"ไทย แอร์เอเชีย" แปลงร่าง ผิดหรือ "นอมินี" & "ฟันด์"
ทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย แอร์เอเชีย จำกัด สวมหมวกผู้ถือหุ้น 1% ร่วมกับกลุ่มชินที่มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่จากตระกูล "ชินวัตร-ดามาพงศ์" ทัศพลออกหน้าแอ่นอกเคลียร์ศึกใหญ่แทนกลุ่มชิน หลังเหตุการณ์ปรับโครงสร้าง "ผู้ถือหุ้น" ในสายการบินไทย แอร์เอเชีย แปลงสภาพสายการบินให้เป็นไปตามเงื่อนไขกฎหมายการบิน "สัญชาติไทย"
ด้วยการใช้วิธีจดทะเบียนบริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด เข้ามาซื้อหุ้นจากกลุ่มชินมูลค่า 400 ล้านบาท กระจายให้นายสิทธิชัย วีระธรรมนูญ 51% กับกลุ่มชิน เป็นตัวแทนรับช่วงอุ้มชูกิจการสายการบินในนามประเทศไทยต่อไป
"ทัศพล แบเลเว็ลด์" เปิดสำนักงานใหญ่ให้สัมภาษณ์ตามรายละเอียดดังนี้
- จะอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นในไทย แอร์เอเชีย อย่างไรบ้าง
ทั้งหมดเป็นเรื่องของตระกูล "ชินวัตร-ดามาพงศ์" หรือกลุ่มชิน ที่ขายหุ้นให้เทมาเส็ก โฮลดิ้งส์ สิงคโปร์ ผมเองไม่ได้ล่วงรู้มาก่อน เพราะถ้ารู้ก่อนก็กลายเป็นอินไซเดอร์ไป ผมเพิ่งทราบเมื่อ 24 มกราคม 2549 กรมการขนส่งทางอากาศก็ทำหนังสือถึงบริษัทให้แจ้งสัดส่วนความเป็นไทยว่ามีเท่าไร ต่างชาติเท่าไร แล้ว ผมเลยมานึกออกว่าโครงสร้างผู้ถือหุ้น 100% ต้องเป็นของไทยเกิน 51% ที่เหลือเป็นต่างชาติ 49%
ตามขั้นตอนบริษัทชินคอร์ปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หากจะไปปิดทะเบียนผู้ถือหุ้นคงยุ่งยาก ผมมาเดาได้ว่าไทย แอร์เอเชีย ต้องเป็นไทย จากนั้นผมก็มานึกได้ว่าต้องทำให้ถูกต้อง ซึ่งมีเวลาทำเพียง 14 วัน เป็น 14 วันหรรษา ทางพี่บุญคลี (บุญคลี ปลั่งศิริ ประธานกลุ่มชิน) คุยกับผมว่า เราต้องหาคนไทยเข้ามาถือหุ้น
แต่คนไทยมีตั้ง 62 ล้านคน จะหาคนที่มีเงินมากถึง 200 ล้านบาท ภายใน 14 วัน คงจะไม่ง่าย พอดีผมรู้จักกับ "สิทธิชัย วีระธรรมนูญ" รุ่นพี่มหาวิทยาลัยเอแบค คุ้นเคยกันดีเลยแนะนำให้พี่บุญคลีคุยด้วย ส่วนผมก็ดำเนินการส่งเอกสารตั้งบริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด ให้กรมทะเบียนการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ตรวจชื่อจดทะเบียนใหม่เข้าไปซื้อหุ้นกลุ่มชินที่อยู่ในไทย แอร์เอเชียได้หรือไม่ ผลปรากฏว่าได้ ผมก็ทำ โดยทางกลุ่มชินยินดีขายให้บุคคลธรรมดาคือคุณสิทธิชัย 51% มูลค่าทุนประมาณ 204 ล้านบาท ส่วนชินถือไว้ 49% มูลค่าลงทุน 196 ล้านบาท
ส่วนใครจะถามว่า คุณสิทธิชัยเป็นใคร คงตอบได้ว่า เขาก็เป็นนักธุรกิจที่โลว์โปรไฟล์คนหนึ่ง ทำกิจการส่วนตัว เคยบริหาร DHL มาก่อน หากจะให้ผมตอบลึกไปกว่านี้ คงต้องไปถามกลุ่มชินกับคุณสิทธิชัยเอาเอง เพราะการเปลี่ยนครั้งนี้เป็นเรื่องของ 2 คน ผมเพียงแต่ทำหน้าที่รักษาความอยู่รอดของพนักงานไว้
