากการขยายขีดความสามารถฝูงบินและชั้นที่นั่งธุรกิจ ชั้นหนึ่ง เพิ่มขึ้น 11.8% ให้บริการผู้โดยสารรวม 15.4 ล้านคน คิดเป็นรายได้ 30,274 ล้านเหรียญฮ่องกง รวมถึงขนส่งสินค้าและพัสดุทางอากาศ 1,118,047 ตัน มีรายได้ 11,585 ล้านเหรียญฮ่องกง

นายยงยุทธ ลุจินตานนท์ ผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาดประจำประเทศไทยและพม่า คาเธ่ย์ แปซิฟิค กล่าวว่า กิจกรรมส่งเสริมการตลาดในโอกาสครบรอบ 60 ปี นอกจากปรับโฉมบริการ ยังมีแคมเปญประกวดการชิงรางวัลแพ็กเกจเที่ยวฮ่องกง แพ็กเกจราคาพิเศษในแต่ละเทศกาล ประเดิมรายการแรกด้วยการประกวดภาพถ่ายในหัวข้อ "It"s A Little Thing to Remember" ชิงรางวัลแพ็กเกจฮ่องกงดิสนีย์แลนด์ 2 ท่าน

นอกจากนี้ ยังมีรางวัลตั๋วเครื่องบินไปกลับกรุงเทพฯ-สิงคโปร์ และรางวัลชมเชยอีก 10 รางวัล ที่จัดทำเป็นพิเศษในโอกาสครบรอบ 60 ปีของสายการบิน พร้อมทั้งดันแพ็กเกจ "ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์" สร้างสีสันให้ตลาดอย่างต่อเนื่อง ราคาเริ่มต้น 19,300 บาท ประกอบด้วยตั๋วเครื่องบินไป-กลับกรุงเทพฯ-ฮ่องกง ค่าประกันภัยการเดินทาง อัตราเรียกเก็บค่าน้ำมัน บัตรผ่านประตูดิสนีย์แลนด์ ห้องพักโรงแรม 2 คืน บริการรถรับ-ส่ง

ขณะที่องค์การท่องเที่ยวฮ่องกงยึดเอาแคมเปญ "2006 Discover Hong Kong Year" ซึ่งประสบความสำเร็จตามเป้า มกราคมที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวรวม 2.18 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2548 ถึง 15.3% สะท้อนถึงความคึกคักของตลาด

"คาเธ่ย์ฯได้เพิ่มเที่ยวบินสู่นคร ลอสแองเจลิสเป็น 3 เที่ยวบิน/วัน ลอนดอน 4 เที่ยวบิน/วัน และได้เพิ่มเที่ยวบินไปยังอัมสเตอร์ดัม ปักกิ่ง โฮจิมินห์ โจฮันเนสเบิร์ก นาโกยา เพิร์ท โซล สิงคโปร์ รวมทั้งเปิดเส้นทางใหม่ไปเซียะเหมิน 3 เที่ยวบิน/สัปดาห์

อย่างไรก็ตาม ภาพรวมของแผนพัฒนาการลงทุนของฮ่องกงคือการผนึกทีมกันสร้างความสำเร็จทางการ บิน ยกระดับประเทศเป็นฮับเอเชียอย่างสมบูรณ์มากขึ้น ระหว่างที่ไทยกำลังอยู่ในช่วงเริ่มเปิดใช้สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ ซึ่งยังไม่ชัดเจนว่ามิถุนายนนี้จะเปิดอย่างเป็นทางการได้ หรือ จะต้องเลื่อนไปเป็นกันยายน 2549

March 13, 2006

มาเลย์เตรียมปรับขึ้นภาษีสนามบิน

กัวลาลัมเปอร์ - มาเลเซียจะปรับขึ้นค่าภาษีสนามบินสำหรับเที่ยวบินภายในประเทศและระหว่าง ประเทศวันพุธนี้ โดยคาดว่านักท่องเที่ยวที่เดินทางเที่ยวบินระหว่างประเทศ ต้องจ่ายภาษีสนามบิน 60-65 ริงกิต ส่วนเที่ยวบินภายในประเทศจะต้องจ่าย 10-12 ริงกิต (3.19 ดอลลาร์) อัตราค่าภาษีสนามบินในปัจจุบันอยู่ที่ 45 ริงกิตสำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศ และ 6 ริงกิตสำหรับเที่ยวบินขาออกภายในประเทศ


13 มีนาคม 2549 เวลา 15:25:15
จาก กรุงเทพธุรกิจ

March 11, 2006

1,500ทัวร์เจอพิษกำลังซื้อไทยรูด "ทีจี-เอเย่นต์"รอลุ้นสงกรานต์

กว่า 1,500 บริษัทจัดทัวร์ เชิด "มหาสงกรานต์" เทศกาลผ่าวิกฤตการขายครั้งใหญ่ในรอบปี หลังการเมืองอึมครึมยืดเยื้อเพียงเดือนเดียวเห็นผล "กำลังซื้อคนไทยรูด" เหลือ 10% กลุ่ม "ขาใหญ่" วงการเอาต์บาวนด์ เพิ่มสปีดการผลิตแพ็กเกจชิงวางตลาดไฮเอนด์ อินเซ็นทีฟ คอร์ปอเรต ก่อนถูก "ทัวร์กองทัพมด" ยึดพื้นที่ "การบินไทย" โดดร่วมขบวนทุ่มทำเว็บไซต์ขายตรงในประเทศ เตรียมผ่าการตลาดก๊อกสอง ปลดล็อกที่นั่งถูกบล็อกปีละ 6 แสนที่ เสียหายทั้งขึ้นทั้งล่องมูลค่ามโหฬาร

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า หลังเหตุการณ์ทางการเมืองยืดเยื้อและอึมครึมมาเดือนเศษ ตั้งแต่ 23 มกราคม เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน และยังไม่มีทีท่าจะหาข้อยุติได้ บริษัทตัวแทนจัดการนำเที่ยวในประเทศ และ (domestic & outbound) รวมกว่า 1,500 บริษัท และกลุ่มผู้บริหารสายการบิน ซึ่งทุกธุรกิจมีกลุ่มลูกค้าฐานเดียวกัน คือ ตลาดคนไทย

กำลังซื้อคนไทยรูดเหลือ 10%

นาย เถกิง สวาสดิพันธ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เถกิงทัวร์ จำกัด และนายกสมาคมผู้ค้าตั๋วโดยสารระหว่างประเทศ (International Ticketing Agent : ITA) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า เจ้าของกิจการทัวร์เอาต์บาวนด์และบริษัทผู้ค้าตั๋วเครื่องบินทั้งตลาดได้ ประเมินสถานการณ์แล้ว พบว่าสถานการณ์การเมืองที่ยืดเยื้อและอึมครึม ได้ส่งผลกระทบอย่างเป็นรูปธรรมต่อกำลังซื้อโดยตรงตั้งแต่ 2 มีนาคม ไปจนถึงก่อนเทศกาลสงกรานต์ โปรแกรมทัวร์และตั๋วขายทำยอดขายเบาบางมากเหลือเพียง 10-20% แตกต่างจากปกติช่วงฤดูนี้เดือนมีนาคมจะขายแพ็กเกจกระจายไปในต่างประเทศ ยุโรป เอเชีย อเมริกา ปริมาณการซื้อเกิน 60% ขึ้นไป

ขณะนี้ทุกบริษัท พร้อมใจกันเปลี่ยนกลยุทธ์เร่งทำโปรแกรมเอาต์บาวนด์ขายแพ็กเกจสงกรานต์วางขาย ในตลาดให้เร็วที่สุด เพราะปีนี้ช่วงวันหยุดยาว 10-12 วัน ระหว่าง 8-17 เมษายน 2549 พื้นที่เป้าหมายที่มีแนวโน้มจะขายดีเป็นพิเศษตลอดสงกรานต์ คือ ญี่ปุ่น แพ็กเกจ 7 วัน 5 คืน 65,000 บาท/คน 5 วัน 3 คืน 45,000 บาท/คน

ถึง ราคาแพ็กเกจจะสูงเทียบเท่ายุโรป และแพงกว่าอเมริกาก็ตาม หากกำลังซื้อในตลาดไฮเอนด์จะยังคงมีดีอยู่ โดยเฉพาะระดับผู้บริหารบริษัทธุรกิจขนาดใหญ่ กลุ่มคอร์ปอเรต เช่น บมจ.ปูน ซิเมนต์ไทย กลุ่มทัวร์ที่สร้างผลสำเร็จในงานจนได้รับสวัสดิการเที่ยวฟรี (incentive) กลุ่มบริษัทประกันชีวิต

1,500 ทัวร์ชิงพื้นที่ตัดหน้ากองทัพมด

นาย เถกิงกล่าวว่า โอกาสในการชิงส่วนแบ่งการตลาดช่วงสงกรานต์ปีนี้ จะอยู่ในมือกลุ่มบริษัททัวร์ที่มีประสบการณ์อยู่ในวงการทัวร์มานานจนเป็นที่ เชื่อถือไว้วางใจของลูกค้าเก่าแก่กลุ่มไฮเอนด์ แต่สิ่งที่จะประมาทไม่ได้เลยคือ กลุ่มกองทัพมดหรือบริษัทเอาต์บาวนด์ขนาดเล็กจะดาหน้าลุกฮือขึ้นมาชิงลูกค้า ด้วยการใช้ราคาแพ็กเกจที่ถูกกว่า 1/3 เป็นตัวล่อกำลังซื้อ แต่จะเลือกพื้นที่เที่ยวแยกไปแถบสาธารณรัฐประชาชนจีน เกาหลี เวียดนาม ประเทศแถบอินโดจีน

"ลักษณะของบริษัทเอาต์บาวนด์กองทัพมด จะมีอยู่ในตลาดหลายร้อยบริษัท มีพนักงาน 1-3 คน/บริษัท จะโผล่เข้ามาซื้อพื้นที่โฆษณา ประชา สัมพันธ์ ตามสื่อสิ่งพิมพ์ชั้นนำของประเทศเฉพาะช่วงสงกรานต์หรือลอยกระทง ปีหนึ่งๆ บริษัทเหล่านี้จะทำการตลาดเพื่อสร้างรายได้เพียง 2 ครั้ง/ปีเท่านั้น โดยอาศัยช่องว่างจากผู้บริโภคที่นิยมซื้อของถูกตักตวงรายได้ไปเลี้ยงบริษัท ได้ทั้งปี"

นายเถกิงกล่าวว่า ด้วยเงื่อนไขทางการค้าท่องเที่ยวช่วงเทศกาล ทัวร์เอาต์บาวนด์ โดเมสติก จะถูกล็อกด้วยจำนวนที่นั่งกับเที่ยวบินที่แต่ละสายการบินมีให้อย่างจำกัด อีกทั้งสถานการณ์ราคาน้ำมันขณะนี้ผู้โดยสารต้องจ่ายค่าธรรมเนียมน้ำมันการ บินเพิ่มขึ้นทุกวัน รวมถึงจำนวนมัคคุเทศก์ที่มีประสบการณ์ความสามารถในการนำทัวร์แต่ละเส้นทาง อย่างมีคุณภาพมีอยู่ไม่มาก ดังนั้นนักท่องเที่ยวจะต้องตัดสินใจอย่างรอบคอบก่อนจะเลือกใช้บริการทัวร์

แนะใช้พันธมิตรต่างขั้วปั๊มจุดแข็ง

รศ .ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักการตลาดมืออาชีพ ได้นำเสนอข้อมูลความคิดเห็นกับผู้ประกอบการสายการบิน และกลุ่มบริษัทเอาต์บาวนด์ และกลุ่มบริษัทผู้ค้าตั๋วเครื่องบินเมืองไทย ในงานสัมมนา "ความร่วมมือสู่ความสำเร็จ" ซึ่งมีตัวแทนธุรกิจสนใจเข้าร่วมกว่า 170 แห่ง ถึงการใช้จังหวะสถานการณ์อึมครึมทางการเมืองและเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงตัวเอง ด้วยกลยุทธ์การสร้างโครงข่ายร่วมกับธุรกิจอื่นที่แตกต่างออกไป (co-operation network) สามารถเข้ามาเสริมจุดแข็งของทัวร์ เช่น ธุรกิจสื่อและเอ็นเตอร์เทนเมนต์

ดร.สมชายเสนอให้ผู้ค้าท่องเที่ยวและ ตั๋วเครื่องบินนำสินค้าทัวร์เชื่อมเข้าไปยังเครือข่ายสินค้าอื่นๆ เพื่อเพิ่มช่องทางสร้างกำลังซื้อตลาดกลุ่มใหม่ blue ocean มีตัวตนอยู่จริงแต่มีผู้พบเห็นน้อยและเข้าถึงน้อยมาก เพราะแต่ละธุรกิจขาดทิศทางการขยายตราสัญลักษณ์สินค้า (bench mark)

บินไทยทำเว็บขายตรงในประเทศ

นาย รังสิมันต์ โมกขะสมิต ผู้อำนวยการสำนักงานสาขาประจำประเทศไทย (สีลม) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การบินไทยเดินหน้าปรับนโยบายเป้าหมายทางการขายและการตลาดให้คล่องตัว มีประสิทธิภาพสูง ทันการเปลี่ยนแปลงของโลก และเพื่อให้พันธมิตรธุรกิจเครือข่ายกลุ่มผู้ค้าตั๋วและทำทัวร์ ร่วมพัฒนาช่องทางการสร้างรายได้แต่ละปีให้การบินไทย

