HFlight รีวิวสายการบิน โรงแรม จองโรงแรมทั่วโลก - หน้าแรก
- กลับหน้าแรก -
หน้าแรก | จองโรงแรมที่พัก | ข่าวการบิน | Webboard | สายการบิน | กิน-เที่ยว-เดินทาง | รีวิวโรงแรม | คู่มือเที่ยวเมืองนอก | ลงโฆษณา

  
 

« January 2006 | Main | March 2006 »

February 28, 2006

ททท.-บินไทยแข่งเปิดบัตรพิเศษ เร่งกระทุ้งคนไทยเดินทางท่องเที่ยว

งานเที่ยวไทยทั่วทิศปีนี้คึก รัฐ-เอกชน มอบส่วนลดสินค้าสู้ ประเดิมททท.เปิดตัวบัตรผู้สูงอายุ ขณะที่การบินไทยตัดหน้าโลวคอสต์เปิดตัว "ไทยแวลูการ์ด" ชิงมอบส่วนลด ตั๋วเครื่องบิน ร้านค้า โรงแรมที่พัก ศึก หวังกระตุ้นให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยวเข้าเป้าทั้งปี 76.33 ล้านคนครั้ง สร้างรายได้หมุนเวีย กว่า 3.7 แสนล้านบาท

นางจุฑามาศ ศิริวรรณ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ ททท.จึงได้จัดงาน"เที่ยวไทยทั่วทิศ 2549"ระหว่างวันที่ 2-5 มีนาคม ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยงานดังกล่าวได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี จุดประสงค์เพื่อกระตุ้นให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ เพื่อบรรลุเป้าหมายปีนี้ที่ททท.ตั้งไว้ 79.33 ล้านคน/ครั้ง สร้างเงินหมุนเวียน 378,000 ล้านบาท

โดยปีนี้ซึ่งเป็นปีเฉลิมฉลองครองราชย์ครบ 60 ปี ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ททท.จึงแบ่งพื้นที่ส่วนหนึ่ง ให้ ททท.สำนักงานภูมิภาค 22 แห่งทั่วประเทศมาร่วมออกบูธเพื่อนำเสนอแหล่งท่องเที่ยว นอกจากนั้นยังมีบูธของมูลนิธิและองค์กรต่างๆ เช่น มูลนิธิโครงการหลวง มูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่า เป็นต้น โดยจะมานำเสนอแหล่งท่องเที่ยวเกี่ยวกับโครงการพระราชดำริ และเส้นทางท่องเที่ยวเพื่อเฉลิมพระเกียรติ

ในส่วนภาคเอกชน คาดว่าจะเข้ามาร่วมออกบูธ นำเสนอสินค้าทางการท่องเที่ยวและแพกเกจทัวร์ไม่น้อยกว่า 700 ราย อาทิ สายการบิน บริษัทนำเที่ยว เรือสำราญ โรงแรมที่พัก ตลอดจนสินค้าทางการท่องเที่ยวอื่นๆ โดยทุกรายพร้อมมอบส่วนลดเฉพาะผู้ซื้อภายในงานไม่น้อยกว่า 30-60%

**เปิดตัวบัตรผู้สูงอายุกระตุ้นท่องเที่ยว**
นางจุฑามาศ ยังกล่าวอีกว่า ในส่วนของททท.ได้ถือโอกาสงาน"เที่ยวไทยทั่วทิศ 2549" เปิดตัวบัตร "ผู้สูงวัย เที่ยวสุขใจกับททท."โดยจะเปิดรับสมาชิกครั้งแรกภายในงานนี้ ซึ่งบัตรดังกล่าวจะเสียค่าสมาชิกปีละ 500 บาท ต่ออายุทุก 1 ปี ผู้สนใจเข้าเป็นสมาชิกต้องมีอายุ 55-75 ปี ตั้งเป้าได้สมาชิกปีแรก 2 หมื่นใบ
สำหรับโครงการบัตรผู้สูงอายุดังกล่าวเป็นโครงการต่อเนื่อง โดยททท.จะเป็นผู้ดูและและบริหารจัดการเองทั้งหมด โดยสมาชิกจะได้รับของกำนัล อาทิ กรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุจากไพบูลย์ประกันภัย พร้อมคูปองส่วนลดใช้แทนเงินสดรวมมูลค่ากว่า 5 พันบาท นอกจากนั้นสิทธิพิเศษของผู้ถือบัตร คือ ส่วนลด20-60% ในร้านค้า โรงแรม ร้านอาหาร และตั๋วเครื่องบิน ล่าสุดททท.มีพันธมิตรที่พร้อมมอบส่วนลดมากกว่า 100 รายทั่วประเทศ

"ททท.เคยออกบัตรยังครีเอทีฟ ยัง เทเวเลอร์ สำหรับกลุ่มเด็กและวันรุ่น ตอนนี้เราออกบัตรเพื่อผู้สูงอายุ ทำให้เรามีบัตรเพื่อใช้กระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งจากสถิติผู้สูงอายุที่เดินทางท่องเที่ยวมีจำนวน 5.9 ล้านคน หรือ 16% ของคนไทยที่ท่องเที่ยว คาดว่าบัตรที่จะช่วยเพิ่มความถี่ของการเดินทางและขยายฐานกลุ่มผู้สูงอายุได้อีกไม่น้อยกว่า10% "

**จำปีออกแวลูการ์ดดั๊มราคาสู้**
ทางด้านนายวสิงห์ กิตติกุล รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ในส่วนของการบินไทย เพื่อเป็นการกระตุ้นให้คนไทยได้เดินทางท่องเที่ยวในประเทศให้มากขึ้น จึงได้เปิดตัวบัตร"ไทย แวลู การ์ด"บัตรเดียวทั่วไทย เริ่มจำหน่ายครั้งแรกในงาน"เที่ยวไทยทั่วทิศ 2549" ที่จัดขึ้นที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

ทั้งนี้บัตร ไทยแวลูการ์ด เป็นบัตรโดยสารราคาโปรโมชั่นพิเศษแบบเหมาจ่าย ผู้ถือบัตรสามารถเดินทางในเส้นทางที่การบินไทยบินอยู่ทั่วไทยในราคาเดียว ซึ่งจะถูกกว่าราคาปกติราว 5% ซึ่งบริษัทจะทำบัตรนี้ออกมาจำหน่ายเพียง 5 หมื่นใบ คาดว่าสัปดาห์แรกจะขายบัตรดังกล่าวได้ไม่น้อยกว่า 5 พันแพกเกจ โดยบริษัทหวังว่า โครงการนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยสร้างแบรนด์รอยัลตี้ให้ลูกค้ามีต่อการบินไทย

สำหรับแพกเกจเดินทาง มี 3 แบบ คือ เอ บี และซี ราคาเริ่มต้น 45,000 -66,500 บาท เฉลี่ยราคาเดินทางต่อเที่ยวจะประมาณ 5,000 บาท และภายใน 6 เดือนมีแผนที่จะขยายออกสู่เส้นทางต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น ฮ่องกง สิงคโปร์ มาเลเซีย บริษัทคาดหวังว่าโครงการนี่จะช่วยเพิ่มอัตราบรรทุกต่อเที่ยวได้อีก 2% จากปัจจุบันการบินไทยมีอัตราบรรทุกเฉลี่ยสำหรับเส้นทางในประเทศอยู่ที่ 78%

อย่างไรก็ตามในอนาคตมีแผนที่จะพัฒนาบัตรนี้ให้เป็นบัตรสมาร์ทการ์ด สามารถใช้ได้ในตั๋วชั้นธุรกิจ รวมถึงการหาพันธมิตรในกลุ่มโรงแรมเพื่อมอบส่วนลดให้กับสมาชิกผู้ถือบัตร นอกจากนั้นแผนธุรกิจของการบินไทย ยังเตรียมเจรจากับแอร์ไชน่า เพื่อทำโครงการ Two Alliance Two City "เพื่อดึงนักกีฬา หรือผู้มาร่วมงานโอลิมปิก ที่กรุงปักกิ่งซึ่งจะมีขึ้นใน 2 ปีข้างหน้า ให้เข้ามาท่องเที่ยวและฝึกซ้อมในประเทศไทยได้ด้วย




โดย ผู้จัดการออนไลน์ 28 กุมภาพันธ์ 2549 12:54 น.

February 27, 2006

ไทเกอร์ แอร์ เล็งซื้อหุ้นบินทุนต่ำอิเหนา

จาการ์ตา - ไทเกอร์ แอร์เวย์ส สายการบินต้นทุนต่ำของสิงคโปร์ จะเข้าซื้อหุ้นในอดัม แอร์ สกายคอนเนคชั่น สายการบินอินโดนีเซีย คาดว่าไทเกอร์อาจเข้าซื้อหุ้นในสายการบินนี้ได้ราว 15-20% และจะมีการเสนอขายหุ้นอีก 20% ให้แควนตัส แอร์ไลน์สจากออสเตรเลีย ซึ่งประธานบริหารอดัม แอร์ ระบุว่าเป็นไปได้ที่ทั้ง 2 บริษัทดังกล่าวจะเข้าถือหุ้นในบริษัทของตน

27 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา 14:58:01
จากกรุงเทพธุรกิจ

February 26, 2006

ฝนตกหนักป่วนเครื่องบินหลายเที่ยวลงจอดสนามบินดอนเมือง

เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา มีรายงานข่าวจากฝ่ายปฏิบัติการบินของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ได้มีฝนฟ้าคะนองหนัก ในพื้นที่เขตดอนเมือง ส่งผลต่อทัศนวิสัยในการนำร่องอากาศยานลงจอด ที่ท่าอากาศยานกรุงเทพ และทำให้หลายเที่ยวบินต้องนำเครื่องบินโดยสาร ไปลงจอดที่สนามบินอู่ตะเภา เพื่อรอสภาพอากาศและแวะเติมน้ำมัน รวมถึงเที่ยวบินของการบินไทยทั้งหมด 3 เที่ยวบินในช่วงเวลาดังกล่าว ไม่นับรวมสายการบินอื่น ๆ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สถานการณ์สภาพอากาศได้กลับสู่สภาพปกติ สายการบินสามารถนำเครื่องบินลงจอดได้ตามปกติแล้ว

26 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา 19:18:40
จากกรุงเทพธุรกิจ

February 25, 2006

"เอส.อี.ซี."ส่ง4รุ่นใหม่ลุย ชู"ซื้อรถแถมตั๋วเครื่องบิน"

"เอส.อี.ซี." อัดแคมเปญเอาใจเศรษฐี ซื้อรถในงานแจกตั๋วการบินไทย 1 แสนบาท แถมเปิดตัวรถใหม่ 4 รุ่นรวด เน้นรถอเนกประสงค์นำเข้าจากญี่ปุ่นโดยตรง

นายไพบูลย์ สุขสุธรรมวงศ์ กรรมการผู้จัดการ เอส.อี.ซี.กรุ๊ป ผู้นำเข้ารถยนต์อิสระ เปิดเผยว่า บริษัทได้จัดงาน "S.E.C. XXL Exclusive Show 2006" ขึ้น เพื่อให้ลูกค้าได้รับข้อเสนอในแบบที่ตรงใจของแต่ละบุคคล พร้อมกับเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่พร้อมกันถึง 4 รุ่น คือ เอสติม่าใหม่ โมเดลเยียร์ 2006, สเต็ปวากอน, ราฟ4 และเอาต์แลนเดอร์ ซึ่งเป็นรถยนต์นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นโดยตรง

สำหรับแคมเปญที่จัดขึ้นในงาน ประกอบด้วย Exclusive ที่ลูกค้าสามารถนำรถรุ่นเดิมมาเปลี่ยนเป็นรถรุ่นใหม่ โดยให้ราคาสูงสุด, Exciting รับฟรี gift voucher 1 แสนบาทจากบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และ Lifestyle รับข้อเสนอพิเศษที่ตรงกับลูกค้าแต่ละบุคคล งานนี้จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 24-26 กุมภาพันธ์นี้ ที่โชว์รูมทองหล่อ

ส่วนลูกค้าที่จองรถยนต์ในงานทุกรุ่นจะได้รับ gift voucher มูลค่า 1 แสนบาทจากการบินไทยที่สามารถใช้แทนเงินสด เพื่อซื้อตั๋วเครื่องบินโดยสารเส้นทางระหว่างประเทศในระดับเฟิรสต์คลาสและบิสซิเนสคลาส

นายไพบูลย์กล่าวถึงรถรุ่นใหม่ที่เปิดตัวในงานว่า สำหรับเอสติม่าใหม่ เป็นรถมินิแวนระดับหรู 7 ที่นั่ง ราคา 3.29 ล้านบาท รถรุ่นนี้มีจุดเด่นที่ห้องโดยสารเป็นพื้นที่เปิดโล่ง เบาะที่นั่งตอนกลางสามารถปรับเลื่อนได้สุดถึงตอนหลัง ส่วนเบาะตอนหลังพับเก็บได้ด้วยระบบไฟฟ้า เพิ่มพื้นที่ในการเก็บสัมภาระได้มากยิ่งขึ้น

เครื่องยนต์ 2.4 L Series 4 Cylinder ที่พัฒนาระบบระบายอากาศและเพิ่มประสิทธิภาพความเงียบให้มากยิ่งขึ้น ระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ super CVT ที่ให้ความรู้สึกเหมือนขับเกียร์ธรรมดา นอก จากนี้ ยังติดตั้งระบบ wide view front monitor ซึ่งเป็นระบบแรกของโลกที่สามารถถ่ายภาพสถาน การณ์ของระยะใกล้ (ประมาณ 20 m.) กับทิศทางซ้ายขวาของรถตรงทางแยกที่คาดการณ์ได้ยาก และสภาพด้านใต้ตรงหน้ารถซึ่งเป็นมุมอับมาแสดงบนจอ monitor ให้ทัศนวิสัยซ้ายขวาที่กว้างถึง 190 องศา รวมทั้งยังได้ภาพที่ชัดเจนและต่อเนื่อง

ส่วนเอาต์แลนเดอร์ ราคา 2.99 ล้านบาท เป็นรถ SUV ที่ได้รับการเพิ่มอุปกรณ์ premium หลายอย่าง ภายในออกแบบเป็น third seat (7 ที่นั่ง) เบาะพับใต้พื้นรองรับผู้โดยสารเพิ่มได้อีก 2 คน เบาะโดยสารตอนกลางพับเก็บได้ด้วยระบบไฟฟ้า พื้นที่ห้องโดยสารกว้างขวาง และห้องเก็บสัมภาระที่ใช้งานได้อย่างยืดหยุ่น ประตูปิดด้านหลังที่เปิดปิดขึ้นลงได้อย่างอิสระ กลไก second one touch ที่ขยายพื้นที่เก็บสัมภาระได้เพิ่มขึ้น

เครื่องยนต์ MIVEC DOHC 16 วาล์ว 2.4 ลิตร ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่ พร้อมระบบ electronic control 4WD เลือก mode การขับขี่ได้ 3 mode คือ 2WD ให้การวิ่งที่สบายและอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงต่ำ 4WD auto ตอบสนองได้ทุกรูปแบบการขับขี่ กระจายกำลังไปยังล้อหน้าและหลังได้ตามสภาพถนน และ 4WD lock ใช้ในทางวิบากหรือถนนที่ลื่นมากๆ ให้การส่งกำลังที่แรงขึ้น เมื่อรถยนต์เกิดติดหล่ม และช่วงล่างเป็นแบบเดียวกับที่ติดตั้งใน Mitsubishi Evolution ที่ใช้ในการแข่งขันแรลลี่โลกอีกด้วย

สำหรับราฟ 4 รถเอสยูวีใหม่ รุ่นขับเคลื่อน 4WD ราคา 2.65 ล้านบาท ขับเคลื่อน 2WD ราคา 2.45 ล้านบาท โดดเด่นด้วยอุปกรณ์ smart key เพียง แค่พกไว้ในกระเป๋า สามารถล็อกหรือปลดล็อก ประตูได้ โดยการจับ door handle นอกจากนี้เพียงแค่กด engine switch ในขณะที่เหยียบเบรกอยู่ จะสามารถสตาร์ตเครื่องยนต์ได้โดยไม่ต้องใช้กุญแจ และสเต็ปวากอน รถ MPV 7 ที่นั่ง ราคา 2.49 ล้านบาท ด้วยเครื่องยนต์ V-TEC 2.0 I ออกแบบรูปทรงให้มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ขึ้นลงง่าย ภายในห้องโดย สารเป็นพื้นไม้ปาร์เกต์ ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในห้องนั่งเล่นภายในบ้าน มีพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวาง และออกแบบหลังคาโปร่งแสงที่เปิดสไลด์ได้ทั้งซ้ายและขวา


จาก หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ 25 กุมภาพันธ์ 2549

700เจ้าแห่โปรโมชั่นขายเที่ยวไทย บัตรวัยทอง500บ.ของแจกอื้อ

"เที่ยวไทย" จัดกระหึ่ม ตลาดนัดทัวร์ ตั๋วเครื่องบิน ห้องพัก โรงแรม ราคา 20-50% พาเหรดยึดศูนย์สิริกิติ์เปิด 700 บูท กระหน่ำขาย ต้อนรับเทศกาลโลว์ซีซั่นและปิดเทอม บางกอกแอร์-การบินไทยกอดคอกันดัมพ์ตั๋วบินไป-กลับเหลือ 3,500 บาท ส่วน "บัตรผู้สูงวัย เที่ยวสุขใจกับ ททท." มาแรง 65 พันธมิตรหอบสิทธิประโยชน์พิเศษแจกเพียบ มูลค่า 100-100,000 บาท

นางจุฑาพร เริงรณอาษา รองผู้ว่าการฝ่ายตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า มหกรรมการจัดงาน "เที่ยวไทยทั่วทิศ" ระหว่างวันที่ 2-5 มีนาคมนี้ กลุ่มธุรกิจบริษัทตัวแทนนำเที่ยวในประเทศ สายการบิน โรงแรม รีสอร์ต สนามกอล์ฟ สปา เรือสำราญ กว่า 700 ราย เตรียมพาเหรดสินค้าโปรโมชั่น แพ็กเกจทัวร์ ตั๋วเครื่องบิน ราคาลดพิเศษ 20-50% มาวางขายในศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตลอด 3 วัน

รวมทั้งจะเป็นครั้งแรกที่ ททท.จะนำบัตรสมาชิก "บัตรผู้สูงวัย เที่ยวสุขใจ กับ ททท." ไปรับสมัครสมาชิก โดยมีโซนพิเศษสำหรับการจัดทำครบวงจร ในการเปิดตัวบัตรท่องเที่ยวผู้สูงวัยพันธมิตรทางธุรกิจ 65 แห่ง ประกอบด้วย ประกันชีวิต สถานเอ็นเตอร์เทนเมนต์ด้านศิลปะ วัฒนธรรม การแสดง โรงแรม รีสอร์ต ห้องอาหาร โรงพยาบาล สปา สนามกอล์ฟ ร้านจำหน่ายแว่นตา ให้การตอบรับที่จะนำสิทธิประโยชน์พิเศษเข้าร่วมแจกในโครงการแก่ผู้สมัครทุกคน