- หากเรื่องทั้งหมดชินเป็นต้นเหตุทำไมคุณทัศพลถึงเข้ามาจัดการแทน
ผมไม่ได้แก้ปัญหาให้ชิน แต่ผมแก้ปัญหาให้พนักงาน ซึ่งผมไม่ยุ่งไม่ได้หรอกครับ เรื่องนี้ผมมองว่าเป็นปัญหาของผู้ถือหุ้น ผมไม่อยากให้บริษัทเดือดร้อน และข้อจำกัดภายใน 14 วัน เราทำดีที่สุดแล้ว ที่หาทางออกโดยการตั้งเอเชีย เอวิเอชั่นขึ้นมา
- เอเชีย เอวิเอชั่น ถูกมองว่าเป็นนอมินีของชินจะว่าอย่างไร
โลกสมัยใหม่จะมองอย่างไรก็ได้ มองว่าเป็น นอมินีหรือ investor ที่เข้ามาลงทุนในรูปกองทุน funds ก็ได้ เพราะเทมาเส็กฯจ่ายเงินซื้อชินคอร์ป เขาก็ไม่ได้เข้ามายุ่งผู้บริหารบริษัทในเครือก็ยังเป็นคนเดิมทั้งหมด ไทย แอร์เอเชียก็เหมือนกัน ผมบอกเขาไปเลยว่า การปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นก็ทำไป แต่จะเข้ามายุ่งกับผมไม่ได้ ผมเป็นมือปืนรับจ้าง จะจับผมใส่กรงคงไม่ได้ ทุกฝ่ายก็เห็นด้วย ปล่อยให้ผมบริหารไป และจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เกิดขึ้น
แผนธุรกิจ กลยุทธ์การตลาด ผู้บริหาร และพันธมิตรธุรกิจ ทุกอย่างยังคงทำตามโปรแกรมที่วางไว้ คือปี 2549 ดึงผู้โดยสารมาซื้อตั๋วไทย แอร์เอเชียให้ได้ 3 ล้านคน เครื่องบินต้องเพิ่มจาก 9 ลำ เป็น 12 ลำ เครือข่ายการบินทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นเส้นทางภายในประเทศ 8 จุด ต่างประเทศ บินจากกรุงเทพฯไปสิงคโปร์ มาเก๊า ตลาดไปได้ดีมาก อัตราบรรทุกเฉลี่ยแต่ละเที่ยวเกิน 90%
- ความจริงมีด้วยหรือที่ผู้ลงทุนจะปล่อยให้ใช้เงินโดยไม่ยุ่งเลย
ผมว่ามีนะ ตอนนี้นักลงทุนเอาเงินไปฝากธนาคารได้ดอกเบี้ยไม่ถึง 3% สู้นำมาลงทุนในธุรกิจนี้ดีกว่าเยอะ เทมาเส็กฯมีพนักงานอยู่แค่ 200 คน ขยายการลงทุนมากมายขนาดนี้ไม่มีเวลาส่งตัวแทนมาบริหารหรอก มีอย่างเดียวคือรอเก็บเกี่ยวประโยชน์จากการดำเนินงานไม่ดีกว่าหรือ
- เทมาเส็กฯวิเคราะห์หรือว่าท่ามกลางวิกฤตน้ำมัน โลว์คอสต์เป็นธุรกิจทำเงินจริง
ผมว่าโลว์คอสต์เป็นเซ็กเมนต์ที่เหมาะกับสภาพแวดล้อมปัจจุบัน ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของโลก สายการบินขนาดใหญ่เจ๊งไปก็หลายเจ้า ขึ้นอยู่กับทิศทาง ต่างจากโลว์คอสต์ธุรกิจสดใสกว่าสายการบินปกติทั่วไปตรงมีกลุ่มตลาดชัดเจน เป็นกลุ่มที่ไม่เคยเดินทางโดยเครื่องบินมาก่อน ทุกวันนี้การประหยัดเป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจ โลว์คอสต์เกิดในจังหวะอย่างนี้พอดี เหมือนอเมริกาใต้ตอนนี้กิจการโลว์คอสต์ไปได้ดี
- 3 ปีมานี้ไทย แอร์ฯกระตุ้นตลาดกลุ่มที่ไม่เคยใช้เครื่องบินได้กี่เปอร์เซ็นต์
ผู้โดยสาร 3 ล้านคน ผมคิดว่าเส้นทางบินทั้งในและต่างประเทศ ซื้อตั๋วไทย แอร์ฯนั่งเครื่องบินครั้งแรกเกินกว่า 50%
- ผลตอบแทนรายได้ต่อหน่วยโลว์คอสต์ตอนนี้เท่าไร
ก็ประมาณราคาตั๋วเฉลี่ยใบละ 1,000 บาทต้นๆ แต่ผมอยากได้ประมาณ 1,000 บาทกลางๆ ถึงราคาจะถูกก็ยังมีกำไร