ช่วงเมษายน- พฤษภาคมนี้ การบินไทยจะเปิดบริการเว็บไซต์ในประเทศขึ้น (local website) ให้แตกต่างจากเว็บไซต์ www.thaiairways.com ซึ่งบอกข้อมูลรวมเป็นหลัก แต่เว็บไซต์ในประเทศจะสร้างเครื่องมืออำนวยความสะดวกพุ่งเป้าเรื่องการซื้อ ขายแบบวันสต็อปช็อปทันที มีราคาตั๋วโดยสารอัตราเอเย่นต์และผู้โดยสารทั่วไป โปรแกรมทัวร์ รอยัล ออคิด ฮอลิเดย์ (ROH) และการสะสมไมล์เดินทาง (ROP) อย่างไรให้มีมูลค่าสูงสุดกับลูกค้า

ขณะเดียวกันก็จะร่วมมือกับสมาคม ผู้ค้าตั๋วฯ ทำตารางฤดูกาลเดินทางในช่วงหนาแน่นและเบาบางของแต่ละประเทศ เพื่อให้เอเย่นต์พันธมิตรผลิตโปรดักต์ตั๋วและทัวร์ขาย โดยกระจายพื้นที่การเดินทางกันออกไปตามฤดู ซึ่งจะช่วยการบินไทยและสายการบินอื่นได้เพิ่มยอดขายตลอดทั้งปีมากขึ้นตาม ลำดับ

รื้อ block seat 6 แสนที่/ปี

นายรังสิมัน ต์กล่าวว่า แนวโน้มการขายตั๋วในอนาคตส่วนแบ่งตลาดเดินทางตามลำพัง (FIT) จะเพิ่มขึ้น ส่วนตั๋วที่เดินทางเป็นหมู่คณะ (GIT) จะลดลง ดังนั้นการขายออนไลน์ผ่านเว็บไซต์เป็นช่องทางจัดจำหน่ายที่ดึงเอเย่นต์เข้า มามีส่วนร่วมได้ จะผ่าทางตันปัญหาของสายการบินที่ต้องสูญเสียรายได้ปีละมหาศาล เรื่องที่นั่งในแต่ละเที่ยวเหลือหรือถูกคืน 4 แสนที่นั่ง/ปี จากการที่ลูกเอเย่นต์ตัวแทนขายบล็อกในระบบคอมพิวเตอร์สำรองตั๋ว เพื่อกันไว้ขายช่วงเทศกาลหรือช่วงใดก็ตาม 6 แสนที่นั่ง/ปี แต่ขายได้จริงเพียง 2 แสนที่นั่ง/ปีเท่านั้น

"การ block seat ในลักษณะดังกล่าว สร้างความเสียหายแก่ทุกสายการบินถึง 2 ทาง หนักที่สุด คือ สายการบินต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมการจองให้แก่บริษัทคอมพิวเตอร์ สำรองตั๋ว (CRS) ปีละมหาศาล และต้องสูญเสียโอกาสทางการขาย เพราะที่นั่งเหล่านั้นถูกบล็อกไว้ปีละ 4 แสนที่นั่ง"

อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารและเจ้าของบริษัทจัดนำเที่ยว สายการบิน และผู้ประกอบการทั้ง 2 อุตสาหกรรม การบินและท่องเที่ยว ต่างแสดงความตื่นตัวเร็วกว่าทุกวิกฤตที่ผ่านมา เนื่องจากแต่ละธุรกิจเล็งเห็นว่าโอกาสทางการค้าภายใต้สถานการณ์ความยืดเยื้อ และอึมครึมยังมีช่องว่างขนาดใหญ่พอที่จะปลุกกำลังซื้อช่วงวันหยุดระยะยาวที่ ปีนี้เหลืออยู่เพียงครั้งเดียวคือสงกรานต์

จาก ประชาชาติธุรกิจ
วันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2549

โบอิ้งจีบขายB787"บินไทย"4ลำ บิ๊กแอร์ไลน์เอเชียจ่อซื้อขึ้นผู้นำ

โบอิ้งฯดอดทาบ "การบินไทย" ซื้อเครื่องรุ่นใหม่แกะกล่อง 787 ดรีมไลเนอร์ 4 ลำ ยาหอมบิ๊กแอร์ไลน์ทั่วเอเชียแห่สั่งกว่า 291 ลำ "จีน" ประเดิมเจ้าแรกรับมหกรรมยักษ์โอลิมปิก 2551 "สกอตต์ คาร์สัน" รองประธานโบอิ้ง ยาหอมสนามบิน "สุวรรณ ภูมิ" อนาคตผู้นำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บินไทยต้องเลือกเทรนด์เครื่องให้ถูกทาง

นายสกอตต์ คาร์สัน รองประธานฝ่ายขาย โบอิ้ง คอมเมอร์เชียล แอร์เพลนส์ เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่าระหว่างการเดินทางตระเวนเยี่ยมลูกค้าในประเทศแถบเอเชียโดยได้มาไทยช่วง 5-8 มีนาคมที่ผ่านมา ได้ร่วมหารือกับผู้บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) โดยเสนอขอให้พิจารณานำเข้าฝูงบินใหม่ โบอิ้ง B787 ดรีมไลเนอร์ ประมาณ 4 ลำ เพราะเล็งเห็นว่าอนาคตตลาดการเดินทางในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกจะขยายตัวเพิ่ม เป็น 3 เท่า สายการบินแห่งชาติของแต่ละประเทศต่างพากันตื่นตัวจัดหาฝูงบินสมัยใหม่เข้ามา บริการ ทั้งการขนส่งผู้โดยสารและสินค้าทางอากาศ (freighter airplane) เช่น อินเดีย สาธารณรัฐประชาชนจีน ญี่ปุ่น

ส่วนไทยความมีศักยภาพในการผลัก ดันสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ ที่กำลังจะเปิดปีนี้เป็นศูนย์กลางการขนส่งทางอากาศภูมิภาคเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ นโยบายนี้จะเป็นจริงได้ และจะสอดรับหากการบินไทยวางยุทธศาสตร์ฝูงบินและเครือข่ายการตลาดโดยเลือก ซื้อเครื่องบินที่มีสมรรถนะสร้างผลตอบแทนทางรายได้ขานรับเทรนด์ตลาดการเดิน ทางยุคใหม่ ประหยัดต้นทุนปฏิบัติการบินได้ไม่ต่ำกว่า 20% ของต้นทุนทั้งหมด ลดมลพิษทางสิ่งแวดล้อม สิ่งอำนวยความสะดวกภายในเครื่องสะดวกสบาย

ประสิทธิภาพ ของเครื่องบินที่เหมาะกับตลาดในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก B 787 ดรีมไลเนอร์ ผลิตภัณฑ์เครื่องรุ่นใหม่กำลังมาแรง ตั้งเป้าภายใน 20 ปีนี้ ระหว่างนี้ถึง พ.ศ.2566 จะผลิตออกขายให้ได้ 3,500 ลำ มูลค่าราว 16 ล้านล้านบาท (4 แสนล้านเหรียญสหรัฐ) ลำแรกสาธารณรัฐประชาชนจีนจะรับมอบประเดิมงานเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬา โอลิมปิก 2551 ขณะนี้เสนอขายไปยังลูกค้า 26 ราย ประมาณ 500 ลำ

สาย การบินในเอเชียจะเป็นกลุ่มตลาดบุกเบิกการสั่งซื้อมากเป็นอันดับ 1 ราว 291 ลำ ได้แก่ เอเอ็นเอ 50 ลำ เจแปนแอร์ไลน์ 30 ลำ และสายการบินในจีนมีไชน่าอีสเทิร์น 15 ลำ ไหหนานแอร์ไลน์ 8 ลำ ไชน่าเซาเทิร์น 10 ลำ เซียะเหมินแอร์ไลน์ส 3 ลำ แอร์อินเดีย 27 ลำ ส่วนที่เหลือเป็นสายการบินอื่นๆ

สมรรถนะของเครื่องบินได้ไกล 8,000-8,500 ไมล์ทะเล เครื่องบินบรรทุกผู้โดยสาร 787-8 ดรีมไลเนอร์ จะจุได้ 210-250 ที่นั่ง รุ่น 787-9 ดรีมไลเนอร์ จุ 250-290 ที่นั่ง อีกแบบเป็นรุ่น 3 ในตระกูล 787-3 ดรีมไลเนอร์ บินได้ไกล 3,500 ไมล์ทะเล จุ 290-330 ที่นั่ง

นายคาร์สันกล่าวถึงเทรนด์ของการนำเครื่องบินเข้า ประจำฝูง เปรียบเทียบระหว่าง แอร์บัส A380-800 ของ บริษัท แอร์บัส จำกัด ขนาด 555 ที่นั่ง กับโบอิ้ง B747-8 intercontinental ขนาด 400-500 ที่นั่ง ยืนยันได้ว่าโบอิ้งจะตอบสนองการลงทุนได้ดีกว่า

เพราะเป็นเครื่อง บินที่ตลาดคุ้นเคยเป็นอย่างดี สนามบินนานาชาติทั่วโลกมีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมรองรับเต็มที่ แตกต่างจาก A380 ต้องให้เวลาสนามบินทั่วโลกลงทุนอีกอย่างน้อย 5 ปี ก็ยังไม่รู้ว่าจะรองรับเครื่องรุ่นนี้ได้ทั้งหมดหรือไม่ อีกอย่างสายการบินจะทำตลาดเพื่อขายที่นั่งให้เต็มหรือคุ้มทุนภายในเวลาอัน รวดเร็วได้หรือไม่ ยังประเมินลำบากมาก

"ความสัมพันธ์ทางการค้าและ ความร่วมมือกิจกรรมเชิงสังคมระหว่างโบอิ้งกับการบินไทยแนบแน่นมายาวนาน ต่างเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่ดีต่อกัน ฝูงบินของไทยวันนี้มีเกินกว่า 50 ลำ จากทั้งหมด 91 ลำ ตลอดไตรมาส 4 ปีนี้ถึง 2550 การบินไทยสั่งปรับโฉมฝูงบินซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญทางการตลาดในอนาคต เช่น B777-200ER, B737, B747, B777 แนวโน้มก็ยังจะมีฝูงบินนวัตกรรมใหม่ๆ มาเสนอขายต่อไป"

ทั้งนี้ โบอิ้ง คอมเมอร์เชียล แอร์เพลนส์ ตั้งเป้าว่าอัตราเฉลี่ยรายได้จากการขายเครื่องบินแบรนด์ โบอิ้งจะเพิ่มเฉลี่ยปีละ 5-6% พร้อมทั้งประเมินว่าภายในอีก 20 ปีข้างหน้า ระหว่าง 2549-2569 การสั่งซื้อเครื่องบินพาณิชย์ใหม่ในเอเชีย-แปซิฟิก จะสูงถึง 7,200 ลำ มูลค่าราว 30.8 ล้านล้านบาท (7.7 แสนล้านเหรียญสหรัฐ) โบอิ้งจะพยายามรักษาส่วนแบ่งการตลาดยอดการนำเข้าสั่งเครื่องบินประจำฝูงบิน ทุกสายการบินในภูมิภาคนี้ไว้ให้ได้เกินกว่า 52%


วันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2549 ปีที่ 29
จาก ประชาชาติธุรกิจ

March 10, 2006

'ภูเก็ต แอร์'สุดแยบยล เปลี่ยนแต่ชื่อกู้ภาพติดลบ


"วิกรม"สลัดทิ้งภูเก็ตแอร์ หลังภาพลักษณ์ติดลบกู่ไม่ขึ้น แถมขาดทุนปักโกรกติดลบร่วมพันล้าน ชงเหล้าเก่าในขวดใหม่ ด้วยการหันไปปัดฝุ่นเพิ่มทุน 2 บริษัทยื่นขอไลเซ็นท์บินแทนทั้งใน-ต่างประเทศ แต่ใช้ฝูงบินและแผนบินเหมือนเดิม ด้านคณะกรรมพิจารณาคุณสมบัติฯ ตรวจยิบเซฟตี้และแผนธุรกิจ แจงขอไลเซ้นท์ใหม่ไม่หมู ตั้งกฏเหล็กมาตราฐานเดียวกับทีจี เครื่องบินเกิน 14 ปี ต้องผ่านการเช็คสภาพแบบพิเศษจากแอร์บัสหรือโบอิ้ง

แหล่งข่าวระดับสูงจากสายการบินภูเก็ต แอร์ เปิดเผยกับ"ฐานเศรษฐกิจ"ว่าในขณะนี้นายวิกรม อัยศิริ สมาชิกวุฒิสภา จังหวัดระนอง ในฐานะเจ้าของสายการบินภูเก็ต แอร์ ได้ยื่นเรื่องขอใบอนุญาติประกอบกิจการค้าขายในการเดินอากาศ (ไลเซ็นท์ในการประกอบธุรกิจการบิน)ใหม่กับกรมการขนส่งทางอากาศ(ขอ.) โดยยื่นขอจัดตั้ง 2 สายการบินใหม่ขึ้นมารับช่วงดำเนินธุรกิจต่อจากภูเก็ตแอร์ที่จะหมดอายุในเดือนมีนาคมนี้ โดยใช้ชื่อ บริษัท สุวรรณภูมิ แอร์ไลน์ จำกัด เพื่อเปิดทำการบินเส้นทางบินในประเทศ และบริษัทฮอลิเดย์ แอร์ไลน์ จำกัด เพื่อเปิดทำการบินในเส้นทางบินระหว่างประเทศทั้งเที่ยวบินแบบประจำและบินแบบเช่าเหมาลำ


