หวั่นฟ้าป่วนลมวุ่น เอ380บินฝุ่นตลบ
จากโพสต์ทูเดย์ วันพุธที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2548
ปารีส/ดูไบ (เอเอฟพี/รอยเตอร์ส) ชี้ เอ380 อาจสร้างความโกลาหลให้กับการ จราจรทางอากาศเหนือสนามบิน เหตุเครื่องใหญ่ ทำอากาศปั่นป่วน บินลำอื่นต้องทิ้งระยะมากกว่าเดิม
เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัล ยุโรป รายงานอ้างเอกสารขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ไอซีเอโอ) ว่า ซูเปอร์จัมโบ้ เอ380 ผลงานของแอร์บัส ผู้ผลิตยักษ์ใหญ่จาก ฝั่งยุโรป อาจสร้างความโกลาหลให้กับการจราจรในสนามบินนานาชาติทั่วโลก เนื่องจากเครื่องบินรุ่นอื่นๆ ที่เตรียมขึ้นบินหรือลงจอด ต้องรอให้ความปั่นป่วนของอากาศจากการบินของ เอ380 สงบลงเสียก่อน
รายงานของไอซีเอโอ ระบุว่า เครื่องบิน รุ่นอื่นอาจต้องเว้นระยะห่างเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า จากที่กำหนดไว้ตามปกติ หากต้องลงจอดและขึ้นบินต่อจากยักษ์ใหญ่อย่างเอ380 เนื่องจากมีความอันตรายมาก หากฝืนขึ้น บินในขณะที่ความปั่นป่วนของอากาศอยู่ในเกณฑ์สูง
ทั้งนี้ ระยะห่างระหว่างเครื่องบินรุ่นอื่นและเอ380 ขณะทำการลงจอดควรจะเพิ่มไปอยู่ที่ 10 นอติคอลไมล์ จากเดิมที่คำนวณไว้ที่เพียง 5 นอติคอลไมล์ ขณะที่ระยะห่างขณะบินบนท้องฟ้าควรจะอยู่ที่ 15 นอติคอลไมล์
การเว้นระยะห่างให้มากขึ้นดังกล่าวอาจสร้างความวุ่นวายให้กับตารางการบินของสายการบินต่างๆ โดยเฉพาะสนามบินที่มี ผู้โดยสารใช้บริการหนาแน่น เนื่องจากต้องเลื่อนเวลาการลงจอดและขึ้นบินออกไป
อย่างไรก็ดี วอลล์สตรีท เจอร์นัล ยังรายงานอ้างคำกล่าวของโฆษกสายการบินลุฟต์ฮันซ่า ของเยอรมนี ว่า ข้อควรระวัง ดังกล่าวของเครื่องเอ380 ก็ไม่ต่างจากเครื่องโบอิ้ง 747 เนื่องจากต้องเว้นระยะห่างเช่นเดียวกัน
ทั้งนี้ วอลล์สตรีท เจอร์นัลให้ความเห็นต่อเอกสารของไอซีเอโอว่า อาจส่งผลกระทบมหาศาลต่อยอดขายเอ380 ที่เตรียมส่งมอบให้ลูกค้าในปีหน้า และปัจจุบันสายการบินหลายรายให้ความสนใจ เพราะสามารถจุ ผู้โดยสารได้มากถึง 850 ที่นั่ง
วันเดียวกัน กุสตาฟ ฮัมเบิร์ต ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร (ซีอีโอ) ของแอร์บัส ให้สัมภาษณ์ในงานดูไบ แอร์ โชว์ 2005 ว่า เป้าหมายของแอร์บัสไม่ได้อยู่ที่การขับเคี่ยวแย่งชิงยอดขายกับโบอิ้ง คู่แข่งจากสหรัฐ ทว่า อยู่ที่การพัฒนาและผลิตเครื่องบินเพิ่มมากกว่า
ทั้งนี้ เห็นได้ชัดว่าในปัจจุบัน แอร์บัสทำยอดขายตามหลังโบอิ้งอยู่มาก โดยเฉพาะล่าสุดจากงานดูไบ แอร์ โชว์ ซึ่งโบอิ้งกำรายได้ไปแล้วราว 1.43 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 5.89 แสนล้านบาท) ขณะที่แอร์บัสมียอดสั่งซื้อเพียง 8.24 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.39 แสนล้านบาท)
ซีอีโอแอร์บัส ระบุว่า เงินกว่า 1.42 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 5.85 แสนล้านบาท) ที่ทุ่มไปกับการพัฒนาเทคโนโลยีในเอ380 นั้นจะเป็นผลดีอย่างยิ่งกับ เอ350 ที่ส่งออกมาแข่งขันกับ 787 จากโบอิ้งโดยตรง