HFlight รีวิวสายการบิน โรงแรม จองโรงแรมทั่วโลก - หน้าแรก
- กลับหน้าแรก -
หน้าแรก | จองโรงแรมที่พัก | ข่าวการบิน | Webboard | สายการบิน | กิน-เที่ยว-เดินทาง | รีวิวโรงแรม | คู่มือเที่ยวเมืองนอก | ลงโฆษณา

  
 

« November 2005 | Main | January 2006 »

December 30, 2005

เครื่องบินบริติชแอร์เวย์บินกลับหลังเครื่องบินไฟลุก

เครื่องบินโดยสารของสายการบินบริติช แอร์เวยส์ ของอังกฤษ ต้องบินกลับไปยังท่าอากาศยานนานาชาติจอห์น เอฟ เคเนดี ในนครนิวยอร์กของสหรัฐฯ หลังจากที่ทะยานออกมาได้ไม่นานเมื่อคืนวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่น เนื่องจากมีเครื่องยนต์เครื่องหนึ่งเกิดไฟลุกไหม้
โฆษกการท่าอากาศยานในนครนิวยอร์ก กล่าวว่า เครื่องยนต์เครื่องหนึ่งในจำนวน 4 เครื่อง ของเครื่องบินโบอิ้ง 747 เกิดไฟลุกไหม้หลังทะยานออกจากท่าอากาศยานเมื่อเวลา 23.00 น.ตามเวลาท้องถิ่น แต่เครื่องบินสามารถร่อนลงจอดได้อย่างปลอดภัยและไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ นักบินสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ รายงานระบุขณะเกิดเหตุมีผู้โดยสารราว 300 คน และกำลังมุ่งหน้าไปยังท่าอากาศยานฮีทโธรว์ในกรุงลอนดอน
รายงานระบุว่า หลังจากควบคุมเพลิงได้แล้ว ผู้โดยสารและลูกเรือจะเดินทางต่อไปโดยเครื่องบินลำอื่นในเช้าวันศุกร์นี้

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 30 ธันวาคม 2548 14:48 น.

December 29, 2005

การบินเวียดนามคึกคัก เพิ่มทั้งผู้โดยสาร-สินค้า

ในปี 2548 นี้ สายการบินเวียดนามแอร์ไลน์สได้ขนส่งผู้โดยสารชาวต่างชาติแล้ว 2.8 ล้านคน เพิ่มขึ้น 17.8% เทียบกับปีที่ผ่านมา และยังได้ขนส่งสินค้าทางอากาศเป็นจำนวนเกือบ 100,000 ตัน ซึ่งเพิ่มขึ้น 6.0% มากกว่าปี 2547 ทั้งนี้เป็นการระบุของโฆษกสายการบินเวียดนามแอร์ไลน์ส ในวันพุธ (28 ธ.ค.)

ตลอดทั้งปี 2548 เวียดนามแอร์ไลน์สได้มีผู้โดยสารใช้บริการแล้วกว่า 6 ล้านคน และทำการบินมากกว่า 50,000 เที่ยวบิน นับว่าอัตราการเติบโตโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 14% เพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา

เวียดนามแอร์ไลน์สได้ซื้อเครื่องบินโบอิ้งและแอร์บัสลำใหม่เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ และมีแผนที่จะเพิ่มฝูงบินให้มีจำนวนมากขึ้นเป็น 2 เท่า หรือเป็นจำนวนทั้งสิ้น 80 ลำภายในปี 2553 โดยหวังว่าจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถการบินใน ฮ่องกง สิงคโปร์ และประเทศไทย

นอกจากนั้น ในอีก 5 ปีข้างหน้า สายการบินเวียดนามแอร์ไลน์ส ยังตั้งเป้าที่จะเพิ่มจำนวนผู้โดยสารอีก 2 เท่า ให้มีจำนวนผู้ใช้บริการสายการบินจำนวน 12 ล้านคน และเพิ่มการขนส่งสินค้าทางอากาศให้ได้ถึง 200,000 ตัน

สมาพันธ์การขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ ได้ระบุว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทางอากาศของเวียดนามนั้น จะโตขึ้น 10.5% ต่อปี ในอีก 10 ปีข้างหน้า

สายการบินเวียดนามแอร์ไลน์สเปิดเส้นทางบินไปยังปลายทางในทวีปเอเชีย และยุโรปมากกว่า 25 ประเทศ และพร้อมที่จะเริ่มต้นให้บริการเที่ยวบินในทวีปอเมริกาเหนือ โดยเฉพาะในรัฐชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐอเมริกา เพื่อเข้าไปยังชุมชนที่มีชาวเวียดนามอเมริกันอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งสายการบินเวียดนามแอร์ไลน์สได้ลงนามข้อตกลงกับสายการบินอเมริกันแอร์ไลน์ส ในการใช้รหัสบินร่วมกันในปี 2549 นี้.
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 28 ธันวาคม 2548 20:50 น.

เวียดนามเบรกการบินโลวคอสท์ 'โฆษณาเกินจริง'

โฆษณาขายตั๋วเพียง 15 ดอลลาร์ แต่เอาเข้าจริงๆ บินไปกลับฮานอย-กรุงเทพฯ รวมอะไรต่างๆ ก็ปาเข้าไปเกือบ 86 ดอลลาร์ ยังไม่ได้รวมภาษีสนามบินและอื่นๆ ผู้โดยสารงงไม่หาย
กรุงเทพฯ- ทางการเวียดนามเตรียมการสั่งห้ามสายการบินราคาถูกทั้งหลายใช้การโฆษณาที่คลุมเครือทำให้ผู้บริโภคเกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาตั๋ว และสั่งให้สายการบินโลวคอสท์ที่ให้บริการเที่ยวบินไปเวียดนามในขณะนี้ต้องแจกแจงรายละเอียดต่างๆ อย่างชัดเจนในการโฆษณา ทั้งที่เกี่ยวกับสิทธิที่ผู้โดยสารจะได้รับ ค่าใช้จ่ายแต่ละอย่างนอนกเหนือจากค่าตั๋วเครื่องบิน ตลอดจนเปรียบเทียบความแตกต่างการบริการกับการบินสายการบินราคาปรกติทั่วไป

ทางการเวียดนามประกาศมาตรการนี้หลังจากเกิดความสับสนขึ้นในสาธารณชน เนื่องจากผู้บริโภคไม่สามารถหาซื้อ "ตั๋วราคาถูก" อย่างที่สายการบินไทเกอร์แอร์เวย์ กับไทยแอร์เอเชียโฆษณาเป็นจุดขาย

ผู้เชี่ยวชาญจากองค์การบริหารการบินพลเรือนเวียดนาม (Civil Aviation Administration of Vietnam -CAAV) ร่วมกับเจ้าหน้าที่กระทรวงแถลงข่าวและวัฒนธรรมกำลังจัดเตรียมเอกสาร เพื่อออกเป็นคำสั่งห้ามการโฆษณาที่คลุมเครือดังกล่าว

สำนักข่าวเวียดนามเน็ตอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ CAAV ผู้หนึ่งว่า เรื่องโฆษณาเกินเลยนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาหารือในระหว่างการประชุมการขนส่งทางอากาศครั้งที่ 12 ของอาเซียน ที่จัดขึ้นในเวียดนามเมื่อเร็วๆ นี้ สายการบินที่ให้บริการปกติทั่วไปได้ร้องเรียนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องพิจารณาแก้ไขโฆษณาที่เกินเลยเหล่านี้

การร้องเรียนส่วนใหญ่จะพุ่งไปที่ การโฆษณาตั๋วราคาถูก โดยที่มิได้พูดถึงรายจ่ายเพิ่มเติมอื่นๆ ซึ่งในที่สุดแล้วได้ทำให้ ตั๋วเครื่องบินราคาถูก ไม่ได้ถูกจริงๆ

ถึงแม้ว่ากฎระเบียบเกี่ยวกับการโฆษณาที่มีใช้อยู่ในเวียดนามปัจจุบันมิได้ครอบคลุมการบัญญัติให้ สายการบินต่างๆ ต้องแจกแจงรายละเอียดในการให้บริการ แต่นายเจิ่น-เงวียต-เซวิน (Tran Nguyet Dan) นายกสมาคมโฆษณาเวียดนามกล่าวว่า กฎระเบียบได้ระบุให้ โฆษณาทุกชิ้นต้องมีรายละเอียดชัดเจน

"เมื่อพิจารณาดูโฆษณาของสายการบินราคาต่ำแล้ว เราไม่แน่ใจว่าได้ครอบคลุมถึงค่าตั๋วไปกลับ ค่าธรรมเนียมท่าอากาศยานกับค่าอาหารบนเครื่องเอาไว้ด้วยหรือไม่" นายเซวินกล่าว


แต่ไทเกอร์แอร์ยืนยันว่า บินกับสายการบินโลว์คอสท์ จ่ายถูกกว่าจริง.
การเดินทางทางอากาศนั้นเป็นเรื่องที่ยังเกินตัวสำหรับชาวเวียดนามโดยทั่วไป จึงทำให้ผู้คนจำนวนไม่น้อยพากันช็อกเมื่อทั้งไทยเกอร์แอร์เวย์ และไทยแอร์เอเชีย แข่งกันโฆษณาตั๋วเครื่องบินราคาถูก ชานคนหนึ่งเล่าว่าเขาเห็นสายการบินไทเกอร์ฯ โฆษณาจำหน่ายตั๋วจากเวียดนามไปสิงคโปร์เพียง 6 ดอลลาร์สหรัฐ แต่เมื่อตามไปถึงเค้าเตอร์จองตั๋วก็ได้พบว่า มีรายการอื่นๆ ต้องจ่ายเพิ่มอีกบานตะไท

นอกจากตั๋วแล้วผู้โดยสารจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมท่าอากาศยานอีก (คือ 14 ดอลลาร์ที่ท่าอากาศยานโนยบ่ายในกรุงฮานอย กับท่าอากาศยานเติ่นเซินเญิ๊ต นครโฮจิมินห์ และ 12 ดอลลาร์ที่ท่าอากาศยานเมืองด่าหนัง) รวมทั้งค่าธรรมเนียมที่ท่าอากาศยานในต่างประเทศ ค่าเซอร์ชาร์จตามราคาน้ำมันที่ปรับขึ้น นี่ยังไม่รวมค่าประกันภัยและรายการอื่นๆ

ยกตัวอย่างเช่น ไทยแอร์เอเชีย โฆษณาตั๋วราคาถูกจากกรุงฮานอยไปยังกรุงเทพฯ เพียงที่นั่งละ 15 ดอลลาร์ แต่นั่นก็แค่ราคาตั๋ว แต่ในโลกแห่งความเป็นจริงแล้วผู้โดยสารยังจะต้องแบกรับรายจ่ายอื่นๆ อีก เช่น ค่าเซอร์ชาร์จน้ำมัน 14 ดอลลาร์ ค่าเบี้ยประกันที่ท่าอากาศยาน 2.5 ดอลลาร์ ค่ารักษาความปลอดภัย 1.50 ดอลลาร์ และค่าใช้จ่ายเล็กๆ น้อยๆ อีกจิปาถะ

ไทยแอร์เอเชียโฆษณาจำหน่ายตั๋วราคาถูกเพียง 15 ดอลลาร์ แต่เอาเข้าจริงๆ แล้วถ้าหากบินไปกลับฮานอย-กรุงเทพฯ ค่าเดินทางไปก็จะรวมเป็นเกือบ 86 ดอลลาร์ นี่ยังไม่ได้รวมค่าธรรมเนียมท่าอากาศยาน หรือที่รู้จักกันในชื่อ "ภาษีสนามบิน" นั่นเอง

นางฝ่ามถวี๋มาย (Pham Thuy Mai) หัวหน้าสำนักงานจองตั๋วออนไลน์ของไทเกอร์แอร์ในกรุงฮานอยกล่าวว่า สายการบินไทเกอร์มิได้มีเจตนาที่จะทำให้ผู้โดยสารเกิดความเข้าใจผิด แต่ในโฆษณาได้แจ้งให้ทราบอย่างชัดเจนว่า ราคาตั๋วนั้นยังไม่ได้รวมภาษีสนามบินและอื่นๆ แต่ทว่าในที่สุดแล้วการบินกับสายการบินโลว์คอสท์ ผู้โดยสารก็จ่ายถูกกว่าจริง

"ผู้โดยสารต้องเข้าในธรรมชาติของธุรกิจ ทุกคนจ่ายให้กับบริการที่น้อยลงแต่ก็ได้บินถูกกว่า ก่อนจะควักเงินซื้อตั๋ว ได้มีการอธิบายทุกสิ่งทุกอย่างให้ผู้โดยสารได้ทราบ ผู้โดยสารจึงอ้างไม่ได้ว่าถูกหลอก" นางมายกล่าว

ไทเกอร์แอร์เวย์สกล่าวว่าได้จ้างให้เอเยนซี่ในเวียดนามที่เข้าใจในตัวบทกฎหมายเวียดนามเป็นผู้จัดทำโฆษณาในตลาดเวียดนาม.
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 28 ธันวาคม 2548 20:28 น.

December 27, 2005

การบินไทยจัดเที่ยวบินช่วงปีใหม่

นายวสิงห์ กิตติกุล รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า

เพื่อเป็นการรองรับปริมาณผู้โดยสารที่ต้องการเดินทางเพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลปีใหม่ ระหว่างวันที่ 30 ธันวาคม 2548 - 4 มกราคม 2549 บริษัทฯ ได้จัดเที่ยวบินพิเศษและเปลี่ยนแบบเครื่องบินให้มีขนาดใหญ่ขึ้นในเส้นทางไป-กลับ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ต กระบี่ อุดรธานี อุบลราชธานี และขอนแก่น ทำให้มีที่นั่งเพิ่มขึ้นรวม 12,158 ที่นั่ง หรือร้อยละ 12 จากเที่ยวบินปกติ 101,308 ที่นั่ง

ทั้งนี้ ผู้โดยสารสามารถสอบถามตารางการบินและสำรองที่นั่งได้ที่กองสำรองที่นั่ง โทร.02-628-2000 และ 02-356-1111 หรือ www.thaiairways.com ตลอด 24 ชั่วโมง

กรุงเทพธุรกิจ 22 ธันวาคม 2548 13:33 น.

บินไทยลดเที่ยวบินเข้าแม่ฮ่องสอนปีหน้า - เปิดทางให้นกแอร์

แม่ฮ่องสอน - การบินไทย ลดเที่ยวบินเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน โดยให้สายการบินนกแอร์ เปิดน่านฟ้าเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน 16 มกราคม 49 ยืนยันไม่มีผลกระทบการท่องเที่ยวเมืองสามหมอก

นายเทวัญ ดำรงหัด ผู้จัดการสถานีแม่ฮ่องสอน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การบินไทยจะลดจำนวนเที่ยวบินจากเชียงใหม่ มายังจังหวัดแม่ฮ่องสอน จากเดิมวันละ 4 เที่ยวบิน เหลือวันละ 3 เที่ยวบิน ในวันที่ 16 มกราคม 2549 และในวันที่ 16 มกราคม 2549 สายการบินนกแอร์ จะเข้ามาทำการบินระหว่างเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน วันละ 1 เที่ยวบิน จึงไม่น่ามีปัญหาในการเดินทางของผู้โดยสาร ที่จะเดินทางไปยังจังหวัดเชียงใหม่

นายวิสูตร บัวชุม หัวหน้าศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า กรณีที่การบินไทยลดจำนวนเที่ยวบิน ระหว่างเชียงใหม่ มายังแม่ฮ่องสอน จากเดิมวันละ 4 เที่ยวบิน เหลือวันละ 3 เที่ยวบิน คงไม่มีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวของจังหวัดแม่ฮ่องสอน และทราบว่าสายการบินนกแอร์ จะเข้ามาบินระหว่างเชียงใหม่มายังแม่ฮ่องสอน วันละ 1 เที่ยวบิน โดยจะเริ่มบินในวันที่ 16 มกราคม 2549 ซึ่งจะเป็นทางเลือกของผู้โดยสารที่จะเดินทางในสายบินเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้การท่องเที่ยวแม่ฮ่องสอน เริ่มคึกคักขึ้นเรื่อย ๆ จะเห็นว่า มีสายการบิน บีพี แอร์ ทำการบินระหว่างกรุงเทพฯ–แม่ฮ่องสอน สัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน คือ วันจันทร์ / พุธและวันศุกร์

นอกจากนี้แล้ว ยังมีสายการนกแอร์ที่จะเปิดน่าเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน ในวันที่ 16 มกราคม 2549 และการบินไทยก็ยังคงให้บริการเชียงใหม่-แม่ฮ่องสอนเหมือนเดิม จึงไม่น่ามีปัญหากับการท่องเที่ยวเมืองสามหมอก
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 26 ธันวาคม 2548 16:41 น.

