HFlight รีวิวสายการบิน โรงแรม จองโรงแรมทั่วโลก - หน้าแรก
- กลับหน้าแรก -
หน้าแรก | จองโรงแรมที่พัก | ข่าวการบิน | Webboard | สายการบิน | กิน-เที่ยว-เดินทาง | รีวิวโรงแรม | คู่มือเที่ยวเมืองนอก | ลงโฆษณา

  
 

« เปิดสนามบินใหม่อุดรฯเป็นทางการ15ก.พ. | Main | นกแอร์รับช่วงเส้นทางเจ้าจำปี หวั่นบินไทยเปิดเอื้องหลวงแข่ง »

แอร์บัสชี้โลวคอสต์เอเชียโตสวนกระแส

ผู้จัดการรายวัน - แอร์บัสรับอานิสงส์ ธุรกิจสายการบินต้นทุนต่ำในเอเชียเติบโตสูง ส่งยอดขายเติบโต ชี้สถานการณ์ธุรกิจโลวคอสต์ในเอเชียยังโตต่อเนื่อง เหตุยังมีแชร์แค่6% เมื่อเทียบกับภูมิภาคอเมริกาเหนือและยุโรป ที่โลวคอสต์จะมีแชร์ที่ 30%และ 20% เผยยอดคำสั่งซื้อ ณ ปี 2548 มีจำนวนที่ 1,111 ลำ ในที่นี้เป็นคำสั่งจากประเทศในเอเชียแปซิฟิกถึง 511 ลำ คุยล่าสุดแอร์บัสมีส่วนแบ่งในตลาดที่ 57% แซงโบอิ้งเจ้าตลาดรายเดิมมา 5 ปีซ้อน แย้มแผนปีนี้มีนโยบายเปิดโรงประกอบเครื่องบินแอร์บัส เอ 320 ที่จีน เหตุคำสั่งซื้อสูงสุดถึง 150 ลำ คาดสรุปผลกลางปีนี้

นายแอนโทนี่ ฟิลลิปส์ ตัวแทนฝ่ายสื่อสาร ประจำภูมิภาคเ อเชียแปซิฟิก บริษัทแอร์บัส จำกัด ผู้ผลิตเครื่องบินแอร์บัส เปิดเผยว่า ภาพรวมของอุตสาหกรรมการบินในภูมิภาคเอเชีย มีอัตราการเติบโตต่อเนื่องมาตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะกลุ่มสายการบินต้นทุนต่ำ(โลว์คอสต์ แอร์ไลน์) ที่เริ่มเข้ามามีบทบาทในธุรกิจการบินย่านภูมิภาคเอเชีย จากเดิมธุรกิจดังกล่าวเป็นที่นิยมในกลุ่มภูมิภาคอเมริกาเหนือ และยุโรป โดยมีสัดส่วน 30% และ 20% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมการบินทั้งหมด

**เกาะธุรกิจโลว์คอสต์เอเชียโตต่อเนื่อง**
ทั้งนี้ในส่วนของภูมิภาคเอเชีย ปัจจุบันสัดส่วนโลวคอสต์ แอร์ไลน์ มีเพียง 6% ของอุตสาหกรรมการบินในภูมิภาคเห็นได้จากเมื่อปี 2547 บริษัทมีลูกค้าที่เป็นสายการบินโลว์คอสต์เพียง 2 สาย คือ เจทสตาร์ จากประเทศออสเตรเลีย และ แวลู แอร์ จากประเทศสิงคโปร์ แต่ปัจจุบันบริษัทมีลูกค้าเพิ่มเป็น 16 สายการบิน ได้แก่ ไทยแอร์เอเชีย ไทเกอร์แอร์ เจทเอเชีย ไชน่าเซาเทิร์น เป็นต้น โดยแอร์บัสมีสัดส่วนการขายเครื่องบินให้กับโลวคอสต์แอร์ไลน์ในภูมิภาคนี้ถึงกว่า 50%

จากการเติบโตของธุรกิจสายการบินโลว์คอสต์ในภูมิภาคเอเชีย ดังกล่าวข้างต้นทำให้บริษัทมั่นใจว่า ธุรกิจนี้ จะมีแนวโน้มการเติบโตอีกมาก เพราะเชื่อว่าบริษัทที่ทำธุรกิจสายการบินโลวคอสต์ จะต้องมีการเปิดเส้นทางบินใหม่ๆเพิ่มเติม ดังนั้นสัดส่วนสายการลบินโลวคอสต์ก็จะเพิ่มจำนวนมากขึ้น จากที่ตัวเลขปัจจุบันที่มีแค่ 6% ตรงนี้บริษัทแอร์บัสก็จะได้รับผลดี ที่จะมีลูกค้าสั่งซื้อเครื่องบินของบริษัทเราอีกจำนวนมาก