"การยื่นขอตั้งสองแอร์ไลน์ใหม่ เป็นเพราะที่ผ่านมาชื่อของภูเก็ตแอร์ติดลบมากทั้งปัญหาดีเลย์ ของเที่ยวบินในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงปัญหาเครื่องบินขัดข้อง จนทำให้เสียภาพลักษณ์มากจนถึงขั้นขอ.ต้องสั่งตรวจสอบประวัติการซ่อมบำรุงครั้งใหญ่ คุณวิกรมเลยมีแผนที่จะเปลี่ยนชื่อสายการบินใหม่แทนสายการบินเดิม "


แหล่งข่าวคนเดิมยังกล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบของ ขอ.ที่ผ่านมาพบว่าภูเก็ตแอร์มีเครื่องบินใช้งานได้จริงเพียง 4 ลำจากจำนวนเครื่องบินทั้งหมดที่มี 17 ลำ ที่สำคัญเมื่อเดือนธ.ค.48 ที่ผ่านมายังถูกบริษัทประกันภัยจากอังกฤษชื่อ " MARSH" เข้ามาตรวจสอบมาตราฐานในเรื่องนี้ด้วย และมีข้อแนะนำให้ปรับปรุงหลายๆเรื่อง


นอกจากนี้ยังเคยถูกประเทศฝรั่งเศสห้ามภูเก็ตแอร์บินเข้าประเทศ ปัญหาในเรื่องของสถานะทางการเงิน ที่ยังมีการค้างจ่ายเงินเดือนพนักงาน มีการลดจำนวนพนักงานออกไปเป็นจำนวนมาก รวมไปถึงความสูญเสียเครดิตทางการค้า จากการมีภาระหนี้สินอยู่ราว 1,000 ล้านบาท ไม่ว่าจะเป็นหนี้ค่าน้ำมันจากบริษัทปตท.จำกัด(มหาชน) กว่า 200 ล้านบาท หนี้บริษัทน้ำมันในต่างประเทศ หนี้การบินไทย 70 กว่าล้านบาท และหนี้บริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด อีกราว 20 ล้านบาท เป็นต้น


แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า ประจงบเหมาะกับช่วงนี้ที่ใบอนุญาติของภูเก็ต แอร์ จะครบอายุ 5 ปีพอดี จึงมองว่าการยื่นขอจดทะเบียนใหม่โดยใช้ชื่อใหม่น่าจะมีโอกาสในการขายดีกว่าชื่อเดิมคือภูเก็ตแอร์


เนื่องจากมองว่าชื่อเสียงของภูเก็ตแอร์ที่เป็นอยู่ในขณะนี้ มีผลต่อการทำตลาดในธุรกิจนี้ค่อนข้างลำบาก


ขณะที่ฝูงบินที่มีอยู่ก็ยังใช้การได้ ดีกว่าปล่อยทิ้งไว้


ดังนั้นนายวิกรม จึงได้ทำการเพิ่มทุนใน2บริษัทดังกล่าว ซึ่งได้ตั้งไว้นานแล้วเพื่อนำมายื่นขอตั้งสายการบินใหม่ โดยบริษัทสุวรรณภูมิ แอร์ไลน์ จำกัด มีการจดทะเบียนไว้ตั้งแต่วันที่ 13 พ.ค.45 ด้วยทุนจดทะเบียน 150 ล้านบาท ล่าสุดเพิ่มทุนเมื่อวันที่ 1 ธ.ค.48 เป็น 200 ล้านบาท ส่วนบริษัทฮอดิเดย์ แอร์ไลน์ส จำกัด ก็มีการจดทะเบียนตั้งแต่วันที่ 8 ก.ค.36 ด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาท เคยเพิ่มทุนในเดือนก.ย.46 เป็น 300 ล้านบาท และเพิ่มทุนเมื่อเดือนมี.ค.47 เป็น 840 ล้านบาท


แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า แม้จะมีการยื่นขอจัดตั้งสายการบินใหม่ แต่แผนบิน รวมไปถึงเครื่องบินก็ยังคงใช้ฝูงบินที่มีอยู่เดิมทั้งหมด ไม่ได้มีการสั่งซื้อเครื่องบินใหม่เข้ามาใช้แต่อย่างใด โดยใช้เครื่องบินโบอิ้ง 737 จำนวน 2 ลำที่มีอยู่แล้วมาทำการบิน ซึ่งเครื่องบินทั้ง 2 ลำนี้ ลำแรกสร้างขึ้นในปี 1983 ปัจจุบันมีอายุการใช้งานอยู่ที่ 23 ปี อีกหนึ่งลำสร้างขึ้นในปี 1984 ปัจจุบันมีอายุการใช้งานประมาณ 22 ปี เพื่อมาทำการบินในนามสุวรรณภูมิ แอร์ไลน์ บินใน 4 เส้นทาง ที่ภูเก็ต แอร์ เคยบินอยู่เดิม แต่หยุดให้บริการ ได้แก่เส้นทาง กรุงเทพฯ-ระนอง ,กรุงเทพฯ-บุรีรัมย์,กรุงเทพฯ-เชียงใหม่,กรุงเทพฯ-ภูเก็ต


ขณะที่ฮอลิเดย์ แอร์ไลน์ จะใช้เครื่องบินโบอิ้ง 747 จำนวน 3 ลำ ลำแรก สร้างขึ้นในปี 1983 ปัจจุบันมีอายุการใช้งานประมาณ 23 ปี ลำที่สอง สร้างขึ้นในปี 1980 ปัจจุบันมีอายุการใช้งาน 26 ปี และลำที่สาม สร้างขึ้นในปี 1983 ปัจจุบันมีอายุการใช้งานประมาณ 23 ปี โดยขณะนี้ยังไม่ได้แจ้งแผนการเปิดบินในเส้นทางบินประจำระหว่างประเทศ แจ้งแต่ว่าการดำเนินการในระยะแรกจะเปิดบินแบบเช่าเหมาลำใน 3 เส้นทาง คือ กรุงเทพฯ-ปักกิ่ง,กรุงเทพฯ-โซล ,กรุงเทพฯ-โตเกียว


นอกจากนี้เขายังกล่าวเสริมว่า ปัจจุบันภูเก็ต แอร์ให้บริการเพียง 1 เส้นทางเท่านั้น คือ กรุงเทพฯ-ระนอง และการให้สายการบินซาอุดิอาระเบียน เช่าเครื่องบิน 9 เดือน เพื่อดำเนินธุรกิจการบินในช่วงพิธีฮัตจ์ ซึ่งทำให้บริษัทยังพอมีรายได้เข้ามา โดยมีรายได้จากค่าเช่า 5.9 พันดอลล่าร์สหรัฐต่อชั่วโมง


ด้านนายพิสิฐ กุศลาไสยานนท์ กรรมการคณะกรรมการพิจารณาคุณสมบัติของผู้ขออนุญาติประกอบกิจการค้าขายในการเดินอากาศ เผยว่า ในขณะนี้ทางคณะกรรมการฯกำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาคุณสมบัติของบริษัทที่ยื่นขอไลเซ็นท์จัดตั้งสายการบินใหม่จำนวน 8 สายการบิน ซึ่งประกอบด้วย บริษัทแอร์มาร์ค เอวิเอชั่น (ประเทศไทย)จำกัด บริษัทเอช เอส เอวิเอชั่น จำกัด บริษัทสยามเอ็กซ์เพรส แอร์เวย์ จำกัด


รวมไปถึงบริษัทฮอลิเดย์ แอร์ไลน์ จำกัด และบริษัทสุวรรณภูมิ แอร์ไลน์ จำกัด ซึ่งเป็น 2 สายการบินที่เจ้าของภูเก็ต แอร์ ได้ส่งแผนมาให้ขอ.พิจารณา และจะใช้ทำการบินในชื่อนี้แทนภูเก็ต แอร์ ซึ่งเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติของคณะกรรมการฯจะดูละเอียดในเรื่องของแผนธุรกิจ ระบบการซ่อมบำรุง และการตรวจสอบเรื่องการถือหุ้นจากต่างประเทศ เพื่อป้องกันการแอบแฝงสิทธิ


อย่างไรก็ดีก่อนหน้านี้ได้เรียกผู้บริหารของทั้ง 8 แอร์ไลน์สเข้ามาร่วมหารือและชี้แจงแนวทางแล้วว่า การออกใบอนุญาต ไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะที่ผ่านมาพบว่ามีปัญหามากว่าพออนุญาติไป ก็มีปัญหาเครื่องบินขัดข้อง ทำไปก็ขาดทุนจนต้องเลิกบินไป ดังนั้นนายชัยศักดิ์ องค์สุวรรณ อธิบดีกรมการขนส่งทางอากาศ จึงได้ขอให้ตนเข้ามาร่วมเป็นคณะกรรมการฯเพื่อเสนอแนะในเรื่องนี้แก่สายการบินต่างๆ ซึ่งจากการหารือกันแล้วกว่า 3 ครั้ง ก็มีแนวทางความเห็นให้สายการบินต่างๆไปปรับปรุงแก้ไขแผนมาในหลายเรื่อง บางสายการบินมีปัญหาในเรื่องของแผนธุรกิจที่ทำออกมายังดูไม่น่าจะไปรอดก็สั่งให้ไปแก้ใหม่


แต่สิ่งที่ทุกสายการบินจะต้องดำเนินการให้ได้เหมือนกันทุกสาย คือ มาตราฐานด้านการซ่อมบำรุง ซึ่งทางคณะกรรมการฯจะตรวจสอบอย่างละเอียด โดยจะใช้มาตราเดียวกับการซ่อมบำรุงของการบินไทยเข้ามาเป็นเกณฑ์ในการพิจารณา รวมทั้งมีการแจ้งให้ชัดเจนถึงการนำกฏใหม่มาใช้ คือ เครื่องบินที่มีอายุเกินกว่า 14 ปีขึ้นไป จะต้องมีโปรแกรมการเช็คสภาพพิเศษ หรือที่เรียกว่าต้องเข้าโปรแกรม "เอดจิ้ง โปรแกรม" ที่จะตรวจโครงสร้างโลหะต่าง ๆ ทั้งหมดของเครื่องบิน ซึ่งสายการบินต่างๆจะต้องมีการกันงบไว้สำหรับเข้าโปรแกรมนี้ ซึ่งโบอิ้งและแอร์บัส จะเป็นผู้รับรองในส่วนนี้


"ต่อไปสายการบินที่มีอายุเครื่องบินเกินกว่า 14 ปีต้องมีใบรับรองในจุดนี้มายืนยันด้วย เพื่อประกอบการพิจารณาใบอนุญาติในการดำเนินธุรกิจ เพราะการใช้เครื่องบินที่มีอายุการใช้งานสูง ต้องมีการลงทุนด้านการซ่อมบำรุงที่สูงมาก สายการบินต้องมีสภาพคล่องเพียงพอที่จะกันงบไว้ในส่วนนี้" นายพิสิฐ กล่าวทิ้งท้าย


อนึ่งฝูงบินของภูเก็ต แอร์ มีทั้งหมด 17 ลำได้แก่ โบอิ้ง 747-300/200 จำนวน 9 ลำ โบอิ้ง 737 จำนวน 3 ลำ และวายเอส 11 จำนวน 5 ลำ ตั้งแต่ดำเนินธุรกิจมาบริษัทมีผลการดำเนินงานที่ขาดทุนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2543-2546 โดยสิ้นปี 2544 ขาดทุน 50.85 ล้านบาท ปี 2545 ขาดทุน 183.92 ล้านบาท ปี 2546 ขาดทุน 307.36 ล้านบาท ขณะที่งบการเงินในปี 2547 ยังไม่ได้นำส่งทางกระทรวงพาณิชย์


ก่อนหน้านี้นายวิกรม อัยศิริ ได้เคยเปิดอกให้สัมภาษณ์กับ "ฐานเศรษฐกิจ" โดยยอมรับว่า ตั้งแต่ดำเนินธุรกิจมากกว่า 4 ปี ลงทุนไปกว่า 3 พันล้านบาท และวันนี้ก็ยังไม่ได้ทุนคืนแถมขาดทุนตลอด ที่ผ่านมาต้องใช้วิธีนำกำไรที่ได้จากธุรกิจอื่นเช่นโรงแรม อสังหาริมทรัพย์อื่นๆมาอุดหนุน แต่ทุกอย่างต้องมีความพอดีหรือจุดสมดุล นอกจากนี้เขายังยืนยันว่าเรื่องการขาดทุนไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพียงแต่การแก้ปัญหาอาจจะต้องใช้เวลาเท่านั้น เพราะในปีที่ผ่านมา ถือเป็นที่ปีภูเก็ตแอร์ มีกระแสข่าวด้านลบมาก โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้โดยสารในการใช้บริการ

จาก ฐานเศษฐกิจ 10 มีนาคม 2549

March 09, 2006

เปิดบันทึกลับ "ทอท." ถึง TAGS (19) "แอร์พอร์ต ฟาซิลิตี้" ของใคร !?