มหกรรมการขายแพ็กเกจทัวร์ ตั๋วเครื่องบิน ห้องพักโรงแรม ล่องเรือสำราญ และ การเดินทางพักผ่อนต่างๆ ต้อนรับช่วงนอกเทศกาลท่องเที่ยว ระหว่างมีนาคม-มิถุนายน 2549 ซึ่งพื้นที่ภายในงานเที่ยวทั่วไทยครั้งนี้จะรองรับคนหมุนเวียนเข้าไปเยี่ยมชมได้กว่าวันละ 50,000 คน ตั้งเป้าสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท

ส่วนกิจกรรมภายในงานจะแยกการซื้อขายออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนแรก เป็นการขายทั่วไปในราคาโปรโมชั่นเพื่อนำไปใช้พักผ่อนตลอด 4 เดือน มีนาคม-มิถุนายนนี้ ส่วนที่สอง การขายบัตรผู้สูงวัย เที่ยวสุขใจไปกับ ททท.จะมีจุดรับสมัครและจัดทำบัตรราคาเดียว 500 บาท/คน รับสิทธิประโยชน์เป็นคูปองส่วนลด 100-100,000 บาท ทันที

นางจุฑาพรกล่าวว่า ขณะนี้แต่ละกลุ่มธุรกิจซึ่งมีไม่ต่ำกว่า 8 หมวด ได้แก่ กลุ่มธุรกิจห้องพัก โรงแรม รีสอร์ต กลุ่มสายการบินในประเทศ เช่น บางกอก แอร์เวย์ส การบินไทย ไทยแอร์เอเชีย โอเรียนท์ไทย กลุ่มบริษัทตัวแทนจัดนำเที่ยวในประเทศ กลุ่มเอ็นเตอร์เทนเมนต์เทรนด์แมนเมด เช่น สยามนิรมิต โขนศาลาเฉลิมกรุง สยาม โอเชี่ยน เวิลด์ กลุ่มสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ หรือโอท็อป กลุ่ม สถาบันการเงินบัตรเครดิตเพื่อการท่องเที่ยว กลุ่มธุรกิจร้านอาหาร ภัตตาคาร เครื่องดื่ม กลุ่มธุรกิจเรือสำราญ

โปรโมชั่นที่จะทำราคาได้ดึงดูดความสนใจมากเป็นพิเศษ คือ กลุ่มสายการบิน โดยเฉพาะ บางกอก แอร์เวย์ส นำตั๋วราคาพิเศษวางขาย เส้นทางไป-กลับกรุงเทพฯ-สมุย 3,500 บาท สำหรับ 100 ท่านแรก และจะนำตั๋วราคา 4,000 บาท วางขายเพิ่มอีกวันละ 200 ที่นั่ง ส่วนเส้นทางจากกรุงเทพฯไป-กลับภูเก็ต เชียงใหม่ ตราด สุโขทัย จะขายราคาเท่ากัน 3,500 บาท/ใบ ซื้อแล้วนำไปใช้ได้ถึง 30 มิถุนายนนี้

ขณะที่การบินไทยทำแคมเปญตั๋วที่นั่งชั้นธุรกิจ (business class) ทำราคาโปรโมชั่นไป-กลับเส้นทางบินในประเทศ จากกรุงเทพฯหรือจังหวัดต้นทาง ก็ได้ลดสุดๆ 20% เช่น กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ปกติ 6,740 ลดเหลือ 5,400 บาท/ใบ ภูเก็ต 7,650 ลดเหลือ 6,200 หาดใหญ่ 8,300 ลดเหลือ 6,800 บาท/ใบ ใช้ได้จนถึง 30 มิถุนายนนี้

และจะมี VALUE CARD ของการบินไทยอีก 3 แพ็กเกจจำหน่าย แพ็กเกจ A จะให้การ์ด 4 ใบ ราคาชุดละ 21,000 บาท แพ็กเกจ B มีการ์ด 9 ใบ ราคาชุดละ 45,000 บาท แพ็กเกจ C มีการ์ด 14 ใบ ราคาชุดละ 66,500 บาท การ์ดแต่ละใบสามารถนำไปใช้จ่ายเป็นค่าตั๋วชั้นประหยัดเส้นทางที่การบินไทยบินภายในประเทศ ไป-กลับ 13 จังหวัด การ์ดนี้จะใช้ตามเงื่อนไขอื่นๆ ได้ถึง 31 ธันวาคมนี้

นางจุฑาพรกล่าวว่า ในส่วนของโครงการรับสมัครบัตรผู้สูงวัย เที่ยวสุขใจ ไปกับ ททท.นั้น ผู้สมัคร 500 คนแรก จะได้รับทัวร์เที่ยว 1 วัน ฟรี 1 แพ็กเกจ พร้อมคูปองของแถมที่จะนำไปใช้ระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวต่อเนื่องได้ตลอดทั้งปี ตั้งแต่ประกันชีวิตคุ้มครองวงเงิน 1 แสนบาท

สิทธิประโยชน์เป็นส่วนลดโขนศาลาเฉลิมกรุง 600 บาท หุ่นละครเล็กโจหลุยส์ 200 บาท สยามนิรมิต 200-500 บาท แว่นท็อปเจริญ รับตรวจเช็กสายตา โรสการ์เด้น ริเวอร์ไซด์ จะได้ส่วนลดห้องพัก 60% ห้องอาหาร 15% เรือสำราญ เจ้าพระยา ปริ๊นเซส ลดค่าเรือท่องเที่ยว พร้อมบุฟเฟต์นานาชาติ 20% สยาม โอเชี่ยน เวิลด์ ในสยามพารากอน 100-150 บาท เมืองโบราณปราสาทไม้สัจธรรม พัทยา 600 บาท ร้านอาหารโออิชิ มูลค่า 250 บาท 1 เล่ม โรงพยาบาลกรุงเทพมอบคูปองส่วนลดการตรวจสุขภาพ 2,000 บาท

หลังจากเสร็จสิ้นงาน กลุ่มสมาชิกผู้ถือบัตรสูงวัยฯยังจะได้รับสิทธิประโยชน์พิเศษอย่างต่อเนื่อง จากการที่ ททท.จะร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจนำของรางวัลจับสลากแจกฟรีทุก 1-2 เดือน ส่วนวิธีการสมัครในงาน ผู้สูงวัยจะไปสมัครเองก็ได้ หรือบุตร หลาน และคนในครอบครัว ที่จะซื้อเป็นบัตรของขวัญให้พ่อแม่ก็ได้ แต่จะต้องนำรูปถ่ายของผู้สมัครไปให้เจ้าหน้าที่ทำบัตรอย่างสมบูรณ์

ตามเป้าต้องการกระตุ้นคนไทยเดินทางเที่ยวในประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ ตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป มีเวลาเพียงพอจะเดินทางพักผ่อนได้ในช่วงวันธรรมดา จันทร์-พฤหัสบดี และถือว่าเป็นกลุ่มกำลังซื้อที่มีอำนาจการใช้จ่ายสูง ขนาดของตลาดจะมีถึง 40-50% ของตลาดรวมทั้งหมด ซึ่งจะช่วยสร้างความคึกคักทางรายได้กระจายเข้าสู่ชุมชนทั้งธุรกิจต้นน้ำและปลายน้ำในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

ทั้งนี้ฝ่ายส่งเสริมการตลาดในประเทศยังได้เตรียมแผนงานต่อเนื่องที่จะทำแคมเปญ "เที่ยววันธรรมดา ที่ไม่ธรรมดา" โดยยังชูกลยุทธ์การท่องเที่ยวแบบประหยัด ราคาคุณภาพ โปรแกรมเดินทางดี จัดตลาดนัดท่องเที่ยวอีกครั้งในเดือนพฤษภาคมนี้ เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนการเดินทางตลอดเทศกาลโลว์ซีซั่นของประเทศ ช่วงพฤษภาคม-กันยายนนี้

สำหรับการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดทั้งในและต่างประเทศ ททท.จะผนวกแคมเปญ ไทยแลนด์ แกรนด์ อินวิเตชั่น ซึ่งจะจัดต่อเนื่องตลอด 2 ปี พ.ศ.2549 ในวโรกาสเฉลิมฉลองพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์ครบ 60 ปี

พ.ศ.2550 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระชนม พรรษาครบ 80 พรรษา บรรดานักธุรกิจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวโดยตรงใน 76 จังหวัด ได้พร้อมใจกันมอบความสุขด้วยการรณรงค์ส่งเสริมให้คนไทยพักผ่อน และดูแลสุขภาพ ด้วยการเดินทางเที่ยว แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม


จาก หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ 25 กุมภาพันธ์ 2549

คาดบินมาเลย์ช้ำหนักขาดทุนอ่วมหมื่นกว่าล.

กัวลาลัมเปอร์ (เอพี) — นักวิเคราะห์ชี้มาเลเซีย แอร์ไลน์ส ขาดทุนมหาศาลปีที่แล้วกว่าหมื่น ล้านบาท และเตรียมประกาศแผนฟื้นฟูในวันจันทร์นี้


เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ นักวิเคราะห์ด้านธุรกิจการบิน คาดการณ์ว่า มาเลเซีย แอร์ไลน์ส สายการบินของรัฐบาลมาเลเซีย อาจมีผลขาดทุนสุทธิในปี 2548 มหาศาลกว่า 1 พันล้านริงกิต (ราว 1.05 หมื่นล้านบาท) ซึ่งจะส่งผลให้ฐานะทางการเงินของสายการบินย่ำแย่ลงไปอีก โดยมาเลเซีย แอร์ไลน์ส มีกำหนดประกาศผลประกอบการอย่างเป็นทางการในวันที่ 27 กุมภาพันธ์นี้

มีการคาดการณ์กันว่า ผลขาดทุนเฉพาะใน ไตรมาส 4 ของปี 2548 ของมาเลเซีย แอร์ไลน์ส น่าจะอยู่ที่ 552 ล้านริงกิต (ราว 5.82 พันล้านบาท) และจะเป็นการขาดทุนติดต่อกันเป็นไตรมาส 3 จากพิษน้ำมันแพง

ด้านไอดริส ชาลา กรรมการผู้จัดการคนใหม่ของมาเลเซีย แอร์ไลน์ส มีกำหนดแถลงผลประกอบการพร้อมเปิดเผยแผนฟื้นฟูกิจการในวันที่ 27 กุมภาพันธ์นี้ โดยตั้งเป้าว่า มาเลเซีย แอร์ไลน์ส จะกลับมาทำกำไรได้ภายในปลายปี 2551 ทว่า ระหว่างนี้จนถึงปลายปี 2550 มาเลเซีย แอร์ไลน์ส จำเป็นต้องใช้เงินสดเพื่อเสริมสภาพคล่องถึง 3 พันล้านริงกิต (ราว 3.16 หมื่นล้านบาท)

ขณะที่นักวิเคราะห์รายหนึ่งให้สัมภาษณ์กับดาวโจนส์ นิวส์ไวร์ส ว่า แผนฟื้นฟูสายการบินที่ไอดริสจะประกาศนั้น จะมุ่งเน้นที่การจัดระเบียบและกำหนดเครือข่ายเส้นทางการบินและฝูงบินใหม่ และอาจเป็นไปได้สูงที่จะลดระดับลงมาแข่งขันกับสายการบินต้นทุนต่ำ โดยได้แจ้งให้นายกรัฐมนตรีอับดุลเลาะห์ อาหมัด บาดาวี ของมาเลเซีย ทราบตั้งแต่เมื่อสัปดาห์ก่อน

นักวิเคราะห์ต่างให้ความเห็นว่า มาเลเซีย แอร์ไลน์ส จำเป็นต้องหยุดการให้บริการในเส้นทางที่ไม่ทำกำไร โดยเส้นทางบินไปยังยุโรปในปัจจุบันที่มีอยู่ 7 เส้นทางนั้น ควรปรับลดลงให้เหลือเพียง 3 เส้นทาง

นอกจากนี้ ยังมีการตั้งข้อสังเกตว่า หาก มาเลเซีย แอร์ไลน์ส ตัดสินใจขายหุ้นสามัญ ก็ไม่น่าจะช่วยกอบกู้สถานะทางการเงินได้ เนื่องจากราคาหุ้นของมาเลเซีย แอร์ไลน์ส ในปัจจุบันนั้นต่ำเกินไป และไม่สามารถสร้างแรงดึงดูดใจแก่นักลงทุนได้ในสถานการณ์ที่ราคาน้ำมันผันผวนและผลกำไรตกต่ำอย่างหนัก

ขณะที่การแสวงหาแหล่งเงินทุนก็ทำได้ลำบาก เนื่องจากระดับความน่าเชื่อถือหนี้สินระยะยาวของมาเลเซีย แอร์ไลน์ส ไม่ดีนัก และทางเดียวที่จะหาแหล่งเงินทุนมาสนับสนุนกิจการได้คือจากรัฐบาลและบรรดาผู้ถือหุ้นที่มีอำนาจบริหารงาน อาทิ คาซานาห์ เนชันแนล บริษัทลงทุนของรัฐบาล ซึ่งถือหุ้นอยู่ถึง 69%


จากโพสต์ทูเดย์ วันเสาร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549

February 24, 2006

กาตาร์แอร์เวย์สโอ่ขนคนเข้าพม่าอื้อ

กรุงเทพฯ- ผู้บริหารของสายการบินกาตาร์แอร์เวย์ส (Qatar Airways) กล่าวว่า เที่ยวบินเข้ากรุงย่างกุ้งของพม่านั้นประสบความสำเร็จเกินคาด ในแต่ละเที่ยวจะมีผู้โดยสาร 70% โดยมีจำนวนผู้โดยสารไปกับสายการบินนี้โดยเฉลี่ยราว 70% ของที่นั่งทั้งหมด


"แน่นอนที่สุด ผู้คนคงจะพากันคิดว่าพวกเราบ้ากันหนักตอนที่เปิดเส้นทางไปกรุงย่างกุ้ง หลายคนถามว่า -ใครมันจะเดินทางไปย่างกุ้ง? แต่ผมเองภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่จะกล่าวว่า.. เราขนผู้โดยสารกันไม่หวาดไม่ไหว" นายอักบาร์ อัล-บาเคอร์(Akbar Al-Baker) หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารกาตาร์แอร์เวย์ส กล่าวระหว่างการแถลงข่าวในสิงคโปร์วันพฤหัสบดี (23 ก.พ.)

กาตาร์แอร์เวย์ส เป็นอีกสายการบินหนึ่งที่มองเห็นช่องธุรกิจในขณะที่ทางการพม่าถูกคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจจากโลกตะวันตก ที่นำโดยสหรัฐฯ กับสหภาพยุโรป โดยเริ่มเปิดบินตรงจากกรุงโดฮา (Doha) สู่กรุงกรุงย่างกุ้งมาตั้งแต่เดือน ม.ค. 2548 ผู้บริหารของสายการบินนี้เคยแสดงความเชื่อมั่นในศักยภาพของการท่องเที่ยว โดยมองพม่าเป็นประเทศเป็นจุดหมายปลายทางแห่งการเดินทางพักผ่อนในวัดหยุดได้อย่างมีคุณภาพ

กาตาร์แอร์เวย์สเป็นสายการบินแห่งแรกจากตะวันออกกลางที่เปิดเส้นทางบินตรงเข้าสู่พม่า ซึ่งจะเป็นตัวเชื่อมให้กับผู้โดยสารที่ไปจากยุโรปด้วย เนื่องจากเมืองโดฮา เป็นปลายทางท่องเที่ยวสำคัญแห่งอ่าวเปอร์เซีย และเป็นศูนย์กลางขนถ่ายผู้โดยสารโดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดานักท่องเที่ยวจากภูมิภาคยุโรป ซึ่งเมื่อก่อนนี้บินสู่พม่าโดยผ่านประเทศไทยหรือสิงคโปร์

กาตาร์แอร์เวย์สบินจากกรุงโดฮา สู่กรุงย่างกุ้งโดยใช้เวลาเพียง 6 ชั่วโมง โดยให้บริการ 2 เที่ยวต่อสัปดาห์ในระยะเริ่มแรก ช่วงปลายปีได้เพิ่มเป็นสัปดาห์ละ 4 เที่ยว นอกจากนักท่องเที่ยวแล้ว กลุ่มผู้โดยสารเป้าหมายยังเป็นคนงานพม่าที่เดินทางไปทำงานตะวันออกกลาง กับนักเรียนนักศึกษาที่กำลังจะเดินทางไปศึกษาต่อที่ยุโรป อีกด้วย

ชาวอินเดียก็เป็นอีกกลุ่มเป้าหมายหนึ่ง ในแต่ละปีจะมีชาวอินเดียกว่า 15 ล้านคนเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ สิงคโปร์ มาเลเซียและประเทศไทย แต่ก็มีน้อยคนที่จะเดินทางต่อไปยังพม่าเพราะขาดความรู้เกี่ยวกับประเทศนี้ ถ้าหากสามารถพัฒนาตลาดนี้ได้ ก็จะเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม

นายอัล-บาเคอร์กล่าวว่า สายการบินของเขากำลังจะสั่งซื้อเครื่องบินอีก 20 ลำ จากทั้งค่ายโบอิงและค่าแอร์บัส เพื่อเตรียมขยายเส้นทางจากที่ให้บริการบินอยู่ 69 ปลายทางในปัจจุบัน.
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 23 กุมภาพันธ์ 2549 22:34 น.

มาเลเซีย แอร์ไลนส์ ขาดทุนยับ

กัวลาลัมเปอร์ - เจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมการบินมาเลเซียคาดว่า มาเลเซีย แอร์ไลนส์ จะรายงานการขาดทุน 552 ล้านริงกิตในช่วงไตรมาสสุดท้ายปีที่แล้ว ซึ่งเป็นการขาดทุนไตรมาสที่ 3 ติดต่อกัน และอาจส่งผลให้สายการบินขาดทุนทั้งสิ้น 1,000 ล้านริงกิตสำหรับตอลดปี 2548 สูงกว่าที่ประมาณไว้ก่อนหน้านี้ที่ 803.1 ล้านริงกิต ด้านนายไอดริส จาลา กรรมการผู้อำนวยการ มาเลเซีย แอร์ไลนส์ ประกาศแผนปรับโครงสร้างบริษัทภายในปี 2551 โดยจะลดเที่ยวบินที่ไม่ก่อให้เกิดกำไร

24 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา 16:30:21

จากกรุงเทพธุรกิจ

February 23, 2006

การบินเวียดนามหั่นค่าตั๋ว 30-40% ในเอเชีย

เวียดนามเน็ต - สายการบินเวียดนามแอร์ไลนส์ออกประกาศ ตั้งแต่วันที่ 22 ก.พ. เป็นต้นไป ทางสายการบินจะลดราคาค่าโดยสาร 30-40% ในเส้นทางจากเวียดนาม ไปยังปลายทางประเทศต่างๆ ที่อยู่ในทวีปเอเชีย

สำหรับส่วนลดค่าโดยสารที่มากที่สุดนั้น อยู่ในเส้นทาง ฮานอย-สิงคโปร์ ที่มีราคาค่าโดยสารเพียงคนละ 60 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับเดินทางเที่ยวเดียว

ส่วนค่าโดยสารในเส้นทางไป-กลับ จากนครโฮจิมินห์ ไปยังเมืองนาโงย่า ฟุกุโอกะ ของประเทศญี่ปุ่น จะลดลงเหลือ 738 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อคน และอัตราค่าโดยสาร 368 ดอลลาร์สหรัฐ สำหรับเส้นทางจากนครโฮจิมินห์ไปยังไทเป และเกาสง ของไต้หวัน และราคา 318 ดอลลาร์สหรัฐ ในเส้นทางโฮจิมินห์ไปยังฮ่องกง

ส่วนค่าโดยสารไป-กลับ ในเส้นทางจากนครโฮจิมินห์ไปยังมาเลเซีย และกรุงเทพ เหลือแค่ 168 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อคน โดยลดลงมาถึง 50% ของค่าโดยสารจริง สำหรับค่าโดยสารในชั้นธุรกิจ จากนครโฮจิมินห์ ไปกรุงเทพนั้น อยู่ที่ราคา 278 ดอลลาร์สหรัฐ.
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 22 กุมภาพันธ์ 2549 21:36 น.