นายฟิลลิปส์ กล่าวว่า นอกจากการขยายตัวของธุรกิจโลวคอสต์แล้ว ในเรื่องของปัญหาราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ประกอบการในธุรกิจสายการบิน เริ่มขยับตัวรับมือด้วยการเปลี่ยนเครื่องบินใหม่ เพื่อการประหยัดเชื้อเพลิง เพราะกว่า 30% ของต้นทุนในธุรกิจการบิน คือน้ำมันเชื้อเพลิง ดังนั้นจึงเป็นช่องว่างและโอกาสของแอร์บัส ที่จะขายเครื่องบินเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้กับบริษัทสายการบินต่างๆ

**ชูจุดแข็งประหยัดเชื้อเพลิงยอดแซงโบอิ้ง**
ทั้งนี้เพราะจุดแข็งของแอร์บัส คือเป็นเครื่องบินที่มีนวัตกรรมการผลิตชั้นสูง ลดการใช้โลหะในชิ้นส่วนของเครื่องบินให้มีความเบาเพื่อการประหยัดน้ำมัน ขณะเดียวกันเครื่องยนต์ก็เป็นเทคโนโลยีใหม่ ประหยัดน้ำมันและเสียงเงียบกว่าเมื่อเทียบกับเครื่องบินของบริษัทคู่แข่ง นอกจากนั้นในเรื่องของการใช้งาน กัปตันเครื่องบินที่ขับเครื่องแอร์บัส สามารถสวิซ มาขับแอร์บัสได้ในทุกๆรุ่น โดยใช้เวลาเทรนด์เพิ่มอีกไม่มาก ส่วนการดูแลรักษาก็สามารถใช้ช่างชุดเดียวกันได้ในทุกตระกูลของแอร์บัส ไม่ว่าจะเป็น เอ 320 ,เอ340 ,เอ350 และเอ 380 เป็นต้น

ซึ่งที่กล่าวมาข้างต้นถือเป็นจุดแข็งของแอร์บัส ที่ส่งผลให้บริษัทประสบความสำเร็จ โดยมีคำสั่งซื้อมากกว่า บริษัท โบอิ้ง ซึ่งเป็นคู่แข่งติดต่อกันมาถึงปีนี้เป็นปีที่ 5 แล้ว หรือมีส่วนแบ่งตลาดที่ 57% โดยขณะนี้แอร์บัสมียอดสั่งซื้อจากทั่วโลกถึง 1,111 ลำ ในที่นี้เป็นยอดสั่งซื้อจากเอเชียแปซิฟิก 511 ลำ ซึ่งตลาดใหญ่สุดของแอร์บัสในภูมิภาคนี้คือ ประเทศจีน และอินเดีย โดยปี 2548 ที่ผ่านมา จีน มีคำสั่งซื้อเครื่องจากแอร์บัส รวม 219 ลำ ,อินเดีย 214 ลำ ,ญี่ปุ่น 1 ลำ , มาเลเซีย โดยสายการบินแอร์เอเชีย 60 ลำ ,ฟิลิปปินส์ 9 ลำ และสิงคโปร์ 8 ลำ ขณะที่ประเทศไทยโดยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ มีคำสั่งซื้อเครื่องบินแอร์บัวรุ่น เอ350 จำนวน 6 ลำ ซึ่งจะส่งมอบในปีพ.ศ. 2553

โดยที่ประเทศจีนขณะนี้ทางบริษัทแอร์บัสที่ฝรั่งเศส กำลังพิจารณาว่าจะใช้ประเทศจีนเป็นที่ประกอบเครื่องบินแอร์บัสตระกูล เอ320 หรือไม่ คาดว่าจะได้ข้อสรุปประมาณกลางปีนี้ ซึ่งเป็นเพราะประเทศจีนมีคำสั่งซื้อฝูงบินจากแอร์บัสจำนวนมากหรือประมาณ 150 ลำ สำหรับเหตุผลที่จะนำมาใช้ในการตัดสินใจครั้งนี้จะมาจากความเหมาะสมทางเศรษฐกิจของทั้ง 2 ประเทศคือจีนและฝรั่งเศส

โดย ผู้จัดการรายวัน 7 กุมภาพันธ์ 2549 20:02 น.

ข่าวสายการบิน | เว็ปบอร์ด | Gallery | Dutyfree Shop | ติดต่อทีมงาน
มาเป็นเพื่อนบ้าน HFlight.net | ติดต่อลงโฆษณา

Copyright (C) 2004. Kosin Yeambunya. All rights reserved.

Hflight.net