December 23, 2005

สายการบินยูไนเต็ด มอบโปรโมชั่นพิเศษต้อนรับเทศกาลปีใหม่

สายการบินยูไนเต็ด มอบโปรโมชั่นพิเศษ สำหรับผู้โดยสารที่เดินทางชั้นยูไนเต็ด บิสิเนส ไป-กลับ ระหว่างกรุงเทพฯ และประเทศสหรัฐอเมริกา ในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ โดยสามารถเลือกเดินทางสู่ 7 เมืองหลักในประเทศสหรัฐอเมริกา ได้แก่ บออสตัน, ชิคาโก, ลอสแองเจิลลิส, นิวยอร์ค, ซานฟราน ซิสโก, ซีแอทเทิล หรือ วอชิงตัน ดีซี ในราคาที่คุ้มค่าเพียง 74,120 บาทเท่านั้น

มร. แอหริก วิลสัน ผู้จัดการทั่วไป สายการบินยูไนเต็ด ประจำประเทศไทย กล่าวว่า โปรโมชั่นพิเศษนี้เหมาะสำหรับผู้โดยสารที่ต้องการฉลองเทศกาลปีใหม่ในแบบใหม่ ๆ แลเพลิดเพลินกับการช้อบปิ้งในเทศกาลลดราคาหลังคริสต์มาสในประเทศอเมริกา เราเชื่อว่าข้อเสนอพิเศษสุดนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการฉลองการเริ่มต้นปี 2549 อย่างมีความสุขของผู้โดยสารอีกด้วย

ผู้โดยสารที่ซื้อตั๋วเครื่องบินโปรโมชั่นนี้ จะต้องเดินทางระหว่าง 24-31 ธันวาคม 2548 นี้ และเดินทางกลับภายในวันที่ 31 มกราคม 2549 โดยจะต้องมีการพักที่ประเทศสหรัฐอเมริกาอย่างน้อย 6 วัน

สอบถามข้อมูลและสำรองที่นั่งได้ที่ สายการบินยูไนเต็ด ประจำประเทศไทย โทร 0-2253-0558

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 22 ธันวาคม 2548 10:55 น.

December 22, 2005

นักบินไต้หวันแห่สมัครงานสายการบินจีน

ไทเป - นักบินไต้หวันราว 200 คน แห่สมัครงานตามสายการบินต่างๆของจีน เนื่องจากโอกาสการทำงานในไต้หวันเริ่มซบเซา ขณะที่ความต้องการนักบินในจีนเริ่มเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ สายการบินที่รับสมัครนักบินชาวไต้หวัน ได้แก่ เสฉวน แอร์ไลน์ส ไชน่า เซาท์เธิร์น แอร์ไลน์ส เสิ่นเจิ้น แอร์ไลน์ส และ ไห่หนาน แอร์ไลน์ส
กรุงเทพธุรกิจ 21 ธันวาคม 2548 เวลา 17:13:57

โบอิ้ง 717 "มิดเวสต์แอร์ไลนส์" ลงจอดฉุกเฉินอย่างปลอดภัย

เครื่องบินโดยสารของสายการบินมิดเวสต์แอร์ไลนส์ พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือ 90 ชีวิต ลงจอดฉุกเฉินที่นครบอสตันของสหรัฐฯ อย่างปลอดภัยแล้ว หลังจากมีผู้สังเกตเห็นประกายไฟบริเวณด้านหลังของเครื่องที่เพิ่งทะยานขึ้นจากท่าอากาศยานได้เพียงไม่นาน
ก่อนหน้านี้ โฆษกสายการบินมิดเวสต์แอร์ไลนส์เผยกับสถานีโทรทัศน์เอ็มเอสเอ็นบีซีแสดงความคาดหวังว่า เครื่องจะลงจอดได้อย่างปลอดภัย ขณะที่โฆษกการท่าอากาศยานรัฐแมสซาชูเซตส์ กล่าวว่า เครื่องบินได้บินวนรอบนครบอสตันมาร่วมชั่วโมง เพื่อให้เชื้อเพลิงเหลือน้อยที่สุด เครื่องบินลำนี้เป็นเครื่องโบอิ้ง 717 เที่ยวบินที่ 210 เดินทางจากนครบอสตันจะไปเมืองมิลวอกี้
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 21 ธันวาคม 2548 11:21 น.

December 20, 2005

ผู้โดยสารสายการบินอินเดียเผชิญเหตุระทึกขวัญเมื่อล้อเครื่องบินระเบิด

เปลวไฟที่พุ่งออกจากส่วนล้อของเครื่องบินโบอิ้ง 7474 100 ที่ต้องลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินในนครลอสแองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งก่อนหน้านี้นั้นเครื่องบินของสายการบินแอร์อินเดีย ซึ่งมีผู้โดยสารทั้งหมด 273 คน จะเดินทางไปยังนครแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี แต่มีปัญหาล้อระเบิดขณะนำเครื่องขึ้นจากรันเวย์ จนกัปตันต้องบินวนอยู่นาน 1.30 ชั่วโมง และทิ้งน้ำมันลงมาเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียร้ายแรงหากเกิดระเบิดขึ้น ในที่สุดเครื่องบินก็สามารถลงจอดฉุกเฉินได้และแม้จะเผชิญกับเหตุระทึกขวัญแต่ผู้โดยสารทุกคนก็ปลอดภัยดี

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 20 ธันวาคม 2548 16:51 น.

เครื่องบินตกทะเลในสหรัฐฯ ตายอย่างน้อย 19 คน

เครื่องบินที่บรรทุกผู้โดยสารเต็มเครื่องระเบิดลุกเป็นไฟก่อนตกลงสู่ทะเลนอกชายหาดเมืองไมอามี รัฐฟลอริดา ของสหรัฐฯ ทำให้มีคนเสียชีวิตอย่างน้อย 19 คน สายการบินชอล์กส์ โอเชียน แอร์เวย์ เจ้าของเครื่องบิน บอกว่า เครื่องบิน 2 เครื่องยนต์ตกนอกชายฝั่งใต้สุดของหาดเมืองไมอามี หลังบินขึ้นเพื่อเดินทางมุ่งหน้าสู่เกาะบิมินีของบาฮามาส พร้อมผู้โดยสาร 18 คน ซึ่งรวมถึงเด็กเล็ก 3 คน และพนักงานบนเครื่อง 2 คน
เจ้าหน้าที่เมืองไมอามี เปิดเผยว่า กู้ศพจากบริเวณที่เครื่องบินตกได้แล้ว 19 ศพ ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่าเครื่องบินดูเหมือนจะระเบิดบนอากาศก่อนตกสู่ทะเล

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 20 ธันวาคม 2548 09:36 น.

December 18, 2005

เครื่องบินน้ำหอมลงจอดฉุกเฉินในไซบีเรีย เหตุเครื่องยนต์ขัดข้อง

เจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานรัสเซียรายงานว่า เครื่องบิบโบอิง 777 ของสายการบินแอร์ฟรานซ์ เที่ยวบินจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ มากรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส จำเป็นต้องขอสัญญาณลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินอีร์คุตส์ ในไซบีเรีย ประเทศรัสเซีย เนื่องจากเกิดเหตุเครื่องยนต์ชำรุด อย่างไรก็ตาม การลงจอดเป็นไปอย่างปลอดภัย และผู้โดยสารจำนวน 220 คน ที่อยู่บนเครื่องขณะนี้ได้เข้าพักที่โรงแรมเพื่อรอเครื่องบินสำรองมารับกลับปารีสแล้ว

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 18 ธันวาคม 2548 01:12 น.

อพยพออกบินมะกันป่วน หลังได้ยินคนพูด ระเบิด

เอเอฟพี – เจ้าหน้าที่เร่งอพยพผู้โดยสารออกจากสายการบินเซาธ์เวสต์ แอร์ไลนส์ของสหรัฐฯเป็นการด่วน หลังมีผู้โดยสารได้ยินคนพูดคำว่า “ระเบิด” บนเครื่องเมื่อวันศุกร์ (16) ระหว่างกำลังออกเดินทางจากแคลิฟอร์เนียไปยังลาสเวกัส

วิคเตอร์ กิลโฆษกหน่วยภาคพื้นดินของท่าอากาศยานบ็อบ โฮปในเมืองเบอร์แบงค์ มลรัฐแคลิฟอร์เนียสั่งห้ามไม่ให้เครื่องบินโบอิง 737 เที่ยวบินที่ 2074 ของสายการบินเซาธ์เวสต์ทำการบินขึ้น พร้อมทั้งสั่งอพยพผู้โดยสารจำนวน 137 คนออกจากตัวเครื่อง โดยเผยว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้มีผู้โดยสารคนหนึ่งเป็นต้นเหตุ

ผู้โดยสารหญิงคนหนึ่งบนเครื่องให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นเคซีเอแอล 9 หลังออกจากเครื่องว่าเธอได้ยินผู้โดยสารชายคนหนึ่ง ที่อยู่ในอาการมึนเมาและกำลังดื่มเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอลพูดคำว่า “ระเบิด” ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องนำผู้โดยสารออกจากเครื่อง ด้านผู้โดยสารบางคนบอกว่าการพูดเช่นนี้เป็นสิ่งที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง

“ผู้ชายคนนั้นพูดคำว่า ตัวบี (บอมบ์ – ระเบิด) เขาเป็นผู้ชาย และเขาก็เมาด้วย พวกเราได้ยินคำนั้น ตอนที่เครื่องตั้งลำพร้อมที่จะทำการบินแล้ว แต่หลังจากนั้นไม่กี่นาทีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทางอากาศจำนวนมากก็ขึ้นมาบนเครื่องบิน” ผู้โดยสารหญิงให้สัมภาษณ์กับเคซีแอล 9

โฆษกท่าอากาศยานกล่าวภายหลังว่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ตำรวจลอสแองเจลลิส พร้อมสุนัขดมกลิ่นได้ตรวจสอบเครื่องบินโดยทั่วแล้ว แต่ไม่พบสิ่งต้องสงสัย พร้อมทั้งประกาศว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้วเมื่อเวลาประมาณ 18.20 น.ของวันศุกร์ (17) ตามเวลาท้องถิ่น หรือประมาณ 09.20 น.ตามเวลาประเทศไทย

ทั้งนี้ตำรวจได้จับกุมผู้ต้องสงสัยเป็นชายวัยรุ่น 5 คนไปสอบสวน ซึ่งผู้โดยสาร 4 คนได้รับการปล่อยตัวแล้ว ขณะที่ชายอีก 1 คนอายุประมาณ 25 ปียังคงถูกจับกุม

ก่อนหน้านี้ไม่กี่วันเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทางอากาศได้ยิงริโกเบอร์โต อัลปิซาร์เสียชีวิตบนเครื่องบินที่จอดอยู่ในท่าอากาศยานไมอามี เนื่องจากชายวัย 44 ปีคนนี้ได้ประกาศว่าเขามีระเบิดไว้กับตัว พร้อมกับวิ่งหนีออกจากเครื่องบินของสายการบินอเมริกัน แอร์ไลนส์

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 17 ธันวาคม 2548 12:33 น.

December 16, 2005

เพ้งพอใจความคืบหน้าระบบ “เอมส์” มั่นใจสุวรรณภูมิเปิดใช้ตามกำหนด

รมว.คมนาคม พอใจความคืบหน้าภาพรวมที่มีกว่าร้อยละ 80 ของระบบ เอมส์ ในสนามบินสุวรรณภูมิ ระบุเตรียมนำระบบข้อมูลของสายการบินต่าง ๆ มาควบรวมระบบ (Integrate) ในเดือนมีนาคมปีหน้า ซึ่งจะเป็นจุดชี้วัดสำคัญว่า การเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ในเดือนมิถุนายน 2549 จะเป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่

นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม กล่าวภายหลังตรวจเยี่ยม ความคืบหน้าการก่อสร้างอาคารระบบสารสนเทศ หรือเอมส์ ของสนามบินสุวรรณภูมิ ว่า จากการตรวจสอบกำหนดการของงาน ซึ่งในต้นเดือนมกราคมนี้ บริษัทสายการบินข้ามชาติต่าง ๆ จะเริ่มนำระบบข้อมูลของตนเอง ที่จัดเตรียมไว้ที่สาขาสำนักงานใหญ่ เข้ามาติดตั้งในอาคาร ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะครอบคลุมระบบการออกตั๋ว และตารางการบินอื่น ๆ ซึ่งคาดว่าจากตารางของการควบรวมระบบและทำการทดสอบ จะสามารถเสร็จสมบูรณ์ได้ในเดือนมีนาคม 2549

“ความสำคัญของการควบรวมและทดสอบระบบสารสนเทศ ที่เกี่ยวกับการออกตั๋วและตารางการบินนี้ จะมีความสำคัญเป็นเครื่องชี้วัดว่า การเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ของสนามบินสุวรรณภูมิในเดือนมิถุนายนปีหน้า จะเป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่ ซึ่งจากความคืบหน้าของงานทั้งหมดขณะนี้ ทำให้มั่นใจได้ว่าภาพรวมการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ มีมากกว่าร้อยละ 80 กำหนดการเปิดใช้จะเป็นไปตามเป้าหมายแน่นอน” นายพงษ์ศักดิ์กล่าว

สำหรับสิ่งที่ได้กำกับให้ผู้รับเหมางานทำการปรับปรุงและเร่งรัดงานในวันนี้ คือ เรื่องแก้ไขวัสดุปูพื้นหลังคาของอาคารเอมส์ เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่เกิดปัญหาน้ำรั่วซึม รวมถึงการตกแต่งภายใน เช่นการติดตั้งเฟอร์นิเจอร์ การกั้นห้องภายในอาคาร ซึ่งจากการตรวจสอบด้วยสายตาพบว่า งานไม่น่าจะแล้วเสร็จตามกำหนดเวลาในเดือนกุมภาพันธ์ ตามที่ผู้รับเหมารายงาน รวมทั้งเรื่องของอุณหภูมิภายในอาคารก็เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องทำการตรวจสอบ เนื่องจากอาคารดังกล่าวจะมีการเก็บระบบฐานข้อมูลคอมพิวเตอร์ (เซิร์ฟเวอร์) ต่าง ๆ จำนวนมาก ซึ่งหากอุณหภูมิไม่ได้มาตรฐาน อุปกรณ์เหล่านี้จะเสียหาย

สำหรับการทำการทดสอบระบบสายพานลำเลียง ที่ควบรวมเข้ากับระบบตรวจจับวัตถุของเครื่องซีทีเอ็กซ์ 9000 นั้น ขณะนี้ในส่วนของเครื่องซีทีเอ็กซ์ ได้มีการทดสอบการทำงานแล้วจำนวน 4 เครื่อง และเชื่อว่าจะทดสอบแล้วเสร็จจำนวน 13 เครื่องภายในเดือนธันวาคมนี้ ในขณะที่ระบบสายพานลำเลียงได้มีการทดสอบนำสัมภาระเข้าใช้งานในปริมาณเพิ่มขึ้น จากกระเป๋า 200 ใบ 400,600,2,000 และจะทดสอบเต็มกำลังการตรวจ 10,000 ใบ โดยจะมีการทดสอบซ้ำแล้วซ้ำอีก จนกว่าจะมีการเปิดใช้สนามบิน

ซึ่งจากข้อมูลและความคืบหน้าของงานในระบบสำคัญเหล่านี้ น่าจะทำให้การเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ไม่ล่าช้าออกไป เพราะถือเป็นงานที่เป็นหัวใจสำคัญ ส่วนงานด้านอื่นเช่น การตกแต่งอาคาร งานตกแต่งภูมิทัศน์ในพื้นที่ ถือว่าล่าช้าได้เพราะไม่ส่งผลกระทบต่อโครงการ โดยในสัปดาห์หน้ากระทรวงคมนาคมจะเรียกผู้บริหารท่าอากาศยานและผู้รับเหมามาสรุปงานในภาพรวมทั้งหมดอีกครั้ง
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 15 ธันวาคม 2548 14:33 น.