สอบ.ยืนหนังสือจี้คมนาคมยกเลิกสัมปทานแอร์เอเชีย

ตัวแทนสหพันธ์องค์กรผู้บริโภค ยื่นหนังสือถึงรมว.คมนาคม ขอยกเลิกใบอนุญาตการบินไทยแอร์เอเชีย หลังพบการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นใหญ่โดยต่างชาติ พร้อมจี้พิจารณาสัดส่วนผู้ถือหุ้นกรณี บ.เออินวิชั่น ว่าเป็นนอมินีของต่างชาติหรือไม่

น.ส.รสนา โตสิตระกูล ตัวแทนสหพันธ์องค์กรผู้บริโภค เข้ายื่นหนังสือถึงนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แต่เนื่องจากนายพงษ์ศักดิ์มีภารกิจ จึงให้เจ้าหน้าที่เป็นผู้รับหนังสือแทน โดยสหพันธ์องค์กรผู้บริโภคขอให้กระทรวงคมนาคมยกเลิกใบอนุญาตการบินของบริษัทไทยแอร์เอเชีย จำกัด เนื่องจากบริษัทดังกล่าวได้เปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น โดยมีต่างชาติเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ จึงถือว่าสิ้นสุดความชอบธรรมที่จะทำการบินตั้งแต่วันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา และถ้าไทยแอร์เอเชียจะทำการบินอีกจะต้องขอใบอนุญาตใหม่และกระทรวงคมนาคมก็ต้องพิจารณาสัดส่วนผู้ถือหุ้นให้ชัดเจนว่าเป็นต่างชาติหรือไม่ ขณะที่กรณีบริษัทเอเชียวิเอชั่น ที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อถือหุ้นในไทยแอร์เอเชีย ซึ่งจะต้องใช้เงินซื้อหุ้นถึง 400 ล้านบาท เป็นผู้แทน หรือนอมินี ของชาวต่างชาติหรือไม่

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 23 กุมภาพันธ์ 2549 13:46 น.

บอร์ด ทอท.ตั้ง"โชติศักดิ์" เป็นกรรมการผู้อำนวยการใหญ่

นายบัญชา ปัตตนาภรณ์ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) มีมติเห็นชอบเซ็นสัญญาว่าจ้าง นายโชติศักดิ์ อาสภวิริยะ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) เป็นกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ AOT ตามที่กระทรวงการคลังเสนอโดยวันนี้ นายศรีสุข จันทรางศุ ประธานคณะกรรมการ ทอท. จะเป็นประธานในการเซ็นสัญญาว่าจ้าง มีระยะ 4 ปี คิดอัตราเงินเดือน 7 แสนบาท/เดือน เริ่มทำงานวันที่ 3 เมษายนนี้ และจะประเมินผลงานทุก 6 เดือน ซึ่งถ้าพบว่าไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่สัญญาระบุไว้ ก็สามารถเลิกจ้างได้


23 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา 16:56:43
จาก กรุงเทพธุรกิจ

ทีจีขยายเส้นทางกรุงเทพฯ-โจฮันเนสเบิร์ก

นายสมใจนึก เองตระกูล รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายการบินไทย เปิดเผยว่า การบินไทยมีจะแผนจะขยายเส้นทางระยะไกลจากกรุงเทพสู่เมืองโจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ ในวันที่ 29 ตุลาคมนี้ 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ซึ่งเป็นแผนการขยายอย่างต่อเนื่องหลังจากที่เปิดเส้นทางบินตรง กรุงเทพ-นิวยอร์ค ที่มีอัตราผู้โดยสารเฉลี่ย 89% และกรุงเทพ-มอสโคว์ 75%

22 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา 19:15:11

จากกรุงเทพธุรกิจ

การบินไทยเปิดแคมเปญ Early Bird ลดตั๋ว30%

นายสมใจนึก เองตระกูล รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายการบินไทย เปิดเผยว่า สายการบินไทยจะเปิดตัวแคมเปญ เอิร์ลลี่ เบิร์ด (Early Bird Campaign) เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงโลว์ซีซั่น โดยจะให้ส่วนลดสำหรับนักท่องเที่ยวที่สำรองตั๋วล่วงหน้าที่จะเดินทางมายังไทยในระหว่างเดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายนนี้ ด้วยส่วนลด 30%

โดยที่สายการบินจะสำรองที่นั่งสำหรับแคมเปญดังกล่าวนี้ ประมาณ 5% ของที่นั่งทั้งหมดในแต่ละเที่ยวบินจากต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่การบินไทย

22 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา 19:16:05

จาก กรุงเทพธุรกิจ

February 22, 2006

รูโหว่นโยบายไทยแอร์เอเชียทำนักธุรกิจฝ่อ

กลุ่มทุน "แอร์ไลน์ไทย" ฝ่อหลังไทย แอร์ เอเชีย แปลงสภาพหุ้นการบินต่างชาติ เป็นเอเชีย เอวิเอชั่น เปิดกิจการต่อในนามคนไทย นักธุรกิจลังเลที่จะแข่ง เตรียมหาทางหนีปักธงทำกินแถบอินโดจีน เอเชีย หันไปนำร่องเปิดกิจการใหม่เอาดีทางอื่นแทน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังจากบริษัท ไทย แอร์ เอเชีย จำกัด แจ้งปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นเมื่อ 14 กุมภาพันธ์ 2549 โดยตั้งบริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัดขึ้น ให้นายสิทธิชัย วีระธรรมนูญ ถือหุ้น 51% ร่วมกับกลุ่มชิน 49% เพื่อลดกระแสการตกเป็นเป้าว่าไม่ปฏิบัติตามกฎหมายการเดินทางอากาศ

ซึ่งเป็นผลมาจากที่ บมจ.ชิน คอร์ปอเรชั่น หรือกลุ่มชิน ขายหุ้นให้ เทมาเส็ก โฮลดิ้งส์ สิงคโปร์ เมื่อ 23 มกราคม 2549 สายการบินต้นทุนต่ำ หรือ low cost airline แบรนด์ไทย เอเชีย ที่กลุ่มชินถือหุ้นใหญ่ต้องกลายสภาพเป็นสายการบินต่างชาติโดยอัตโนมัติ และระหว่างการปรับโครงสร้างธุรกิจไทย แอร์ เอเชีย กลับได้สิทธิประโยชน์ทางธุรกิจในนามประเทศไทยตามปกติ โดยที่กรมขนส่งทางอากาศ กับ กระทรวงคมนาคม แสดงความกระตือรือร้นที่จะคลี่คลายปัญหาช้ามากนั้น

รายงานจากกลุ่มนักลงทุนทางการบินของประเทศเปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ขณะนี้นักธุรกิจส่วนใหญ่ลังเลที่จะพัฒนากิจการบินในเมืองไทยต่อไป เพราะการแก้ปัญหาแบบง่ายๆ ของกลุ่มชิน ที่ใช้วิธีตั้งบริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด เข้ามาสวมหุ้นเทมาเส็ก โฮลดิ้งส์ สิงคโปร์ โดยระบุว่าวิธีการเช่นนี้จะทำให้ ไทย แอร์ เอเชีย เป็นสายการบินของคนไทยตามกฎหมาย

จากรูปแบบกลยุทธ์และวิธีปรับโครงสร้างดังกล่าว กลุ่มทุนส่วนใหญ่ได้สะท้อนความเห็นว่า ขณะนี้เริ่มไม่แน่ใจจนอาจจะทำไปสู่การขาดความเชื่อมั่นต่อนโยบายพัฒนาการขนส่งทางอากาศของรัฐบาลไทยรักไทย ว่าจะยังคงยืนเคียงข้างกลุ่มทุนไทยด้วยกันหรือไม่

แนวโน้มสายการบินกำลังหารือกันที่หันหัวเรือไปขยายการลงทุนยังประเทศใกล้เคียงแถบอินโดจีน และกลุ่มตลาดเอเชีย หรือบางรายกำลังพิจารณาปรับโครงสร้างธุรกิจไปทำอย่างอื่นแทน

ถึงแม้จะอุปสรรคเกี่ยวกับข้อตกลงสิทธิการบินระหว่างประเทศอยู่บ้าง นโยบายของประเทศแถบนี้กลับมีความชัดเจนกว่าตรงนโยบายเป้าหมาย ต้องการให้เข้าไปช่วยขยายตลาดการเดินทางท่องเที่ยวอย่างตรงไปตรงมา ตามขีดความสามารถที่กลุ่มทุนแต่ละรายมีความพร้อม อีกทั้งสามารถแข่งขันทางด้านการตั้งราคาขายตั๋วทำได้ตามต้นทุนที่แท้จริง บนพื้นฐานของการใช้สิ่งอำนวยความสะดวกในสนามบินเพื่อการขนส่ง (user charge) ด้วยอัตราใกล้เคียงกัน

กลุ่มทุนส่วนใหญ่เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างความได้เปรียบ เสียเปรียบ ตั้งแต่ไทย แอร์ เอเชีย นำร่องเปิดธุรกิจโลว์คอสต์แอร์ไลน์ส ถึงสิทธิประโยชน์และความเท่าเทียมที่ได้รับจากกรมขนส่งทางอากาศ และกระทรวงคมนาคม มีความไม่เท่าเทียมกันมาตลอด ในอนาคตจะยิ่งเสียเปรียบมากขึ้นจากสายป่านเงินทุน และโนว์ฮาว กลุ่มทุนไทยขีดความสามารถด้อยกว่าต่างชาติแน่นอน

นายทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไทย แอร์ เอเชีย ยืนยันเช่นเดิมว่า ไทย แอร์ เอเชียทำธุรกิจมา 3 ปี ไม่เคยได้สิทธิประโยชน์โดยตรงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งเคาน์เตอร์เช็กอิน เวลานำเครื่องบินขึ้น-ลง หลุมจอดและสะพานเทียบเครื่องบินเข้าอาคารผู้โดยสาร

ยกเว้นสิทธิการบินตามกรอบหน้าที่การเจรจาเป็นข้อตกลงระหว่างรัฐบาล ต่อรัฐบาล คู่ค้า ระยะหลังไทย แอร์ เอเชียมีโอกาสเข้าไปเจรจาโดยเสนอทางเลือกว่าจะขอเปิดจุดบินใหม่ หรือขอสิทธิการบินเพิ่มความถี่มากกว่าโควตาที่ได้รับในนามประเทศไทย แต่เป็นการต่อรองด้วยเหตุผลที่ว่าต้องสนับสนุนการท่องเที่ยวของประเทศนั้นๆ


จากหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

เปิดฉาก‘แอร์โชว์2006’เอเชีย ‘เอ380’ชน‘747-8’

สิงคโปร์ (เอพี/เอเอฟพี) — มหกรรมแอร์โชว์ที่สิงคโปร์เปิดฉากขึ้นแล้ว ท่ามกลางการแข่งขันของ ผู้ผลิตเครื่องบินทั่วโลก ขณะที่ออสเตรเลียยันเลิกคุยเส้นทางออสเตรเลีย-อเมริกากับสิงคโปร์ แอร์ไลน์ส


มหกรรมเอเชียน แอร์โรสเปซ 2006 ได้มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการแล้ว เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ ที่ชางงี เอ็กซิบิชัน เซ็นเตอร์ ในสิงคโปร์ โดยมีบูธจัดแสดงมากกว่า 930 บูธ จากกว่า 43 ประเทศ และงานจะมีไปจนถึงวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ซึ่งทางผู้จัดงานคือ รี้ด เอ็กซิบิชันส์ คาดว่า จะมีผู้สนใจเข้าชมงานครั้งนี้กว่า 7.5 หมื่นคน

มหกรรมดังกล่าว ถือเป็นงานแสดงเครื่องบินและยุทโธปกรณ์ทางอากาศที่ใหญ่สุดในเอเชีย โดยในปีนี้ บรรดาผู้ผลิตเครื่องบินต่างมีเป้าหมายโกยรายได้จากบรรดาสายการบินสัญชาติจีน อินเดีย และตลาดการบินที่เติบโตสูงให้มากที่สุด

แอร์บัส ผู้ผลิตเครื่องบินรายใหญ่จากยุโรป ได้นำซูเปอร์จัมโบ้ เอ380 เครื่องบินที่มีขนาดใหญ่สุด ในโลกในปัจจุบันมาเปิดตัว ซึ่งสายการบินสิงคโปร์ แอร์ไลน์ส เป็นลูกค้ารายแรกที่สั่งซื้อ

ขณะที่ โบอิ้ง คู่แข่งสำคัญจากสหรัฐ นำเครื่อง รุ่น 747-8 ซึ่งเป็นรุ่นที่พัฒนาขึ้นมาแข่งขันกับ เอ380 โดยตรงมาเปิดตัว ซึ่งเครื่องรุ่น 747-8 มีจุดขาย ที่ประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้น และสามารถส่งมอบได้ภายในปี 2553

เพียงวันแรกของงานโบอิ้งก็ได้ยอดสั่งซื้อเครื่องรุ่น 737 จำนวน 10 ลำ มูลค่า 700 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.75 หมื่นล้านบาท) จากสไปซ์เจ็ต สายการบินต้นทุนต่ำจากอินเดีย โดยโบอิ้งจะเริ่มส่งมอบให้ราวเดือนตุลาคมปีหน้าจนถึงปี 2552

ด้านบริษัทผลิตอาวุธรายใหญ่อย่างล็อคฮีด มาร์ติน คอร์ป จากสหรัฐ กริพเพน ซาบ จากสวีเดน ดัสซอลต์จากฝรั่งเศส นำเครื่องบินต่อสู้รุ่นพัฒนา ขึ้นใหม่ล่าสุดมาเปิดตัวเพื่อเจาะกลุ่มประเทศเอเชีย ซึ่งปัจจุบันเพิ่มงบประมาณด้านการทหารมากขึ้น

อย่างไรก็ดี ผู้จัดงานเผยก่อนหน้านี้ว่า มหกรรมเอเชียน แอร์โรสเปซ ครั้งต่อไปจะย้ายไปจัดที่ฮ่องกง เนื่องจากต้องการรองรับตลาดการบินทั้งในจีนและฮ่องกงที่กำลังขยายตัวอย่างมาก โดยเฉพาะในจีน ซึ่งมีอัตราเติบโตถึงปีละ 12.5%

วันเดียวกัน วอร์เรน ทรัส รัฐมนตรีคมนาคมออสเตรเลีย ยืนยันว่า จะไม่เปิดให้สิงคโปร์ แอร์ไลน์ส บินในเส้นทางออสเตรเลีย-สหรัฐ (ทรานส์- แปซิฟิก) แน่นอน แม้ออสเตรเลียจะเปิดเสรีการบิน แต่จำเป็นต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก

ทรัส ยังระบุว่า หากในอนาคตจะมีการเจรจาระหว่างออสเตรเลียและสิงคโปร์ เกี่ยวกับเส้นทาง ดังกล่าวก็ต้องเป็นไปอย่างมีข้อจำกัดและเป็น ขั้นตอน นอกจากนี้ สัดส่วนที่เปิดให้ต่างชาติเข้ามาถือหุ้นแควนตัส แอร์เวย์ส ก็ยังคงอยู่ที่ 49% เท่าเดิม

ทั้งนี้ ขณะที่ สายการบินสิงคโปร์ แอร์ไลน์ส เผยวันเดียวกันว่า รู้สึกผิดหวังเป็นอย่างยิ่งกับ การตัดสินใจของรัฐบาลออสเตรเลีย โดยระบุว่า ผู้โดยสารจะเป็นผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนมากที่สุด เพราะต้องจ่ายค่าตั๋วแพง


จากโพสต์ทูเดย์ วันพุธที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549

February 21, 2006

"ไทย แอร์เอเชีย" แปลงร่าง ผิดหรือ "นอมินี" & "ฟันด์"

ทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย แอร์เอเชีย จำกัด สวมหมวกผู้ถือหุ้น 1% ร่วมกับกลุ่มชินที่มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่จากตระกูล "ชินวัตร-ดามาพงศ์" ทัศพลออกหน้าแอ่นอกเคลียร์ศึกใหญ่แทนกลุ่มชิน หลังเหตุการณ์ปรับโครงสร้าง "ผู้ถือหุ้น" ในสายการบินไทย แอร์เอเชีย แปลงสภาพสายการบินให้เป็นไปตามเงื่อนไขกฎหมายการบิน "สัญชาติไทย"

ด้วยการใช้วิธีจดทะเบียนบริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด เข้ามาซื้อหุ้นจากกลุ่มชินมูลค่า 400 ล้านบาท กระจายให้นายสิทธิชัย วีระธรรมนูญ 51% กับกลุ่มชิน เป็นตัวแทนรับช่วงอุ้มชูกิจการสายการบินในนามประเทศไทยต่อไป

"ทัศพล แบเลเว็ลด์" เปิดสำนักงานใหญ่ให้สัมภาษณ์ตามรายละเอียดดังนี้

- จะอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นในไทย แอร์เอเชีย อย่างไรบ้าง

ทั้งหมดเป็นเรื่องของตระกูล "ชินวัตร-ดามาพงศ์" หรือกลุ่มชิน ที่ขายหุ้นให้เทมาเส็ก โฮลดิ้งส์ สิงคโปร์ ผมเองไม่ได้ล่วงรู้มาก่อน เพราะถ้ารู้ก่อนก็กลายเป็นอินไซเดอร์ไป ผมเพิ่งทราบเมื่อ 24 มกราคม 2549 กรมการขนส่งทางอากาศก็ทำหนังสือถึงบริษัทให้แจ้งสัดส่วนความเป็นไทยว่ามีเท่าไร ต่างชาติเท่าไร แล้ว ผมเลยมานึกออกว่าโครงสร้างผู้ถือหุ้น 100% ต้องเป็นของไทยเกิน 51% ที่เหลือเป็นต่างชาติ 49%