ผลจากการที่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) "ทอท." ตั้งคณะกรรมการพิจารณาการจัดจ้างบริษัทย่อย (outsource) ทยอยเข้ารับสัมปทานงานย่อยในสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ จุดเริ่มจากตัวละครใหญ่ บริษัท ไทย แอร์พอร์ตส กราวด์ เซอร์วิสเซส จำกัด (TAGS) ซึ่งขายหุ้นให้กลุ่มทุน "โฟรบิ เซอร์ฯ" สิงคโปร์ ปมการซื้อขายหุ้นที่ซับซ้อนน้องๆ "กลุ่มชิน" ขายหุ้นให้เทมาเส็ก โฮลดิ้งส์ สิงคโปร์

"ทอท." ไม่พยายามที่จะคลี่คลายปมที่ยอมเปิดทางให้ "ต่างชาติ" เข้ามาถือหุ้นใหญ่ใน TAGS 48.5% อีกทั้ง ทอท.ขอลดฐานะตนเองไปถือหุ้นรองไว้เพียง 28% โดยไม่ได้แสดงปฏิกิริยาที่จะรักษาผลประโยชน์สูงสุดขององค์กรไว้ ตามที่ผู้ถือหุ้นรายย่อยเสนอในการประชุมสามัญประจำปี 2548 เมื่อเดือนมกราคม 2549 ที่ผ่านมา

นอกจากความรับผิดชอบต่อโครงสร้าง "หุ้น" แล้ว ระหว่างนี้กำลังมีโครงการเปิดประมูลบริษัทเอาต์ซอร์ซเข้ามารับสัมปทานงานบริการเป็นแพ็กเกจมหึมานับ 10 โครงการมูลค่ารวมตลอดอายุกิจการรวมแล้วหลายหมื่นล้านบาทนั้น ยิ่งถูกตั้งข้อสังเกตรุนแรงกว่าเดิม

ตัวละครที่กำลังฮอตขณะนี้ คือ "บริษัท แอร์พอร์ต ฟาซิลิตี้ จำกัด" คู่แข่งที่เบียดงานประมูลกับ TAGS มาตั้งแต่ต้น เริ่มจะแรงแซงเข้าโค้งชนิดที่ทำให้คณะกรรมการรับซองการประมูลโครงการระบบไฟฟ้าสนามบิน 400 เฮิรตซ์ ระบบพีซีแอร์ และสะพานเทียบเครื่องบิน สามารถทำให้การประมูลล้มกระดานได้ถึง 3 ครั้งติดต่อกัน จากพฤศจิกายน มกราคม และ กุมภาพันธ์

จากข้อมูลกรมทะเบียนการค้า กระทรวงพาณิชย์ ระบุชัดเจนถึงที่มาของ "ผู้ถือหุ้น" กับ "ประสบการณ์" แอร์พอร์ต ฟาซิลิตี้ ก่อนหน้านี้ทำธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับความเชี่ยวชาญเรื่องไฟฟ้าสนามบิน 400 เฮิรตซ์ แม้แต่น้อย

หาก "ทอท." ก็ยังทำให้เกิดข้อสังเกตขึ้นจนได้ หลังจากเมื่อวันจันทร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2549 โครงการไฟฟ้า 400 เฮิร์ตถูกล้มประมูลเช้า ช่วงบ่ายเปิดขายซองทีโออาร์ทันที จึงทำให้เกิดปริศนาระลอกใหญ่ว่า "ทีโออาร์" ใหม่แก้ไขอะไรลงไปหรือ จึงสามารถนำออกมาขายได้ทันควัน

ส่วนผู้สนใจก็มีเพียง 3 รายเท่านั้น คือ แอร์พอร์ต ฟาซิลิตี้ TAGS และการบินไทย ยื่นประมูลเหมือนเดิม ล่าสุดได้รับการยืนยันจาก ทอท.ว่า กรรมการชุดนี้จะเปิดซองเทคนิคภายในวันที่ 25 มีนาคมนี้ ในช่วงจังหวะนั้น "แอร์พอร์ต ฟาซิลิตี้" อาจจะแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วก็เป็นไปได้หรือไม่ !?

ข้อมูลที่น่าสนใจมากยิ่งกว่าคือ "หลักเกณฑ์" ที่ ทอท.ซึ่ง "ศรีสุข จันทรางศุ" นั่งเป็นประธานอย่างยาวนานช่วงที่ ทอท.รับหน้าเสื่อเป็นแม่งานเปิดรับรายย่อยประมูลกิจกรรมบริการ ระหว่างโครงการ "ไฟฟ้า 400 เฮิรตซ์ สนามบินสุวรรณภูมิ" มูลค่าราว 1,000 ล้านบาท กับ "รถขนสัมภาระกระเป๋าเดินทางในอาคารผู้โดยสารสุวรรณภูมิ" มูลค่าราว 500 ล้านบาท

ปรากฏว่า "ค่ามัดจำซองทีโออาร์" โครงการที่มีความสำคัญต่อการประกอบการบิน บริษัทที่ยื่นประมูลใน 2 โครงการ กลับจ่ายเงินมัดจำต่างกันลิบ โดย "รถเข็นกระเป๋า" แต่ละบริษัทที่สนใจยื่นซองประมูลต้องจ่ายมัดจำซองสูงลิบถึง 26 ล้านบาท/บริษัท ขณะที่ "ไฟฟ้า 400 เฮิรตซ์" จ่ายเพียง 2 ล้านบาท/บริษัท

หลักเกณฑ์กับวิธีการส่อไปในทางใดบ้าง ยากที่สังคมจะเข้าใจ บรรทัดฐานของธุรกิจสนามบินแห่งชาติ "ทอท." ซึ่งเป็นบริษัท จำกัด (มหาชน) อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ทุกวันนี้ "ศรีสุข" รับผิดชอบการบริหารนโยบาย พยายามจะสะท้อนหรืออย่างไร "ดับเบิลสแตนดาร์ด"

รวมถึง "แอร์พอร์ต ฟาซิลิตี้" แท้จริงแล้วเจ้าของคือใคร "เงื่อนไข" การประมูลจึงถูกคลายจนอ่อนยวบ กลายเป็นปมที่กำลังจะฉาวมากกว่าโฟรบิ เซอร์ฯ หรือไม่ !?

ยิ่งสนามบินที่รัฐบาลกล่าวขานว่าเป็น "สนามบินแห่งความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งชาติ" นับถอยหลังเตรียมเปิดเร็วเท่าไร และยิ่ง "ศรีสุข" ประธานบอร์ด ทำให้สังคมตั้งข้อสงสัยเป็นที่สังเกตการประมูลเพิ่มเป็นเงาตามตัว

ก็จะยิ่งตอกตะปู "ปิดฝาโลง" รัฐบาล "ทักษิณ" ได้เบ็ดเสร็จลงตัวว่า "ชุมทางธุรกิจ" ในสุวรรณภูมิใสสะอาดหรือขุ่นคลั่ก !?


จากประชาชาติธุรกิจ
วันที่ 09 มีนาคม พ.ศ. 2549

"เอมิเรตส์" ทุ่มนวัตกรรม"บริการ" จัดโปรโมชั่นชิมลาง

"เอมิเรตส์" ยกเครื่องครั้งมโหฬาร ลงทุนปรับโฉมบริการในไทย เน้นนวัตกรรมล้ำสมัย เตรียมรองรับฝูงบินใหม่ A380 และ ยกระดับดูไบเป็นชุมทางฮับ "เอเชีย-ยุโรป" จัดแพ็กเกจสมนาคุณชิมลางตลาดเวิรลด์คัพ "ฮัมบูร์ก" เยอรมนี สนองแฟนคลับเมืองไทยเดินสายดูบอล

นายสุนทร สุรี ผู้จัดการประจำประเทศไทยและอินโดจีน สายการบินเอมิเรตส์ เปิดเผยว่า ตั้งแต่มีนาคมนี้ได้ปรับกลยุทธ์การบริการในประเทศไทยให้ผู้โดยสารได้รับความสะดวกสบายในการสำรองที่นั่งและตั๋วโดยสารจากต้นทางในโฉมใหม่ล้ำสมัย โดยได้ลงทุนเพิ่มเคาน์เตอร์บริการลูกค้าในสำนักงานเอมิเรตส์จาก 4 เป็น 6 เคาน์เตอร์ ติดตั้งอินเทอร์เน็ตให้ลูกค้าตรวจสอบการจองตั๋วออนไลน์ได้เต็มที่ มีทีวีสีจอพลาสมา เครื่องเล่นแอลซีดี มุมหนังสือและนิตยสาร มุมชา กาแฟ พร้อมสรรพวันสต็อปเซอร์วิส

ขณะเดียวกันก็วางรูปแบบการจัดการบริการลูกค้าที่ยังคงพึงพอใจโทรศัพท์ซื้อตั๋วอยู่ โดยให้มีพนักงาน 10 คน เป็นคู่สายอำนวยความสะดวกเต็มรูปแบบ และมีการรักษาการให้บริการผ่านระบบการวัดคุณภาพบริการ (service quality control system) ตรวจสอบได้ทุกวัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามแผนเอมิเรตส์เตรียมนำเข้าเครื่องบินแอร์บัสรุ่นล่าสุด A380 เข้าประจำฝูงรวม 45 ลำ ลำแรกจะรับมอบปี 2550 นี้ ซึ่งได้ทำควบคู่ไปกับนโยบายการบริหารกิจกรรมตลาด การขาย และบริการ ให้เป็นสายการบินชั้นนำของโลก ที่วางระบบเชื่อมโยงเครือข่ายเที่ยวบินเพิ่มศักยภาพดูไบเป็นเมืองท่าหรือศูนย์กลางการบินระหว่างเอเชียกับยุโรปให้มากที่สุด

รายงานจากเอมิเรตส์ระบุว่า ปัจจุบันมีเครื่องบินเข้า-ออกในสนามบินนานาชาติดูไบ โดยทำส่วนแบ่งการตลาดบริการได้ถึง 50% และภายใน 4 ปี หรือประมาณปี 2553 ตั้งเป้าจะพัฒนาขีดความสามารถเพิ่มส่วนแบ่งบริการให้ได้ถึง 70% โดยมีเที่ยวบินไปยัง 80 เมือง 56 ประเทศทั่วโลก 550 เที่ยว/สัปดาห์

นอกจากนี้ รัฐบาลสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ยังได้ขยายการก่อสร้างอาคารและเมืองให้มีรูปแบบความทันสมัย เป็นจุดขายการท่องเที่ยว จุดหมายปลายทางการเดินทางเข้าไปเยี่ยมชมและพักผ่อน ท่ามกลางความทันสมัยและการออกแบบดีไซน์ทุกแห่งด้วยสถาปัตยกรรมแปลก น่าตื่นตา

รวมทั้งได้จัดทำโปรโมชั่นการเดินทางระหว่างมีนาคมนี้-31 พฤษภาคม ด้วยการมอบสิทธิพิเศษแก่ลูกค้าเอมิเรตส์ ซึ่งเป็นผู้โดยสารชั้นเฟิรสต์คลาส จะได้รับห้องพักสิทธิประโยชน์หรูฟรีมากมายในการเดินทางไปพักผ่อนที่เมืองฮัมบูร์ก เยอรมนี ได้แก่ ห้องพักโรงแรมราฟเฟิลส์ โฮเท็ล เวียร์ ยาห์เรสไซ่เทน 3 คืน รถเช่า บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 ฟรี 1 วัน หรือเลือกเช่าแบบเหมาจ่ายรายสัปดาห์

ลูกค้าที่ซื้อตั๋วที่นั่งชั้นธุรกิจก็จะได้รับการสมนาคุณด้วยแพ็กเกจใกล้เคียงกัน ฟรีการเข้าพักโรงแรมราฟเฟิลส์ฯ 2 คืน บริการเช่ารถฟรี 5 วัน และลูกค้าที่นั่งชั้นประหยัดรับฟรี ห้องพัก โรงแรม ราฟเฟิลส์ 1 คืน เช่ารถฟรี 3 วัน

สำหรับฮัมบูร์กเป็นเมืองเกตเวย์อันดับ 4 ที่เอมิเรตส์บินไปยังเยอรมนี ตามปกติให้บริการไปยังเมืองมิวนิก แฟรงก์เฟิร์ต ดึสเซลดอร์ฟ 2 เที่ยว/วัน โดยในปี 2549 นี้ ฮัมบูร์กกำลังประชาสัมพันธ์การเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก ฟีฟ่า เวิรลด์ คัพ 2006

ดังนั้นจึงได้จัดทำแพ็กเกจขึ้นเพื่อรองรับตลาดจากเมืองไทยที่เป็นแฟนคลับฟุตบอลโลกได้ใช้บริการคุณภาพดีอย่างเต็มที่ เที่ยวบินจากกรุงเทพฯมีทุกวัน เวลา 01.20 น. ถึงดูไบวันเดียวกัน 05.00 น. ส่วนเที่ยวบินไป ฮัมบูร์ก EK 384 ออกจากดูไบ 03.15 น. ถึงกรุงเทพฯ 12.05 น. และเที่ยวบิน EK1 386 ออกจากดูไบทุกวันอังคาร ศุกร์ เสาร์ 08.10 น. ถึงกรุงเทพฯ 17.00 น