สิงคโปร์เปิดเทอร์มินอล'โลว์คอสต์'มีค.หน้า

เอเอฟพี-อาคารที่พักผู้โดยสารในท่าอากาศยานชางงี ซึ่งสิงคโปร์จะยกให้สายการบินโลว์คอสต์ทั้งหลายใช้กันเป็นการเฉพาะ กำหนดจะเปิดทำการได้ในเดือนมีนาคมปีหน้า สำนักงานการบินพลเรือนสิงคโปร์(ซีเอเอเอส) แถลงยืนยันเมื่อวานนี้(15)

คำแถลงของซีเอเอเอสบอกว่า อาคารที่พักผู้โดยสารชั้นเดียว ซึ่งสิ้นค่าก่อสร้างราว 45 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (27 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ)แห่งนี้ จะก่อสร้างแล้วเสร็จในเดือนหน้า

ซีเอเอเอสระบุด้วยว่า อาคารแห่งนี้จะมีเนื้อที่ 25,000 ตารางเมตร หรือขนาดเท่ากับสนามฟุตบอล 3 สนาม ให้บริการผู้โดยสารได้ปีละราว 2.7 ล้านคน ทั้งนี้ทางสำนักงานจะคิดภาษีผู้โดยสารซึ่งใช้อาคารแห่งนี้เพียงคนละ 13 ดอลลาร์สิงคโปร์ ถูกกว่าผู้ที่ใช้อาคารที่พักผู้โดยสารอีก 2 แห่งของสนามบินชางงีเวลานี้ ที่ต้องจ่ายคนละ 21 ดอลลาร์สิงคโปร์

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีเพียง ไทเกอร์ แอร์เวย์ส ซึ่งได้รับการอุ้มชูจากสิงคโปร์ แอร์ไลน์ส เท่านั้น เป็นสายการบินโลว์คอสต์ที่ยืนยันจะใช้อาคารที่พักผู้โดยสารแห่งใหม่เมื่อเปิดทำการ

ทางด้านมาเลเซียเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ก็ได้วางศิลาฤกษ์อาคารที่พักผู้โดยสารสำหรับสายการบินตั๋วถูก ที่ท่าอากาศระหว่างประเทศกัวลาลัมเปอร์

รัฐบาลมาเลเซียแจ้งว่า อาคารแห่งนี้จะเสร็จสมบูรณ์ในเวลา 14 เดือน โดยสิ้นค่าใช้จ่าย 100 ล้านริงกิต (26 ล้านดอลลาร์) และจะให้บริการผู้โดยสารได้ปีละ 10 ล้านคน ทั้งนี้ปัจจุบันมีสายการบินแอร์เอเชีย ตกลงที่จะมาใช้อาคารแห่งนี้แล้ว

สำหรับไทยกำหนดเปิดท่าอากาศยานระหว่างประเทศสุวรรณภูมิในเดือนมิถุนายนปีหน้า แต่มีรายงานว่าสายการบินโลว์คอสต์ของไทยอย่าง นกแอร์, วันทูโก, และ ไทยแอร์เอเชีย วางแผนจะขออยู่ที่ท่าอากาศยานดอนเมืองต่อ

โดย ผู้จัดการรายวัน 16 ธันวาคม 2548 10:41 น.

สายการบินมาเก๊าหั่นราคาตั๋ว50%ดึงลูกค้า

สายการบินมาเก๊า ประเดิมเปิดเที่ยวบินกรุงเทพ-มาเก๊า ดีเดย์ 18 ธ.ค.ศกนี้ หลังได้รับผลกระทบสึนามินักท่องเที่ยวหด ต้องประกาศหยุดบินชั่วคราว พร้อมอัดแคมเปญ ลดค่าตั๋ว 50% เชื่อ มีผู้ใช้บริการไม่น้อยกว่า 70% ของ จำนวนที่นั่งต่อเที่ยว ชี้เป็นทางเลือกของกลุ่มลูกค้านักธุรกิจที่ไม่ต้องการใช้บริการโลว์คอสต์

นางสาวจอย กอง ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายการตลาด สายการบินมาเก๊า เปิดเผยว่า สายการบินมาเก๊าเตรียมเปิดให้บริการอีกครั้งในเส้นทาง กรุงเทพ-มาเก๊า วันละ 1 เที่ยวบิน หลังจากที่ก่อนหน้านี้ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาได้หยุดบินไปเพราะ นักท่องเที่ยวมาเก๊า ยังไม่มั่นใจในความปลอดภัยของประเทศไทย ภายหลังเกิดเหตุการณ์คลื่นยักษ์ สึนามิ ใน 6 จังหวัดฝั่งอันดามัน โดยเที่ยวแรกที่จะเปิดบินในครั้งนี้จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 18 ธันวาคมศกนี้ เป็นต้นไป

ทั้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมการขายและการประชาสัมพันธ์ ในช่วงแรกของการเปิดเที่ยวบิน บริษัทได้จัดรายการ ส่งเสริมการขาย โดยลดราคาตั๋ว 50% เฉพาะแพกเกจการเดินทางไป-กลับเส้นทางกรุงเทพ-มาเก๊า หรือมีราคาแพกเกจละ 6,300 บาท จากราคาปกติ 12,000 บาท ซึ่งราคาดังกล่าวยังไม่รวมค่าภาษีสนามบินและค่าธรรมเนียมอื่นๆ อีก 1,800 บาท ลูกค้าเป้าหมายหลักของเราจะเป็นกลุ่มนักธุรกิจ และกรุ๊ปประชุมสัมมนา ที่ไม่ต้องการเดินทางด้วยสายการบินโลว์คอสต์ และแคมเปญนี้ถือว่าถูกกว่าราคาของสายการบินแอร์เอเชีย ที่บินเส้นทางกรุงเทพมาเก๊าอยู่สัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน

ทางด้านนางสาวจารุณี ตันตินุกูล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด องค์กรส่งเสริมการท่องเที่ยวมาเก๊า ประจำประเทศไทย กล่าวว่า การกลับมาให้บริการของสายการบินมาเก๊าครั้งนี้ เชื่อว่าจะทำให้ การเดินทางของนักท่องเที่ยวระหว่างกันของทั้งสองประเทศนี้มีเพิ่มมากขึ้น โดย 10 เดือนที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปเที่ยวเกาะมาเก๊า 40,000 คน เติบโต 63% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และคาดว่าทั้งปีจะมีคนไทยไปเที่ยวมาเก๊าทั้งสิ้นไม่น้อยกว่า 60,000 คน โดยมีจุดขายที่ คาสิโน และสถาปัตยกรรมและวัฒนธรรมยุโรปตะวันตก โดยปี 2547 มาเก๊ามีนักท่องเที่ยวเข้าประเทศ 16 ล้านคน และมีโครงการลงทุนเพิ่มเติมด้านการท่องเที่ยวนับเป็นมูลค่า 1.2 แสนล้านบาท
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 16 ธันวาคม 2548 10:44 น.

December 15, 2005

ทอท.ลงมือขยายทางวิ่ง ตามแผนดัน"เชียงใหม่"เป็นฮับ

จากแนวหน้า ปีที่ 26 ฉบับที่ 9031
วันพฤหัสบดีที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2548

นายบัญชา ปัตตนาภรณ์ ที่ปรึกษาอาวุโส รักษาการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริ ษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.เปิดเผยว่า ทอท.ได้เริ่มดำเนินการข ยายทางวิ่ง-ทางขับด้านทิศเหนือภายในเขตกองทัพอากาศของ ท่าอากาศยานเชียงใหม่แล้ว เนื่องจากจากปัจจุบันบริษัทสายการบินทั้งสายการบินในประเทศ และสายการบินระหว่างประ เทศได้นำเครื่องบินขนาดใหญ่ ความจุ 400-440 ที่นั่ง มาให้บริการผู้โดยสารที่ท่าอากาศ ยานเพิ่มมากขึ้น เช่น เครื่องบินโบอิ้ง B747-400 แอร์บัส A340-600แอร์บัส A340- 500 เป็นต้น ขณะที่สนามบินมีข้อจำกัดการให้บริการในเรื่องของความยาวทางวิ่ง จึงต้อง ขยายทางวิ่ง ประกอบกับรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมให้เชียงใหม่เป็นศูนย์กลางการบินในภาค เหนือ เพื่อรองรับยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยว ด้านอุตสาหกรรม ฯลฯ
สำหรับงานก่อสร้างขยายทางวิ่ง-ทางขับด้านทิศเหนือนั้นทอท.ได้ดำเนินการว่าจ้าง ห้างหุ้นส่วนจำกัด สหมิตรอินเตอร์เอ็นจิเนียริ่ง เป็นผู้เสนอราคาประมูลต่ำสุด คือ 109,574,420 บาท(รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
"บอร์ดอนุมัติให้จ้าง ห้างหุ้นส่วนจำกัด สหมิตรอินเตอร์เอ็นจิเนียริ่ง ดำเนินการ ก่อสร้างขยายทางวิ่ง-ทางขับ กำหนดแล้วเสร็จภายใน 210 วัน"นายบัญชา กล่าว
เรืออากาศโทสุธารา ห่วงสุวรรณ ผู้อำนวยการ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ กล่าว ว่า ปัจจุบัน ท่าอากาศยานมีทางวิ่ง จำนวน 1 เส้น ยาว 3,100 เมตร กว้าง 45 เมตร และมีทางขับขนาน จำนวน 1 เส้น คือ ทางขับสาย F ความยาวประมาณ 2,785 เมตร มีระยะห่างจากทางวิ่ง 240 เมตร
ส่วนที่ขยายออกไปคือจะขยายทางวิ่งออกไปด้านทิศเหนือในเขตพื้นที่กองทัพอากาศอีก 300 เมตร และขยายทางขับด้านทิศเหนือในเขตกองทัพอากาศเช่นกัน ระยะทางประมาณ 400 เมตร

December 14, 2005

เครื่องบินเนเธอร์แลนด์ลงจอดฉุกเฉิน หลังมีขู่วางระเบิด

เครื่องบินของสายการบินทรานซาเวียลงจอดฉุกเฉินที่ท่าอากาศยานบอร์ดอซ์ในฝรั่งเศส เมื่อเวลาประมาณ 12.30 น.ตามเวลาท้องถิ่น หรือประมาณ 18.30 น.ตามเวลาประเทศไทย หลังได้รับโทรศัพท์ขู่เป็นภาษาอังกฤษว่ามีระเบิดซุกซ่อนอยู่บนเครื่องบินลำดังกล่าว

เครื่องบินลำนี้ออกเดินทางจากเมืองมาลายาของสเปน เพื่อมุ่งหน้าไปยังเมืองรอตเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ โดยมีผู้โดยสารบนเครื่อง 63 คน แต่เมื่อตรวจสอบแล้วกลับไม่มีสิ่งของต้องสงสัยแต่อย่างใด

โฆษกของสายการบินแห่งนี้ให้สัมภาษณ์ว่าหลังจากที่เครื่องบินขึ้นได้ประมาณ 20 นาที มีคนโทรศัพท์แจ้งมายังออฟฟิศในสเปนว่ามีระเบิดอยู่บนเครื่อง
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 13 ธันวาคม 2548 23:05 น.

December 13, 2005

แอร์เอเชียเร่งเจรจาสยายปีกคลุมลาว-พม่า

กรุงเทพฯ - สายการบินโลว์คอสต์ สัญชาติมาเลเซีย แอร์เอเชีย (AirAsia) มีโครงการที่จะขยายเที่ยวบินบริการมายัง ลาว และพม่า ในขณะที่กำลังเจรจาผ่านความเห็นชอบจากรัฐบาลทั้งสองประเทศอยู่ในขณะนี้

นายดาตุก โทนี เฟอร์นานเดส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า สายการบินแอร์เอเชีย ได้เจรจากับทางการลาวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และมีแผนเริ่มการเจรจากับทางการพม่าต่อไป

"สายการบินของเรามีแผนการที่จะเปิดบริการปลายทาง 8 เส้นทางในเอเชีย ซึ่งเป้าหมายต่อไปของเรา ก็คือ ลาว และพม่า และถ้าเราได้รับอนุญาตจากรัฐบาลทั้งสองเมื่อใด เราก็จะไปเปิดบริการที่นั่นทันที" นายดาตุก กล่าว ทั้งนี้ เป็นรายงานของสำนักข่าวเดอะสตาร์มาเลเซีย

ปัจจุบัน สายการบินแอร์เอเชีย ได้ให้บริการเที่ยวบินกว่า 60 ปลายทาง ในประเทศกัมพูชา เวียดนาม อินโดนีเซีย ไทย ฟิลิปปินส์ มาเก๊า เซี๊ยะเหมิน และสิงคโปร์ โดยผ่านไทย

"ทั้งนี้ ก็เพื่อทำให้ชื่อสายการบินของเรามีชื่อเสียง และเป็นที่รู้จักโดยทั่วไปอย่างแมคโดนัลด์ (McDonald's) และสตาร์บัคส์ (Starbucks) ทำให้ชื่อ "แอร์เอเชีย" เป็นตัวแทนของเอเชียในสหราชอาณาจักร และสหรัฐ" นายดาตุก กล่าว

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 13 ธันวาคม 2548 13:28 น.