ตามขั้นตอนบริษัทชินคอร์ปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หากจะไปปิดทะเบียนผู้ถือหุ้นคงยุ่งยาก ผมมาเดาได้ว่าไทย แอร์เอเชีย ต้องเป็นไทย จากนั้นผมก็มานึกได้ว่าต้องทำให้ถูกต้อง ซึ่งมีเวลาทำเพียง 14 วัน เป็น 14 วันหรรษา ทางพี่บุญคลี (บุญคลี ปลั่งศิริ ประธานกลุ่มชิน) คุยกับผมว่า เราต้องหาคนไทยเข้ามาถือหุ้น

แต่คนไทยมีตั้ง 62 ล้านคน จะหาคนที่มีเงินมากถึง 200 ล้านบาท ภายใน 14 วัน คงจะไม่ง่าย พอดีผมรู้จักกับ "สิทธิชัย วีระธรรมนูญ" รุ่นพี่มหาวิทยาลัยเอแบค คุ้นเคยกันดีเลยแนะนำให้พี่บุญคลีคุยด้วย ส่วนผมก็ดำเนินการส่งเอกสารตั้งบริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด ให้กรมทะเบียนการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ตรวจชื่อจดทะเบียนใหม่เข้าไปซื้อหุ้นกลุ่มชินที่อยู่ในไทย แอร์เอเชียได้หรือไม่ ผลปรากฏว่าได้ ผมก็ทำ โดยทางกลุ่มชินยินดีขายให้บุคคลธรรมดาคือคุณสิทธิชัย 51% มูลค่าทุนประมาณ 204 ล้านบาท ส่วนชินถือไว้ 49% มูลค่าลงทุน 196 ล้านบาท

ส่วนใครจะถามว่า คุณสิทธิชัยเป็นใคร คงตอบได้ว่า เขาก็เป็นนักธุรกิจที่โลว์โปรไฟล์คนหนึ่ง ทำกิจการส่วนตัว เคยบริหาร DHL มาก่อน หากจะให้ผมตอบลึกไปกว่านี้ คงต้องไปถามกลุ่มชินกับคุณสิทธิชัยเอาเอง เพราะการเปลี่ยนครั้งนี้เป็นเรื่องของ 2 คน ผมเพียงแต่ทำหน้าที่รักษาความอยู่รอดของพนักงานไว้

- หากเรื่องทั้งหมดชินเป็นต้นเหตุทำไมคุณทัศพลถึงเข้ามาจัดการแทน

ผมไม่ได้แก้ปัญหาให้ชิน แต่ผมแก้ปัญหาให้พนักงาน ซึ่งผมไม่ยุ่งไม่ได้หรอกครับ เรื่องนี้ผมมองว่าเป็นปัญหาของผู้ถือหุ้น ผมไม่อยากให้บริษัทเดือดร้อน และข้อจำกัดภายใน 14 วัน เราทำดีที่สุดแล้ว ที่หาทางออกโดยการตั้งเอเชีย เอวิเอชั่นขึ้นมา

- เอเชีย เอวิเอชั่น ถูกมองว่าเป็นนอมินีของชินจะว่าอย่างไร

โลกสมัยใหม่จะมองอย่างไรก็ได้ มองว่าเป็น นอมินีหรือ investor ที่เข้ามาลงทุนในรูปกองทุน funds ก็ได้ เพราะเทมาเส็กฯจ่ายเงินซื้อชินคอร์ป เขาก็ไม่ได้เข้ามายุ่งผู้บริหารบริษัทในเครือก็ยังเป็นคนเดิมทั้งหมด ไทย แอร์เอเชียก็เหมือนกัน ผมบอกเขาไปเลยว่า การปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นก็ทำไป แต่จะเข้ามายุ่งกับผมไม่ได้ ผมเป็นมือปืนรับจ้าง จะจับผมใส่กรงคงไม่ได้ ทุกฝ่ายก็เห็นด้วย ปล่อยให้ผมบริหารไป และจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เกิดขึ้น

แผนธุรกิจ กลยุทธ์การตลาด ผู้บริหาร และพันธมิตรธุรกิจ ทุกอย่างยังคงทำตามโปรแกรมที่วางไว้ คือปี 2549 ดึงผู้โดยสารมาซื้อตั๋วไทย แอร์เอเชียให้ได้ 3 ล้านคน เครื่องบินต้องเพิ่มจาก 9 ลำ เป็น 12 ลำ เครือข่ายการบินทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นเส้นทางภายในประเทศ 8 จุด ต่างประเทศ บินจากกรุงเทพฯไปสิงคโปร์ มาเก๊า ตลาดไปได้ดีมาก อัตราบรรทุกเฉลี่ยแต่ละเที่ยวเกิน 90%

- ความจริงมีด้วยหรือที่ผู้ลงทุนจะปล่อยให้ใช้เงินโดยไม่ยุ่งเลย

ผมว่ามีนะ ตอนนี้นักลงทุนเอาเงินไปฝากธนาคารได้ดอกเบี้ยไม่ถึง 3% สู้นำมาลงทุนในธุรกิจนี้ดีกว่าเยอะ เทมาเส็กฯมีพนักงานอยู่แค่ 200 คน ขยายการลงทุนมากมายขนาดนี้ไม่มีเวลาส่งตัวแทนมาบริหารหรอก มีอย่างเดียวคือรอเก็บเกี่ยวประโยชน์จากการดำเนินงานไม่ดีกว่าหรือ

- เทมาเส็กฯวิเคราะห์หรือว่าท่ามกลางวิกฤตน้ำมัน โลว์คอสต์เป็นธุรกิจทำเงินจริง

ผมว่าโลว์คอสต์เป็นเซ็กเมนต์ที่เหมาะกับสภาพแวดล้อมปัจจุบัน ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของโลก สายการบินขนาดใหญ่เจ๊งไปก็หลายเจ้า ขึ้นอยู่กับทิศทาง ต่างจากโลว์คอสต์ธุรกิจสดใสกว่าสายการบินปกติทั่วไปตรงมีกลุ่มตลาดชัดเจน เป็นกลุ่มที่ไม่เคยเดินทางโดยเครื่องบินมาก่อน ทุกวันนี้การประหยัดเป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจ โลว์คอสต์เกิดในจังหวะอย่างนี้พอดี เหมือนอเมริกาใต้ตอนนี้กิจการโลว์คอสต์ไปได้ดี

- 3 ปีมานี้ไทย แอร์ฯกระตุ้นตลาดกลุ่มที่ไม่เคยใช้เครื่องบินได้กี่เปอร์เซ็นต์

ผู้โดยสาร 3 ล้านคน ผมคิดว่าเส้นทางบินทั้งในและต่างประเทศ ซื้อตั๋วไทย แอร์ฯนั่งเครื่องบินครั้งแรกเกินกว่า 50%

- ผลตอบแทนรายได้ต่อหน่วยโลว์คอสต์ตอนนี้เท่าไร

ก็ประมาณราคาตั๋วเฉลี่ยใบละ 1,000 บาทต้นๆ แต่ผมอยากได้ประมาณ 1,000 บาทกลางๆ ถึงราคาจะถูกก็ยังมีกำไร

- ที่ถูกระบุว่าได้สิทธิประโยชน์ทางการบินเหนือเจ้าอื่นมาตลอดอธิบายอย่างไร

ผมคันปากมาก เพราะผมเป็นมือปืนรับจ้าง ไม่อยากยุ่งกับการเมือง และไม่อยากให้การเมืองมายุ่ง ผมขอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา 1) เรื่องสะพานเทียบเครื่องบินเข้าอาคาร (aerobridge) ในดอนเมืองเครื่องไทย แอร์ฯ ต้องไปจอดหลุม 100 กว่าขึ้นไป ทำให้เที่ยวบินล่าช้าตลอดทั้งขึ้นและลง แถมต้องเช่ารถบัสขนคนต้นทุนสูงกว่าค่าสะพานเทียบ ใช้เวลามากกว่า 2) เส้นทางบินของการบินไทยที่เลิกบิน อย่างฮ่องกง ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น ไต้หวัน ไทย แอร์ฯก็ไม่เคยเข้าไปบิน 3) เคาน์เตอร์เช็กอินดอนเมือง ปกติสัดส่วนต้องเช็ก 4 เที่ยว/ เคาน์เตอร์ ผมบินวันละ 30 เที่ยว ได้แค่ 4 เคาน์เตอร์ ผมไม่เคยไปเรียกร้อง

- ก็คอนเซ็ปต์โลว์คอสต์เคยบอกไม่ต้องการสะพานเทียบหรืออะไรก็ตามที่ทำให้ต้นทุนสูง

ก็จริง เรื่องคอนเซ็ปต์ต้นทุนแต่สะพานเทียบเครื่องในดอนเมืองผมยังต้องการ สิ่งที่ว่าต้นทุนต่ำหมายถึงในสนามบินอื่นที่เป็นโลว์คอสต์ แอร์พอร์ต เช่น อุดรธานี เชียงราย ผู้โดยสารลงจากเครื่องเดินเข้าอาคารได้เลย ต่างจากดอนเมืองยิ่งจอดไกลค่าใช้จ่ายยิ่งสูง ผมจึงขอฟันธงว่าไม่เคยได้อภิสิทธิ์สูงกว่าเจ้าอื่น

- แล้วขั้นตอนและวิธีเจรจาให้ได้สิทธิการบินมาทำอย่างไร

ขั้นตอนปกติ สิทธิการบินจะเป็นข้อตกลงระหว่างรัฐบาลกับรัฐบาล ส่วนไทย แอร์ฯ เวลาที่ต้องการขอใช้สิทธิการบินก็จะไปเจรจาโดยตรงกับประเทศคู่สัญญา โดยบอกถึงเป้าหมายว่าจะช่วยเรื่องการท่องเที่ยว แม้บางจุดบินสิทธิของประเทศไทยจะถูกใช้จนหมด แต่คู่สัญญาก็ยินดีให้ไลเซนส์ชั่วคราวบ้าง ถาวรบ้าง เวลาให้ก็จะให้ในนาม "ประเทศไทย" ตอนนี้ถือว่าเป็น first come first serve แต่ทุกครั้งที่ไปเจรจาก็มีตัวแทนของกรมการขนส่งทางอากาศ และการบินไทยไปด้วยกัน

- หลังจากนี้จะเจรจาขอสิทธิการบินขยายธุรกิจเพิ่มหรือไม่

เตรียมขอเพิ่มเพื่อขยายเส้นทางบินไปกลุ่มประเทศอินโดจีน พนมเปญ กัมพูชา เวียดนาม เต็มแล้ว แต่ผมอยากบินเข้าโฮจิมินห์ คาดว่าปลายปีพออาคารผู้โดยสารหลังใหม่ในโฮจิมินห์สร้างเสร็จ ไทยแอร์ฯจะเปิดเจรจาขอเพิ่มเที่ยวบินในพม่า หรือแม้แต่จีนตอนใต้ เมืองหลัก คุนหมิง กว่างโจว เสิ่นเจิ้น และอินเดีย 3-4 เมือง เช่น กัลกัตตา ดักกา เดลี ถ้าเจรจาเองสำเร็จก็จะเปิดบิน

ทัศพลให้สัมภาษณ์ด้วยอารมณ์แจ่มใส หลังโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหม่ออกสู่สาธารณะว่า ระหว่าง 16-28 กุมภาพันธ์นี้มีตั๋วโปรโมชั่นมาทำแคมเปญ "แจ่ม 6 หมื่นใบ" ซื้อตั๋วบินในประเทศ ไปเชียงราย อุบลราชธานี อุดรธานี หาดใหญ่ กระบี่ ราคา 99 บาท/ใบ ต่างประเทศ มาเก๊า พนมเปญ 166 บาท/ใบ ซื้อแล้วนำไปบินได้ในช่วงโลว์ซีซั่น 1 มีนาคม-31 พฤษภาคมนี้

จาก หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

February 20, 2006

อินเดียบรรลุข้อตกลงซื้อเครื่องบินพาณิชย์ 43 เครื่องจากแอร์บัส

สายการบินอินเดียนของรัฐบาลอินเดีย บรรลุข้อตกลงซื้อเครื่องบินพาณิชย์จำนวน 43 เครื่อง จากบริษัทแอร์บัส รวมมูลค่า 2,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (100,000 ล้านบาท) คาดว่าจะลงนามในค่ำวันนี้
ข้อตกลงดังกล่าวซึ่งเริ่มเจรจามาตั้งแต่ปี 2546 เพิ่งบรรลุข้อตกลงกันได้ในวันนี้ ซึ่งประธานาธิบดีฌากส์ ชีรัก แห่งฝรั่งเศส และนายกรัฐมนตรีมานโมฮัน ซิงห์ ของอินเดีย จะเป็นผู้ลงนาม นับเป็นข้อตกลงซื้อเครื่องบินใหม่ของสายการบินภายในประเทศของอินเดียเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี และเชื่อว่าที่บรรลุข้อตกลงกันได้เนื่องจากบริษัทแอร์บัสยอมลดราคาเครื่องบินลงประมาณ 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ตามคำเรียกร้องของรัฐบาลอินเดียเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 20 กุมภาพันธ์ 2549 17:15 น.

"เจแปน แอร์ไลนส์" เตรียมปลดผู้บริหารระดับสูง 4 คน

หนังสือพิมพ์ไมนิจิ ของญี่ปุ่นรายานว่า ประธานสายการบินแจแปน แอร์ไลนส์ หรือ เจเอเเอล มีแผนจะปลดผู้บริหารระดับสูง 4 คน ออกจากตำแหน่ง เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อการขาดทุนของบริษัท รวมทั้งปัญหาที่เกิดจากผู้โดยสารเริ่มไม่มั่นใจในมาตรฐานความปลอดภัยของเจเอเเอล ส่วนแผนฟื้นฟูบริษัทที่แต่เดิมจะกำหนดจะประกาศใช้ในวันที่ 24 เดือนนี้ ต้องถูกเลื่อนไปอย่างไม่มีกำหนด
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 20 กุมภาพันธ์ 2549 15:39 น.

สแกนดิเนเวียนฯดึงนางงามพรีเซ็นเตอร์

นายฮอคาน โอลส์สัน ผู้อำนวยการและผู้จัดการทั่วไป สายการบินสแกนดิเนเวียน แอร์ไลน์ ประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดเผยว่า สายการบินสแกนดิเนเวียนฯได้มีการปรับบริการในชั้นธุรกิจใหม่เมื่อวันที่ 17 ก.พ. 49 ทั้งการบริการใหม่ เช่น ดูหนัง,ฟังเพลง และที่นั่งแบบใหม่ เพื่อให้ลูกค้าเกิดความประทับใจและมีความสะดวกสบายในการเดินทางมากขึ้น นอกจากนี้สายการบินฯยังได้ดึงนางสาวสิริดา แจนเซ่น มิสไทยแลนด์ลูกครึ่งไทย-เดนมาร์กมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ เพื่อเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศ ทั้งนี้จำนวนผู้โดยสารที่เดินทางกับสายการบินฯพบว่าเพิ่มขึ้น 8% หรือ 34.9 ล้านคนในปี 2005
โดย ผู้จัดการรายวัน 19 กุมภาพันธ์ 2549 14:31 น.

กัลฟ์แอร์ทุ่ม3พันล.จับกลุ่มพรีเมียมยุบเส้นทางบินเคแอลหนีโลว์คอสต์

ผู้จัดการรายวัน – กัลฟ์แอร์ปรับกลยุทธ์รับมือน้ำมันแพง และโลว์คอสต์บุกหนัก หันจับลูกค้าระดับพรีเมียม อัดงบกว่า 3 พันล้านบาท ปรับเปลี่ยนที่นั่งผู้โดยสารชั้นหนึ่งและชั้นบิสสิเนส ชูตัวเองเป็นสายการบินระดับพรีเมียม พร้อมจับมือการบินไทยทำโค้ดแชร์ โปรโมทเชียงใหม่ และภูเก็ต ตั้งเป้า เพิ่มสัดส่วนรายได้จากลูกค้ากลุ่มนี้เป็น 20% ของรายได้รวมปีนี้ พร้อมประกาศหยุดบิน เส้นทางกัวลาลัมเปอร์มีผล เม.ย.นี้

นาย เจมส์ โฮแกน ประธานกรรมการ และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินกัลฟ์แอร์ เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทฯมีแผนดำเนินธุรกิจที่มุ่งเน้นขยายฐานลูกค้าระดับพรีเมียมเพิ่มมากขึ้น เพื่อสร้างรายได้ให้เติบโตแบบก้าวกระโดด ตั้งเป้าสัดส่วนการขายตั๋วโดยสารชั้นหนึ่งและชั้นธุรกิจ เพิ่มเป็น 20% ของรายได้รวม จากที่ผ่านมาจะมีสัดส่วนเพียง 15% โดยปีก่อนตั๋วผู้โดยสารกลุ่มพรีเมียมโตถึง 26% จากอัตราผู้โดยสาร(โหลดแฟกเตอร์) จะโตอยู่ประมาณ 5-10% ส่วนปีนี้ตั้งเป้ากลุ่มพรีเมียมโต 30% แต่จากการหันมาให้ความสำคัญเพิ่มขึ้น จะทำให้เซกเมนต์พรีเมียมน่าจะโตจากปีก่อนได้ถึง 60%

เหตุผลที่บริษัทฯหันมาจับตลาดพรีเมียมเพราะ ตลาดนี้ไม่กังวลเรื่องค่าธรรมเนียมน้ำมัน ซึ่งกลุ่มเป้าหมายหลัก คือ กลุ่มคอร์ปอเรท และอินเซนทีฟ ตลอดจนนักธุรกิจ เพราะกลุ่มนี้ มีกำลังจ่ายสูง และบ้างก็ใช้สวัสดิการขององค์กรในการจ่ายเงิน ประกอบกับมองว่า ราคาตั๋วผู้โดยสารชั้นหนึ่ง เมื่อเทียบกับชั้นประหยัด มีราคาสูงกว่าถึง 5 เท่า ดังนั้นถ้าเราได้ลูกค้ากลุ่มนี้มากขึ้น ก็จะช่วยทำให้รายได้เติบโต

โดยบริษัทฯใช้งบประมาณกว่า 3,000 ล้านบาท ในการปรับปรุงที่นั่งโดยสารในชั้นหนึ่งและชั้นธุรกิจ และใช้ตกแต่งภายในใหม่ของเครื่องแอร์บัส รุ่น A340 ที่ใช้บินระหว่างประเทศ ไทย-ฮ่องกง-บาห์เรน ส่วนในชั้นประหยัด จะติดตั้งจอทีวีให้กับทุกที่นั่ง

นอกจากนั้นเพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำในธุรกิจเซ็กเม้นต์นี้ ล่าสุด บริษัทฯร่วมกับบัตรเครดิต มาสเตอร์การ์ด ออกแคมเปญ ซื้อ 1 แถม 1 หมดเขตในกลางปีนี้ และบริการรถลีมูซีนจากสนามบิน และในระหว่างปียังมีแคมเปญอื่นๆ ทยอยออกมา เรายังทำโค้ดแชร์กับการบินไทยในการส่งต่อผู้โดยสารระหว่างกันในเส้นทางเชียงใหม่ ภูเก็ต โดยกัลฟ์แอร์เป็นผู้ออกตั๋วให้

“ทั้งหมดนี้เป็นการต่อยอดแคมเปญ สมาร์ท แอร์ไลน์ ที่เริ่มใช้มาแล้ว 2 ปี โดยนำบริการที่มีอยู่มาใส่บริการเพิ่มมูลค่าให้ลูกค้า รวมถึงบริการเชื่อมต่อเส้นการเดินทางกับสายการบินอื่นๆ และเป็นการตั้งรับสถานการณ์ราคาน้ำมันแพง ซึ่งมองว่าตลาดบนจะไม่ถูกกระทบมาก เพราะกลุ่มนี้จะไม่สนใจเรื่องการจ่ายค่าธรรมเนียมน้ำมัน”

สำหรับประเทศไทยปีนี้มีเป้าหมายเติบโต 15% จากทุกปีที่เติบโตประมาณ 10% โดยปีนี้กัลฟ์แอร์ทั่วโลก คาดว่าจะรับ-ส่งผู้โดยสารทั้งปีได้ราว 7.8 ล้านคน จากปีก่อนที่รับ-ส่งผู้โดยสารตลอดทั้งปีรวม 7.5 ล้าน”

ทั้งนี้ในเดือนเมษายนศกนี้ กัลฟ์แอร์จะเลิกบินไปกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งปัจจุบัน เรามีบินจากกรุงเทพไปกัวลาลัมเปอร์ ก่อนที่จะบินเข้ายุโรป โดยบิน 4 ไฟล์ทต่อสัปดาห์ โดยการเปลี่ยนเพื่อนำเครื่องมาใช้บินกรุงเทพ-ยุโรป ได้มากขึ้น เพราะในเส้นทางกัวลาลัมเปอร์มีหลายสายการบินแล้วที่บินไป ประกอบกับแอร์เอเชีย ซึ่งเป็นสายการบินโลว์คอสต์ก็บินในเส้นทางนี้ด้วย จึงคิดว่าน่าจะนำเครื่องบินในเส้นทางนี้ไปใช้ประโยชน์ให้เกิดมูลค่าเพิ่มในเส้นทางอื่นๆ เช่น ยุโรปได้ดีกว่า

ปัจจุบัน กัลฟ์แอร์ มีเที่ยวบินออกจากกรุงเทพ 22 ไฟล์ทต่อสัปดาห์ โดยมีฮับอยู่ 2 แห่ง คือ บาห์เรน และโอมาน เพราะได้ปรับลดฮับไป 1 แห่ง คืออาบูดาบี เพื่อจุดประสงค์เพื่อลดต้นทุนในส่วนของแอร์พอร์ตลงไปบ้าง
โดย ผู้จัดการรายวัน 19 กุมภาพันธ์ 2549 14:31 น.

