ศึกเร่งสนามบินสุวรรณภูมิร้อนฉ่า แช่100สัญญารอแตกบริษัทลูก
จากประชาชาติธุรกิจ วันที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548 ปีที่ 29 ฉบับที่ 3744 (2944)หน้า 40
ศึก "สุวรรณภูมิ" ปะทุหนักหลัง "รมช.ชัยนันต์" สุดทน 100 สัญญา 400 โปรเจ็กต์ย่อยอืด แนวร่วมจากสายการบินลูกค้ารุมจวก "คมนาคม" แบ่งงานแบบพิลึกจนระบบบริหารจัดการเละเป็นโจ๊ก "แผนเร่งงานก่อสร้าง-การแต่งตั้งผู้บริหาร ทอท." จับตาเครือข่ายบริษัทมหาชน "ทอท." พาเหรดแตกบริษัทลูกชิงเค้กประมูลกวาดโปรเจ็กต์ย่อย เปิดแดนสนธยาแบบเดียวกับดอนเมือง
ผู้สื่อข่าวรายงานการเร่งงานก่อสร้างสนามบินนานาชาติ "สุวรรณภูมิ" ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เลือก พลเอกชัยนันต์ เจริญศิริ เข้ามาเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กำกับดูแลโครงการสุวรรณภูมิโดยเฉพาะ เพื่อให้เสร็จพร้อมเปิดใช้ในเชิงพาณิชย์ได้ภายในมิถุนายน 2549
ศึก 100 สัญญา "สุวรรณภูมิ"
ในช่วง 7 เดือนนี้เริ่มจะมีกระแสความเคลื่อนไหวก่อตัวและปะทุออกมาทุกทิศทาง ทั้งการบริหารภายในองค์กร การขับเคลื่อนถ่ายโอนบริษัทลูกในรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวพันกับการย้ายสนามบินจากดอนเมืองไปสุวรรณภูมิ และการแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารภายในบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. และบริษัท ท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัด (มหาชน) หรือ บทม.
หลังจาก พลเอกชัยนันต์ รมช.คมนาคม แต่งตั้ง พลโทดนัย ยุวบูรณ์ เป็นประธานติดตามโครงการก่อสร้างสุวรรณภูมิ เพราะไม่สามารถรอศรีสุข จันทรางศุ (ปลัดกระทรวงคมนาคมที่เกษียณไปกว่าครึ่งปีแต่ยังรั้งตำแหน่งประธาน บทม.) รายงานข้อมูลความช้าล่าโครงการก่อสร้างขนาดย่อยที่ยังคงค้างอยู่ในระบบกว่า 100 สัญญา 400 โครงการ ซึ่งบางส่วนก่อสร้างล่าช้า บางส่วนอยู่ระหว่างรอทำสัญญาลงทุนก่อสร้าง และบางส่วนไม่สามารถอธิบายได้อย่างชัดเจนว่าจะแล้วเสร็จเมื่อใด
และถึงนายกรัฐมนตรีจะเดินทางมานั่งหัวโต๊ะติดตามงานอย่างใกล้ชิด ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (กทภ.) รวมถึงการแสดงความเป็นผู้นำทำประชาสัมพันธ์สุวรรณภูมิด้วยตนเองเกือบจะทุกครั้ง แต่เนื้องานที่จะต้องเร่งก็ขยับไปได้ไม่มาก โดยเฉพาะงานบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศท่าอากาศยาน หรือ IAMS : Information Airport Management System
"หมอเสริฐ" ชี้ผ่าวิธีบริหาร ทอท.
นายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ในฐานะเจ้าของบางกอก แอร์เวย์ส และผู้ได้รับสัมปทานลงทุนให้บริการ 3 โครงการหลักในสุวรรณภูมิประกอบด้วย โครงการบริหารพื้นที่คลังสินค้าขนส่งทางอากาศ (cargo warehouse/freighter) โครงการครัวการบิน (catering) และโครงการบริการภาคพื้นดิน (ground service) มูลค่ารวมกว่าหมื่นล้านบาท ยอมรับว่าเห็นการทำงานของนายศรีสุขแล้วหนักใจมาก
ผู้อำนวยการใหญ่การบินกรุงเทพเล็งเห็นว่า ประธานศรีสุขลงมาทำงานย่อยเองทุกโปรเจ็กต์ และบางสัญญาก็ไม่ได้ตัดสินใจให้ชัดว่าจะทำหรือไม่ทำอย่างไร ต่างจากวิธีบริหารจัดการแบบมืออาชีพตามแบบสากลตรง หากเป็นโครงการก่อสร้างสนามบินขนาดใหญ่อย่างนี้จะต้องแบ่งและกระจายงานชัดเจน โดยรูปแบบกระทรวงคมนาคมต้องให้กรรมการผู้จัดการใหญ่ (กจญ.) ทอท.เป็นฝ่ายบริหารการปฏิบัติงานโอนงานทั้งหมดไปดูแล
พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า โครงการสุวรรณภูมิมีรูปแบบปฏิบัติที่แปลกมากตรงนายบัญชา ปัตตนาภรณ์ รักษาการ กจญ.ซึ่งมีตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาอาวุโสของ บทม.กลับเป็นผู้ที่เข้ามามีบทบาทในการกำหนดราคาการจัดซื้อทุกโครงการ ตั้งแต่ระบบสาธารณูปโภคไปจนถึงวัสดุอุปกรณ์ขนาดใหญ่