พบกล่องดำไขปริศนาบินมรณะไนจีเรีย

จากแนวหน้าปีที่ 26 ฉบับที่ 9029
วันอังคารที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2548

เจ้าหน้าที่พบกล่องดำที่ไขสาเหตุที่ทำให้เครื่องบินดีซี-9 ของสายการบินไนจีเรียตก จนคร่าชีวิตผู้โดยสารและลูกเรือ 107 ศพ โดยส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียน
เครื่องบินที่ประสบอุบัติเหตุนี้เป็นชนิด ดีซี -9 ของสายการบิน โซโซลิโซ แอร์ไลน์ ขณะเดินทางจากกรุง อาบูจา มุ่งหน้าไปยังเมืองท่า พอร์ท ฮาร์คอร์ท โดยมีผู้โดยสารและลูกเรือทั้งสิ้น 110 คน ในจำนวนนี้เด็กนักเรียนวัยรุ่นจากโรงเรียนเยซูอิท ในกรุงอาบูจา ร่วมเดินทางมาด้วย 71 คน เครื่องบินได้ร่วงลงสู่พื้นโดยไม่ทราบสาเหตุขณะใกล้จะถึงจุดหมายปลายทางเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้ลำเลียงผู้รอดชีวิตออกมาได้เพียง 7 คน และต่อมาเสียชีวิตระหว่างนำส่งโรงพยาบาลอีก 4 คน นับเป็นอุบัติเหตุทางอากาศยานครั้งใหญ่ที่สุดอีกครั้งระยะเวลาไม่ถึง 7 สัปดาห์ของไนจีเรีย
ประธานาธิบดี โอลูเซกัน โอบาซันโจ ประกาศทันทีจะยกเครื่องโครงสร้างระบบการเดินอากาศของไนจีเรียทั้งหมดโดยเร็วที่สุดเพื่อไม่ให้ประวัติศาสตร์เกิดซ้ำรอยขึ้นอีก พร้อมกับประกาศยกเลิกการเดินทางไปเยือนประเทศโปรตุเกสโดยทันที ขณะที่บรรดาญาติของผู้ประสบเหตุพากันรีบรุดไปยังสถานที่เก็บศพของโรงพยาบาล เพื่อค้นหาบุคคลอันเป็นที่รัก
นายแซม อาดูร็อกโบเย่ โฆษกการเดินอากาศแห่งชาติกล่าวว่า ขณะเกิดเหตุกำลังมีพายุและฟ้าคะนองและผู้เห็นเหตุการณ์คนหนึ่งกล่าวว่า ก่อนเครื่องจะตกเห็นฟ้าแลบ สายการบินโซโซลิโว แอร์ไลน์ ของไนจีเรียนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2537 เริ่มให้บริการภายในประเทศในปี 2543โดยบินระหว่าง 6 เมืองใหญ่ๆ สนามบินของไนจีเรียได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเมื่อไม่กี่เดือนก่อนหลังเกิดเหตุเครื่องบินหลายลำเกือบจะบินชนกัน และเครื่องบินไอพ่นของฝรั่งเศสตกลงใส่ฝูงวัวที่มาเดินอยู่บนทางวิ่งของสนามบิน นอกจากนั้น สนามบินในเมืองลากอส ก็เต็มไปด้วยหลุมบ่อ ทำให้สายการบินระหว่างประเทศหลายสายงดลงจอดที่สนามบินดังกล่าว

December 12, 2005

เผย! เครื่องบินไนจีเรียพินาศเพราะชนท่อ - ยอดเหยื่อเพิ่มเป็น 107 คน

11 News 1 12 ธันวาคม 2548 09:28 น.





โดย อะบิยา เซคิโบ รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมของไนจีเรียกล่าว ระหว่างที่เขาไปตรวจสอบซากที่เหลือของเครื่องบินดีซี-9 ที่ถูกเผาไหม้ อยู่บนรันเวย์ของสนามบินพอร์ตฮาร์คอร์ตว่า “คุณจะเห็นว่ามันชนกับท่อนี้ และนี้ก็เป็นสาเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้”

ขณะที่ ไมค์ โอคิโร หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการของกรมตำรวจไนจีเรียนั้น เห็นด้วยกับคำอธิบายถึงสาเหตุของอุบัติเหตุที่เซคิโบระบุเอาไว้เช่นกัน พร้อมกับกล่าวเสริมว่า เครื่องบินมีไฟลุกไหม้ขณะที่เครื่องบินแยกขาดออกจากกันบนพื้นหญ้า ที่อยู่ข้างถนนลาดยางมะตอย

“ถ้าหากคุณอยู่ที่นี่เมื่อวานนี้ คุณจะเห็นชิ้นส่วนเนื้อมนุษย์อยู่เต็มไปหมด ซึ่งโดนไหม้จนเกินกว่าที่จะจำสภาพเดิมได้” โอคิโรกล่าวกับผู้สื่อข่าว

อนึ่ง สนามบินพอร์ตฮาร์คอร์ตซึ่งเป็นสนามบินหลักทั้งสำหรับเที่ยวบินระหว่างประเทศและในประเทศ ยังคงปิดทำการอยู่

ทั้งนี้ ทางโฆษกของรัฐริเวอร์สสเตทส์ในไนจีเรียเปิดเผยว่า ผู้รอดชีวิต 4 คน จากกลุ่มผู้รอดชีวิตจากเหตุเครื่องบินตกทั้งหมด 7 คน ได้เสียชีวิตแล้ว ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 107 คน

โดยมีการเปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิต 71 คนนั้นเป็นเด็กนักเรียนจากโรงเรียนโลโยลาจีซุตคอลเลจ ในกรุงอบูจา ซึ่งกำลังจะเดินทางกลับบ้านเพื่อร่วมเทศกาลคริสต์มาส นอกจากนั้น ยังมีเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขชาวสหรัฐฯ 1 คน และฝรั่งเศสอีก 1 คน เสียชีวิตจากอุบัติเหตุในครั้งนี้

ล่าสุด ทางโฆษกของการบินพลเรือนไนจีเรียเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนเกี่ยวกับอุบัติเหตุในครั้งนี้ได้พบ “กล่องดำ” ที่บันทึกข้อมูลการบินของเครื่องบินลำที่เกิดเหตุแล้ว และกำลังนำกล่องดำไปวิเคราะห์ที่รัฐลากอส


ชนเดี้ยงเครื่องบินแอร์บัส"ไทยคู่ฟ้า"

จากข่าวสด วันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2548 ปีที่ 15 ฉบับที่ 5492

"แม้ว"ทัวร์สะดุด รถบันไดพุ่งชนเครื่องบินไทยคู่ฟ้า ประตูเปิดปิดขัดข้อง ต้องเลื่อนโปรแกรมเดินทางถกอาเซียนซัมมิตที่มาเลย์ออกไปอีกครึ่งชั่วโมง เปลี่ยนใช้แอร์บัสการบินไทยแทน แซดต้นเหตุเที่ยวบินเชียงใหม่ดีเลย์ เจ้าจำปีชี้แจง ลำที่โยกมาให้คณะนายกฯ เป็นเครื่องจากหาดใหญ่ ไม่อยู่ในโปรแกรมบิน "คงศักดิ์"ย้ำอีกสมัยเป็นผบ.ทอ. ไม่มีการจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ สับ"สนธิ"นั่งเทียนพูดไปเรื่อย ท้าปชป.หยิบไปซักฟอกได้ สบายมาก "โสภณ"แนะมท.1 ชี้แจงในที่ประชุมพรรคดีกว่าเงียบ มั่นใจบรรยากาศในพรรคดีขึ้นถ้าเปิดกว้างรับฟังความเห็นส.ส. เห็นด้วยนายกฯ เป๋ เพราะคนใกล้ชิด แนะตั้งส.ส.อาวุโสเป็นที่ปรึกษาทีมการเมือง ชาติไทยจองอภิปรายฯ แอร์พอร์ต ลิงค์ สุวรรณภูมิ ปชป.แจ้งจับ"พีรพันธุ์" ละเว้นยึดทรัพย์"กำนันเป๊าะ" อังคารนี้ แฉฮั้วจำนำข้าว 1,800 ล้าน

-"แม้ว"เปลี่ยนเครื่อง-ไทยคู่ฟ้าแอ็กซิเดนต์

เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากท่าอากาศยานทหาร (บน.6) ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการเดินทางไปยังประเทศมาเลเซีย เพื่อเข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน หรืออาเซียน ซัมมิต ครั้งที่ 11 ระหว่างวันที่ 11-14 ธ.ค. โดยนายกฯ จะเดินทางด้วยเครื่องบินแอร์บัส 319 หรือเครื่องไทยคู่ฟ้า ซึ่งเป็นเครื่องประจำตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในเวลา 11.30 น. แต่ปรากฏว่าได้เกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น เมื่อรถบันไดเทียบตัวเครื่องที่เจ้าหน้าที่ขับมาเทียบกับเครื่องไทยคู่ฟ้า เกิดเสียหลักบันไดเทียบกระแทกกับประตูทางขึ้นเครื่องด้านหน้า จนมีปัญหาเรื่องการเปิดปิดประตูไม่สนิท ทำให้ลมเข้าได้

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ช่างเครื่องได้ดำเนินการแก้ไขแบบทันที แต่เมื่อหน่วยรักษาความปลอดภัยของนายกรัฐมนตรีทราบ ได้ประสานกับเจ้าหน้าที่และช่างเครื่อง และตัดสินใจเปลี่ยนเครื่องบินลำดังกล่าวไปใช้เครื่องบินแอร์บัส 300 รุ่น AP 6 ของการบินไทยแทน และเลื่อนเวลาเดินทางจากเดิมเวลา 11.30 น. เป็นเวลา 12.00 น. ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่ของท่าอากาศยานทหาร และหน่วยรักษาความปลอดภัย พยายามปิดข่าว

-แซดทำเที่ยวบินเชียงใหม่ป่วน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเปลี่ยนเครื่องของนายกฯ ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์ เนื่องจากการบินไทยนำเครื่องที่จะบินไปจ.เชียงใหม่ มาทดแทนเครื่องไทยคู่ฟ้าทำให้เที่ยวบินขึ้นเชียงใหม่ต้องดีเลย์ออกไป

รายงานข่าวจากการบินไทยเปิดเผยว่า เครื่องบินที่นำมาเปลี่ยนให้พ.ต.ท.ทักษิณ และคณะ ใช้เดินทางไปมาเลเซียนั้น เป็นเครื่องบินแอร์บัส 300-600 ของการบินไทย ซึ่งเพิ่งใช้บินเที่ยวบินทีจี 232 ออกจากหาดใหญ่ เวลา 09-15 น. ในเช้าวันเดียวกัน มาถึงกรุงเทพฯ เวลา 10.45 น. และไม่มีภารกิจทำการบินในวันเดียวกันนี้อีก

Dalavia เปิดบินเชื่อมวลาดิวอสต๊อก-โฮจิมินห์

กรุงเทพฯ - สายการบินประเทศรัสเซีย Dalavia เตรียมเปิดเส้นทางบินใหม่ล่าสุด เชื่อมต่อระหว่างเมืองวลาดิวอสต็อก เมืองท่าของรัสเซีย และนครโฮจิมินห์ ในวันที่ 19 ธ.ค. นี้ หลังจากสายการบินแอโรฟล็อตเลิกเที่ยวบินไปเนื่องจากปัญหาเกี่ยวยกับเครื่องบินที่ใช้

เมื่อไม่นานที่ผ่านมา คณะบริหารการบินพลเรือนเวียดนามได้อนุญาตให้สายการบิน Dalavia เปิดเส้นทางบิน 2 เส้นทางไป-กลับ จากสนามบินนานาชาติคาบารอฟ ในเมืองวลาดิวอสต็อก รัสเซีย มายังสนามบินนานาชาติเติ่นเซินเญิต นครโฮจิมินห์ ทั้งนี้ เป็นรายงานของสำนักข่าวเวียดนามเน็ต

เที่ยวบินแรกของสายการบินนี้ จะลงจอดยังสนามบินในเวียดนามเวลา 03.30 น. ของวันที่ 19 ธ.ค. และจะออกจากสนามบินเวียดนามกลับไปยังรัสเซีย เวลา 09.00 น. ในวันรุ่งขึ้น

สายการบิน Dalavia จะเปิดบินไป-กลับ 5 เที่ยวบินในหนึ่งเดือน โดยใช้เครื่องบินรุ่น IL-62 ซึ่งแต่ละลำสามารถรองรับผู้โดยสารได้ทั้งหมด 172 คน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 7.30 ชม. ค่าตั๋วโดยสารเที่ยวละ 570 ดอลลาร์สหรัฐ และ ราคาไป-กลับ 950 ดอลลาร์สหรัฐต่อคน

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 12 ธันวาคม 2548 19:25 น.

สายการบินสหรัฐฯ เพิ่มเที่ยวบินเวียดนาม

กรุงเทพฯ - สายการบินยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ ยูไนเต็ดแอร์ไลน์ส ทำการฉลองครอบรอบ 1 ปี ในวันอาทิตย์ (11ธ.ค.) ที่ผ่านมาสำหรับการเปิดบินเส้นทางบินตรงจากนครโฮจิมินห์ เวียดนามไปยังนครซานฟรานซิสโก มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งทำให้ยูเอเป็นสายการบินพาณิชย์แห่งแรกของสหรัฐฯ ที่เปิดเส้นทางบินเข้าเวียดนามในรอบ 30 ปี นับตั้งแต่สงครามเวียดนามได้ยุติลง

โฆษกของสายการบินยูไนเต็ดแอร์ไลนส์กล่าวว่า กำลังจะมีการเพิ่มเที่ยวบินตรงระหว่างฮานอยกับซานฟรานซิสโกในปีหน้านี้ด้วย

นายโจ แมนนิกซ์ หัวหน้าสำนักงานสายการบินยูไนเต็ดแอร์ไลน์สในเวียดนาม กล่าวว่ากิจการของยูเอไปได้ดีมากในเวียดนาม แม้กระทั่งในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของไข้นกก็ตาม และ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงเวลาก่อนเทศกาลตรุษเวียดนาม (เต๊ต) นี้การจองเที่ยวบินก็ยิ่งแน่นขนัด

สายการบินยูไนเต็ดแอร์ไลน์ส เปิดให้บริการเที่ยวบินเส้นทาง โฮจิมินห์-ซานฟรานซิสโก ทุกวัน โดยเครื่องบินโบอิ้ง 747-400 มีการแวะจอดเครื่องที่ฮ่องกง ตั้งแต่เดือน ธ.ค.2547 เป็นต้นมา งานเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบนี้ จัดขึ้นในวันอาทิตย์ (11 ธ.ค.) ที่ทำเนียบแห่งการรวมประเทศ นครโฮจิมินห์

ทั้งนี้ สายการบินยูไนเต็ดแอร์ไลนส์ ได้วางแผนที่จะเปิดเส้นทางบินตรงเส้นใหม่ ระหว่างกรุงฮานอย ไปยังซานฟรานซิสโก เพิ่มอีกเส้นหนึ่ง

เที่ยวบิน UA869 ซึ่งเป็นเที่ยวปฐมฤกษ์ของยูไนเต็ดแอร์ไลนส์ ลงจอfที่ท่าอากาศยานเติ่นเซินเญิต (Tan Son Nhat) วันที่ 10 ธ.ค.2547 ซึ่งนับเป็นอีกก้าวหนึ่งในการสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับเวียดนาม

นายสตีเว่น รอธ โฆษกของบริษัท UAL Corp.ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของสายการบินดังกล่าวเปิดเผยว่า เที่ยวบินพาณิชย์เที่ยวสุดท้ายโดยสายการบินของสหรัฐฯ ที่บินเข้าเวียดนามคือ PanAm ในปี 2518 ตั้งแต่นั้นมาก็ยังไม่เคยมีสายการบินพาณิชย์จากสหรัฐฯ บินเข้าสู่ประเทศนี้

ความสัมพันธ์ระหว่างเวียดนามกับสหรัฐฯ ได้รับการยกระดับขึ้นสู่จุดสูงเมื่อนายกรัฐมนตรีเวียดนาม นายฟานวันข่าย (Phan Van Khai) เดินทางไปเยือนสหรัฐฯ เป็นเวลา 6 วัน ในเดือน มิ.ย.ปีนี้ นักท่องเที่ยวชาวอเมริกันได้กลายเป็นนักท่องเที่ยวต่างขาติกลุ่มใหญ่ในอันดับต้นๆ ที่เดินทางเข้าไปท่องเที่ยวเวียดนาในปีนี้

สายการบินเวียดนามก็กำลังพิจารณาเปิดเที่ยวบินไปยังสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน.
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 11 ธันวาคม 2548 20:44 น.