February 18, 2006

ขนส่งทางอากาศ โยนพาณิชย์ตรวจ เอวิเอชั่นฯเทียม

โพสต์ทูเดย์ — กรมการขนส่งทางอากาศ ระบุมีหน้าที่แค่พิจารณา เอเชีย เอวิเอชั่น ตามหลักฐานการจดทะเบียนเป็นบริษัทไทยที่กระทรวงพาณิชย์ และนำเงินมาจดทะเบียนจริงเท่านั้น ส่วนความมีหรือไม่มีตัวตนที่ตั้งบริษัทเป็นห้องร้าง ไม่ได้มีหน้าที่ตรวจสอบ


จากกรณีที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น ผู้ร่วมลงทุนใหม่ของสายการบินไทยแอร์เอเชีย และผู้เข้ามาถือหุ้นแทนกลุ่มบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น มีเพียงการจดชื่อสำนักงานกับกระทรวงพาณิชย์เท่านั้น แต่ที่ตั้งบริษัทสำนักงานไม่มีคนทำงานอยู่ ทำให้สงสัยว่าบริษัทดังกล่าวมีตัวตนจริงหรือไม่ นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จะเป็นบริษัทมีตัวตนจริงหรือไม่จริง ไม่สำคัญเท่ากับว่าบริษัทมีเงินทุนในการจดทะเบียนตั้งบริษัทจริงหรือไม่ ซึ่งกระทรวงคมนาคมคงไม่เข้าไปก้าวก่ายในกิจการของคนอื่น ซึ่งเรื่องนี้หากจะมีการตรวจสอบจริงคิดว่าจะต้องเป็นหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ หรือกระทรวงการคลัง ที่จะมาตรวจสอบเรื่องการเสียภาษี

“ช่วงนี้สถานการณ์การเมืองมันมีอยู่แล้ว กระทรวงคมนาคมก็ดูได้แค่เขาปฏิบัติตามกฎหมายทุกอย่าง มีหนังสือรับรองการจดทะเบียนออกมาจากกระทรวงพาณิชย์ เป็นไปตามข้อกำหนด ซึ่งเราก็ไม่เคยเลือกปฏิบัติ แอร์เอเชียไม่เคยได้สิทธิมากกว่าสายการบินอื่นเลย” นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว

นายชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ อธิบดีกรมการขนส่งทางอากาศ กล่าวว่า หน้าที่ของกรมการขนส่งทางอากาศคือดูว่าเป็นบริษัทคนไทยหรือไม่ ที่มาขออนุญาตทำการบิน ส่วนเรื่องการจัดตั้งบริษัทเป็นหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ กรมการขนส่งทางอากาศเพียงกำกับดูแลการให้บริการของสายการบินไทยแอร์เอเชีย เมื่อกำหนดตารางบินแล้วมีเที่ยวบินจริง ให้บริการได้จริง หรือคอยรับเรื่องร้องเรียนจากผู้ใช้บริการ รวมถึงกรณีเครื่องเกิดอุบัติเหตุ จะเป็นหน้าที่ของกรมการขนส่งทางอากาศ เพราะฉะนั้น ไทยแอร์เอเชีย ต้องทำถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น



จากโพสต์ทูเดย์ วันเสาร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549

ภูเก็ตแอร์ฉุนถูกขึ้นบัญชีดำอียู

ปารีส (โพสต์ทูเดย์/เอเอพี) — ฝรั่งเศสส่งชื่อ ภูเก็ต แอร์ขึ้นบัญชีดำ “ไม่ปลอดภัย” ของยุโรป รองประธานภูเก็ต แอร์ฉุนขาด โวยถูกกลั่นแกล้ง


เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ว่า กระทรวงคมนาคมฝรั่งเศสได้ส่งรายชื่อสายการบินต่างประเทศ 4 สายการบิน เสนอเข้าสู่บัญชีดำ สายการบินที่ไม่ได้มาตรฐานด้านความปลอดภัยของสหภาพยุโรป (อียู) แล้ว โดยหนึ่งในนั้นรวมถึงสายการบินภูเก็ต แอร์ สายการบินสัญชาติไทยด้วย

สายการบินทั้ง 4 ราย ดังกล่าว ได้แก่ สายการบินอินเตอร์เนชั่นแนล แอร์ เซอร์วิส ของไลบีเลีย สายการบินแอร์โคเรียว ของเกาหลีเหนือ สายการบินโคโมเรส และสายการบิน ภูเก็ต แอร์ไลน์ส ของไทย

ทั้งนี้ อียูจะตรวจสอบสายการบินเหล่านี้อีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะประกาศขึ้นบัญชีดำอย่างเป็นทางการ โดยคาดว่าอียูจะเปิดเผยรายชื่อสายการบินทั้งหมดในบัญชีดังกล่าวในช่วงกลางปีนี้ ซึ่งอียูจะไม่อนุญาติสายการบินเหล่านั้นทำการบินเข้าออกใน 25 ประเทศสมาชิกของอียู

ทั้งนี้ สมาชิกอียูได้เห็นชอบผ่านมาตรการขึ้นบัญชีดำสายการบินที่ได้มาตรฐานด้านปลอดภัยเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว หลังเกิดอุบัติเหตุเครื่องบินตกในแคนาดา เวเนซุเอลา และกรีซ ซึ่งผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บส่วนใหญ่มาจากกลุ่มประเทศอียู

อย่างไรก็ดี สายการบินในบัญชีดำดังกล่าวสามารถให้บริการใน 25 ชาติสมาชิกได้อีก ต่อเมื่อพิสูจน์ได้ว่าได้พัฒนามาตรฐานความปลอดภัยตามเกณฑ์ข้อกำหนดของอียูอย่างครบถ้วนแล้ว

ทางด้าน นายชัยรัตน์ เมฆศุกรีย์ รองประธานกรรมการ สายการบินภูเก็ต แอร์ ให้ความเห็นต่อโพสต์ทูเดย์ว่า ยังไม่ทราบรายละเอียดที่ชัดเจนในการออกมาประกาศห้ามให้สายการบินภูเก็ต แอร์ บินเข้าน่านฟ้าประเทศแถบยุโรป ของกระทรวงคมนาคม ประเทศฝรั่งเศส โดยอ้างว่าสายการบินไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัย

นายชัยรัตน์ ระบุว่า ต้องการถามฝรั่งเศสว่าใช้อะไรเป็นตัวชี้วัดว่าการบริการไม่ได้มาตรฐานการบิน รวมถึงทำไมต้องรีบออกมาประกาศและให้ข่าวในเดือนนี้ ทั้งๆ ที่ได้มีการนัดหมายล่วงหน้าให้ ทีมงานของกระทรวงคมนาคมฝรั่งเศสเดินทางมา ตรวจสอบสภาพเครื่องบินของสายการบินภูเก็ต แอร์ในไทย ในเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้แล้ว

รองประธานภูเก็ต แอร์ กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมาสายการบินไม่มีเส้นทางการบินเข้าประเทศฝรั่งเศส ซึ่งภูเก็ต แอร์ให้บริการเส้นทางยุโรป 2 เส้นเท่านั้น ได้แก่ กรุงเทพฯ-ลอนดอน และ กรุงเทพฯ- อัมสเตอร์ดัม ซึ่งประเทศที่บินเข้าดังกล่าวไม่เคยออกมาเตือนหรือห้ามไม่ให้บินเข้า

“ผมไม่เข้าใจอย่างมากว่าประเทศฝรั่งเศสต้องการอะไร เครื่องบินก็ไม่เคยมาตรวจแล้วสรุปทำไม ไม่น่าประกาศออกมามั่วๆ ให้สายการบินเราเสีย ชื่อเสียง ซึ่งไม่รู้ว่าพวกอียูรวมหัวกันกลั่นแกล้งหรือเปล่า และเชื่อว่าการประกาศครั้งนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ หรือมีเรื่องการเมืองมาเกี่ยวข้อง” นายชัยรัตน์ กล่าว และว่า การออกประกาศของฝรั่งเศสครั้งนี้ไม่มีความยุติธรรมต่อสายการบิน ซึ่งจะนำเรื่องนี้แจ้งให้กับกรมการขนส่งทางอากาศของไทยรับทราบเพื่อหารือว่าต้องหาทางออกอย่างไร

สำหรับแผนการบินของภูเก็ต แอร์ ในขณะนี้ได้หยุดให้บริการเส้นทางประจำ เพื่อปรับปรุงเครื่องบินและความพร้อมด้านการบริการ โดยยังไม่ได้กำหนดชัดเจนว่าจะเปิดให้บริการในลักษณะเส้นทางประจำได้เมื่อไหร่ แต่ยังคงให้บริการ ลักษณะเช่าเหมาลำอยู่



จากโพสต์ทูเดย์ วันเสาร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549

กัลฟ์แอร์ทุ่ม3พันล.จับกลุ่มพรีเมียม ยุบเส้นทางบินเคแอลหนีโลว์คอสต์

กัลฟ์แอร์ปรับกลยุทธ์รับมือน้ำมันแพง และโลว์คอสต์บุกหนัก หันจับลูกค้าระดับพรีเมียม อัดงบกว่า 3 พันล้านบาท ปรับเปลี่ยนที่นั่งผู้โดยสารชั้นหนึ่งและชั้นบิสสิเนส ชูตัวเองเป็นสายการบินระดับพรีเมียม พร้อมจับมือการบินไทยทำโค้ดแชร์ โปรโมทเชียงใหม่ และภูเก็ต ตั้งเป้า เพิ่มสัดส่วนรายได้จากลูกค้ากลุ่มนี้เป็น 20% ของรายได้รวมปีนี้ พร้อมประกาศหยุดบิน เส้นทางกัวลาลัมเปอร์มีผล เม.ย.นี้

นาย เจมส์ โฮแกน ประธานกรรมการ และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินกัลฟ์แอร์ เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทฯมีแผนดำเนินธุรกิจที่มุ่งเน้นขยายฐานลูกค้าระดับพรีเมียมเพิ่มมากขึ้น เพื่อสร้างรายได้ให้เติบโตแบบก้าวกระโดด ตั้งเป้าสัดส่วนการขายตั๋วโดยสารชั้นหนึ่งและชั้นธุรกิจ เพิ่มเป็น 20% ของรายได้รวม จากที่ผ่านมาจะมีสัดส่วนเพียง 15% โดยปีก่อนตั๋วผู้โดยสารกลุ่มพรีเมียมโตถึง 26% จากอัตราผู้โดยสาร(โหลดแฟกเตอร์) จะโตอยู่ประมาณ 5-10% ส่วนปีนี้ตั้งเป้ากลุ่มพรีเมียมโต 30% แต่จากการหันมาให้ความสำคัญเพิ่มขึ้น จะทำให้เซกเมนต์พรีเมียมน่าจะโตจากปีก่อนได้ถึง 60%

เหตุผลที่บริษัทฯหันมาจับตลาดพรีเมียมเพราะ ตลาดนี้ไม่กังวลเรื่องค่าธรรมเนียมน้ำมัน ซึ่งกลุ่มเป้าหมายหลัก คือ กลุ่มคอร์ปอเรท และอินเซนทีฟ ตลอดจนนักธุรกิจ เพราะกลุ่มนี้ มีกำลังจ่ายสูง และบ้างก็ใช้สวัสดิการขององค์กรในการจ่ายเงิน ประกอบกับมองว่า ราคาตั๋วผู้โดยสารชั้นหนึ่ง เมื่อเทียบกับชั้นประหยัด มีราคาสูงกว่าถึง 5 เท่า ดังนั้นถ้าเราได้ลูกค้ากลุ่มนี้มากขึ้น ก็จะช่วยทำให้รายได้เติบโต

โดยบริษัทฯใช้งบประมาณกว่า 3,000 ล้านบาท ในการปรับปรุงที่นั่งโดยสารในชั้นหนึ่งและชั้นธุรกิจ และใช้ตกแต่งภายในใหม่ของเครื่องแอร์บัส รุ่น A340 ที่ใช้บินระหว่างประเทศ ไทย-ฮ่องกง-บาห์เรน ส่วนในชั้นประหยัด จะติดตั้งจอทีวีให้กับทุกที่นั่ง

นอกจากนั้นเพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำในธุรกิจเซ็กเม้นต์นี้ ล่าสุด บริษัทฯร่วมกับบัตรเครดิต มาสเตอร์การ์ด ออกแคมเปญ ซื้อ 1 แถม 1 หมดเขตในกลางปีนี้ และบริการรถลีมูซีนจากสนามบิน และในระหว่างปียังมีแคมเปญอื่นๆ ทยอยออกมา เรายังทำโค้ดแชร์กับการบินไทยในการส่งต่อผู้โดยสารระหว่างกันในเส้นทางเชียงใหม่ ภูเก็ต โดยกัลฟ์แอร์เป็นผู้ออกตั๋วให้

“ทั้งหมดนี้เป็นการต่อยอดแคมเปญ สมาร์ท แอร์ไลน์ ที่เริ่มใช้มาแล้ว 2 ปี โดยนำบริการที่มีอยู่มาใส่บริการเพิ่มมูลค่าให้ลูกค้า รวมถึงบริการเชื่อมต่อเส้นการเดินทางกับสายการบินอื่นๆ และเป็นการตั้งรับสถานการณ์ราคาน้ำมันแพง ซึ่งมองว่าตลาดบนจะไม่ถูกกระทบมาก เพราะกลุ่มนี้จะไม่สนใจเรื่องการจ่ายค่าธรรมเนียมน้ำมัน”

สำหรับประเทศไทยปีนี้มีเป้าหมายเติบโต 15% จากทุกปีที่เติบโตประมาณ 10% โดยปีนี้กัลฟ์แอร์ทั่วโลก คาดว่าจะรับ-ส่งผู้โดยสารทั้งปีได้ราว 7.8 ล้านคน จากปีก่อนที่รับ-ส่งผู้โดยสารตลอดทั้งปีรวม 7.5 ล้าน”

ทั้งนี้ในเดือนเมษายนศกนี้ กัลฟ์แอร์จะเลิกบินไปกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งปัจจุบัน เรามีบินจากกรุงเทพไปกัวลาลัมเปอร์ ก่อนที่จะบินเข้ายุโรป โดยบิน 4 ไฟล์ทต่อสัปดาห์ โดยการเปลี่ยนเพื่อนำเครื่องมาใช้บินกรุงเทพ-ยุโรป ได้มากขึ้น เพราะในเส้นทางกัวลาลัมเปอร์มีหลายสายการบินแล้วที่บินไป ประกอบกับแอร์เอเชีย ซึ่งเป็นสายการบินโลว์คอสต์ก็บินในเส้นทางนี้ด้วย จึงคิดว่าน่าจะนำเครื่องบินในเส้นทางนี้ไปใช้ประโยชน์ให้เกิดมูลค่าเพิ่มในเส้นทางอื่นๆ เช่น ยุโรปได้ดีกว่า

ปัจจุบัน กัลฟ์แอร์ มีเที่ยวบินออกจากกรุงเทพ 22 ไฟล์ทต่อสัปดาห์ โดยมีฮับอยู่ 2 แห่ง คือ บาห์เรน และโอมาน เพราะได้ปรับลดฮับไป 1 แห่ง คืออาบูดาบี เพื่อจุดประสงค์เพื่อลดต้นทุนในส่วนของแอร์พอร์ตลงไปบ้าง


โดย ผู้จัดการออนไลน์ 18 กุมภาพันธ์ 2549 12:09 น.