จาก ประชาชาติธุรกิจ
วันที่ 09 มีนาคม พ.ศ. 2549

มาเลเซียแอร์ไลน์ปรับผังเที่ยวบินใหม่

กัวลาลัมเปอร์-มาเลเซีย แอร์ไลน์ส์ ปรับผังเที่ยวบินไกลยุโรป-ออสเตรเลียใหม่หมด หวังลดต้นทุนธุกิจ ด้านแอร์เอเชีย สบช่อง ขอรับช่วงต่อพนักงาน-เครื่องบินโดยสารสายการบินแห่งชาติมาเลเซีย

มาเลเซีย แอร์ไลน์ส์ ที่กำลังประสบปัญหาขาดทุนมหาศาล เตรียมปรับเปลี่ยนเส้นทางบินระยะไกลไปยุโรปและออสเตรเลียหลายเส้นทางในเดือนหน้า อันเป็นส่วนหนึ่งของแผนปรับโครงสร้างทางธุรกิจเพื่อให้สามารถกลับมาทำกำไรได้อีกครั้ง

ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคมเป็นต้นไป สายการบินจะให้บริการเที่ยวบินตรงระหว่างกรุงกัวลาลัมเปอร์และลอนดอน,ซิดนีย์,เพิร์ธ และแฟรงเฟิร์ต โดยปัจจุบัน สายการบินให้บริการเที่ยวบินบางเที่ยวบิน ไปยังจุดหมายปลายทางเหล่านี้ ร่อนลงจอดที่สนามบินลังกาวี,ปีนังและกูชิง

มาเลเซีย แอร์ไลน์ส์ สายการบินรายใหญ่สุดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อพิจารณาจากขนาดของฝูงบินที่มีอยู่ประมาณ 100 ลำ กล่าวว่า จะให้บริการเที่ยวบินในประเทศ ที่สนามบินนานาชาติกัวลาลัมเปอร์ ,ลังกาวี ,ปีนังและกูชิงเพื่ออำนวยความสะดวกการเชื่อมต่อสำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศบางเส้นทาง

มาเลเซียแอร์ไลน์ มีสายการบินที่ได้กำไรเพียง 48 เที่ยวบินจากเที่ยวบินระหว่างประเทศทั้งหมด 114 เที่ยวบินได้กำไรและในจำนวนเที่ยวบินในประเทศจำนวน 118 เที่ยวบินนั้นมีเที่ยวบินที่ขาดทุนมากถึง 114 เที่ยวบิน

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ มีขึ้นหลังจากสัปดาห์ที่แล้ว สายการบินได้ประกาศแผนปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ เพื่อสร้างสภาพคล่องแก่ธุรกิจให้ได้ภายในปีหน้า

ขณะเดียวกัน นายโทนี่ เฟอร์นานเดส หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหาร(ซีอีโอ)ของแอร์เอเชีย เสนอที่จะเข้าเทคโอเวอร์ทั้งพนักงานและเครื่องบินโดยสารจากมาเลเซีย แอร์ไลน์ส์ ถ้าได้รับไฟเขียวจากรัฐบาลให้สามารถใช้เครือข่ายในประเทศของสายการบินแห่งชาติได้

ที่ผ่านมา นายเฟอร์นานเดส ได้ยื่นข้อเสนอดังกล่าวต่อรัฐบาลมาเลเซีย ซึ่งอาจจะได้รับไฟเขียวและมีการโอนพนักงานของมาเลเซีย แอร์ไลน์ส์จำนวน 800 คนเข้ามาอยู่ในสังกัดแอร์เอเชีย พร้อมทั้งซื้อหรือเช่าเครื่องบินโดยสารโบอิ้งบี 737 จำนวน4 หรือ 9 ลำต่อจากมาเลเซีย แอร์ไลน์ส์ด้วย


จาก กรุงเทพธุรกิจ
8 มีนาคม 2549 17:50 น.

โบอิงฟันธงเอเชีย-แปซิฟิก สั่งซื้อเครื่องบินใหม่ จำนวนกว่า 7 พันลำ

นิวยอร์ก - โบอิง มองแง่ดี ตลาดการบินเอเชีย-แปซิฟิก ต้องการสั่งซื้อเครื่องบินโดยสารรุ่นใหม่เพิ่ม 7,200 ลำ ใน 20 ปีข้างหน้า โดยโบอิง 737 ขายดีที่สุด

โบอิง บริษัทผลิตเครื่องบินชั้นนำของโลกสัญชาติสหรัฐ ระบุว่า ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก จำเป็นต้องใช้เครื่องบินโดยสารรุ่นใหม่ๆ เพิ่ม 7,200 ลำ มูลค่า 770,000 ล้านดอลลาร์ ในช่วงระยะ 20 ปีข้างหน้า ถือเป็นตลาดเครื่องบินโดยสารใหญ่สุดนอกอเมริกาเหนือ

ทั้งนี้ รายงานคาดการณ์ระยะยาวสำหรับช่วงปี 2548-2567 ของโบอิง ระบุว่า เฉพาะตลาดจีนเพียงแห่งเดียว น่าจะมีการสั่งซื้อเครื่องบินโดยสารใหม่จำนวน 2,612 ลำด้วยกัน โดยเครื่องบินแถวนั่งเดียว อาทิ โบอิงรุ่น 737 จะเป็นกลุ่มเครื่องบินขนาดใหญ่ที่สุดที่มีคำสั่งซื้อ ซึ่งคาดว่าจะมีคำสั่งซื้อเข้ามาจำนวนมากถึง 3,690 ลำ

ส่วนเครื่องบินโดยสารขนาดกลางแถวนั่งคู่ อาทิ โบอิงรุ่น 787 และ 777 จะมีคำสั่งซื้อจำนวน 2,430 ลำ ขณะที่เครื่องบินเจ็ทขนาดเล็กจะมีสัดส่วนการสั่งซื้อจำนวน 540 ลำ และเครื่องบินโดยสารจัมโบ้ เจ็ท มีคำสั่งซื้ออยู่ที่ 510 ลำ

"ปริมาณผู้โดยสารในภูมิภาคนี้เริ่มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับการแข่งขันอย่างดุเดือดในตลาดการบินเอเชีย-แปซิฟิก ทำให้สายการบินต้องเร่งดำเนินการต่างๆ เพื่อรองรับความต้องการของผู้โดยสาร โดยเฉพาะในเส้นทางบินตรงแบบนอนสต็อป ไปยังจุดหมายปลายทางต่างๆ ทั่วโลก โดยใช้เครื่องบินที่มีความสะดวกสบาย,มีประสิทธิภาพและสามารถบินได้ระยะไกล" นายสก็อต คาร์สัน รองประธานโบอิง คอมเมอร์เชียล แอร์เพลนส์กล่าว

โบอิง คาดการณ์ว่า ปริมาณผู้โดยสารที่เดินทางภายในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก จะเติบโตปีละ 6% แซงหน้าอัตราเฉลี่ยของปริมาณการเดินทางทั่วโลกในระยะ 20 ปีข้างหน้า ที่จะเติบโต 4.8%

นอกจากนี้ โบอิง ยังคาดการณ์ว่า จะมีคำสั่งซื้อเครื่องบินโดยสารใหม่จากทั่วโลกในช่วง 20 ปีข้างหน้าจำนวน 25,700 ลำ คิดเป็นมูลค่า 2.1 ล้านล้านดอลลาร์


จาก กรุงเทพธุรกิจ
8 มีนาคม 2549 18:06 น.

March 08, 2006

บิ๊กท่องเที่ยวตบเท้าดับไอร้อนศก. งัดเทรนด์โปรดักต์รุกระยะสั้น

อุตฯท่องเที่ยวดับไอร้อนการเมืองพลิกกลยุทธ์ "ยืดหยุ่นตลาด-ใส่สีสันโปรดักต์-คุมแผนลงทุน" ยักษ์ใหญ่ "บินไทย-ททท." เจ้าแห่งไอเดียบัตรพลาสติกโกยรายได้ฉลุย สมาคมผู้ค้าตั๋วฯ ปลุกผู้นำวงการบิน 3 ธุรกิจ กอดคอคลายล็อกปัญหาเก่า เร่งฝ่าเศรษฐกิจขาลงไปยืนลุ้นยุทธศาสตร์เอฟทีเอ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศทางการเมืองไทยที่ยังคงยืดเยื้อ ได้ส่งผลให้กลุ่มธุรกิจในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น 3 ทาง คือ หนึ่ง การจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดและการขายต้องเพิ่มความยืดหยุ่นเป้าหมายจำนวนยอดการผลิตและยอดรายได้ สอง เพิ่มรูปแบบโปรดักต์ให้มีลูกเล่นและสีสันพ่วงเข้ากับเทรนด์ซื้อง่ายขายคล่อง เช่น แปลงจากแพ็กเกจเป็นบัตรพลาสติก สาม ทบทวนแผนขยายการลงทุนตั้งรับวิกฤตระยะสั้นจากกำลังซื้อที่ช็อกอย่างฉับพลัน

บัตรพลาสติกพลิกการค้า

กลุ่มที่มีการปรับตัวอย่างรวดเร็วจะเป็นธุรกิจการบิน ทั้งกลุ่มธุรกิจต้นน้ำได้แก่ สายการบินในประเทศและนานาชาติ และกลุ่มธุรกิจปลายน้ำไม่ว่าจะเป็นบริษัทผู้ค้าตั๋วโดยสาร (ticketing agent) บริษัทระบบคอมพิวเตอร์รับจองตั๋วโดยสารเครื่องบิน (computer reservation system : CRS) รวมไปถึงองค์กรพัฒนาการตลาด อาทิ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ องค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวต่างประเทศในไทย (National Tourism Organization : NTO)

นายวัลลภ พุกกะณะสุต ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายขาย บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เผยถึงการเปิดตลาดตั๋วด้วยกลยุทธ์การแปลงตั๋วกระดาษ และตั๋วอิเล็กทรอนิกส์ บางส่วนเป็นบัตรพลาสติก "แวลู การ์ด" ขายในราคาแพ็กเกจรวมยอดครั้งเดียวแต่ลูกค้าสามารถเก็บไว้ใช้ได้นาน นำร่องวางขาย 2-5 มีนาคม ที่ผ่านมา ในงานเที่ยวไทยทั่วทิศ 2549 ผลปรากฏว่ายอดรายได้ทะลุเป้าเกินกว่า 50 ล้านบาท คาดว่าภายในไม่เกิน 10 วัน บัตรพลาสติก แวลู การ์ด จะเกลี้ยงตลาดทำให้การบินไทยมีรายรับล่วงหน้าไม่ต่ำกว่า 250 ล้านบาท

"แวลู การ์ด ลอตนี้ทดลองทำขึ้นเพื่อให้ผู้โดยสารนำไปใช้เดินทางภายในประเทศ ไป-กลับ ระหว่างกรุงเทพฯกับต่างจังหวัดที่การบินไทยบิน 12 แห่ง การ์ดชุดแรกมีทั้งหมด 5,000 ชุด จำนวน 50,000 ใบ มี 3 แพ็กเกจ แยกเป็น แพ็กเกจ เอ ราคา 21,000 บาท แลกเป็นตั๋วได้ 4 ใบ แพ็กเกจ บี 45,000 บาท แลกเป็นตั๋วได้ 9 ใบ แพ็กเกจ ซี แลกเป็นตั๋วได้ 14 ใบ ยิ่งจ่ายมากยิ่งแลกตั๋วต่อใบได้ในราคาถูกลงตามลำดับ กลยุทธ์นี้กำลังซื้อตอบรับดีมาก

"ส่วนการจะผลิตเพิ่มหรือไม่จะต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับปริมาณที่นั่ง และเที่ยวบิน ที่ให้บริการ แต่ถือว่าเป็นโปรโมชั่นแคมเปญสามารถขยายผลไปยังเส้นทางระหว่างประเทศ ซึ่งมีการแข่งขันรุนแรงและสูงได้ เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง สาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นการตลาดแบบวิน วิน ของการบินไทย"

นางจุฑาพร เริงรณอาษา รองผู้ว่าการฝ่ายตลาดในประเทศ ททท.กล่าวว่า บัตรพลาสติก "ผู้สูงวัย เที่ยวสุขใจกับ ททท." เริ่มวางตลาดครั้งแรกกำลังซื้อตอบรับถล่มทลาย 3 วัน ขายได้เกิน 2,000 ใบ แผนส่งเสริมและกระตุ้นการขายภายในเดือนมีนาคมนี้จะรุกเข้าไปยังกลุ่มกองทุนข้าราชการบำนาญ บริษัทขนาดใหญ่ที่มีเครือข่ายธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ (corporate companies) สมาคมสโมสรโรตารี และผู้สูงอายุ