December 11, 2005

โบอิ้ง 777-200ER ลำที่ 10 ส่งถึงฮานอยเสาร์นี้

กรุงเทพฯ - บริษัทโบอิ้ง และสายการบินเวียดนามแอร์ไลน์ส ร่วมกันเฉลิมฉลองการส่งมอบเครื่องบิน รุ่น 777-200ER ลำที่ 10 ซึ่งจะบินจากเมืองซีแอตเติล รัฐวอชิงตัน ไปถึงยังกรุงฮานอย ที่สนามบินโนยบ่าย (Noi Bai) ในวันเสาร์ (10 พ.ย.) ที่จะถึงนี้

เครื่องบินลำใหม่นี้ จะไปถึงเวียดนามพร้อมกับตำราเรียนจำนวนหนึ่งที่มหาวิทยาลัยซีแอตเติล บริจาคให้กับมหาวิทยาลัยแห่งชาติเวียดนาม เพื่อเป็นการสนับสนุนการพัฒนาความสามารถการเรียนรู้ภาษาอังกฤษของชาวเวียดนาม โดยหนังสือที่ได้รับบริจาคนั้น เป็นการรวบรวมจากนักศึกษาและคณะต่างๆ ของมหาวิทยาลัย ส่วนมากเป็นหนังสือทางด้านการบินและเทคโนโลยีการบิน

"เครื่องบินโบอิ้ง 777 ทั้งหมดของสายการบินเวียดนามแอร์ไลน์ส ถือว่าเป็นกุญแจสำคัญในแผนธุรกิจของบริษัท และทำให้สายการบินเวียดนามปรากฎสู่สายตานานาชาติได้อย่างเต็มภาคภูมิ" หนังสือพิมพ์แถ่งเนียนอ้างคำกล่าวของนายเหวียนซวนเฮียน (Nguyen Xuan Hien) ประธานและ CEO ของสายการบินเวียดนามแอร์ไลน์ส

นายเฮียนกล่าวอีกว่า รู้สึกยินดีที่บริษัทโบอิ้งและมหาวิทยาลัยซีแอตเติลได้มอบตำรา เพื่อพัฒนาศักยภาพ และยกระดับความรู้ทางการศึกษาให้กับนักเรียนชาวเวียดนาม ซึ่งก่อนหน้านี้ มหาวิทยาลัยซีแอตเติลได้เคยมอบคอมพิวเตอร์กับอุปกรณ์สำนักงาน และบริษัทโบอิ้งก็ได้เคยมอบตำราวิชาการให้กับเวียดนามมาแล้วในช่วงปี 2548 นี้.

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 9 ธันวาคม 2548 16:33 น.

เครื่องบินตกในไนจีเรีย ดับกว่า 100 ชีวิต

เกิดเหตุเครื่องบินตกระหว่างที่กำลังจะลงจอด ที่เมืองพอร์ตฮาร์คอร์ต ทางตอนใต้ของไนจีเรียในวันเสาร์(10) ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 100 คน

โดยกลุ่มผู้เห็นเหตุการณ์เปิดเผยว่า เครื่องบินลำที่เกิดเหตุนั้นเป็นของสายการบินโซโซลิโซ ซึ่งเป็นสายการบินเอกชนของไนจีเรีย และได้บรรทุกผู้โดยสารจากกรุงอาบูจา ขณะที่บินผ่านรันเวย์ ระหว่างที่กำลังเกิดพายุไฟฟ้าอย่างรุนแรง

ด้านเจ้าหน้าที่ของทางบริษัทรักษาความปลอดภัย ที่ประจำอยู่ในสนามบินเปิดเผยว่า มีคนอย่างน้อย 3 คนที่สามารถหนีออกมาจากเครื่องบินได้ ระหว่างที่กำลังเกิดเพลิงลุกไหม้ท่วมตัวเครื่องที่อยู่บนรันเวย์ กระนั้น ยังคงไม่มีรายงานความเสียหายอย่างเป็นทางการ

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 11 ธันวาคม 2548 00:23 น.

สายการบิน Malev Hungarian Airlines เปิดบินบูดาเปสท์-กรุงเทพฯ

สายการบิน Malev Hungarian Airlines ได้เปิดเที่ยวบินรอบปฐมฤกษ์ MA080 จากกรุง บูดาเปสท์มายังกรุงเทพฯ โดยให้บริการเที่ยวบินสัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน ทุกวันจันทร์ พุธ และ เสาร์ เครื่องโบอิ้ง 767 สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 185 ที่นั่งต่อเที่ยว ขณะนี้ยอดการจองล่วงหน้าทางอินเตอร์เนต มีผู้โดยสารจองเต็ม 90 - 100% จนถึงปลายเดือน มีนาคม 2549 คาดว่าในช่วงหน้าหนาวนี้จะมีนักท่องเที่ยวจากยุโรปรวมทั้งฮังการีเดินทางโดยสารมาท่องเที่ยวประเทศไทยอย่างคับคั่ง


กรุงเทพธุรกิจ9 ธันวาคม 2548 เวลา 19:39:09

December 09, 2005

นกเหล็กมะกันไถลออกรันเวย์ชนรถบนถนนดับ 1 เจ็บ 8

จาก ผู้จัดการออนไลน์ 9 ธันวาคม 2548 12:08 น.

เอพี/บีบีซีนิวส์ - เครื่องบินของสายการบินเซาธ์เวสต์แอร์ไลน์ลื่นไถลออกนอกรันเวย์ไปยังถนนใกล้เคียงขณะที่นักบินพยายามลงจอดที่สนามบินมิดเวย์ในชิคาโก ท่ามกลางพายุหิมะและลมพัดแรง ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน และได้รับบาดเจ็บอีก 8 คน

อุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 19.15 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือประมาณ 7.15 น. ตามเวลาประเทศไทย โดยเครื่องบินโบอิ่ง 737 เที่ยวบินที่ 1248 ภายในประเทศ ออกเดินทางจากบัลมิมอร์ พร้อมผู้โดยสารและลูกเรือจำนวน 103 คน ได้ลื่นไถลออกนอกรันเวย์ขณะที่นักบินพยายามเอาเครื่องลงจอดท่ามกลางพายุหิมะและกระแสลมแรง ก่อนที่จะไถลไปชนรั้วของสนามบินและไปหยุดอยู่บนถนนเซนทรัลอเวนิว

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ลูกเรือจำเป็นต้องอพยพผู้โดยสารออกจากเครื่องโดยใช้ทางออกฉุกเฉินแบบเป่าลม ทั้งนี้ ทางสนามบินมิดเวย์รายงานเพิ่มเติมว่า บริเวณสนามบินมีหิมะปกคลุมหนาประมาณ 18 เซนติเมตร

ล่าสุด มีรายงานว่า พบผู้เสียชีวิตหนึ่งคนเป็นเด็กชายวัย 7 ปี ที่นั่งอยู่ภายในรถซึ่งแล่นอยู่บนท้องถนนก่อนที่เครื่องบินลำดังกล่าวจะถลามาชน นอกจานี้ ยังมีผู้ที่อยู่บนท้องถนนได้รับบาดเจ็บอีกอย่างน้ยอ 8 คน ทั้งนี้ บนเครื่องบินพบผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยอีก 2 คน




การบินไทย-นกแอร์ระทึกลงจอดสนามบินนครศรีฯ เจอพายุ

เมื่อเวลา 07.20 น. (8 ธ.ค.48) เกิดเหตุลุ้นระทึก เมื่อ เครื่องบินของการบินไทยและสายการบินนกแอร์ ซึ่งกำหนดจะลงจอดในเวลา 07.20 น. และ 07.25 น. แต่ไม่สามารถลงจอดได้ เนื่องจากสภาพอากาศปิด เพราะฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ทำให้นักบินของทั้งสองสายการบินนำเครื่องบินบินวนรอบนครศรีธรรมราชกว่า 30 นาที

โดยสายการบินนกแอร์สามารถลงจอดได้ในเวลาประมาณ 07.55 น. ในขณะที่ การบินไทย สามารถลงจอดได้ในเวลา 08.05 น. ซึ่งทั้งสองสายการบินช้ากว่าที่กำหนด ผู้โดยสารรายหนึ่งที่ใช้บริการสายการบินไทย เปิดเผยว่า นักบินได้พยายามร่อนลงจอดราว 3 ครั้งจนกระทั่งครั้งที่ 4 จึงสามารถลงจอดได้

นางเพ็ญศรี แก้วคุ้มภัย หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า สภาพฝนในแต่ละอำเภอยังคงตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้น้ำป่าได้ไหลลงสู่ลำคลองสายต่างๆที่จะมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองนครศรีธรรมราชหากฝนยังคงตกหนักติดต่อกันต่อไปจนถึงวันพรุ่งนี้(9 ธ.ค.48)ก็จะทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในรอบ 2 รุนแรงกว่าครั้งที่ผ่านมา

กรุงเทพธุรกิจ 8 ธันวาคม 2548 เวลา 21:41:52

December 08, 2005

ชาวเวียดงงลูกเล่น "แอร์เอเชีย" ถาม-ไหนตั๋วราคาถูก?

กรุงเทพฯ- ในที่สุดชาวเวียดนามจำนวนไม่น้อยก็ได้รู้ข้อเท็จจริงว่า ระหว่างการโฆษณากับข้อเท็จจริงในทางปฏิบัติของสายการบินโลวคอสท์จากไทยและสิงคโปร์นั้นต่างกันอย่างสิ้นเชิง ประชาชนทั่วไปไม่สามารถไม่สามารถหาซื้อตั๋วราคา 25 ดอลลาร์สหรัฐฯ (900 บาท เศษ) ตามราคาคุยได้

ตลาดการบินในเวียดนามมีการแข่งขันที่รุนแรงยิ่งขึ้นหลังการปรากฏตัวของสายการบินโลวคอสท์อย่างไทยแอร์เอเชียจากประเทศไทย และไทเกอร์แอร์เวย์ส จากสิงคโปร์ สายการบินราคาถูกทั้ง 2 แห่ง ต่างก็โฆษณาราคาตั๋วที่ต่ำถึง 25 ดอลลาร์ แต่โดยข้อเท็จจริงแล้วชาวบ้านทั่วไปไม่อาจจะหาซื้อตั๋วในราคานั้นได้ ทั้งนี้เป็นรายงานของหนังสือพิมพ์ "ประชาชน" ของพรรคคอมมิวนิสต์

บริษัทผู้แทนจำหน่ายตั๋ว 5 จาก 10 แห่งของสายการบินไทเกอร์แอร์เวย์ส ต่างบอกกับผู้ไปติดต่อว่า ไม่เคยมีตั๋วเครื่องบินฮานอย-สิงคโปร์ ที่มีราคาต่ำถึง 25 ดอลลาร์ ไม่มีใครสามารถซื้อตั๋วในราคานั้นได้ มีแต่ตั๋วราคา 200-400 ดอลลาร์

สำนักงานขายตั๋วของแอร์เอเชียก็ไม่ได้ต่างกัน ไม่มีตั๋วราคา 25 ดอลลาร์ขายอย่างเด็ดขาด ไม่ได้เป็นไปตามที่เคยโฆษณาเอาไว้จนเป็นข่าวครึกโครม

บริการบินโลวคอสท์นั้นยังไม่ค่อยเป็นที่คุ้นเคยสำหรับชาวเวียดนาม หรือแม้กระทั่งในอีกหลายประเทศ กลเม็ดในการโฆษณาของสายการบินประเภทนี้ ก็ยังคงสร้างความสับสนหรือทำให้เกิดการเข้าใจผิดๆ อยู่ต่อไป.

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 8 ธันวาคม 2548 10:17 น.

สนามบินไมอามีระทึก ยิงดับผู้โดยสารซึ่งอ้างว่ามีระเบิด

ซีเอ็นเอ็น/เอพี - เกิดเหตุระทึกขวัญขึ้นที่สนามบินในเมืองไมอามี มลรัฐฟลอริดาของสหรัฐฯ เมื่อเจ้าหน้าที่เรกษาความปลอดภัยบนเครื่องเปิดฉากยิงสังหารผู้โดยสารบนเครื่องบินของสายการบินอเมริกันแอร์ไลน์ส หลังจากร่อนลงจอดได้ไม่นาน รายงานระบุ เป็นการยิงสกัดหลังผู้โดยสารรายนี้แสดงพฤติกรรมต้องสงสัยและอ้างว่ามีระเบิดซุกในสัมภาระ

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบนเครื่องบินของสหรัฐฯ ยิงชายชาวอเมริกันวัย 44 ปี เสียชีวิตบนเครื่องบินของสายการบินอเมริกันแอร์ไลน์สที่เพิ่งร่อนลงจอด หลังจากเขาไม่ยอมทำตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่และพยายามคว้ากระเป๋าที่เขาอ้างว่ามีระเบิดซุกซ่อนอยู่ ขณะที่หน่วยอาวุธและกลยุทธ์พิเศษของสหรัฐฯ (SWAT) มารับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นรอบๆ สนามบิน

เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างที่เครื่องบินโบอิ้ง 757 ของสายการบินอเมริกันแอร์ไลน์ส เที่ยวบิน 924 ซึ่งเดินทางจากเมืองเมดเดอลิน ประเทศโคลัมเบีย เข้าแวะจอดที่สนามบินนานาชาติในไมอามี ก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังเมืองออร์แลนโดในฟลอริดา เมื่อผู้โดยสารคนหนึ่งบอกว่า มีระเบิดในกระเป๋าสัมภาระของเขา

โฆษกกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ เผยว่า จากนั้น ผู้โดยสารก็เผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ซึ่งพยายามนำเขาลงไปตรงยังสะพานเทียบชานชาลาของอาคารสนามบิน และสั่งให้เขาหมอบลง แต่เขาไม่ปฏิบัติตาม และถูกยิง 1 นัด เมื่อพยายามที่จะคว้ากระเป๋าที่เขาอ้างว่ามีระเบิด โดยเขาได้รับบาดเจ็บสาหัส

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่คนหนึ่งเผยว่า จากการสอบสวนไม่พบหลักฐานว่าเขามีระเบิด และนับเป็นครั้งแรกที่เจ้าหน้าที่ต่อต้านเหตุร้ายบนเครื่องได้เปิดฉากยิงอาวุธใกล้ๆ หรือบนตัวเครื่องบิน

"เท่าที่เรารู้คือมันเกิดขึ้นสะพานเทียบชานชาลา ด้านนอกของเครื่อง... เรายังไม่รู้ว่าผู้โดยสารคนนั้นอยู่บนเครื่องและกำลังลงมา หรือว่ากำลังจะเข้าไปในเครื่อง" โฆษกของอเมริกันแอร์ไลน์สกล่าว และเผยว่าเหตุการณ์นี้ไม่ได้กระทบต่อการเดินทางของเที่ยวบินอื่นๆ

ล่าสุด เจ้าหน้าที่ยืนยันว่า ผุ้โดยสารรายนี้เสียชีวิตแล้ว ขณะที่ภรรยาของเขาบอกว่า สามีเธอมีสติไม่สมประกอบ และไม่ได้ทานยา
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 8 ธันวาคม 2548 04:54 น.