- ที่ถูกระบุว่าได้สิทธิประโยชน์ทางการบินเหนือเจ้าอื่นมาตลอดอธิบายอย่างไร
ผมคันปากมาก เพราะผมเป็นมือปืนรับจ้าง ไม่อยากยุ่งกับการเมือง และไม่อยากให้การเมืองมายุ่ง ผมขอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา 1) เรื่องสะพานเทียบเครื่องบินเข้าอาคาร (aerobridge) ในดอนเมืองเครื่องไทย แอร์ฯ ต้องไปจอดหลุม 100 กว่าขึ้นไป ทำให้เที่ยวบินล่าช้าตลอดทั้งขึ้นและลง แถมต้องเช่ารถบัสขนคนต้นทุนสูงกว่าค่าสะพานเทียบ ใช้เวลามากกว่า 2) เส้นทางบินของการบินไทยที่เลิกบิน อย่างฮ่องกง ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น ไต้หวัน ไทย แอร์ฯก็ไม่เคยเข้าไปบิน 3) เคาน์เตอร์เช็กอินดอนเมือง ปกติสัดส่วนต้องเช็ก 4 เที่ยว/ เคาน์เตอร์ ผมบินวันละ 30 เที่ยว ได้แค่ 4 เคาน์เตอร์ ผมไม่เคยไปเรียกร้อง
- ก็คอนเซ็ปต์โลว์คอสต์เคยบอกไม่ต้องการสะพานเทียบหรืออะไรก็ตามที่ทำให้ต้นทุนสูง
ก็จริง เรื่องคอนเซ็ปต์ต้นทุนแต่สะพานเทียบเครื่องในดอนเมืองผมยังต้องการ สิ่งที่ว่าต้นทุนต่ำหมายถึงในสนามบินอื่นที่เป็นโลว์คอสต์ แอร์พอร์ต เช่น อุดรธานี เชียงราย ผู้โดยสารลงจากเครื่องเดินเข้าอาคารได้เลย ต่างจากดอนเมืองยิ่งจอดไกลค่าใช้จ่ายยิ่งสูง ผมจึงขอฟันธงว่าไม่เคยได้อภิสิทธิ์สูงกว่าเจ้าอื่น
- แล้วขั้นตอนและวิธีเจรจาให้ได้สิทธิการบินมาทำอย่างไร
ขั้นตอนปกติ สิทธิการบินจะเป็นข้อตกลงระหว่างรัฐบาลกับรัฐบาล ส่วนไทย แอร์ฯ เวลาที่ต้องการขอใช้สิทธิการบินก็จะไปเจรจาโดยตรงกับประเทศคู่สัญญา โดยบอกถึงเป้าหมายว่าจะช่วยเรื่องการท่องเที่ยว แม้บางจุดบินสิทธิของประเทศไทยจะถูกใช้จนหมด แต่คู่สัญญาก็ยินดีให้ไลเซนส์ชั่วคราวบ้าง ถาวรบ้าง เวลาให้ก็จะให้ในนาม "ประเทศไทย" ตอนนี้ถือว่าเป็น first come first serve แต่ทุกครั้งที่ไปเจรจาก็มีตัวแทนของกรมการขนส่งทางอากาศ และการบินไทยไปด้วยกัน
- หลังจากนี้จะเจรจาขอสิทธิการบินขยายธุรกิจเพิ่มหรือไม่
เตรียมขอเพิ่มเพื่อขยายเส้นทางบินไปกลุ่มประเทศอินโดจีน พนมเปญ กัมพูชา เวียดนาม เต็มแล้ว แต่ผมอยากบินเข้าโฮจิมินห์ คาดว่าปลายปีพออาคารผู้โดยสารหลังใหม่ในโฮจิมินห์สร้างเสร็จ ไทยแอร์ฯจะเปิดเจรจาขอเพิ่มเที่ยวบินในพม่า หรือแม้แต่จีนตอนใต้ เมืองหลัก คุนหมิง กว่างโจว เสิ่นเจิ้น และอินเดีย 3-4 เมือง เช่น กัลกัตตา ดักกา เดลี ถ้าเจรจาเองสำเร็จก็จะเปิดบิน
ทัศพลให้สัมภาษณ์ด้วยอารมณ์แจ่มใส หลังโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหม่ออกสู่สาธารณะว่า ระหว่าง 16-28 กุมภาพันธ์นี้มีตั๋วโปรโมชั่นมาทำแคมเปญ "แจ่ม 6 หมื่นใบ" ซื้อตั๋วบินในประเทศ ไปเชียงราย อุบลราชธานี อุดรธานี หาดใหญ่ กระบี่ ราคา 99 บาท/ใบ ต่างประเทศ มาเก๊า พนมเปญ 166 บาท/ใบ ซื้อแล้วนำไปบินได้ในช่วงโลว์ซีซั่น 1 มีนาคม-31 พฤษภาคมนี้
จาก หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