"ประชาชาติธุรกิจ" สำรวจความเห็นจากผู้ประกอบการบริษัทตัวแทนการจัดนำเที่ยวในประเทศ ได้รับการยืนยันว่า กลุ่มบริษัททัวร์ไม่ต่ำกว่า 20 แห่งได้หันมาซื้อแวลู การ์ด การบินไทย ไปเป็นลอตมูลค่า 1-2 ล้านบาท เพื่อนำไปผนวกขายเป็นแพ็กเกจท่องเที่ยว โดยทำราคารวมขึ้นมาใหม่ เป็นตั๋วเครื่องบิน + ห้องพัก + โปรแกรมทัวร์ เนื่องจากวิเคราะห์แล้วเห็นว่าราคาเฉลี่ยที่จะนำบัตรไปแลกเป็นตั๋วแต่ละเที่ยวถูกกว่าการซื้อตั๋วกระดาษ หรือตั๋วออนไลน์ ประมาณ 20-30%

3 ธุรกิจบิ๊กปรับมิติการบิน

นายอนุพงษ์ กิตติลักษนนฐ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีวีแอร์ บุกกิ้ง จำกัด ในฐานะกรรมการผู้ก่อตั้ง สมาคมผู้ค้าตั๋วระหว่างประเทศ (International Tiketing Agents : ITA) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ในเดือนมีนาคมนี้ไอทีเอทำเมกะโปรเจ็กต์จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ (workshop) หัวข้อ "ความร่วมมือสู่ความสำเร็จ" เปิดมิติ 3 ธุรกิจ

ประกอบด้วย กลุ่มผู้ประกอบการสายการบินนานาชาติ และการบินไทย กลุ่มบริษัทตัวแทนผู้ค้าตั๋วโดยสารเครื่องบิน กลุ่มบริษัทเจ้าของระบบคอมพิวเตอร์สำรองตั๋วโดยสาร ร่วมกันปรับกลยุทธ์เชื่อมโยงการค้า การบิน การเดินทาง การท่องเที่ยว เป็นเนื้อเดียวกัน ช่วยเติมความเข้มข้นทางบรรยา กาศธุรกิจอนาคตโดยเฉพาะการตั้งรับนโยบายเปิดเสรีการค้าการลงทุน (FTA)

เพราะปัจจุบันบรรยากาศในตลาดธุรกิจทั้ง 3 กลุ่ม ทำกลยุทธ์กันเพียง 2 วิธี คือ 1) ยามวิกฤตก็จับเข่าแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเป็นครั้งคราวไป 2) ภาวะปกติต่างฝ่ายต่างก็หาช่องกล่าวโทษซึ่งกันและกัน เรื่องหลักได้แก่ สายการบินโดยทั่วไปจะห้ามเอเย่นต์แหกกฎการใช้ระบบการรับจองและออกตั๋ว โดยรับผลประโยชน์ตอบแทน (commission) จาก CRS ในการออกตั๋วแต่ละใบผ่านหลายระบบ สร้างต้นทุนมหาศาลให้แก่สายการบิน

ส่วนเอเย่นต์ก็จะขัดแย้งกับสายการบินตลอดเรื่องการออกใบราคาตั๋ว (fare sheet) เพราะแต่ละเอเย่นต์ประเมินว่าได้รับจากสายการบินแต่ละเจ้าต่างกัน ทำให้เกิดปัญหาสงครามราคาจนตลาดปั่นป่วน ปัญหาใหญ่อีกอย่างคือสายการบินออกใบราคาตั๋วประจำปีล่าช้า ทำให้เอเย่นต์สูญเสียโอกาสในการขาย

สำหรับบริษัทเจ้าของ CRS เองก็มีปัญหาทั้งกับเอเย่นต์และสายการบิน เพราะถูกจำกัดสิทธิ์การเป็นช่องทางช่วยจำหน่าย เนื่องจากประเทศไทยมีข้อตกลงกับ CRS ค่ายเดียว

สยบไอร้อนการเมืองตั้งรับ FTA

นายอนุพงษ์กล่าวว่า วิเคราะห์ภาพรวมความขัดแย้งในระบบการค้าขณะนี้ถือว่าเรื่องเล็กมาก เมื่อเปรียบเทียบกับสถานการณ์อนาคต ซึ่งทั้ง 3 ธุรกิจต้องปลดล็อกปัญหาเก่าให้เสร็จสิ้นก่อน เพื่อเตรียมตั้งรับกับเทรนด์การค้าในลักษณะข้อตกลงแลกเปลี่ยนตามกรอบ FTA

และการบริโภคของนักเดินทางยุคใหม่ ถูกระบบภาษีน้ำมันสายการบินก่อกวนความรู้สึกในการจ่ายเงินเดินทางสูงขึ้นทุกวัน สัดส่วนภาษีน้ำมันที่ผู้โดยสารต้องจ่ายเพิ่มคิดเป็น 50-60% ของราคาตั๋วแต่ละใบ อนาคตจะเป็นตัวแปรที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อ

"การเก็บค่าภาษีน้ำมันเครื่องบินกับราคาตั๋วโดยสาร สายการบินที่แยกระบบจัดเก็บ ผู้ซื้อจะเห็นค่าใช้จ่ายชัดเจน เช่น เที่ยวบิน ไป-กลับ สิงคโปร์ ราคาตั๋ว 4,500 บาท แต่ภาษีน้ำมัน 1,200-3,000 บาท ออสเตรเลีย ราคาตั๋ว 18,000 บาท ภาษีน้ำมัน 8,000 บาท หรือยุโรป ตั๋ว 28,000-30,000 บาท ภาษีน้ำมัน 5,000-6,000 บาท ยกเว้น สายการบินที่คิดภาษีน้ำมันรวมอยู่ในตั๋วเครื่องบิน เช่น อเมริกา ราคาตั๋ว 30,000 บาท ภาษีน้ำมัน 2,900 บาท"

อย่างไรก็ตาม สมาคมไอทีเอวางเป้าหมายจะสร้างเวทีให้ 3 ธุรกิจ เชื่อมเครือข่ายการค้าโดยพึ่งพากันเป็นหลัก โดยมีตัวแทนระดับแถวหน้าของเมืองไทยเข้าร่วม คือ กลุ่มสายการบิน มีการบินไทย ในฐานะสายการบินแห่งชาติ คาเธ่ย์ แปซิฟิค ตัวแทนสายการบินเอเชีย นอร์ธเวสต์ ตัวแทน อเมริกา ออสเตรียนแอร์ไลน์ ตัวแทนยุโรป

กลุ่มบริษัทตัวแทนค้าตั๋ว มีอเมริกัน เอ็กซ์เพรส ตัวแทนผู้ค้าตั๋วคอร์ปอเรต มาเจสติก แทรเวล อิน เตอร์เนชั่นแนล ตัวแทนเอาต์บาวนด์ จี.เอ็ม.ทัวร์ แอนด์ แทรเวล ตัวแทนกลุ่มผู้ค้าส่งตั๋ว และกลุ่มระบบคอมพิวเตอร์สำรองที่นั่ง มีไทย อมาดิอุส เซาท์อีสต์ เอเชีย ตัวแทนธุรกิจ CRS ที่จะช่วยกันสะท้อนความร่วมมือทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม โดยมี ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักกลยุทธ์ ที่จะกล่าวถึงกลยุทธ์ความร่วมมือสู่ความสำเร็จ


จาก ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 09 มีนาคม พ.ศ. 2549

มาเลเซีย แอร์ไลน์สขายเครื่องบิน30ลำ

กัวลาลัมเปอร์-มาเลเซีย แอร์ไลน์ส สายการบินแห่งชาติของมาเลเซียที่กำลังประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง มีแผนที่จะขายเครื่องบินโดยสารประมาณ 30 ลำ รวมถึงเครื่องบินโดยสารไอพ่นขนาดยักษ์กว่า 10 ลำ อันเป็นส่วนหนึ่งของแผนระดมเงินสดไว้ใช้ท่ามกลางภาวะธุรกิจขาลงของสายการบิน ทั้งนี้ มาเลเซีย แอร์ไลน์ได้ทำหนังสือขออนุญาติขายเครื่องบินโดยสาร ให้เปเนอร์บังกัน มาเลเซีย บริษัทแม่รับทราบว่าจะขายเครื่องบินโบอิง747-400 จำนวน12-13 ลำ ,โบอิง 737-400อีกจำนวนหนึ่ง ,เครื่องบินโดยสารฟอกเกอร์ส และทวิน-ออตเตอร์ส

8 มีนาคม 2549 เวลา 17:50:25
จาก กรุงเทพธุรกิจ

โบอิ้งระบุสายการบินเริ่มเปลี่ยนเครื่องใหม่

นายสก๊อตต์ อี. คาร์สัน รองประธานฝ่ายขาย บริษัท โบอิ้ง คอมเมอร์เชียล แอร์เพลนส์ ผู้ผลิตเครื่องบินโบอิ้ง จากสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า ตลาดเอเชียยังคงเป็นตลาดที่สำคัญและขยายตัวสูง หลังจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงปรับตัวสูง ทำให้สายการบินจำเป็นต้องเปลี่ยนเครื่องบินใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการประหยัดเชื้อเพลิง และลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงรักษา


8 มีนาคม 2549 เวลา 18:12:53
จาก กรุงเทพธุรกิจ

โบอิ้งระบุปี48ตลาดเอเชียวูบ

นายสก๊อตต์ อี. คาร์สัน รองประธานฝ่ายขาย บริษัท โบอิ้ง คอมเมอร์เชียล แอร์เพลนส์ ผู้ผลิตเครื่องบินโบอิ้ง จากสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่าในปีที่ผ่านมาสัดส่วนการตลาดของโบอิ้งในเอเชียได้รับผลกระทบกระเทือน จากการที่บริษัท แอร์บัส ประเทศฝรั่งเศสเข้ามาทำการตลาดอย่างหนัก พร้อมเปิดผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งสายการบินไทย ที่เป็นลูกค้ารายใหญ่และสำคัญของโบอิ้ง ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไม่มีการสั่งซื้อเครื่องบินใหม่จากโบอิ้ง ในขณะเดียวกันสายการบินต้นทุนต่ำสัญชาติมาเลเซีย อย่างแอร์ เอเชีย กลับสั่งซื้อเครื่องบินจากบริษัทแอร์บัสเป็นจำนวนถึง 100 ลำ เพื่อประจำการฝูงบินตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา


8 มีนาคม 2549 เวลา 18:13:18
จาก กรุงเทพธุรกิจ

โบอิ้งเดินสายบูมตลาดเอเชีย

นายสก๊อตต์ อี. คาร์สัน รองประธานฝ่ายขาย บริษัท โบอิ้ง คอมเมอร์เชียล แอร์เพลนส์ ผู้ผลิตเครื่องบินโบอิ้ง จากสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า โบอิ้งได้ปรับกลยุทธ์การทำตลาดเอเชียใหม่ ด้วยการเดินสายพบปะลูกค้า เพื่อกระตุ้นการรับรู้ และเจรจากับสายการบินใหม่ๆ ในไทยได้มาเยี่ยม 3 สายการบิน ประกอบด้วยการบินไทย สายการบินนกแอร์ และสายการบินพีบี แอร์ ก่อนที่จะมาเยือนเมืองไทยได้เดินทางไปเยือนประเทศเวียดนาม ซึ่งเวียดนาม แอร์ไลน์ส ได้สั่งจองเครื่องบินโบอิ้ง 787 จำนวน 4 ลำ และมีสายการบินไลอันแอร์ ซึ่งเป็นโลว์คอสต์แอร์ไลน์ ของประเทศอินโดนีเซียได้สั่งจอง 30 ลำ


8 มีนาคม 2549 เวลา 18:15:24
จาก กรุงเทพธุรกิจ

เจเอแอลใกล้บรรลุข้อตกลงสหภาพแรงงาน

โตเกียว - หนังสือพิมพ์โยมิอูริ รายงานว่า คณะบริหารของเจแปน แอร์ไลน์ส คอร์ป ผู้ดำเนินการสายการบินรายใหญ่ของญี่ปุ่น และสหภาพแรงงานรายใหญ่สุดของบริษัท มีแนวโน้มที่จะบรรลุข้อตกลงในการลดเงินเดือนทั้งบริษัทเฉลี่ย 10% หลังสมาชิกสหภาพแรงงานจำนวนมาก เริ่มยอมรับว่า การประนีประนอมในบางส่วนของการเจรจา อาจเป็นสิ่งที่จำเป็น เพื่อทำให้สายการบินกลับมาทำกำไรได้อีกครั้งหนึ่ง โดยเจเอแอล เริ่มเปิดเจรจากับสหภาพแรงงาน 6 แห่งจากที่มีอยู่ทั้งหมด 9 แห่งมาตั้งแต่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา และหากสหภาพแรงงานใหญ่สุดยอมรับในเงื่อนไขดังกล่าว ก็จะส่งอิทธิพลอย่างมากต่อการตัดสินใจของสหภาพแรงงานอื่นๆ


7 มีนาคม 2549 เวลา 15:58:03
จากกรุงเทพธุรกิจ

March 03, 2006

นายกสมาคมธุรกิจการบินมั่นใจการเมืองไม่กระทบการเปิดใช้"สุวรรณภูมิ"

นายกสมาคมธุรกิจการบินมั่นใจปัญหาการเมืองขณะนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อการเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิ ระบุนักท่องเที่ยวและสายการบินต่าง ๆ ยังยืนยันที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทย ขณะที่การบินไทยระบุยอดจองตั๋วโดยสารยังอยู่ในระดับดี และไม่มีการยกเลิกเที่ยวบิน