บ.เวียดนามขู่เล่นการบินไทยไม่ยอมขนสินค้า

กรุงเทพฯ - บริษัทนำเข้า-ส่งออกแห่งหนึ่งในนครโฮจิมินห์ กล่าวว่า ได้รับการปฏิบัติที่ไม่คงเส้นคงวาจากสายการบินไทยซึ่งเป็นสายการบินแห่งชาติของไทยเกี่ยวกับการขนส่งสินค้าปลาสดมายังประเทศไทย ทั้งๆ ที่ได้ทำตามกฎระเบียบการขนส่งระหว่างประเทศอย่างถูกต้องแล้วก็ตาม และได้เคยใช้มาตรฐานเดียวกันนี้ขนส่งสินค้าปลากับการบินไทยจากไทยไปยังเวียดนามมาแล้ว ถึงแม้จะปฏิบัติตามเงื่อนไขได้ไม่ได้ครบก็ตาม

นายเหวียนวันลาง (Nguyen Van Lang) ผู้อำนวยการบริษัท Thao Nguyen Joint-Stock Company ซึ่งเป็นเจ้าทุกข์ได้นำเรื่องนี้ร้องเรียนต่อหนังสือพิมพ์ "แถ่งเนียน" ระบุว่าลูกค้าของบริษัทของเขาในประเทศไทย ต้องการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์บรรจุปลาเลี้ยงจำนวน 2 ตู้ในเที่ยวบิน TG-687 ในตอนเย็นวันเสาร์ แต่ถูกสายการบินไทยปฏิเสธ

ผอ.ของบริษัทแห่งนี้กล่าวว่าได้ทำตามกฎระเบียบข้อปฏิบัติของสมาคมการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศในการขนส่งปลาที่มีชีวิตทุกประการ นั่นคือ บรรจุปลาในถุงปลาสติก บรรจุลงในกล่องโฟม และ นำไปบรรจุในกล่องกระดาษหนา 5 ชั้นอีกชิ้นหนึ่ง พร้อมทั้งปิดฉลากบนกล่องว่า “Live Tropical Fish” ตามกฎระเบียบ

นายลางซึ่งเป็นประธานสมาคมผู้เลี้ยงปลาตู้นครโฮจิมินห์ด้วย กล่าวอีกว่า บริษัทของเขายังมีเอกสารแนบการขนส่งสินค้า คือ ใบแจ้งรายการสินค้า และใบรับรองการปลอดเชื้อ ซึ่งเป็นสิ่งต้องใช้ประกอบการขนส่งสินค้าทางอากาศกับสายการบินไทยอยู่เสมอ จากนั้นลูกค้าของบริษัทที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการขนส่งได้เดินทางไปยังประเทศไทยเพื่อรอรับสินค้า แต่ปรากฏว่าปลายังคงค้างอยู่ที่สนามบินในเวียดนาม

หลังจากที่สายการบินได้ปฏิเสธที่จะขนส่งปลาไปพร้อมเที่ยวบินดังกล่าวในเที่ยวบินวันเสาร์ พอวันอาทิตย์ตัวแทนของบริษัทได้ติดต่อไปยังสำนักงานของบริษัทการบินไทย ที่ท่าอากาศยานเติ่นเซินเญิต และได้รับการอธิบายว่าไม่สามารถลำเลียงปลาไปได้ เนื่องจากเกรงว่าถุงปลาสติกและกล่องอาจจะขาด จะทำให้น้ำเลอะเครื่องบิน

เขากล่าวว่าคำอธิบายเช่นนั้นไม่สามารถจะยอมรับได้ เพราะในเว็บไซต์ของการบินไทยก็ไม่ได้ห้ามการขนส่งปลาสำหรับเลี้ยง ทั้งยังได้ให้รายละเอียดต่างๆ เกี่ยวกับวิธีปฏิบัติในการขนส่งสินค้ากับสายการบินอีกด้วย

นายลางกล่าวว่าคำอธิบายที่ได้รับนั้นยังดูน่าขัน เพราะบริษัทของเขาเองรวมทั้งบริษัทอื่นๆ ได้เคยส่งปลาตู้จากประเทศไทย มายังเวียดนามโดยใช้บริการของการบินไทยในหลายๆ โอกาส ซึ่ง "..เป็นไปได้หรือกับการที่กล่องกระดาษจะดูทนทานแข็งแรงเมื่อเดินทางจากไทยไปเวียดนาม แต่กล่องใบเดิมกลับดูบอบบางอ่อนยุ่ยเมื่อเดินทางในเส้นทางจากเวียดนามมาไทย.."

นายลางยังกล่าวอีกว่าครั้งหนึ่งบริษัทของเขาเคยส่งปลาตู้จากไทยไปเวียดนามโดยใช้การบินไทย ซึ่งครั้งนั้นเขาปฏิบัติตามเงื่อนไขไม่ครบถ้วนตามระเบียบการขนส่ง แต่ก็สามารถขนส่งปลามาเวียดนามได้สำเร็จ กรณีล่าสุดนี้ได้ทำให้บริษัท Thao Nguyen Joint-Stock Company ส่งคำร้องเรียนไปทางสายการบินแล้ว และ บางทีอาจจะ ดำเนินการทางกฎหมายด้วย

เขากล่าวอีกว่าการขนส่งปลาเลี้ยงทางอากาศนั้นเป็นการปฏิบัติปรกติทั่วไป และคิดเป็นประมาณ 5% ของการขนส่งปลาตู้ในทั่วโลกในแต่ละปี.

"ผู้จัดการรายวัน" ไม่สามารถติดต่อขอความเห็นจากผู้ที่รับผิดอบของบริษัทการบินไทยจำกัด (มหาชน) ได้ในตอนค่ำวันพุธ (7 ธ.ค.) ที่ผ่านมา.

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 7 ธันวาคม 2548 20:28 น.

December 07, 2005

โบอิ้งเผยยอดสั่งจองเครื่องบินโดยสารช่วง 11เดือนแรก แซงหน้าแอร์บัส คู่แข่งตลอดกาล

นิวยอร์ค-โบอิ้ง เผยยอดสั่งจองเครื่องบินโดยสารช่วง 11เดือนแรก แซงหน้าแอร์บัส คู่แข่งตลอดกาล ด้านแอร์บัส เผยฟิลิปปินส์ แอร์ไลน์ส สั่งซื้อเครื่องบิน A320 จำนวน 9 ลำ

โบอิ้ง ยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมอากาศยานโลกสัญชาติสหรัฐ เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ (5ธ.ค.)ว่า ยอดสั่งจองเครื่องบินโดยสารเชิงพานิชย์ในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2548 มีจำนวน 800 ลำ ถือเป็นยอดสั่งจองเครื่องบินโดยสารที่สูงกว่าของแอร์บัส คู่แข่งจากยุโรป

ทั้งนี้ แอร์บัส ซึ่งตลอดระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมาถือเป็นผู้นำในตลาดเครื่องบินโดยสารเชิงพานิชย์ เตรียมเปิดเผยตัวเลขสั่งจองเครื่องบินในวันอังคาร (ตามเวลาท้องถิ่น) โดยเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา แอร์บัสมียอดสั่งจองเครื่องบินจำนวน 494 ลำ เทียบกับของโบอิ้งที่มียอดสั่งจองเครื่องบินในช่วงเดียวกันจำนวน 674 ลำ

เป็นที่คาดกันว่า ยอดสั่งจองเครื่องบินโดยสารของโบอิ้งจะแซงหน้าแอร์บัสในปีนี้ แต่แอร์บัส บริษัทร่วมทุนของยุโรปจะยังคงแซงหน้าโบอิ้งในแง่ของปริมาณเครื่องบินโดยสารที่มีการส่งมอบ โดยล่าสุดได้ทำการส่งมอบไปแล้วจำนวน 360 ลำ ขณะที่โบอิ้ง ระบุว่ามีแผนส่งมอบเครื่องบินในปี 2548 จำนวน 290 ลำ

นอกจากนี้ แอร์บัส ยังเปิดเผยด้วยว่า สายการบินฟิลิปปินส์ แอร์ไลน์ส ได้สั่งซื้อเครื่องบิน A320 จำนวน 9 ลำ และมีสิทธิซื้อแบบอ็อปชั่นอีก 5 ลำ เป็นไปตามโครงการปรับปรุงฝูงเครื่องบินให้มีความทันสมัยในระยะยาว

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ของแอร์บัสและสายการบินฟิลิปปินส์ แอร์ไลนส์ ได้ลงนามในสัญญาสั่งซื้อเครื่องบินมูลค่า 840 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับเครื่องบิน 14 ลำ โดยฟิลิปปินส์แอร์ไลน์สจะเช่าเครื่องบิน A320 ใหม่จำนวน 2ลำ และเครื่องบิน A319 จากจีอี แคปิตอล อาวิเอชั่น เซอร์วิส ซึ่งการส่งมอบเครื่องบินลำใหม่จะเริ่มขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2549 ไปจนกระทั่งถึงปี 2555
กรุงเทพธุรกิจ
6 ธันวาคม 2548 17:02 น.

กมธ.สภาฯตีกันโลว์คอสต์ กินรวบผู้โดยสารหลังย้ายสนามบิน

จากแนวหน้าปีที่ 26 ฉบับที่ 9023
วันพุธที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2548

นายวิชัย ชัยจิตวณิชกุล รองประธานคณะกรรมาธิการคมนาคมและประธานคณะอนุกรรม การขนส่งทางอากาศ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ได้หารือกับ นายพงษ์ ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.คมนาคม ถึงการใช้ประโยชน์จาก ท่าอากาศยานกรุงเทพฯ(ดอนเมือง)ภาย หลังจากการบริการย้ายสนามบินไปที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
โดยตนได้เสนอแนะว่า สายการบินภายในประเทศ เช่น บริษัทการบินไทย ควรให้บริ การที่ดอนเมืองต่อไป เนื่องจากมีความสะดวกในด้านการเดินทาง และใกล้ตัวเมืองมากกว่า นอกจากนี้ยังเป็นห่วงความล่าช้าในการก่อสร้างรถไฟฟ้าและระบบขนส่งมวลชน โดยเฉพาะการ ก่อสร้าง โครงการระบบขนส่งทางรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และสถานีรับส่งผู้โดย สารอากาศยานในเมือง (แอร์พอร์ตลิงค์)หรือ รถไฟฟ้าสายสีแดง (มักกะสัน-สุวรรณภูมิ)ยัง ไม่แล้วเสร็จ ซึ่งตามสัญญาแล้วจะแล้วเสร็จ ปี 2550 โดยจากการตรวจสอบล่าสุด พบว่าการ ก่อสร้างยังไม่คืบหน้าเท่าที่ควร และคาดว่าอย่างเร็วจะแล้วภายในปลายปี 2551 ความล่าช้า ที่เกิดขึ้นเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อการเดินทาง
ปัจจุบันมีจำนวนผู้โดยสารคนที่ใช้ ท่าอากาศยานดอนเมืองในส่วนของการโดยสารภาย ในประเทศมีประมาณ 9 ล้านคนต่อปี โดยในส่วนนี้ประมาณ 6 ล้านคนเป็นการใช้บริการของ บริษัทการบินไทย จำกัด(มหาชน)หากมีย้ายไปอยู่ที่สุวรรณภูมิคาดว่าจำนวนผู้โดยสารที่ใช้บริ การดังกล่าวของการบินไทยปรับลดลง หรืออาจจะหายไปหมด และหันมาใช้บริการ สายการ บินต้นุทุนต่ำ หรือโลว์ คอสต์ แอร์ไลน์ แทน เนื่องจากการเดินทางที่สะดวกกว่า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้ นายมหิดล จันทรางกูร ผช.รมต.คมนาคม ในฐานประธาน พิจารณาการใช้ประโยชน์ท่าอากาศยานกรุงเทพ ได้รายงานผลการศึกษาการใช้ประโยชน์สนาม บินดอนเมือง โดยเสนอให้โลว์คอสต์ แอร์ไลน์ ให้บริการที่ดอนเมืองต่อไป ส่วนการบินไทย จะ ไปให้บริการที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในกลางปีหน้า


แนะจำปีใช้ดอนเมืองบินในประเทศ

จากข่าวสด วันที่ 07 ธันวาคม พ.ศ. 2548 ปีที่ 15 ฉบับที่ 5487 หน้า 8<


นายวิชัย ชัยจิตวณิชกุล รองประธานคณะกรรมาธิการคมนาคมและประธานคณะอนุกรรมการขนส่งทางอากาศ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ได้หารือกับนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.คมนาคม ถึงการใช้ประโยชน์จากท่าอากาศยานกรุงเทพ หรือสนามบินดอนเมือง ภายหลังจากที่ย้ายสนามบินไปที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยได้เสนอแนะว่าสายการบินภายในประเทศควรใช้สนามบินดอนเมือง ปัจจุบันมีจำนวนผู้โดยสารที่ใช้สนามบินดอนเมืองในส่วนของการโดยสารภายในประเทศประมาณ 9 ล้านคน/ปี โดยในส่วนนี้ประมาณ 6 ล้านคนเป็นการใช้บริการของบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) หากมีย้ายไปอยู่ที่สุวรรณภูมิคาดว่าจำนวนผู้โดยสารที่ใช้บริการดังกล่าวของการบินไทยปรับลดลง หรืออาจจะหายไปหมด และหันมาใช้บริการ สายการบินต้นทุนต่ำ หรือโลว์คอสต์ แอร์ไลน์แทน

December 06, 2005

เครื่องบินกองทัพอิหร่านชนตึก10ชั้นตายอย่างน้อย119ราย

เกิดเหตุเครื่องบินของกองทัพอิหร่าน ซึ่งมีผู้โดยสารเกือบ 100 คน ประสบอุบัติเหตุตกในย่านชุมชน ชานกรุงเตหะราน ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่าร้อยราย

เครื่องบินขนส่ง ซี-130 ของกองทัพอิหร่าน ประสบอุบัติเหตุพุ่งชนอาคารที่พักอาศัยสูง 10 ชั้น ในย่านที่มีผู้คนอาศัยหนาแน่น ชานกรุงเตหะรานในวันนี้ ก่อนจะตกลงสู่พื้น สื่อของทางการอิหร่านและเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 119 ราย โดยผู้ที่อยู่บนเครื่อง 94 คนเสียชีวิตทั้งหมด และคนที่อยู่บนพื้นดินเสียชีวิตอีกเป็นจำนวนมาก

สถานีโทรทัศน์ของอิหร่านรายงานว่า เครื่องบินลำดังกล่าว มีปัญหาด้านเทคนิคตั้งแต่เริ่มทะยานขึ้นจากสนามบินเมห์ราบัดในกรุงเตหะราน เมื่อเวลา 13.45 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือราว 18.15 น. ตามเวลาในประเทศไทย และระบุว่ามีคนอยู่บนเครื่องบินทั้งหมด 94 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้โดยสาร 84 คน และลูกเรือ 10 คน โดยกำลังมุ่งหน้าไปยังเมืองบันดาร์ อับบาส ทางตอนใต้

รายงานระบุว่าหลังจากเกิดเหตุขัดข้อง คนขับเครื่องบินพยายามที่จะนำเครื่องลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินเมห์ราบัด แต่ว่าเกิดความผิดพลาด ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่าเห็นปีกของเครื่องบิน ชนกับอพาร์ทเมนต์สูง 10 ชั้น จนเกิดไฟลุกท่วม ก่อนจะดิ่งลงสู่พื้น ในเขตยาฟตาบัดซึ่งมีผู้คนหนาแน่น ทำให้เกิดกลุ่มควันขนาดใหญ่ ขณะที่หน่วยกู้ภัยได้ส่ง เฮลิคอปเตอร์และรถพยาบาลไปลำเลียงผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต และปิดกั้นจุด เกิดเหตุ

กรุงเทพธุรกิจ
6 ธันวาคม 2548 เวลา 20:46:54

December 05, 2005

เปิดกลยุทธ์สายการบินเอมิเรตส์ โกยกำไร251ล้านเหรียญสหรัฐ

สายการบินเอมิเรตส์ สายการบินนานาชาติประจำดูไบ ประกาศผลกำไรสุทธิกว่า 251 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 10,291 ล้านบาท สำหรับช่วง 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2548-2549 นับจากวันที่ 1 เมษายนถึง 30 กันยายน 2548