ตะลึง!นอมินีแห่สวมแอร์ไลน์ไทย ยุคทักษิณ"คมนาคม-ขอ."ละอ่อน

"คมนาคม" เปิดช่องโหว่ "กรมการขนส่งทางอากาศ" เส้นทางผ่าน "นอมินีต่างชาติ" ช่วงรัฐบาล "ทักษิณ 2 ยุค" ต่างชาติยื่นขอใบอนุญาตประกอบการบินพาณิชย์ เร่งอนุมัติเปิดสายการบินในนามไทยเกลื่อนประเทศ จุดพลุใช้มาตรฐานโลว์คอสต์ เป็นใบเบิกทางหลัง ไทย แอร์ เอเชีย แจ้งเกิดพร้อมมาตรฐานธุรกิจแนวใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การขายหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ชินคอร์ป ให้เทมาเส็ก โฮลดิ้งส์ สิงคโปร์ ที่มีผลมาถึงกิจการของบริษัท ไทย แอร์เอเชีย จำกัด เจ้าของสายการบินไทย แอร์ เอเชีย ทำให้สาธารณชนเห็นความบกพร่องของกระทรวงคมนาคมในการกำกับดูแลกรมขนส่งทางอากาศ ทั้งระบบและวิธีทำงานที่สั่งสมต่อเนื่องมายาวนาน ทั้งๆ ที่กรมนี้เป็นหน่วยงานที่มีภารกิจมหาศาลต่อทุกรัฐบาล ทั้งทางด้าน การกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การเมือง สังคม

ตามระเบียบกรมการขนส่งทางอากาศมีหน้าที่ลงทุนเป็นเจ้าของสนามบินพาณิชย์ทั่วประเทศ 26 จังหวัด (แห่ง) ดูแลพระราชบัญญัติเดินอากาศไทย เจรจาสิทธิการบินระหว่างประเทศ อนุมัติการจัดตั้งสายการบินภายในประเทศ รวมไปถึงความรับผิดชอบการปรับราคาตั๋วโดยสารเครื่องบิน และการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคทั้งคนไทยและต่างชาติ

2 ยุค "นอมินีการบิน" เกลื่อนประเทศ

รายงานจากกรมการขนส่งทางอากาศ (ขอ.) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ตลอด 5 ปีที่รัฐบาลไทยรักไทยเข้ามาบริหารประเทศ ธุรกิจสายการบินภายในประเทศเปลี่ยนแปลงเร็วมาก โดยเฉพาะกิจสายการบินที่คนไทยเป็นเจ้าของ ยุคแรก 2 ปีเริ่มต้น 2545-2546 เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์เป็นของคนไทยด้วยกัน ยุคปัจจุบัน 3 ปีให้หลัง 2547-2549 กิจการสายการบินมีชื่อคนไทยถือหุ้นแทนกลุ่มทุนใหญ่จากต่างชาติผุดเป็นดอกเห็ด

ในยุคแรกคนไทยพับกิจการไปหลายราย ตั้งแต่เอนเจิลแอร์ไลน์ส ตระกูล "เบญจรงคกุล" จากวงการโทรศัพท์มือถือ แอร์อันดามัน ของอติชาติ อรรถกวีสุนทร จากวงการอสังหาริมทรัพย์ ร่วมทุนกับกลุ่ม "จิราธิวัฒน์" เจ้าของห้างสรรพสินค้าชื่อดัง แบรนด์เซ็นทรัล สายการบินไทย แปซิฟิก แอร์ไลน์ส ของนายแพทย์วสันต์ สิงหมณี ที่อ้างว่าได้รับการทุนสนับสนุนจากกลุ่มธุรกิจการแพทย์สหรัฐอเมริกา สายการบิน ไทย เจ็ต ของตุรกี กับบุตรชายพิเชษฐ สถิรชวาล ที่เปิดกิจการสมัยพิเชษฐเป็น รมช.คมนาคมกำกับดูแลการบิน บ.ไทย เอ็กคิวทีฟเอวิเอชั่น ของนางแสงตะวัน ณ เชียงใหม่ ลูกสาวเจ้าธวัชวงศ์ ณ เชียงใหม่

แต่ละสายการบินสัญชาติที่หยุดกิจการไป กำลังเป็นที่สนใจของต่างชาติที่พร้อมจะเทค โอเวอร์ ชื่อเพื่อนำไปลงทุนต่อไป

ส่วนภูเก็ต แอร์ไลน์ส ของวิกรม อัยศิริ สมาชิกวุฒิสภา ยักษ์ใหญ่วงการค้าไม้และรีสอร์ต ขณะนี้ต้องเผชิญกับวิบากกรรม หลังจากมีนโยบายไม่แข่งกับสายการบินต้นทุนต่ำ (low/budget airline) เมื่อไทย แอร์เอเชีย ขยายการบินในประเทศ ภูเก็ต แอร์ไลน์ส ก็หันไปซื้อโบอิ้ง 747-400 เปิดเส้นทางบินข้ามทวีปไปยังยุโรป แต่ถูกแบนจากหน่วยงานขนส่งทางอากาศในหลายประเทศห้ามบินผ่านน่านฟ้า เพราะขาดความมั่นใจการซ่อมบำรุงเครื่องบินฝูงดังกล่าว และ บางกรณีก็ปฏิบัติการบินไม่ตรงตามกฎของประเทศนั้น ๆ

ยุคสอง ตั้งแต่ปี 2547 ถึงต้นปี 2549 กรมการขนส่งทางอากาศได้อนุญาตใบประกอบการบินพาณิชย์ให้ ไทย เจ็ต อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เจ้าของ ไทยเจ็ต กลุ่มทุนใหญ่เป็นชาวตุรกี ขณะนี้ปิดดำเนินการไปเรียบร้อย ส่วนน้องใหม่ที่กำลังมาแรง คือ บริษัท ไทยสกาย แอร์ไลน์ จำกัด เจ้าของ ไทยสกาย มีนาย ฮง มัก ฮง เป็นเจ้าของ ร่วมกับนาย บรรเจิด คำทองแท้ และ นางจิดาภา แซ่ย่าง

ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่า ไทยสกายเป็นของเกาหลีร่วมกับชาวไต้หวัน โดยใช้ชื่อคนไทยร่วมทุนกันตั้งบริษัทเมื่อ 30 มกราคม 2547 ด้วยทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาท พร้อมทั้งแจ้งกรมทะเบียนการค้าภายใน เมื่อธันวาคม 2547 ว่า มีรายได้เพียง 165,833.33 บาท ขาดทุน 128,653.85 บาท

ช่องโหว่ "คมนาคม-ขอ."

ขณะเดียวกันไทยสกายได้ทำเว็บไซต์การขายตั๋วและเส้นทางบินเชื่อมโยงอยู่ใน www.mot.go.th ของกระทรวงคมนาคม ต่อไปถึงเว็บไซต์กรมการขนส่งทางอากาศ โฆษณา ประชาสัมพันธ์ว่ามีเส้นทางบินไปยังจุดหมาย ภายในประเทศไทย สาธารณรัฐประชาชนจีน ฮ่องกง ไต้หวัน และมาเลเซีย มีสำนักงานตั้งอยู่ที่ ชั้น 7 อาคารคอนคอร์ด ถนนรัชดาภิเษก

รายงานจากกรมขนส่งทางอากาศระบุเพิ่มเติมว่า แนวโน้มกลุ่มทุนต่างชาติที่เคยรร่วมกันทำไทยสกาย กำลังแตกคอกันเตรียมนำรายชื่อสายการบินใหม่อีก 2-3 เจ้า เช่น สตาร์สกาย ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่ากลุ่มทุนจะเป็นชาวต่างชาติจากเกาหลี ไต้หวัน และจีน แทบทั้งสิ้นที่ใช้กลไกตัวแทนผู้ถือหุ้นคนไทย (thai nominee) แจ้งกรมทะเบียนการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เมื่อได้รับอนุมัติทำการค้าก็จะนำเอกสารดังกล่าวมายื่นขอตั้งสายการบินกับกรมต่อไป

นายชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ อธิบดีกรมการขนส่งทางอากาศ เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ทุกครั้งที่มีสายการบินลักษณะพิเศษขออนุญาตเปิดบินว่า กรมไม่สามารถยับยั้งการเปิดธุรกิจในลักษณะดังกล่าวได้ หน้าที่หลักมีเพียงพิจารณาเอกสาร หลักฐาน ที่แต่ละรายนำมายื่นว่าทำตามระเบียบการขนส่งทางอากาศ และ ไม่ขัด พ.ร.บ.เดินอากาศไทย ทุกครั้งต้องให้ใบอนุญาต ไม่เช่นนั้นเจ้าหน้าที่อาจถูกฟ้องร้องได้

อย่างไรก็ตามกรมการขนส่งทางอากาศเคยถูกเอกชนกลุ่มสายการบินคนไทยเป็นเจ้าของ ประเมินจุดอ่อนและความบกพร่องนับครั้งไม่ถ้วน ถึงการปิดกั้นโอกาสทางธุรกิจสายการบินของคนไทยด้วยกันเอง ด้วยการดองลายเซ็นไว้ 1-6 เดือน โดยทุกครั้งที่สายการบินที่มีอยู่ปัจจุบันขอเพิ่มความถี่และจุดบินตามตารางบิน ที่เพิ่มขึ้นในฤดูท่องเที่ยว หรือ แม้แต่ธุรกิจสนามบินซึ่งเป็นของเอกชนบางแห่ง รัฐก็นำกฎหมายกรมสิ่งแวดล้อมเข้ามาควบคุม ทำให้การขยายกิจการเป็นไปอย่างยากลำบาก

โลว์คอสต์เกิด-ปัญหาเพียบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวิธีปฏิบัติของกรมการขนส่งทางอากาศได้รับการวิพากษ์อย่างกว้างขวางขึ้น หลังจากรัฐบาลไทยรักไทยเปิดนโยบายโลว์คอสต์ แอร์ไลน์ส เสรี กลุ่มหลักที่เห็นเด่นชัดคือ ไทย แอร์ เอเชีย นกแอร์ โอเรียนท์ไทย แอร์ไลน์ส ระยะเปิดบริการเริ่มแรกปี 2546-2547

โดยบางสายการบินถูกร้องเรียนว่า ทิ้งผู้โดยสารตกค้างตามสนามบินนานเกินระเบียบการบินกำหนด ปัจจุบันมีปัญหาหนักกว่าเดิมทุกสายการบินมักยกเลิกเที่ยวบิน (cancel flight) นำเครื่องออกจากสนามบินหรือลงจอดล่าช้า (delay flight ) โดยไม่ได้รับผิดชอบและชดเชยค่าเสียหายใด ๆ

เพราะอ้างได้ว่าสนามบินดอนเมืองมีเครื่องขึ้น-ลง หนาแน่น ทางออกมีอย่างเดียวต้องรอสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ เปิดใช้แบ่งเบาผู้โดยสารบางส่วนไปจากดอนเมือง กรมการขนส่งทางอากาศเองยังขาดการปรับกติกาวิ่งไล่ธุรกิจใหม่ที่เกิดขึ้นไม่ทัน

ถึงแม้เมื่อ 24 ธันวาคม 2546 สมัยนายวิเชษฐ เกษมทองศรี อดีต รมช.คมนาคม กำกับดูแลกรมการขนส่งทางอากาศจะริเริ่มเขียนประกาศกระทรวง เรื่องการคุ้มครองสิทธิของผู้โดยสาร ซึ่งใช้บริการสายการบินของไทยภายในประเทศไว้แล้วก็ตาม

ตลอด 5 ปี รัฐบาลทักษิณ 1-2 ได้เปลี่ยนรัฐมนตรีกำกับดูแลกระทรวงคมนาคมไปแล้ว 2 ชุด ชุดนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ มีทั้งนายพิเชษฐ สถิรชวาล และนายพิเชษฐ เกษมทองศรี เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ กำกับกรมการขนส่งทางอากาศ ส่วนนายภูมิธรรม เวชยชัย เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ กำกับกรมการขนส่งทางอากาศ ช่วงรอยต่อนายสุริยะกับพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล

ปัจจุบันกรมดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของนายภูมิธรรม ซึ่งกำลังจะกลายเป็นยุคที่สายการบินไทยภายในประเทศ มีแนวโน้มเอียงไปทางต่างชาติสวมนอมินีเข้ามาถือหุ้นแทนดึงส่วนแบ่งการตลาดแข่งกับธุรกิจของคนไทยด้วยกันเอง


จากประชาติธุรกิจ วันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549

“พงษ์ศักดิ์” ยัน “แอร์เอเชีย” มีสิทธิการบิน หลังเปลี่ยนผู้ถือหุ้น

รมว.คมนาคมยืนยัน “ไทยแอร์เอเชีย” สามารถทำการบินเชิงพาณิชย์ได้ หลังเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นตามกฎหมาย แจง “เอเชีย เอวิเอชั่น” มี ชินคอร์ป ถือหุ้นร้อยละ 49 และที่เหลือร้อยละ 51 เป็นของนายสิทธิชัย วีระธรรมนูญ ซึ่งเป็นบุคคลสัญชาติไทย

นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ล่าสุดได้รับรายงานจากอธิบดีกรมการขนส่งทางอากาศว่า สายการบินไทยแอร์เอเชีย ได้ทำการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น ได้ตามกฎหมายของไทย ว่าด้วยพระราชบัญญัติประกอบธุรกิจการบินของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 และกฎหมายการบินพาณิชย์ของไทย ซึ่งบริษัทที่ประกอบธุรกิจการบินในประเทศ ต้องมีสัดส่วนผู้ถือหุ้นคนไทยตั้งแต่ร้อยละ 51 ขึ้นไป โดยหลังจากวานนี้สายการบินไทยแอร์เอเชียได้แจ้งจดทะเบียนผู้ถือหุ้นใหม่ไปยังกระทรวงพาณิชย์ และนำผลการจดทะเบียนแจ้งให้กรมการขนส่งทางอากาศทราบแล้ว จึงถือว่าไทยแอร์เอเชียได้ปฏิบัติตามกฎหมายไทยถูกต้องครบถ้วน และได้รับสิทธิการบินพาณิชย์ต่อไปทันที

ด้าน นายชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ อธิบดีกรมการขนส่งทางอากาศ กล่าวว่า ในช่วงเย็นวานนี้ผู้บริหารไทยแอร์เอเชียได้เข้าพบเพื่อนำต้นฉบับหนังสือการจดทะเบียนของผู้ถือหุ้นใหม่ให้กรมการขนส่งทางอากาศตรวจสอบ ซึ่งทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยในรายละเอียดของการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนผู้ถือหุ้นนั้น จากเดิมที่สายการบินไทยแอร์เอเชีย เคยถือหุ้นโดยกลุ่มชิน คอร์ปอเรชั่น ที่เป็นนิติบุคคลสัญชาติไทย ร้อยละ 50 นายทัศพล แบเรเว็ล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารไทยแอร์เอเชีย ถือหุ้นร้อยละ 1 และส่วนที่เหลือร้อยละ 49 ถือหุ้นโดยสายการบินแอร์เอเชีย ประเทศมาเลเชีย

โดยการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นใหม่ ภายใต้ชื่อสายการบินไทยแอร์เอเชีย เช่นเดิมนี้ ประกอบด้วย สายการบินแอร์เอเชีย ร้อยละ 49 นายทัศพล ร้อยละ 1 และนิติบุคคลใหม่ภายใต้ชื่อ เอเชีย เอวิเอชั่น ในสัดส่วนอีกร้อยละ 50 และเมื่อตรวจสอบลึกลงไปในสัดส่วนผู้ถือหุ้นของเอเชีย เอวิเอชั่น เพื่อให้ครบถ้วนตามกฎหมายไทย พบว่า เอเชีย เอวิเอชั่น ถือหุ้นโดยกลุ่มชินคอร์ป ร้อยละ 49 และที่เหลือร้อยละ 51 ถือหุ้นโดยนายสิทธิชัย วีระธรรมนูญ ซึ่งเป็นบุคคลสัญชาติไทย

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 15 กุมภาพันธ์ 2549 13:43 น.

สแกนดิเนเวียนฯดึงมิสไทยแลนด์เวิลด์คนล่าสุดเป็นพรีเซ็นเตอร์

นายฮอคาน โอลส์สัน ผู้อำนวยการและผู้จัดการทั่วไป สายการบินสแกนดิเนเวียนแอร์ไลน์ ประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดเผยว่า สายการบินสแกนดิเนเวียนฯได้มีการปรับบริการในชั้นธุรกิจใหม่เมื่อวันที่ 17 ก.พ. 49 ทั้งการบริการใหม่ เช่น ดูหนัง,ฟังเพลง และที่นั่งแบบใหม่ เพื่อให้ลูกค้าเกิดความประทับใจและมีความสะดวกสบายในการเดินทางมากขึ้น

นอกจากนี้สายการบินฯยังได้ดึงนางสาวสิริดา แจนเซ่น มิสไทยแลนด์แลนด์คนล่าสุดลูกครึ่งไทย-เดนมาร์กมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ เพื่อเชื่อโยงความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศ ทั้งนี้จำนวนผู้โดยสารที่เดินทางกับสายการบินฯพบว่าเพิ่มขึ้น 8% หรือ 34.9ล้านคนในปี 2005

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 17 กุมภาพันธ์ 2549 18:04 น.