นายไบรอัน ซินแคร ทอมสัน นายกสมาคมธุรกิจการบิน (BAR) กล่าวว่า แม้จะมีสถานการณ์ความผันผวนทางการเมืองเกิดขึ้น แต่ความมั่นใจของสายการบินต่าง ๆ และนักท่องเที่ยวที่มีต่อไทยยังอยู่ในระดับที่ดี เพราะเชื่อว่าสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้อยู่ในระดับที่ควบคุมได้ และไม่น่าจะเกิดความรุนแรง อีกทั้งเรื่องการรวมกลุ่มประท้วงเพื่อเรียกร้องทางการเมืองนั้น ถือเป็นเรื่องปกติของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ทั้งนี้ ที่ผ่านมาประเทศไทยเกิดวิกฤตการณ์ต่าง ๆ หลายครั้ง ทั้งไข้หวัดนกและสึนามิ แต่ก็สามารถปรับสถานการณ์เข้ากลับสู่สภาวะปกติได้อย่างรวดเร็ว แต่หากเกิดความรุนแรงถึงขั้นจลาจล ก็จะต้องกลับมาพิจารณาเรื่องความปลอดภัยและความมั่นใจในการท่องเที่ยวไทยอีกครั้ง แต่ก็มั่นใจว่าแม้การเมืองไทยจะวุ่นวาย แต่ก็จะไม่กระทบต่อการเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิแน่นอน

ด้านนายวสิงห์ กิตติกุล รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ยอดจองตั๋วโดยสารของการบินไทยขณะนี้ยังอยู่ในระดับดี เพราะยอดจองตั๋วโดยสารในเดือนกุมภาพันธ์ 2549 ยังมีมากถึงร้อยละ 76 และยอดจองในเดือนมีนาคมและเดือนเมษายน ซึ่งเป็นเดือนแห่งการท่องเที่ยว ก็ยังคงอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ไม่มีการขอเลื่อนหรือยกเลิกเที่ยวบินเพราะเหตุผลด้านความไม่มั่นใจทางการเมือง และไม่เชื่อว่าการประท้วงที่เกิดขึ้นจะรุนแรงจนถึงขั้นทำลายบรรยากาศการท่องเที่ยวในประเทศ เพราะไทยมีแหล่งท่องเที่ยวมากมายและจุดรวมของการชุมนุมส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพมหานคร แต่ทั้งนี้ การบินไทยและหน่วยงานด้านการท่องเที่ยว ทั้งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สมาคมธุรกิจโรงแรม และผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวก็สามารถรวมตัวกันพลิกฟื้นสถานการณ์ได้

นอกจากนี้ สมาคมธุรกิจการบินเรียกร้องให้รัฐบาลและบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ทบทวนการคิดค่าธรรมเนียมการใช้สนามบินต่าง ๆ หลังจากที่มีการเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิแล้ว เพราะเห็นว่าแม้ ทอท.จะยืนยันว่าค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ของสนามบินไทยนั้นมีราคาถูกอยู่แล้ว และไม่ค่อยมีการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมบ่อยนัก แต่เมื่อคิดค่าใช้จ่ายโดยรวมต่อสายการบินแล้ว สนามบินของไทยยังคงมีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก เมื่อเทียบกับสนามบินของประเทศเพื่อนบ้าน

ทั้งนี้ เห็นว่าเมื่อเปิดสนามบินสุวรรณภูมิแล้ว ก็ควรให้เป็นสนามบินหลักเพียงแห่งเดียว เพื่อส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวที่ชัดเจนและลดค่าบริหารจัดการและค่าน้ำมันของสายการบิน อีกทั้งสนามบินดอนเมืองในขณะนี้มีความแออัดอย่างมาก และสมาคมฯ ไม่ได้เร่งรีบที่ต้องการจะย้ายไปใช้สนามบินสุวรรณภูมิมากนัก หากสนามบินยังไม่มีความพร้อม ซึ่งหากสนามบินพร้อมที่จะเปิดเมื่อใด ทางสายการบินก็พร้อมที่ย้ายไปใช้สนามบินทันที จึงขอให้สนามบินมีความพร้อมเต็มที่ก่อน จึงค่อยเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ โดยคาดว่าการประชุมระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีขึ้นภายในสัปดาห์หน้า
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 3 มีนาคม 2549 14:46 น.

March 01, 2006

สายการบินหั่นราคางานเที่ยวไทยทั่วทิศ2549

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) จัดงานส่งเสริมการขายการท่องเที่ยวภายในประเทศ งานเที่ยวไทยทั่วทิศ 2549 วันที่ 2 - 5 มีนาคม 2549 เวลา10.00 - 21.00 น. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อเสนอขายสินค้าบริการด้านการท่องเที่ยว ภายในงานดังกล่าว การบินไทย นำเสนอ Value Card ราคาพิเศษ 4 ใบ 21,000 บาท, 9 ใบ 45,000 บาท, 14 ใบ 66,500 บาท สำหรับการเดินทางชั้นประหยัด ไป-กลับ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ หรือ เชียงราย พิษณุโลก ขอนแก่น อุบลราชธานี อุดรธานี หาดใหญ่ ภูเก็ต กระบี่ สุราษฎร์ธานี ตรัง นครศรีธรรมราช ในการเดินทางตั้งแต่ 2 มีนาคม - 31 ธันวาคม 2549 นอกจากนี้ยังลดราคาพิเศษสำหรับชั้นธุรกิจ เส้นทางเดียวกันประมาณ 20% ระหว่างวันที่ 2 มีนาคม - 30 มิถุนายน 2549

บางกอกแอร์เวย์ นำเสนอขายเส้นทางไป-กลับ กรุงเทพฯ-ภูเก็ต หรือ เชียงใหม่ สุโขทัย ตราด ราคา 3,500 บาท, เส้นทางไปกลับ กรุงเทพฯ-สมุย ราคาปกติ 7,000 บาท เหลือ 3,500 บาท วันละ 100 ท่านแรกและ 4,000 บาท สำหรับ 200 ท่านต่อมาเท่านั้น โดยมีอายุการใช้บริการถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2549 ส่วนสายการบินโลว์คอสท์จะให้ส่วนลดราคาพิเศษภายในงาน

1 มีนาคม 2549 เวลา 13:44:12
จากกรุงเทพธุรกิจ

ทักษิณฝืนกระแสสุวรรณภูมิ สั่งเปิดกลางปียืดเวลารับงาน

จับตาสัญญาณเลื่อนเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิ "ศรีสุข จันทรางศุ" อ้างมติบอร์ด ทอท.ขยายเวลาจ้างที่ปรึกษาต่างชาติ 2 กรุ๊ปใหญ่ เพื่ออัดความพร้อมให้แน่น วงการบินกังขายุบสภา-การเมืองป่วน ขาดผู้นำเร่งรัด ตอกย้ำเมกะโปรเจ็กต์แสนล้านล่าช้า สมาชิก AOC ห่วงระบบสายพานลำเลียงกระเป๋าผู้โดยสารต้องใช้เวลาทดสอบอย่างน้อย 9 เดือน หวั่นเปิดไม่ทันตามแผนเดือน มิ.ย.ปีนี้ บิ๊ก บทม.โหมโรง งานก่อสร้างเสร็จแล้ว 99% ถึงยังไงก็เปิดใช้ทัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรม การ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นายศรีสุข จันทรางศุ ประธาน และกรรมการ ได้มีมติขอขยายเวลาการจ้างทีมที่ปรึกษาต่างชาติใน 2 ส่วน ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจสำคัญที่สุด บ่งบอกถึงสัญญาณความพร้อมของเมกะโปรเจ็กต์สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิว่าจะเปิดใช้ในเชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการได้ภายในเดือนมิถุนายนนี้หรือไม่

ส่วนแรก ขยายเวลาการจ้างองค์กรการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Airtransport Organization : ICAO) ไปจนถึงเดือนกรกฎาคม 2549 จากเดิมกำหนดจ้างเพียง 3 ปี ระหว่าง 16 มิถุนายน 2546-30 พฤศจิกายน 2548 เท่านั้น ในการให้ ICAO ทำหน้าที่เป็นทีมที่ปรึกษาการจัดทำแผนเตรียมความพร้อมปฏิบัติการ และโยกย้ายไปปฏิบัติงานในสนามบินสุวรรณภูมิ

ส่วนที่สอง ขยายเวลาการจ้าง Flughafen Muchen GmbH (FMG) จนไปถึงเดือนกรกฎาคม 2549 เช่นกัน จากเดิมจ้าง 16 สิงหาคม 2547-30 พฤศจิกายน 2548 ให้เป็นที่ปรึกษาด้านการสนับสนุนงานเตรียมความพร้อมและทดสอบการทำงานของระบบและสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหมด เพื่อให้รองรับและตอบสนองการเข้าไปปฏิบัติงานเป็นไปตามแผน (ORAT)

AOC ห่วงเวลาทดสอบสายพานฯไม่พอ

รายงานข่าวจากวงการผู้บริหารสายการบินนานาชาติ กล่าวว่า สัญญาณขยายเวลาจ้างที่ปรึกษาทำแผนเตรียมความพร้อมและโยกย้าย กับขยายเวลาจ้างควบคุมดูแลระบบทดสอบการทำงานและสิ่งอำนวยความสะดวกภายในสนามบินสุวรรณภูมิทั้งหมดถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าภาครัฐยอมรับความจริงแล้วว่า ขณะนี้ถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี จะให้นโยบายกระทรวงคมนาคม และ ทอท.เร่งรัดการทดสอบระบบอย่างต่อเนื่อง และยิ่งการเมืองมีการเปลี่ยน แปลงแบบฉับพลันเช่นนี้ ย่อมส่งผลถึงการติดตามงานและการเร่งรัดโครงการอย่างแน่นอน

นายชัยวัฒน์ นวราช โฆษกประจำคณะกรรมการปฏิบัติงานสายการบินนานาชาติ (Airline Operation Committee : AOC) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ขณะนี้สายการบินต่างชาติที่เป็นสมาชิกของ AOC มีความเป็นห่วงอย่างมากต่อแผนงานทดสอบระบบการใช้งานสนามบิน ส่วนที่มีความสำคัญมากที่สุดขณะนี้คือ ระบบสายพานลำเลียงกระเป๋าผู้โดยสาร หรือ baggage handing system ทั้งนี้ตามมาตรฐานสนามบินเปิดใหม่ทั่วโลกจะต้องใช้เวลาทดสอบระบบอย่างน้อย 9 เดือน แต่สุวรรณภูมิของไทย เนื่องจากรัฐบาลวางเป้าหมายเดิมต้องการจะเปิดให้ได้ภายในมิถุนายน จึงต้องเร่งรัดการทดสอบให้เร็วขึ้น ใช้เวลาเพียง 6 เดือนเท่านั้น และเมื่อดูจากผลการทดสอบอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้มีสิ่งที่ต้องแก้ไขปรับปรุงอีกหลายส่วน เนื่องจากเป็นระบบอัตโนมัติไฮเทคโนโลยี พอเปิดสนามบินจะต้องห้ามผิดพลาดเลย ไม่เช่นนั้นกระเป๋าผู้โดยสารจากแต่ละเที่ยวบินที่มาจากทั่วโลกจะปะปนกัน หรือสูญหาย กลายเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศไปโดยปริยาย

นายชัยวัฒน์กล่าวว่า จากประสบการณ์ของฝ่ายปฏิบัติการสายการบินโดยรวมที่ลงพื้นที่ติดตามการก่อสร้างสุวรรณภูมิอย่างต่อเนื่องนั้น ยังไม่ต้องการฟันธงว่าสุวรรณภูมิจะพร้อมเปิดในเดือนมิถุนายน แต่สัญญาณการยืดเวลาจ้าง ICAO และ FMG ก็พอจะบอกได้แล้วว่าอาจจะต้องเลื่อนการเปิดออกไป

อีกทั้งยังมีปัจจัยทางการเมืองเป็นสุญญากาศอย่างน้อยก็ 60 วัน หากท่าทีการกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ยังไม่ชัดเจน ก็จะขาดผู้ที่คอยเร่งรัดอย่างเข้มข้นเหมือนที่ผ่านมา

พลอากาศเอกณรงค์ศักดิ์ สังขพงศ์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายโครงการพิเศษสุวรรณภูมิ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และในฐานะกรรมการ ทอท. กล่าวว่า สิ่งที่ทุกฝ่ายกำลังแสดงความเป็นห่วงกันมากที่สุด โดยเฉพาะกลุ่มสายการบิน คืองาน "ระบบลำเลียงกระเป๋าผู้โดยสาร" จะต้องทำให้สมบูรณ์ 100% ขณะนี้ทางสุวรรณภูมิพยายามเร่งทดสอบเพื่อจะให้ครบจำนวน 80,000 ใบต่อวัน ซึ่งจะถือว่าระบบทำงานถูกต้องสมบูรณ์มาก และตามแผนเคลื่อนย้ายจากดอนเมืองไปสุวรรณภูมิ หากต้องเปิดภายในมิถุนายนนี้ จะต้องขนย้ายให้เสร็จภายใน 3 เดือนนี้ เริ่มตั้งแต่ 1 มีนาคมนี้ เรื่อยไปจนถึง 30 พฤษภาคม