สายการบินเอมิเรตส์มีกำไรเพิ่มขึ้นถึง 7% จากเดิมจำนวน 236 ล้านเหรียญสหรัฐ ในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว แสดงให้เห็นถึงผลประกอบการที่เติบโตขึ้นเนื่องจากจำนวนของผู้โดยสารที่มากขึ้นและความต้องการด้านขนส่งสินค้าทางอากาศที่เพิ่มขึ้น สองสิ่งนี้นับเป็นการช่วยบรรเทาการได้รับผลกระทบจากน้ำมันเชื้อเพลิงราคาสูง

นายชี้ค อาเหม็ด บิน ซาอิด อัล มัคตุม ประธานสายการบินเอมิเรตส์ กล่าวว่า "สายการบินเอมิเรตส์ได้แสดงผลงานที่ดีในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา แม้ว่าราคาน้ำมันเชื้อเพลิงพุ่งสูงถึง 84% เมื่อเทียบกับช่วงหกเดือนแรกของปีงบประมาณที่แล้ว สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของรายได้ที่มั่นคง นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความสามารถของเอมิเรตส์ในการปรับตัวรับกับความท้าทายใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในการดำเนินธุรกิจสายการบินในปัจจุบัน"

สำหรับสายการบินเอมิเรตส์นั้น ค่าใช้จ่ายของน้ำมันเชื้อเพลิงในปีนี้คิดเป็นสัดส่วน 27%ของค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากสัดส่วน 19% ของช่วงเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา เพื่อเป็นการรักษาเป้าหมายในการดำเนินการ สายการบินเอมิเรตส์จึงใช้มาตราการควบคุมค่าใช้จ่ายและการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด อย่างไรก็ตาม เอมิเรตส์มีความจำเป็นต้องเพิ่มค่าเซอร์ชาร์จน้ำมันหน้าตั๋วเช่นเดียวกับสายการบินอื่นๆ ซึ่งก็ยังคงไม่เพียงพอที่จะครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ได้

"สายการบินเอมิเรตส์ยังคงจะดำเนินการขยายธุรกิจต่อไป ด้วยการเพิ่มขีดความสามารถและเปิดบริการใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการด้านการเดินทางทางอากาศของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้เรายังทำการลงทุนด้านเทคโนโลยีอันล้ำหน้าเพื่อรองรับจำนวนเครื่องบินของเราที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งรวมถึงศูนย์ทดสอบเครื่องยนต์ของเครื่องบินเจ็ทและศูนย์วิศวกรรมแห่งใหม่ซึ่งเมื่อก่อสร้างเสร็จแล้ว จะเป็นหนึ่งในศูนย์ซ่อมบำรุงการบินพลเรือนที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก"

นายชี้ค อาเหม็ด กล่าวว่า "ความสามารถในการทำกำไรของสายการบินเอมิเรตส์จะทำให้เราสามารถทำการลงทุนใหญ่ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสในการแข่งขันและความมั่นคงในอนาคต เรายังมุ่งมั่นในการใช้จ่ายอย่างคุ้มค่า เสาะหาโอกาสเพื่อสร้างรายได้ในตลาดที่มีศักยภาพสูง เพิ่มผลิตภัณฑ์และริเริ่มสิ่งใหม่ๆเพื่อส่งมอบบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าของเรา"

สายการบินเอมิเรตส์มีผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรกจำนวน 2.84 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นการเติบโตของรายได้ถึง 28% เมื่อเทียบกับรายได้ช่วงเวลาเดียวกันปีที่ผ่านมาจำนวน 2.22 พันล้านเหรียญสหรัฐ

ส่วนอัตราการบรรทุกผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 2.6 จุดเป็น 76% ในช่วงหกเดือนที่ผ่านมา และจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 15% เป็นจำนวน 6.98 ล้านคนจากจำนวน 6.05 ล้านคน เมื่อเปรียบเทียบในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2547-2548 นอกจากนี้ จำนวนที่นั่งโดยสาร (มาตราวัดจำนวนที่นั่งโดยสาร คือ ASKM (available seat kilometre) หรือ จำนวนที่นั่งต่อระยะ ทางกิโลเมตร คำนวณจากจำนวนที่นั่งคูณกับระยะทางการบิน) ได้เพิ่มขึ้น 16% เมื่อเทียบกับระยะเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา

ส่วนผลประกอบการของ เอมิเรตส์ สกายคาร์โก้ มีการเติบโตถึง 33% หรือมีรายได้ประมาณ 2.1 พันล้านดีแรห์ม ด้วยปริมาณการขนส่งสินค้าทางอากาศเพิ่มขึ้น 20% เป็นจำนวนถึง 482,643 ตัน โดยเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันนี้ในปีที่ผ่านมาที่มีจำนวน 404,305 ตัน ปัจจุบันเอมิเรตส์ให้บริการเครื่องบินขนส่งสินค้าทางอากาศด้วยเครื่องบินทั้งหมด 7 ลำ คือ เครื่องบินโบอิ้ง 747 จำนวน 6 ลำและเครื่องบินแอร์บัส A310-300 อีก 1 ลำ

สภาพคล่องของสายการบินเอมิเรตส์ (ซึ่งรวมถึงผลตอบแทนจากการลงทุน) ณ วันที่ 30 กันยายน 2548 คือ 2.55 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเพิ่มขึ้น 25% เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวน 2.06 พันล้านเหรียญสหรัฐ ในช่วงหกเดือนก่อนหน้านี้ ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าวได้หักจากการจ่ายเงินปันผลให้ผู้ลงทุนจำนวน 100 ล้านเหรียญสหรัฐ และมีเงินทุนไหลออกโดยประมาณ 333 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งรวมถึงการจ่ายมัดจำค่าเครื่องบินและการลงทุนหลักอื่นๆ สายการบินเอมิเรตส์ประสบความสำเร็จในการเพิ่มทุนจำนวน 550 ล้านเหรียญสหรัฐในช่วงเวลาดังกล่าวจากการเปิดขายพันธบัตรซูคุค (Sukuk) ซึ่งเป็นพันธบัตรอิสลามที่ออกในเดือนมิถุนายน 2548

ด้วยการที่มีสถานะทางการเงินที่มั่นคงและเป็นอิสระ ปัจจุบัน สายการบินเอมิเรตส์เป็นหนึ่งในสายการบินที่เติบโตอย่างรวดเร็วและมีผลกำไรมากที่สุดของโลกนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2548 เป็นต้นมา สายการบินเอมิเรตส์เปิดให้บริการเที่ยวบินใหม่สู่ซีเชลส์ และอเล็กซานเดรีย รวมถึงเพิ่มเที่ยวบินสู่ 20 จุดหมายปลายทางในเครือข่ายเส้นทางการบิน ปัจจุบันสายการบินเอมิเรตส์บินสู่ 77 เมืองใน 54 ประเทศ และวางแผนที่จะให้บริการสู่เมืองอบิดจัน ฮัมบรูก และปักกิ่งในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

ปัจจุบัน สายการบินเอมิเรตส์ให้บริการด้วยเครื่องบินโบอิ้งและเครื่องบินแอร์บัส ทั้งหมด 83 ลำ โดยมี เครื่องบินแอร์บัส A330-200 จำนวน 29 ลำ เครื่องบินโบอิ้ง 777-300ER จำนวน 7 ลำ เครื่องโบอิ้ง 777-300 จำนวน 12 ลำ เครื่องโบอิ้ง 777-200 จำนวน 9 ลำ เครื่องแอร์บัส 340-500 จำนวน 10 ลำ เครื่อง A340-300 จำนวน 8 ลำ เครื่องแอร์บัส A310 จำนวน 1 ลำและเครื่องบินขนส่งสินค้าทางอากาศอีก 7 ลำ คือเครื่องโบอิ้ง 747F จำนวน 6 ลำ และเครื่องแอร์บัส A310F จำนวน 1 ลำ

การสั่งจองเครื่องบิน 90 ลำที่ประกอบด้วยเครื่องบินแอร์บัส A380-800 จำนวน 45 ลำ เครื่องบินโบอิ้ง 777-300ER จำนวน 23 ลำ (ที่มี 9 ออพชั่นเพิ่มเติม), เครื่องบินแอร์บัส A340-600 ซึ่งเป็นเครื่องที่มีสมรรถนะในการบรรทุกน้ำหนักสูง จำนวน 20 ลำและเครื่องบินแอร์บัส A310F อีก 2 ลำ มูลค่ารวม 27.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ สายการบินเอมิเรตส์คาดว่าจะเพิ่มจำนวนเครื่องบินเป็นอีกสองเท่าของจำนวนที่มีอยู่ในปัจจุบันและจะสามารถให้บริการผู้โดยสารได้มากกว่า 33 ล้านคนต่อปี ภายในปี พ.ศ. 2555

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 5 ธันวาคม 2548 08:45 น.

December 02, 2005

สายการบินเวียดนาม แห่มอบส่วนลดรับวันตรุษเวียด

ผู้จัดการออนไลน์ 2 ธันวาคม 2548 17:16 น.

แถ่งเนียน - สายการบินเวียดนามแอร์ไลน์ได้ประกาศมอบส่วนลดในเส้นทางบินภายใมนประเทศ ระหว่างชวงเทศกาลปีใหม่ หรือ เต๊ต (Tet) โดยงานตรุษเวียดนามในปีนี้ตรงกับวันที่ 29 ม.ค.

ค่าโดยสารเส้นทางจากกรุงฮานอยไปยังนครโฮจิมินห์ ราคา 1.5 ล้านด่ง ระหว่างวันที่ 21-27 ม.ค. โดยต้องจองที่นั่งล่วงหน้า 14 วันเป็นอย่างน้อย ส่วนค่าโดยสารเที่ยวกลับจากนครโฮจิมินห์ ไปยังกรุงฮานอย ทางสายการบินจะทำการลดราคาในช่วงวันหลังจากเทศกาลสิ้นสุดลง ตั้งวันที่ 1-10 ก.พ. ในราคา 2 ล้านด่ง

สำหรับส่วนลดค่าโดยสารเส้นทางอื่นๆ นั้น สายการบินเวียดนามแอร์ไลน์ส มอบส่วนลด 30%ให้กับผู้โดยสารที่ต้องการเดินทางในเส้นทาง โฮจิมินห์-ด่าหนัง ในราคา 1 ล้านด่ง โดยอัตราโดยสารนี้ใช้ได้สำหรับเที่ยวบินที่ออกจากด่าหนัง ในระหว่างวันที่ 23-27 ม.ค. และเที่ยวบินที่ออกจากนครโฮจิมินห์ ในระหว่างวันที่ 1-7 ก.พ.

นอกจากนั้น ในเส้นทางบิน จากกรุงฮานอย ปลายทาง ญาจาง (จ.แค๊งฮว่า) ด่าหนัง และเมืองเหว ลดราคาค่าโดยสารที่ 10% 20% 35% ตามลำดับ ส่วนในเส้นทางบินจากนครโฮจิมินห์ ปลายทาง ไฮ่ฟ่อง เมืองวิง (จ.เหงะอาน) และเมืองเหว ลดราคาค่าโดยสาร 10% 20% 35% ตามลำดับเช่นกัน

ทั้งนี้ สายการบินแปซิฟิกแอร์ไลน์ส ได้ประกาศมอบส่วนลดพิเศษเนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่ ในเส้นทางบิน ฮานอย-โฮจิมินห์ ระหว่างวันที่ 1-15 ธ.ค. โดยคิดราคาค่าโดยสารเที่ยวละ 999,000 ด่ง แต่ทางสายการบินได้จำกัดเที่ยวบินเฉพาะ เที่ยวที่ออกจากนครโฮจิมินห์ เวลา 15.30 น. และ จากกรุงฮานอยเวลา 8.00 น.




คค.เรียกผู้บริหาร "นกแอร์" รับนโยบายเร่งรัดปรับปรุงบริการ

ผู้จัดการออนไลน์ 2 ธันวาคม 2548 15:38 น.


นายวันชัย ศารทูลทัต ปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานกรรมการบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของสายการบินนกแอร์ เปิดเผยถึงกรณีที่ปัจจุบันมีผู้โดยสารร้องเรียนในเรื่องคุณภาพงานบริการของสายการบินต้นทุนต่ำ หรือโลว์คอสต์แอร์ไลน์จำนวนมาก และส่วนหนึ่งมีปัญหาด้านคุณภาพบริการว่า สำหรับสายการบินนกแอร์ ซึ่งการบินไทยเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ดังนั้น จึงได้เรียกนายพาที สารสิน ผู้บริหารนกแอร์ มาให้นโยบายเร่งรัดปรับปรุงบริการให้มีภาพลักษณ์ที่ดีขึ้นทั้งระบบและแก้ปัญหาทั้งเรื่องงานบริการและเที่ยวบินล่าช้าที่สร้างความไม่พอใจให้กับผู้โดยสาร โดยการปรับปรุงบริการดังกล่าวจะต้องครอบคลุมทุกเส้นทางการบินทั้งที่นกแอร์ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน รวมถึงเส้นทางที่การบินไทยมีนโยบายที่จะยกเลิกทำการบินไปให้นกแอร์เป็นผู้ดำเนินการแทน


December 01, 2005

"แอร์บัส"รับเละ1.5พันล้านดอลล์ สายการบินน้องใหม่จีนช็อป20ลำ

จากประชาชาติธุรกิจวันที่ 01 ธันวาคม พ.ศ. 2548 ปีที่ 29 ฉบับที่ 3745 (2945) หน้า 40

ธุรกิจการบินในจีนบูมสุดๆ "อีสต์ สตาร์ แอร์ไลน์ส" น้องใหม่ใจถึง ยอมควักกระเป๋ามูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์ เช่า-ซื้อเครื่องบินลอตใหญ่จาก "แอร์บัส" รวดเดียว 20 ลำ เปิดเส้นทางบินรับตลาดการบินภายในประเทศที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว

บริษัท "อีสต์ สตาร์ แอร์ไลน์ส" เป็นสายการบินเอกชนน้องใหม่ที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของจีน ตกลงเซ็นสัญญากับค่ายแอร์บัสและบริษัทให้บริการการบินพาณิชย์จีอี (GE Commercial Aviation Service-GECAS) รวมมูลค่าราว 1.5 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 12 พันล้านหยวน เพื่อสั่งซื้อและเช่าเครื่องบินแอร์บัสรุ่น A319 และ A320 รวม 20 ลำ

โดยอีสต์ สตาร์ แอร์ไลน์ส จะสั่งซื้อเครื่องรุ่น A320 จำนวน 10 ลำจากบริษัทแอร์บัส และขอเช่าอีก 10 ลำ ผ่านบริษัทการเงินเจเนอรัล อิเล็กทริกส์ ในเครือ GECAS ซึ่งจะส่งมอบเครื่องทั้งหมดภายใน 5 ปีข้างหน้า

เครื่องบิน A320 ลอตแรกจำนวน 3 ลำ จะถูกส่งมายังเมืองอู่ฮั่น เมืองเอกของมณฑลหูเป่ย ซึ่งอยู่ทางตอนกลางของประเทศจีน ในเดือนพฤษภาคมปี 2549 และจะนำไปใช้ในเส้นทางการบินในประเทศกว่า 10 เส้นทาง อาทิ อู่ฮั่น-เสิ่นเจิ้น นานกิง ซีอาน หางโจว และเมืองไหโข่วที่อยู่ในมณฑลไหหนาน นอกจากนี้ ยังจะมีไฟลต์พิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวที่เตรียมจะเปิดตัวในเร็วๆ นี้ด้วย

ทั้งนี้ อีสต์ สตาร์ เป็นสายการบินที่จัดตั้งขึ้นในเมืองอู่ฮั่น เพิ่งได้รับอนุมัติให้ดำเนินกิจการจากสำนักงานการบินพลเรือนในเดือนมิถุนายนปีนี้