"ทักษิณ"เปิดทางล้มสรรหาดีดีบินไทย-ตั้งเอื้องหลวงลุยโลว์คอสต์

ประธานบอร์ดบินไทย "วันชัย ศารทูลทัต" ดอดหารือ "นายกฯทักษิณ" เปิดช่องให้ล้มกระดานสรรหา DD เปิดรับสมัครรอบใหม่ อ้างไม่กลัวการเมืองแทรกแซง เผย ไอเดียกระฉูดบี้การบินไทยทุ่มทุนเปิด "เอื้องหลวง แอร์ไลน์" ฟื้นคอนเซ็ปต์ บทด.ชน โลว์คอสต์ เมินการตรวจสอบ "ชินคอร์ป" หลังขายหุ้นเทมาเส็ก "ไทย แอร์เอเชีย" แปลงสถานะเป็นทุนต่างชาติ 99% ภาครัฐแบไต๋ให้สิทธิทำมาหากินภายในประเทศต่อไป

นายวันชัย ศารทูลทัต ปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และประธานคณะกรรมการสรรหากรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (DD) เปิดเผยว่า ได้มีโอกาสพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เมื่อวันจันทร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ซึ่งให้นโยบายกำชับถึงการสรรหา DD การบินไทย กรรมการไม่ต้องกังวลการเมืองแทรกแซง ขอให้เลือกสรรคนที่ดีที่สุดเข้ามาทำงาน หากตัวเลือกที่ผ่านคุณสมบัติผ่านเกณฑ์เข้ารอบสัมภาษณ์แล้วไม่มีใครเหมาะสม กรรมการสามารถเปิดรับสมัครเพื่อสรรหารอบใหม่อีกครั้งได้ทันที

โดยเมื่อวันอังคารที่ 7 กุมภาพันธ์ นายวันชัยได้เรียกผู้สมัคร DD เข้าสอบสัมภาษณ์ทันที 4 คน มี กัปตันนรหัช พลอยใหญ่ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายรักษามาตรฐานและบริหารทั่วไป นาวาอากาศโทศุภชัย ลิมปิสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการฝ่ายช่าง เรืออากาศโทอภินันทน์ สุมนะเศรณี รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายปฏิบัติการ และเรืออากาศโทชินวุฒิ นเรศเสนีย์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายบริการลูกค้า

ผลปรากฏว่าหลังเสร็จสิ้นการสอบสัมภาษณ์กรรมการได้ให้โอกาสผู้สมัครทั้ง 4 คน อีก 7 วัน ภายใน 15 กุมภาพันธ์ จะต้องนำการบ้านเขียนแผนงานเชิงปฏิบัติการ 5 หัวข้อมาเสนอแนวทางและวิธีแก้ปัญหาเพื่อนำไปใช้บริหารจริง มาเสนอให้กรรมการสรรหาพิจารณาเป็นครั้งสุดท้าย เมื่อได้ข้อยุติตามขั้นตอนก็จะเสนอให้บอร์ดบริษัทพิจารณา และหากไม่มีผู้สมัครคนใดผ่านเกณฑ์ นายกรัฐมนตรีได้ให้นโยบายไว้แล้วที่จะให้เปิดสรรหาใหม่ได้

"ผมได้ให้โจทย์ผู้สมัครเพิ่มไปทำมาส่ง 5 ข้อ ได้แก่ หนึ่ง เน้นมากเป็นพิเศษโดยแต่ละคนต้องแสดงวิธีคิดและวิธีทำให้สำเร็จตามเป้าหมาย ในการบริหารงานโดยใช้หลักธรรมาภิบาลอย่างไร ที่จะได้คนดีมีคุณภาพมาปฏิบัติงาน และจะแก้ไขปัญหาการวิ่งเต้นของพวกไร้ฝีมือได้อย่างไรบ้าง ส่วนข้ออื่นจะเป็นโจทย์พื้นๆ คือ ข้อสอง การตลาด สาม การจัดองค์กร สี่ การเพิ่มรายได้ และห้า การลดค่าใช้จ่าย คำตอบของแต่ละคนหากได้รับการคัดเลือกเป็น DD กรรมการจะนำไปกำหนดเป็นเงื่อนไขสัญญาว่าจ้าง"

จากนั้นก็มีข้อซักถามว่า ขณะนี้จะมีความเป็นธรรมในการพัฒนาธุรกิจการบินภายในประเทศต่อการบินไทย และสายการบินกลุ่มทุนไทยรายอื่นหรือไม่ ในเมื่อชินคอร์ปขายหุ้นไทยแอร์ เอเชีย สายการบินคู่แข่งสำคัญของการบินไทย เปลี่ยนสถานะผู้ถือหุ้นไปเป็นต่างชาติเกือบทั้งหมด แต่กลับยังได้รับสิทธิบินในฐานะสายการบินของคนไทย เข้ามาชิงส่วนแบ่งรายได้ การตลาด และผู้โดยสาร ในประเทศได้เหมือนเดิม

นายวันชัยมีท่าทีไม่พอใจและตอบคำถามด้วยเสียงรนๆ ว่า ตนไม่รู้สถานะของไทยแอร์ เอเชีย ว่าจะเปลี่ยนไปอย่างไร จึงไม่สามารถตอบเรื่องนี้ได้ แต่ในความคิดส่วนตัวและในฐานะประธานบอร์ดการบินไทย ได้ให้นโยบายฝ่ายการบริหารการ บินไทยไปทำแผนการลงทุนจัดตั้ง "เอื้องหลวง แอร์ไลน์" โดยจำลองแบบบริษัท เดินอากาศไทย จำกัด (บดท.) ขึ้นมาต่อสู้กับสายการบินต้นทุนต่ำ (low cost airlines)

ประธานบอร์ดการบินไทยยืนยันหนักแน่นว่า การเสนอให้ตั้งสายการบินใหม่โดยการบินไทยจะลงทุน 100% นั้น เป็นแนวคิดส่วนตัว เรื่องนี้บอร์ดทุกคนยังไม่ได้ลงความเห็นแต่อย่างใด เหตุที่มีแนวคิดเช่นนี้เพราะเล็งเห็นว่าในอนาคตรัฐบาลมีนโยบายเปิดใช้ 2 สนามบิน คือ ดอนเมือง กับสุวรรณภูมิ การบินไทยจึงควรวางกลยุทธ์แยกฝูงบิน มีเอื้องหลวง แอร์ไลน์ ไว้ให้บริการบินผู้โดยสารในประเทศ อยู่ที่สนามบินดอนเมือง ส่วนการบินไทย ก็ไปปักหลักบินระหว่างประเทศที่สุวรรณภูมิ

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ขณะนี้เหมาะสมหรือไม่ที่การบินไทยจะลงทุนใหม่ ในเมื่อยังมีนกแอร์เป็นสายการบินลูกที่คอยให้บริการในฐานะโลว์คอสต์ แอร์ไลน์ส อยู่ อะไรคือจุดขายในความแตกต่างหรือสร้างผลตอบแทนที่ดีกว่าเดิม ระหว่างนกแอร์กับเอื้องหลวง แอร์ไลน์

นายวันชัยกล่าวว่า ความแตกต่างของทั้ง 2 สายการบิน คือโครงสร้างของผู้ถือหุ้น เอื้องหลวง แอร์ไลน์ การบินไทยจะถือหุ้น 100% ส่วนนกแอร์ ถือ หุ้นร่วมกันหลายกลุ่มธุรกิจ เป็นเรื่องของแนวคิด และวิสัยทัศน์ส่วนตัวของตนที่ต้องการให้เกิดเป็น รูปธรรม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังสอบถามความเห็นจากเจ้าของและผู้บริหารสายการบินกลุ่มทุนไทยหลายแห่ง พบว่านักธุรกิจส่วนใหญ่ยังคงสับสนกับนโยบายและแนวคิดของบอร์ดการบินไทย โดยเฉพาะประเด็นเปรียบเทียบกรณีสถานะและโครงสร้างผู้ถือหุ้นของไทยแอร์ เอเชีย ซึ่งระบุชัดว่าชินคอร์ปถือหุ้นใหญ่ 50% จึงได้รับสิทธิการบินและผลประโยชน์ภายในประเทศในฐานะกลุ่มคนไทย

หลังการขายหุ้นชินคอร์ปไปให้เทมาเส็ก โฮลดิ้งส์ สิงคโปร์แล้ว สถานะและโครงสร้างของไทยแอร์ เอเชีย กลายเป็นต่างชาติถือรวมกัน 99% คือ เทมาเส็กถือในส่วนของชินคอร์ป 50% แอร์เอเชีย มาเลเซีย ถือ 49% และนายทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานบริหาร ไทยแอร์ เอเชีย ถืออีก 1% ดังนั้นกรมการขนส่งทางอากาศ กระทรวงคมนาคม จะต้องมีนโยบายการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมตามกฎหมาย ต้องยุติใบอนุญาตประกอบการบินพาณิชย์แก่ไทยแอร์ เอเชีย ชั่วคราวจนกว่าโครงสร้างบริษัทใหม่จะชัดเจน

นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กรณีการขายหุ้นของชินคอร์ป มีผลต่อโครงสร้างและสถานะของไทยแอร์ เอเชีย กลายสภาพเป็นต่างชาติหรือไม่นั้น ขณะนี้ได้ให้นโยบายกรมการขนส่งทางอากาศ และไทยแอร์ เอเชีย ไปว่า จะต้องทำเงื่อนไขการลงทุนให้ถูกต้องตามกฎหมายไทย

นายทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานบริหาร ไทยแอร์ เอเชีย กล่าวว่า ภายในวันจันทร์ที่ 15 กุมภาพันธ์นี้ ไทยแอร์ เอเชีย จะสรุปโครงสร้างบริษัทใหม่ซึ่งกำลังยื่นขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดไปยังกรมทะเบียนการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เพื่อนำส่งไปยังกรมการขนส่งทางอากาศต่อไป รายละเอียดขณะนี้ฝ่ายบริหารกำลังพิจารณา 2-3 ทางเลือกว่าการปรับโครงสร้างแบบใดจะให้ผลประโยชน์สูงสุดกลับคืนมา แต่ก็จะยึดการปฏิบัติตามกติกาของกฎหมายอย่างเคร่งครัด

ส่วนที่ฝ่ายบริหารยังต้องเลือกแนวทางอยู่นั้น ก็เพราะเล็งเห็นว่าโครงสร้างของบริษัท ไทยแอร์ เอเชีย จำกัด กับโครงสร้างของผู้ถือหุ้นเป็นคนละเรื่องกัน สามารถที่จะมีคนไทยถือหุ้นเกิน 50% ได้

จาก หนังสือพิมพ์ มติขน วันที่ 09 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549

February 17, 2006

ไทเกอร์แอร์เวย์สบินตรงสิงคโปร์-ด่าหนัง

วีเอ็นเอ - สายการบินไทเกอร์แอร์เวย์ส สายการบินราคาถูกจากประเทศสิงคโปร์ จะเริ่มเปิดเส้นทางบินด่าหนัง-สิงคโปร์ อย่างเป็นทางการในเร็วๆนี้ หลังจากที่แผนการบินนำร่องเสร็จสมบูรณ์เรียบร้อยในเดือนม.ค. ที่ผ่านมา

ผู้บริหารระดับสูง ของสายการบินไทเกอร์แอร์เวย์ส โทนี เดวิส กล่าวว่า เส้นทางบินดังกล่าวจะได้เปิดใช้อย่างเป็นทางการและสมบูรณ์แบบในเร็วๆนี้

นอกจากนั้น สายการบินไทเกอร์แอร์เวย์สยังได้วางแผนที่จะฝึกหัดนักบิน นักเทคนิค และสมาชิกลูกเรือ บนเส้นทางดังกล่าว ซึ่งไม่เพียงเฉพาะแต่เส้นทางด่าหนัง-สิงคโปร์เท่านั้น แต่เพื่อเส้นทางบินตรงที่เชื่อมต่อกับด่าหนัง ไปยังปลายทางในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เส้นอื่นๆด้วย

ไทเกอร์แอร์เวย์ส สายการบินราคาถูกที่ใหญ่ที่สุดของสิงคโปร์ ในปัจจุบันเปิดให้บริการเส้นทางบินไปยัง 7 ประเทศในภูมิภาค สำหรับค่าโดยสารบินเที่ยวเดียวบนเส้นทางด่าหนัง-สิงคโปร์ อยู่ระหว่าง 20-100 ดอลลาร์สหรัฐ โดยอัตราดังกล่าวยังไม่รวมภาษีแต่อย่างใด
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 16 กุมภาพันธ์ 2549 21:28 น.

February 15, 2006

เครื่องบินสวิสลงจอดฉุกเฉินที่แคนาดา

เจ้าหน้าที่ของสนามบินเปิดเผยว่า เครื่องบินของสายการบินสวิส รุ่น แอร์บัส เอ-330 พร้อมผู้โดยสารประมาณ 235 คน ซึ่งออกเดินทางจากกรุงซูริก สวิตเซอร์แลนด์ เพื่อเดินทางไปยังเมืองไมอามี สหรัฐอเมริกา ได้ร่อนลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินในเมืองฮาลิแฟกซ์ เมื่อเวลา 02.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือ 13.30 น. ตามเวลาประเทศไทย เนื่องจากปัญหาทางเทคนิค

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวรายงานว่า นักบินสามารถนำเครื่องลงจอดได้อย่างปลอดภัย
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 13 กุมภาพันธ์ 2549 02:45 น.

บางกอกแอร์ฯ เริ่มขนถ่ายผู้โดยสาร หลังมีการตกค้างที่สมุยกว่า 10 เที่ยวบิน

นายภาณุ วรมิตร หัวหน้าศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวเกาะสมุย กล่าวว่า จากการที่มีฝนตกหนักในพื้นที่อำเภอเกาะสมุยเมื่อวานนี้ ส่งผลให้สายการบินบางกอกแอร์เวย์ไม่สามารถขนถ่ายผู้โดยสารออกจากเกาะสมุยเข้าสู่กรุงเทพฯ ได้ โดยมีผู้โดยสารตกค้างรวม 13 เที่ยวบิน ซึ่งในวันนี้ได้มีการเร่งขนถ่ายผู้โดยสารตั้งแต่เวลา 06.30 น.ที่ผ่านมา โดยจะมีการจัดเที่ยวบินเสริมพิเศษจนถึงเวลา 24.00 น.ในวันนี้
ทางด้านการสร้างความเข้าใจให้แก่นักท่องเที่ยว หัวหน้าศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวเกาะสมุย กล่าวว่า สายการบินบางกอกแอร์เวย์ ได้ทำการชี้แจงให้แก่นักท่องเที่ยวได้เข้าใจแล้ว พร้อมระบุนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เข้าใจ เนื่องจากเป็นเรื่องของธรรมชาติที่อยู่นอกเหนือการควบคุม
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 14 กุมภาพันธ์ 2549 12:00 น.

February 10, 2006

นกแอร์รับช่วงเส้นทางเจ้าจำปี หวั่นบินไทยเปิดเอื้องหลวงแข่ง

นกแอร์ ร่วมโค้ดแชร์การบินไทย ประเดิมเส้นทาง กรุงเทพเชียงใหม่ หวังเพิ่มศักยภาพด้านการให้บริการผู้โดยสาร เผยเป็นโครงการนำร่องก่อน ขยายเป็นเส้นทางอื่นๆ “พาที” ยอมรับ เป็นการเริ่มเดินตามรอยนโยบายแบ่งเส้นทาง โดยการบินไทยต้องดำเนินธุรกิจที่มีกำไรเท่านั้น หากเส้นทางบินไหนไม่คุ้มส่งนกแอร์เสียบแทน ด้านผลประกอบการปี 48 กำไร 80 ล้าน ประกาศกลางปีนี้ถึงจุดคุ้มทุน พร้อมวางเป้าเติบโต 20%

นายพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินนกแอร์ เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับการบินไทย เพื่อให้บริการเที่ยวบินร่วม(โค้ดแชร์)ในเส้นทาง กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ โดยผู้โดยสารของนกแอร์จะสามารถใช้บริการที่นั่งของสายการบินไทยได้ 10 ที่ ต่อไฟล์ท ในเส้นทางดังกล่าว โดย การบินไทยจะบินอยู่ 10 ไฟล์ทต่อวัน ขณะที่นกแอร์บิน 4 ไฟล์ทต่อวัน ดังนั้นเมื่อร่วมมือกันตรงนี้ จะทำให้นกแอร์ สามารถให้บริการผู้โดยสารในเส้นทางนี้ได้ถึง 14 ไฟล์ทต่อวัน ถือเป็นบริการที่เพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้าของนกแอร์ และจะถือเป็นเส้นทางนำร่อง โดยใช้เวลา 3 เดือนเพื่อประเมินผลลัพธ์ ก่อนขยายไปในเส้นทางอื่นๆในประเทศไทย ที่การบินไทยและนกแอร์มีเส้นทางบิน

“ยอมรับว่า นี่คือแนวทางหนึ่งของนโยบายระหว่างการบินไทยกับนกแอร์ที่จะทำร่วมกัน โดยการบินไทยเป็นบริษัท มหาชน ซึ่งจะต้องทำธุรกิจให้มีผลกำไร ส่วนนกแอร์ มีความคล่องตัวสูง และมีการบริหารจัดการที่คุมต้นทุนได้ดี ดังนั้นหากเส้นทางไหนที่แข่งขันสูง หรือการบินไทยขาดทุน ก็เป็นไปได้ที่นกแอร์จะเข้าไปบินแทน เพราะในส่วนของบริการลูกค้าเรามั่นใจว่าลูกค้ามีความพอใจ วันนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการดำเนินงานตามแผน ส่วนในเส้นทาง เชียงใหม่ –แม่ฮ่องสอน ขณะนี้อยู่ระหว่างการหาข้อสรุปคาดว่าจะเสร็จเร็วๆนี้ ตอนนี้ยังตอบไม่ได้ว่านกแอร์จะบินในเส้นทางนี้หรือไม่”

ปี 48’กำไร80ล้านบาท
ทั้งนี้ผลประกอบการปี 2548 บริษัทมีกำไร 80 ล้านบาท มีอัตราผู้โดยสารเฉลี่ย 86% โดยนกแอร์ขนส่งผู้โดยสารทั้งปีรวม กว่า 2 ล้านคน สำหรับปีนี้บริษัทฯตั้งเป้ารายได้เติบโต 20% และมีผลกำไรเติบโต 20% โดยอัตราผู้โดยสารเฉลี่ยทั้งปีไม่น่าจะน้อยกว่า 80% และน่าจะขนส่งผู้โดยสารได้ทั้งปีถึง 6 ล้านคน ทั้งนี้เพราะปีนี้นกแอร์จะเพิ่มเครื่องบินเป็น 7 ลำ จากปีก่อนที่มี 4 ลำ และมั่นใจว่าภายในกลางปีนี้บริษัทจะถึงจุดคุ้มทุน

“ธุรกิจโลว์คอสต์ในประเทศไทยยังเติบโตได้สูง มองว่าความต้องการของผู้ใช้บริการยังมีจำนวนมาก และยังเปิดเส้นทางใหม่ได้อีกหลายเส้นทาง ซึ่งในปี 2548 ธุรกิจโลวคอสต์ของไทยเติบโต 20% โดยนกแอร์เป็นผู้นำตลาดด้วยมาร์เก็ตแชร์ที่ 39% “

เล็งเปิดเส้นทางอินเดียกลางปีนี้
สำหรับแผนธุรกิจปีนี้ จะยังไม่เพิ่มจำนวนเที่ยวบินในประเทศ แต่มีการศึกษาที่จะเพิ่มเส้นทางบินใหม่ เช่น เชียงราย สุราษฎร์ธานี ส่วนเส้นทางต่างประเทศ ได้ศึกษาที่จะเปิดเที่ยวบินไป มาเก๊า และอินเดีย คาดว่า กลางปีจะเปิดเส้นทางกรุงเทพ-อินเดีย ได้แน่ ส่วนมาเก๊าอยู่ระหว่างการศึกษา เพราะภายในปี 2550 มาเก๊าจะเป็นลาสเวกัสในภูมิภาคเอเชีย จึงเป็นตลาดที่มีศักยภาพ ประกอบกับมาเก๊าก็เริ่มที่จะส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาประเทศไทยมากขึ้น ขณะที่การบินไทยเองก็ไม่ได้บินในเส้นทางนี้

นายพาที กล่าวถึง ข่าวเรื่องการบินไทย จะเปิดสายการบินโลว์คอสต์ใหม่ ชื่อ “เอื้องหลวง” นั้น เป็นสิทธิที่ การบินไทยสามารถทำได้ เพราะการบินไทยเป็นเพียงผู้ถือหุ้นในบริษัทสายการบินนกแอร์ ในสัดส่วน 39% ซึ่งตรงนี้ ตนเองยังไม่ทราบในรายละเอียด แต่เชื่อว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นเพียงแนวคิดเฉยๆ มากกว่า จึงยังไม่ขอออกความเห็นใดๆ

สายการบินนกแอร์ เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2547 ปัจจุบัน บินจากกรุงเทพไป 6 เส้นทางหลัก คือ เชียงใหม่ อุดรธานี หาดใหญ่ ภูเก็ต นครศรีธรรมราช และตรัง และยังได้ และ ยังมีเที่ยวบิน เชียงใหม่-อุดรธานี-เชียงใหม่ อีก 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 9 กุมภาพันธ์ 2549 11:25 น.