"การเมืองคงจะมีผลกระทบโดยตรงกับสุวรรณภูมิไม่มาก แต่สิ่งที่สำคัญคือความพร้อมทางด้านงานระบบภายในสนามบิน ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญอย่างมาก ขณะนี้ต้องยอมรับว่าก็มีลุ้นอยู่เหมือนกัน" พลอากาศเอกณรงค์ศักดิ์กล่าว

เพ็ง-บทม.ยันเปิดกลางปี

รายงานข่าวแจ้งว่า แม้ว่าประกาศยุบสภาแล้ว ทางหน่วยงานรัฐโดยนายบัญชา ปัตนาภรณ์ กรรม การผู้อำนวยการใหญ่ บทม. ได้ย้ำกับสื่อมาตลอดว่า การก่อสร้างสนามบินใหม่คืบหน้าแล้วกว่า 99% เหลือเพียงตกแต่งพื้นที่และทดสอบระบบเท่านั้น

"ผมยืนยันว่าการยุบสภาไม่ส่งผลต่อการก่อสร้างและการเปิดใช้ท่าอากาศยานใหม่ ยังเป็น กำหนดการเดิม คือภายในเดือนมิถุนายนหรือกรกฎาคมปีนี้" นายบัญชากล่าวย้ำ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 28 ก.พ. พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี เดินทางมาประชุมในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (กทภ.) โดยมีสื่อมวลชนจำนวนมากมารอสัมภาษณ์เรื่องการเมือง

นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รักษาการ รมว.คมนาคม กล่าวยืนยันว่า สนามบินใหม่สามารถเปิดใช้ทันแน่นอนในปลายเดือนมิถุนายนนี้ แต่ที่น่าห่วงคืองานเอาต์ซอร์ซที่เหลืออยู่ เช่น การรักษาความปลอดภัย รถลิมูซีน รถขนกระเป๋า โดยให้ ทอท.เร่งรัดงานแล้ว ไม่งั้นเสร็จไม่ทันแน่

รายงานข่าวแจ้งว่า ดร.ศรีสุข จันทรางศุ ได้ แจ้งให้รักษาการนายกฯรับทราบถึงการเปิดใช้สนามบินไม่ทันและขอเลื่อนเปิดไปอีก 1 เดือน เป็นเดือน ก.ค. แต่รักษาการนายกฯขอให้เป็นตามกำหนดการเดิม

จาก ประชาชาติธุรกิจ 1มีนาคม 2549

การบินไทยปั้น"แวลูการ์ด"บัตรพลาสติกปั๊มรายได้ล่วงหน้า

"การบินไทย" ชูกระแสบัตรพลาสติก สร้างโปรดักต์ "แวลู การ์ด" คูปองตั๋วในประเทศแบบไร้เงื่อนไขแลกเป็นตั๋วขึ้นเครื่องทันใจ ใส่พานขายลูกค้ารายใหญ่คอร์ปอเรต "ครอบครัว-กลุ่มเพื่อน" พบช่องรวยทางลัดผ่าทางตันการบรรทุกเพิ่ม หวังโลดแล่นต่อในตลาด สิงคโปร์ จีน ฮ่องกง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เริ่มหันเข้าหากระแสบัตรพลาสติกมาเป็นช่องทางผ่าทางตันตลาดกระตุ้นยอดขายและกำลังซื้อ โดยวางแผนธุรกิจใช้ประโยชน์จากการบริหารสิทธิประโยชน์ แวลู การ์ด ทั้งในรูปราคาและผลตอบ แทนเป็นแรงจูงใจเพิ่มส่วนแบ่งรายได้ รับเงินสดล่วงหน้า เพิ่มมูลค่ารายได้ต่อหน่วย จากการจ่ายก่อนเดินทางทีหลัง แตกต่างจากธุรกิจการขายท่องเที่ยวและการเดินทางทั่วไปซึ่งนิยมซื้อก่อนผ่อนทีหลัง

นายวสิงห์ กิตติกุล รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ใช้เวลาร่วม 1 ปีคิดค้นกลยุทธ์การพัฒนาแวลู การ์ด บัตรคอร์ปอเรตการขายตั๋วโดยสารเครื่องบินที่จะเป็นตัวชูโรงทางการขายของการบินไทยทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยจะช่วยเพิ่มสีสันทางการค้าและเป็นแม่เหล็กดึงดูดกำลังซื้อ ผ่าทางตันการเพิ่มอัตราบรรทุกเฉลี่ยผู้โดยสาร (load factor) รายได้ต่อหน่วย (yield) ทำให้การเติบโตทั้ง 2 ส่วนเพิ่มตามเป้า 2-5%

รวมทั้งจะเป็นช่องทางขยายผลและต่อยอดแผนส่งเสริมการขายได้อย่างน้อย 3 ส่วน คือ ส่วนแรก พ่วงเข้ากับเส้นทางบิน ที่การบินไทยได้เปิดระบบการขายและทำจองตั๋วแบบครบวงจรผ่านอิเล็ก ทรอนิกส์ E-ticket ส่วนที่สอง อำนวยความสะดวกแก่กลุ่มตลาดใหญ่ครอบครัว และกลุ่มเพื่อนที่เดินทางเป็นหมู่คณะ ความถี่ในการเดินทางซ้ำๆ ได้รับการดูแลบริการโดยมีการจัดลำดับความสำคัญให้ผู้ถือแวลู การ์ด ได้เข้าคิวเป็นลูกค้ากลุ่มแรกที่จะได้ตั๋วเครื่องบินไปยังทุกเส้นทางที่ต้องการจะเดินทางในแต่ละครั้ง

และส่วนที่สาม จะทำให้การบริหารการเงินจากการขายล่วงหน้าทำได้รวดเร็วขึ้น แทนที่จะเป็นการเรียกเก็บภายหลัง หรือรอให้มีรายรับเฉพาะปัจจุบันเท่านั้น หากมีปัจจัยอื่นเข้ามากระทบที่ผ่านมาตลาดจะแกว่งขึ้นลงเสมอๆ

นายวสิงห์กล่าวว่า ตั้งแต่ 2 มีนาคมนี้ การบินไทยได้ผลิตแวลู การ์ด 3 แพ็กเกจ 4 สไตล์ ออกวางขายกับตลาดสำหรับผู้โดยสารที่ต้องการจะเดินทางเครื่องบินไปยังจุดหมายปลายทางในประเทศ 13 เส้นทาง สามารถซื้อแวลู การ์ด บัตรโดยสารรูปแบบใหม่ นำร่องขายงานแรก เที่ยวไทยทั่วทิศ ระหว่าง 2-5 มีนาคมนี้ทั้ง 3 แพ็กเกจ

ได้แก่ แพ็กเกจ เอ 4 ใบ ราคารวม 21,000 บาท สามารถนำบัตรแต่ละใบไปแลกเป็นตั๋วเดินทางเส้นทางใดก็ได้ ไป-กลับ มูลค่าใบละ 5,250 บาท แพ็กเกจ บี 9 ใบ 45,000 บาท เฉลี่ยไป-กลับใบละ 5,000 บาท และแพ็กเกจ ซี 14 ใบ 66,500 บาท เฉลี่ยไป-กลับใบละ 4,750 บาท แต่ละใบจะมีรหัสส่วนตัวอยู่ด้านหลังบัตร เมื่อลูกค้าซื้อแล้วขูดบัตรจะเห็นเลขรหัสมีไว้สำหรับนำไปทำจองตั๋วเดินทาง แต่ละใบเมื่อใช้แล้วจะมีอายุ 1 ปี ส่วนบัตรที่ยังไม่ได้ใช้รหัสจะไม่มีวันหมดอายุ สามารถเก็บไว้ใช้ได้ตลอดไป

นายวัลลภ พุกกะณะสุต ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายขาย การบินไทย กล่าวเสริมว่า ได้คิดค้นกลยุทธ์การหารายได้และผ่าทางตันด้วยการนำเทคนิคการขายรูปแบบใหม่เข้ามาบริการผู้โดยสารการบินไทยตลอด 2 ปีนี้ และยิ่งเมื่อมีแวลู การ์ดเป็นอาวุธลับทางการตลาด จะยิ่งเพิ่มสีสันและความแข็งแกร่ง เพราะก่อนหน้านี้เคยทำโปรโมชั่นแคมเปญขายตั๋วราคาพิเศษเฉพาะเทศกาลพิเศษ ผลปรากฏว่ากำลังซื้อตอบรับดีมาก การขายช่วงระยะสั้นๆ 2-3 วัน รับรายได้ล่วงหน้า 50-100 ล้านบาท/ครั้ง

"ครั้งนี้ก็เช่นกัน แวลู การ์ดจะเป็นทางเลือกที่ลดแรงกดดันทางการแข่งขันระหว่างการบินไทยกับสายการบินในประเทศทั่วไป หรือแม้แต่โลว์คอสต์แอร์ไลน์ก็ตาม เพราะมูลค่าบัตร ตัวแทนลูกค้าจากหลากหลายกลุ่มที่ทดลองใช้ได้ขึ้นมาเป็นตัวแทนสะท้อนถึงจุดแข็งและความพึงพอใจ นอกจากราคาจะประหยัด ไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทางไปซื้อบ่อยๆ ยังเพิ่มความคล่องตัวในการใช้ทันทีได้ ส่วนการบินไทยก็ได้เงินล่วงหน้ามาบริหารจัดการลงทุนปฏิบัติการตลาดและการขายอื่นๆ"

นอกจากนี้ในอีกไม่เกิน 6 เดือนนี้ การบินไทยจะขยายเส้นทางการนำแวลู การ์ดไปใช้ในการแลกตั๋วเดินทางไป-กลับต่างประเทศ ในจุดที่มีระบบอีทิกเก็ตรองรับ เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง ส่วนสาธารณรัฐประชาชนจีน ฝ่ายการพาณิชย์เตรียมเดินทางไปเจรจากับแอร์ ไชน่า ที่จะเข้ามาเป็นพันธมิตรสตาร์อัลไลแอนซ์รายใหม่

โดยไทยจะขอทำข้อตกลงกับสายการบินดังกล่าวเพื่อทำแคมเปญ Twin City เชื่อมระบบการถ่ายโอนผู้โดยสาร สร้างรายได้ระหว่างกันในจังหวะที่จีนกำลังจะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันโอลิมปิก 2008 ภายในต้นเดือนมีนาคม เมื่อได้ข้อยุติการบินไทยจะเริ่มวางแผนนำแคมเปญไทยแลนด์ แกรนด์ อินวิเตชั่น กับการเป็นเมืองแวะพักหรือประเทศรับฝึกนักกีฬาโอลิมปิก ซึ่งจะเป็นกลุ่มตลาดรายใหญ่ลูกค้าสำคัญของการบินไทยต่อไป ซึ่งจะมาจากยุโรป อเมริกา และเอเชียด้วยกัน

จาก ประชาชาติธุรกิจ 1 มีนาคม 2549

ตร.ฟิลิปปินส์แฉกลุ่มกบฎเล็งยึดสนามบิน

มะนิลา - นายอาร์ตูโร โลมิเบา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติฟิลิปปินส์ เผยว่าเจ้าหน้าที่สามารถทำลายแผนก่อกบฎ 2 ครั้งของทหารและตำรวจที่ต่อต้านรัฐบาล เมื่อวันที่ 14 มค. และ 18 กพ. แผนดังกล่าวรวมถึงการบุกยึดสนามบินหลัก และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จากนั้น ได้มีความพยายามก่อกบฎครั้งที่ 3 ส่งผลให้ประธานาธิบดีกลอเรีย อาร์โรโย ต้องประกาศภาวะฉุกเฉิน

นายโลมิเบากล่าวสนับสนุนข้อกล่าวหาของกองทัพที่ว่า แผนโค่นล้มรัฐบาลเกิดจากการสมคบของตำรวจและทหารกลุ่มปีกซ้ายและกลุ่มปีกขวา และว่าเขาเป็นผู้แนะนำอาร์โรโยให้ประกาศภาวะฉุกเฉินเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เนื่องจากมีหลักฐานเพียงพอ โดยได้รับข่าวกรองเกี่ยวกับทหารและตำรวจกลุ่มที่ต่อต้านรัฐบาลตั้งแต่เดือนธค.

ผบ.ตำรวจยอมรับด้วยว่าสนับสนุนให้สื่อเซ็นเซอร์ตัวเองในภาวะที่ชาติเผชิญความยากลำบาก

ด้านอาร์โรโยประกาศว่าจะยกเลิกคำสั่งภาวะฉุกเฉินเร็วที่สุดที่จะทำได้ โดยได้สั่งให้กองทัพและสำนักงานตำรวจทบทวนสถานการณ์ความมั่นคงหลังความพยายามก่อกบฎ และให้ส่งรายงานภายใน 3 วัน

จาก กรุงเทพธุรกิจ
1 มีนาคม 2549 เวลา 14:14:39

ข่าวสายการบิน | เว็ปบอร์ด | Gallery | Dutyfree Shop | ติดต่อทีมงาน
มาเป็นเพื่อนบ้าน HFlight.net | ติดต่อลงโฆษณา

Copyright (C) 2004. Kosin Yeambunya. All rights reserved.

Hflight.net