"หลัน ชีลี" ประธานกลุ่มอีสต์ สตาร์ของจีน เปิดเผยว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจของเมืองอู่ฮั่นขยายตัวอย่างรวดเร็ว ประกอบกับตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีความสำคัญ ทำให้ความต้องการบริการด้านการบินของผู้คนในเมืองนี้สูงขึ้น โดยเฉพาะความต้องการไฟลต์บินไปยังจังหวัดใกล้เคียง

นายหลันกล่าวด้วยว่า การดึงดูดผู้โดยสารที่มีศักยภาพที่จะใช้บริการจะต้องใช้วิธีให้ส่วนลดในช่วงเทศกาลต่างๆ และมีบริการสนับสนุนการขายด้วย อย่างเช่น บริการรับ-ส่งฟรี และบริการของว่างฟรี เป็นต้น

นายหลันให้เหตุผลของการเลือกเครื่องบินแอร์บัสว่า เครื่องแอร์บัสมีต้นทุนการดำเนินงานต่ำ และมีความสะดวกต่อผู้โดยสารในระดับสูงสุด ซึ่งจะช่วยให้บริษัทเริ่มต้นธุรกิจได้อย่างราบรื่น และประสบความสำเร็จได้ในไม่ช้า

อย่างไรก็ตาม ตลาดสายการบินในจีนกำลังบูมมาก ทำให้มีจำนวนสายการบินเอกชนเข้ามาลงทุนเพิ่มหลายราย อาทิ ยูไนเต็ด อีเกิล แอร์ไลน์ส และสปริง แอร์ไลน์ส ซึ่งน้องใหม่เหล่านี้จะเข้ามาแข่งขันกับพี่เบิ้มทั้งสาม

ซึ่งได้แก่ 1.สายการบินแอร์ไชน่า (Air China) เป็นสายการบินแห่งชาติจีน 2.สายการบินไชน่า เซาเทิร์น แอร์ไลน์ส (China Southern Airlines) และ 3.สายการบินไชน่า อีสเทิร์น แอร์ไลน์ส (China Eastern Airlines)

สำหรับแอร์บัส ซึ่งเป็นคู่ปรับตลอดกาลกับ "โบอิ้ง" ของสหรัฐ ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมากในการชิงส่วนแบ่งในตลาดจีน ซึ่งใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก และมีการขยายตัวอย่างรวดเร็วที่สุด โดยแอร์บัสมีสัดส่วนตลาดอยู่ที่ 28% และตั้งเป้าที่จะเพิ่มให้เป็น 50% ภายในอนาคตอันใกล้

นับเป็นการขยายความสำเร็จอีกขั้นหนึ่งของแอร์บัส กับตลาดใหญ่ในอุตสาหกรรมการบินจีน ทำให้ปัจจุบันมีเครื่องบินแอร์บัสให้บริการอยู่ในจีนแผ่นดินใหญ่แล้วมากกว่า 200 ลำ โดยในปี 2005 แอร์บัสได้รับคำสั่งซื้อจาก 5 สายการบินในจีนรวม 69 ลำ โดยนอกจากสายการบินไชน่า อีสเทิร์น แอร์ไลน์ส ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญของแอร์บัสมาตลอดแล้ว กลุ่มสายการบินใหม่ๆ ก็เป็นเป้าหมายที่แอร์บัสกำลังทำตลาดอยู่อย่างแข็งขัน

ทั้งนี้ นอกจาก "อีสต์ สตาร์ แอร์ไลน์ส" ยักษ์ใหญ่น้องใหม่ที่เพิ่งบรรลุข้อตกลงซื้อ-เช่าเครื่องบินกับแอร์บัสจำนวน 20 ลำแล้ว ธุรกิจสายการบินรายใหม่ๆ อย่างสายการบินเสิ่นเจิ้น แอร์ไลน์, สายการบินสปริง แอร์ไลน์, สายการบินยูไนเต็ด อีเกิล แอร์ไลน์ ก็กลายเป็นลูกค้าของแอร์บัสไปเรียบร้อยแล้ว

ก่อนหน้านี้ตัวแทนของแอร์บัส เอเชีย-แปซิฟิก กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า สงครามการตลาดระหว่างแอร์บัสกับโบอิ้ง แข่งขันและห้ำหั่นกันด้วยอนาคตทางด้านผลตอบแทนทางการลงทุน ยิ่งสภาพแวดล้อมในตลาดการเดินทางของผู้โดยสารทั่วโลกต้องการเดินทางพร้อมกันครั้งละเป็นจำนวนมาก สายการบินต่างต้องรัดเข็มขัดต้นทุนค่าใช้จ่ายมากขึ้นตามปัจจัยที่มีผลกระทบทั้งทางด้านธรรมชาติและกลไกราคาน้ำมัน

ดังนั้น เครื่องบินขนาดใหญ่ติดตั้งเครื่องยนต์แบบประหยัดน้ำมัน แถมขายที่นั่งได้ครั้งละจำนวนมากขึ้น อย่าง A380 สมรรถนะการบินข้ามทวีปมีประสิทธิภาพสูง ห้องโดยสารภายในติดตั้งอุปกรณ์บริการล้ำสมัย จึงเป็นคำตอบสำหรับหลายๆ ธุรกิจการบินโดยเฉพาะในเอเชียที่มีอัตราการเติบโตสูง

"นกแอร์"ผนึก"เซ็นทรัลแอร์พอร์ต" เปิดบริการ"เช็ก&ช็อป"ดีเดย์1ธ.ค.

จากประชาชาติธุรกิจวันที่ 01 ธันวาคม พ.ศ. 2548 ปีที่ 29 ฉบับที่ 3745 (2945) หน้า 40


นกแอร์ตีตลาดเชียงใหม่ ผนึกเซ็นทรัล แอร์พอร์ต ส่งโปรเจ็กต์สุดท้ายในรอบปี "นกแอร์ เช็ก แอนด์ ช็อป" เพิ่มความสะดวกให้ลูกค้า ดีเดย์ 1 ธันวาคม ก่อนหวนกลับไปปรับปรุงสาขาภูเก็ตหลังสึนามิซัดในปีหน้า พร้อมเปิดบินตรงมาเก๊าเร็ววันนี้

นายสีหพันธุ์ ชุมสาย ณ อยุธยา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด สายการบินนกแอร์ กล่าวว่า ได้เปิดให้บริการ "นกแอร์ เช็ก แอนด์ ช็อป" ที่ร้านนกแอร์ ภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัล แอร์พอร์ต พลาซา เชียงใหม่ หลังจากเปิดให้บริการที่ภูเก็ต และต้องปิดไปเนื่องจากผลกระทบจากคลื่นยักษ์สึนามิ คาดว่าจะปรับปรุงและเปิดให้บริการอีกครั้งในปีหน้า นอกจากนี้ยังเตรียมขยายไปยังจังหวัดอื่นๆ แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของเวลา สถานที่ตั้งที่มีความเหมาะสม คืออยู่ห่างจากสนามบินในรัศมีไม่เกิน 10 นาที

การเปิดให้บริการ "นกแอร์ เช็ก แอนด์ ช็อป" นายสีหพันธุ์ชี้ว่า เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงปรัชญาทางการตลาดของนกแอร์ แทนที่จะให้ผู้โดยสารนั่งรอนานๆ ที่สนามบิน มีแนวคิดให้ลูกค้าได้ประโยชน์จากการเดินทาง โดยให้ลูกค้าเช็กอินบัตรโดยสาร จากนั้นผู้โดยสารสามารถเลือกซื้อของที่ระลึก รวมถึงนั่งพักผ่อนภายในบริเวณพื้นที่ให้บริการ

ผู้ใช้บริการยังได้รับสิทธิพิเศษส่วนลดร้านค้าต่างๆ ภายในศูนย์การค้าที่เข้าร่วมกิจกรรม หรือสามารถเลือกซื้อสินค้าได้ตามที่ต้องการ โดยที่ลูกค้าสามารถสำรองที่นั่งและชำระเงินค่าบัตรโดยสารได้ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคมเป็นต้นไป

"นกแอร์ต้องการสร้างความรู้สึกที่ดีๆ ให้เกิดขึ้นกับผู้ใช้บริการ โดยที่ไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มเติม ในขณะเดียวกันก็ได้รับการบริการที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น แม้ว่านกแอร์จะต้องลงทุนค่าก่อสร้างสถานที่ ค่าสื่อประชาสัมพันธ์ แต่เมื่อเทียบกับผลตอบแทนที่จะได้ในระยะยาวถือว่าคุ้มค่ามาก"

ด้านผลประกอบการของนกแอร์ตั้งแต่ต้นเดือนมกราคมถึงตุลาคมถือว่าไปได้ดี รายได้หลักอยู่ที่การขายตั๋วโดยสารประมาณ 90% นอกจากนั้นเป็นรายได้เสริม เช่น การจำหน่ายสินค้า อาหาร เครื่องดื่มบนเครื่องบิน และการขายสื่อประชาสัมพันธ์บนเครื่องบิน ปัจจุบันอัตราการบรรทุกผู้โดยสาร (loadfactor) ทุกเส้นทางของนกแอร์อยู่ที่ 84% ซึ่งเพิ่ม 4% จากช่วงที่ผ่านมา

นายสีหพันธุ์กล่าวเพิ่มเติมว่า นกแอร์ต้องการเป็นสายการบินที่แข็งแกร่งที่สุดในประเทศไทยและขยายไปต่างประเทศ ทั้งการเพิ่มความถี่การบินและการเปิดเส้นทางใหม่ๆ โดยในครึ่งหลังปี 2549 มีแผนเปิดบินไปมาเก๊า เนื่องจากเป็นเส้นทางที่มีอนาคตสดใส ประกอบกับสายการบินที่บินก็ยังไม่มากเมื่อเทียบกับความต้องการเดินทางของนักท่องเที่ยว

"นกแอร์ยังมีแผนเพิ่มเครื่องบินไม่ต่ำกว่า 3 ลำในปีหน้า รวมกับของเดิมเป็น 6 ลำ โดยในเดือนมกราคมที่จะถึงนี้ การบินไทยได้เตรียมมอบเครื่องบินโบอิ้ง 737-400 ขนาด 150 ที่นั่งให้นกแอร์ 1 ลำ"

ปัจจุบัน สายการบินนกแอร์เปิดให้บริการเที่ยวบินสู่เชียงใหม่ 4 เที่ยว/วัน อุดรธานี 3 เที่ยว/วัน หาดใหญ่ 4 เที่ยว/วัน ภูเก็ต 2 เที่ยว/วัน และเส้นทางนครศรีธรรมราช ด้วยบริการเที่ยวบินรอบเช้าทุกวัน และเที่ยวบินรอบเย็น ระหว่างวันจันทร์ถึงวันพฤหัสบดี พร้อมกันนั้นนกแอร์ยังเปิดให้บริการเส้นทางบินเชียงใหม่-อุดรธานี-เชียงใหม่ อีกสัปดาห์ละ 2 เที่ยวบิน ทุกวันศุกร์และวันอาทิตย์ ด้วยเครื่องบินโบอิ้ง 737-400 ที่สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 150 ที่นั่ง/เที่ยวบิน

ไฟเขียวเดลตาเลขายเครื่องบิน

จากโพสต์ทูเดย์ วันพฤหัสบดีที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2548

นิวยอร์ก/ฟีนิกซ์ (เอพี) — ศาลล้มละลายสหรัฐอนุมัติเดลตาขายเครื่องบิน แก้ปัญหาล้มละลาย ขณะที่ ยูเอส แอร์เวย์ส สายการบินร่วมชาติ สั่งซื้อเครื่อง เอ350 20 ลำ เสริมทัพ


พรูเดนซ์ คาร์เตอร์ บิตตี ผู้พิพากษาศาล ล้มละลายสหรัฐ เปิดเผยเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน ว่า อนุญาตให้เดลตา แอร์ไลน์ส อิงค์ เจ้าของกิจการเดลตา สายการบินยักษ์ใหญ่อันดับ 3 ของประเทศ สามารถนำเครื่องบินโบอิ้ง 737 แอมบราเออร์ 120 และโบอิ้ง 767 บางส่วนออกขายได้ระหว่างที่อยู่ภายใต้แผนพิทักษ์ทรัพย์สินตามกฎหมายว่าด้วยการล้มละลายของสหรัฐ

อย่างไรก็ดี ยังไม่มีหลักฐานใดที่ยืนยันว่าสายการบินสัญชาติสหรัฐรายนี้สามารถหาผู้ซื้อได้แล้ว และไม่มีการเปิดเผยถึงมูลค่าในการซื้อขายครั้งนี้แต่อย่างใด ขณะที่เดลตายังคงปฏิเสธที่จะเปิดเผยเกี่ยวกับรายละเอียดในเรื่องนี้

ทั้งนี้ การอนุญาตของศาลล้มละลายเกิดขึ้นพร้อมกับที่บรรดาคณะผู้บริหารและสหภาพแรงงานนักบินของสายการบินกำลังเตรียมตัวนำเสนอเกี่ยวกับข้อพิพาทเรื่องที่สายการบินบอกปัดสัญญาจ้างงานที่ทำไว้กับนักบิน โดยอ้างว่าเพื่อให้สายการบินสามารถพ้นจากภาวะการล้มละลายได้เร็วขึ้น

ขณะที่ ดาเนียล แคสเปอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้าน อุตสาหกรรมการบิน และดำรงตำแหน่งกรรมการ ผู้จัดการของแอลดีซีจี แอลแอลซี ก็ได้เปิดเผยผลการตรวจสอบเกี่ยวกับสาเหตุการล้มละลายของเดลตาในศาล ว่า ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากการเข้ามาของธุรกิจการบินต้นทุนต่ำ ทำให้ลูกค้าจำนวนมากหันมาซื้อตั๋วเครื่องบินผ่านระบบ อินเทอร์เน็ต เช่นเดียวกับที่ลูกค้าระดับนักธุรกิจ ซึ่งไม่ต้องการที่จะซื้อตั๋วในราคาที่แพงก็หันมาใช้บริการสายการบินต้นทุนต่ำ ขณะที่เดลตาต้องแบกรับต้นทุนด้านแรงงานที่สูงขึ้นด้วย

ทั้งนี้ เดลตาต้องการที่จะยกเลิกสัญญาจ้างงานกับเหล่านักบิน เพื่อที่จะสามารถลดต้นทุนด้าน แรงงานได้

ด้าน ยูเอส แอร์เวย์ส สายการบินชื่อดังร่วมชาติ ได้สั่งซื้อเครื่องบินแอร์บัส เอ350 จำนวน 20 ลำ เพื่อใช้ในเส้นทางทรานส์แอตแลนติก โดยความเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของ ข้อตกลงด้านการเงินในการเข้ามาซื้อกิจการของสายการบินโดยอเมริกา เวสต์ แอร์ไลน์ส

ขณะที่ แอร์บัส ผู้ผลิตเครื่องบินจากฝั่งยุโรป และเป็นผู้ที่ให้การสนับสนุนทางด้านการเงินแก่อเมริกา เวสต์ แอร์ไลน์ส ในการเข้าซื้อกิจการของ ยูเอส แอร์เวย์ส ปฏิเสธที่จะเปิดเผยถึงมูลค่าการซื้อขายที่แท้จริง แต่มีการคาดการณ์กันว่า มูลค่าเครื่องบินทั้ง 20 ลำ น่าจะอยู่ที่ 4 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.64 แสนล้านบาท) หรืออาจจะต่ำกว่านี้ เนื่องจากแอร์บัสจะเสนอส่วนลดเพิ่มให้

ข่าวสายการบิน | เว็ปบอร์ด | Gallery | Dutyfree Shop | ติดต่อทีมงาน
มาเป็นเพื่อนบ้าน HFlight.net | ติดต่อลงโฆษณา

Copyright (C) 2004. Kosin Yeambunya. All rights reserved.

Hflight.net