February 07, 2006

แอร์บัสชี้โลวคอสต์เอเชียโตสวนกระแส

ผู้จัดการรายวัน - แอร์บัสรับอานิสงส์ ธุรกิจสายการบินต้นทุนต่ำในเอเชียเติบโตสูง ส่งยอดขายเติบโต ชี้สถานการณ์ธุรกิจโลวคอสต์ในเอเชียยังโตต่อเนื่อง เหตุยังมีแชร์แค่6% เมื่อเทียบกับภูมิภาคอเมริกาเหนือและยุโรป ที่โลวคอสต์จะมีแชร์ที่ 30%และ 20% เผยยอดคำสั่งซื้อ ณ ปี 2548 มีจำนวนที่ 1,111 ลำ ในที่นี้เป็นคำสั่งจากประเทศในเอเชียแปซิฟิกถึง 511 ลำ คุยล่าสุดแอร์บัสมีส่วนแบ่งในตลาดที่ 57% แซงโบอิ้งเจ้าตลาดรายเดิมมา 5 ปีซ้อน แย้มแผนปีนี้มีนโยบายเปิดโรงประกอบเครื่องบินแอร์บัส เอ 320 ที่จีน เหตุคำสั่งซื้อสูงสุดถึง 150 ลำ คาดสรุปผลกลางปีนี้

นายแอนโทนี่ ฟิลลิปส์ ตัวแทนฝ่ายสื่อสาร ประจำภูมิภาคเ อเชียแปซิฟิก บริษัทแอร์บัส จำกัด ผู้ผลิตเครื่องบินแอร์บัส เปิดเผยว่า ภาพรวมของอุตสาหกรรมการบินในภูมิภาคเอเชีย มีอัตราการเติบโตต่อเนื่องมาตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะกลุ่มสายการบินต้นทุนต่ำ(โลว์คอสต์ แอร์ไลน์) ที่เริ่มเข้ามามีบทบาทในธุรกิจการบินย่านภูมิภาคเอเชีย จากเดิมธุรกิจดังกล่าวเป็นที่นิยมในกลุ่มภูมิภาคอเมริกาเหนือ และยุโรป โดยมีสัดส่วน 30% และ 20% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมการบินทั้งหมด

**เกาะธุรกิจโลว์คอสต์เอเชียโตต่อเนื่อง**
ทั้งนี้ในส่วนของภูมิภาคเอเชีย ปัจจุบันสัดส่วนโลวคอสต์ แอร์ไลน์ มีเพียง 6% ของอุตสาหกรรมการบินในภูมิภาคเห็นได้จากเมื่อปี 2547 บริษัทมีลูกค้าที่เป็นสายการบินโลว์คอสต์เพียง 2 สาย คือ เจทสตาร์ จากประเทศออสเตรเลีย และ แวลู แอร์ จากประเทศสิงคโปร์ แต่ปัจจุบันบริษัทมีลูกค้าเพิ่มเป็น 16 สายการบิน ได้แก่ ไทยแอร์เอเชีย ไทเกอร์แอร์ เจทเอเชีย ไชน่าเซาเทิร์น เป็นต้น โดยแอร์บัสมีสัดส่วนการขายเครื่องบินให้กับโลวคอสต์แอร์ไลน์ในภูมิภาคนี้ถึงกว่า 50%

จากการเติบโตของธุรกิจสายการบินโลว์คอสต์ในภูมิภาคเอเชีย ดังกล่าวข้างต้นทำให้บริษัทมั่นใจว่า ธุรกิจนี้ จะมีแนวโน้มการเติบโตอีกมาก เพราะเชื่อว่าบริษัทที่ทำธุรกิจสายการบินโลวคอสต์ จะต้องมีการเปิดเส้นทางบินใหม่ๆเพิ่มเติม ดังนั้นสัดส่วนสายการลบินโลวคอสต์ก็จะเพิ่มจำนวนมากขึ้น จากที่ตัวเลขปัจจุบันที่มีแค่ 6% ตรงนี้บริษัทแอร์บัสก็จะได้รับผลดี ที่จะมีลูกค้าสั่งซื้อเครื่องบินของบริษัทเราอีกจำนวนมาก

นายฟิลลิปส์ กล่าวว่า นอกจากการขยายตัวของธุรกิจโลวคอสต์แล้ว ในเรื่องของปัญหาราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ประกอบการในธุรกิจสายการบิน เริ่มขยับตัวรับมือด้วยการเปลี่ยนเครื่องบินใหม่ เพื่อการประหยัดเชื้อเพลิง เพราะกว่า 30% ของต้นทุนในธุรกิจการบิน คือน้ำมันเชื้อเพลิง ดังนั้นจึงเป็นช่องว่างและโอกาสของแอร์บัส ที่จะขายเครื่องบินเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้กับบริษัทสายการบินต่างๆ

**ชูจุดแข็งประหยัดเชื้อเพลิงยอดแซงโบอิ้ง**
ทั้งนี้เพราะจุดแข็งของแอร์บัส คือเป็นเครื่องบินที่มีนวัตกรรมการผลิตชั้นสูง ลดการใช้โลหะในชิ้นส่วนของเครื่องบินให้มีความเบาเพื่อการประหยัดน้ำมัน ขณะเดียวกันเครื่องยนต์ก็เป็นเทคโนโลยีใหม่ ประหยัดน้ำมันและเสียงเงียบกว่าเมื่อเทียบกับเครื่องบินของบริษัทคู่แข่ง นอกจากนั้นในเรื่องของการใช้งาน กัปตันเครื่องบินที่ขับเครื่องแอร์บัส สามารถสวิซ มาขับแอร์บัสได้ในทุกๆรุ่น โดยใช้เวลาเทรนด์เพิ่มอีกไม่มาก ส่วนการดูแลรักษาก็สามารถใช้ช่างชุดเดียวกันได้ในทุกตระกูลของแอร์บัส ไม่ว่าจะเป็น เอ 320 ,เอ340 ,เอ350 และเอ 380 เป็นต้น

ซึ่งที่กล่าวมาข้างต้นถือเป็นจุดแข็งของแอร์บัส ที่ส่งผลให้บริษัทประสบความสำเร็จ โดยมีคำสั่งซื้อมากกว่า บริษัท โบอิ้ง ซึ่งเป็นคู่แข่งติดต่อกันมาถึงปีนี้เป็นปีที่ 5 แล้ว หรือมีส่วนแบ่งตลาดที่ 57% โดยขณะนี้แอร์บัสมียอดสั่งซื้อจากทั่วโลกถึง 1,111 ลำ ในที่นี้เป็นยอดสั่งซื้อจากเอเชียแปซิฟิก 511 ลำ ซึ่งตลาดใหญ่สุดของแอร์บัสในภูมิภาคนี้คือ ประเทศจีน และอินเดีย โดยปี 2548 ที่ผ่านมา จีน มีคำสั่งซื้อเครื่องจากแอร์บัส รวม 219 ลำ ,อินเดีย 214 ลำ ,ญี่ปุ่น 1 ลำ , มาเลเซีย โดยสายการบินแอร์เอเชีย 60 ลำ ,ฟิลิปปินส์ 9 ลำ และสิงคโปร์ 8 ลำ ขณะที่ประเทศไทยโดยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ มีคำสั่งซื้อเครื่องบินแอร์บัวรุ่น เอ350 จำนวน 6 ลำ ซึ่งจะส่งมอบในปีพ.ศ. 2553

โดยที่ประเทศจีนขณะนี้ทางบริษัทแอร์บัสที่ฝรั่งเศส กำลังพิจารณาว่าจะใช้ประเทศจีนเป็นที่ประกอบเครื่องบินแอร์บัสตระกูล เอ320 หรือไม่ คาดว่าจะได้ข้อสรุปประมาณกลางปีนี้ ซึ่งเป็นเพราะประเทศจีนมีคำสั่งซื้อฝูงบินจากแอร์บัสจำนวนมากหรือประมาณ 150 ลำ สำหรับเหตุผลที่จะนำมาใช้ในการตัดสินใจครั้งนี้จะมาจากความเหมาะสมทางเศรษฐกิจของทั้ง 2 ประเทศคือจีนและฝรั่งเศส

โดย ผู้จัดการรายวัน 7 กุมภาพันธ์ 2549 20:02 น.

เปิดสนามบินใหม่อุดรฯเป็นทางการ15ก.พ.

อุดรธานี-รมว. "เพ้ง"เป็นประธานเปิดอาคารผู้โดยสารใหม่สนามบินอุดรฯ15 ก.พ.นี้ หลังใช้งบฯสร้างเกือบ 200 ล้านบาท เผยสนามบินอุดรฯพร้อมรับสายการบินทั่วโลก ขณะที่ผู้ว่าฯมั่นใจเป็นศูนย์กลางการบินเชื่อมการท่องเที่ยวแหล่งมรดกโลก บ้านเชียง-หลวงพระบาง-ฮาลองเบย์

นายชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ อธิบดีกรมการขนส่งทางอากาศ เปิดเผยว่าวันที่ 15 ก.พ.นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รวมทั้งคณะผู้บริหารในกระทรวง และผู้บริหารสายการบิน จะเดินทางมาเป็นประธาน ในพิธีเปิดอาคารท่าอากาศยานนานาชาติอุดรธานีหลังใหม่ อย่างเป็นทางการ

สำหรับสนามบินอุดรธานี เดิมเป็นของกองทัพอากาศ และต่อมากรมการบินพาณิชย์เข้ามาดูแล พร้อมกับติดตั้งระบบการเดินอากาศให้ทันสมัยขึ้น พร้อมกันนั้นก็ได้ขยายสนามบิน รวมถึงอาคารที่ใช้ในปัจจุบัน เพราะเศรษฐกิจเมืองอุดรธานีเติบโตเร็วมาก ปริมาณผู้ใช้บริการท่าอากาศยานเพิ่มมากขึ้น เพียง 1 ปี อาคารมีสภาพคับแคบ ทำให้ต้องทำแผนการปรับปรุงใหม่ ระหว่าง ปี 2546-2548 ใช้งบฯพัฒนาปรับปรุง ร่วม 330 ล้านบาท เพื่อสร้างอาคารผู้โดยสารใหม่ 196 ล้านบาท ซ่อมแซมปรับปรุงทางวิ่ง-ทางขับ 117 ล้านบาท และล่าสุดได้รับงบอีก 19 ล้านบาท ติดตั้งสะพานเทียบเครื่องบิน หรืองวงช้างไปแล้ว

"อาคารผู้โดยสารหลังใหม่มี 3 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 10,923 ตารางเมตร(ตร.ม.) โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน รองรับผู้โดยสารขาออก ชั่วโมงละ 500 คน ขาเข้าชั่วโมงละ 500 คน ทดแทนอาคารเก่ารองรับได้เพียงชั่วโมงละ 150 คน"

นายชัยศักดิ์ กล่าวต่อว่า ท่าอากาศยานอุดรฯเป็นสนามบินสายหลัก มีผู้โดยสารเข้าออกมากกว่าปีละ 3 แสนคน มีศักยภาพทั้งทางวิ่งกว้าง 45 เมตร ยาว 3,050 เมตร ทางขับกว้าง 23 เมตร ยาว 3,050 เมตร รองรับเครื่องบินโบอิ้ง 747 ได้ อีกทั้งมีลานจอดเครื่องบิน กว้าง 135 เมตร ยาว 350 เมตร ทำให้ชั่วโมงเร่งด่วนจอดอากาศยาน ได้คือ แอร์บัส 2 ลำ โบอิ้ง 737 ได้ 2 ลำ และ เออาร์ที.3 ลำ ขณะลานจอดรถรองรับรถยนต์ 288 คัน รถบัส 6 คัน

ท่าอากาศยานอุดรธานีประกาศเป็น "สนามบินศุลกากร" มาตั้งแต่ปี 2516 หรือกว่า 30 กว่าปีแล้ว คือสนามบินที่เครื่องบินโดยสาร จากต่างประเทศบินมาลงได้โดยตรง เพราะในสมัยก่อนยุคสงครามเวียดนาม มีเครื่องบินจำนวนมากบินมาลงที่อุดรธานี นั่นหมายความว่า ท่าอากาศยานอุดรธานี กับท่าอากาศยานดอนเมือง ไม่มีความแตกต่างกันเลย

การเปิดเสรีการบินในประเทศ ซึ่งมีสายการบิน 3 สาย บินมาแล้ว ต่อไปก็จะเพิ่มขึ้น และบินระหว่างประเทศก็ทำได้เลย โดยเฉพาะแบบเช่าเหมาลำนั้น จะได้รับการสนับสนุนอำนวยความสะดวกเต็มที่

ด้านนายจารึก ปริญญาพล ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า สนามบินก็เหมือนประตูบ้านของชาวอุดรธานี และตอนนี้กำลังจะได้ประตูใหม่มีคุณภาพ แม้ว่าขณะนี้ท่าอากาศยานอุดรธานี จะยังไม่ได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลให้เป็นสนามบินนานาชาติ แต่สภาพความเป็นจริง โดยศักยภาพของมันเป็นอยู่แล้ว

ในอนาคต คงต้องพึ่งภาคเอกชนร่วมกันผลักดัน โดยเฉพาะนโยบายส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยวที่ต้องการใช้สนามบินอุดรฯ เชื่อมเส้นทางท่องเที่ยว 3 เหลี่ยมมรดกโลก คือ หลวงพระบาง ของสปป.ลาว ฮาลองเบย์ เวียดนาม และบ้านเชียง อุดรธานี และนับเป็นโอกาสดี ที่การเปิดอาคารหลังใหม่ มาตรงกับการจัดงานมรดกโลกบ้านเชียง ที่จะมีขึ้นในวันที่ 17-19 ก.พ.ด้วย
โดย ผู้จัดการรายวัน 6 กุมภาพันธ์ 2549 19:22 น.

February 06, 2006

แอร์เอเชียยางระเบิดขณะลงจอดที่สนามบินอุบลราชธานี

เวลาประมาณ 15.40 น. เครื่องบินของสายการบินแอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ FD 3320 ออกจากท่าอากาศยานกรุงเทพปลายทางสนามบินจังหวัดอุบลราชธานี ขณะที่เครื่องกำลังร่อนลง และล้อแตะพื้นทางวิ่งยางด้านหลังขวาเกิดระเบิดทำให้เครื่องเสียการทรงตัว แต่นักบินสามารถประคองเครื่องจอดได้อย่างปลอดภัย ท่ามกลางความตกใจของผู้โดยสารที่มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้สายการบินแอร์เอเชียต้องเลื่อนเวลาบินออกไป โดยเจ้าหน้าที่ต้องรอเปลี่ยนยางอะไหล่ที่จะมากับสายการบินไทย ในเวลา 18.45 น.วันนี้
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 6 กุมภาพันธ์ 2549 19:03 น.

February 05, 2006

นกแอร์ระทึก!เครื่องขัดข้องต้องลงฉุกเฉิน

นกแอร์ระทึก!เครื่องขัดข้องต้องลงฉุกเฉิน

5 กุมภาพันธ์ 2549 15:15 น.
โบอิ้ง 737 นกแอร์จากกรุงเทพฯ-ภูเก็ต ระทึก!เครื่องขัดข้องต้องลงฉุกเฉิน เบื้องต้นมีผู้บาดเจ็บเล็กน้อย

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 5 กุมภาพันธ์ ทางหอควบคุมการบินได้รับแจ้งจากักบินเครื่องบินโบอิ้ง 737 ของนกแอร์ เที่ยวบินที่ DD 7506 จากกรุงเทพฯ-ภูเก็ต ว่าเกิดเหตุเครื่องยนต์ขัดข้องขอลงฉุกเฉินหลังจากเครื่องบินเที่ยวดังกล่าวเพิ่งขึ้นจากสนามบินดอนเมืองเมื่อเวลา 13.48 .

ซึ่งภายในเครื่องบินมีผู้โดยสาร 109 คนและเด็กอีก 1 คน ซึ่งสามารถลงมาได้อย่างปลอดภัย ไม่มีผู้เสียชีวิตแต่คาดว่าจะมีผู้โดยสารบางส่วนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย

ผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามรายละเอียดไปทางนกแอร์เจ้าหน้าที่ยังไม่ให้ข้อมูลรอผู้บริหารสายการบินมาให้ข้อมูลและแถลงข่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
กรุงเทพธุรกิจ 5 กุมภาพันธ์ 2549 15:15 น.

February 02, 2006

แอร์อินเดียทำเสียว ลงจอดฉุกเฉินในฮานอย

กรุงเทพฯ - เครื่องบินโดยสารแบบแอร์บัสเที่ยวบินที่ AI 439 พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือ 157 คน ของสายการบินแอร์อินเดีย ได้ลงจอดฉุกเฉินในกรุงฮานอย เมืองหลวงของเวียดนาม ในตอนเช้าวันจันทร์ (30 ม.ค.) ที่ผ่านมา และได้ออกเดินทางต่อไปแล้วในวันอังคาร (31 ม.ค.) นี้ หลังได้รับการซ่อมแซม

เที่ยวบินดังกล่าวมีต้นทางจากเซี่ยงไฮ้ และจะบินต่อมายังกรุงเทพฯ ต้องลงจอดฉุกเฉินที่ท่าอากาศยานโนยบ่าย (Noi Bai) หลังเกิดเหตุขัดข้องทางเทคนิค และ "..ผู้โดยสารทั้งหมดได้ถูกไปยังกรุงเทพฯ ทั้งหมดแล้วกับเที่ยวบินต่างๆ ตลอดทั้งวันเมื่อวานนี้" สำนักข่าวเอเอฟพีอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่สถานทูตอินเดียในกรุงฮานอย ที่ไม่ประสงค์ให้ระบุนาม

แอร์อินเดียเปิดบินเชื่อมระหว่างเมืองมุมไบ (Mumbai) หรือ บอมเบย์ในอดีต กับนครเซี่ยงไฮ้สัปดาห์ละ 2 เที่ยว โดยแวะลงจอดที่ท่าอากาศยานดอนเมืองเท่านั้น โดยปรกติแล้วจะไม่แวะในกรุงฮานอย อีกทั้งยังไม่มีสำนักงานในประเทศนี้

อย่างไรก็ตาม เวียดนามกับอินเดียกำลังศึกษาหาข้อมูลเพื่อเปิดบินเชื่อมระหว่างกันในอนาคตอันใกล้ โดยนายเหวียนซวนเฮียน (Nguyen Xuan Hien) ผู้อำนวยการใหญ่สายการบินเวียดนามกล่าวก่อนหน้านี้ ว่า เมืองมุมไบจะเป็นปลายทางแรกของเวียดนามแอร์ไลน์ในอินเดีย

เจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานฮานอย นายหวูกวางวิง (Vu Quang Vinh) กล่าวว่า ช่างเทคนิคของเวียดนามได้แก้ไขปัญหาทางเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ให้กับแอร์บัสของแอร์อินเดียแล้ว แต่ก็ไม่ยอมเปิดเผยรายละเอียดอื่นใดอีก และเครื่องบินได้บินจากท่าอากาศยานโนยบ่ายในวันอังคารนี้ หลังดำเนินการด้านเอกสารศุลกากรเสร็จสมบูรณ์
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 31 มกราคม 2549 16:26 น.

ข่าวสายการบิน | เว็ปบอร์ด | Gallery | Dutyfree Shop | ติดต่อทีมงาน
มาเป็นเพื่อนบ้าน HFlight.net | ติดต่อลงโฆษณา

Copyright (C) 2004. Kosin Yeambunya. All rights reserved.

Hflight.net