นายแพทย์ปราเสริฐกล่าวว่า ถึงเวลาที่กระทรวงคมนาคมจะต้องตัดสินใจอย่างมีทิศทางว่าจะจ้างปลัดศรีสุขต่อไปทั้งที่ได้พิสูจน์ฝีมือทำโครงการสุวรรณภูมิอืดอยู่ทุกวันนี้ หรือจะผ่าทางตันสรรหา กจญ.ใหม่เข้ามาให้เร็วที่สุด และปรับกลยุทธ์การทำงานตามแนวทางของ พลเอกชัยนันต์เพื่อให้สุวรรณภูมิเดินหน้าอย่างมีประสิทธิภาพเสร็จใกล้เคียงเวลาที่กำหนด
แอร์ไลน์ผวา CTX ลำเลียงกระเป๋าอืด
นักบริหารสนามบินและสายการบินนานาชาติ ให้ความเห็นตรงกับนายแพทย์ปราเสริฐว่า การก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่อย่างสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อโครงสร้างและสิ่งอำนวยความสะดวกเสร็จสิ้น เปิดใช้งานจริงยังมีปัญหาใหญ่ต้องแก้ไขอีกหลายจุด
ปัญหาใหญ่คือระบบสายพานลำเลียงกระเป๋าที่เสียเงินซื้อเครื่อง CTX-9000 ถึง 24 ตัวเข้ามาให้บริการ ระหว่างนี้ที่เปิดทดสอบการใช้งานลำเลียงกระเป๋าบ้างครั้งบ้างคราวแล้วนั้น พบว่าความยาวสายพานต้องใช้เวลาถึง 45 นาที จึงจะทยอยกระเป๋าและสัมภาระของผู้โดยสารแต่ละเที่ยวบินหมด
เป็นเรื่องที่สายการบินกำลังพะวงกันมากว่าจะหาทางแก้ไขอย่างไร เพราะถ้ายังปล่อยให้สายพานใช้เวลามากขนาดนี้การจัดระเบียบจราจรเพื่อขนย้ายผู้โดยสารเข้า-ออกจากเครื่องในเที่ยวบินต่อเนื่องจะเป็นปัญหาอย่างมาก
เนื่องจากระบบนี้จะใช้เวลาหมุนสายพานนานแล้ว กลไก CTX และ การตั้งกฎเกณฑ์เพื่อตรวจสัมภาระของศุลกากรยังซับซ้อนโดยเอารูปแบบสหรัฐอเมริกาซึ่งคุมเข้มความปลอดภัยที่มากกว่าสถานการณ์การเดินทางปกติมาใช้ คือแต่ละเที่ยวบินจะต้องตรวจสัมภาระ 2 รอบ ซึ่งในเอเชียยังไม่เคยมีประเทศใดทำ
ตามที่ทุกประเทศรับรู้อยู่ว่าหากทำจะเกิดผลลบมากกว่าบวก เพราะสายการบินต้องคุมเวลาเข้า-ออกให้สอดคล้องกับตารางบินที่ได้รับอนุมัติจากสนามบินที่ใช้บริการ ยิ่งเสียเวลามากเท่าไรจะยิ่งทำให้การทำแผนเชื่อมเที่ยวบินต่อไปยังประเทศที่ 2 และ 3 ยุ่งยากมากขึ้น
จับตาแตกบริษัทลูกชิงเค้กธุรกิจย่อย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากสุวรรณภูมิจะมีปัญหาโดยตรงที่เป็นผลมาจากระบบบริหารจัดการภายในกระทรวงคมนาคม ระหว่างรัฐมนตรีกำกับดูแลกับผู้บริหาร บทม.และ ทอท.ที่ไม่สามารถเร่งงานให้เป็นไปตามกำหนดได้แล้ว งานโยกย้ายและแตกบริษัทลูกก็ยังเป็นอีกปัญหาที่ร้อนแรงพอกัน
ทอท.เป็นบริษัทมหาชนที่น่าจับมากที่สุด เพราะหลังจากบริษัท ไทย แอร์พอร์ต กราวด์ เซอร์วิสเซส จำกัด (Thai Airport Ground Services : TAGS) ที่ ทอท.ถือหุ้นใหญ่ 28% อยู่ไม่ได้รับคัดเลือกให้ถือสัมปทานทำธุรกิจบริหารคลังสินค้าคาร์โก้ และให้บริการวัสดุอุปกรณ์การบิน (Ground Service Equipment : GSE) ในช่วงหลังย้ายจากดอนเมืองไปสุวรรณภูมิแล้ว
ปรากฏว่า TAGS เคลื่อนไหวโดยทำวิธีขายหุ้นจากผู้ถือรายเดิม ถ่ายโอนไป 42% ไปอยู่ในกลุ่มทุนใหญ่ที่ยังมีปรากฏตัว ขณะเดียวกันกรรมการ TAGS บางส่วนทยอยไปจดทะเบียนตั้งบริษัทใหม่ขึ้น 3-4 บริษัท มีทุนจดทะเบียนตั้งแต่ 10-100 ล้านบาท ขนาดของทุนเป็นไปตามเงื่อนไขและค่างานใหม่ของสุวรรณภูมิที่ทยอยเปิดประมูล
ส่วนบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีโครงการจะแยก 5 หน่วยธุรกิจ (business unit) เป็นบริษัทจำกัด ขณะนี้ยังคงเฝ้ารอดูท่าทีกันแบบไม่คลาดสายตาระหว่างนโยบายนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม คณะกรรมการการบินไทย และสหภาพแรงงานรัฐวิสหกิจการบินไทย ผู้รักษาสิทธิสวัสดิการของพนักงาน 10,000 คนในฝ่ายคาร์โก้ ช่าง ครัวการบินให้บริการภาคพื้นดินและซ่อมบำรุงอากาศยาน